18 มิถุนายน 2562
95.88 K

ท่ามกลางตัวเลือกอาหารเช้ามากมาย เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะมีแซนด์วิชเป็นของโปรด ไม่ว่าจะชอบเพราะมันทำง่าย กินสะดวก หรืออร่อย ขาประจำขนมปังแถวคงเคยได้ลิ้มลองขนมปัง ‘ฟาร์มเฮ้าส์ ’ มาแล้วทุกคน

ในวัย 37 ปีนี้ ฟาร์มเฮ้าส์ได้รับเลือกเป็นแบรนด์ขนมปังที่ครองใจผู้บริโภคสูงสุดในประเทศไทย พวกเราที่ The Cloud จึงเข้าไปขอฟังเรื่องราวจาก คุณอภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) ว่าด้วยการสร้างตัวตนให้คงเสน่ห์มัดใจผู้คน ในวัยที่ไม่เด็กไม่แก่ แต่มากประสบการณ์แบบนี้

ฟาร์มเฮาส์

เรื่องที่เรารู้อยู่แล้วคือคนไทยกับฟาร์มเฮ้าส์อยู่กันมาจนชินและเห็นว่าเป็นของธรรมดาสามัญ เป็นแบรนด์ที่ไม่ค่อยมีอะไรหวือหวา เป็นของที่คนตื่นมาเจอทุกเช้าแบบไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แต่เรื่องที่ทำให้เราประทับใจกันก็คือ เบื้องหลังที่ทำให้ฟาร์มเฮ้าส์ยังอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้มีคีย์เวิร์ดคือ ‘ความพยายาม’

ในระหว่างคุยกับคุณอภิเศรษฐ เขาพูดคำว่า ‘พยายาม’ หลายรอบมาก ‘พยายามไม่ให้พลาด’ ‘พยายามไม่ให้มีปัญหา’ ‘พยายามทำให้ทุกคนพอใจ’ ‘พยายามคุมต้นทุน’ ‘พยายามทำให้มีขายทุกวัน’

อภิเศรษฐยืนยันว่าขนมปังทำไม่ยาก แต่การทำให้ขนมปังมีคุณภาพดีและสม่ำเสมอมา 37 ปี จะมีสักกี่คนที่รู้ว่ามันไม่ง่าย เขาบอกว่า “ลูกค้าอาจจะนึกไม่ออกว่าขนมปังที่ดีมันเป็นยังไง แต่ผมเชื่อว่าเขาจะรู้สึกได้ ฟาร์มเฮ้าส์เลยต้องขยัน หยุดไม่ได้ ต้องหาของใหม่ๆ ไปเสนอผู้บริโภคเสมอ”

ความพยายามอย่างสม่ำเสมอแม้จะยากลำบากในแง่ของการทำกำไรให้สูงติดเพดาน แต่จากผลสำรวจทางการตลาดล่าสุดบอกให้ชาวฟาร์มเฮ้าส์ใจฟูเหมือนขนมปังนุ่มๆ ว่า ผู้บริโภคในประเทศไทยเคยได้ยินเกี่ยวกับขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม

แม้ผลสำรวจจะบอกว่า ไม่มีใครไม่รู้จักฟาร์มเฮ้าส์ แต่นี่คือ 20 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับขนมปังยี่ห้อนี้

ฟาร์มเฮาส์

1. ฟาร์มเฮ้าส์เป็นแบรนด์ยุค 80 ที่เกิดจากนักธุรกิจอาหารผู้อยากให้คนไทย ‘ทันสมัย’

ช่วงยุค 80 เป็นช่วงที่ประเทศไทยโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครกำลังเปิดรับเรื่องใหม่ๆ จากต่างชาติอย่างเต็มที่ ความ ‘ทันสมัย’ เป็นเรื่องที่พูดถึงกันโดยทั่วไป และอาหารการกินก็เป็นเรื่องหลักเรื่องหนึ่งที่คนไทยผู้อยากจะทันสมัยเปิดรับของใหม่กันอย่างสนุกสนาน

ในปี 1982 (พุทธศักราช 2525) ดร.เทียม โชควัฒนา ผู้ก่อตั้งบริษัทเครือสหพัฒน์และผู้บริหารในตอนนั้น ก็เห็นว่าขนมปังเป็นเรื่องที่ทันสมัย และคนไทยน่าจะได้บริโภคเหมือนๆ กับผู้คนในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น ยุโรป หรืออเมริกาบ้าง จึงก่อตั้งขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ ที่แม้ไม่ใช่ขนมปังเจ้าแรก แต่ก็ถือว่าเป็นของใหม่มากๆ ในยุคนั้น

ถึงอยากจะทันสมัยอย่างไรเขาก็ยังอยากเอาใจคนไทยมากกว่า ดร.เทียม เห็นว่าขนมปังในแถบยุโรปและอเมริกาเป็นขนมปังที่แห้งและเหนียว ซึ่งคนไทยไม่น่าจะชอบแน่ๆ ก็เลยคิดค้นสูตรที่คล้ายกับทางญี่ปุ่นคือ ขนมปังที่เคี้ยวง่าย กลืนง่าย และมีความนุ่มเด้ง เป็นเนื้อสัมผัสที่คนไทยคุ้นเคย เหมือนเนื้อสัมผัสของข้าวและซาลาเปา

2. การเอาขนมปังมาผลิตแบบอุตสาหกรรมในเมืองไทยเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เพราะเมืองไทยมีความชื้นและอุณหภูมิเป็นขั้วตรงข้ามกันกับภูมิภาคต้นกำเนิดของขนมปัง

การผลิตขนมปังไม่เหมือนกับการผลิตของอื่นที่เรารับมาจากต่างประเทศเพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่างรถยนต์หรือเสื้อผ้า ขนมปังเป็นสินค้าที่ต้องใช้ความร่วมมือจากอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม เพื่อให้แป้งขึ้นฟูได้อย่างที่มันควรจะเป็น ฟาร์มเฮ้าส์จึงต้องลงทุนสร้างเครื่องจักรที่จะเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดนี้ รวมทั้งลงแรงระดมสมองวางแผนการจัดการขายขนมปังในประเทศไทยให้เป็นไปได้อย่างราบรื่น เพราะไม่เคยมีใครทำมาก่อน

“มันดูเหมือนง่าย แต่มันไม่ง่ายนะครับ” อภิเศรษฐกล่าว และเราก็เห็นด้วย

ฟาร์มเฮาส์

3. การทำขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ต้องพึ่งพาทั้งศาสตร์และศิลป์

แม้ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์จะเป็นอาหารที่ผลิตโดยเครื่องจักร แต่สภาพอากาศในแต่ละวันก็มีผลต่อวัตถุดิบที่เอามาใช้ผลิต อย่างแป้งสาลีในวันที่ฝนตก ก็มีความหนักและชื้นมากกว่าวันที่แดดเปรี้ยง พนักงานในโรงงานของฟาร์มเฮ้าส์จึงต้องมีทักษะในการตรวจสอบสภาพของวัตถุดิบ เพื่อจะได้วางแผนการผลิตในวันนั้นๆ ได้อย่างเหมาะสม และเพราะความแรนดอมที่ว่านี้นี่แหละ ฟาร์มเฮ้าส์เลยต้องมีการตรวจคุณภาพของขนมปังโดยการเก็บตัวอย่างไปเพาะเชื้อ เข้าแล็บ และตรวจคุณภาพกันทุกวันก่อนส่งออกขาย

4. สูตรของฟาร์มเฮ้าส์เอาไปผลิตที่ประเทศอื่นก็ไม่ได้รสชาติแบบฟาร์มเฮ้าส์

ด้วยความเป็นสินค้าไทยแต่กำเนิด แม้วัตถุดิบหลักอย่างแป้งสาลีและยีสต์จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่น้ำและอากาศที่เป็นวัตถุดิบสำคัญเช่นกันนั้นเป็นของไทยซึ่งไม่สามารถพกไปไหนต่อไหนได้ รสชาติของฟาร์มเฮ้าส์เลยมีเอกลักษณ์แบบที่ต้อง Made in Thailand เท่านั้น

5. ขนมปังเป็นของสด และฟาร์มเฮ้าส์ก็เป็นเจ้าแรกที่ติดวันผลิตและวันหมดอายุบนแพ็กเกจ

แม้จะควบคุมอุณหภูมิและความชื้นจนผลิตขนมปังที่หอมนุ่มออกมาได้สำเร็จแล้ว ฟาร์มเฮ้าส์ก็ยังต้องเจอความท้าทายของสภาพอากาศในระหว่างขนส่งสินค้าและวางขายอีก ด้วยความที่ขนมปังโดยธรรมชาติเป็นของสด เสียง่าย และอาจทำให้ผู้บริโภคไม่มั่นใจซื้อไปกิน เพราะไม่รู้ว่าขนมปังนี้จะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่ ฟาร์มเฮ้าส์จึงเป็นเจ้าแรกที่ติดวันผลิตและวันหมดอายุของขนมปังบนขนมปังทุกแบบที่วางขาย

ฟาร์มเฮาส์

6. ตัวล็อกบนถุงขนมปังแถวของฟาร์มเฮ้าส์มีทั้งหมด 7 สี สำหรับวันที่ออกวางขาย 7 วันต่อสัปดาห์

ถ้าคุณสามารถจำสีประจำวันได้ คุณก็จะสามารถเลือกหยิบขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ได้เพียงแค่มองแวบเดียว เพราะสีของคลิปที่เห็นบนถุงฟาร์มเฮ้าส์หมายถึงวันที่ขนมปังถุงนั้นถูกเอามาวางไว้ตรงนี้นั่นเอง

ก่อนหน้านี้วันผลิตและหมดอายุก็ถูกพิมพ์ไว้บนตัวล็อกเล็กๆ อันนี้นี่แหละ แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้บริโภคบ่นมาบ่อยๆ ว่าทำตัวล็อกหล่นหาย เลยจำไม่ได้ว่ามันจะหมดอายุเมื่อไหร่ ฟาร์มเฮ้าส์ก็เลยปรับเครื่องจักรใหม่เพื่อพิมพ์วันหมดอายุลงบนถุงเสียเลย

7. อายุของขนมปังฟาร์มเฮ้าส์จริงๆ คือ 5 วันสำหรับขนมปังที่มีไส้ และ 7 วันสำหรับขนมปังแถว แต่คุณจะไม่ได้เห็นขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ที่อยู่มานาน 5 – 7 วันบนชั้นวางหรอก เพราะแค่ 3 วันมันก็จะถูกเก็บไปเสียก่อนแล้ว

ฟาร์มเฮ้าส์เคร่งครัดเรื่องความสดและคุณภาพของขนมปังมากๆ อภิเศรษฐบอกว่า การที่ลูกค้าจะมาเห็นของหมดอายุบนชั้นวางขายนั้นเป็นสิ่งที่ฟาร์มเฮ้าส์รับไม่ได้ พนักงานฟาร์มเฮ้าส์เลยมีหน้าที่ต้องเช็กและเก็บขนมปังที่อายุ 3 วันออกจากชั้นวางทุกวัน ไม่ปล่อยให้มันอยู่ถึงวันหมดอายุด้วยซ้ำ

“ฉะนั้น แม้แต่คนที่รีบหยิบจนไม่ได้ดูวันหมดอายุก่อนก็ยังมั่นใจได้ว่าขนมปังที่หยิบไปจะยังกินได้ ไม่หมดอายุแน่นอน” อภิเศรษฐเล่าแบบภูมิใจสุดๆ

8. ในขณะที่บริษัทอื่นจะตั้งเป้าสูงๆ ให้กับพนักงานขาย แต่ฟาร์มเฮาส์ตั้งเป้าให้ทุกคนแข่งกันทำตัวเลขให้ต่ำที่สุด

อภิเศรษฐบอกเคล็ดลับว่า ถ้าอยากซื้อฟาร์มเฮ้าส์ต้องไปซื้อแต่เช้า ไม่อย่างนั้นของอาจหมด เพราะพนักงานจะพยายามไม่วางเผื่อ

การมองธุรกิจของฟาร์มเฮ้าส์นั้นชัดเจนมากว่าไม่เน้นการขายเข้าร้านค้าให้เยอะเพื่อทำยอด แต่เน้นการวางแผนวางสินค้าให้พอดีกับความต้องการ เพื่อให้มียอดการเก็บกลับน้อยที่สุด และนั่นก็เป็นตัวตัดสินประสิทธิภาพของพนักงานขายคนนั้นๆ

9. ฟาร์มเฮ้าส์เสียเงินไปไม่น้อยกับการเก็บของกลับแม้มันจะยังไม่หมดอายุ แต่มันก็จำเป็นเพราะขนมปังจะตกถึงท้องผู้บริโภคโดยตรงแบบไม่ผ่านกระบวนการอะไรเลย

แม้อายุจะสั้นแต่ขนมปังก็เป็นของที่กินง่าย จะว่าไปมันกินง่ายและสะดวกกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ต้องมีน้ำร้อน แล้วก็กินแบบไม่ต้องอุ่นได้อร่อยกว่าพวกอาหารกระป๋องอีก นั่นเป็นสาเหตุที่ฟาร์มเฮ้าส์ให้ความสำคัญกับการควบคุมความปลอดภัยเรื่องนี้มาก เพราะเวลากินขนมปังเรามักกินแบบไม่ผ่านกระบวนการอะไรเลยนั่นเอง

สินค้าที่มีอายุเลย 3 วันที่เก็บกลับมาฟาร์มเฮ้าส์จะนับและจัดระบบรับคืน และขายต่อให้กับคนเลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ มารับซื้อไป

10. ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์เป็นยุทธปัจจัย เป็นหมอนที่กินได้ และเป็นขวัญใจคนขับแท็กซี่

ด้วยความกินง่ายนี่เอง ทหารตระเวนชายแดนเลยมักเอาขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ไปบี้ให้เป็นก้อนเล็กๆ พกไว้กินเวลาลาดตระเวน ถือว่าเป็นของให้พลังงานกับรั้วของชาติเลยก็ว่าได้ ช่วงที่มีเหตุการณ์ทีมหมูป่า อะคาเดมี่ ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ก็เป็นหนึ่งในเสบียงที่ทีมช่วยเหลือมีไว้ติดเต็นท์ แถมยังมีภาพออกมาว่าเจ้าหน้าที่เอาขนมปังฟาร์มเฮ้าส์แบบแถวไปหนุนนอนแทนหมอนอีกต่างหาก

ขนมปังแพของฟาร์มเฮ้าส์ก็มีแฟนคลับอยู่เหมือนกัน ทางฟาร์มเฮ้าส์แอบรู้มาว่าขนมปังแพเป็นที่นิยมในหมู่คนขับแท็กซี่เพราะกินง่าย ไม่เลอะเทอะ ไม่มีกลิ่น แถมยังอิ่มได้ในราคาไม่แพงด้วย

11. ปัจจุบันฟาร์มเฮ้าส์มีสินค้าอยู่ร้อยกว่าชนิด

แม้คนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับขนมปังแซนด์วิชแบบต่างๆ ของฟาร์มเฮ้าส์ แต่ความจริงแล้วฟาร์มเฮ้าส์มีขนมปังที่หลากหลาย และล้วนแต่ทำออกมาเพื่อเอาใจชาวไทยเป็นหลัก อย่างขนมปังสอดไส้แบบไทยๆ เช่น หมูหยองน้ำพริกเผา สังขยาใบเตย เผือกมะพร้าว แล้วก็มีขนมปังเปิดหน้าที่กินได้เลยไม่ต้องทา หรือเมื่อตอนโดราเอมอนเอาขนมโดรายากิมาแนะนำให้คนไทยรู้จักผ่านทางทีวี ฟาร์มเฮ้าส์นี่แหละที่ไปซื้อเครื่องจักรจากญี่ปุ่นแล้วก็ทำโดรายากิออกมาวางขายให้หาซื้อกันง่ายๆ

และที่ไม่ค่อยจะมีใครรู้ ฟาร์มเฮ้าส์ยังมีสินค้าอย่างโดนัทสอดไส้ เกล็ดขนมปัง เค้กโรล คุกกี้ พายสับปะรด ขนมปังกรอบอีก หลายบริษัทออกสินค้ามาขายเคียงข้างกับสินค้าหลักเพื่อเป็นการบริหารต้นทุน โดยใช้ส่วนที่ไม่ต้องการแล้วจากสินค้าหลักมาทำเป็นสินค้ารองออกขาย แต่ฟาร์มเฮ้าส์ไม่ทำอย่างนั้น แม้แต่เกล็ดขนมปังของฟาร์มเฮ้าส์ก็เป็นเกล็ดขนมปังจริงๆ ไม่ใช่การเอาเศษขนมปังมาทำเป็นเกล็ด มันเลยกรอบ เนื้อแน่น และไม่อุ้มน้ำมันเหมือนกับยี่ห้ออื่น

ฟาร์มเฮ้าส์เชื่อว่าการทำสินค้าใหม่ออกมาขายต้องถูกปากและถูกเวลา ซึ่งเป็นปัจจัยที่ยากและอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญและโชคชะตาไปพร้อมๆ กัน ฟาร์มเฮ้าส์ก็เลยมีสินค้าที่เคยออกมาวางขายแต่หลายคนไม่ทันได้รู้จัก อย่างเช่นขนมปังสอดไส้เมล่อน ที่รสชาติน่าจะไม่ถูกปากคนไทยแล้วก็ขนมปังโอ๊ตมีลที่แม้จะดีต่อสุขภาพกายมากๆ แต่รสชาติของเนื้อขนมปังยังไม่ค่อยเป็นมิตรกับสุขภาพใจเท่าไหร่ เป็นต้น

แม้จะผิดบ้างพลาดบ้าง แต่ฟาร์มเฮ้าส์ก็ไม่เคยเสียขวัญในการที่จะออกขนมปังแบบใหม่ๆ มาให้คนไทยได้กิน ล่าสุดฟาร์มเฮ้าส์ออกแซนด์วิชไส้เผ็ดเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย เราได้ชิมแล้ว รสชาติเผ็ด อร่อยกำลังดี หวังว่าเราจะยังคงได้เห็นมันไปอีกนาน

12. ฟาร์มเฮ้าส์เป็นผู้ผลิตขนมปังแห่งประเทศไทยที่ส่งขายให้ร้านอาหารตะวันตกต่างๆ ที่ต้องการขนมปังไปทำให้เมนูต่างๆ ที่มีขนมปังเป็นส่วนประกอบ

นอกจากสินค้าที่วางขายบนชั้นวางแล้ว ขนมปังที่ผลิตมาเพื่อคนไทย และพยายามอย่างมากที่จะก้าวผ่านข้อจำกัดต่างๆ ของการผลิตขนมปังในเมืองร้อนแบบนี้ เลยได้เข้าไปเป็นตัวละครลับในร้านอาหารดังๆ หลายร้านที่ล้วนแล้วแต่จริงจังเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบที่เลือก เช่น แมคโดนัลด์ เบอร์เกอร์คิง แดรี่ควีน หรือแม้แต่ร้านข้าวหมูทอดซาโบเตน ที่มีฟาร์มเฮ้าส์เป็นเจ้าของก็ใช้เกล็ดขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ที่ทำให้หมูทอดกรอบนอกนุ่มใน เป็นที่ติดใจของหลายๆ คนด้วย

13. เมนูเด็ดจากฟาร์มเฮ้าส์ที่อภิเศรษฐอยากให้ทุกคนลองคือ ขนมปังเย็นราดน้ำแดง

14. สายส่งฟาร์มเฮ้าส์วิ่งทำเวลาไม่ต่างจากสายส่งหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ

ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์มีโรงงานผลิตอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางชันและนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังเพื่อส่งไปขายทั่วประเทศ ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ผลิตใหม่เพื่อส่งไปยัง 50,000 กว่าร้านค้าทุกวัน โดยมีรถส่งประมาณ 1,000 คัน ผ่าน 40 ศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านที่รถพอจะวิ่งไปถึงได้ใน 1 วัน

15. เพราะว่าผลิตทุกวันและส่งทุกวัน ใน 1 ปีพนักงานฟาร์มเฮ้าส์จะมีวันหยุดแค่ 4 วัน คือช่วงปีใหม่ 2 วัน และวันสงกรานต์ 2 วัน

ในช่วงวันหยุด 2 ช่วงนี้ คุณจะเจอขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ที่ถูกเอามาวางไว้แล้วก่อนหน้าวันหยุดแบบมีแค่ไหนแค่นั้น ไม่มีการผลิตเพิ่มและไม่มีการขยายวันหมดอายุ และเมื่อพนักงานกลับมาทำงานก็จะมาเก็บของเก่ากลับไปและเอาของใหม่ที่เพิ่งผลิตในวันนั้นเข้ามาแทน การผลิตเผื่อไม่มีในพจนานุกรมของฟาร์มเฮ้าส์

ฟาร์มเฮาส์

16. ถ้าจำเป็นจะต้องตุน ฟาร์มเฮ้าส์แนะนำว่าลูกค้าสามารถเอาขนมปังแช่ช่องฟรีซก็จะอยู่ได้ประมาณ 1 เดือน และก่อนเอามากินก็พรมน้ำก่อนเข้าเตาปิ้งเสียหน่อย ขนมปังก็จะกลับมานุ่มเหมือนเดิม  

17. แต่วันหยุดต่างๆ ก็ไม่ค่อยจะเป็นปัญหา เพราะโดยสถิติแล้วขนมปังฟาร์มเฮ้าส์จะขายดีในวันที่วุ่นวาย และขายไม่ค่อยได้ในฤดูกาลท่องเที่ยว

ฟาร์มเฮ้าส์เป็นอาหารที่โตตามวิถีชีวิตคนเมือง มีเมืองที่ไหนฟาร์มเฮ้าส์ก็จะตามไปขายที่นั่น วันที่ขายดีของฟาร์มเฮ้าส์คือวันเปิดเทอมและวันทำงาน ส่วนวันสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาวนั้นมันก็จะเหงาๆ หน่อย

18. ฟาร์มเฮ้าส์ทำธุรกิจแบบพึ่งพาตัวเองสุดๆ เลยทำให้สามารถควบคุมต้นทุนได้ดีแม้จะทำธุรกิจแบบใจกว้างขนาดนี้ก็ตาม

ฟาร์มเฮ้าส์ผลิตเอง เป็นเจ้าของสายส่งเอง มีศูนย์กระจายสินค้าของตัวเอง และมีทีมขายเป็นของตัวเอง การบริหารต้นทุนเลยสามารถทำได้อย่างรัดกุม และฟาร์มเฮ้าส์ก็ยังเชื่อเรื่องการลงทุนในนวัตกรรม ว่าเป็นการลงทุนไปก่อน เหนื่อยไปก่อน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

ฟาร์มเฮ้าส์สร้างนวัตกรรมทั้งในการผลิตโดยการซื้อเครื่องจักรมาเพิ่มขีดความสามารถไปสู่การทำขนมปังแบบใหม่ๆ และลงทุนในนวัตกรรมสำหรับการจัดการอย่างรถเข็นที่ใช้ในโรงงานที่เบา และสามารถเข็นได้ด้วยเท้า ถาดใส่ขนมปังที่ออกแบบให้เคลื่อนย้ายได้ง่าย และใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฟาร์มเฮาส์

19. ในร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-ELEVEN ก็มีแค่บริษัทส่งน้ำแข็งกับฟาร์มเฮ้าส์เท่านั้นแหละที่ส่งของเอง และจัดชั้นวางสินค้าเอง

ปกติแล้วเจ้าของสินค้าจะส่งสินค้าไปตามร้านและมีพนักงานของร้านเป็นผู้จัดเรียงขึ้นชั้นวางให้ แต่ในกรณีของขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ พนักงานของฟาร์มเฮ้าส์จะเป็นคนจัดของขึ้นชั้นเองในทุกช่องทาง

อภิเศรษฐยังบอกเราด้วยว่า “คนฟาร์มเฮ้าส์จริงๆ ต้องเรียงขนมปัง รูดคลิป และคลี่ถุงเป็นใบพัดได้สวยงาม”

ทำเยอะขนาดนี้อภิเศรษฐเลยฝากบอกมาด้วยว่า เวลาเจอพนักงานฟาร์มเฮ้าส์ที่ร้านก็ได้โปรดอย่าชวนคุย เพราะพนักงานแต่ละคนจะต้องดูแลร้านค้ามากมายและมีรายการสิ่งที่ต้องทำเต็มไปหมด คำนวณออกมาแล้ว พนักงาน 1 คนมีเวลาเพียง 12  นาทีสำหรับการเยี่ยมร้านค้าแต่ละร้าน รวมเวลาเดินทางด้วย  

20. มันใช้เวลา

ถ้าใครเคยทำขนมปังจะรู้ว่าการทำขนมปังนั้นไม่มีทางลัดสักเท่าไหร่ กระบวนการส่วนใหญ่ใช้ไปกับการให้เวลาและให้กระบวนการทางธรรมชาติทำงานของมัน

แบรนด์ฟาร์มเฮ้าส์ก็เช่นกัน เริ่มจากการผลิตสินค้าที่คนไม่รู้จักว่ามันคืออะไร และต้องกินในโอกาสไหน ในเมื่อมันไม่ได้อยู่ในจานเหมือนข้าวหรืออยู่ในชามเหมือนก๋วยเตี๋ยวคนก็เลยเข้าใจกันไปว่ามันเป็นขนม ฟาร์มเฮ้าส์ต้องใช้เวลาทำตลาด สร้างความคุ้นเคยแล้วก็ให้ความรู้กับผู้บริโภคว่าขนมปังกินเป็นอาหารได้ กินแล้วอิ่ม และมีสารอาหารครบไม่แพ้ข้าวหรือก๋วยเตี๋ยว รวมทั้งต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ ความพยายามในการควบคุมคุณภาพแบบที่จะหย่อนไม่ได้เลยสักวันเดียว เพื่อธุรกิจจะยังอยู่ได้มาจนทุกวันนี้

ใครๆ ก็รักคนที่รู้ใจ หวังดีและทุ่มเทเพื่อเรา นี่แหละมั้งเสน่ห์มัดใจของอาหารฝรั่งเลือดไทยยี่ห้อนี้

ฟาร์มเฮาส์

Writer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

คนกรุงเทพฯ ที่มีความสนใจหลากหลายตั้งแต่เรื่องมนุษย์ไปจนถึงเรื่องนอกโลก ทำงานโฆษณาเป็นอาชีพ แต่ก็ยังอยากทำอะไรอีกหลายอย่าง ชอบบทสนทนาดีๆ ที่มากับกาแฟอุ่นๆ เป็นที่สุด

Photographers

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

กรริน วิจิตรประไพ

อดีตนักเรียนออกแบบที่สนใจการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่าย ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระ ศึกษาปริญญาโทด้านการถ่ายภาพที่มิลาน

อัครักษ์ ยิ้มสอาด

เพิ่งเรียนจบจากมัธยมปลาย รักในการใช้ชีวิต ใช้ชีวิตไปกับการดูหนัง ใช้ชีวิตไปกับการถ่ายรูป ใช้ชีวิตไปกับการเดินเรื่อยเปื่อย และอีกไม่นานจะไปใช้ชีวิตกับเมืองเชียงใหม่

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

ยาอมแก้ไอสมุนไพรลูกกลม เม็ดเล็ก รสชาติแรกลองเฝื่อนหน่อย ๆ อมไปแล้วหวานนิด ๆ ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเมื่อเห็นตะขาบเลื้อยอยู่บนซอง

ตราตะขาบ 5 ตัวอยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกวันนี้มียอดขายหลายร้อยล้านบาท ส่งออกไปยังอาเซียนและหลากหลายประเทศ โดยยังคงโลโก้ตะขาบขนาบข้างในซองดังเดิม มีสรรพคุณแก้ไอได้ชะงักงัน เป็นดั่งฮีโร่ยาสมุนไพรไทยคู่บ้านที่สืบทอดรุ่นต่อรุ่นมาตลอด ความท้าทายใหม่ของแบรนด์ในยุคนี้ คือทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่สนใจแบรนด์สินค้าจากสมุนไพรไทย ไม่มองว่าเชย ตกยุค แต่เก๋าจนอยากรู้จัก จำสรรพคุณของตะขาบ 5 ตัวได้แบบไม่กลัวความขม

ถ้าเคยตัดสินยาอมแก้ไอจากรูปลักษณ์ วันนี้ขอชวนมาทำความรู้จักตะขาบ 5 ตัวให้ลึกลงอีกสักหน่อย จากวันแรกที่ผู้ก่อตั้งรุ่นหนึ่งแบกกระเป๋าเดินขายยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ จนถึงวันนี้ที่คลิปหนังโฆษณาเกิดไวรัล คนดูหลายล้านวิว ฮีโร่คนเดิมคนนี้เข้าไปนั่งในใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร

The Cloud ชวนมาพูดคุยกับ คุณอรมณส์ แก่นศักดิ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และ คุณไพบูลย์ สิมะวรา ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ ของบริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด เผยให้เห็นเรื่องราวกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวในทุกวันนี้

1. ชายลึกลับบนซองตะขาบ 5 ตัว คือ จุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้ปรุงยาสมุนไพรเป็นงานพาร์ตไทม์จนได้ดี

ย้อนกลับไปในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้เคยเป็นเด็กช่วยปรุงยาในร้านหมอจีน ได้ย้ายถิ่นฐานจากเมืองจีนมาตั้งรกรากที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ทำสวน เลี้ยงเป็ดไก่ไปเพื่อยังชีพ พอเริ่มมีเงินทุนจึงนำไปเปิดร้านขายของชำในตลาด

ราว พ.ศ. 2478 จึงย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ย่านตลาดเก่า เยาวราช เขายังคงรับจ้างแบกหามในตอนกลางวันและปรุงยาตอนกลางคืน แต่ด้วยความรู้ติดตัวด้านยาสมุนไพร เป็นอย่างดี พอมีเวลาว่างจากงานจึงริเริ่มคิดสูตรยาสมุนไพรและทดลองปรุงยาอื่น ๆ อีกหลากหลายชนิดตามแบบฉบับของตนเอง เพื่อใช้กันเองในหมู่ญาติและคนใกล้ชิด ยาแก้ไอเป็นยาที่คนละแวกนั้นเริ่มชอบมากสุด จึงเริ่มนำไปฝากขายตามร้านยาภายใต้ชื่อ ‘ยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ’

หากเป็นสมัยนี้คงเรียกงานปรุงยาของนายจุ้ยไซว่างานพาร์ตไทม์ ใช้วิธีทำเป็นงานเสริมปั้นแบรนด์ไปเรื่อย ๆ สลับกับงานประจำเพื่อหาเลี้ยงชีพ

2. หิ้วกระเป๋าขายยาตามร้านกว่า 20 ปี จนเกิด Word of Mouth ชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวติดหูลูกค้า

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซพาครอบครัวอพยพหนีสงครามไปอยู่ที่อำเภอพระประแดงชั่วคราว ครั้งนั้นเจอน้ำท่วมใหญ่ สังเกตเห็นตะขาบหนีน้ำมาเกาะตามฝาบ้าน เห็นสัตว์มีพิษแล้วนึกถึงความเชื่อของศาสตร์การรักษาอาการป่วยแบบจีนสมัยโบราณที่เชื่อว่าพิษล้างพิษ ตะขาบถือเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์มีพิษจึงมีสรรพคุณช่วยล้างพิษได้

นายจุ้ยไซจึงเกิดไอเดียนำตะขาบมาทำเป็นเครื่องหมายการค้า ส่วนเลข 5 คือเลขมงคลของชาวจีน หากสังเกตชื่อแบรนด์สินค้าที่คุ้นหูในอดีต จะพบว่าหลายแบรนด์นิยมนำเลข 5 มาตั้งชื่อ ไม่ว่าจะเป็น 5 เจดีย์ หรือ 5 มังกร รวมทั้งครอบครัวของนายจุ้ยไซยังมีลูกถึง 10 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 5 คน เลข 5 จึงเป็นเลขที่ทั้งมีความมงคลและผูกพัน เกิดเป็นชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัว พร้อมซองยาที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปตะขาบขนาบทั้งสองข้างและรูปนายจุ้ยไซอยู่ตรงกลาง

ด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อและเชื่อมั่นในสรรพคุณยาของตนเอง เขายังคงหิ้วกระเป๋าเดินทางไปฝากขายตามร้านขายยาต่าง ๆ เป็นเวลา 20 กว่าปีจนสินค้าเริ่มติดหู ลูกค้าจดจำได้ ลูกค้าบอกปากต่อปากจนสามารถขยายกิจการ เช่าตึกแถวเปิดร้านขายยาซิมเทียนฮ้อที่ศาลเจ้าแซ่ซิ้ม ตากสิน ซ.8 ฝั่งธนบุรี ใน พ.ศ. 2496 ทั้งขายยาสำเร็จรูป จัดยาสมุนไพร และตรวจผู้ป่วย

3. ตะขาบ 5 ตัวไม่ได้ขายแค่ยาแก้ไอ แต่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศด้วยเพื่อความหลากหลาย

จากร้านขายยาเติบโตเป็นบริษัทผลิตยาอย่างเดียวแบบเต็มตัว ในยุคของทายาทรุ่นสองภายใต้ชื่อ บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ในเวลาต่อมา โดยสร้างโรงงานใหม่ที่เขตบางขุนเทียนนี้ สามารถพัฒนากระบวนการผลิตยาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการนำเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ร่วมกับแรงงานคน และเพิ่มบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทาง เพื่อร่วมทำการวิจัยกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานและทันสมัยเรื่อยมา

น้อยคนจะรู้ว่านอกจากยาอมแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวแล้ว บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ยังมีบริษัทในเครือคือ บริษัท ห้าตะขาบ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้าสินค้ายาจากต่างประเทศหลากหลายชนิด อย่างแผ่นแปะพริก ปอราส แคพซิคัม พลาสเตอร์ แผ่นแปะบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ยาน้ำมันสมุนไพร ยู่ยี่ออยล์ที่มีประวัติกว่า 150 ปีในมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยคัดเลือกยาที่เป็นที่ยอมรับในท้องถิ่น มีประวัติขึ้นชื่ออย่างยาวนานในประเทศนั้น ๆ เหมือนยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มความหลากหลายของสินค้า รวบรวมของดีให้คนไทยได้ใช้ โดยไม่ทอดทิ้งเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตราตะขาบ ปัจจุบันอยู่ในช่วงข้อต่อเพื่อที่จะมารับช่วงของทายาทรุ่นสองและรุ่นสามของตระกูลที่ทำงานร่วมกันเพื่อขยับขยายกิจการ

7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก
7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก

4. ยาสมุนไพรไทยลุคบ้าน ๆ ที่พร้อมคิดค้นสูตรใหม่ให้อมง่าย และปรับแพ็กเกจให้เข้ากับยุคสมัย

คนรุ่นพ่อรุ่นแม่จดจำตะขาบ 5 ตัวเป็นยาอมแก้ไอสมุนไพรที่แก้เจ็บคอได้อย่างชะงักงัน ด้านรสชาตินั้นว่ากันว่า แรก ๆ มันขม แต่อมไปมันจะหวาน โดยความหวานมาจากสมุนไพรล้วน ไม่ใส่น้ำตาล เด็ดขาดแต่ละมุนละม่อม ทำให้ชุ่มคอ เมื่อดื่มน้ำหรือชาร้อนตาม ความชุ่มคอนั้นจะยิ่งทวีคูณ

สิ่งที่ตะขาบ 5 ตัวอยากบอกคือ อย่าตัดสินกันที่รูปลักษณ์ภายนอก เพราะแม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ เป็นยาสมุนไพรไทย แต่อมแล้วหายได้จริง พิสูจน์แล้วทั้งจากการบอกต่อกันปากต่อปากมาเป็นเวลากว่า 80 ปี และผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์จาก สวทช. พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้มากกว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์ภายใน 5 นาที ข้อดีของสมุนไพรไทย คือ ไม่ดื้อยา อมได้บ่อยตามต้องการ ต่างจากยาสมัยใหม่ที่อาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย

นอกจากรสสมุนไพรแบบดั้งเดิมแล้ว แบรนด์ยังพัฒนาสูตรยาอมให้หลากหลาย เคลือบรสมิ้นท์ บ๊วย ตะไคร้ เพื่อตอบโจทย์คนที่กลัวความขม และยังพัฒนาจากบรรจุภัณฑ์แบบซองดั้งเดิม เพิ่มแบบตลับและสเปรย์แก้ไอเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาของลูกค้า สำหรับคนที่ชอบภาพลักษณ์ทันสมัย การพกตลับยาอมแก้ไอจะสะดวกกว่า ส่วนคนที่ไม่อยากอมยานาน ไม่อยากอมสมุนไพรแล้วลิ้นดำ แบบสเปรย์ก็เข้ามาตอบโจทย์เป็นทางเลือกใหม่ที่ละลายเสมหะ ทำให้ชุ่มคอได้เหมือนกัน

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

5. บทสนทนาระหว่าง 2 เจเนอเรชันที่อยากให้คนรุ่นใหม่เปิดใจให้ตะขาบในหนังโฆษณาฝีมือ ต่อ ธนญชัย

ด้วยเป็นยาอมสมุนไพรแผนโบราณที่โด่งดังมานานร่วมศตวรรษ ความท้าทายของตราตะขาบ 5 ตัว คือ ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่อยากเปิดใจลอง เพราะแบรนด์มั่นใจว่าถ้ารู้จักแล้วจะรัก ลองแล้วชอบในประสิทธิภาพแน่นอน

ความตั้งใจของแบรนด์ คือสื่อสารภาพลักษณ์ให้มีความคลาสสิกแต่เท่ เป็นแบรนด์จากภูมิปัญญาไทยที่ถูกใจคนรุ่นใหม่แต่ก็ไม่ทิ้งลูกค้าเก่า หนังโฆษณาล่าสุดของตะขาบโดย ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย แห่งฟีโนมีนา เล่าเรื่องการคุยกันของพ่อกับลูก เปรียบสมุนไพรไทยเป็นญาติผู้ใหญ่ที่อบอุ่น เป็นมิตร แก้ปัญหาเก่ง สอดแทรกมุกโดนใจวัยรุ่น ให้ปรับภาพลักษณ์สมุนไพรไทยที่ดูล้าสมัยให้เป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย เล่าเรื่องความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชันผ่านการสอดแทรกภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าและการตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ที่แม้แตกต่างกัน แต่ด้วยความรักก็ทำให้เข้าใจกันได้

หากแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวที่อายุกว่า 80 ปีเป็นคน คงเป็นแด๊ดดี้สายวินเทจที่ไม่เคยเชยตามกาลเวลา ยังแต่งตัวด้วยชุดเดิมแต่พร้อมเล่นโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ TikTok เป็นตะขาบที่พร้อมปรับตัวตามโลกที่เปลี่ยนไปเร็ว ใช้ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ ปรับตามไลฟ์สไตล์ลูกค้าเสมอ พร้อมก้าวเข้าหาคนรุ่นใหม่ โดยยังคงความเป็นตัวเองไปด้วย

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

6. ตะขาบไม่ทิ้งลาย Takabb x Greyhound x SAPPE เพิ่มสินค้าที่เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ 

ความเป็นผู้ใหญ่ที่ทันยุคสมัยของตะขาบ 5 ตัว คือการพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่กับแบรนด์รุ่นใหม่อยู่เสมอโดยไม่ละทิ้งความเป็นตัวเอง ตราตะขาบเคยคิดอยากทำแบรนด์ให้โมเดิร์นขึ้น มินิมอลขึ้นตามกระแส แต่พบว่าหากขาดภาพตะขาบและอากงไป ก็จะขาดตัวตนของแบรนด์ที่เป็นภาพจำของยาสมุนไพรคู่คนไทยไป จึงยังคงโลโก้เดิม แล้วหาทางทำให้ภาพลักษณ์ของตะขาบเป็นแบรนด์ที่วัยรุ่นอยากรู้จักและอยู่ในไลฟ์สไตล์ให้ได้

เพราะเป็นแด๊ดดี้ก็เก๋าได้ ‘ตะขาบ’ ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยอายุ 40 ปีอย่าง Greyhound ที่มีประสบการณ์ในการทำสินค้าไลฟ์สไตล์มากมาย และมีจุดเด่นในการคิดนอกกรอบและทดลองสิ่งใหม่ ๆ สร้างสรรค์ลายวินเทจอย่างตะขาบ 5 ตัวให้เป็นลายคลาสสิกสุดเท่บนสินค้าของที่ระลึกอย่างเสื้อผ้าและกระเป๋า สร้างความผูกพันและติดตากับลายตะขาบในชีวิตประจำวัน

กลางปีที่ผ่านมา Takabb ยังร่วมกับ SAPPE แบรนด์เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพของคนรุ่นใหม่ เช่น บิวตี้ดริงก์ที่เน้นฟังก์ชันสุขภาพหลากหลาย ปรับตามเทรนด์ไลฟ์สไตลรักสุขภาพของคนรุ่นใหม่ ออกสินค้าเครื่องดื่มสมุนไพรไทย Functional Herbal Drink แบบช็อต สำหรับเสริมความมั่นใจในการใช้เสียง ดึงจุดเด่นของสมุนไพรไทยให้เด่นขึ้น เพิ่มทางเลือกให้คนเจเนอเรชั่น Y และ Z ที่พร้อมอยากลองของใหม่

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

7. แบรนด์ตะขาบไทยอยากเติบโตไปไกลทั่วโลก มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและไม่หยุดพัฒนา

ความตั้งใจของตะขาบ 5 ตัว ไปอยากเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลก อยากนำตราตะขาบสินค้าภูมิปัญญาไทยให้คนต่างชาติได้รู้จัก

ตราตะขาบเริ่มส่งออกไปยังหลากหลายประเทศ เริ่มจากฮ่องกงเป็นที่แรกใน พ.ศ. 2548 ตั้งแต่สมัยที่ไม่มียาแผนโบราณออกจำหน่ายมากนัก เมื่อเริ่มขยายไปยังประเทศที่มีอิทธิพลอย่างสิงคโปร์ได้แล้ว ก็ขยายต่อไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย จนขยายครอบคลุมในแถบอาเซียน ทั้งบรูไน กัมพูชา ลาว พม่า พร้อมมีแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ทั้งรัสเซียและแถบอินเดียอีกในอนาคต

สมัยก่อนภาพลักษณ์ยาสมุนไพรไทยที่ Made in Thailand ยังคล้ายสินค้าจากจีนอยู่ เมื่อสะสมการสร้างชื่อมาอย่างยาวนาน พิสูจน์สรรพคุณได้จริงทำให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในต่างประเทศ โดยทุกครั้งที่แบรนด์ตีตลาดใหม่ จะต้องศึกษาวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ เช่น คนรัสเซียไม่ชอบความหวาน ประเทศมุสลิมมีข้อกำหนดด้านฮาลาล เป็นต้น

ความท้าทายของการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงเป็นการไม่หยุดพัฒนาสินค้าและระบบการทำงาน คงตำราสมุนไพรดั้งเดิมแต่ก็ไม่ Out พร้อมสร้างความแปลกใหม่ให้เข้าถึงง่ายอยู่เสมอ

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load