The Cloud x Museum Siam

สะพานข้ามคลองคือหนึ่งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา ไม่ต่างจากอาคารเก่าแก่หรือป้อมปราการที่หลงเหลืออยู่ในพระนคร

ตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ การขนส่งและทัศนาจรนิยมใช้ทางน้ำเป็นส่วนใหญ่ เมื่อต้องขยายอาณาเขตเมืองพระนครให้กว้างขึ้น จึงต้องขุดคลองโดยรอบเพิ่มตามไปด้วย เมื่อคลองแบ่งเป็น 2 ฝั่ง การจะเชื่อมผู้คน วัฒนธรรม การค้าได้ ย่อมต้องมีสะพานพาดผ่าน ในเกาะรัตนโกสินทร์แห่งนี้เต็มไปด้วยสะพานที่เคยมีไว้ให้เกวียนข้าม ม้าเดิน ช้างผ่าน จวบจนคนเดินและพาหนะเดินทางผ่านไปมาในปัจจุบัน

สภาพของสะพานอาจจะดูเอี่ยมอ่องจากสีที่เพิ่งแต่งแต้ม การปรับเพิ่มโครงสร้างให้สะดวกต่อการใช้งานยิ่งขึ้นทำให้ผู้คนที่วนเวียนเดินผ่านไปมาประจำเคยชินราวกับเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก ทว่าสิ่งเหล่านี้กลับมีเรื่องราวที่น่าค้นหา มีความเป็นมาที่เก่าแก่ซ่อนอยู่ในทุกรายละเอียดการออกแบบ และรอให้คุณทำความรู้จักอยู่

สะพานเจริญรัช 31 

สะพานแรกในสะพานชุดที่ชื่อขึ้นต้นว่า ‘เจริญ’

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

ใครเคยมาเดินซื้อดอกไม้ที่ปากคลองตลาดน่าจะพอคุ้นหน้าคุ้นตาสะพานโค้งครึ่งวงกลม ที่มีลูกกรงเป็นปูนปั้นรูปเสือป่าถือดาบหันข้างอยู่บ้าง

สะพานเจริญรัช 31 เป็นสะพานชุดเจริญแรกที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อฉลองพระชนพรรษาครบ 31 ปี ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ทรงสืบราชสมบัติต่อจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังยังมีการสร้างสะพานเพื่อฉลองการครองราชสมบัติเพื่อใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ โดยใช้ชื่อนำว่า เจริญ อีกหลายแห่ง ได้แก่ สะพานเจริญราษฏร์ 32 ข้ามคลองมหานาค สะพานเจริญพาศน์ 33 ข้ามคลองบางกอกใหญ่ สะพานเจริญศรี 34 ข้ามคลองคูเมืองเดิม

กิจการเสือป่าที่ทรงสถาปนาคือที่มาของการใช้เสือป่าเป็นสัญลักษณ์ที่กึ่งกลางสะพานเป็นรูป คล้ายโล่จารึกนามสะพาน ล้อมด้วยลายใบไม้แบบยุโรป เหนือราวสะพานมีพระปรมาภิไธยย่อว่า ว.ป.ร. ประดิษฐานอยู่ตรงกลางรัศมี ปลายราวสะพานทั้งสองฝั่งมีแป้นกลมจารึกเลข 31 ซึ่งหมายถึงพระชนพรรษานั่นเอง

ที่อยู่ : หน้าสถานีตำรวจพระบรมมหาราชวัง ถนนจักรเพชร ตัดกับถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง

สะพานฮงอุทิศ 

สะพานของผู้ก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

ช้อนคู่กับส้อมฉันใด ป่อเต็กตึ๊งก็คู่กับเหตุด่วนเหตุร้ายฉันนั้น แต่ที่สะพานแห่งนี้ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรให้ต้องตื่นตกใจ เราเพียงอยากแนะนำให้รู้จักว่าสะพานปูนขนาดเล็กสีเหลืองนวล มีลูกกรงเหล็กดัดรูปดอกบัวสีเขียวเรียบง่าย ที่พาดผ่านคลองบางลำพู เป็นสะพานที่สร้างโดย พระอนุวัตน์ราชนิยม หรือที่รู้จักกันในนาม ยี่กอฮง นายอากรหวยคนสุดท้ายในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมไทยเรามาเนิ่นนาน

เมื่อมาเยือนสะพานแห่งนี้ เราสัมผัสกลิ่นอายของวิถีชีวิตริมคลองเช่นเดียวกับในอดีตได้ ทิวทัศน์สองฝั่งคลองยังคงความเป็นชุมชนดั้งเดิมไว้ น้ำคลองก็สะอาด หรือจะลองนั่งเรือท่องเที่ยวเส้นทางประตูน้ำ-บางลำพูที่อยู่บริเวณตีนสะพานก็น่าสนใจเหมือนกัน

ที่อยู่ : ซอยสามเสน 1 แขวงวัดสามพระยา

สะพานช้างโรงสี 

สะพานช้างข้ามรูปสุนัข

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์
แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

สะพานช้างโรงสีมีรูปปั้นหน้าสุนัขที่เสาหัวโค้งต้นสะพาน อยู่บริเวณถนนบำรุงเมือง เยื้องๆ กระทรวงกลาโหม ที่มาของชื่อสะพานมาจากสมัยต้นรัตนโกสินทร์ สะพานตั้งอยู่ใกล้กับโรงสีข้าวหลวงในขณะนั้น และถูกสร้างเพื่อใช้เป็นทางให้ช้างสัญจรขนของ จึงถูกเรียกว่าสะพานช้างโรงสี

ส่วนรูปปั้นหน้าสุนัขมาจากการแปลงสะพานไม้ซุงที่วางบนตอม่อก่ออิฐกลายเป็นคอนกรีต ใน พ.ศ. 2453 โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โปรดฯ ให้สร้างใหม่ เมื่อสร้างเสร็จก็ปั้นรูปสุนัขไว้เพื่อแสดงปีนักษัตรที่สร้างเสร็จนั้น และจะเป็นปีอะไรไปไม่ได้เลยนอกเสียจากปีจอนั่นเอง

ที่อยู่ : ริมคลองหลอด หลังกระทรวงกลาโหม แขวงพระบรมมหาราชวัง

สะพานปีกุน 

สะพานหมูแสนสง่า

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

สะพานนี้ไม่มีชื่อ เพราะเป็นเพียงสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กเล็กๆ จึงไม่ได้รับพระราชทานชื่อ แต่ได้ชื่อมาเพียงเพราะอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์หมูตรงเชิงสะพาน จึงถูกเรียกสะพานหมูหรือสะพานปีกุนไปโดยปริยาย และสะพานก็ถูกสร้างขึ้นในปีกุนพอดิบพอดี

สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานนี้ขึ้นในโอกาสเจริญพระชนมายุ 4 รอบ การออกแบบในอดีตนั้นเน้นรายละเอียดได้ดี เพราะเชิงสะพานมีเสาคอนกรีตเซาะร่องทั้งสองฝั่ง รวม 4 ต้น ซึ่งหมายถึงเทียนประทีปพระชันษา หัวเสาสลักรูปถ้วยประดับช่อมาลา มีวงรูปไข่ 4 วงทุกเสา หมายถึงรอบปี ซ่อนความหมายของผู้สร้างได้อย่างดี 

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

ใครผ่านไปมาก็แวะเข้าวัดทำบุญโดยใช้สะพานปีกุนนี้เป็นทางเชื่อมไปมาหาสู่ระหว่างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามได้

ที่อยู่ : ริมคลองหลอด หลังวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ถนนราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง

สะพานหก  

สะพานยกแบบฮอลันดา

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

หก หมายถึง สิ่งใดสิ่งหนึ่งเทลง หรือเอียงลง สะพานหกจึงมีชื่ออย่างตรงไปตรงมา จากการเป็นสะพานที่สร้างให้มีฟังก์ชันยกหกขึ้นหกลงให้เรือที่แล่นในลำคลองผ่านได้ และยังถูกสร้างถึง 6 สะพาน ทั้งในฝั่งธนบุรีและพระนคร

บ้างรู้จักกันในชื่อ สะพานหกแบบวิลันดา เพราะมีรูปแบบการสร้างตามอย่างสะพานฮอลันดา นิยมกันมากในปลายสมัยพระบามสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงต้นสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บัดนี้สะพานเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จากสะพานไม้เก่าเพื่อให้เรือแล่นผ่าน ได้ถูกเสริมเหล็กเพื่อเดินรถราง และค่อยๆ ถูกรื้อฟื้นสร้างขึ้นใหม่อยู่หลายครั้งหลายคราโดยพยายามคงรูปเดิมไว้ จนกระทั่งให้คนเดินในปัจจุบัน

ที่อยู่ : ริมคลองหลอด ใกล้สวนสราญรมย์ แขวงพระบรมมหาราชวัง

สะพานสมมตอมรมารค 

สะพานนี้อ่านว่าอะไร

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

หากผ่านไปแถวแยกสำราญราษฎร์ย่านประตูผี จะมีสะพานข้ามคลองที่อยากชวนคุณไปดู เชื่อเถอะว่าคุณอาจต้องหยุดเดิน ขยี้ตาสักสองสามที และพยายามอ่านชื่อสะพานนั้นซ้ำๆ อีกครั้ง

สพานสมมตอมรมารค ตามจารึกบนพนักสะพาน อ่านว่า สะ-พาน-สม-มด-อะ-มอน-มาก ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ แรกเริ่มเดิมทีสะพานแห่งนี้เคยเป็นสะพานไม้เก่า โครงล่างเป็นเหล็กแบบเลื่อนให้เรือสัญจรไปมาได้ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรียกกันว่าสะพานเหล็กประตูผี แต่พอทรุดโทรมลงเรื่อยๆ จึงสร้างขึ้นใหม่เป็นสะพานคอนกรีตแทน พร้อมลวดลายปูนปั้นประดับที่ตัวสะพานและลูกกรงที่จำลองเสาแบบไอโอนิกกั้นช่อง ถือเป็นหนึ่งในสะพานรอบกรุงที่น่าไปเดินข้าม และสนุกไปกับเปล่งเสียงอ่านชื่อให้ถูก

ที่อยู่ : ข้ามคลองบางลำพู ถนนมหาไชย แขวงบ้านบาตร

สะพานมหาดไทยอุทิศ 

เจ้าของฉายาสะพานร้องไห้ 

สะพานมหาดไทยอุทิศ
สะพานมหาดไทยอุทิศ

จากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงหมายมั่นมีพระราชประสงค์จะสร้างสะพานเชื่อมถนนฝั่งวัดสระเกศราชวรมหาวิหารกับถนนฝั่งราชดำเนิน เพื่อเป็นเส้นทางให้ประชาชนได้สัญจรไปมาอย่างสะดวก แต่สวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงร่วมกับกระทรวงมหาดไทยสร้างสะพานจนสำเร็จ เป็นสะพานคอนกรีตที่มีกลิ่นอายสถาปัตยกรรมตะวันตกชัดเจน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 5

ที่มาที่ไปของฉายาสะพานร้องไห้มาจากปูนปั้นกลางสะพานซึ่งเป็นประติมากรรมนูนต่ำรูปชายยืนจับไหล่เด็กและหญิงอุ้มเด็กด้วยท่าทางเศร้าหมอง ขณะที่ด้านบนมีสัญลักษณ์ประจำรัชกาลที่ 5 ประดับอยู่ เพื่อสื่อถึงความโศกเศร้าของประชาชนที่เคารพและอาลัยแด่กษัตริย์ผู้จากไปผ่านประติมากรรมนี้  

สะพานนี้มีอายุมากกว่า 100 ปี เป็นมรดกอันล้ำค่าที่ผ่านการบูรณะ ซ่อมแซม ปรับปรุง อยู่หลายครั้งตามโครงสร้างเดิม ที่เด่นชัดคือการปั้นกางเกงในเด็กชายขึ้นใหม่ หากผ่านไปย่านผ่านฟ้า ป้อมมหากาฬ ก็ลองไปเดินสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้

ที่อยู่ : ข้ามคลองมหานาค ถนนบริพัตร แขวงคลองมหานาค 

สะพานเฉลิมวันชาติ 

สะพานในย่านค้าธง

สะพานเฉลิมวันชาติ

รอยต่อข้ามคลองบางลำพูจากฝั่งถนนดินสอสู่ถนนประชาธิปไตย สะพานแห่งนี้เป็นแหล่งขึ้นชื่อเรื่องขายธงชาติในพระนคร เพราะมีร้านธงบรรณการ ร้านค้าธงแห่งแรกของไทย อยู่ในย่านนี้ เป็นร้านที่บุกเบิกการทำธงจนมีร้านค้าธงเกิดขึ้นตามมามากมาย พอพูดถึงสะพานเฉลิมวันชาติ ผู้คนในเมืองเก่าก็คงนึกภาพร้านธงตามมาในทันที สะพานสีครีมอ่อนรูปทรงเรียบง่ายพาดยาวข้ามคลอง อำนวยความสะดวกให้การสัญจรไปมาทั้งทางรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ จักรยาน ไปจนถึงผู้คน อีกทั้งใกล้ๆ กันนั้นยังมีร่องรอยประวัติศาสตร์บางส่วนของป้อมปราการยุคนธรให้ได้เดินแวะไปชมด้วย

สะพานถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2483 ในรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม และที่มาของชื่อนั้นก็เพื่อเฉลิมฉลองการประกาศให้วันที่ 24 มิถุนายนเป็นวันชาติไทย นอกจากนี้ ในปีเดียวกันยังมีการสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขึ้น รวมถึงการแทนที่คำว่า สยาม ด้วยคำว่า ไทย อีกด้วย

ที่อยู่ : ข้ามคลองบางลำพู ถนนประชาธิปไตย แขวงวัดบวรนิเวศ

สะพานผ่านฟ้าลีลาศ 

สะพานออกจากชั้นในไปชั้นนอก

สะพานผ่านฟ้าลีลาศ

เดิมสะพานมีเพียงโครงเหล็ก แต่เมื่อเริ่มสร้างถนนราชดำเนินขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้เกิดสะพานเชื่อมต่อถนนราชดำเนินในกับราชดำเนินนอกขึ้นเช่นกัน เป็นสะพานระยะสั้นที่อยู่ใกล้หนึ่งในกำแพงเมืองที่หลงเหลืออยู่อย่างป้อมมหากาฬ

สะพานผ่านฟ้าลีลาศ

สะพานที่ผสมผสานทั้งเหล็กและหินอ่อนเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงผสมผสานศิลปะไทยให้เข้ากับยุโรป โดยมีเชิงสะพานเป็นเสาหินอ่อนสูงประดับรูปหัวแกะไว้ แถมที่ตัวเสายังมีสีดำของสำริดเป็นลวดลายเรือไวกิ้งสุดประณีตอยู่ด้วย หัวเสาเป็นสำริดรูปหล่อพวงมาลา พื้นของสะพานจะเป็นหินอ่อนโค้งลาดลงสู่ถนนซึ่งต่างจากที่อื่นๆ ที่มักเป็นคอนกรีตเสียมากกว่า ส่วนราวสะพานนั้นกลับเป็นลูกกรงที่สลักลวดลายดอกทานตะวันและใบไม้

เพราะเป็นสะพานที่ใช้มีการสัญจรผ่านไปมา และเป็นทางแยกตัดผ่านของถนนหลายสาย จึงถูกปรับขยายผิวสะพานให้กว้างขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ยังคงความงามของศิลปกรรมสมัยโบราณไว้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ที่อยู่ : ใกล้ป้อมมหากาฬ แขวงวัดบวรนิเวศ 

สะพานผ่านพิภพลีลา 

สะพานที่ไม่เหมือนสะพาน

สะพานผ่านพิภพลีลา

หากขับรถผ่านโดยไม่สังเกตให้ดีจะไม่ทราบเลยว่าขับผ่านสะพานแห่งนี้ เหตุเพราะสะพานแทบไม่มีความโค้งชัน แบนราบเรียบไปกับถนน และเหลือฝั่งคลองคูเมืองเดิมให้เห็นเพียงด้านเดียว เพราะเมืองที่พัฒนาขึ้นทำให้เกิดการสร้างถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้ามาทับถมคลองอีกด้าน 

เดิมตัวสะพานใช้วัสดุทำจากโครงเหล็ก แต่เพื่อให้รับกับถนนราชดำเนินที่สร้างขยายใหม่ใน พ.ศ. 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานขึ้นใหม่ แข็งแรงและกว้างขวางกว่าเดิมเพื่อความสะดวกในการสัญจร ซึ่งสะพานนี้เปรียบเสมือนทางเข้าออกระหว่างราชดำเนินชั้นในและกลางด้วย

ที่อยู่ : เชื่อมระหว่างถนนราชดำเนินในและถนนราชดำเนินกลาง แขวงวัดบวรนิเวศ 

สะพานเจริญศรี 34 

สะพานหมายเลข 4 

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

เดินต่อลงมาทางใต้เลียบคลองคูเมืองเดิมตามเส้นถนนอัษฎางค์ จะพบอีกหนึ่งสะพานสีขาวตั้งอยู่เยื้องกับวัดบุรณศิริมาตยารามและศาลฎีกา

สะพานแห่งนี้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก เสริมแต่งด้วยปูนปั้นตรงลูกกรง และเชิงสะพานเป็นเสาปูนหล่อ 4 เสา ลักษณะเป็นรูปพาน มีเฟื่องอุบะแบบตะวันตก ซึ่งแท่นเสาจะมีเลข 4 หมายถึงปีที่ 4 แห่งการครองราชย์ และเป็นสะพานลำดับที่ 4 ในชุดสะพานเจริญ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระชนมพรรษา 34 พรรษา เป็นการเจริญรอยตามพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานเงินเพื่อสร้างสะพานชุด ‘เฉลิม’ ทั้ง 16 สะพาน แทนการพระราชทานเงินแก่คนยากจนตามประเพณีเดิม

ที่อยู่ : ถนนบุญศิริ แขวงพระบรมมหาราชวัง

สะพานอุบลรัตน์

สะพานหัวจระเข้

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

สะพานข้ามคลองที่ในอดีตรู้จักกันในชื่อ สะพานหัวจระเข้ สันนิษฐานว่าอาจมาจากราวสะพานที่เดิมทำเป็นรูปจระเข้ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศลแด่พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค กรมขุนอรรควรราชกัลยา เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กโค้งครึ่งวงกลมสวยงาม ประกอบด้วยลูกกรงลวดลายสลักแบบไทยๆ หากลองสังเกตดีๆ กลางสะพานมีลายดอกบัวในกรอบสี่เหลี่ยมประดับอยู่ด้วย  

ที่อยู่ : ถนนพระพิพิธ ข้ามริมคลองหลอด แขวงพระบรมมหาราชวัง


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

20 มิถุนายน 2561
8.92 K

เอกมัยเป็นย่านผู้น้องของทองหล่อ ไม่รุ่มรวยหรูหราเท่า แต่มีพื้นที่ให้ทดลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ความพิเศษของเอกมัยจึงอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงอันไม่หยุดหย่อน เมื่อร้านเก่าไปก็มีร้านใหม่มาแทนทันที ในแง่หนึ่ง ถนนสายนี้จึงเปรียบเหมือนเครื่องตรวจวัดให้ชาวกรุงเทพฯ ได้รู้ว่า ตอนนี้คนกำลังฮิตอะไรกันอยู่

ใน 7 ร้านที่เลือกมาแนะนำให้รู้จัก เราคิดว่าแต่ละร้านบ่งบอกถึงกระแสของเมือง (และกระแสของโลก) ได้อย่างดีว่ากำลังพัดไปในทิศทางใด บางกระแสอาจเป็นที่คุ้นเคย บางกระแสอาจดูแปลกใหม่ แต่ทุกอย่างล้วนสะท้อนภาพเมืองใหญ่ที่ชื่อกรุงเทพฯ ว่ากำลังเดินหน้าไปในทิศทางไหน ที่สำคัญ ที่เหล่านี้ไม่ใช่แค่บ่งบอกกระแสฮิต ร้านเหล่านี้ยังมีเสน่ห์ในตัวเองเต็มเปี่ยมที่รอให้คุณไปสัมผัส

หากพร้อมแล้ว เชิญสำรวจที่แห่งใหม่และคลื่นลูกใหม่ของกรุงเทพฯ กันเลย

 

01

นัดมาทำงานด้วยกันที่ Mashmellow

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

Startup และ Co-working Space คือเทรนด์สำคัญของไทยและโลกซึ่งสะท้อนอยู่ในที่ทำงานยุคใหม่ที่ชื่อ Mashmellow ในวิสัยทัศน์ของ โบ๊ท-ณดล ชัยปาณี ผู้ก่อตั้ง พื้นที่ซึ่งควรเกิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุนเหล่าสตาร์ทอัพ คือ Service Office ห้องทำงานที่พร้อมสรรพด้วยเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ หากใครรวมทีมขึ้นมาได้และมีไอเดียแล้ว ก็ไม่ต้องเสียเวลาหาสถานที่ เพียงทำสัญญาเช่า 3 เดือนกับที่ Mashmellow ก็เริ่มทำงานได้ทันที หรือใครไม่อยากเช่าห้องทำงานเพราะแยกกันทำงาน ก็มาเช่าแค่ห้องประชุมได้เหมือนกัน อะไรแบบไหนก็ได้ที่จะช่วยให้การทำงานสะดวกสบายและลื่นไหลที่สุด

ณดลเปลี่ยนตึกเก่าในเวิ้งให้เหมือนใหม่ ด้วยแนวคิดที่จะสร้างศูนย์กลางให้บริษัทรุ่นใหม่มีที่มาพบปะสังสรรค์กัน เขาให้ความสำคัญกับบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง และบุคลากรที่คอยช่วยเหลือดูแลทุกอย่างตั้งแต่รับพัสดุยันสั่งอาหาร เขาหวังว่าการที่บริษัทหลายแห่งมารวมกันอยู่ในบริเวณใกล้กันเช่นนี้ อาจช่วยให้เกิดประกายไปสู่การร่วมมือข้ามบริษัทได้ง่ายขึ้น

พื้นที่ของ Mashmellow มีอยู่ทั่วตึก ชั้น 6 และ 7 เป็นห้องสำนักงาน ห้องประชุม และที่นั่งทำงาน (ถ้าใครอยู่ยาว มีห้องอาบน้ำให้ด้วยนะ!) ชั้น 8 เป็นส่วนให้กินข้าวและพักผ่อน หรือบริษัทไหนจะมาจัดปาร์ตี้ตอนเย็นก็ได้ นอกจากนี้ ณดลก็กำลังมีแผนจะขยายไปชั้น 2 เพื่อทำเป็นพื้นที่ให้เช่าจัดกิจกรรมและเสวนาอีกด้วย

Mashmellow

ที่อยู่: ตึกด้านในสุดของเวิ้ง Park Avenue ระหว่างซอยเอกมัย 12 กับเอกมัย 14 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 08.00 – 21.00 น.
ติดต่อ: 088-9879565
Website: mashmellow.co

 

02

จิบกาแฟในร้านบรรยากาศเกาหลีที่ Spotlight

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

Lifestyle Shop คืออีกหนึ่งเทรนด์มาแรงในวันนี้ ที่ Spotlight ร้านของ Jay หรือฮวางวอนจอง ดีไซเนอร์หนุ่มชาวเกาหลีที่ย้ายมาอยู่ไทยด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าชอบอากาศร้อนที่กรุงเทพฯ และเกลียดฤดูหนาวของเกาหลีใต้ เป็นก้าวแรกของความฝันที่จะทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกเสื้อผ้าเกาหลีมาที่ไทย เจย์บอกว่าตอนนี้ร้านมีพื้นที่ให้นั่งกินอาหารและจิบกาแฟกันก่อน หากอดใจรออีกไม่นานจะมีเสื้อผ้าเก๋ไก๋สไตล์เกาหลีให้ช้อปกันได้ที่นี่

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เช้ายันดึก มีอาหารและเครื่องดื่มรองรับทุกสภาพอารมณ์ ตั้งแต่กาแฟในยามเช้า ไล่ไปจนถึงโซจูในยามค่ำคืน รวมถึงมีเมนูอาหารเกาหลีอีกด้วย ส่วนตัวได้ลิ้มลองแล้วพบว่าข้าวผัดกิมจิกับซุปกิมจิอร่อยมาก ส่วนสองเครื่องดื่มที่ทางร้านแนะนำคือ Green Espresso เอสเพรสโซผสมชาเขียว และ Shakerato ซึ่งอ่านออกเสียงแบบไทยๆ ได้ว่า เชก-ลาเต้ คือการนำกาแฟลาเต้มาเชก ทำให้ได้สัมผัสคล้ายฟองเบียร์ผสมเข้าไปด้วยนั่นเอง

Spotlight

ที่อยู่: ริมถนนเอกมัย ติดปากซอยเอกมัย 12 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดทุกวันตั้งแต่เช้า (ประมาณ 08.00 น.) ถึงดึกดื่น (ประมาณ 02.00 น.)
ติดต่อ: 097-2452630
Facebook: Spotlight

 

03

เสพงานภาพถ่ายสวยๆ ที่ House of Lucie

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

ยุคนี้ใครๆ ก็ชอบการถ่ายรูป และอุปกรณ์ถ่ายภาพดีๆ ก็ไม่ใช่ของหายากอีกต่อไป แต่ใช่ว่าทุกคนจะถ่ายภาพได้ดี นี่คือจุดเริ่มต้นของ House of Lucie หนึ่งในแกลเลอรี่ของ Hossein Farmani ประธานผู้ก่อตั้ง Lucie Foundation มูลนิธิซึ่งคอยให้รางวัลเชิดชูช่างถ่ายภาพฝีมือเอก และสนับสนุนช่างถ่ายภาพรุ่นใหม่ทั่วโลก เมื่อแรกมากรุงเทพฯ เขาตั้งใจจะตั้งแค่เพียง Rooftop Gallery สำหรับจัดแสดงงานเท่านั้น แต่เมื่อพบว่ามีคนไทยที่สนใจงานศิลปะมาก แกลเลอรี่จึงขยายมาเป็น House of Lucie ที่ไม่ได้ให้เพียงสุนทรียะเมื่อเสพงานศิลป์ แต่ให้ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพด้วย

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

เมื่อเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้น 2 ของตึก จะพบนิทรรศการแบ่งเป็น 2 ส่วน กำแพงรอบนอกจัดนิทรรศการถาวร แสดงผลงานภาพถ่ายอันมีชื่อเสียงของศิลปินรุ่นใหญ่ เช่นภาพ Afghan Girl หญิงสาวตาสีเขียวผู้โด่งดังบนหน้าปก National Geographic และภาพของดารานักแสดงคนดังอีกมากมาย ส่วนตรงกลางห้องจะมีกำแพงอีกชั้นหนึ่งสำหรับจัดนิทรรศการหมุนเวียน เปิดพื้นที่ให้ศิลปินหน้าใหม่ได้แสดงฝีมือด้วย หากดูแค่นี้ยังไม่จุใจ บนชั้น 3 ก็มีนิทรรศการอีก 2 ห้องนะ

นอกจากนิทรรศการภาพถ่าย ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีกิจกรรมสอนและฝึกถ่ายภาพที่จัดอยู่เรื่อยๆ งานหนึ่งที่จัดประจำและเราอยากแนะนำให้มาลองแจมกันดู คือ One Shot One Minute กิจกรรมเวิร์กช็อปที่ให้ผู้เข้าร่วมนำภาพถ่ายมากันคนละภาพ แล้วพูดคุยเกี่ยวกับภาพนั้นเป็นเวลา 1 นาที งานจะจัดเป็นภาษาอังกฤษในทุกจันทร์แรกของเดือน และจัดเป็นภาษาไทยในทุกเสาร์ที่ 3 ของเดือน หากใครอยากรู้จักโลกแห่งการถ่ายภาพให้ดีขึ้น ก็สมัครเข้าร่วมได้เลย ไม่เสียค่าใช้จ่ายจ้า

House of Lucie

ที่อยู่: ซอยเอกมัย 8 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดวันอังคาร-ศุกร์ 11.00 – 18.00 น. และวันเสาร์ 12.00 – 17.00 น. ปิดวันอาทิตย์และจันทร์
ติดต่อ: 095-4789987
Facebook: House of Lucie

 

04

เล่นกับกองทัพน้องหมาที่ Dog in Town

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

เพราะวิถีคนกรุงมักไม่เอื้ออำนวยให้เลี้ยงสัตว์ คาเฟ่สัตว์เลี้ยงจึงถือกำเนิดมาเพื่อเติมเต็มช่องว่าง แต่คงไม่มีที่ไหนใส่ใจเท่าร้าน Dog in Town ของ แม็กซ์-ชัยวัฒน์ ศิริศักดิ์ธนากุล ผู้ตั้งใจเลี้ยงสุนัขทั้ง 14 ตัวของร้านให้ทำหน้าที่เป็น ‘พนักงานร้าน’ โดยเฉพาะ เขานำพวกมันมาฝึกให้ชินกับการพบเจอผู้คนตั้งแต่เด็ก ผลก็คือสุนัขทั้งน้อยและใหญ่ต่างก็เป็นมิตร ไม่ตื่นคน และปฏิบัติตัวสุภาพเรียบร้อยเป็นระเบียบ ชัยวัฒน์มองว่าการทำคาเฟ่แบบนี้เป็นเรื่องดีกับทั้งคนและสุนัข คนเองก็ได้ผ่อนคลายโดยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องเลี้ยงดู ส่วนสุนัขก็ไม่ต้องถูกทิ้งขว้างบนถนนเมื่อคนเลี้ยงไม่ไหว

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

ภายในร้านมีพื้นที่ไม่ใหญ่ ทำให้ไม่ว่าจะนั่งอยู่ตรงไหนก็หันไปเล่นกับน้องๆ ได้ ส่วนพื้นที่หน้าร้านเป็นสนามหญ้า หากวันไหนฝนไม่ตก ทางร้านจะปล่อยเจ้าสุนัขออกมาวิ่งเล่นทุกชั่วโมง สุนัขที่นี่มีหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่ไซบีเรียน อลาสกัน และซามอยด์ตัวใหญ่เบิ้ม ไปจนถึงคอร์กีและบูลด็อก ไม่ว่าพันธุ์ไหนก็น่ารักและพร้อมให้เข้าไปทักทายทำความรู้จักได้ แต่ละตัวมีชื่อเป็นสถานีรถไฟฟ้า เช่น อโศก พร้อมพงษ์ เพลินจิต ฯลฯ ทำให้จำง่าย เพียงนั่งเล่นและจิบกาแฟยังไม่ทันหมดแก้ว ก็จำน้องๆ ได้ครบทุกตัวแล้ว

Dog in Town

ที่อยู่: 16/1 ซอยเอกมัย 6 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดวันอาทิตย์-พฤหัสบดี 11.00 – 20.00 น. วันศุกร์และเสาร์เปิดถึง 21.00 น.
ติดต่อ: 082-4029175
Facebook: Dog In Town

 

05

เล่นบอร์ดเกมกลางดึกที่ Sheldon Ekamai

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกที่เวลาไม่ถูกตีกรอบอีกต่อไป! เมื่อใครๆ ก็ปรับเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างอิสระทั้งในแง่สถานที่และเวลาทำงาน เราขอแนะนำ Sheldon อีกหนึ่ง Co-working Space ครบวงจรที่แสนจะเหมาะกับชีวิตยุคใหม่นี้ เพราะทุกส่วนของร้านให้บริการอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง จะอยากทำงาน เล่นเกม หรือนัดเจอกันเวลาไหน ก็มาได้เลยแบบไม่ต้องห่วงเวลาเปิด-ปิด

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

พื้นที่ในร้านมีหลายส่วน ด้านหน้าสุดเป็นตู้ติดผนังที่อัดแน่นไปด้วยบอร์ดเกมนานาชนิด ริมหน้าต่างมีโต๊ะเก้าอี้วางเรียงรายให้เลือกที่นั่งทำงานและพักสายตาด้วยการมองต้นจามจุรีสีเขียวใหญ่ด้านนอก อีกฝั่งเป็นบาร์สำหรับสั่งขนมและเครื่องดื่มไว้แก้หิวกระหาย เดินเข้าไปข้างในจะพบชั้นปลูกผักวางเรียงราย เมื่อผักโตได้ที่ ทางร้านก็จะนำมาขาย ข้างกันนั้นมีโซฟาและจอโทรทัศน์สำหรับเล่นเกมคอนโซล ส่วนพื้นที่ในสุดของร้านเป็นห้องที่ให้เช่าทำอะไรก็ได้ ตั้งแต่ประชุมยันแสดงละคร หากห่วงว่าอยู่ในร้านจนลืมวันลืมคืนแล้วจะกลับบ้านไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ด้านล่างมีที่จอดรถให้เพียบเลย

Sheldon Ekamai

ที่อยู่: ชั้นบนสุดของตึก Acmen Ekamai เลขที่ 267/16 ซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
ติดต่อ: 082-5865170
Facebook: Sheldon Ekamai

 

06

แวะเข้าร้านทำผมสีสันสดใสที่ Smile Club Hair Diner

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

สีชมพูสดใสและของแต่งร้านสไตล์เรโทร ทำให้เมื่อมองผ่านๆ แล้วร้านนี้ดูไม่เหมือนร้านทำผมเลยสักนิด แต่ดูเหมือนร้านอาหารแบบอเมริกันไดเนอร์มากกว่า นี่คือความตั้งใจของผู้ร่วมก่อตั้งร้าน Smile Club Hair Diner ที่อยากสร้างบรรยากาศซึ่งแปลกและมีเอกลักษณ์ เพื่อสื่อสารถึงความเฉพาะตัวของร้าน เป็นเหมือนการส่งข้อความให้ลูกค้าทราบว่า เราไม่เหมือนใคร เพราะเราเลือกที่จะเป็นเรา

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

“เราเป็นร้านของนักออกแบบทรงผมรุ่นบุกเบิกแห่งประเทศไทย” นี่คือสิ่งที่ ซัน-เมธัส เทพนวล หนึ่งในช่างทำผม บอกเรา เขากับเพื่อนอีก 2 คน คือ บุตร-สุริยะ อัศวนิก และ โทนี่ รากแก่น ซึ่งต่างก็เป็นผู้คร่ำหวอดในวงการช่างทำผมยุคใหม่ของไทย ช่วงเวลาสิบกว่าปีในวงการ ทำให้พวกเขาพบว่าแท้จริงแล้ว การจะเป็นช่างทำผมต้องใช้ทั้งความรู้และฝีมือสูง จึงตัดสินใจเปิดร้านร่วมกันเพื่อยกระดับวงการทำผมในประเทศ ให้คนหันมาเห็นคุณค่าของวิชาชีพนี้มากขึ้น

แล้วยุคใหม่ที่ว่านี้ต่างจากยุคดั้งเดิมอย่างไร? เมธัสบอกว่าตำแหน่งงานของพวกเขาไม่ใช่แค่ช่างทำผม แต่เป็น Hair Stylist ที่จะต้องช่วยลูกค้าคิดและออกแบบทรงผม เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาคือการดึงธรรมชาติของคนคนนั้นออกมาให้โดดเด่น และทำทรงผมให้เหมาะกับนิสัยของลูกค้าแต่ละรายอีกด้วย เช่น ถ้าไม่มีเวลาเซ็ตผม ก็จะทำทรงที่แม้ไม่เซ็ตก็ดูดีได้ให้ เป็นต้น หากอยากรู้ว่าเขาจะทำผมทรงไหนให้คุณ ก็ต้องไปลองใช้บริการดู

Smile Club Hair Diner

ที่อยู่: ชั้น 2 ของเวิ้งโบราณ 5/1 ซอยเอกมัย 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 11.30 – 20.00 น.
ติดต่อ: 095-5154526
Facebook: Smile Club

 

07

ฝึกมวยไทยที่ Cheeks Thai Boxing Club

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

เพราะเทรนด์สุขภาพกำลังมาแรงในยุคนี้ เราจึงเห็นคนออกวิ่ง ปั่นจักรยานกันคึกคัก แต่นอกจากการออกกำลังทั่วไป เรายังเห็นเทรนด์การออกกำลังกายทางเลือกผุดขึ้นมาด้วย วันนี้เราจึงขอแนะนำสถานที่ฝึกมวยไทยอย่าง Cheeks Thai Boxing Club ของ สไปรท์-ตรีรัตน์ รัตนรอด นักกีฬาเทควันโดเก่าผู้หันมาเปิดโรงเรียนสอนมวยไทย เขาเห็นว่าแม้จะมีค่ายมวยไทยอยู่ทั่วกรุงเทพฯ แต่ค่ายเหล่านั้นไม่ตอบโจทย์คนทั่วไปที่อยากออกกำลังกายเท่าไรนัก ด้วยความตั้งใจว่าจะสร้างสถานที่สอนมวยไทยซึ่งเป็นวิธีออกกำลังกายสำหรับคนเมือง เขาจึงไปฝังตัวฝึกมวยและเรียนรู้วิธีทำค่ายมวยก่อนจะมาเปิดโรงเรียนแห่งนี้ จากวันนั้นผ่านมาเกือบ 3 ปี ที่โรงเรียนมีครูมวยหลายคน และหากอยากเรียนเทควันโดหรือมวยสากลก็บอกได้เช่นกัน

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

มวยไทยเป็นกีฬาที่ฝึกไม่ยาก ใครๆ ก็เรียนได้ ท่าทางเตะต่อยเบื้องต้น เพียงแค่มาสัก 5 – 6 ครั้งก็พอจะทำเป็นแล้ว ตรีรัตน์จึงนำมวยไทยออกมาให้คนนอกวงการอย่างพวกเราได้ลิ้มลอง การมาใช้บริการที่นี่ ชาวไทยก็สนุก ชาวต่างชาติก็ตื่นเต้น หากมาเป็นครอบครัว ก็ไม่ต้องมีใครนั่งรอใคร พ่อแม่ลูกเรียนพร้อมกันได้เลย

โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีค่าแรกเข้า ไม่มีสัญญาระยะยาว ค่าเรียนครั้งหนึ่งก็คิดง่ายๆ 500 บาทต่อ 1 ชั่วโมง มาลองแล้วจะติดใจจนอยากสมัครเป็นสมาชิกแน่นอน แม้จะเปิดบริการทุกวันให้วอล์กอินได้ แต่เสาร์-อาทิตย์คนจะเยอะมาก แนะนำให้โทรเข้ามาแจ้งทางร้านไว้ก่อนจ้า

Cheeks Thai Boxing Club

ที่อยู่: ชั้น 3 ของเวิ้งโบราณ 5/1 ซอยเอกมัย 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 09.30 – 21.00 น.
ติดต่อ: 097-2969287
Website: www.cheeksthaiboxing.com
ภาพ: ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

เอกมัยคือย่านที่มีรถไฟฟ้าช่วยให้การเดินทางแสนสะดวก นอกจากนั้นยังมีสถานที่หลากหลายประเภทไว้ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ไม่น่าแปลกที่ย่านนี้ฮอตฮิตอยู่เสมอ และไม่ใช่แค่มีร้านรวงไว้ให้แวะเวียนไป ที่นี่ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยอดนิยมของคนเมืองด้วย  สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านที่เหมาะใจ เราขอแนะนำ คอนโด MARU (มารุ) โครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย รับรองว่าตอบโจทย์ชีวิตครบถ้วนแน่นอน

ป.ล. สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ MJD Call Center 1266 นะ

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load