โครงการ ‘วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา’ คุณใหม่-สิริกิติยา เจนเซน เชิญผู้คนหลากหลายสาขาอาชีพมาสัมผัสเรื่องราวของวังหน้า และสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองออกมาเพื่อเล่าเรื่องวังหน้าในมุมที่แต่ละคนสนใจ

แค่ได้ฟังว่างานนี้คุณใหม่เชิญนักพฤกษศาสตร์มาร่วมด้วยก็น่าสนใจแล้ว แล้วก็ยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าคุณใหม่เชิญมาดูต้นไม้…ในจิตรกรรมฝาผนัง

รศ.ดร.กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ แห่งคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คือนักพฤกษศาสตร์ที่คุณใหม่เชิญมาดูพรรณไม้ต่างๆ ในจิตรกรรมฝาผนังของพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร แล้วเทียบกับของจริง ก่อนระบุว่าจิตรกรเขาวาดต้นอะไร ทำไมต้องเป็นต้นไม้ชนิดนี้ในภาพนี้ ถ้าเห็นดอกไม้แบบนี้แปลว่าอะไร

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

ฟังแล้วสนุกเหลือหลาย นอกจากนักพฤกษศาสตร์ คุณใหม่ยังเชิญคนเก่งจากสารพัดวงการ ทั้งศิลปิน ช่างเขียนรูป นักพัฒนาแอปพลิเคชัน นักร้องประสานเสียง นักทำหนัง ร็อกเกอร์ เชฟ สถาปนิก นักภาษาศาสตร์ ฯลฯ มาทำความเข้าใจประวัติศาสตร์วังหน้าในสถานที่ที่เคยเป็นวังหน้าจริงๆ แล้วสร้างชิ้นงาน จัดแสดงในโครงการ ‘วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา’ ระหว่างวันที่ 6 มีนาคม – 28 เมษายน 2562 ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

อาจารย์กิติเชษฐ์เล่ากระบวนการทำงานให้ฟังว่า

“กระบวนการทำงานไม่ยาก มาเดินดูจิตรกรรมฝาผนัง ถ่ายรูป แล้วเอากลับไปเทียบกับต้นไม้จริง ไปดูใน Herbarium หรือพิพิธภัณฑ์พืช (สถานที่เก็บสะสมและรักษาตัวอย่างพืช อาจมีทั้งต้นหรือเพียงบางส่วนของพืช-ผู้เขียน) เอามาเทียบกับรูปที่เราเคยถ่ายเก็บไว้ และพยายามสันนิษฐานว่าในภาพจิตรกรรมนั้นคือต้นไม้อะไร ระบุชื่อให้ได้ งานทางชีววิทยาต้องอาศัยหลักฐาน การประเมิน การคาดเดาแบบมีข้อมูล งานผมครั้งนี้ก็คือการเอารูปมาเทียบกันนั่นเอง”

ความจริงไม่น่าง่าย เพราะพระที่นั่งพุทไธสวรรย์จัดสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2338 หรือ 224 ปีที่แล้ว ข้อจำกัดของภาพเขียนคือไม่ทนทานเท่ารูปปั้น แม้ในรัชกาลที่ 3 มีการบูรณะพระที่นั่งองค์นี้ รวมถึงจิตรกรรมฝาผนังด้วย แต่ก็ยังคงชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา คนธรรมดาอย่างเราไปยืนดูเกือบชิดฝาผนังยังไม่รู้เลยว่าเป็นภาพต้นไม้ เพราะเลือนรางเต็มที บางภาพพอดูออกว่าเป็นต้นไม้ แต่จะให้ระบุชื่อด้วยนั้นไม่มีทาง

แต่เมื่อนักพฤกษศาสตร์มายืนดูและสังเกตอย่างละเอียด ย่อมเห็นอะไรที่เราไม่เห็น

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

รู้จักจิตรกรรม ก่อนเดินเข้าไปดูต้นไม้ในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวตัดสินพระทัยพระราชทานอภัยโทษแก่ชายผู้หนึ่งที่ฆ่าคนตาย และต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต

ชายผู้นั้นคือ คงแป๊ะ จิตรกรเอกยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ในหนังสือ ฝีมือชาวสยาม อาจารย์เอนก นาวิกมูล สันนิษฐานไว้ว่า รัชกาลที่ 3 ทรงเสียดายฝีมือช่าง คงจะทรงเห็นว่าหากปล่อยให้คงแป๊ะตายไปในคุกก็ทำได้ ไม่มีใครเดือดร้อนอะไร แต่การรักษาชีวิตคนมีฝีมือไว้ให้มาสร้างงานนั้นดูจะมีประโยชน์กว่ามหาศาล ศิลปินคือฟันเฟืองสำคัญในการสร้างมรดกทางวัฒนธรรม

แค่นี้คงพอบอกได้ว่า ในสมัยนั้นจิตรกรรมฝาผนังและช่างเขียนรูปเก่งๆ มีความสำคัญเพียงใด

จิตรกรรมฝาผนังของไทยถือได้ว่าเป็นหลักฐานสำคัญทางวัฒนธรรม ในสมัยที่ยังไม่มีกล้องถ่ายรูป หรือมีแต่ยังไม่แพร่หลาย ก็ได้จิตรกรรมฝาผนังนี่เองเป็นสิ่งบันทึกสภาพสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

ในแง่ของภาพต้นไม้ที่จิตรกรบันทึกไว้ อาจารย์กิติเชษฐ์กล่าวว่า “คนไทยเราอาจไม่มีหอสมุดดีๆ แบบฝรั่ง แต่บรรพบุรุษเขามีวิธีรักษาข้อมูลไว้ให้เราศึกษา คนอื่นมองอาจเห็นเป็นต้นไม้ธรรมดา แต่สำหรับผม มันคือบันทึกทางสัณฐานวิทยาและอนุกรมวิธานพืช ภาพจิตรกรรมฝาผนังถือเป็น Botanical Illustration คนเขียนภาพไม่ใช่นักพฤกษศาสตร์ แต่เขาบันทึกสิ่งที่เห็น ต้นไม้ในภาพจิตรกรรมส่วนมากมีต้นจริงทั้งนั้น สะท้อนประเทศเรา สะท้อนพื้นที่ตรงนั้นในช่วงเวลาที่จิตรกรวาด”

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

อาจารย์กิติเชษฐ์เลือกศึกษาจิตรกรรมฝาผนังในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ที่จัดสร้างโดยสมเด็จฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ผู้ทรงเป็น ‘น้องชายพ่อแม่เดียวกัน’ กับรัชกาลที่ 1 และทรงดำรงตำแหน่ง ‘วังหน้า’ ในรัชสมัยนั้น

สมเด็จฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงใช้พระที่นั่งองค์นี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ที่ทรงอัญเชิญมาจากทางเหนือ จึงไม่แปลกที่จิตรกรรมฝาผนังภายในพระที่นั่งเต็มไปด้วยภาพเหล่าเทวดาที่มานมัสการเจดีย์จุฬามณีแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และมีภาพพุทธประวัติที่ระบุรายละเอียดหลายตอน หลายภาพมีต้นไม้และดอกไม้ให้เห็น

ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม นักประวัติศาสตร์ศิลปะ ระบุในหนังสือ จิตรกรรมไทย สมัยรัชกาลที่ 3: ความคิดเปลี่ยน การแสดงออกก็เปลี่ยนตาม เกี่ยวกับเรื่องต้นไม้บางชนิดในพระที่นั่งองค์นี้ เช่น ภาพตอนพญามารทูลเตือนว่าถึงเวลาที่พระพุทธองค์ต้องเสด็จสู่มหาปรินิพพาน มีภาพตอนกษัตริย์ลิจฉวีโปรดให้ข้าราชบริพารจัดเตรียมภัตตาหารถวายพระพุทธองค์ ใต้ลงมาเป็นฝูงโคกำลังดื่มน้ำในสระบัว

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

อาจารย์สันติระบุว่า ช่างผู้เขียนฉากนี้สังเกตความงดงามของธรรมชาติ เพราะเขียนให้ภาพโคเหล่านั้นสะท้อนบนผิวน้ำสระบัว ต้นไม้ในฉากนี้คาดว่าคงถูกซ่อมแซมในสมัยรัชกาลที่ 3 เพราะปรากฏส่วนที่มีสีเข้มทึบ ตัดกับส่วนสีอ่อนจาง ที่น่าจะเป็นของเดิมในสมัยรัชกาลที่ 1

เชื่อไหมว่า ภาพ ‘ต้นไม้เคลื่อนได้’ ก็มีตั้งแต่สองร้อยกว่าปีก่อนแล้ว อาจารย์สันติอธิบายรายละเอียดภาพตอนพุทธบิดาสุทโธทนะทรงกระทำพระราชพิธีแรกนาขวัญไว้ว่า เป็นการแสดงบุญญาบารมีของพระกุมารสิทธัตถะ เพราะเงาของร่มไม้ในฉากทอดปกคลุมบริเวณที่พระองค์ประทับ ไม่ว่าตะวันจะเคลื่อนไปตามเวลาเช้าหรือบ่าย

เมื่อต้นไม้ในจิตรกรรมฝาผนังฉายภาพอดีต

อาจารย์กิติเชษฐ์อธิบายว่า ต้นไม้ในภาพจิตรกรรมอาจเป็นต้นไม้ที่มีหรือไม่มีอยู่จริงในพื้นที่ประเทศเราก็ได้

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

ภาพลายรดน้ำในพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ต้นไม้ใหญ่น่าจะเป็นซากุระ แต่ส่วนกลางถึงล่างของภาพเป็นต้นไม้แบบป่าดิบชื้น เพราะมีไม้อิงอาศัย ไม่แน่ใจว่ามีมาแต่เดิมหรือเติมตอนซ่อม บนต้นซากุระมีกล้วยไม้แบบภาพวาดไทย มีนกปรอด ไม้พุ่มด้านล่างเป็นยี่สุ่นหรือกุหลาบมอญ มุมล่างขวาจิตรกรวาดต้นเต่าเกียด เป็นไม้ที่พบในซีกโลกเหนือถึงภาคกลางของไทยแถวรอบกรุงเทพฯ เป็นไม้ในทุ่งระบบนิเวศแบบที่ราบน้ำท่วมถึง ซึ่งปัจจุบันแทบจะสูญไปจากที่ราบภาคกลางแล้ว

ต้นไม้หลายอย่างในภาพจิตรกรรมที่เห็นก็เป็นชนิดที่อาจารย์เคยเห็นมันเติบโตอยู่จริงๆ เมื่อยังเด็กนั่นเอง

“พอผมเข้าไปในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ไม่ได้เห็นแค่จิตรกรรมฝาผนัง แต่เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนเรื่องเล่า สะท้อนช่วงชีวิตที่จิตรกรเขียน ผมเห็นภาพต้นไม้ต่างๆ ก็กลายเป็นว่า ภาพความทรงจำที่เห็นตอนเด็กๆ ฉายกลับมา” อาจารย์เล่า

“ผมเป็นคนแถวบางกอกน้อย อยู่ที่บางขุนนนท์ อยู่ใกล้วัดสุวรรณาราม ตอนเกิดรอบๆ บ้านมีแต่ป่า คนสมัยนี้อาจจะนึกไม่ออก เป็นป่าริมน้ำ ตอนเด็กๆ เวลาไปเยี่ยมญาติๆ พ่อพายเรือไป ผมประทับใจมาก เห็นต้นไม้ต่างๆ อย่างต้นตีนเป็ด มะกอกน้ำ ตามวัดสมัยก่อนก็จะมีต้นไม้เก่าแก่อย่างต้นยางนา ลำต้นสีขาว แต่จะมีโพรงดำๆ เพราะคนเอาไฟไปลนเพื่อให้ได้ชันมาใช้ คนสมัยก่อนอยู่ริมน้ำก็จะต้องมีการปรับปรุงเรือนทุกปีด้วยการยาชัน ซึ่งได้มาจากยางนี่แหละ”

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

ภาพต้นมะพร้าว (Cocos nucifera L.) ในภาพถ่ายจิตรกรรมฝาผนังที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

ภาพต้นยางนา (Dipterocarpus alatus Roxb. ex G. Don) ในภาพถ่ายจิตรกรรมฝาผนังที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

ภาพทุเรียน (Durio zibethinus L.) ในภาพถ่ายจิตรกรรมฝาผนังที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
ภาพ : ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์

ในภาพจิตรกรรมมีแม้กระทั่งต้นทุเรียน ที่ถือเป็นของดีของเด็ดในท้องถิ่นยุคนั้น

“เห็นภาพต้นทุเรียนก็นึกได้ว่าตอนเด็กๆ แถวนี้มีต้นทุเรียนเต็มไปหมด คือทุเรียนเป็นของมีชื่อเสียงของบางขุนนนท์บ้านผม ทุเรียนเมืองนนท์ยังไม่อร่อยเท่าทุเรียนบางขุนนนท์เลย ผมจะบอกให้” อาจารย์ยิ้ม

“ตอนเด็กๆ ไม่เคยกินทุเรียนที่อื่นเลย ญาติๆ จะเอาทุเรียนมาให้กิน แล้วมีหลายสายพันธุ์มาก พอเห็นต้นทุเรียนในจิตรกรรมฝาผนังก็รู้สึกคุ้นเคย นี่มันบ้านเรานี่ ยังแอบคิดเลยว่าจิตรกรเป็นญาติเราหรือเปล่านี่ ไม่ใช่ของไกลตัวเลย”

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

เรื่องทุเรียนบางขุนนนท์นี่ผู้เขียนขอยกมือยืนยันว่าจริง เพราะไปเจอหลักฐานในหนังสือ แม่ครัวหัวป่าก์ ของ ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ คัมภีร์ไบเบิลของผู้สนใจการครัวชาววังอย่างโบราณ ท่านแนะนำแหล่งปลูกผลไม้ดีไว้ เช่น เงาะต้องของตำบลบางยี่ขัน ลางสาดต้องวัดทองคลองสาร (คลองสาน) ทุเรียนต้องบางบน (คือบางขุนนนท์ในปัจจุบัน)

“รูปจิตรกรรมฝาผนังบางแห่งมีการวาดปลาเสือพ่นน้ำ ปัจจุบันนี้ก็ยังมีอยู่นะครับแต่อาจหาดูยากหน่อย ผมฝึกว่ายน้ำในคลอง พ่อเอาลูกมะพร้าวมาผูกกับตัวแล้วผลักผมลงไปในน้ำเลย เรียกว่าว่ายน้ำเป็นเพราะลูกมะพร้าว ในภาพจิตรกรรมมีทั้งคลองและต้นไม้ที่เราคุ้นเคย ผมคิดว่ามันเป็นเหมือนภาพยนตร์สารคดี ฉายให้เห็นภาพชีวิตตัวเอง เราเห็นแล้วก็ยังดีใจว่าเราเกิดทัน ขนาดเวลาในภาพกับเวลาเราเกิดห่างกันตั้งร้อยกว่าปี แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีแล้ว ไม่มีจริงๆ เด็กรุ่นนี้จะไม่ได้เห็น” อาจารย์กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“ผมเคยบอกลูกศิษย์ว่า เรียนพฤกษศาสตร์นี่เธอจะได้ตาทิพย์ หูทิพย์ เพราะคนอื่นที่ไม่ได้เรียนเดินเข้าป่าเห็นต้นไม้สวย ถ่ายรูป แค่นี้ แต่พวกเธอจะได้ยินและได้เห็นอะไรบางอย่าง ต้นไม้เขาไม่มีเสียง แต่เขาบอกนะว่าตรงนี้น้ำเยอะ น้ำน้อย แม้แต่ในจิตรกรรม ที่ที่น้ำเยอะเขาก็วาดภาพต้นไม้อย่างหนึ่ง พอเราเจอต้นสะแกปั๊บ เรารู้เลยว่าตรงนั้นเป็นที่น้ำท่วมถึง”

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

ต้นไม้พิเศษ สำหรับภาพพิเศษ

ต้นไม้บางชนิดไม่มีทางงอกงามในประเทศเรา แต่ทำไมจิตรกรเขียนไว้ในภาพ

อาจารย์กิติเชษฐ์เฉลยว่า เพราะภาพนั้น ‘พิเศษ’

“เวลามีคนสำคัญในภาพต้นไม้จะเปลี่ยน เท่ากับเป็นเครื่องหมายบอกว่าภาพนี้ไม่ใช่ธรรมดานะ” อาจารย์อธิบาย “ต้นไม้บางอย่างมันไม่มีจริงๆ ในบ้านเรา อย่างเช่นต้นท้อ คล้ายๆ ซากุระ ก็อาจจะเห็นในภาพที่พิเศษหน่อย เช่น มีเทวดา หรือมีพระพุทธเจ้า ต้นไม้ของบ้านเราเป็นเขตร้อน มันไม่ผลัดใบอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าเห็นต้นไม้ที่มีแต่ดอก ยิ่งดอกเล็กๆ เนี่ย พวกต้นท้อ Cherry Blossom ยิ่งไม่ใช่ต้นไม้ท้องถิ่นแน่นอน แต่จิตรกรเขาอาจเคยเห็น เคยไปทางเหนือ เคยขึ้นบนภูเขา แล้วอาจประทับใจ นำมาวาดในภาพของคนสำคัญ”

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

ภาพดอกบ๊วย (Prunus mume Siebold & Zucc.) ในภาพถ่ายจิตรกรรมฝาผนังที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
ภาพ : ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์

‘โอ! ไอซี’ คำอุทานนี้น่าจะเหมาะที่สุด ‘อย่างนี้นี่เอง’ ถ้าเดินดูเฉยๆ จะเข้าใจไหมเนี่ย

อาจารย์ยกตัวอย่างต่อไปว่า “พีโอนี (Peony) คนไทยเรียกดอกโบตั๋น เป็นต้นไม้ที่มีเฉพาะในเขตหนาว ไม่มีทางมาขึ้นร่วมกับกับต้นยาง ต้นทุเรียน แต่จิตรกรใส่ไว้ในภาพเพราะต้องการบอกว่า ต้องดูนะ คนที่อยู่ในภาพนี่พิเศษ หนังสือไตรภูมิเวลาพูดถึงสวรรค์ก็จะมีต้นสนสามใบ กุหลาบพันปี พอเป็นนรกก็จะวาดเป็นป่าชายเลน”

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

ภาพดอกโบตั๋น หรือ เหมาต่าน ในภาษาจีน (peonies) ในภาพถ่ายจิตรกรรมฝาผนังที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
ภาพ : ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

ภาพดอกโบตั๋น หรือ เหมาต่าน ในภาษาจีน (peonies) ในภาพถ่ายจิตรกรรมฝาผนังที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
ภาพ : ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์

การใช้สัญลักษณ์ทางธรรมชาติวิทยา (Botanical symbolism) มีในแนวคิดแบบตะวันตกเช่นกัน ในเทพปกรณัมกรีกมีตอนที่มนุษย์ถูกลงโทษ (หรือได้รางวัล) โดยสาปให้เป็นต้นไม้ เช่น ชายหนุ่มผู้หลงใหลเงาสะท้อนของตนเองถูกสาปให้เป็นดอกนาร์ซิสซัส (Narcissus) ภาพเขียนเกี่ยวกับเทพและเทพีมักมีต้นไม้ที่สัมพันธ์กับแต่ละองค์ เช่น ภาพแบคคุส (Bacchus) เทพแห่งเหล้าไวน์ จะมีเถาองุ่น ภาพเซเรส (Ceres) เทพีแห่งการกสิกรรม จะมีต้นข้าวโพดและข้าวสาลีอยู่ด้วย

อีกตัวอย่างคือ ดอกลิลลีสีขาวบริสุทธิ์เป็นตัวแทนพระแม่มารี มักปรากฏในภาพ The Annunciation ทั้งหลาย (คือภาพตอนที่เทวดามาแจ้งข่าวดีแก่พระแม่มารีว่านางจะได้เป็นมารดาของพระเยซู) ต้นมะกอกเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ความหวัง การเริ่มต้นใหม่ และสันติภาพ มักปรากฏอยู่ในตำนานเรื่องราวระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าของชาวฮีบรู

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

ภาพดอกไม้ในจินตนาการที่ไม่ปรากฏให้เห็นบนโลกมนุษย์ในภาพถ่ายจิตรกรรมฝาผนังที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
ภาพ : ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์

“ตอนที่ถูกชวนมาทำงานนี้ก็รู้สึกสนุกดี ตัวเองเป็นคนแถวนี้ รู้สึกตื้นตัน ว่านี่คือชีวิตของเรา นี่คือภาพที่เราเคยเห็น มันทำให้เราเป็นเราทุกวันนี้ เป็นธรรมชาติรอบตัวนี่แหละที่ผลักดันให้เราเรียนพฤกษศาสตร์ ขนาดจิตรกรยังได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเลย ถ้าเป็นเราวาด ก็จะวาดแบบนี้แหละ วาดสิ่งที่เราเห็น” อาจารย์ดูสนุกอย่างที่บอกจริงๆ เพราะอธิบายด้วยความกระตือรือร้น ให้คนไม่ค่อยรู้จักต้นไม้ใบหญ้า ได้เข้าใจความสำคัญของภาพต้นไม้ในงานจิตรกรรม

ผลงานครั้งนี้ของอาจารย์กิติเชษฐ์จะถูกบันทึกไว้ในรูปแบบไปรษณียบัตรแจกให้ผู้เข้าชมนิทรรศการ ทำให้เรามองจิตรกรรมฝาผนังในมุมมองใหม่ ที่ไม่ได้มีแต่เรื่องราวพุทธประวัติและชาดกตอนต่างๆ

คำถามสุดท้ายจาก The Cloud ขอถามนักพฤกษศาสตร์ว่า เราศึกษาประวัติศาสตร์ไปทำไม

“ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องของเราอยู่แล้ว ไม่อยากจะไปรณรงค์ว่า มาสนใจประวัติศาสตร์กันเถอะ คนที่เป็นวิญญูชนจะต้องสนใจประวัติศาสตร์ ต้องสนใจว่าเรามาจากไหน เราเป็นผลผลิตจากใคร มีตำแหน่งตรงไหนในสังคม

“ในระบบนิเวศ ฝรั่งเขาเรียกธรรมชาติวิทยาว่า Natural History คือก็มีนัยอยู่แล้วว่าเป็น ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงและส่งผลถึงตัวเรา เราเป็นผลผลิตของประวัติศาสตร์ ไม่ต้องถามว่าควรสนใจหรือไม่สนใจ แต่ถ้าเราศึกษาจะเห็นว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ เราใช้บริการของเขาอยู่ ประวัติศาสตร์คือชีวิตเรา เราควรเข้าใจมัน ทั้งของตัวเราเองและของคนอื่น เป็นข้อมูลสำคัญที่ทำให้รู้ว่าเรามีหน้าที่และบทบาทอะไรในระบบนิเวศครับ”

จิตรกรรมฝาผนัง, พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

เอกสารประกอบการเขียน

หนังสือ

ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ (บรรณาธิการ). ตำราแม่ครัวหัวป่าก์ โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์. นนทบุรี : สำนักพิมพ์ต้นฉบับ, 2557

สันติ เล็กสุขุม. จิตรกรรมไทยสมัยรัชกาลที่ 3: ความคิดเปลี่ยน การแสดงออกก็เปลี่ยนตาม. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เมืองโบราณ, 2548

เอนก นาวิกมูล. ฝีมือชาวสยาม. กรุงเทพฯ : พิมพ์คำสำนักพิมพ์, 2554

Hagen, Rose-Marie & Hagen, Rainer. What Paintings Say: 100 Masterpieces in Detail. China : Taschen, 2016

 

เว็บไซต์

www.metmuseum.org/toah/hd/bota/hd_bota.htm
symboldictionary.net/?p=1333

Writer

กรณิศ รัตนามหัทธนะ

นักเรียนเศรษฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแนวไปเรียนทำอาหารอย่างจริงจัง เป็น introvert ที่ชอบงานสัมภาษณ์ รักหนังสือ ซื้อไวกว่าอ่าน เลือกเรียนปริญญาโทในสาขาที่รู้ว่าไม่มีงานรองรับคือมานุษยวิทยาอาหาร มีความสุขกับการละเลียดอ่านหนังสือและเรียนรู้สิ่งใหม่ผ่านภาพถ่ายเก่าและประวัติศาสตร์สังคม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2565
4.66 K

เบื้องหลังคลองภักดีรำไพที่ทอดยาวเลียบไปกับถนน คือทิวทัศน์ของภูเขาและหนึ่งฟ้ากว้างเคล้ากับหมอกจาง ๆ ที่มองแล้วรู้สึกสงบใจ ใครจะคิดว่าวิวนี้มองเห็นได้จากศูนย์การค้าอย่าง ‘เซ็นทรัล จันทบุรี’ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ศูนย์การค้าแห่งนี้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดจันทบุรี ที่รุ่มรวยทั้งวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ อย่างภูเขา น้ำตก ทะเล ผลไม้เมืองร้อน ไปจนถึงอัญมณี ราวกับเป็น Hidden Gem แห่งภาคตะวันออกที่รอการเจียระไนให้เฉิดฉาย 

เซ็นทรัลพัฒนาจึงปักหมุดพื้นที่กว่า 40 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก โดยมีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม และคอนเวนชันฮอลล์สำหรับจัดงานแสดงสินค้าและงานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยมีโจทย์คือทำอย่างไรให้เชื่อมโยงพื้นที่จากภายในอาคารสู่ภายนอกอาคารได้อย่างลื่นไหล กลมกลืน รวมทั้งใช้สอยพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเกิดเป็นศูนย์การค้าแบบ Semi-outdoor ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกิน เที่ยว ช้อปปิ้งตั้งแต่เช้าจรดค่ำ 

ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ คือดีไซน์ที่ไม่ป่าวประกาศว่าเป็นอาคารหน้าใหม่ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นในจังหวัดจันทบุรี หากเป็นการผสมผสานความทันสมัยและเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไว้อย่างลงตัว รวมถึงการออกแบบพื้นที่ให้โอบรับกับวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายช่วงวัย 

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เสน่ห์เมืองจันท์ที่แทรกซึมอยู่ในการออกแบบ

ถ้ามีใครถามหาคู่มือ ‘รู้จักจันทบุรีฉบับรวบรัด’ เราคงแนะนำให้เดินทางมายังเซ็นทรัล จันทบุรี เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนการรวบรวมเอาความรุ่มรวยของทั้งจังหวัด มาไว้ในการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Charming Chanthaburi’ หรือ ‘มหัศจรรย์จันทบุรี’ 

หากมองจากภายนอกตัวอาคาร เราจะพบสัญลักษณ์ของเมืองจันท์อย่าง Art Feature กระต่ายสีขาวแสนน่ารักในหลากหลายอิริยาบถรอบ ๆ ศูนย์การค้า ชวนให้เรารู้สึกสดใสและอบอุ่นหัวใจในเวลาเดียวกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนบริเวณด้านหน้า เราจะเห็นฟาซาด (Façade) หรือองค์ประกอบด้านหน้าของอาคาร เป็นสีน้ำตาลอิฐที่มีรูปทรงโค้งมนซ้อนทับกันหลายชั้น โดยลวดลายดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายเสื่อจันทบูร ผสมผสานกับประกายของอัญมณีเมืองจันท์

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน เราจะพบว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งของอาคารเป็นแบบเปิดโล่งหรือ Semi-outdoor เพื่อรับแสงและลมธรรมชาติ โดยตัวอาคารค่อนข้างโปร่ง ทำให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย เมื่อรวมกับวัสดุกึ่งปูนกึ่งไม้ ยิ่งได้กลิ่นอายของบ้านเรือนในชุมชนริมน้ำจันทบูร แต่ความละเอียดของสถาปัตยกรรมดังกล่าวไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อมองลึกลงไปจนถึงดีเทลเล็ก ๆ อย่างเสาบริเวณชั้น 1 จะเห็นว่าเสาถูกตกแต่งด้วยเสื่อจันทบูรลายเก๋ ตลอดจนลายกระเบื้องบริเวณศูนย์อาหาร (Food Patio) ก็มีการเลือกใช้สีสันและแพตเทิร์นที่คล้ายกับเสื่อกกเช่นกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงจันทบุรี คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงรสชาติผลไม้เมืองร้อน อย่างเงาะ มังคุด ทุเรียน หรือลองกอง ซึ่งความน่ารักของบริเวณชั้น 2 คือ โซนสำหรับนั่งพักที่บ่งบอกถึงความเป็นจันทบุรี ผ่านเฟอร์นิเจอร์สีสวยดีไซน์สร้างสรรค์ โดยเฉพาะเก้าอี้รูปทรงทุเรียนและมังคุดสุดมินิมอล ราวกับเป็นผลงานศิลปะที่นั่งได้จริง

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

คงกลิ่นอายความเป็นชุมชน

นอกจากการออกแบบที่คำนึงถึงท้องถิ่นแล้ว สิ่งที่ทำให้เซ็นทรัล จันทบุรี โดดเด่น คือการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยชูอัตลักษณ์ของดีแห่งจันทบุรี นำร้านรวงและสินค้าท้องถิ่นมาเปิดขายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของดีเมืองจันท์ ในงานสีสันจันทบูร ร้านกาแฟคราฟต์ของนักธุรกิจท้องถิ่นรุ่นใหม่อย่าง กาแฟบ้านทวด และ ‘โซนพลอยจันท์’ ที่เต็มไปด้วยร้านอัญมณีชื่อดังของจังหวัด

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

‘ตลาดจริงใจ’ ที่มีผักและผลไม้จากสวนในท้องถิ่น เช่น มะปี๊ดหรือส้มจี๊ด หน่อไม้ มังคุด ลองกอง เงาะ ฯลฯ ส่วนบริเวณ Semi-outdoor ของชั้น G ก็ได้รวมเอาของดีจาก 10 อำเภอดังมาจัดจำหน่ายอีกด้วย

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนภายนอกอาคาร ยังมี ‘จุดชมจันท์’ ที่มองวิวบริเวณคลองภักดีรำไพได้แบบ 360 องศา โดยชั้นล่างเปิดเป็นคาเฟ่ ‘Seed Of Siam’ คาเฟ่ที่ตั้งใจจะฟื้นคืนกาแฟจันทบูรที่เคยห่างหายไปนับร้อยปี ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟจันทบูร คือรสช็อกโกแลตที่จิบแล้วมีรสหวานตบท้าย เรียกว่าเป็นอีกโซนหนึ่งที่ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศและรสชาติในแบบฉบับของเมืองจันท์เลยทีเดียว

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เซ็นทรัล จันทบุรี ยังจ้างงานคนท้องถิ่นมาทำงานในศูนย์การค้า เปิดโอกาสให้ชาวจันทน์ที่ต้องไปทำงานต่างบ้าน ได้มีโอกาสกลับมาทำงานในจังหวัด ดูแลท้องถิ่น และสร้างความรู้สึกให้ชุมชนได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดตัวเอง

พื้นที่สาธารณะที่โอบรับคนทุกวัย

อีกจุดเด่นของเซ็นทรัล จันทบุรี คือพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์ผู้คนทุกช่วงวัย โดยภายในอาคารจะมี ‘บ้านชานจันท์’ Co-working Space ร้านกึ่งคาเฟ่สำหรับนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ ถัดไปไม่ไกลจากบริเวณนั้นยังมีสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่เด็ก ๆ เข้าไปปีนป่ายเล่นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เมื่อเดินออกมาจากโซน Semi-outdoor เราจะพบพื้นที่กว่า 4 ไร่ที่ถูกพัฒนามาเป็น ‘สวนเพลิน’ เพื่อตอบโจทย์การพักผ่อนหย่อนใจของชาวจันทบุรี สำหรับคนที่อยากนั่งเงียบ ๆ ก็มี ‘เรือนจันทบูร’ ให้หย่อนใจทอดสายตามองวิวแม่น้ำและภูเขา ส่วนสายออกกำลังกาย ที่นี่มีทั้งลู่วิ่งรอบสวน ความยาวกว่า 400 เมตร จุดจอดจักรยาน ลานสเกตบอร์ด สนามบาสเกตบอล เครื่องออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น ไปจนถึงพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
เรือนจันทบูร
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
สวนเพลิน

ถัดจากโซนสัตว์เลี้ยง คือบริเวณ ‘ลานอินจัน’ ที่ตั้งชื่อตามต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี โดยลานนี้จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ความพิเศษคือท่ามกลางไม้ดอกไม้ประดับ เราจะเห็นต้นอินจันและผลไม้ท้องถิ่นอย่างมะปี๊ด มังคุด และทุเรียน ปลูกแซมอยู่ภายในสวน เพื่อรอวันให้เราได้ยลโฉม (และอาจจะได้ลิ้มรส) เมื่อต้นไม้เหล่านี้ผลิดอกออกผลเต็มที่

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

หากย้อนกลับมามองในภาพรวมของเซ็นทรัล จันทบุรี เราจะไม่ได้เห็นเพียงผู้คนที่ก้าวเข้ามาซื้อสินค้าและบริการเท่านั้น แต่เราจะเห็นผู้มาเยือนที่ได้ทำความรู้จักจังหวัดนี้ผ่านดีไซน์และร้านรวงต่าง ๆ ได้เห็นเด็ก ๆ กำลังเล่นสนุก วัยรุ่นมาถ่ายรูปเช็กอิน วัยทำงานมาใช้พื้นที่ Co-working Space ครอบครัวพาเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นออกกำลังกาย เพราะนอกจากการเป็นศูนย์การค้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่แห่งนี้ยังเชื่อมต่อผู้คนมากหน้าหลายตาให้เข้ามาใช้ชีวิต และสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดจันทบุรีได้อย่างเต็มอิ่ม

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load