ให้เวลา 10 วินาที ลองนึกชื่อเพื่อนบ้านหรือเพื่อนข้างห้อง และคนที่ถัดจากนั้นไปอีกจนครบทั้งหมู่บ้านหรือทั้งชั้น หลายคนอาจไล่ชื่อได้ไม่ครบ บางคนเจอกันข้างนอกยังนึกไม่ออกเลยว่าเราอยู่คอนโดฯ เดียวกัน แต่เมืองแห่งนี้ที่เราบินลัดจอพาไปชม จะทำให้คุณจำเพื่อนบ้านได้จนครบทั้งหมู่บ้าน เพราะ Haveforeningen Harekær เมืองบรอนด์บี้ (Brøndby) ประเทศเดนมาร์ก หรือที่ใครๆ เรียกกันติดปากว่า ‘Brondby Garden City’ ที่สร้างจากแนวคิดยูโทเปีย ซึ่งหลายคนยังไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง แต่สร้างมาแล้วเกือบ 60 ปี

จึงไม่แปลกใจที่โคเปนเฮเกนจะได้รับการประกาศโดย UNESCO ให้เป็น World Capital of Architecture ใน ค.ศ. 2023 

แล้วทำไมที่นี่ถึงวางผังเมืองล้ำไม่ซ้ำใคร โดยแบ่งเป็นบ้านในวงกลมเหมือนตัดพิซซ่าออกเป็นชิ้นๆ และการออกแบบเช่นนี้ ช่วยให้ผู้อยู่เปี่ยมสุขภาพกายใจ พร้อมทำให้สิ่งแวดล้อมของเมืองดีอย่างยั่งยืนได้อย่างไร เราจะพาย้อนกลับไปฟังเรื่องราวเบื้องหลังหมู่บ้านสีเขียวนอกเมืองพร้อมกัน

01 ทำไมต้องเป็นวงกลม

พูดถึงเดนมาร์ก นอกจากความหนาวหรือโคนม นี่เป็นประเทศที่คิดถึงสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเมืองมาเป็นอันดับแรกๆ และเราเชื่อเหลือเกินว่า Urbanism ที่พวกเขาให้ความสำคัญนักคือหัวใจหลักของการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนได้ 

หรือนี่จะเป็นสาเหตุของการสร้างหมู่บ้านเป็นวงกลม ?

จากแนวคิดเดิมของหมู่บ้านในศตวรรษที่ 18 ที่ชาวเมืองมักสร้างบ่อน้ำและพื้นที่รวมพลตรงกลางไว้ให้ชุมชนได้บอกเล่าเก้าสิบ สังสรรค์และแลกเปลี่ยนกัน เพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ของสังคมเพื่อนบ้านในละแวก 

รวมถึงผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนเมืองแห่งสวนอย่าง เอเบเนเซอร์ ฮาวเวิร์ด (Ebenezer Howard) เจ้าพ่อแนวคิดยูโทเปียหรือเมืองในอุดมคติ 

Brøndby Garden City หมู่บ้านวงกลมที่อยากเชื่อมสัมพันธ์จากเมืองถึงคนและพื้นที่สีเขียว
ภาพ : Ebenezer Howard

เอเบเนเซอร์ คือผู้เขียนเรื่อง The Three Magnets Diagram ไดอะแกรมแม่เหล็ก 3 อัน สรุปเรื่องเมืองเอาไว้ในหนังสือ Garden Cities of Tomorrow ว่าด้วยทฤษฎีการวางผังเมืองจำลอง บอกเล่าข้อดี-ข้อเสียของการวางผังแบบเมืองและชนบท ก่อนนำไปใช้กับเมืองในสวนว่า เรานำข้อดีและมีเมืองที่อยู่ร่วมกันอย่างสมดุลทั้งแบบชุมชนเมืองและเกษตรกรรม จนสร้างความเป็นอยู่ที่ดีทุกด้านผ่านการวางผังเมืองในฝันเช่นนี้ได้ ขนาด ลูอิส มัมฟอร์ด (Lewis Mumford) นักวิจารณ์สถาปัตยกรรมชื่อดังชาวอเมริกันยังกล่าวเอาไว้ว่า สิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ยิ่งใหญ่ในยุคต้นศตวรรษที่ 20 มี 2 อย่าง คือเครื่องบินและ Garden City นี่แหละ 

แนวคิดนี้กลายเป็นต้นแบบแลนด์มาร์กที่ล้ำสุดๆ ในยุคนั้น เลยเป็นแนวคิดสร้างหมู่บ้านลักษณะวงกลม-วงรีกันยกใหญ่ จน Oval Community Garden หมู่บ้านสวนวงกลม นำไปใช้เพื่อกระตุ้นให้เกิดสังคมแบบชนบทในเมืองหลวง คือทุกคนในบริเวณรั้วชิดจะได้สนิทกัน

Brøndby Garden City หมู่บ้านวงกลมที่อยากเชื่อมสัมพันธ์จากเมืองถึงคนและพื้นที่สีเขียว
ภาพ : Nicolas Cosedis

ต่อมา เอริก ไมกินด์ (Erik Mygind) ภูมิสถาปนิก เลยหยิบเอาแนวคิดนี้มาพัฒนาต่อยังเมืองบรอนด์บี้ กลายเป็นหมู่บ้านลักษณะเฉพาะตัว และ ค.ศ.1964 ก็ได้รับการอนุมัติจากเทศบาลเมืองให้จัดสรรพื้นที่นี้ขึ้นมา เพื่อกระตุ้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนและชุมชน เป็นหูเป็นตาให้กัน และรู้จักมักจี่เพื่อนบ้านทุกคนจนกลายเป็นสังคมเอื้อเฟื้อในอุดมคติขึ้นจริง

ด้วยหน้าตาแปลกประหลาด จินตนาการของผู้คนก็มองเจ้าหมู่บ้านในสวนหลากหลายมาก ทั้งเหมือนพวงองุ่นบ้าง ล้อรถบ้าง คนก็ว่านี่คืออารยธรรมจากนอกโลก 

แต่หลังจากโครงสร้างเสร็จไม่นาน ก็มีหลายบ้านเริ่มถูกจับจอง ปัจจุบันหมู่บ้านมีวงกลมทั้งหมด 24 วง ซึ่งแต่ละวงประกอบด้วยบ้านหลาย 10 หลังในพื้นที่ประมาณ 100 ตารางวา 

Brøndby Garden City หมู่บ้านวงกลมที่อยากเชื่อมสัมพันธ์จากเมืองถึงคนและพื้นที่สีเขียว

02 ทำไมถึงอยากอยู่เมืองนี้

ในระยะแรก การออกแบบเริ่มจากวงกลม 12 หน่วย ประกอบด้วยที่ดินจำนวน 284 ยูนิต ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นแปลงรูปลิ่ม หรือที่ใครหลายคนมองเหมือนชิ้นพิซซ่า แบ่งตามการจัดสรรของสมาชิกแต่ละกลุ่ม ทำให้ได้ออกมาเป็นพื้นที่อาคารสำหรับสร้างบ้านประมาณ 50 ตารางเมตร และอนุญาตให้ถือครองได้นานถึง 30 ปี 

จากนั้นเมื่อเกิดการประชุมผู้อยู่อาศัยหรือ ‘Folkets Hus’ ก็ลงความเห็นกันว่า ควรมีสวนเพิ่มเติม ขยายไปอีกฟากถนน เกิดเป็นหมู่บ้านวงกลมขบาบสองฟากฝั่ง แถมความน่ารักคือเขาแจกจ่ายอุปกรณ์เพาะปลูกเริ่มต้นและต้นไม้ให้ช่วยกันปลูกเป็นแนวรั้วและล้อมรอบพื้นที่ต่างๆ ส่วนที่ว่างก็ตกเป็นของชุมชนให้แวะเวียนมาทำกิจกรรมร่วมกันได้

Brøndby Garden City หมู่บ้านวงกลมที่อยากเชื่อมสัมพันธ์จากเมืองถึงคนและพื้นที่สีเขียว

ความน่าอยู่แรกคือ หมู่บ้านแห่งนี้ออกห่างจากตัวเมืองที่เสียงดังและแสนวุ่นวาย แถมยังมีสวนหน้าบ้านคอยลดเสียงรบกวนจากการทำกิจกรรม บรรยากาศรอบข้างก็สีเชียวเต็มที่ คนที่อยากดื่มด่ำกับธรรมชาติก็มาสูดอากาศได้เต็มปอด

สำรวจบ้านในวงกลมตามฉบับดินแดนอุดมคติของเดนมาร์ก เพื่อบ้านหลังที่สองของคนเมืองให้ปลูกต้นไม้และได้รู้จักบ้านข้างๆ

ข้อสองคือ แม้พื้นที่ค่อนข้างเล็ก แต่ที่นี่กลับมีความเป็นส่วนตัวและสร้างสัมพันธ์ได้ แม้มีกำแพงต้นไม้ที่กั้นแบ่งพื้นที่สำหรับบ้าน 16 – 24 หลังต่อหนึ่งโซนวงกลม ไม่ให้รบกวนกัน แต่สุดท้ายต้องใช้ทางออก รวมถึงลาดจอดรถหน้าบ้านร่วมกันอยู่ดี และมีลานกิจกรรมใช้จัดปาร์ตี้และแสดงดนตรีสด เพื่อกระชับมิตรฉันเพื่อนบ้านให้แนบแน่น

สำรวจบ้านในวงกลมตามฉบับดินแดนอุดมคติของเดนมาร์ก เพื่อบ้านหลังที่สองของคนเมืองให้ปลูกต้นไม้และได้รู้จักบ้านข้างๆ
สำรวจบ้านในวงกลมตามฉบับดินแดนอุดมคติของเดนมาร์ก เพื่อบ้านหลังที่สองของคนเมืองให้ปลูกต้นไม้และได้รู้จักบ้านข้างๆ
ภาพ : kolonihave.nu
สำรวจบ้านในวงกลมตามฉบับดินแดนอุดมคติของเดนมาร์ก เพื่อบ้านหลังที่สองของคนเมืองให้ปลูกต้นไม้และได้รู้จักบ้านข้างๆ
ภาพ : Per Asbjørn Thanning

ข้อสาม บ้านใน Brøndby Garden City มีระบบน้ำประปา-ไฟฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ครบ พร้อมการออกแบบที่คำนวณองศาการเอียงมาเรียบร้อย ว่าส่วนที่แคบที่สุดของพื้นที่จะรับแสงที่เพียงพอ รวมถึงพุ่มไม้ที่ไล่ระดับเพื่อรับแสงให้สังเคราะห์อย่างเต็มอิ่ม แถมถ้าผู้อยู่อาศัยอยากใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาสร้างเป็นความร้อนหรือไฟฟ้าก็ต่อเติมเองได้ พร้อมมีแปลงสวนจำนวน 284 แปลงให้ทำการเกษตรอีกด้วย 

ถ้าหลังจากฟัง 3 ข้อนี้ แล้วอยากบินไปซื้อบ้านอยู่บ้าง เราต้องแสดงความเสียใจล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ เพราะเขาเปิดให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในรัศมี 20 กิโลเมตรเท่านั้นถึงมีสิทธิ์จับจองแบบถาวรได้ แต่ไม่ได้ให้อยู่ทั้งปี!

Brøndby Garden City หมู่บ้านวงกลมที่อยากเชื่อมสัมพันธ์จากเมืองถึงคนและพื้นที่สีเขียว
ภาพ : Google Earth

แม้จะจับจองเป็นเจ้าของบ้านแล้ว ก็อยู่ได้แค่ช่วงเดือนเมษายน-ปลายเดือนกันยายนเท่านั้น เพราะตามกฎหมายท้องถิ่น จะป้องกันไม่ให้ใครก็ตามเข้าครอบครองทรัพย์สินนานกว่า 6 เดือนในแต่ละปี ดังนั้น ชาวเมืองที่ซื้อบ้านหลังที่สองเอาไว้ที่นี่ มักแวะมาแค่ช่วงหน้าร้อนเพื่อพักผ่อนหรือเพาะปลูก หลังจากนั้นจะกลับบ้านไปในช่วงฤดูหนาว ส่วนถ้าอยากได้สวนก็ต้องเช่าเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกคนได้เวียนกันมาใช้ได้

03 ทำไมอนาคตถึงควรมีเมืองในสวน

เห็นแบบนี้แล้ว ก็มีความคิดหลากหลายเกิดขึ้น บางคนอาจไม่ชอบใจเพราะผังเมืองที่แตกต่างจากบริเวณโดยรอบเหลือเกิน หรือเพราะมีข้อจำจัดบางอย่าง แต่หากลองมองอีกแง่มุม ทางทีมผู้สร้างเองก็พยายามเสนอวิธีการแก้ปัญหา โดยหยิบเอาทฤษฎีการวางผังเมืองในตำรามาบูรณาการชีวิตแบบในเมืองและพื้นที่สีเขียวเข้าไว้ด้วยกัน 

สำรวจบ้านในวงกลมตามฉบับดินแดนอุดมคติของเดนมาร์ก เพื่อบ้านหลังที่สองของคนเมืองให้ปลูกต้นไม้และได้รู้จักบ้านข้างๆ
ภาพ : Per Asbjørn Thanning

และที่สำคัญ หลังจากสืบค้นไปมาก็พบว่ามีหมู่บ้านวงกลมแบบไทยๆ เกิดขึ้นแล้ว ที่ ‘หมู่บ้านทัพไทย’ อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ซึ่งจัดสรรพื้นที่ให้ชาวบ้านที่ไร้ที่ทำกินตามแนวเขตชายแดนได้มีพื้นที่ทำกิน รวมถึงช่วยกันสอดส่องดูแลพื้นที่ร่วมกัน 

Brøndby Garden City หมู่บ้านวงกลมที่อยากเชื่อมสัมพันธ์จากเมืองถึงคนและพื้นที่สีเขียว
ภาพ : Google Earth

ไม่แน่นะว่าวิธีนี้จะทำให้เราอยู่ในชุมชนที่รู้จักกันทั่วถึงและเห็นกันได้ตามแนวรั้ว และสังคมแบบยูโทเปียที่คนรักใคร่แบ่งปันอาจเกิดขึ้นจริงได้ในสักวันหนึ่ง

ข้อมูลอ้างอิง

www.archdaily.com https://haveforeningen-harekaer.dk

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

“ไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ แต่กำเนิด หรือย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ 3 สิ่งที่ต้องมีคือ หนึ่ง ความสุข สอง ความสะดวกสบาย สาม ความปลอดภัย”

กรุงเทพมหานคร เป็นจุดศูนย์กลางของประเทศที่มีประชากรเยอะ และจะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ ‘โอกาสดี ๆ’ มากมายกระจุกกันอยู่ที่เมืองนี้ ตราบใดที่ยังเป็นเช่นนั้น ประเด็นที่ว่า ‘อะไรคือคุณภาพชีวิตที่ดีในแบบฉบับของคนในเมืองที่วุ่นวาย’ และ ‘ทำอย่างไรให้คุณภาพชีวิตแบบนั้นเกิดขึ้นจริง’ ก็เป็นโจทย์สำคัญที่โครงการคอนโดมิเนียมทั้งหลายจะต้องคำนึงถึง

วันนี้ พัชร์ธนิน ภัคไพโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และ รวิศชา วัฒนเลิศอุดม จาก ‘Artisan Ratchada’ คอนโดใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จะมานั่งคุยกับเราเกี่ยวกับการอยู่อาศัยที่ดีในมุมมองของพวกเขา

บทสนทนาเริ่มต้นในห้องตัวอย่างบรรยากาศสบาย ๆ ห้องหนึ่งในโครงการ

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

“กลุ่มที่พัฒนาเป็นชาวต่างชาติ เป็นคนจีนทางฮ่องกง เขาเริ่มวางแนวคิดของโครงการจากการใช้ชีวิตในฮ่องกง” พัชร์ธนินเริ่มเล่าที่มาที่ไปเป็นอันดับแรก

“ถ้าเราได้ไปเที่ยวฮ่องกง จะรู้สึกว่าชีวิตค่อนข้างสะดวกสบาย ทั้งเรื่องการอยู่อาศัย การเดินทาง และการจับจ่ายใช้สอยต่าง ๆ เขาก็เอาข้อดีเหล่านั้นมาย่อส่วนอยู่ในโครงการนี้”

Artisan Ratchada เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ยึดคอนเซ็ปต์ว่า ‘Craft Your Living, Connect Everything’ โดย Craft Your Living หมายถึง ผู้พักอาศัยจะได้ออกแบบการใช้ชีวิตที่เป็นตัวเองมากที่สุด และ Connect Everything หมายถึง การเชื่อมต่อทั้งในด้านทำเลและไลฟ์สไตล์ที่ลื่นไหล ไร้ข้อจำกัด ใช้ชีวิตได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไหนไกล

นอกจากความ ‘ครบถ้วน’ และ ‘ครบวงจร’ ที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ผู้บริหารยังตั้งใจสร้างชุมชนให้เป็นหมู่บ้านที่อบอุ่น ไม่แข็งกระด้างไปตามเมืองใหญ่ ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันดี พร้อมสนับสนุนลูกบ้านและชุมชนโดยรอบในด้านต่าง ๆ อยู่เสมอ

เรียกว่าเป็นทีมงานคนรุ่นใหม่ ที่มุ่งมั่นพัฒนาโครงการให้เข้าถึงหัวใจของการอยู่อาศัย ทั้งด้านฟังก์ชันที่ใช้ชีวิตอยู่ (อย่างมีประสิทธิภาพ) ได้จริง และด้านหัวจิตหัวใจ กับสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งต้องการจาก ‘บ้าน’ สักหลังที่เขาเลือก

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

ลงเสาเอก

ก่อนอื่นเราคงต้องแนะนำให้รู้จัก ‘RISLAND’ ซึ่งเป็น Developer ที่ดำเนินธรุกิจในหลายประเทศทั่วโลก เช่น ไทย ฮ่องกง อินโดนีเซีย อินเดีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และอเมริกา โดยโครงการพักอาศัยจะถูกพัฒนาให้เหมาะสม ตามโครงสร้างพื้นฐานและบริบทของประเทศนั้น ๆ

สำหรับที่ไทย ตอนนี้ RISLAND เปิดตัวไปแล้ว 7 โครงการ มีหมู่บ้าน Lake Serene ที่พระราม 2 คอนโด Cloud ทองหล่อ-เพชรบุรี คอนโด Skyrise Avenue สุขุมวิท 64 คอนโด Cloud Residences ที่สุขุมวิท 23 และคอนโด The Livin เพชรเกษมและรามคำแหง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นคอนโด High Rise ใกล้ BTS และ MRT

“มาถึง Artisan Ratchada” พัชร์ธนินเล่ามาถึงโครงการที่เรามาดูกันในวันนี้ “ที่ดินแปลงนี้ค่อนข้างใหญ่ เพราะฉะนั้นตอนพัฒนา เราก็เลยมองว่า ถ้าคนกลุ่มหนึ่งมาอยู่ตรงนี้จะอยากได้อะไรบ้าง”

อย่างที่เราได้เล่าไปตอนต้นว่า ทางผู้พัฒนามุ่งเน้นไปที่ความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย และการเชื่อมต่อของไลฟ์สไตล์ Artisan Ratchada จึงออกมาในลักษณะโครงการมิกซ์ยูส 34 ชั้น มีห้องพัก 1,337 ห้อง ชั้น 5 – 34 แยกเป็น 4 ทาวเวอร์ พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ผู้พักอาศัยแต่ละทาวเวอร์ใช้ร่วมกันที่ชั้น 4 รวมถึงส่วนพลาซ่าที่รวบรวมร้านต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน และส่วนสำนักงานที่ ชั้น 1 – 3

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

“ในพื้นที่ส่วนกลาง เรามีห้องสมุดขนาดใหญ่ คนที่อยู่ในห้องแล้วเบื่อก็ไปอ่านหนังสือในห้องสมุดได้ จะทำงานเราก็มีห้องประชุม หากต้องการใช้ก็จองกับทางนิติฯ ได้ หรือคนที่มีลูก อยากพาลูกมาเดินเล่น เราก็มีห้อง Kids Zone ที่มีเครื่องเล่นเด็ก”

สำหรับเราซึ่งเป็นผู้มาเยือนชั่วคราว แอบนึกภาพว่าหากได้อยู่ที่นี่ ห้องสมุดคงเป็นส่วนที่จะมาใช้เวลาในวันสบาย ๆ หยิบหนังสือสักเล่มสองเล่มลงมาจากห้อง แล้วปักหลักที่โต๊ะสักตัว

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

“ส่วน Outdoor ของเราก็บรรยากาศดีมาก” ไม่เกินจริงทีเดียว ทันทีที่เปิดประตูออกไปสูดอากาศภายนอกอาคาร ลมเย็นแรง ๆ ก็พัดมาปะทะ ชนิดที่ว่าหากใส่หมวก หมวกก็อาจจะหนีจากหัวไปง่าย ๆ ให้อารมณ์เหมือนเวลาไปพักผ่อนตามต่างจังหวัด

“ที่นี่ไม่ได้มีไว้สำหรับคนโสดหรือ Single Family เท่านั้น คนมีลูกหลายคนก็อยู่ได้”

ทั้งคู่บอกกับเราว่า พื้นที่ส่วนกลางของที่นี่เน้นว่าต้อง ‘ใช้ได้จริง’ สระว่ายน้ำก็ยาวระดับ Half Olympic ออกกำลังกายได้จริงจัง ห้องซาวน่า-ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก็กว้างขวาง เข้าไปใช้งานได้โดยไม่ต้องแย่งกัน

สำหรับโซนพลาซ่า ชั้นแรกเป็นร้านอาหาร ร้านทำเล็บ ร้านทำผม ร้านสะดวกซื้อ และร้านกาแฟ ชั้นสองเป็นคลินิก ออฟฟิศสำนักงาน และเอกซ์เพรสต่างๆ ส่วนชั้นสามเป็นออฟฟิศสำนักงานของบริษัทอื่น ๆ ซึ่งความเชื่อมต่อของไลฟ์สไตล์ก็คือทั้งหมดที่กล่าวมานี่แหละ

“เหมือนเราอยู่บ้านแล้วอยากซื้อของ ก็ไม่ต้องแต่งตัวมากเหมือนไปห้าง แค่ลงไปข้างล่างก็มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านทำผม ร้านกาแฟพร้อม” เธอเล่าข้อดีของความครบวงจรนี้ “เท่าที่เห็น ลูกบ้านก็แฮปปี้กับเรื่องนี้นะ เราเห็นคนใส่ชุดนอน ใส่สลิปเปอร์ลงมาเหมือนเขาอยู่ในบ้านเลย”

พลาซ่าชั้น 1 – 3 นี้ นอกจากจะอำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัยแล้ว ผู้คนในละแวกใกล้เคียงหรือคนที่สัญจรผ่านไปมาก็เข้ามาใช้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะมีแต่ลูกบ้านที่ขึ้นทาวเวอร์พักอาศัยได้ และต้องใช้การ์ดแตะไปที่ชั้นของตัวเองอย่างเจาะจงด้วย

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

นอกจากนี้ ‘เชื่อมต่อ’ ยังหมายถึงทำเลเชื่อมต่อกับภายนอกได้ดี เนื่องจากโครงการอยู่ใจกลางย่านรัชดา ซึ่งเข้าออกได้ 2 ทาง คือทางถนนเทียมร่วมมิตรและทางซอยประชาอุทิศ 24

ในส่วนขนส่งสาธารณะ ก็ใกล้กับ MRT ถึง 3 สถานี คือพระราม 9 ห้วยขวาง และศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยทางโครงการจะมีรถตู้รับ-ส่งไปถึงสถานี

แม้จะไม่ใช่ ‘ใจกลางเมือง’ แบบสีลม สาทร หรือสุขุมวิท แต่ก็มีห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน สถานศึกษา และโรงพยาบาลชั้นนำมากมายอยู่ในโซนนี้ อีกทั้งถือเป็นจุดที่เชื่อมเข้าไปกลางเมืองได้ง่ายด้วยถนนและทางด่วนหลายเส้น

ชีวิตดี ๆ ที่ออกแบบได้เอง

วาร์ปกลับมาที่ห้องพักของโครงการกันอีกครั้ง

ห้องพักที่นี่มียูนิตน้อย เพียง 8 – 12 ยูนิตต่อชั้น ขนาดตั้งแต่ 28 – 77 ตารางเมตร เหมาะสำหรับคนเมืองสมัยนี้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อเปิดประตูออกไปที่ระเบียง ก็ไม่รู้สึกว่าระเบียงห้องอื่นอยู่ใกล้ชิดกันจนเกินพอดี

“ระเบียงเรากว้างด้วยนะครับ” รวิศชาพูดพลางเลื่อนประตูออกไปหาทิวทัศน์ด้านนอก ซึ่งไม่มีอาคารสูงโดยรอบมาบดบังสายตา “หยิบคอมพิวเตอร์ไปนั่งชมวิวตอนกลางคืน พิมพ์งานได้สบายเลย”

“นี่ลูกบ้านเราย่างหมูกระทะกินกันด้วยนะ” พัชร์ธนินเสริมขึ้นมากลั้วหัวเราะ “เรางงเลย เห็นเขาเอาไปลงไอจี นี่ระเบียงเรานี่”

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

นอกจากนี้ ห้องพักยังเป็นส่วนที่อธิบายคอนเซ็ปต์ Craft Your Living ได้เป็นอย่างดี

Artisan Ratchada ใช้แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่ได้รับการยอมรับในไทยและต่างประเทศอย่าง IKEA โดยห้องตัวอย่างของแต่ละประเภท A, B, C, D, E และ F ตกแต่งด้วยผลิตภัณฑ์จาก IKEA ในสไตล์ที่แตกต่างกัน บ้างดูขี้เล่น บ้างก็ดูขรึม บ้างคลาสสิกหรูหรา ซึ่งเวลาขาย จะขายเป็นห้องเปล่า สมมติว่าลูกค้าต้องการห้องลักษณะและขนาดแบบ A แต่ตกแต่งแบบ D ก็ซื้อห้อง A และขอลิสต์เฟอร์นิเจอร์ห้อง D จากฝ่ายขายได้ ซึ่ง Interior Designer จะมาให้คำแนะนำและช่วยดูความเหมาะสมในการจัดห้องอีกที

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

“ในการขายคอนโด Pain Point หนึ่งที่เจอคือ ลูกค้านึกไม่ออกว่าจะตกแต่งยังไง วางโซฟายังไง เราก็เลยตกแต่งให้ดูทุกห้อง ในสไตล์ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง เพื่อให้ลูกค้าได้ไอเดียในการตกแต่ง” รวิศชากล่าว

จากที่เราได้เดินตามทั้งคู่ไปเยี่ยมชมห้องแต่ละประเภท ก็เข้าใจได้เลยว่า ลูกค้าคงจะได้เลือกสรรสไตล์ที่เหมาะกับตัวเองกันอย่างสนุกสนานไม่น้อย

“แต่ละคนมีความต้องการในการอยู่อาศัยที่แตกต่างกัน” เขาพูดต่อ “เราอยากให้ที่นี่เป็นที่ที่คุณได้ออกแบบพื้นที่เอง เข้ามาในห้องก็ต้องรู้สึกถึง Space ว่าที่นี่แหละคือ Place ของเรา รู้สึกว่าน่าอยู่จังเลย เป็นห้องที่จะทำอะไรก็ได้ที่เป็นตัวเรา ในเวอร์ชันที่เราชอบที่สุด”

ถัดไปจาก IKEA ทาง Artisan Ratchada ยังได้ Karmakamet แบรนด์เครื่องหอมชั้นนำของไทยมาออกแบบกลิ่นในแต่ละห้อง

“อย่างในห้องนี้จะมี 3 กลิ่น ห้องนั่งเล่นก็กลิ่นหนึ่ง ห้องนอนกลิ่นหนึ่ง ห้องนอนเล็กที่เป็นห้องเด็กก็กลิ่นหนึ่ง แต่ละห้องจะแตกต่างกัน”

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

นอกจากนี้ รวิศชายังชี้ชวนให้เรามองไปที่งานศิลปะบนผนังห้อง เป็นผลงานของ Illustrator คนไทย ซึ่งทางโครงการเลือกมาตกแต่งห้องตัวอย่าง เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสเลือกซื้อภาพสวย ๆ เหล่านี้ไปติดที่ห้อง ถือเป็นการสนับสนุนผลงานของคนไทยกันเอง

สิ่งเหล่านี้ เรามองว่าเป็นความพิถีพิถันของทีมงาน ในการส่งมอบประสบการณ์ดี ๆ ของการอยู่อาศัยให้ลูกบ้าน ทั้งทำให้ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นตัวเอง อบอวลอยู่ในกลิ่นที่ชื่นชอบ และสุนทรีไปกับงานศิลปะ ใครได้เข้ามาสัมผัสก็น่าจะประทับใจได้ไม่ยาก

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน
อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

ใจส่งถึงใจ

‘ความสัมพันธ์’ เป็นสิ่งที่ทางทีมงาน Artisan Ratchada ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ จึงได้มีการร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ อีกมากมาย เพื่อเข้าถึงหัวใจของทุกคนให้มากขึ้น

ตอนที่ซื้อห้อง ลูกค้าจะได้ Gift Voucher จากหลายแบรนด์เป็นของขวัญ ซึ่งลูกค้าเลือกไม่รับ แล้วไปรับสิทธิพิเศษอย่างอื่นแทนได้ตามความสมัครใจ

หลายครั้งทีมงานก็มอบของขวัญให้กับลูกบ้านในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งของขวัญล้วนเป็นแบรนด์ที่ทีมงาน ‘ตั้งใจเลือก’ มาอย่างดี เช่น เป็นผลงานดีไซเนอร์คนไทย หรือเป็นของดีที่อุดหนุนมาจากชุมชน

อย่าง ‘Moreover’ แบรนด์ของตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลจากดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ ก็มีการออกแบบกิฟต์เซ็ตแม่เหล็กเสริมฮวงจุ้ยมอบให้แก่ลูกบ้าน ทั้งยังเคยร่วมมือกับ Green Corner ซึ่งเป็นแบรนด์ต้นไม้ของคนไทย ออกแบบโซนสีเขียวบริเวณระเบียงห้องให้ลูกบ้าน หรือหากมีใครชอบทำอาหาร Glass House ก็เคยออกแบบแปลนห้องยูนิตพิเศษ กั้นโซนครัวเพื่อตอบโจทย์โดยเฉพาะ

“ไม่เฉพาะของตกแต่งนะคะ บางทีก็เป็นของกิน” พัชร์ธนินเล่าเพิ่มเติม “เช่น กล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์จากชุมชน ปลูกแบบไม่ได้ใช้สารเคมี และมีกระบวนการที่พิถีพิถัน ซึ่งเราก็เล่าสตอรี่ตรงนี้ให้ลูกบ้านฟังด้วย

“เวลาที่เรามอบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้ลูกบ้านหรือลูกค้า เราจะอธิบายถึงที่มาที่ไปของของขวัญอย่างละเอียด ถือเป็นการสนับสนุนแบรนด์ไปในตัว”

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

“ในช่วงโควิด เราอุดหนุนสินค้าของลูกบ้าน แล้วนำมาแจกจ่ายให้ชุมชนรอบ ๆ โครงการ” รวิศชาเล่าย้อนไปถึงช่วงที่สถานการณ์โรคระบาดกำลังหนักหน่วง

ช่วงวิกฤตแบบนี้มีคนได้รับผลกระทบกันเยอะ ลูกบ้านของ Artisan Ratchada เองก็เช่นกัน หากลูกบ้านคนไหนมีสินค้าที่อยากบริจาคให้ชุมชน หรือแม้แต่ให้ทางโครงการช่วยอุดหนุนธุรกิจขายข้าวกล่องหรือเครื่องดื่มเพื่อนำไปบริจาคก็ติดต่อได้ ซึ่งชุมชนที่เคยได้รับน้ำใจ ได้แก่ บริเวณปากซอยประชาอุทิศ 24 ชุมชนตรงถนนเพชรบุรี และชุมชนพระราม 9 ที่ใต้ทางด่วน

“ก่อนซื้อหรือหลังซื้อ เขาก็ยังเป็นลูกค้าของเรา เป็นคนสำคัญของเรา ฝ่ายขายจะไม่ตัดจบ แบบซื้อไปแล้วเท ไม่สนใจว่าเขาเจอปัญหาอะไร เพราะฉะนั้น ติดต่อฝ่ายขายได้ เราช่วยเต็มที่” เขาประกาศเจตนารมณ์

“ถ้าอยู่ในตึกแล้วมีอาชีพอะไรที่อยากให้เราช่วยประชาสัมพันธ์ หรือมีอะไรที่เราเป็นกระบอกเสียงได้ เราก็จะทำตรงนั้น”

เขาบอกว่า อยากให้ Artisan Ratchada เป็นที่ที่ทุกคนรู้สึกสบายใจเมื่อได้อาศัยอยู่

เหมือนเป็นหมู่บ้านแนวตั้งเลย เราออกความเห็น นึกภาพชุมชนที่ทุกคนเกื้อกูลกันเป็นอย่างดี

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

ความสุขที่ไม่หยุดนิ่ง

“เราพยายามพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยตลอดเวลา ฉะนั้นลูกค้าก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ” รวิศชาพูดต่อว่า อะไรที่ลูกบ้านต้องการหรือทำให้ลูกบ้านมีความสุข สะดวกสบายที่สุด แล้วพวกเขาทำได้ ก็จะเร่งทำขึ้นมา

“การที่อยู่แล้วแฮปปี้หรือไม่แฮปปี้ ทุกที่มันมีทั้งนั้น แต่อยู่ที่ว่า After Sales Service เราทำได้ดีขนาดไหน เร็วขนาดไหน

“เขารักแล้ว เขาเลือกเรา เขาตัดสินใจมาใช้ชีวิตอยู่ เราก็อยากรักษาความภูมิใจในโครงการของเรา และให้เกียรติเขาไปพร้อมกัน”

พัชร์ธนินพูดกับเราด้วยตาที่เป็นประกาย

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

เราเห็นถึงแพสชันในการพัฒนาคอนโดและความใส่ใจในการออกแบบแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ของทีม ทำให้มั่นใจไปด้วยว่า ลูกบ้านของ Artisan Ratchada จะได้รับการดูแลในทุก ๆ เรื่องด้วยความละเอียดอ่อนที่สุด

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load