แก่นแท้ของสถาปัตยกรรมและการออกแบบทุกแขนงไม่ใช่เรื่องของความสวยงามอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ ‘การแก้ปัญหา’ งานกราฟิกดีไซน์แก้ปัญหาเรื่องการสื่อสาร การออกแบบผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาการใช้งานให้ใช้งานได้ดีขึ้น สะดวกขึ้น การออกแบบผังเมืองก็ช่วยให้คนในเมืองอยู่ได้สบายขึ้น

ส่วนสถาปัตยกรรมคือการแก้ปัญหาของผู้อยู่อาศัยให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และการมีชีวิตที่ดีขึ้นก็ไม่ควรจำกัดอยู่แค่คนบางอาชีพ บางฐานะ หรือบางสถานภาพเท่านั้น

ที่จั่วหัวขึ้นมาแบบนี้เพราะมีสถาปนิกบางคนเชื่อว่า แม้แต่พระหรือเณรก็ควรจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยสถาปัตยกรรม โดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่สิ้นเปลืองหรือไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของนักบวช นั่นจึงเป็นที่มาของการบูรณะอาคารร้างให้กลายมาเป็นหอพักเณรที่วัดพุทธนิมิตร อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี  

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

รูปบรรยากาศของหอพักเณรที่ดูสะอาดตา มีแสงสว่างส่องเข้ามาในอาคารอย่างพอเหมาะ ช่วยให้ประหยัดพลังงาน และมีประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัย ยิ่งไปกว่านั้น ยังดูดีและสวยงามคล้ายโชว์รูมแบรนด์สินค้าญี่ปุ่นชื่อดังบางแบรนด์ด้วย

งานทั้งหมดนี้ถูกคิด ออกแบบ และก่อสร้าง ภายใต้งบประมาณที่จำกัด หรือสิ่งนี้คือหน้าที่และความหมายของสถาปัตยกรรมที่มีต่อผู้อยู่อาศัยอย่างที่ควรจะเป็นจริงๆ 

ผมนัดกับคุณโป้ง-สการ จัยวัฒน์ สถาปนิกผู้รับผิดชอบการบูรณะหอพักเณรของวัดพุทธนิมิตร ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เพื่อพูดคุยถึงที่มาและเบื้องหลังของการปรับปรุงครั้งนี้

หลังจากกาแฟเข้มข้นแก้วน้อยตรงหน้าหมดลง เราก็บทสนทนาของเราก็ดำเนินต่อ เข้มข้นไม่แพ้กาแฟในแก้วน้อยตรงหน้าเลย

ขนแปลนเข้าวัด

ใครๆ ก็คงอยากจะรู้ว่า สถาปนิกที่ทำงานในบริษัททั่วไปเข้ามามีส่วนในการออกแบบหอพักเณรได้อย่างไร

“ก่อนหน้านี้ผมทำงานที่บริษัทสถาปนิกชื่อ A49 คุณย่าผมให้ทุนการศึกษาพระรูปหนึ่ง พอเรียนจบปริญญาเอกพระรูปนั้นก็กลับมาเป็นครูใหญ่ประจำวัดพุทธนิมิตรที่จังหวัดอุดรธานี เป็นวัดป่าที่อยู่ห่างจากชุมชนประมาณครึ่งชั่วโมงจากอำเภอเมืองฯ วัดนี้เป็นศูนย์รวมของชุมชนทั้งด้านจิตใจและการศึกษา เป็นโรงเรียนที่สอนเณร เวลาชาวบ้านมีลูกหลาน แต่ส่งไปเรียนที่โรงเรียนไม่ได้ จะให้ลูกหลานมาบวชเณรและเรียนที่นี่ ซึ่งฟรี” โป้งอธิบายสิ่งที่เป็นที่มาของคำว่าบวชเรียน

“ระยะหลังเณรที่มาบวชเรียนมีจำนวนเพิ่มขึ้นจนหอพักเณรที่มีอยู่แล้วไม่พอ ครูใหญ่อยากสร้างหอพักเพิ่ม ท่านได้แบบก่อสร้างมาแล้วจากผู้รับเหมา เป็นอาคารปูนสองชั้นทั่วไป เลยมาหาคุณย่าผมเพื่อขอรับบริจาค คุณย่าก็บริจาคเงินให้ทั้งหมดเลย เวลาที่คุณย่าบริจาคเงินคุณพ่อผมจะไปตรวจสอบดูให้ก่อนเสมอ ทางวัดเตรียมสร้างหอพักตรงป่าในเขตวัดที่ไม่มีใครใช้ประโยชน์ คุณพ่อผมเสียดายพื้นที่ป่า เพราะต้องตัดต้นไม้ออกหมด

“บังเอิญไปเจอตึกร้างที่เคยป็นอาคารเรียนเก่า ซึ่งไม่มีคนใช้งานแล้ว เป็นที่เก็บของ เวลาชาวบ้านมีของจะทิ้งเขาจะเอามาบริจาคให้วัด ซึ่งวัดก็ไม่ได้ใช้เลย เอามาเก็บไว้รอทิ้งที่อาคารนี้ พ่อผมเห็นว่าถ้าเราไม่สร้างตึกใหม่ แต่บูรณะตึกร้างนี้แทนพื้นที่ป่าก็ไม่เสียหาย ประหยัดงบได้มาก เลยมาถามผมว่าสนใจที่จะทำโครงการนี้ไหม พ่อผมคงอยากให้ทำเป็นงานสนุกๆ นอกเวลางานประจำ” โป้งเล่าที่มาของการเข้าร่วมโครงการนี้ให้ผมฟัง

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

ทำไมถึงสนใจทำงานเพิ่มเติมอีกในยุคที่งานประจำกินเรี่ยวแรงเรามากเหลือเกิน ผมถามต่อ

“พอได้ยินโจทย์ว่าเป็นตึกเก่าและต้องรีโนเวตให้เณรก็อยากทำแล้ว มันน่าสนใจและน่าสนุกมาก เพราะเณรมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนผู้ใช้คนอื่นๆ พอได้รับโจทย์ก็คิดถึงเพื่อนอีก 2 คนที่น่าจะมาช่วยเราทำงานนี้ได้

“คนแรกคือ เมือง-วิธี วิสุทธิอัมพร เพื่อนสนิทตั้งแต่ที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย (ซึ่งได้ทำการออกแบบโรงพยาบาลที่ให้ทุกคนในโรงพยาบาลนั้นได้มีส่วนร่วมในการออกแบบมาแล้ว อ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่) เราทำงานเจอแต่ลูกค้า ไม่เคยทำงานให้เณรมาก่อน เมืองเป็นคนที่หากระบวนการมาถามความต้องการจากผู้ใช้งานอย่างเณรได้ เพราะทำงานเรื่องกระบวนการมาเยอะ คุยกับคนอื่นเก่ง หาข้อมูลเชิงลึกจากผู้ใช้งานอย่างเณรหรือพระได้

“อีกคนเป็นชาวญี่ปุ่นชื่อ รินะ ชินโด เป็นสถาปนิกแลกเปลี่ยนที่ A49 เขาทำวิทยานิพนธ์เรื่อง Community Space เคยมาดูงานที่แฟลตดินแดงและชุมชนอื่นๆ เลยชวนมาร่วมทีมอีกคน”

งานออกแบบที่เราคุ้นเคยกันดูเป็นของฟุ่มเฟือย การหยิบเอาการออกแบบมาใส่เข้าไปในวัดแบบนี้จะขัดกับสถานะของความเป็นพระหรือเณรที่ต้องอยู่ความสมถะหรือเปล่า

“ของที่ดีจำเป็นที่จะต้องแพงไหม” โป้งตั้งคำถามกลับมา ก่อนจะอธิบายต่อ

“ผมเคยคิดตั้งแต่เด็กแล้วว่า สถาปัตยกรรมที่ดีควรรับใช้คนทุกรูปแบบ หัวใจของสถาปัตยกรรมที่ดีคืออะไร ก็คือพื้นที่ แสง ลม อากาศ สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมชาติที่เราต้องกักเก็บไว้ในสถาปัตยกรรมของเราให้ได้ ไม่ว่าจะใช้วัสดุราคาแพงหรือราคาถูก

“โอเค คนรวยมีเงินก็ใช้งานได้ ถ้าเราใช้ชุดความรู้ชุดเดียวกันก็น่าจะทำให้คนที่มีเงินไม่มากได้เช่นเดียวกัน งานนี้จึงน่าสนุกและช่วยเราในการทำงานปกติด้วย น่าจะส่งเสริมกันและกัน”

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

โยมนิเวอร์แซลดีไซน์

ผมถามต่อถึงขั้นตอนการออกแบบในโครงการนี้ว่าหลังจากได้ฟอร์มทีมครบแล้ว มีขั้นตอนการทำงานยังไงบ้าง

“เราไปสำรวจตัวโครงสร้างของตึกก่อน มันคืออาคารที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างให้วัด สร้างกันเองแบบไม่มีช่างค่อยๆ สร้างค่อยๆ ต่อเติมกันเองตามเงินที่มีในแต่ละปี เสาและคานมีขนาดใหญ่โตมาก และไม่มีเหล็กหรือปูนที่ถูกต้องตามหลักการก่อสร้างเท่าไหร่ แต่ยังแข็งแรงและใช้งานได้

“ครั้งแรกที่มาบรรยากาศด้านในไม่น่าใช้งานเลย เพราะทั้งมืดและอับ อาคารใกล้ๆ ตึกที่จะรีโนเวตเป็นที่เก็บหนังสือการเรียนการสอนของทางโรงเรียนทั้งหมด ทั้งมืดและอับไม่น่าใช้งานเช่นเดียวกัน เราเลยคำนวณดูว่าค่าโครงสร้างที่ประหยัดไปได้จากการรีโนเวตหอพักพอจะเอามาสร้างห้องสมุดใหม่แทนอันเดิมได้ไหม ซึ่งก็ดูลงตัวมากในด้านการใช้งาน เลยสรุปงานทั้งหมดเป็นการรีโนเวตหอพักเณรเพื่อรองรับเณรจำนวนประมาณ 40 รูป ห้องอาบน้ำ รวมไปถึงอาคารห้องสมุด”

การออกแบบที่พักอาศัยให้เณรแตกต่างจากที่พักคนปกติยังไง ผมถามคำถามที่สงสัยที่สุดออกไป

“เราลงพื้นที่ตอนที่เณรอยู่กันเยอะๆ เพื่อไปสังเกตดูพฤติกรรมว่าเณรใช้ชีวิตกันยังไง เวลาพักชอบอยู่ในพื้นที่แบบไหน เณรก็เหมือนเด็กที่มีความซน ความเฮี้ยว เหมือนวัยรุ่นทั่วไป เขาชอบหลบไปอยู่ในพื้นที่ไกลๆ หรืออยู่ตรงที่พระผู้ใหญ่มองไม่เห็น

“แล้วก็คุยกับเจ้าอาวาสเรื่องข้อจำกัดของพื้นที่ สภาพภูมิอากาศ อากาศที่อุดรธานีกลางวันร้อนมาก ตอนกลางคืนก็หนาวมาก ฝนก็ตกหนัก ปลวกเยอะจนไม่ควรจะใช้ไม้จริงในการก่อสร้าง ไปจนถึงเรื่องของจำนวนเณรที่พักอาศัยในห้องแต่ละห้องซึ่งไม่ควรจะเยอะเกินไปจนดูแลไม่ทั่วถึง

“หลังจากได้ข้อมูลก็เริ่มวางแปลนทำแบบคร่าวๆ เอาไปคุยกับเจ้าอาวาสแล้วเอากลับมาแก้ไข ก่อนเอาไปคุยกันอีกรอบ ทำโมเดลเล็กๆ ไปให้เณรลองปรับดูว่าอยากจะนอนแบบไหน ทำอยู่หลายเดือนกว่าจะได้ข้อสรุป บางทีคุณย่าหรือคุณพ่อก็ถามเหมือนกันว่าต้องจริงจังขนาดนี้เลยเหรอ” สถาปนิกหนุ่มหัวเราะ

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

จำวัดแทบไม่ได้ แต่เป็นวัดที่จำวัดได้ดี

ผลลัพธ์ของความจริงจังในการออกแบบ ได้หน้าตาอาคารออกมาเป็นยังไง

“วัดนี้เป็นเหมือนศูนย์กลางชุมชน เวลามีงานบุญบรรดาแขกเหรื่อที่มาจะกางเต็นท์นอนพักค้างคืนตรงลานกลางวัด ซึ่งอยู่หน้าโรงเรียน นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดในการออกแบบโครงการนี้” โป้งเริ่มต้นอธิบายสิ่งที่เขาออกแบบมา

“สิ่งแรกที่เราคิดเกี่ยวกับอาคารหอพักเณรก็คือ ต้องทำให้เณรอยู่ในหอพักโดยไม่รู้สึกว่าถูกมองเห็นได้ชัดจากทุกคนตรงลานกลางวัด ไม่งั้นเณรก็จะไปอยู่กันแบบซ่อนๆ ที่อื่น เราเลยคิดว่าควรมีกำแพงที่เอาไว้บังสายตา จึงเป็นที่มาของการใช้บล็อกช่องลมทำเป็นแนวกำแพง

“การก่อก็บิดองศาของบล็อกเล็กน้อยเพื่อให้ช่วยพรางตา เราอยากให้แนวกำแพงนี้ดูสะอาดตาจึงใช้บล็อกช่องลมอย่างเดียวมาต่อเป็นกำแพง โดยไม่มีเสาและคานปูนมารบกวนสายตา เลยคิดหาเทคนิคที่จะทำให้กำแพงบล็อกนี้แข็งแรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง ก็คือเอาเสาเหล็กมาช่วยยึดแนวกำแพงให้แข็งแรงขึ้นทุกๆ 4 เมตร โดยซ่อนไปกับแนวบล็อกที่ก่อขึ้นอย่างแนบเนียน

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

“ด้านหลังของกำแพงบล็อกเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เณรใช้ทำกิจกรรมต่างๆ อย่างทำการบ้าน นั่งเล่น ส่วนด้านหลังของอาคารเป็นห้องพัก แบ่งแยกพื้นที่ออกจากกันชัดเจน ในส่วนของห้องพักก็มีโจทย์ใหญ่ถัดมา คือเราจะทำยังไงให้คนอยู่สบายด้วยงบที่จำกัด

“สิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ที่สถาปัตยกรรมจะให้ได้คืออะไร แสงที่ดี ลมที่ดี พื้นที่ที่ดี ที่อยู่สบาย เพราะฉะนั้นพื้นที่ส่วนกลางและห้องพักต้องโปร่ง ลมไหลผ่านได้ดี  มีแสงเข้ามาอย่างพอเหมาะ

“ตัวอาคารเดิมนี้เราเก็บเอาไว้แค่เสากับคาน เอาผนังออกเพื่อใส่หน้าต่างเข้ามาแทนทั้งสองฝั่ง ทุบเพดานเดิมออกแล้วทำหลังคาใหม่ที่สูงกว่าเดิม เปลี่ยนหลังคาเดิมออกบางส่วนและใส่หลังคาใสหรือสกายไลต์ลงไปแทน เพื่อให้มีแสงสว่างเข้าไปด้านในอาคารมากขึ้น

“พื้นที่ส่วนกลางก็ใช้หลังคาใสเยอะหน่อย ห้องนอนก็ใช้เป็นบางจุด ทำให้ไม่ต้องเปิดไฟตอนกลางวัน แม้จะมีแสงแดดเข้ามาแต่อากาศไม่ร้อน เพราะหลังคาที่สูงและทิศทางการพัดของลม รวมกับหน้าต่างที่มีทั้งสองฝั่งของอาคารทำให้มีลมพัดระบายความร้อนออกไปจากห้องได้ ตอนกลางคืนก็ไม่ต้องใช้แอร์ พอมีแสงสว่างอย่างพอเหมาะในอาคาร ก็มีส่วนช่วยควบคุมพฤติกรรมของเณรไปด้วย เหมือนพื้นที่และแสงไม่เอื้อให้เณรทำอะไรที่ไม่เหมาะสมในทางอ้อม”

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

โป้งเล่าเบื้องหลังให้ฟังอีกว่า ไม่ใช่แค่ออกแบบตามหลักการเท่านั้น แต่เขายังใช้เครื่องมือสำหรับวัดแสง มาใช้วัดในพื้นที่จริงด้วย จะได้คำนวณแสงที่พอเหมาะกับการอยู่อาศัยประกอบการตัดสินใจ ช่วงก่อสร้างจึงทดลองวางหลังคาใสหลายๆ รูปแบบ เพื่อให้ใช้อยู่อาศัยได้สบายจริงๆ

สรงน้ำคอมมูนิตี้สเปซ

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49
รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

เมื่อมีการอยู่อาศัยก็ต้องมีห้องน้ำ โป้งเลือกย้ายห้องน้ำและห้องอาบน้ำออกมาสร้างเป็นโรงเรือนอีกหลังอยู่ข้างหอพัก

“พระจากกุฏิอื่นๆ หรือเณรจากหอพักหลังอื่นๆ จะได้มาใช้งานร่วมกันได้ เป็นเหมือนที่พบปะของพระและเณรและการสร้างรวมกันไว้ที่เดียวก็ช่วยประหยัดงบมากกว่าด้วย

“ส่วนเรื่องการใช้งาน เราวางรูปแบบที่เรียบง่ายมาก คือแยกส่วนเปียกส่วนแห้ง ห้องส้วมอยู่ด้านหลัง วางห้องอาบน้ำไว้ตรงกลาง มีห้องอาบน้ำที่เป็นฝักบัวแยกเป็นห้องๆ อยู่ด้านข้างเพื่อให้พระผู้ใหญ่ได้ใช้งานสะดวกขึ้น ข้อมูลทั้งหมดได้มาจากตอนที่คุยกับทั้งพระและเณรในทีแรก

“ในอาคารห้องน้ำนี้ก็ใช้หลังคาสกายไลต์แบบเดียวกับหอพัก พื้นที่ส่วนที่อยู่ด้านในไม่ถูกแสงเราก็เปิดให้แสงเข้ามาเยอะหน่อย ส่วนที่อยู่ริมๆ มีแสงอยู่บ้างเราก็ใช้สกายไลต์น้อยกว่าเพื่อให้แสงลงมาเสมอกันทั้งหมด การทำให้มีแสงลงแบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามนะครับ แต่เป็นเรื่องของความสะอาดของห้องน้ำด้วย”

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

สิ่งที่ผมชอบที่สุดของห้องน้ำนี้คือ ส่วนของลานตากผ้าที่ติดกับด้านหน้าของห้องอาบน้ำ เนื่องจากห้องน้ำอยู่ใกล้ถนนสาธารณะ สถาปนิกเลยเลือกใช้พื้นที่ส่วนนั้นเป็นที่ตากผ้า ผ้าที่แขวนจะทำหน้าที่เป็นม่านพรางตาให้เณรที่อาบน้ำอยู่ด้านใน เป็นการแก้ปัญหาโดยไม่ต้องสร้างอะไรใหม่เลย

ส่วนสุดท้ายห้องสมุด โป้งใช้เทคนิคในการออกแบบที่ไม่น้อยหน้าอาคารส่วนอื่นๆ

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

“เราใช้เทคนิคการออกแบบที่ค่อนข้างจะพิเศษ ตอนแรกสุดอาคารห้องสมุดอยู่ติดกับหอพัก แต่เราอยากให้พระหรือเณรมาใช้งานได้สะดวกขึ้น เราจึงสร้างอาคารเล็กๆ โดยยกพื้นขึ้นมาให้เสมอและเชื่อมต่อกับตัวอาคารเรียน ถ้าพระหรือเณรเรียนอยู่ก็เดินจากอาคารเรียนเข้าไปได้เลย ผลพลอยได้ของการยกพื้นขึ้นมานี้ นอกจากจะเชื่อมพื้นที่เข้าด้วยกันแล้ว ยังป้องกันปลวกและระบายอากาศใต้อาคารด้วย

“ด้านในของห้องสมุด เราก็คิดถึงการให้แสงเข้ามาอย่างเหมาะสม มีแสงเพียงพอให้อ่านหนังสือได้สบายตา แต่ไม่โดนหนังสือตรงๆ จนทำให้หนังสือเสื่อมสภาพเร็ว พอตำแหน่งห้องสมุดเชื่อมกับตัวอาคารเรียนแล้ว จึงมีผนังของอาคารเรียนด้านหนึ่งที่ขนานทางลึกกับห้องสมุด ผนังนี้ทำหน้าที่สะท้อนแสงผ่านช่องเปิดเข้ามาในห้องสมุด แสงที่ได้จะเป็นแสงนวลตา แต่ก็สว่างมากพอและไม่โดนตัวหนังสือเลย ช่วยยืดอายุของหนังสือในห้องสมุดได้

“ชั้นหนังสือเป็นชั้นเหล็กฉากทั่วๆ ไปที่แข็งแรง ติดตั้งได้ง่าย ราคาถูก ประตูทางเข้าก็เป็นประตูบานหมุนขนาดใหญ่ 2 บาน เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างวิวป่าจากภายนอกกับพื้นที่ภายในห้องสมุด ที่นั่งก็ออกแบบไว้รองรับความหลากหลายในการใช้งาน พระผู้ใหญ่จะมานั่งคุยกันก็ได้ เณรจะนั่งอ่านหนังสือกับพื้นหรือกับโต๊ะก็ได้เหมือนกัน” โป้งอธิบายถึงเทคนิคที่คิดขึ้นมาได้ในการออกแบบห้องสมุด

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

อุปสรรคของการบูรณะ

หลังจากฟังวิธีและขั้นตอนในการออกแบบมาอย่างสนุกแล้ว ผมก็ถามถึงปัญหาหรืออุปสรรคในการบูรณะโครงการนี้บ้าง

“ไม่เชิงว่าเป็นอุปสรรคนะครับ ช่างที่ก่อสร้างก็เป็นช่างทั่วไป เราเลยต้องใช้วัสดุที่หาได้ทั่วไปในท้องตลาด เพราะผู้รับเหมาทำงานง่ายและมีราคาถูก อีกเรื่องหนึ่งคือ งบประมาณที่จำกัด ส่วนไหนของอาคารที่เราอยากให้ดูดีก็ใช้วัสดุแพงหน่อย ทำให้เราต้องไปลดทอนวัสดุของพื้นที่อื่นแทน เพื่อให้ยังอยู่ในงบ เป็นเทคนิคที่เราได้มาจากการทำงานจริงกับลูกค้า เอาวิธีคิดในการทำงานมาดัดแปลงกับงานแบบนี้ ก็สนุกดีครับ”

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

หลังจากก่อสร้างเสร็จและใช้งานจริงแล้ว ผมเลยสงสัยว่าเสียงตอบรับออกมาตามที่เราคิดหรือเปล่า

“เท่าที่ไปดูและคุยกับพระที่วัด ก็เหมือนว่าเวลาว่างบรรดาเณรจะมานั่งที่ห้องสมุดแห่งใหม่นี้ แทนที่จะไปนั่งไกลหูไกลตาที่อื่นแทน” เจ้าตัวตอบด้วยรอยยิ้ม

ได้อะไรจากการทำโปรเจกต์แบบนี้บ้าง ผมถามโป้งทิ้งท้าย

“หลักๆ เลย คือตอบคำถามที่เราสงสัยมาตลอดว่า สถาปัตยกรรมที่ดีต้องแพงใช่ไหม ถ้าถูกจะดีได้แค่ไหน เหมือนการรีโนเวตนี้อยู่ในเส้นทางที่เราค้นหา ก็ตอบคำถามในใจได้ระดับหนึ่ง ทำให้เราชื่นใจ มีกำลังใจอยากทำงานต่อไปเรื่อยๆ” โป้งทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

หอพักและห้องสมุดสามเณร วัดพุทธนิมิต

ที่อยู่ 250/9 วัดพุทธนิมิต ตำบลเมืองเพีย อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี 4815

ก่อสร้างเสร็จปี 2017

สถาปนิก : สการ จัยวัฒน์, รินะ ชินโด, วิธี วิสุทธิอัมพร

ภาพถ่าย : เชาวฤทธิ์ พูนผล

ติดต่อสถาปนิกได้ที่ [email protected]

https://goo.gl/maps/5GVNEgiLPfG2

Writer & Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Re-Place

เบื้องหลังการรีโนเวตอาคารเก่า

หากใครเคยได้นั่งรถผ่านตรงข้ามโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง คงจะสังเกตบ้างว่ามีตึกลายแผนที่โบราณสีขาว-น้ำเงินตระหง่านอยู่

“ลงทุนขนาดนี้ ใครจะชอบตึกลื้อเหรอ” อากงเพื่อนบ้านพูด ไม่รู้ว่ากำลังปรามาสหรือถามด้วยความสงสัยจากใจจริงกันแน่

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

แม้ดูจะแปลกตาชาวบ้านแถวนั้นบ้าง แต่ ‘The Kheha’ (เดอะ เคหา) ที่พักนักท่องเที่ยวและร้านอาหารที่อดีตเป็นธนาคารนี้ ก็สร้างมาจากแพสชันในศิลปะของผู้เป็นเจ้าของร้าน อ้อย-อินทิรา ทัพวงศ์ และการร่วมมือออกแบบ ร่วมใจเพนต์ผนังทั้งภายนอก-ภายในของแก๊งเพื่อนคณะมัณฑนศิลป์วัย (กำลังจะ) เกษียณ

เราเห็นกระบวนการก่อร่างของตึกนี้มาแต่ไหนแต่ไร ด้วยพ่อก็เป็นหนึ่งในแก๊งศิลปินที่ว่า

“วันนี้ไปไหน”

“ไปร้าน” พ่อตอบประโยคที่เราคุ้นเคยมาร่วมปี ถึงจะเหนื่อย แต่แน่นอนว่าทุกคนสนุกกับการไปเพนต์ผนังกับเพื่อน

ไม่ง่ายเลยที่ตึกธนาคารยุค 80 จะปรับฟังก์ชันภายใต้ข้อกำหนดยิบย่อยได้อย่างดี ไม่ง่ายเลยที่จะนำศิลปะหลายสไตล์ของคนร่วมสิบมารวมกันให้ลงตัวได้ และไม่ง่ายอีกเช่นกันที่จะเริ่มเปิดทำการภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ควรค่าที่อย่างยิ่งที่จะนำเบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้มาเล่า

The Kheha ร้านอาหารและที่พักย่านบำรุงเมือง ของเพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

ออกเรือสำเภา

อินทิรา เจ้าของ The Kheha เป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ ทำงานอยู่ที่แบรนด์เสื้อผ้าแถวหน้าของเมืองไทยมานาน 40 ปี เธอเคยเป็นอาจารย์พิเศษสอนที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สถาบันที่ตนเองเรียนจบมาด้วย

อินทิรามีพื้นเพเป็นคนบางลำพู ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเกสต์เฮาส์-โฮสเทลมากมายให้เห็นจนชินตา ด้วยความเป็นนักเรียนศิลปะ เธอคิดเงียบ ๆ ว่า ถ้านักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้สัมผัสการถ่ายทอดความเป็นไทยผ่านงานศิลปะก็คงดี ประจวบเหมาะกับที่ทำเสื้อผ้ามาถึงจุดอิ่มตัว เธอก็คิดอยากทำอะไรที่อยู่ถาวร จับต้องได้ สร้างสรรค์ และแสดงถึงความคิดของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ความคิดจะทำที่พักนักท่องเที่ยวจึงแล่นเข้ามาในหัว

The Kheha ร้านอาหารและที่พักย่านบำรุงเมือง ของเพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

“เราเห็นแบบไทยจ๋าไปแล้ว หรือไม่ก็ตะวันตก เป็นโรงแรมหรูหราไปเลย เราก็อยากหาอะไรที่มันมีความสวยงามของศิลปะไทยและตะวันตกมารวมกันอย่างสวยงาม” เจ้าของร้านในลุคเสื้อคอเต่าคิดฝัน “อยากให้เป็นที่รวมคนที่ชอบงานศิลปะ ชอบท่องเที่ยว เป็นที่ของคนรุ่นใหม่ที่ทั้งโมเดิร์นและชอบความเป็นไทย”

‘เพนต์ตึกเป็นแผนที่’ เป็นไอเดียเริ่มต้นของโปรเจกต์ สำหรับเธอ แผนที่สื่อถึงการเดินทางของนักเดินทางทั่วทุกมุมโลก เธออยากให้ตึกของเธอมีลายแผนที่เดินเรือสมัยโบราณวาดไว้ ส่วนภายในตึกก็เป็นภาพวาดตามธีมตะวันออกพบตะวันตกโดยแก๊งเพื่อนคณะมัณฑนศิลป์

หลังจากที่วนหาตึกเหมาะ ๆ ในถิ่นกำเนิดอย่างบางลำพูอยู่หลายรอบแล้วไม่พบจนเกือบถอดใจ เธอก็มาพบกับตึกที่ต้องตาอย่างจังเข้าที่ย่านบำรุงเมือง

The Kheha ร้านอาหารและที่พักย่านบำรุงเมือง ของเพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

“โอ้ว้าว! ตึกเก่า ทรงสวยว่ะ!” อินทิราอุทาน แล้วภาพแผนที่โลกในหัวก็ถูกทาบลงบนตึกนั้นโดยอัตโนมัติ “มันทั้งอยู่สามแยก ทั้งอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาล ที่จอดรถไม่มี แต่เราไม่ได้คิดเรื่องฮวงจุ้ยหรืออุปสรรคอะไรเลย เราคิดแค่ว่าถ้าวาดต้องเจ๋งแน่”

ก่อนหน้านั้นเธอได้เกริ่นถึงโปรเจกต์ตามใจตัวเองนี้กับรุ่นพี่คนหนึ่งไว้ว่า หากมีโอกาสได้ทำเข้าจริง ๆ ก็อยากให้รุ่นพี่คนนี้เป็นคนลงมือแปลงโฉมตึกให้ โชคดีที่เมื่อได้เห็นตึกที่อินทิราเล็งไว้ เขาก็ตอบรับทำสมใจ รุ่นพี่คนนั้นคือ สมชาย จงแสง ดีไซเนอร์จาก Deca Atelier และศิลปินศิลปาธร สาขาสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์คนแรกของประเทศ

“เราก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันที่มัณฑนศิลป์ แล้วอ้อยเขาก็ทำดีไซน์ ทำแฟชั่น เพราะฉะนั้นไอ้เรื่องแพสชันศิลปะมันไม่ต้องคุยแล้วล่ะ เขามีของเขาอยู่แล้ว” สมชายบอกถึงเหตุผลที่ตัดสินใจรับงานนี้ “แล้วอ้อยเขาก็มาแบบง่ายๆ เราไม่เกร็งกับตัวเขา”

เมื่อได้ฤกษ์เริ่มคิดงาน อินทิราก็เริ่มคิดถึงภาพวาดภายในที่เธออยากให้เพื่อน ๆ มาช่วยวาด

“เราไม่คิดถึงคนอื่นเลย เรานึกถึงไอ้เพื่อนที่เราสนิท จะได้ขอร้องให้มาช่วยกันง่ายขึ้น” เธอหัวเราะลั่น “แต่ละคนมีศักยภาพในแนวของตัวเอง คนนี้เก่งด้านเพนต์เนี้ยบมาก อีกคนเพนต์แบบเป็น Abstract อีกคนเพนต์ลายไทย มันก็มีหลากหลาย เลยมาปรึกษาพี่สมชายว่า พี่ ถ้ามันเป็นหลายแนวจะอยู่รวมกันได้มั้ย”

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

‘Less is a bore’

แฟชั่นดีไซเนอร์อารมณ์ดีอย่างอินทิราไม่ชอบความมินิมอล เธอเป็นคนชอบเอาอะไรเยอะ ๆ มาอยู่ด้วยกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งงานยาก ๆ ตรงนี้จะตกเป็นหน้าที่ของสมชายในการจัดวางทุกอย่างเข้าด้วยกัน

“ปกติเราต้องคิดเองทั้งหมด แต่อันนี้เราเอาสิ่งที่เขามีแพสชันมาทำ มีเพื่อนของเขามาร่วมกันวาดรูป คิดในแง่ของการทำงานมันก็สนุกเนอะ” แม้จะยาก แต่สมชายก็ดูจะเอ็นจอยไม่แพ้กัน

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

แปลงตึกธนาคารเป็นที่พำนัก

ดั้งเดิมทีเดียวที่ตั้งของตึกนี้เคยเป็นตึกแถว 3 ห้อง จากนั้นก็ทุบสร้างใหม่เป็นตึกนี้ที่อายุราว 40 ปี ซึ่งเคยใช้เป็นบริษัทเงินทุน และเปลี่ยนมาเป็นธนาคารธนชาตตามลำดับ

สมชายเล่าว่าถนนสวนมะลินี้เป็นย่านธุรกิจใหม่ โดยทั่วไป รอบ ๆ จะเป็นตึกแถวขายเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เป็นบริษัทของคนจีน ตึกนี้จึงดูแปลกและสมัยใหม่เมื่อเทียบกับตึกอื่น ๆ ในละแวก

“Space เนี่ย มันต้องมี Spirit นะ” สมชายเริ่มเล่าถึงความยากของงานชิ้นนี้ เมื่อสิ่งที่อินทิราอยากได้ไม่ใช่แค่ดีไซน์เท่านั้น แต่เธอต้องการงานศิลปะด้วย “ถ้าเราได้ตึกเก่าย่านรัตนโกสินทร์มา มันจะมี Volumn ของ Space ที่เหมาะ แค่เราใส่อะไรไปนิด ๆ Spirit มันก็จะได้เลย แต่เมื่อเป็นตึกสมัยใหม่ยุค 80 ความรู้สึกก็จะเป็นอีกแบบ”

อย่างที่เคยเห็นกัน ตึกธนาคารที่เก่าหน่อยจะมีความแกรนด์ เมื่อเดินเข้าประตูไปจะพบกับโถงฝ้าสูงแบบ Double Height ซึ่งความแกรนด์นี้ก็ไม่ได้เป็นผลดีเสียทุกครั้งไป สำหรับสมชาย ที่พักควรมีความ Cozy แต่โถงใหญ่ที่นี่ทำให้ตึกนี้ดูคล้ายโชว์รูม โดยการลดทอนความโอ่อ่านี้ก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน

“ปกติผมจะใช้สถาปัตยกรรมซ้อนเข้าไปอีกทีหนึ่ง แต่อันนี้มันทำไม่ได้ด้วยเงื่อนไขหลายอย่าง วิธีแก้ก็คือ Tone Down มันลงมา เช่น สีเข้มขึ้น ฝ้าลดลง ให้ความรู้สึกมันกระชับขึ้นครับ แล้วก็ทำ Space ที่ใหญ่ให้ Borderless (ไร้ขอบเขต) ซอยแพตเทิร์นกระเบื้องบนพื้นและผนัง อย่าให้เห็นรูปทรงของ Space ชัดเจน”

“อย่างผนังห้องนี้นะครับ จริง ๆ ห้องมันอยู่แค่นี้ แต่เราก็ดึงผนังสีดำนี่ออกไปอีก เพื่อลดความใหญ่ของ Space ข้างล่างลง” สมชายชี้ผนังห้องชั้นลอยที่เรากำลังนั่งคุยกันอยู่ให้ดู “แล้วก็ได้เรื่องความเป็นส่วนตัวของห้องนี้ด้วย พอดึงผนังออกไป คนนั่งกินข้าวข้างล่างก็มองไม่เห็นห้องนี้”

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

จริงอย่างที่ผู้ออกแบบตั้งใจ พอดึงผนังออกไป เราก็รู้สึกว่าห้องเงียบสงบและเป็นส่วนตัวพอจะใช้เป็นห้องประชุมได้เลย

นอกจากนั้นยังมีความยากอีก 3 อย่าง 

ยากแรกคือความเป็นสามเหลี่ยมของตึก ทำให้ลำบากในการซอยห้องพักเป็นรูปทรงที่ตอบโจทย์

ยากที่สองคือความแบนของตึกสำนักงาน ทำให้ห้องออกมายังไม่ลงตัวเท่าที่คิด Volumn ของ Space ยังไม่ค่อยไปด้วยกันกับงานเพนต์ของเพื่อน ๆ ตามที่ตั้งใจไว้

ยากที่สามคือเรื่องข้อกำหนดของการทำห้องพักให้เช่าชั่วคราว ซึ่งมีเรื่องทางหนีไฟที่ต้องอยู่ด้านหน้า และเรื่องการห้ามยื่นอะไรออกมานอกถนนตามราชกิจจานุเบกษา จึงต้องย้ายคอมเพรสเซอร์แอร์มาไว้ด้านหน้า และทำฟาซาดตึกเพื่อลดความเป็นโชว์รูมไม่ได้

แม้ด้านดีไซน์จะยังไม่เต็มร้อย ถึงอย่างนั้นอินทิราและสมชายก็พอใจในแง่ของการเป็นที่พักที่มีจำนวนเตียงเพียงพอ มีห้องหลายแบบให้เลือกสรร ทั้งห้องนอนรวมกันมีเตียงสองชั้น สำหรับชาวแบ็กแพ็กที่อยากหาที่นอนง่าย ๆ และห้องเดี่ยวที่มีห้องน้ำในตัว สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

“งานดีไซน์ที่ต้องตอบโจทย์ก็คงเป็นหมดนั่นแหละ ต้องปรับให้ได้ตามปัจจัยแวดล้อม” แฟชั่นดีไซเนอร์ให้ความเห็น “อย่างเวลาเราออกแบบเสื้อผ้า เราอยากให้มีตรงนี้ ๆ หน่อย มันก็ไม่ได้ ด้วยเหตุผลว่าติดอันนี้ไปแล้วราคาแพง ติดอันนี้ลูกค้าอาจจะไม่เก็ต มีอยู่แล้ว เพราะเราไม่ใช่ Pure Art มันต้องประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง”

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร
The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

จับแพะชนแกะ จับเยอะชนแยะ

เจ้าของโปรเจกต์ตั้ง ‘ความเป็นไทยที่ไม่ใช่ไทยจ๋า มีความเป็นไทยผสมกับตะวันตก’ เป็นโจทย์ให้กับเพื่อน ๆ และรุ่นน้องมัณฑนศิลป์อีก 3 คนที่มาช่วยงาน โดยมีพ่อของเรา ตั้ง-ณัฐพงษ์ เรืองเวส ผู้เป็น Interior Designer เป็นที่ปรึกษาเรื่องหาตัวเพื่อนที่มีสไตล์เหมาะ ๆ มาวาด เรื่องเลือกรูปวาดให้ตรงธีม และเป็นผู้ร่วมวาดเองด้วยอีก 1 คน

“ประเทศไทยนี่มองได้หลายมุมนะ แต่ส่วนตัวเรามองความเป็นไทยในแง่ของความสนุก สดชื่นเฮฮา คาดการณ์ไม่ได้ มากกว่าไทยประเพณี ก็เลยคิดว่าดีแล้วที่มีใครต่อใครมาช่วยกันทำให้ Space สนุก”

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

ตามที่ได้บอกไป ตึกนี้มีลักษณะ Space บางอย่างที่เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นโถงทางเข้าที่ใหญ่โต หรือชั้นอื่น ๆ ที่ฝ้าเตี้ยมาก ๆ เพราะเคยเป็นสำนักงานมาก่อน ดังนั้น อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ดีไซเนอร์หลักอย่างสมชายจะต้องทำ คือพิจารณาว่างานของใครมีคาแรกเตอร์เหมาะจะอยู่ใน Space แบบไหนกันบ้าง

“อย่างจ๊วด ภาพเขาไม่ต้องเป็นห้องก็ได้ ภาพเขาดูทันสมัย เป็นกึ่ง ๆ กราฟฟิตี้ เหมาะจะอยู่ใน Space ที่มัน Borderless” สมชายวิเคราะห์ให้ฟัง งานของ จ๊วด-วรเศรษฐ์ นพอภิรักษ์กุล คือภาพคนที่อยู่บริเวณชั้นล่าง

“ส่วนอันนี้ถ้าไป Borderless มันคงไม่ได้ มันต้องเป็นห้องจบ” สมชายพูดพลางผายมือไปที่ภาพวาดแนวจิตรกรรมฝาผนังของ ต๊อก-ทศพร แสวงการณ์ ในห้องที่เรานั่งคุยกันอยู่ “อย่าง อภิชัย วิจิตรปิยกุล เขาเป็นคนเขียนสวย เขียนเล็ก งานเขาต้องอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ได้ ถ้าเราเอางานเขาไปลงในพื้นที่ใหญ่ ๆ อย่างงานจ๊วดมันก็จะหาย มองไม่เห็น”

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

“บางทีก็มีถามกันขำ ๆ ว่า ทำไมฉันไม่ได้มีเขียนอยู่ตรงนั้นตรงนี้บ้าง!” อินทิราเม้าท์เพื่อนออกรส ในที่สุดแล้วก็มีห้องพักทั้งหมด 8 ห้อง ได้แก่ ห้องจิตรกรรม ห้องพวงมาลัย ห้องดอกไม้ไทย ห้องดอกไม้ขาว ห้องลายสักไทย ห้องท้องร่องสวน ห้องลายสักไทย ห้องลายรดน้ำประยุกต์ และห้องลายไทยสตูดิโอ

แล้วก็มาถึงส่วนสำคัญที่อินทิราฝันไว้ตั้งแต่ตอนแรก คือแผนที่ภายนอกอาคารโดยเพื่อนชื่อ ‘สุทิน’ โดยใช้เป็นแผนที่โบราณยุคที่ชาวตะวันตกเดินทางล่าอาณานิคม วาดเป็นลายเส้นและมีภาพเรือสำเภาในแผนที่

“สีที่ใช้เป็นสีที่บอกคาแรกเตอร์ทั้งตะวันตกและตะวันออก เพราะตอนทำคอนเซ็ปต์เรานึกถึงเครื่องลายครามของจีน ของฝรั่ง ที่เป็นสีไวท์-บลู” สมชายบรรยาย

การเพนต์ภายนอกนี้เป็นส่วนที่เหนื่อยที่สุดของโปรเจกต์ สุทินและทีมของเขาต้องใช้การตีสเกลเป็นช่อง ๆ แทน เพราะตึกติดถนน ทำให้ใช้การถอยระยะฉายโปรเจกเตอร์เพื่อวาดเหมือนงานอื่น ๆ ไม่ได้ ทั้งยังต้องตั้งนั่งร้านสูงเท่าตึกสี่ชั้น แล้วคลุมสแลนตามกฎของเทศบาล ระหว่างทำจึงต้องเผชิญกับทั้งความร้อน ทั้งฝุ่น และต้องคำนึงถึงความปลอดภัย วาดรูปไปพร้อมกับสลิง 

The Kheha เป็นที่ที่รวมความร่วมมือของเพื่อนหลายต่อหลายคน บางคนไม่ถนัดวาดก็ช่วยทำโลโก้ บางคนก็ช่วยเขียนคำบรรยาย รวมทุกขั้นตอนใช้เวลาทั้งหมดปีกว่า ๆ

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

“การทำงานของที่นี่แตกต่างจากที่อื่น ที่สำคัญคือมัณฑนศิลป์มันคือการออกแบบ ไม่ใช่ Pure Art ด้วย” อินทิราอธิบาย “แล้วมันก็เป็นการทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ ถ้าเป็นคนอื่นก็จะเกรงใจ แต่นี่เรามาลำบากด้วยกัน สนุกด้วยกัน เหมือนมานอนคณะ บางคนก็มาจากต่างจังหวัด มานอนที่นี่

“เอาจริง ๆ ถ้าไม่รักกันจริงไม่มีใครทำให้ มันไม่ได้สบาย ตอนวาดก็ยังเจาะ ฝุ่นเยอะ แอร์ก็ยังไม่ได้ติด เหมือนเขียนงานในไซต์ก่อสร้าง ผิดคาแรกเตอร์ของศิลปิน”

ถ้าเธอเทียบการมาเพนต์ผนังด้วยกันกับการ ‘นอนคณะ’ ได้ ถึงจะเหนื่อยหน่อย แต่จะเรียกโปรเจกต์นี้ว่าเป็นการคืนความสดชื่นของวัยเยาว์ก็ไม่ผิด

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

สนุกกับความเป็นไปได้

“ชื่อ The Kheha มาจากลูกชายนะ” อินทิราเผยตอนใกล้จบ

“สามีแต่งกลอนเก่ง ชื่อที่เขาตั้งจะยากมาก เป็นสวรรค์เป็นอะไร มันเพราะแต่มันไม่ใช่ พอลองคิดว่าเป็นที่พักนักเดินทาง ลูกชายก็บอกว่า เคหาไง แปลว่าบ้าน ภาษาอังกฤษก็เขียนสวยนะแม่”

เส้นทางของบ้านหลังนี้ไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว หลังจากที่สร้างเสร็จก็เจอกับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกแรกปะทะเข้ามาทันที นักเดินทางทั่วทุกมุมโลกมาไม่ได้เหมือนที่คาดไว้ The Kheha ก็ไม่ได้เปิดเต็มทุกฟังก์ชันอย่างที่ตั้งใจ ด้านล่างที่เคยเตรียมไว้เป็นรีเซปชันและ Working Space จึงได้ปรับเป็นร้านอาหาร

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

คอนเซ็ปต์ของการตกแต่งเป็นไทยผสมตะวันตก คอนเซ็ปต์ของอาหารเองก็เช่นกัน โดยเชฟที่มาช่วยทำเมนูออกแบบให้อาหารมีความผสมผสาน อย่างสปาเกตตี้ผัดกะเพรา หรือครัวซองต์กับมัสมั่น ฟังดูไทยแต่ก็มีอะไรใหม่ ๆ เข้าไปด้วย

“มัสมั่นรสชาติเหมือนกินที่บ้านที่แม่เราเคี่ยวเอง แต่ก็ปรุงแต่งอะไรให้มันไปตามคอนเซ็ปต์” อินทิราเล่า ก่อนบอกว่าเมนูเด็ดที่สุดของที่นี่ คือข้าวน้ำพริกกากหมูปลาทูทอดและไข่เจียวมหาศาล (ที่แปลว่าเครื่องเยอะ)

“จากที่เราไม่เคยคิดว่าจะเป็นร้านอาหารอย่างสมบูรณ์ พอทำแล้วกลับประสบความสำเร็จ เราก็เลยโชคร้ายในโชคดี โชคดีในโชคร้าย

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

“Space ที่เคยบอกว่าดูกว้างก็เลยโอเค ไม่ต้อง Cozy แล้ว กลายเป็นร้านอาหารที่เพดานโปร่ง นั่งสบาย ลูกค้าไม่รู้สึกอึดอัดเวลามาทาน”

แม้บาร์ด้านบนดาดฟ้าที่ตั้งใจให้เป็นไฮไลต์จะไม่ได้เปิดใช้เพราะสถานการณ์โรคระบาด ห้องพักหลายห้องที่เตรียมไว้ก็เปิดได้บางห้อง แต่ถึงอย่างนั้นอินทิราก็ยังนำพาความคึกคักมาสู่บ้านหลังนี้จนได้ ด้วยการใช้ Space ที่ยังไม่ได้กั้นเป็นห้องชัดเจนมาจัดนิทรรศการศิลปะ

ปี 2021 เราได้มาร่วมงานนิทรรศการ ‘วันศิลป์ พีระศรี’ อยู่ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นอินทิราชวนเพื่อน ๆ ในแวดวงเดียวกันให้นำงานศิลปะเกี่ยวกับอาจารย์ศิลป์มาแสดง ทั้งภาพวาดและประติมากรรม เมื่อวางอยู่ใน Space ที่มีลวดลายฝีมือศิษย์สำนักอาจารย์ฝรั่งแล้วก็ได้บรรยากาศไม่น้อย

“ช่วงที่จัดงานอาจารย์ศิลป์ก็รื้อเมนูที่อาจารย์ชอบขึ้นมาทำ” เจ้าของร้านชาวศิลปากรกล่าว 

“เคยมีเพื่อนของเพื่อนเป็นศิลปินจากนิวยอร์ก มาเช่าพื้นที่เป็นสตูดิโออยู่เป็นเดือน ๆ ด้วยนะ” พื้นที่ที่ว่าคือห้องลายไทย แต่เธอบอกว่า จริง ๆ แล้วทุกชั้นที่มีพื้นที่เปล่า ๆ ใช้เป็นสตูดิโอได้ทั้งหมด “ตอนนี้ก็มีศิลปินจากเยอรมนีกำลังจะมาเหมือนกัน เขาเห็นตึกแล้วมันดึงดูด พอขึ้นไปดูแล้วก็บอกว่าเจ๋งมาก”

“Living in an art space.” อินทิราว่า

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

จากที่คุยกันกว่า 2 ชั่วโมง สำหรับเรา The Kheha คือความไม่คาดฝัน ตั้งแต่แนวคิดของเพนติ้งที่มาจากมุมมองของอินทิราว่า ประเทศไทยสนุกสนาน คาดการณ์ไม่ได้ มาจนถึงการทำงานที่ต้องแก้ปัญหาระหว่างทางกันไม่ได้พัก และเมื่อเปิดใช้งานก็มีการปรับเปลี่ยนฟังก์ชัน ซึ่งผลที่ออกมาก็ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

ท้ายที่สุด เราจบลงด้วยการช่วยกันระดมสมองว่า ต่อไปที่นี่จะแปลงร่างเป็นอะไรได้อีกบ้าง ซึ่งก็ได้ข้อสรุปหลวม ๆ ว่า The Kheha ต้อนรับทุกคนที่ชอบศิลปะ เห็นคุณค่าของงานที่ทีมงานช่วยกันลงไม้ลงมือและลงใจเต็มร้อย โดยสามารถติดต่อเข้ามาใช้พื้นที่ในตึกที่ยังว่างได้แบบไม่จำกัดว่าจะใช้ทำอะไร อาจจะทำสตูดิโอ จัดสัมมนา จัดเวิร์กชอป หรือหากอยากเช่าดาดฟ้าไปจัดกิจกรรม รับลมชมดาวก็ได้เช่นกัน

ดูเหมือนว่าตึกลายแผนที่โบราณ อดีตตึกธนาคารนี้จะเล่นสนุกได้อีกเยอะ

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

Writer

พู่กัน เรืองเวส

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load