การเที่ยวตามเส้นทางรถไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องยากแล้ว ออกจะสนุกด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเส้นที่ผ่ากลางย่านเมืองเก่าอย่างสายสีน้ำเงิน (MRT) หรือผ่าใจกลางเมืองหลากหลายย่านแบบสายสีเขียว (BTS) หรือออกไปชานเมืองอย่างรถไฟ รฟท. แต่ที่เราว่าง่ายที่สุดที่จะออกไปเที่ยวในแบบฉบับของการเดท หรือใช้เวลากับคนพิเศษแบบเต็มวันและมีความวาไรตี้ก็คงไม่พ้นสถานที่ที่ไม่ค่อยวุ่นวายมาก หรือสถานที่ที่มีเวลาพูดคุยทำความสนิทสนมกันให้มากขึ้น และมีรถไฟสายหนึ่งที่เหมาะสมทีเดียว นั่นคือ สายสีเขียว หรือบีทีเอสที่เราคุ้นเคยกัน

ปกติแล้วเราเองชอบเที่ยวตามแนวรถไฟอยู่แล้ว และคิดว่ามันคงจะดีนะถ้าสมมติว่า (ย้ำ สมมติว่า) เราได้เดทกับใครสักคนแล้วเที่ยวไปตามทางรถไฟเพื่อมีเวลาได้พูดคุยกันมันคงสนุกไม่น้อย แต่ตอนนี้ไม่มีใครเลยลองเที่ยวคนเดียวไปก่อน เส้นาทงของการเที่ยวนั้นคงใช้คำว่าไปเรื่อย ๆ ดีกว่า ซึ่งถ้านั่งไปเรื่อย ๆ แล้วลองทำความรู้จักย่าน ๆ นั้นไปด้วยมันก็คงเหมือนการล่า RC ไปอีกแบบ

ว่าแต่จะเริ่มต้นยังไง

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

อันดับแรก มาทำความรู้จักกับรถไฟสายสีเขียวหรือ BTS ก่อน

ที่เรียกว่า BTS เพราะว่าในช่วงที่กรุงเทพมหานครริเริ่มโครงการ ได้ให้สัมปทานการก่อสร้างและเดินรถกับเอกชน บริษัทที่ได้เป็นผู้ดำเนินการสายนี้คือ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC จึงมีการเรียกว่ารถไฟฟ้าบีทีเอส

ลักษณะเส้นทางแบ่งเฉดสีเขียวออกเป็น 2 เฉด

สายสีเขียวอ่อน หรือสายสุขุมวิท เริ่มต้นจากสถานีคูคต จังหวัดปทุมธานี มาตามถนนพหลโยธิน ผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หมอชิต อนุสาวรีย์ชัย สยาม แล้วเข้าสู่ถนนสุขุมวิท ผ่านอโศก เอกมัย อ่อนนุช บางนา เข้าเขตจังหวัดสมุทรปราการที่สำโรง ปากน้ำ และไปสุดสายที่สถานีเคหะฯ มีความยาว 50 กว่ากิโลเมตร และเป็นรถไฟ Metro ที่ยาวที่สุดด้วย

สายสีเขียวเข้ม หรือสายสีลม เริ่มต้นจากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ผ่านสยาม เข้าศาลาแดง สะพานตากสิน ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ไปวงเวียนใหญ่ แล้วไปสุดที่สถานีบางหว้า เป็นสายที่สั้นกว่าเขียวอ่อนมาก

ทั้งสองสายมีการเชื่อมต่อที่สถานีสยามซึ่งอยู่ใจกลางเมือง ปกติแล้วถ้าเราจะเปลี่ยนจากเขียวอ่อนไปเขียวเข้ม หรือเขียวเข้มไปเขียวอ่อนก็ต้องใช้สถานีสยามนี่แหละในการเปลี่ยนขบวนเปลี่ยนเส้นทาง แต่ถ้าโชคดีเราก็อาจจะได้เจอขบวนรถข้ามสายจากเขียวอ่อนไปเขียวเข้มได้

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

นอกจากนั้นแล้วเรายังมีสิ่งหนึ่งอยากให้ทุกคนสังเกต คือสีประจำสถานี ที่จะอยู่บริเวณราวสถานี ราวบันได และหลาย ๆ ส่วนประกอบ เพื่อให้คนนั่งรู้ว่าตอนนี้ขบวนรถของเราอยู่ในโซนไหนแล้ว

ขอโน้ตไว้ก่อนว่าสีประจำสถานีนั้นอยู่เฉพาะส่วนสัมปทานที่สร้างโดย BTS เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับส่วนต่อขยายที่สร้างโดย รฟม. และกรุงเทพมหานคร

สถานีสยาม เป็นศูนย์กลางของเส้นทาง ตัวสถานีใช้สีแดง จากนั้นจะแยกออกเป็นทิศ รวมถึงรหัสประจำสถานี

ทิศเหนือ ใช้สีส้มประจำสถานี ใช้รหัสตัวย่อ N เริ่มตั้งแต่ราชเทวี N1 ไปเรื่อย ๆ จนถึงคูคต 24

ทิศตะวันออก ใช้สีเขียวอ่อนประจำสถานี โดยสถานีโซนนี้จะใช้รหัสตัวย่อ E เริ่มตั้งแต่ชิดลม E1 ไปถึงเคหะฯ E23

ทิศตะวันตก ใช้สีฟ้าประจำสถานี มีเพียงสถานีเดียวเท่านั้นคือสนามกีฬาแห่งชาติ รหัส W1

ทิศใต้ ใช้สีม่วงประจำสถานี เริ่มตั้งแต่สถานีราชดำริ S1 ไปจนถึงสถานีบางหว้า S12

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

เอาล่ะ เมื่อมารู้จักกับรถไฟฟ้าบีทีเอสคร่าว ๆ แล้ว ก็เริ่มออกเดินทางกันเลยแล้วกัน

ก่อนอื่น ถ้าจะเที่ยวแบบขึ้นลงเยอะขนาดนี้ ถ้าซื้อตั๋วรายเที่ยวก็คงไม่มีเงินไปกินไปเที่ยวกันแล้ว เราเลยแนะนำให้ซื้อ ‘ตั๋ววัน’ เป็นบัตรโดยสารที่ใช้ได้ไม่จำกัดเที่ยวในวันที่ซื้อ จะขึ้นจะลงกี่สถานีในระบบบีทีเอสก็ตามในราคาแค่ 140 บาท เหมาะกับการเที่ยวรายทางบีทีเอสแบบจุก ๆ ทั้งใกล้ ทั้งไกล ยิ่งเข้า-ออก ระบบบ่อย ๆ เท่าไหร่ยิ่งคุ้ม ตั๋ววันจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการเดินทาง

สถานที่ที่เราจะเที่ยวได้ในเส้นทางนั้นมีเยอะมาก ถ้าหากจะจัดคอร์สให้สักคอร์ส แบบเริ่มต้นกันง่าย ๆ ไม่หอบ เราอยากให้เริ่มต้นที่สถานีหมอชิตก่อนเลย และแน่นอนว่าที่นั้นคงไม่พ้น ‘ตลาดนัดจตุจักร’

หมอชิต (N8) : ตลาดนัดจตุจักร

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

ตลาดนัดจตุจักร หรือ เจเจ เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่หนึ่งที่ได้รับความนิยมของทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากสถานีหมอชิตเดินตามถนนพหลโยธินมาเรื่อย ๆ ก็จะเจอทางเข้า ถ้าอยากจะเริ่มต้นที่นี่โดยไม่ต้องมาบีทีเอสก็ให้นั่ง MRT สายสีน้ำเงินมาลงที่สถานีกำแพงเพชรได้ ก็จะโผล่มาในตลาดเลย

เจเจ มีโซนขายของทั้งหมด 27 โครงการ มีตั้งแต่เสื้อผ้า งานหัตถกรรม หนังสือเก่า ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง งานศิลปะ ของแต่งบ้าน เครื่องปั้นดินเผา และเยอะแยะไปหมด ชนิดที่ว่าถ้าใช้เวลาเดินคงเต็มวัน แต่ถ้าใครที่มีหมุดหมายอยู่แล้วว่าอยากจะซื้ออะไร อยากจะเดินโซนไหนก็คงไม่ยาก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนักช้อปวัยรุ่นก็จะมาเลือกซื้อเสื้อผ้า

ที่ให้เริ่มต้นจตุจักรก่อน เพราะช่วงเช้าอากาศและผู้คนจะไม่สาหัสเท่าช่วงบ่าย แนะนำให้มาตั้งแต่ 9 โมงจนถึงไม่เกิน 11 โมง (2 ชั่วโมงก็ลิ้นห้อยแล้วนะ) มีเวลาเพียงพอที่จะซื้อเสื้อผ้าได้สบาย ๆ หรือจะเลือกพักเท้าด้วยของกินอร่อย ๆ ในตลาด ทั้งกาแฟสดที่มีให้เลือกหลากหลายแบบตั้งแต่ชงง่ายยันสโลว์บาร์ หรือที่กำลังเป็นที่พูดถึงก็คงไม่พ้นน้ำหวานเฮลบลูบอยโซดาที่มีทั้งน้ำแดง ซาสี่ มะลิ ครีมโซดา ดูดกินชื่นใจ

ขอโน้ตไว้ว่าตลาดนัดจตุจักรอากาศค่อนข้างร้อน ถ้าใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ มาเดินก็จะไม่ทำให้เสียพลังมากเพื่อให้ไปเที่ยวที่ต่อไปได้

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

จากตลาดนัดจตุจักร เราเดินทางต่อไปคาเฟ่เย็น ๆ ที่ทองหล่อได้ เส้นทางรถไฟช่วงนี้จะผ่าใจกลางเมืองในส่วนที่สำคัญ ๆ และมีสถานที่ให้เราแวะได้ (ถ้ามีเวลาหรือแพลนสำหรับทริปถัดไป) เช่น สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก็มีพระราชวังพญาไทซึ่งเป็นพระราชวังในช่วง ร.5 ที่สถาปัตยกรรมสวยงามมาก สถานีพญาไท มีวังสวนผักกาดที่เป็นเรือนไทยของราชสกุลบริพัตรที่ปรับเป็นมิวเซียมที่น่าสนใจ สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ มีหอศิลป์ BACC ที่แสดงงานศิลปะและนิทรรศการน่าสนใจ รวมถึงพิพิธภัณฑ์จิมป์ทอมป์สันในซอยข้าง ๆ

พอเข้าโซนสายสุขุมวิทก็มีสถานีอโศกติดกับห้าง Terminal 21 ที่ฟู้ดคอร์ต Pier21 อาหารหลากหลายและราคาถูก จนมาถึง ทองหล่อ สถานีปลายทางแรกของทริปนี้ 

ทองหล่อ (E6) : Voiij Coffee & Stuff

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

จากรถไฟฟ้าให้ออกประตู 3 จากปากซอยทองหล่อ เดินเข้าซอยไปประมาณ 1 กิโลนิด ๆ หรือถ้าไม่อยากเดินก็นั่งวิน 10 บาท คาเฟ่ Voiij Coffee & Stuff ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของอาคารปานจิตต์ ทาวเวอร์

ครั้งแรกที่เราค้นคาเฟ่น่าสนใจเพื่อพักเหนื่อย Voiij ทำให้เราหยุดที่จะเลื่อนนิ้วไปบนหน้าจอได้ การตกแต่งอาคารเหมือนบ้านเก่าให้ดูอบอุ่น ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองเข้าไปนั่งพร้อมจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ กับบรรยากาศของห้องนั่งเล่นรับแขกที่อยากล้มตัวลงไปนอน มีกลิ่นอายญี่ปุ่นนิด ๆ ทำให้เราเลือกจะมาที่นี่ได้ไม่ยาก

จุดเด่นของร้านคือการจัดโทนให้รู้สึกแบบมากินกาแฟบ้านเพื่อน มุมที่เราชอบที่สุดคือห้องกระจกขนาดใหญ่ที่มีโซฟาเล็ก ๆ ในนั้น เครื่องดื่มที่นี่ก็มีหลายแบบทั้งกาแฟ โซดา ช็อกโกแลต พร้อมขนมโฮมเมดอีก 4 – 5 อย่างที่เราจะได้รับคำแนะนำจากบาริสต้าว่ามีอะไรให้กินได้บ้าง แล้วค่อยเลือกเครื่องดื่มที่เข้ากัน

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

ชื่อของร้าน Voiij เกิดจากคำว่า Voyage เจ้าของร้านคือคุณจูเนียร์เล่าให้ฟังว่า ชอบเที่ยวต่างประเทศ ตอนแรกจะตั้งชื่อว่า Voyage แต่มีคนใช้ไปหมดแล้ว เลยไปเจอว่าถ้าดูคำว่า Voyage ในพจนานุกรมจะมีวิธีการอ่านออกเสียงห้อยท้ายเอาไว้ว่า Voiij ก็ลงตัวที่ชื่อนี้

เพราะอากาศที่ร้อน เราเลยสั่งยูซุโซดากับเค้กเลม่อนมากิน ฟังเพลงเบา ๆ สบาย ๆ ดูสไตล์การตกแต่งร้านแล้วเอาไปคิดต่อว่าจะต้องซื้ออะไรมาตกแต่งแบบไหนบ้าง ดูเหมือนว่าคาเฟ่นี้จะไม่ใช่แค่คาเฟ่ที่ตกแต่งสวย ๆ มีเครื่องดื่มดี ๆ แต่ผ่านการคิดมาแล้วว่าคนที่มาจิบกาแฟที่นี่ต้องได้รับการพักผ่อนทั้งกายและใจเหมือนอยู่ในบ้านหลังนึงที่อบอุ่น

และเหมือนจะมีพลังที่ดึงดูดให้เรานั่งจนไม่อยากขยับไปไหนเลย

ถ้ามีบ้าน เราก็คงแต่งแบบนี้แหละ

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

พักได้ระยะหนึ่งก็ต้องเดินทางต่อไปสถานที่ถัดไปซึ่งน่าจะเป็นไฮไลต์ด้วย ปลายทางของเราคือสถานีปากน้ำ จากทองหล่อให้เดินทางต่อไปอีก เราอยากบอกทุกคนว่าสายสีเขียวอ่อนมีระยะทางที่ยาวมาก เลยมีขบวนรถไฟตัดเสริมแทรกเข้ามาในแต่ละเที่ยว เช่น บางขบวนจะวิ่งแค่หมอชิต บางขบวนจะวิ่งแค่สำโรง หรือบางขบวนไปแค่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วิธีดูง่าย ๆ ตรงหัวขบวนจะมีหน้าจอตัวอักษรวิ่งอยู่เหนือหน้าต่าง มันจะคอยบอกว่าขบวนนั้นจะไปปลายทางที่ไหน ซึ่งถ้าเราเดินทางไปโซนสมุทรปราการ จะมีขบวนตัดเสริมสำโรง ถ้ารถไฟขบวนนั้นวิ่งมาและป้ายไฟวิ่งสีเหลืองเขียนว่า ‘เคหะฯ’ ก็ขึ้นขบวนนั้นได้เลย

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

ปากน้ำ : หอชมเมืองสมุทรปราการ

จากทองหล่อ รถไฟวิ่งไปตามถนนสุขุมวิท ผ่านบางนา เข้าเขตสมุทรปราการที่สำโรง วิวบนรถไฟช่วงนี้ค่อนข้างน่าดูเพราะยังไม่มีตึกสูงมากนัก เราจะมองเห็นโรงกลั่นน้ำมันบางจากอยู่ไกล ๆ เห็นบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ต่ำกว่าระดับทางรถไฟ เห็นสะพานภูมิพล และถ้าวันไหนฟ้าเปิดมาก ๆ จะมองเห็นเขาเขียวชลบุรีจากหน้าต่างรถไฟฟ้าด้วย

เมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาปรากฏกายที่หน้าต่างรถไฟ เราจะผ่านสถานีโรงเรียนนายเรือ ให้เตรียมตัวลงได้เลย สถานีปากน้ำเป็นสถานีถัดไป

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

สถานีปากน้ำ ตั้งอยู่บริเวณศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ จะว่าไปแล้วทางรถไฟสายสีเขียวส่วนนี้ทับเส้นทางรถไฟสายแรกของประเทศไทย ที่เริ่มต้นจากสถานีหัวลำโพงไปจนถึงสถานีปากน้ำด้วย ถนนสุขุมวิทช่วงตั้งแต่ช้างเอราวัณถึงปากน้ำก็สร้างทับแนวเส้นทางรถไฟสายปากน้ำด้วยเช่นกัน จากสถานีปากน้ำเราเดินไปริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อดูวิวตากลมเย็น ๆ ก่อนไปที่หอคอยชมเมืองได้ ฝั่งตรงข้ามคือพระสมุทรเจดีย์ มองไปทางขวาคือแนวตึกสูงย่านพระราม 3 สาทร สุขุมวิท ที่มองเห็นได้จากเมืองสมุทรปราการ เรือสินค้าเดินสมุทรขนาดใหญ่แล่นเคลื่อนผ่านไปเป็นระยะ ๆ บรรยากาศในช่วงบ่ายค่อนข้างดีทีเดียว ชมวิวสักพักก็นั่งมอเตอร์ไซค์ไปที่หอชมเมืองสมุทรปราการได้เลย

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

ยอมรับว่าเห็นมานาน แต่ก็ไม่เปิดสักที ในที่สุดก็เปิดจนได้ ที่นี่สร้างให้เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ แหล่งการเรียนรู้ และที่ชมวิว ด้านหน้ามีรถจักรไอน้ำสีดำกับรถรางสีเหลืองแดงจอดอยู่ ถึงแม้ว่ารถจักรคันนี้จะเป็นรถจักรไอน้ำของสายแม่กลอง แต่ก็น่าจะเป็นสัญลักษณ์ถึงการเป็นเมืองปลายทางรถไฟสายแรกของสยามได้

หอชมเมืองสมุทรปราการสามารถดูวิวได้ 360 องศาบนชั้นที่ 23 ส่วนด้านล่างเป็นส่วนจัดแสดงและมีผู้นำชมคล้าย ๆ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ซึ่งต้องลงทะเบียนและต่อคิวก่อนรับชม แต่ถ้าใครอยากพุ่งตัวมาชมแค่วิว เพียงกดลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้น 23

ออกมาจากลิฟต์พบกับกระจกที่รายล้อมและเห็นวิวกันแบบ 360 องศา ถ้าวันฟ้าเปิดจะเห็นทัศนียภาพไกลถึงชลบุรี

แล้วเราเห็นอะไรจากบนนี้บ้าง

เริ่มทีละทิศก่อนเลย ถ้าเราอยู่ฝั่งแม่น้ำคือทิศตะวันตก จะมองเห็นแนวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทอดผ่านสมุทรปราการและกรุงเทพฯ บางส่วน เห็นความเขียวของฝั่งตรงข้ามเมือง ดูเรือลำใหญ่ (ที่ลำเหลือนิดเดียวจากหอคอย) พระสมุทรเจดีย์

ทิศใต้ เห็นปากแม่น้ำเจ้าพระยาที่กว้างมาก มองไปลิบ ๆ จะเห็นเรือเดินทะเลอยู่ปากอ่าว รวมถึงเกาะสีชังไกล ๆ

ทิศตะวันออก เห็นเมืองทางฝั่งบางปู มีแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวยาวเป็นสาย มองไปไกล ๆ จะเห็นเขาเขียว จ.ชลบุรี หรือถ้าซูมจากกล้องก็จะเห็นท่าเรือแหลมฉบังด้วย หากใครตาดีก็จะเห็นเครื่องบินเทคออฟจากสนามบินสุวรรณภูมิอีกต่างหาก

ทิศเหนือ มองเห็นกรุงเทพฯ แนวแม่น้ำโค้งไปมา คุ้งบางกะเจ้า ทางรถไฟฟ้าบนถนนสุขุมวิท และฉากหลังเป็นตึกสูงย่านสุขุมวิท สาทร พระราม 3 อยู่ไกลลิบ ๆ

บนนี้เราใช้เวลาได้อย่างเต็มที่ การมองดูเมืองผ่านมุมสูงโดยรอบ ๆ ไม่มีอาคารสูงที่ใกล้เคียงทำให้มุมมองของเมืองนั้นมันยิ่งสวยงามเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะเมืองที่มีส่วนผสมของทั้งบ้านเรือน อาคาร แม่น้ำ ต้นไม้ ปากอ่าว หรือแม้แต่ภูเขาที่มองเห็นได้ชัดเจน

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

เซนต์หลุยส์ (S4) – สะพานตากสิน (S6) : ดูตึก – ล่องเจ้าพระยา

เวลาบ่ายแก่ ๆ เราเดินทางย้อนข้ามไปอีกสายเพื่อไปอีกจุดโรแมนติกและชิลล์ ๆ นั่นคือแม่น้ำเจ้าพระยาตรงสาทร เราต้องนั่งรถไฟจากปากน้ำยาวไปที่สยาม (CEN) เพื่อเปลี่ยนขบวนเป็นสายสีลม (เขียวเข้ม) ไปที่สถานีสะพานตากสิน

แต่ด้วยความที่เส้นนี้ผ่านย่านธุรกิจที่มีตึกและทัศนียภาพสวย เราเลยขอเลือกลงที่สถานีเซนต์หลุยส์ (S4) สถานีน้องใหม่ล่าสุดเพื่อถ่ายรูปรถไฟฟ้ากับตึกสวย ๆ ก่อน

สถานีเซนต์หลุยส์ เดิมชื่อสถานีศึกษาวิทยา เป็นสถานีในอนาคตที่เป็นสถานีทิพย์คู่กับสถานีเสนาร่วมที่ยังไม่ได้สร้าง เนื่องจากพื้นที่ระหว่างสถานีช่องนนทรีและสุรศักดิ์ มีชุมชนและผู้ใช้บริการค่อนข้างเยอะ รวมถึงโรงเรียน โรงพยาบาล ศาสนสถาน สถานีศึกษาวิทยาเลยถูกปลุกผีขึ้นมา ก่อสร้างระหว่างที่มีรถวิ่งไปด้วยและเปลี่ยนชื่อเป็นเซนต์หลุยส์ให้สอดคล้องกับพื้นที่โดยรอบที่คนรู้จักมากกว่าศึกษาวิทยาที่เป็นชื่อซอย

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

ขอบคุณรถไฟฟ้าบีทีเอสมากที่ให้ผู้โดยสารเดินไปถ่ายรูปเล่นปลายชานชาลาได้ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้โดยสารต้องไม่อยู่ในพื้นที่ต้องห้ามที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

ปลายชานชาลาฝั่งสถานีช่องนนทรี มองเห็นตึกมหานครที่เป็นกระจกสีเข้มตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงินจัด มองไปไกล ๆ เห็นทางรถไฟตีโค้งซ้ายและมีสะพานสีขาวที่คร่อมแยกสาทร-นราธิวาส เอาไว้ เมื่อรถไฟขบวนแล้วขบวนเล่าวิ่งผ่านมา ก็จะเห็นภาพของรถไฟโค้งไปกับทางและฉากหลังเป็นตึกสูงของถนนสาทรเหนือและสาทรใต้

ถ่ายรูปหนำใจแล้วก็เดินทางต่อไปอีก 2 สถานีถึงสะพานตากสิน

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

สถานีสะพานตากสิน เป็นสถานีที่ประหลาด มีทางรถไฟเพียง 1 ทาง และ 1 ชานชาลาเท่านั้น เพราะตัวสถานีสร้างอยู่ตรงซอกของสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน ขบวนรถไฟจะต้องมีการรอหลีกที่นี่เพื่อเข้าสถานีได้ทีละขบวน

ตอนแรกสถานีนี้จะเป็นเพียงสถานีชั่วคราวและจะรื้อเมื่อข้ามไปฝั่งธนบุรีแล้ว แต่ด้วยความคับคั่งของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะผู้คนย่านบางรักและคนที่ต่อเรือเจ้าพระยา ทำให้สถานีต้องอยู่ต่อ โดยจะมีการปรับปรุงสถานีให้กลายเป็นทางคู่ มีชานชาลาเพิ่มอีก 1 ชานให้เหมือนกับสถานีทั่วไป และเบี่ยงเลนสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินไปข้าง ๆ เพื่อให้มีช่องว่างพอที่จะวางชานชาลาตรงกลางซอกนั้นได้

เช่นเดียวกันที่ปลายชานชาลา มุมนี้เหมือนมุมมหาชนที่คนจะชอบถ่ายรูปรถไฟอีกขบวนที่กำลังจะเข้าสถานี บางขบวนก็จะหยุดเป็นเป้านิ่งให้เราถ่ายรูปได้แล้วฉากหลังเป็นตึกสูง เป็นเอกลักษณ์ของสถานีสะพานตากสินเลยล่ะ

เมื่อเราลงจากสถานีไปก็จะเชื่อมต่อกับท่าเรือสาทรที่ให้เลือกได้ว่าจะนั่งเรือฟรีไปไอคอนสยาม ไปเอเชียทีค หรือจะนั่งเรือด่วนเจ้าพระยา เรือ Mines Ferry ล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยาไปทางราชวงศ์ สะพานพุทธ วัดอรุณ หรือวังหลังก็ได้ การชมวิวสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่เราชอบ และพาเราไปที่เที่ยวใหม่ ๆ ที่อยู่ย่านใจกลางเมืองเก่ากรุงเทพฯ ได้เหมือนกัน ไว้รอบหน้าเราจะพาเที่ยวอีกรูทหนึ่งที่สายเมืองเก่าจะประทับใจไม่รู้ลืม

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

สยาม (CEN) : Siam Walking Street

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

กว่าจะเที่ยวครบพระอาทิตย์ก็คล้อยลับฟ้า แสงเย็นสวยงามอย่าบอกใคร ที่สุดท้ายที่ไปจบทริปได้นอกจากริมแม่น้ำ เพียงแค่นั่งเรือย้อนกลับมาท่าสาทรอีกครั้ง แล้วจับรถไฟไปสยาม

สยามแสควร์ แหล่งรวมวัยรุ่น แฟชั่น และกิจกรรม ยิ่งช่วงนี้มีถนนคนเดินสยามที่มีของน่ารัก ๆ ขาย ก็ยังมีกิจกรรมเต็มถนนในสยามร้อน ทั้งการแสดงดนตรีจากน้อง ๆ นักเรียนนักศึกษา คัฟเวอร์แดนซ์ หรือถ้าบางทีจังหวะดีก็จะมี K-Pop Random Dance ให้เราไปแจมกันได้อีกด้วย

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

นอกจากบนถนนแล้ว ในส่วนห้างหรือส่วนตึกต่าง ๆ ในสยามก็มีที่ให้เดทกันได้อีก

ใครอยากจะชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ก็ให้ไปที่ตึก SIAMSCAPE ชั้น 10 ออกไปรูฟท็อปดูแสงสุดท้ายของวันค่อย ๆ คล้อยลับตา

ใครอยากไปถ่ายรูปกับเพื่อนหรือคนรู้ใจก็ไปที่ Lido Connect มีตู้ถ่ายรูปเยอะแยะ นึกถึงสมัยเราเด็ก ๆ ที่ต้องถ่ายรูปตู้สติกเกอร์เป็นกิจกรรมวัยรุ่นยุค 90 – 00

หรือใครอยากจะดินเนอร์กันที่นี่ก็มีร้านอาหารให้เลือกเยอะไปหมด น่าจะเป็นการจบทริปที่ดีสำหรับการเที่ยวตามแนวรถไฟฟ้าใน 1 วันก็ได้

ลองออกแบบการเดินทางของคุณเอง แล้วมาเล่าให้อ่านกันบ้างนะ

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

ภาพ : วันวิสข์ เนียมปาน และ รัฐศิลป์ ภวันตพงศ์

เกร็ดท้ายขบวน

  1. จะเลือกตลาดนัดจตุจักรเป็นรายการสุดท้ายก็ได้ แต่ต้องดูเวลาดี ๆ ว่าปิดกี่โมง และส่วนใหญ่ช่วงเย็นร้านก็จะปิดเยอะแล้ว
  2. ทองหล่อ เอกมัย ย่านนี้คาเฟ่ค่อนข้างเยอะ ลองดูมาก่อนคร่าว ๆ ว่าอยากไปที่ไหนก็จะช่วยวางแผนการเดินทางได้ดี
  3. ถ้าใครอยากเลือกที่จะจบทริปที่บางปู ก็ให้นั่งรถไฟไปลงสถานีเคหะฯ สุดสายปลายเขียวอ่อน แล้วนั่งแท็กซี่ต่อไปอีกไม่ไกลมาก บางช่วงจะมีนกนางนวลเต็มสะพาน ดูพระอาทิตย์ตกดิน กินข้าวที่ร้านอาหาร โรแมนติกสุด ๆ

Writer & Photographer

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

Along the Railroad

เรื่องราวและเรื่องเล่าเกี่ยวกับรถไฟจากชายผู้ใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟมาตลอด 30 ปี

ทุกครั้งที่นั่งรถไฟ สายตามักจับจ้องอยู่นอกหน้าต่างรถไฟ และเมื่อไหร่ที่รถไฟเข้าโค้ง ก็มักจะดึงความสนใจให้มองออกไปเพื่อแค่จะดูรถไฟขบวนยาวเข้าโค้ง มีหัวรถจักรอยู่ข้างหน้า แล้วตามมาด้วยรถพ่วงอีกหลายสิบคัน ภูมิประเทศแปลกตาเมื่อไม่ได้มองเห็นรถไฟเป็นเส้นตรงพุ่งไปข้างหน้า พร้อมสนุกไปกับการนับตู้รถไฟทั้งขบวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ามีกี่ตู้ ใช้สายตามองผ่านกล้องแล้วบันทึกภาพลงไป 

แม้ว่าการนั่งรถไฟเป็นร้อยเป็นพันครั้งในปีหนึ่งจะผ่านโค้งต่าง ๆ ซ้ำไปซ้ำมา แต่โค้งที่ตั้งอยู่ที่เดิมมักมีอะไรไม่เหมือนเดิมสักครั้ง ตั้งแต่หัวรถจักรที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาลากรถไฟขบวนยาว สีของต้นไม้ใบหญ้าที่แตกต่างกันในแต่ละฤดู หรือแม้แต่ท้องฟ้าที่บางครั้งใส บางครั้งเต็มไปด้วยเมฆ หรือบางครั้งจะมีสายฝนเทกระหน่ำ

ทั้งหมดที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้ คือโค้งที่สวยสำหรับเราหลากหลายที่บนเส้นทางรถไฟในประเทศไทย ที่เราอยากชวนคุณไปดูไปเห็นโค้งเหล่านี้บ้าง

พร้อมแล้วก็ตีตั๋วขึ้นรถไฟไปพร้อมกันได้เลย

พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม

รายรอบกรุง

บ้านโพ-บางปะอิน

เป็นเพราะว่าทางส่วนใหญ่ในภาคกลางและรายรอบกรุงเทพฯ นั้นเป็นพื้นที่ราบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทางตรง โค้งส่วนใหญ่เลยเป็นโค้งที่ค่อนข้างกว้าง ไม่ได้เห็นหัวรถได้ชัดมาก แต่ถ้าเป็นโค้งที่เราชอบจะอยู่ระหว่างสถานีบ้านโพกับบางปะอิน ต้องเป็นเฉพาะรถขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงเย็นเท่านั้น เพราะแสงสีทองของพระอาทิตย์ใกล้อัสดงจะทาบลงบนตัวตู้รถไฟจนสีสันของรถไฟถูกขับออกมา ตัดกับสีของต้นไม้ใบหญ้าบนทางรถไฟนั้น 

และถ้าให้ดีที่สุด รถที่อยู่บนนั้นต้องเป็นขบวนรถนำเที่ยวรถจักรไอน้ำที่กำลังกลับกรุงเทพฯ ด้วย

พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม

บางปะกง

ย้ายไปทางทิศตะวันออกกันบ้าง ทางรถไฟสายตะวันออกส่วนใหญ่เป็นทางตรงค่อนข้างเยอะมาก โค้งสวย ๆ ก็เลยหายากตาม แต่สำหรับสายตะวันออกนั้น ถ้าเป็นโค้งที่ควรตั้งตารอจริง ๆ ต้องนั่งรถไฟเข้าไปในสายที่มุ่งหน้าไปพัทยา เมื่อเลยจากสถานีชุมทางฉะเชิงเทรามาไม่มากนัก ทางรถไฟจะยกตัวขึ้นเป็นสะพานสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเลยหลังคาตึก 

ใช่แล้ว นี่คือสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำบางปะกงซึ่งทอดตัวอยู่เหนือเมืองฉะเชิงเทรา มองไปรอบ ๆ คือบ้านเรือน ไกล ๆ จะเห็นวัดหลวงพ่อโสธร โรงพยาบาล โรงเรียน เจดีย์ และแม่น้ำบางปะกง สายเลือดใหญ่ของเมืองแปดริ้ว และบนสะพานนั่นเองรถไฟค่อย ๆ เทโค้งผ่านเหนือเมืองไป ตรงนี้เรียกได้ว่าเป็นทางรถไฟยกระดับเหนือเมืองสายแรก ๆ ของไทยเลยด้วยซ้ำ

พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม

ถ้ำกระแซ

ทางรถไฟสายกาญจนบุรีที่เลื่องชื่อลือนามไปไกลทั่วโลก เส้นทางรถไฟที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านสงครามมาหลายสิบปี ในวันนี้มันกลายเป็นทางรถไฟสายท่องเที่ยวที่โด่งดังสายหนึ่งของโลก

สะพานถ้ำกระแซเป็นสะพานตอม่อไม้ที่ตวัดโค้งไปมา ฝั่งหนึ่งเป็นแม่น้ำแควน้อย อีกฝั่งหนึ่งเป็นหน้าผา เวลาอยู่บนรถไฟนั้นเราจะเห็นเจ้างูเหล็กค่อย ๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างช้า ๆ มุมที่ดีที่สุดคือด้านซ้ายมือของรถไฟสำหรับเที่ยวไป และขวามือของขบวนรถสำหรับเที่ยวกลับ วินาทีที่รถไฟเคลื่อนผ่านสะพาน ทั้งมือ หัว และกล้อง โผล่ออกมานอกหน้าต่างอย่างไม่ได้นัดหมาย และโค้งที่สวยที่สุดก็อยู่ทั้งปลายสะพานทั้งสองฝั่ง 

สำหรับตรงนี้ไม่มีขบวนไหนเป็นพิเศษ เพราะความพิเศษมันเกิดขึ้นกับทุกขบวน

พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม
พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม

ขึ้นเหนือ

ปางต้นผึ้ง-ห้วยไร่

เราพาขึ้นเหนือกันบ้าง 

จากกรุงเทพฯ ถึงศิลาอาสน์เป็นที่ราบมาเรื่อย ๆ โค้งสวย ๆ ก็พอมีอยู่บ้าง แต่ความน่าประทับใจไปอัดกันอยู่ตอนเหนือของเส้นทางมากกว่า เมื่อเริ่มเข้าสู่ภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเนินและภูเขา โค้งตั้งแต่ศิลาอาสน์เป็นต้นไปจนถึงลำพูนจึงเป็นโค้งแคบ ๆ ซะเป็นส่วนใหญ่

หลังจากผ่านสถานีปางต้นผึ้งมาระยะหนึ่ง รถไฟที่นั่งจะลอดอุโมงค์ปางตูบขอบ และไม่กี่โค้งจากอุโมงค์ด้านซ้ายมือของขบวนรถขาไป (ด้านขวาของขบวนขากลับ) เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่อยู่ลึกเข้าไปกลางหุบเข้า รถไฟทั้งขบวนเข้าโค้งอยู่เหนือหมู่บ้านนั้น

ในช่วงหน้าแล้ง ความเขียวขจีอาจจะหายไป แต่ถ้าปลายฝนต้นหนาว ความเขียวของต้นไม้จะขับกับสีขาวจาง ๆ ของหมอกที่จับอยู่บนยอดเขา หมู่บ้านนี้ชื่อว่าหนองน้ำเขียว อยู่ระหว่างสถานีปางต้นผึ้งกับห้วยไร่ 

โค้งที่สองเป็นระยะสั้น ๆ ก่อนที่รถไฟจะเข้าสู่อุโมงค์เขาพลึง วาร์ปไปถึงสถานีห้วยไร่ ซึ่งสถานีห้วยไร่ฝั่งทิศเหนือเป็นทางโค้งที่รถไฟหันข้างเข้าหาทิศตะวันออกพอดี สำหรับรถไฟเที่ยวเช้า แดดแรกของวันจะส่องเข้าเต็ม ๆ ดูสวยงามไปอีกแบบ

พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม
พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม

แก่งหลวง

แก่งหลวงจริง ๆ แล้วเป็นโค้งยอดนิยมของคนนั่งสายเหนือมาก ๆ โดยเฉพาะกับขบวน 51 แต่จริง ๆ แล้วโค้งนี้ถ่ายสวยได้ทั้งขาไปและขากลับ ถ้าขาไปก็ต้องเป็นรถเช้า ส่วนขากลับก็ต้องรถเช้าเหมือนกัน และที่สวยที่สุดคือรถเร็ว 102 เชียงใหม่-กรุงเทพฯ และรถท้องถิ่น 407 นครสวรรค์-เชียงใหม่ ที่จะมาถึงแก่งหลวงในช่วงราว ๆ 10 โมงเช้าทั้งคู่

จุดที่สวยที่สุดอยู่ตรงโค้งเกือบจะเกือกม้าก่อนถึงสถานีแก่งหลวงประมาณ 2 กิโลเมตร

ถ้ารถเที่ยวไป ขบวนยาว ๆ จะเห็นภูเขารูปสามเหลี่ยมอยู่ในฉากภาพด้วย แต่ถ้าหากเป็นรถเที่ยวกลับจะเห็นโตรกเขา ต้นไม้ และแม่น้ำยม เป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์มาก

ไม่น่าเชื่อว่าโค้งเดียวกัน แค่ปรับมุมมองก็ทำให้ภาพที่เห็นเปลี่ยนอารมณ์ได้จริง ๆ 

พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม
พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม
พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม

ห้วยแม่ลาน-ผาคัน

ห้วยแม่ลานคือชื่ออุโมงค์ที่ 3 นับตั้งแต่อุโมงค์แรกของสาย 

ผาคัน คือชื่อสถานีรถไฟที่อยู่ไม่ไกลจากอุโมงค์นี้

ถ้ามาจากกรุงเทพฯ เราจะถึงห้วยแม่ลานก่อน แต่ถ้ามาจากเชียงใหม่เราจะถึงผาคันก่อน ทั้งสองโค้งมีความต่างกันในอารมณ์ โค้งหนึ่งเป็นโค้งเข้าอุโมงค์ ส่วนอีกโค้งอยู่ในเขตสถานีที่มีต้นไม้ใหญ่เป็นองค์ประกอบในภาพ

โค้งห้วยแม่ลานนั้นหากมาจากกรุงเทพฯ ต้องลอดอุโมงค์เสียก่อน เมื่อโผล่ออกมาแล้วและเราอยู่ด้านท้ายจะเห็นหัวรถจักรตวัดขบวนโค้งขวาไปแบบหักศอกก็ว่าได้ แต่ถ้าเป็นรถขากลับกรุงเทพฯ และอยู่ท้ายขบวน โค้งนี้จะสร้างภาพของรถไฟขบวนยาวที่วิ่งเข้าอุโมงค์เล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในภูเขาด้านหน้า

มาถึงโค้งผาคันกันบ้าง มันเป็นโค้งรัศมีแคบมาก ๆ ตั้งอยู่ในสถานีผาคันเลย ตัวโค้งนั้นแคบชนิดที่ถ้าเราอยู่ตู้ท้ายของขบวนที่ยาวมาก ๆ จะมองไม่เห็นหัวรถจักร มันเป็นโค้งพิเศษที่ไม่ว่าเราจะมุ่งหน้าไปเชียงใหม่หรือมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ก็สวยงามเหมือนกันทั้งสองฝั่ง

พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม
พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม

แม่ตานน้อย

สถานีแม่ตานน้อยเป็นจุดสตาร์ทก่อนขึ้นทางลาดชันบนอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ลักษณะเด่นของสถานีนี้คือการถูกจัดวางลงบนทางรถไฟโค้งรูปตัว S โดยมีอาคารสถานีอยู่ตรงกลางพอดิบพอดี 

การโผล่หัวออกไปนอกหน้าต่างตอนรถไฟกำลังเข้าสถานีจะมองเห็นทางรถไฟโค้งไปมา มีสถานีเล็ก ๆ โอบล้อมด้วยธรรมชาติตั้งอยู่ ปกติแล้วรถขึ้นเหนือช่วงเช้าจะมาถึงในเวลาที่พอเหมาะ แสงไม่แข็งจนเกินไป 

ถ้าเราโชคดี มีการรอหลีกที่สถานีนี้ ก็เป็นจุดที่สวยงามในการลงไปเดินเล่นบนชานชาลาเพื่อถ่ายรูปรถไฟที่โค้งตวัดซ้ายขวาโดยมีฉากหลังเป็นป่าเขียว

พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม
พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม

ทาชมภู

โค้งที่ไม่ควรพลาดที่สุดของสายเหนือ และเป็นโค้งสุดท้ายของเส้นทางสายเหนือของบทความนี้ ทำเลที่ดีที่สุดคือด้านขวาของขบวนรถเที่ยวไปเชียงใหม่ ส่วนเที่ยวขาเข้ากรุงเทพฯ นั้นถ่ายรูปสวยน้อยกว่า โอกาสเดียวที่จะถ่ายรูปได้ก็คือการนั่งรถไฟขึ้นไปเชียงใหม่เท่านั้น

จากสถานีขุนตานไปไม่เกิน 15 นาที เมื่อแมกไม้สองข้างทางเริ่มเบาบาง เสียงหวีดรถไฟดังขึ้นถี่ ๆ เป็นสัญญาณว่ารถไฟกำลังจะถึงตีนดอย ซึ่งมีสะพานทาชมภูตั้งอยู่ตรงนั้น สุดปลายตาตรงโค้งนั้นคือสะพานโครงคอนกรีตสีขาวสะอาดตัดกับสีของต้นไม้ ท้องฟ้า และภูเขา 

เรามีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการลั่นชัตเตอร์ภาพนั้น ก่อนรถไฟทั้งขบวนจะข้ามสะพานและห้อตะบึงต่อไปจนถึงปลายทางเชียงใหม่

พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม
พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม

ล่องใต้

หลังสวน

จากเหนือแล้วเราไปล่องใต้กันบ้าง ส่วนใหญ่แล้วรถไฟสายใต้จะวิ่งในเวลากลางคืนและบางขบวนก็จะเริ่มทักทายแสงอาทิตย์ยามเช้าแถว ๆ ชุมพร

โค้งแรกที่เราไม่ปล่อยให้หลุดสายตาไปคือโค้งสถานีหลังสวน โค้งนี้ตั้งอยู่ปลายสุดชานชาลาของสถานีหลังสวน จังหวัดชุมพร ไม่ว่าจะเป็นรถล่องใต้ หรือขึ้นกรุงเทพฯ ก็จะถ่ายภาพโค้งนี้ได้สวยทั้งนั้น 

เมื่อรถไฟขาล่องใต้จอดที่สถานีหลังสวน เบื้องหน้ารถจักรนั้นเราก็จะเห็นโค้งยาวไปทางซ้าย มีสัญญาณไฟเขียวไฟแดงอยู่ตรงปลายโค้งนั้น เมื่อสิ้นเสียงหวีดสัญญาณว่ารถไฟจะเคลื่อนออก เสียงคำรามของรถจักรค่อย ๆ ดังขึ้น พร้อมรถไฟขบวนยาวค่อย ๆ บิดตัวไปตามโค้งซ้ายโดยมีฉากหลังเป็นภูเขา ต้นไม้ และตึกแถว ถือได้ว่าเป็นน้ำจิ้มของทางรถไฟสายใต้ตอนล่างที่เราจะเจอโค้งสุดสวยถัดไปในอีกประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ๆ

พา ‘เข้าโค้ง’ ชมสารพัดโค้งตามเส้นทางรถไฟในไทยที่แฟนพันธุ์แท้คัดมาให้แล้วว่าต้องไปชม

สุราษฎร์ธานี

สถานีสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่ในอำเภอพุนพิน ริมแม่น้ำตาปีที่มีควนมีเนินมากมายอยู่ในตัวอำเภอนั้น 

เพราะมีควนและแม่น้ำ ทางรถไฟเลยตัดตรง ๆ ไม่ได้ มีโค้งทั้งขาเข้าและขาออกสถานีจนถ้ามองผ่าน Google Maps จะพบว่ามันบิดโค้งไปมาซะเป็นตัว S หลายตลบ

โค้งแรกอยู่ทางทิศเหนือของสถานีสุราษฎร์ธานี เมื่อรถไฟข้ามสะพานจุลจอมเกล้าแล้ว เส้นทางจะบิดตัวไปทางขวา เสียงล้อเบียดรางดังเอี๊ยดอ๊าดพร้อมหักโค้งเข้าสู่สถานี ด้วยฉากหลังเป็นบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บนควน (เนินเขา)

ยัง ยังไม่จบ ใครที่ไม่ได้ลงสถานีสุราษฎร์ธานีก็ขอยินดีด้วย เมื่อออกจากสถานีทางรถไฟต้องเบี่ยงหลบเนินเขาเตี้ย ๆ เลยทำให้มีโค้งอีก 2 – 3 โค้งใหญ่ ๆ ตวัดไปตวัดมาซ้ายทีขวาที จากฉากเมืองก่อนต้นไม้ของภาคใต้จะค่อย ๆ กลืนเมืองให้หายไปเหลือแต่ความเขียวชอุ่มของป่า

โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน
โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน
โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน

อุโมงค์ช่องเขา

จากทุ่งสงไปถึงเขาชุมทอง มีเทือกเขานครศรีธรรมราชกั้นไว้อยู่ แน่นอนว่าเมื่อมีเขาก็ต้องมีโค้ง แถมให้เลยว่าหลายโค้งแน่นอน โดยเฉพาะตั้งแต่ออกจากสถานีช่องเขาไป ทางรถไฟจะลัดเลาะไปตามไหล่เขา หากนั่งรถมุ่งหน้าลงใต้ก็จะเห็นถนนเส้นใหญ่คดเคี้ยวไปมาอยู่ด้านล่างด้วยเช่นกัน

แต่มุมสวยจริง ๆ มันไม่ใช่เที่ยวล่องใต้ แต่เป็นเที่ยวขึ้นมากรุงเทพฯ มากกว่า 

โค้งที่สวยที่สุดมีอยู่ 2 ช่วง

ช่วงแรกคือจากสถานีร่อนพิบูลย์ เมื่อขึ้นเขามาเล็กน้อยจะมีโค้งที่เลาะสวนยางไปเรื่อย ๆ กับอีกที่หนึ่งคือโค้งสุดท้ายก่อนเข้าอุโมงค์ช่องเขา โค้งนี้เป็นโค้งที่สวยที่สุดของเส้นทางเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าถ้าใครนั่งรถไฟผ่านอุโมงค์นี้ต้องไม่พลาดถ่ายรูปเลยจริง ๆ 

โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน
โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน

เขาชุมทอง

โค้งมุมนี้ถ่ายได้จากฝั่งเดียวเท่านั้น คือขาออกจากสถานีนครศรีธรรมราช และขบวนที่ถ่ายได้สวยที่สุดคือรถด่วน 86 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ เท่านั้น

ทางรถไฟเข้าตัวเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเส้นทางแยกไม่ใช่ทางหลัก มันแยกจากเส้นทางสายใต้ที่สถานีชุมทางเขาชุมทอง ซึ่งตั้งชื่อตามภูเขาลูกหนึ่งที่ตระหง่านโดดเด่นอยู่ไม่ไกลจากสถานี

ถ้าเรานั่งรถไฟออกจากนครศรีธรรมราชมุ่งหน้าไปทางสถานีชุมทางเขาชุมทอง ก่อนถึงสถานีเพียงอึดใจเดียวรถไฟจะชะลอตัวเพื่อเลี้ยวโค้งเข้าสถานี และภาพข้างหน้านั้นก็คือรถไฟขบวนยาวที่มีเขาชุมทองตั้งตระหง่านอยู่ในเฟรม

โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน

สะพานข้ามแม่น้ำสายบุรี

เราพากันลงมาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้กันบ้าง 

โค้งนี้อยู่ระหว่างรอยต่อของจังหวัดยะลาและนราธิวาส มันเป็นทางโค้งยาว ๆ ที่มีสะพานคั่นอยู่ สะพานนั้นเป็นสะพานเหล็กสีดำขนาดใหญ่ข้ามแม่น้ำสายบุรี ไม่ว่าจะนั่งจากฝั่งสุไหงโกลกไปหาดใหญ่ หรือนั่งจากหาดใหญ่ลงไปโค้งที่มีสะพานอยู่ตรงกลางก็สวยสดงดงาม 

อีกหนึ่งความสวยงามของโค้งนี้คงเป็นเพราะมีแมกไม้ประดับอยู่เต็มก็ได้ 

ถ้าว่ากันตามตรงเราว่าโค้งนี้แอบถ่ายยาก เพราะคนที่ไม่ชินเส้นทางจะไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน ให้ตั้งหลักง่าย ๆ ว่า เมื่อรถไฟออกจากสถานีบาลอ (จากฝั่งหาดใหญ่) และรือเสาะ (จากฝั่งสุไหงโกลก) ให้เตรียมตัวได้เลย สะพานนี้อยู่ตรงกลางระหว่างสองสถานี

โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน
โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน

ไปอีสาน

เขื่อนป่าสัก

จากใต้เราไปโผล่อีสาน ขอพาไปเส้นที่เรียกได้ว่าน่าจะเป็นหนึ่งในทางรถไฟที่สวยที่สุดในประเทศไทย นั่นคือเส้นทางสายแก่งคอย-บัวใหญ่ ช่วงผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

จากสถานีแก่งเสือเต้นไปโคกสลุง มีสะพานเหนืออ่างเก็บน้ำอยู่ด้วยกัน 5 สะพาน เป็นสะพานโค้งเกือบหมดยกเว้นสะพานที่ 2 และสะพานที่ 5 ซึ่งเป็นทางตรง 

จุดโค้งที่สวยที่สุดคือสะพานที่ 3 และ 4 โดยสะพานที่ 3 เป็นจุดชมวิวของขบวนรถไฟนำเที่ยวรถไฟลอยน้ำ ส่วนสะพานที่ 4 อยู่ห่างกันไปนิดเดียว จุดเด่นของทั้งสองสะพานคือการโค้งไปในทิศทางที่ไม่มีเสาโทรเลขมาบดบัง แถมโค้งไปแนวเดียวกับความเวิ้งว้างของอ่างเก็บน้ำอีกด้วย ภาพที่เห็นจากหน้าต่างคือรถไฟขบวนยาวที่วิ่งไปบนท้องน้ำเหมือนกับรถไฟที่วิ่งลอยอยู่บนน้ำ

ขบวนไหนที่ผ่านทางช่วงนี้ในช่วงพระอาทิตย์ส่องแสงตั้งแต่เช้ายันเย็นก็สวยเหมือนกันทั้งนั้น โกงเป็นบ้า

โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน
โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน

ช่องสำราญ-บ้านวะตะแบก

เรายังคงอยู่ในเส้นทางสายแก่งคอย-บัวใหญ่ ตามมาถึงทางรถไฟในช่วงที่ผ่านจังหวัดชัยภูมิ

หลังออกจากสถานีโคกคลีมาแล้ว ทางรถไฟจะไต่ขึ้นเขาที่เป็นกำแพงผาตั้งระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน ถ้ามองออกไปนอกหน้าต่างผ่านทิวไม้จะมองเห็นเมืองโคกคลีค่อย ๆ ลดต่ำลง ทางรถไฟค่อย ๆ สูงขึ้นจนอยู่ ๆ ทางก็หักโค้งเข้าไปในถ้ำเขาพังเหย ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคอีสานของทางรถไฟ

เมื่อออกจากอุโมงค์ไม่นาน เราจะผ่านสถานีชื่อช่องสำราญ อันเป็นสถานีแรกของจังหวัดชัยภูมิ

อะไรคือความพิเศษ ช่วงทางจากช่องสำราญไปถึงสถานีบ้านวะตะแบก เป็นทางโค้งที่ถ้ามองออกไปนอกหน้าต่าง จะเห็นกังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ตั้งกระจายอยู่บนเขา เป็นฉากประกอบให้กับโค้งรถไฟของเรา 

นับตั้งแต่ออกจากสถานีช่องสำราญเราก็จะเจอโค้งรูปตัว S ที่มีคันทางสูงลิ่วข้ามเขาจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง รถไฟค่อย ๆ ไต่ระดับเขาไปเรื่อย ๆ ระหว่างทางก็ปรากฏกังหันลมใหญ่แบบบึ้ม ๆ ให้เห็นเป็นระยะ ๆ จนไปถึงสถานีบ้านวะตะแบก

โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน
โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน

โรงปูนหินลับ

โค้งสุดประทับใจของเราจะมีโค้งโรงปูนหินลับอยู่ในลิสต์เสมอ

ทุกครั้งเวลานั่งรถไฟขากลับจากอีสานเข้ากรุงเทพฯ เมื่อเคลื่อนขบวนออกจากสถานีหินลับ สถานีเล็ก ๆ กลางเขาที่มีโรงปูนซีเมนต์ตั้งอยู่ ทางรถไฟที่คดไปเคี้ยวมาขนานกันไปเรื่อย ๆ สามทางวิ่งจากสถานีหินลับยาวไปจนถึงโรงปูน และที่สุดปลายทางนั้นภาพของโรงปูนขนาดใหญ่ที่ซุกตัวอยู่กลางเขาก็ปรากฏตัวขึ้นจากมุมเหลี่ยมของเขา

บ้างก็ว่าเหมือนรถไฟวิ่งเข้าแท่นจรวด

บ้างก็ว่าเหมือนรถไฟวิ่งไปฮอกวอตส์

ก็แล้วแต่คนจะจินตนาการเอาเลย

โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน

มวกเหล็ก

โค้งสุดท้ายของบทความนี้กันแล้ว และนี่คือโค้งที่กำลังจะกลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำ นั่นคือโค้งตัว U ระหว่างสถานีมวกเหล็กกับสถานีกลางดง

ตามกายภาพแล้วมวกเหล็กเป็นแอ่งกระทะกลางหุบเขา ทางรถไฟวิ่งลงจากเขาที่หินลับลงมาที่ก้นแอ่งอันเป็นที่ตั้งของสถานีมวกเหล็ก ก่อนจะค่อยๆ ไต่ขึ้นไปบนขอบกระทะอีกฝั่งหนึ่ง ไอ้การที่ขอบทั้งสองมันมีความชันมากการไต่ระดับจึงต้องค่อย ๆ สไลด์โค้งขึ้นไปจนโค้งนั้นกลายเป็นรูปตัว U เมื่อมองมาจากอากาศ

เมื่อโครงการรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา-ถนนจิระ สร้างแล้วเสร็จ รถไฟที่วิ่งสู่ภาคอีสานจะใช้เส้นทางใหม่ที่เป็นสะพานสูงลัดข้ามเมืองมวกเหล็ก ไม่ต้องผ่านเส้นทางเก่าแล้ว นั่นหมายความว่ารถไฟส่วนใหญ่จะไม่ได้ผ่านโค้งนี้อีก ซึ่งมันจะประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้มากโข แต่ก็ต้องแลกมากับวิวโค้งอันทรงคุณค่าที่หายไป

โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน
โดดขึ้นรถไฟ ตามแฟนพันธุ์แท้ไปชม ‘โค้ง’ ทั่วประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือน

นี่คือโค้งที่สวยที่สุดสำหรับเรา แล้วคุณล่ะมีโค้งในดวงใจเวลานั่งรถไฟไหม

ถ้ายัง ก็ตีตั๋วไปนั่งรถไฟแล้วเก็บภาพโค้งสวย ๆ กันครับ

Writer & Photographer

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load