4 Oct 2018
4 PAGES
661

แน่นอนว่าเรื่อง ‘เงิน’ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับคนสมัยนี้ เราบางคนแอบฝันจะเก็บเงิน และเราบางคนแอบเก็บเงินไปตามฝัน ดังนั้น คงดีไม่น้อยถ้าเรามีแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องใหญ่ในกระเป๋า (สตางค์) ของเรา วันนี้เราจึงขอพาไปรีวิว ‘ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย’ ที่นอกจากจะมีพื้นที่ห้องสมุดและ Co-working Space อันเก๋ไก๋ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เขาเพิ่งจะแกะกล่อง 2 นิทรรศการใหม่ที่พาผู้ชมย้อนไปดูอดีตของการเงินประเทศไทย และมองไปยังอนาคตการเงินของเราเองด้วย

นิทรรศการทั้งสองนี้อยู่ด้านในของศูนย์การเรียนรู้แบงก์ชาติ เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันทำการของศูนย์ฯ สำหรับนิทรรศการแรกนั้นมีวิธีสังเกตหาได้ง่ายๆ คือ ตรงทางเข้าจะมีลายเซ็นสีทองขนาดใหญ่ของ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย จารึกอยู่บนผนังเห็นเด่นเป็นสง่า ว่าแต่ท่านคือใคร? ลายเซ็นนี้มีความสำคัญอย่างไร? เราได้รับเกียรติจาก คุณนวพร มหารักขกะ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายวางแผนและงบประมาณ ธนาคารแห่งประเทศไทย มาช่วยเล่าเรื่องราวเนื้อหาของนิทรรศการนี้อย่างลึกซึ้ง

ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

“นิทรรศการพระองค์เจ้าวิวัฒนไชยเป็นเรื่องราวที่มีบริบทร่วมสมัย พระองค์เป็นผู้ก่อตั้งธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้นมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และทรงเป็นต้นแบบของผู้มีความสามารถที่มีความวิริยะอุตสาหะ ยึดมั่นในหลักการ ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานของพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยสืบมาจวบจนปัจจุบัน”

ในห้องจัดแสดง เราย่างก้าวกลับไปสู่สมัยรัชกาลที่ 5 ในยุคที่อิทธิพลของชาติตะวันตกประชิดเข้ามาในรูปแบบของการล่าอาณานิคม รวมถึงการแทรกแซงและกุมอำนาจทางเศรษฐกิจของไทย ซึ่งในครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ประพาสยุโรปพร้อมด้วยพระอนุชาคือ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ (พระบิดาของพระองค์เจ้าวิวัฒนไชย) ทรงเห็นความสำคัญว่าประเทศไทยจะต้องมีสถาบันทางเศรษฐกิจ จึงเป็นที่มาของแนวคิดการตั้ง National Bank ซึ่งต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจทั้งด้านเศรษฐกิจการเงิน การเมืองระหว่างประเทศ และด้านอื่นๆ ด้วยเหตุนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงส่งพระราชโอรสและพระราชนัดดา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือพระองค์เจ้าวิวัฒนไชยไปศึกษายังต่างประเทศ เพื่อนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาประเทศ

ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

กระบวนการจัดตั้งธนาคารกลางได้ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย ทางญี่ปุ่นตั้งข้อเรียกร้องด้านการเงินกับไทย 3 ประการ ข้อแรกคือ ขอตั้งธนาคารกลาง โดยที่ธนาคารกลางนั้นจะบริหารจัดการโดยคนญี่ปุ่น ไม่มีคนไทย ข้อที่สองคือ ขอให้การค้าขายทั้งหมดที่ทำกับญี่ปุ่นชำระด้วยเงินเยน ซึ่งแปลว่าเมื่อขายของกับญี่ปุ่นก็จะได้เฉพาะเงินเยนมา และไม่สามารถนำไปค้าขายแลกเปลี่ยนกับประเทศอื่นๆ ได้ ถือเป็นการล็อกเศรษฐกิจของไทยให้ผูกอยู่กับญี่ปุ่น ข้อที่สามคือ ขอให้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยน 1 บาทต่อ 1 เยน เท่ากับเป็นการลดค่าเงินบาทไปถึง 30%

“พระองค์เจ้าวิวัฒนไชยซึ่งในตอนนั้นเป็นที่ปรึกษารัฐบาลไทยตรัสว่า เรื่องที่ยอมไม่ได้เด็ดขาดคือเรื่องการให้ต่างชาติมาตั้งธนาคารกลางแล้วบริหารจัดการโดยคนต่างชาติ เพราะมันเท่ากับการสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจการเงินของประเทศ เลยตรัสว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะตั้งธนาคารกลางเอง มีคนของเราที่พร้อมจะบริหารกิจการของธนาคารกลางเอง และทรงต่อรองว่ายอมให้ทางญี่ปุ่นได้ 2 ข้อที่ขอมา” คุณนวพรอธิบาย

ที่เรียกว่าเป็นการรักษาอธิปไตยทางเศรษฐกิจ เพราะธนาคารกลางคือคนที่ดูแลควบคุมปริมาณเงินและการไหลเวียนของเงินทั้งระบบ ซึ่งเปรียบเสมือนสายเลือดทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่การบริหารปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจของไทย และปริมาณเงินตราต่างประเทศที่มีอยู่เพื่อรองรับการค้าขายระหว่างประเทศ ไปจนถึงการพิมพ์ธนบัตร และที่จะขาดไม่ได้คือ การกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะปล่อยเงินและสูบเงินเข้าระบบ ทั้งหมดยังอยู่ในมือคนไทย เพราะธนาคารกลางมิได้ตั้งโดยต่างชาติ ซึ่งคนที่ได้เข้ามาชมนิทรรศการจะสามารถพลิกดูเอกสารหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ได้ในหน้าหนังสือแบบดิจิทัล มีไฮไลต์ส่วนเนื้อหาที่สำคัญๆ ไว้ให้อ่านอย่างสะดวก

ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ประเทศไทยอยู่ฝั่งแพ้สงคราม แต่พระองค์เจ้าวิวัฒนไชยสามารถนำพาให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF และธนาคารโลกได้ ซึ่งการเข้าร่วมเป็นสมาชิกตั้งแต่แรกทำให้ไทยมีสิทธิ์มีเสียงในเรื่องการวางกรอบกติการะบบการเงินของโลก เรียกได้ว่าผลงานของท่านได้วางรากฐานที่สำคัญให้กับระบบเศรษฐกิจการเงินของประเทศอย่างแท้จริง

“สิ่งหนึ่งที่ทรงฝากไว้จริงๆ ก็คือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ตอนที่ทรงตั้งแบงก์ชาติ ทรงตั้งคำถามว่าใครคือคนที่จะมาทำงานให้แบงก์ชาติ มีคุณสมบัติมากมายที่สำคัญ แต่ข้อแรกที่ทรงเขียน และทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์คือ ความสุจริต เพราะว่าจะเป็นธนาคารกลางได้ต้องได้รับความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นจากคนไทย และจากชาวโลกด้วย”

นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงแสดงให้เห็นความมั่นคงในหลักคุณธรรมนั้นด้วยการยอมลาออกเพื่อรักษาหลักการของพระองค์ เมื่อเกิดประเด็นตอนแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อช่วงสงครามโลก ทรงเห็นว่านโยบายการแก้ปัญหาของรัฐบาลไม่ถูกต้อง แต่กลับไม่ได้รับการสนับสนุน และถูกแรงกดดันให้ปฏิบัติตาม ทรงพยายามชี้แจงด้วยหลักการและชี้ให้เห็นถึงผลร้าย แต่ถึงที่สุดแล้วยังไม่สามารถโน้มน้าวให้ทิศทางของนโยบายเปลี่ยนได้ จึงทรงลาออก สะท้อนจิตใจที่ยึดถือหลักการและความถูกต้องมากกว่าตำแหน่งอีกด้วย

ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

เรียกได้ว่านิทรรศการแรกนี้เน้นการเรียนรู้ผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ผ่านวิสัยทัศน์และแนวคิดของ ‘วีรบุรุษ’ แห่งวงการการเงินแห่งประเทศไทย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการนำเสนอในนิทรรศการถัดมาที่ชื่อว่า ‘นิทรรศการความรู้ทางการเงิน BOT Money Terminal’ นิทรรศการชุดนี้จะเน้น Interactive ชวนให้ทุกคนมองไปในอนาคต โดยเปรียบการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคลเป็นการเดินทางไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้

คุณชนาธิป จริยาวิโรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมความรู้ทางการเงิน เล่าถึงที่มาที่ไปให้เราฟังว่า จากข้อมูลของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ชี้ว่า ประชาชน Gen Y ซึ่งเป็นกลุ่มที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศระยะต่อไป มีปัญหาเรื่องหนี้สิน และมีจำนวนมากที่เป็นหนี้ตั้งแต่อายุก่อน 30 ปี แถมยังมีโอกาสที่จะชำระหนี้ไม่ได้ด้วย! เมื่อประกอบกับการที่ผู้มาใช้บริการจำนวนมากของแบงก์ชาติเป็นนักศึกษาซึ่งเป็น Gen Y ด้วยแล้ว จึงเหมาะมากที่จะทำนิทรรศการเพื่อให้ความรู้ทางด้านการเงินที่เน้นจับคนกลุ่มนี้

ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

โซนแรกของนิทรรศการก็คือ ‘Booking’ ซึ่งคล้ายกับการกรอกข้อมูลเพื่อจองตั๋วเครื่องบิน แต่สิ่งที่กรอกคือข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง รวมถึงพฤติกรรมด้านการเงินด้วย เช่น มีค่าใช้จ่ายหมวดอะไรบ้างในแต่ละเดือน มีรายได้ หนี้สิน เท่าไหร่ แล้วโปรแกรมก็จะให้ตั้งเป้าหมายด้านการเงิน ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ อย่างการเก็บเงินซื้อสมาร์ทโฟนใหม่ ไปจนถึงการเก็บเงินเพื่อใช้จ่ายหลังเกษียณ จากนั้นโปรแกรมก็จะวิเคราะห์สุขภาพทางการเงินของแต่ละคน แล้วประเมินว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเก็บเงินได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ต่อไปยังโซนที่ 2 ‘Check-in’ พอมาถึง ก็จะให้เลือกรหัสเที่ยวบินในหน้าจอที่มีชื่อเราอยู่ จะมีข้อมูลที่ได้กรอกไว้ขึ้นมา จากนั้นจะเป็นการวัดความรู้ด้านทักษะทางการเงิน ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ หรือการบริหารจัดการหนี้และการระวังป้องกันภัยทางการเงินต่างๆ หากตอบผิดก็จะมีเฉลยและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเงินเด้งขึ้นมา ซึ่งระดับทักษะทางการเงินนี้จะสะท้อนออกมาเป็นสถานการณ์ในโซนที่ 3 ต่อไป

ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

โซนที่ 3 ‘Take Off’ จะมีรูปตัวเองที่ต้องถ่ายตอนกรอกข้อมูลที่โซน 1 มาขึ้นเป็นหน้าตัวละครอยู่ในเครื่องบินบน Kinetic Wall ซึ่งเป็นจอที่มีการขยับเคลื่อนไหวได้ตามการเคลื่อนไหวของภาพแอนิเมชันในสกรีน ประเภทของเครื่องบินและสถานการณ์จำลองต่างๆ ที่สัมพันธ์กับข้อมูลซึ่งกรอกมาตั้งแต่ต้น เช่น ประเภทของเครื่องและสมรรถนะที่เป็นไปตามสุขภาพทางการเงินของแต่ละคน และถ้ามีภาระหนี้สินเยอะ ก็จะมีลมต้านเยอะ แทนอุปสรรคที่ทำให้ออมเงินและลงทุนได้ช้า ความรู้ในสิทธิและหน้าที่ทางการเงินก็จะสะท้อนออกมาในระดับเพดานบินที่ต่างกัน ถ้าความรู้ดีก็จะบินได้สูง เป็นต้น ซึ่งการจำลองแบบนี้จะทำให้เห็นว่าตัวเองอยู่ในสภาพทางการเงินแบบไหนก่อนจะไปถึงจุดหมาย

“เราพบว่าคนไทยส่วนใหญ่คิดว่าอยากจะออมเงิน แต่จริงๆ แล้วไม่สามารถออมได้ตามที่ตัวเองคิดไว้เลยค่ะ น้อยมาก มีคนกว่า 1 ใน 3 ที่ไม่มีเงินออม ส่วนเงินออมฉุกเฉิน ถ้าเราไม่มีเก็บออมไว้เลย สมมติเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินปั๊บ เช่น โทรศัพท์เสีย เกิดอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วย เราก็อาจจะเป็นหนี้ทันที ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ไม่แน่ใจว่ามีหรือมีไม่ถึง 3 เดือน จริงๆ แล้วหลักการที่ถูกต้อง ดีที่สุด ต้องมีเงินออมฉุกเฉิน 6 เดือนค่ะ”

นอกจากนี้ คุณชนาธิปยังย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพการเงินว่า ถ้าให้ดีควรทำทุกปี เหมือนกับการตรวจสุขภาพร่างกาย และนิทรรศการนี้ก็ออกแบบมาให้สามารถเล่นได้หลายครั้ง เช่น เมื่อค่าใช้จ่าย รายได้ หนี้สิน เปลี่ยนไป หรือมีเป้าหมายใหม่ๆ ก็สามารถกลับมากรอกข้อมูลเพื่อประเมินใหม่ได้อีก แถมยังมีแอพชื่อ ‘BOT Money Terminal’ ให้เล่นจากมือถือได้ด้วย

แม้ทั้งสองนิทรรศการจะแตกต่างกันมาก แต่ทั้งคุณนวพรและคุณชนาธิปต่างย้ำว่า พันธกิจของธนาคารแห่งประเทศไทยคือการสร้างความรู้ทางการเงินและภูมิคุ้มกันทางการเงินที่มั่นคงให้กับคนไทย ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะชอบเรียนรู้แบบไหน เราคิดว่าทั้งสองนิทรรศการนี้ก็อาจจะช่วยคุณคิดถึงเรื่องการบริหารเงินทั้งในระดับประเทศและระดับปัจเจกได้ไม่มากก็น้อย

 

ภาพ ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

เลขที่ 273 ถนนสามเสน แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทรศัพท์ 023567766
อีเมล [email protected]
เวลาทำการ 09.30 – 20.00 น. ทุกวันยกเว้นวันจันทร์
ไม่เสียค่าเข้าชม

CONTRIBUTORS

Museum Minds

Museum Minds คือสองเพื่อนรักที่ทำงานอยู่ในวงการพิพิธภัณฑ์ คนแรกคือ โอ๊ต มณเฑียร เป็นศิลปินวาดรูปนู้ด แม่มด คนรักพิพิธภัณฑ์ และนักเขียนหนังสือ 'London Scene' กับ 'Paris Souvenir' อีกคนคือ บุณฑริก เขมาชีวะ นักพิพิธภัณฑ์สายฮีลลิ่ง ครูและนักแปลในบางเวลา มีโยคะ ธรรมะ และการเต้น เป็นสรณะ

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

อดีตนักศึกษาสถาปัตย์ที่หันเหเปลี่ยนอาชีพมาเป็นช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก และนักหัดเขียน โดยพึ่งมีหนังสือของตัวเองเล่มแรกชื่อ 'ราชาสถาน นิทานตื่นนอน'