The Cloud x OKMD

จำนวนปีในการทำร้านหนังสือของผม เกินหน้าระยะเวลาในการทำนิตยสารมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่มีความฝันเรื่องทำหนังสือ เขียนหนังสือ เมื่อครั้งยังเป็นหนุ่มน้อย แล้วมีโอกาสย่างเท้าก้าวเข้ามาสู่วงการ ชีวิตผมก็อยู่แถวนี้ตลอด ไม่เคยคิดถอนเท้าออก ไม่ได้ทำนิตยสารก็เป็นคอลัมนิสต์ให้นิตยสารต่าง ๆ ช่วงกลางของการรับจ้างเขียนคอลัมน์ ผมได้ลงมือทำร้านหนังสือชื่อ ‘บุ๊คโทเปีย’ ที่บ้านเกิด-อุทัยธานี ไม่ใช่ร้านแบบที่ขายหนังสือพิมพ์และนิตยสารด้วย หากเป็นอีกแบบ 

อย่างไรก็ตาม ตอนเริ่มนั้น ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับบุ๊คโทเปียยังไม่ชัด ยังไม่รู้ว่าจะไปทิศทางไหน แต่ทำร้านได้สัก 2 – 3 ปี ผมพอรู้บ้างแล้วว่า ทิศใดที่เราจะไม่ไป แม้ทิศดังกล่าวอาจทำให้ขายหนังสือได้เพิ่มขึ้น

บุ๊คโทเปียเป็นร้านหนังสือที่มีแฟนประจำ บางปี เราชวนนักอ่านที่รู้จักมักคุ้นกันมาทำนา ตั้งชื่อโครงการว่า ‘ทำนาประสา Booktopia’ ชาวนาคนหนึ่งเรียนจบวิศวะ แล้วไม่อยากเป็นวิศวกร แต่ชอบทำเกษตร คุยกับเขาจนกระทั่งเกิดไอเดีย ชวนนักอ่านมาทำนาน่าจะดีเหมือนกัน โครงการนี้เริ่มตั้งแต่ดำนาช่วงสิงหาฯ จนถึงเก็บเกี่ยวตอนธันวาฯ นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่ผมไถนา ดำนา และเกี่ยวข้าว 

หลายคนที่มาร่วมทำนา ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตของพวกเขาเหมือนกันที่ได้ลงไปเดินบนท้องนา บางปี ผมได้ไปสอนหนังสือที่โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง และสอนอยู่ 1 เทอม การเรียนการสอนเริ่มต้นทุกบ่ายโมงวันศุกร์ และเรียนกันใต้ต้นไม้ใหญ่ โครงการ ‘ห้องเรียนใต้ร่มไม้’ มีต้นธารจากแฟนร้านหนังสืออีกนั่นแหละ โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนทั้งหมด 22 คน (เด็กเล็กจนถึงประถม 6) วิชาที่ผมเลือกไปสอน ก็อย่างเช่น วิชาท้องฟ้า วิชาความสุข วิชาฟังเพลง ฯลฯ บางศุกร์มีรุ่นน้องจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมาช่วยสอนด้วย

บันทึก 15 ปีร้าน Booktopia เมื่อนักเขียนกลับบ้านไปทำร้านหนังสือและสำนักพิมพ์ที่อุทัยธานี
บันทึก 15 ปีร้าน Booktopia เมื่อนักเขียนกลับบ้านไปทำร้านหนังสือและสำนักพิมพ์ที่อุทัยธานี

แต่ที่คล้ายว่าไปสอนเด็กนั้น ความจริงเด็ก ๆ สอนผมมากกว่า ผมใช้เวลาหลายสัปดาห์ทีเดียวกว่าจะแทนตัวเองว่า ‘ครู’ เวลาพูดกับเด็กเหล่านี้อย่างไม่ขัดเขิน และเมื่อสนิทสนมกันดีแล้ว ต่างก็ผูกพันกันมากขึ้น เวลาผมไปถึงโรงเรียน พวกเขาจะวิ่งมาหา มาช่วยขนของลงจากรถ ศุกร์สุดท้ายของการสอนและเป็นวันปิดภาคเรียนของห้องเรียนใต้ร่มไม้ มีรุ่นน้องและแฟนร้านหนังสือมาร่วมปิดภาคด้วย ผมเขียนนิทานให้เด็ก ๆ และเตรียมมาอ่านในวันนี้ โดยหนึ่งในผู้ที่มาช่วยให้เสียงในนิทาน คือ เช็ค-สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ 

โรงเรียนดังกล่าวชื่อโรงเรียนบ้านท่าดาน อยู่ที่อำเภอทัพทัน จ.อุทัยธานี หนึ่งปีต่อมาโรงเรียนซื่อ ๆ น่ารักก็ถูกยุบ แต่ห้องเรียนใต้ร่มไม้ถือเป็นความทรงจำที่แสนพิเศษสำหรับผมจนกระทั่งปัจจุบัน

การเปิดร้านหนังสือสัก 14 – 15 ปี ความทรงจำที่สืบเนื่องมาจากบุ๊คโทเปียย่อมไม่น้อยเป็นธรรมดา ปลายปีที่แล้ว มีน้องคนหนึ่งพาเพื่อนของเขามาที่ร้าน โดยบอกเพื่อนว่าจะพามาดูจุดเริ่มต้น ปัจจุบันน้องคนนี้ทำงานออกแบบเครื่องประดับในกรุงเทพฯ แรกเปิดร้าน เขามาบุ๊คโทเปียกับกลุ่มเพื่อนที่เรียนชั้นมัธยม เคยมาเล่าเรื่องเก็บเงินเพื่อไปดูคอนเสิร์ตเลดี้ กาก้า เรา (ร้านหนังสือ) ยุให้ไปดูเลย บางทีก็มาถ่ายรูปสนุก ๆ แปลก ๆ ที่บุ๊คโทเปีย 

เพื่อนที่เขาพามาเป็นหลานชายของ พี่ไข่-สมชาย แก้วทอง การแต่งเนื้อแต่งตัวและท่วงท่าการพูดคล้ายพี่ไข่มาก พอเอ่ยถึงช่างภาพแฟชั่นบางคนที่เป็นเพื่อนผม เขาก็รู้จักมักคุ้นด้วย ผมรู้สึกดีที่บุ๊คโทเปียได้มีส่วนในการเป็นแรงบันดาลใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เด็กมัธยมคนหนึ่งได้เดินตามเส้นทางที่วาดฝันเอาไว้ ผมชวนทั้งคู่… วันหลังมาทำอะไร ๆ เรื่องเสื้อผ้าที่อุทัยฯ ดีไหม

บันทึก 15 ปีร้าน Booktopia เมื่อนักเขียนกลับบ้านไปทำร้านหนังสือและสำนักพิมพ์ที่อุทัยธานี
บันทึก 15 ปีร้าน Booktopia เมื่อนักเขียนกลับบ้านไปทำร้านหนังสือและสำนักพิมพ์ที่อุทัยธานี

การทำร้านหนังสือไม่แตกต่างจากการทำงานอื่น ๆ คือมีทั้งวันดีและวันไม่ดี มีช่วงที่คึกคักไฟลุกโชนและช่วงที่เบื่อหน่าย ตอนเบื่อนั้น ผมเคยคิดว่ามานั่งเฝ้าร้านหนังสือเล็ก ๆ แคบ ๆ ทำไม แต่ความคิดดังกล่าว ผ่านเข้ามาแล้วผ่านออกไปอย่างรวดเร็ว พ.ศ. 2554 ซึ่งน้ำท่วมใหญ่ บุ๊คโทเปียประสบ (อุทก) ภัยเช่นกัน เราปิดร้านประมาณ 2 เดือน ผมได้ยินเสียงน้ำเสียงเรือจนเบื่อ ตอนแรกรู้สึกเพลิน ๆ ที่มีเรือมาจอดหน้าร้าน เพลินที่เห็นน้ำสาดซัด เห็นเรือแล่นผ่านราวกับร้านตั้งอยู่ริมคลอง แต่พอหลายวันหลายสัปดาห์ก็เริ่มอึดอัดขัดข้องกับสภาพความเป็นอยู่ ร่องรอยน้ำท่วมร้านหนังสือยังพอเหลือให้เห็น

แล้วการปิดร้านที่ยาวนานกว่าน้ำท่วมใหญ่ก็เกิดขึ้น กลางเดือนมกราฯ พ.ศ.​ 2563 บุ๊คโทเปียจัดสนทนาธรรมของ หลวงพี่ไพศาล วิสาโล ที่หน้าร้าน นี่คือครั้งที่ 2 ที่เรานิมนต์หลวงพี่มาสนทนาธรรมให้นักอ่านฟัง และเรื่องที่เลือกมาคุยได้แก่หนังสือ 2 เล่มที่ท่านแปล (เหนือห้วงมหรรณพ และ ประตูสู่สภาวะใหม่) ครั้งนี้มีชาวบ้านที่รู้ข่าวหอบหิ้วเก้าอี้มานั่งฟังด้วย บรรยากาศของเย็นวันนั้นยอดเยี่ยมทีเดียว และธรรมะที่หลวงพี่ท่านแสดงก็ลึกซึ้ง ข่าวการระบาดของไวรัสตัวใหม่มาถึงแล้ว แต่ก็ยังดูเป็นเรื่องไกลตัว และนึกไม่ถึงว่าโควิด-19 จะสร้างแรงสั่นสะเทือน ตลอดจนความเสียหายต่อมวลมนุษย์อย่างมหาศาลในเวลาต่อมา หลังจากการสนทนาธรรมของหลวงพี่ไพศาลครั้งนั้น บุ๊คโทเปียก็ยังไม่ได้จัดกิจกรรมที่หน้าร้านอีกเลย

บันทึก 15 ปีร้าน Booktopia เมื่อนักเขียนกลับบ้านไปทำร้านหนังสือและสำนักพิมพ์ที่อุทัยธานี

พ.ศ. 2563 – 2564 เราปิดร้านมากกว่าเปิด บางช่วงกลับมาเปิดได้ แต่ไม่นานก็ต้องปิดอีก ปีที่แล้ว บุ๊คโทเปียเปิดร้านรวม ๆ กัน ไม่น่าจะเกิน 70 วันด้วยซ้ำ ใครบ้างไม่เดือดร้อนเพราะโคโรน่าไวรัส ผมใช้เวลาตอนไม่ได้นั่งเฝ้าร้าน เขียนหนังสือเล่มใหม่ที่เขียนค้างไว้จนจบ รวมถึงทำงานอย่างอื่น การไม่เปิดร้านสร้างความเคยชินใหม่ ๆ ให้ ชีวิตมีกิจวัตรประจำวันที่ชัดเจน ที่เคยรอว่าเมื่อไรจะได้เปิดร้าน นานวันเข้าก็รู้สึกไม่เป็นไร ครั้งหนึ่งที่กลับมาเปิดร้าน… ประตูเหล็กหน้าร้านถูกเปิดกว้าง ไฟในร้านทุกดวงถูกเปิด แสงจากด้านนอกลอดเข้ามา และผมรู้สึกอย่างจริงจังว่าบุ๊คโทเปียสว่างมาก

เกี่ยวกับความเดือดร้อนนั้น หากไม่ไปตอกย้ำคร่ำครวญ เราก็ลดทอนอำนาจของมันลงได้ตามสมควร โควิดทำให้บางแผนการของบุ๊คโทเปียเลื่อนออกไป บางแผนก็ชะลอไว้ก่อน แต่การเขียนหนังสือสามารถทำได้ทันที ผมเริ่มเขียนหนังสืออีกเล่มตอนต้นปี และเมื่อเดือนมีนาฯ ก็เริ่มอีกเล่ม เล่มหลังคือ Rocktopia : Revisited ซึ่งตั้งท่ามานาน จึงถึงเวลาลงมือเสียที ขณะที่ยังเขียนงานได้และยังมีเรื่องที่อยากเล่าก็ควรทำ ร้านหนังสือนั้นไม่ค่อยมีอะไรให้ทดลองมากนัก แต่ในงานเขียน ผมมีหลายสิ่งที่อยากทดลอง

การทำร้านหนังสือทำให้ได้พบปะผู้คนใหม่ ๆ เสมอ หลายอายุและหลากอาชีพ แต่ก็เคยมีคนขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าร้าน แล้วบอกว่าจะมาขอเช่าพระ นานมาแล้ว มีตำรวจมาที่ร้าน บอกว่านายให้มาดูสถานที่ก่อน เดี๋ยวจะมา นายของเขาคือภรรยาของพลตำรวจตรี และบางกรณีก็เหมือนเรื่องแต่ง ผู้หญิงคนหนึ่งมาที่ร้าน บอกว่าอดีตคนรักของเธอเคยพูดถึงบุ๊คโทเปีย พอเลิกกันแล้ว เธออยากเดินทางไปยังสถานที่ที่อดีตคนรักชอบ 

ส่วนบางเรื่องก็เกิดขึ้นยาก เช่นการที่ฝาแฝด 2 คู่มาอยู่ที่ร้านในเวลาเดียวกัน ผมเคยคิดจะเขียนเรื่องราวทั้งหลายของบุ๊คโทเปีย ตั้งชื่อหนังสือไว้แล้วว่า The Ballad of Booktopia แต่คงจะไม่เขียน เพราะมีสิ่งอื่นที่อยากเขียนมากกว่า แต่ถ้าร้านหนังสือเล่าเรื่องเองได้ ผมอยากรู้ว่าร้านหนังสือจะพูดถึงคนเฝ้าร้านอย่างไรบ้าง

เวลาเคลื่อนไปข้างหน้าทุกขณะ วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า ตอนที่เป็นคอลัมนิสต์งานชุก ผมใช้ชีวิตที่โต๊ะทำงานค่อนข้างมาก และตั้งแต่ทำร้านขายหนังสือเมื่อสิบกว่าปีก่อน ชีวิตส่วนใหญ่ก็หมดไปในร้านหนังสือ นั่งเขียนงาน นั่งอ่านหนังสือ นั่งฟังเพลง นั่งหลับ ฯลฯ 

บันทึก 15 ปีร้าน Booktopia เมื่อนักเขียนกลับบ้านไปทำร้านหนังสือและสำนักพิมพ์ที่อุทัยธานี

ช่วงที่ทำหนังสือของสำนักพิมพ์อารีมิตร ร้านบุ๊คโทเปียก็แปลงร่างเป็นสำนักพิมพ์จิ๋ว ๆ เป็นออฟฟิศของคนทำหนังสือ บางขณะผมนึกถึงบรรยากาศสมัยทำงานประจำ ซึ่งมีการปิดเล่มและอื่น ๆ ผมเลิกทำงานประจำนานเกือบ 30 ปีแล้ว แต่ก็มีเหตุให้นึกถึงหรือพูดถึงอยู่บ้าง บางเรื่องนั้นใช่จะเลือนหายไปจากชีวิตได้ง่าย ๆ 

หลังพิมพ์หนังสือเสร็จ เรามักจัดเปิดตัวที่หน้าร้าน บางการเปิดตัว เราก็ปิดถนนบริเวณร้านหนังสือ ปกติคนที่นี่เขาจะปิดถนนเพื่อจัดงานบวช งานแต่ง หรืองานทำนองเดียวกัน ที่หน้าบุ๊คโทเปียเคยมีการแสดงดนตรีเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย พี่ซัน-มาโนช พุฒตาล ก็เคยมาเล่นกีตาร์และร้องเพลงในงานเปิดตัวหนังสือของ พี่เชน-หม่อมหลวงปริญญากร วรวรรณ

หน้าบุ๊คโทเปียเป็นพื้นที่สำหรับพบปะพูดคุย อย่างว่านั่นแหละ ร้านเราเล็ก อยู่กันสัก 7 – 8 คนก็จะดูแออัด บางทีหลังงาน (กิจกรรมเปิดตัวหนังสือ) จบลงในตอนดึกมาก รุ่งขึ้นก็ยังมีผู้คนจำนวนหนึ่งจากเมื่อคืนตกค้างอยู่ พวกเขาดื่มกิน พูดคุย และรื่นรมย์จนเย็น บ้างก็มาทำความรู้จักกันตอนนี้ กิจกรรมหน้าร้านหนังสืออย่างไม่เป็นทางการเกิดขึ้นเนือง ๆ 

เมื่อเริ่มต้นทำบุ๊คโทเปีย ผมยังมองไม่เห็นรูปร่างหน้าตาของร้านหนังสือ ไม่ใช่หน้าตาและรูปร่างที่หมายถึงสิ่งปลูกสร้างและการตกแต่ง หากคือรูปร่างของความเป็นร้านหนังสือ ผมคิดว่าร้านอะไรก็ตามต่างมีบุคลิกเฉพาะตน (ยกเว้นร้านที่ถูกออกแบบให้เหมือนกันไปหมด) เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นแบบไหน ร้านของเขาก็จะเป็นอย่างนั้นด้วย

บุ๊คโทเปียมีทั้งความเป็นผมและความเป็นภรรยาของผม เช่นเพลงในร้านเป็นผม แต่หนังสือในร้านเป็นเธอ วรรณกรรมรัสเซียเป็นเธอ ส่วนเรื่องศาสนาน่าจะเป็นผม เราไม่ได้วางแผนให้บุ๊คโทเปียมีหน้าตาอย่างที่เป็นอยู่ แต่เมื่อลงมือทำไปเรื่อย ๆ ความเป็นร้านหนังสือในแบบเราก็ทยอยชัดขึ้น การทำงานกับการเรียนรู้คือสิ่งที่มาคู่กัน และไม่ใช่รู้เพราะเขาบอกว่า หรือรู้จากที่อ่านมา ทว่ารู้จากการปฏิบัติ ผมนำความรู้ที่ได้จากการทำนิตยสารมาใช้ในการทำร้านหนังสือด้วย โดยสิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ไม่น้อยจากบุ๊คโทเปียคือเรื่องผู้คน จะมีคนใหม่ ๆ มาให้พบปะและรู้จักเสมอ และเมื่อมีคนใหม่ก็จะมีเรื่องใหม่

บันทึก 15 ปีร้าน Booktopia เมื่อนักเขียนกลับบ้านไปทำร้านหนังสือและสำนักพิมพ์ที่อุทัยธานี

 ตั้งแต่ทำร้านหนังสือเมื่อ 14 ปีที่แล้ว มีเหตุให้ผมเขียนถึงและพูดถึงบุ๊คโทเปียบ่อยครั้ง พอนานปีนานวัน เรื่องที่เขียนที่พูดก็เริ่มซ้ำจนรู้สึกได้ แต่ชีวิตคนเราเกี่ยวข้องกับความซ้ำกันเป็นปกติมิใช่หรือ บางความซ้ำเรารู้สึกว่าซ้ำ และก็มีความซ้ำที่ไม่รู้สึกว่ามันซ้ำ 

หลังจากโรคระบาดใหญ่มาถึง บุ๊คโทเปียปิดทำการมากกว่าเปิด นอกจากพบปะผู้คนน้อยลง ผมก็เขียนถึงและพูดถึงร้านหนังสือน้อยลง ข้อดีของโรคระบาดนั้นมี ไม่ใช่ไม่มี มันทำให้ผมนิ่งคิดและไตร่ตรองเรื่องชีวิตเรื่องโลกเพิ่มขึ้น ส่วนการพูดและเขียนถึงบุ๊คโทเปียน้อยลงก็ไม่มีอะไรซับซ้อน พอสูงวัย ผมชอบที่จะเป็นผู้ชมผู้ฟังมากกว่า ชีวิตนี้เขียนมาเยอะแล้ว จึงอยากเขียนเท่าที่สมควรแก่เหตุ

 ผมโตมากับการอ่านหนังสือ เป็นหนุ่มในสำนักงานนิตยสาร และแก่เฒ่าในร้านหนังสือที่บ้านเกิด เตี่ยผมอยู่กับร้านตัดเสื้อผ้าผู้ชายทั้งชีวิต เพื่อนรุ่นน้องและขาไพ่ของเตี่ยก็ขายก๋วยเตี๋ยวทั้งชีวิต โลกเต็มไปด้วยเรื่องธรรมดาทำนองนี้นะครับ และหลายเรื่อง เราก็คิดไปเองว่ามันพิเศษ

หนังสือแนะนำ

 1

หัวใจ, เวลา, กลางป่าแสงจันทร์ 

นักเขียน : ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ

สำนักพิมพ์ : Booktopia

ราคา : 198 บาท

หัวใจ, เวลา, กลางป่าแสงจันทร์  นักเขียน : ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ

ไม่ง่ายนักที่จะให้เลือกหนังสือแค่ 5 เล่ม คล้าย ๆ กัน – ให้เลือกเพลงแค่ 5 เพลง เลือกหนังแค่ 5 เรื่อง ก็ย่อมไม่ง่าย มีหนังสือ 2 เล่ม เป็นหนังสือที่เราพิมพ์เอง เล่มแรก หัวใจ, เวลา, กลางป่าแสงจันทร์ ของ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ หนังสือของช่างภาพสัตว์ป่าแถวหน้าของเมืองไทย เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับป่า สัตว์ป่า ผู้คน ฯลฯ ที่โรแมนติกและมากด้วยความรู้สึกสำหรับผม ลีลาและท่วงท่าในการเล่าเรื่องด้วยตัวหนังสือของพี่เชนงดงามอย่างเรียบง่าย

2

Rocktopia

นักเขียน : วิรัตน์ โตอารีย์มิตร

สำนักพิมพ์ : Booktopia

ราคา : 330 บาท

Rocktopia นักเขียน : วิรัตน์ โตอารีย์มิตร

เล่มที่สองที่เราพิมพ์เองคือ Rocktopia ของผม ผมเขียนถึงศิลปินร็อกที่ตายแล้ว และไปใช้ชีวิตแปลก ๆ ในดินแดนแปลก ๆ ชื่อ ‘ร็อกโทเปีย’ 

3

ผลพวงแห่งความคับแค้น

นักเขียน : จอห์น สไตน์เบ็ก

นักแปล : ณรงค์ จันทร์เพ็ญ

สำนักพิมพ์ : ไทยควอลิตี้บุ๊คส์

ราคา : 550 บาท

ผลพวงแห่งความคับแค้น นักเขียน : จอห์น สไตน์เบ็ก

‘ผลพวงแห่งความคับแค้น’ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า The Grapes of Wrath เขียนโดย จอห์น สไตน์เบ็ก ในเวอร์ชันภาษาไทย ณรงค์ จันทร์เพ็ญ เป็นผู้แปล ผมชอบงานแบบไตน์เบ็กมากกว่าเออร์เนสต์ เฮมิ่งเวย์ เพราะงานของสไตน์เบ็กกระทบใจได้มากกว่า ผลพวงฯ ว่าด้วยชีวิตของชนชั้นล่างที่ต้องดิ้นรนอพยพโยกย้ายถิ่นฐานเพื่อความอยู่รอด 

เรื่องราวในนิยายเกิดขึ้นช่วงที่สหรัฐอเมริกาเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจขั้นรุนแรง (The Great Depression) เมื่อทศวรรษที่ 1930 ตัวแทนของผู้ยากไร้คือครอบครัวโจ้ด และทอม โจ้ด ก็เป็นสัญลักษณ์ของการไม่สยบยอมต่อนายทุนผู้กดขี่ หนังสือหนาเกือบ 1,000 หน้า ผมเอาใจช่วยทอม โจ้ด และครอบครัวของเขาตั้งแต่ต้นจนจบ นี่คือวรรณกรรมที่ทำให้สไตน์เบ็กได้ทั้งรางวัลพูลิตเซอร์และรางวัลโนเบล

4

เดอะ ก็อดฟาเธอร์

นักเขียน : มาริโอ พูโซ

นักแปล : ธนิต ธรรมสุคติ

สำนักพิมพ์ : มติชน

ราคา : 350 บาท

เดอะ ก็อดฟาเธอร์ นักเขียน : มาริโอ พูโซ

แม้การกลับมาดู The Godfather ทั้ง 3 ภาคครั้งล่าสุด จะให้ความรู้สึกแตกต่างจากการดูครั้งแรก แต่หนังไตรภาคที่ว่าด้วยวิถีชีวิตของเจ้าพ่อก็ยังโอฬารเช่นเดิม หนังสร้างจากอาชญนิยายของ มาริโอ พูโซ (แปลเป็นไทยโดย ธนิต ธรรมสุคติ) ผมดูหนังก่อน แล้วจึงมาอ่านนิยายภายหลัง หลายรายละเอียดที่ไม่ปรากฏในหนัง มีอยู่ในนิยาย และการอ่านเหตุการณ์ที่รู้แล้ว (จากการดูหนัง) ก็ไม่ทำให้ความเข้มข้นของเนื้อหาถูกลดทอนลง เดอะ ก็อดฟาเธอร์ ไม่เพียงเป็นมหากาพย์ของพวกมาเฟีย แต่ยังเป็นเรื่องของลูกผู้ชาย มิตรภาพ ความเป็นครอบครัว ฯลฯ 

5

หิโตปเทศ 

นักเขียน : เสถียรโกเศศ-นาคะประทีป

สำนักพิมพ์ : ศยาม

ราคา : 100 บาท

หิโตปเทศ นักเขียน : เสถียรโกเศศ-นาคะประทีป

เล่มสุดท้ายที่ผมเลือก คือ หิโตปเทศ ด้วยสำนวนอย่างเก่า วิธีเล่าเรื่องในแบบนิยายขนาดสั้นที่ต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ อาจไม่ถูกจริตนักอ่านส่วนใหญ่ แต่ถ้าก้าวข้ามสิ่งนี้ได้ เนื้อหาของ หิโตปเทศ เป็นจริงทุกยุคสมัยและยังมีคติสอนใจให้ฉุกคิด เช่น ร่มเงาของเมฆ ไมตรีกับคนโหด รวงข้าวใหม่ สตรี ความเป็นหนุ่ม และความมั่งมี เหล่านี้จะให้ความบันเทิงใจได้เพียงชั่วคราว


Booktopia

ที่ตั้ง ​: 9/17 ถนนณรงค์วิถี ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : หยุดทุกวันพุธ เปิดทำการ 10.30 – 18.30 น. โดยประมาณ แต่บางทีก็มีเหตุให้ไม่ได้เปิด-ปิด ตามที่กำหนดไว้ โทรศัพท์มานัดหมายก่อนได้ 

โทรศัพท์ : 0 5651 2932

Facebook : Booktopia

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร้านหนังสือเป็นแหล่งความรู้สร้างสรรค์ โดยความร่วมมือของ The Cloud และ OKMD

Writer

วิรัตน์ โตอารีย์มิตร

อายุมากแล้ว เกิดที่จังหวัดอุทัยธานี ใช้ชีวิตในบ้านเกิด เขียนหนังสือ ทำหนังสือ เปิดร้านหนังสือ และอ่านหนังสือ รักแผ่นดินไทย เชื่อในศานติ ชอบมีญาติมิตร นับถือศาสนาพุทธ ฟังเพลงทุกวัน นอกจากเขียนหนังสือและทำหนังสือ ก็ทำอย่างอื่นไม่ค่อยเป็น อยากเห็นผู้คนรักกันมากขึ้น เพื่อจะแบ่งแยกน้อยลง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Bookseller

เรื่องราวของร้านหนังสืออิสระ แหล่งเรียนรู้รื่นรมย์

The Cloud x OKMD

‘ร้านหนังสือ’ มีความโรแมนติกแฝงอยู่ระหว่างตัวอักษร เมื่อคนพูดถึงร้านหนังสือ มักจะแทนความหมายในเชิงนี้เกือบทั้งหมด ด้วยแนวคิดว่าร้านหนังสือเป็นส่วนหนึ่งของการอ่าน สังคม ชุมชน ฯลฯ แต่ในความหมายที่ขีดเส้นใต้ 2 เส้นในคำว่าร้านหนังสือ ก็คืออาชีพหนึ่งเพื่อการดำรงชีวิตภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน

การเริ่มต้นของ ‘The Booksmith’ ง่ายและธรรมดามาก เพราะเป็นการทำสิ่งที่ทำอยู่และเกิดอาการเสพติด เพราะไปพบกับ Sex, Drug, and Rock’n Roll ของธุรกิจหนังสือเข้า ดังนั้นเมื่อทุกจุดที่ชีวิตต้องเลือกทางเดิน การจะเปลี่ยนอาชีพเป็นเรื่องไม่ง่าย จากคนขายเครื่องสำอางมาก่อน การได้เข้ามาทำในสิ่งที่รักจึงยากถ้าจะต้องเดินจากไปอีกครั้ง เพราะโอกาสไม่ได้มาบ่อย เหมือนที่ฝรั่งเขาว่า Opportunity Comes Rare ผมจึงตัดสินใจคว้าตั๋วรถไฟเที่ยวนี้แล้วเดินทางต่อ และตั้งใจจะให้การขายหนังสือเป็นอาชีพสุดท้าย ใช้เลี้ยงตัวเองไปจนทำไม่ไหว ภายใต้กรอบที่สามารถออกแบบชีวิตการทำงานได้ด้วยตัวเอง พร้อมกับปรัชญาชีวิตที่บอกตัวเองว่า Small But Beautiful

10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า

เมื่อตัดสินใจแน่นอนว่าจะเปิดร้าน สิ่งที่ปวดหัวกว่านั้นคือ จะขายหนังสือหมวดไหน เพราะร้านขนาด 45 ตร.ม. (ก่อนมาขยายเป็น 70 ตร.ม. ภายหลัง) ไม่สามารถขายได้ทุกอย่าง หลังจากคิดสักพักก็ตัดสินใจเลือกเอา Art & Design เป็นหนังสือหมวดที่จะเอาเป็นตัวชูธงของร้าน เพราะพื้นฐานจากการเคยเป็นช่างภาพสมัยเมื่อหลายสิบปีก่อนทำให้ผมเข้าถึง เข้าใจหนังสือในหมวดนี้ได้ง่ายกว่าหมวดอื่นที่ต้องไปเริ่มนับหนึ่ง ในขณะที่เวลาไม่ได้มีเหลือเฟือขนาดนั้น

การเปิดร้านหนังสือคือการก้าวเข้าไปอยู่ในวงจรของธุรกิจที่มีเงื่อนไข ‘เวลา’ เป็นต้นทุนที่สูงมาก และทุกอย่างถูกผูกเอาไว้ด้วยเงื่อนไขตัวนี้อย่างเคร่งครัด ระยะเวลาเมื่อเซ็นสัญญาเปิดร้านครั้งแรกคือ 2 + 2 หมายถึงว่าอายุสัญญาแรกคือ 2 ปี แล้วสามารถต่อได้เป็น Automatic Renewal ได้อีก 2 ปี เมื่อจรดปากกาเซ็น เราจะมีเวลาที่เรียกว่า Grace Period ได้ 30 วัน คือช่วงเวลาทองที่ทำอะไรก็ต้องรีบทำ ต้องคิดเร็ว ทำเร็ว เพราะช่วงนี้ที่ยังไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ทำให้เร็ว เปิดให้เร็ว แล้วขาย นี่คือเงื่อนไขที่บอกว่าทำไมเราถึงไม่มีความฟุ่มเฟือยในเรื่องเวลา

ร้านหนังสืออาจฟังดูเป็นธุรกิจที่นิ่ง สบาย ได้อ่านหนังสือ เปล่าเลย ทั้งหมดไม่ได้บอกอะไรได้เกี่ยวกับธุรกิจหนังสือเลย มีคำกล่าวจากผู้ที่อยู่ในธุรกิจหนังสือก่อนผม และผ่านไปทำธุรกิจค้าปลีกอื่น อาทิ ซูเปอร์มาร์เก็ต เคยบอกไว้ว่า “ถ้าทำร้านหนังสือได้ ก็สามารถทำธุรกิจอะไรก็ได้” เขาบอกต่อว่า “เชื่อมั้ยว่าธุรกิจหนังสือมี SKU (Stock Keeping Unit) มากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตซะอีก

10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า
10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า

ภายหลังประสบการณ์บอกผมเองว่าที่เขาบอกนั้นถูกต้อง หลังจากเคยได้เข้าไปทำ Book Corner ของ The Booksmith ให้ซูเปอร์มาร์เก็ตหนึ่งที่มีสาขา วันหนึ่งทีมงานจัดซื้อติดต่อมาว่า ขอให้ช่วยเอา ISBN หนังสือที่ไม่มีสต็อกแล้วออกจากระบบให้ที เพราะ SKU ของหนังสือกินฐานข้อมูลเยอะมากกว่าสินค้าตัวอื่น ๆ พร้อมกับที่กฎบางอย่างของเชน อาทิ การเรียกเก็บค่า Register สินค้าในระบบที่ปกติมีการเรียกเก็บ 1 SKU ต่อค่าใช้จ่าย ต้องยกเว้นให้ธุรกิจหนังสือ เพราะ 1 ISBN คือหนังสือ 1 เล่ม แล้วเวลาเราเอาหนังสือเข้าก็จะส่งไปทีละเป็นร้อยเรื่อง

งานในร้านหนังสือไม่ได้สบายมากนัก ลองคิดดูว่าเรามีหนังสือใหม่ที่ออกเกือบจะทุกวันในต่างประเทศ ดังนั้นข้อมูลจะถูก Feed เข้ามาให้ศึกษาทุกวัน ทั้งจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ สิงคโปร์ และเยอรมนี เวลาจึงหมดไปกับสิ่งเหล่านี้

ในมุมหนึ่งความที่ The Booksmith เป็นร้านเล็ก เราต้องอาศัยความเป็นเล็กพริกขี้หนูที่จะสร้างความได้เปรียบ ความได้เปรียบจะเกิดได้คือ การสร้างข้อมูลการค้าที่ดีให้กับสำนักพิมพ์ในต่างประเทศ ตลอดกว่า 10 ปีมีข้อมูลตัวเลขออกมาเสมอว่าตลาดหนังสือไม่ได้ตาย แต่กำลังค่อย ๆ ขยายตัว และมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2012

10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า
10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า

สิ่งที่เห็นและกลายมาเป็นโอกาสคือ Too Few Players ในตลาดหนังสือต่างประเทศบ้านเรา แต่สิ่งที่สำนักพิมพ์ต้องการคือจำนวนผู้เล่นที่น่าจะมากกว่านี้ หลังจากสร้างฐานข้อมูลการค้ามาระยะหนึ่ง The Booksmith ได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือในประเทศในแถบอินโดจีน แทนสำนักพิมพ์ที่เงื่อนไขต่าง ๆ อาจซับซ้อนกว่า และการมี The Booksmith เป็นผู้เชื่อมในภูมิภาคจึงน่าจะเกิดผลดีมากกว่า

โครงสร้างธุรกิจของ The Booksmith นั้นได้คิดเอาไว้ว่าต้องการเป็นกำแพง หมายถึงให้คนพิงเรา เป็นก้อนน้ำแข็งในทะเล หน้าร้านคือยอดที่คนจะเห็นเราเท่านั้น แต่ข้างใต้คือสิ่งที่ใหญ่กว่า ถ้าหน้าร้านคือ Heart & Soul ก่อนน้ำแข็งที่ซ่อนอยู่คือพลังขับเคลื่อน

The Booksmith แบ่งรูปแบบธุรกิจออกเป็น 3 ส่วน หน้าร้าน ค้าส่ง และ Webstore

ในส่วนของหน้าร้านคงไม่ต้องอธิบายเพราะเป็น PR หลักของธุรกิจ แต่ส่วนของค้าส่ง หลังจากเราส่งหนังสือไปอินโดจีน จึงได้หันเข้ามามองตลาดในประเทศ ประกอบช่วงโควิดจึงได้ทดลองรับสั่งหนังสือจากสำนักพิมพ์โดยตรงให้แก่ร้านหนังสือในประเทศทั้ง Online และ Offline Store ผลตอบรับดีเกินคาด จึงทำให้มีธุรกิจเพิ่มจากที่ทำเดิม อาทิ การออกแบบและจัดหนังสือเข้าห้องสมุดสถาบันการศึกษา โรงเรียน ฯลฯ การเป็นที่ปรึกษาด้านหนังสือต่างประเทศให้แก่บางกิจการ เหล่านี้คือการทำงานที่อยู่ด้านใต้ของก้อนน้ำแข็งที่ลอยพ้นน้ำ สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีโลโก้ของร้านเราไปหมดทุกอย่าง แต่เครื่องยนต์ที่ใช้ผลิตมาจาก The Booksmith

ในการเติบโตมาพร้อมทั้งความสุขและความทุกข์ เมื่อทุกอย่างใหญ่ขึ้น แต่เราพยายามควบคุมงานบางอย่างไม่ให้ใหญ่เกินไป จะมาพร้อมความเหนื่อย เครียด และยิ่งโควิดคือโจทย์ ‘การเอาตัวรอดในธุรกิจหนังสือ’ ทั้งหมดของ The Booksmith เป็นกิจการที่ทำขึ้นแบบ Self-Funding Company หรือเราประกอบกิจการโดยอาศัยเงินหมุนเวียนภายใน ไม่ได้มีต้นทุนทางการเงินผ่านสถาบันการเงิน

ดังนั้น ในช่วงวิกฤตมีทั้งข้อดีคือเรามีปัญหาด้านเดียว แต่ก็มีข้อเสียคือการจัดการเงินทุนให้หล่อเลี้ยงทุกส่วนงานให้ได้ สมัยที่สเกลธุรกิจเล็กกว่านี้ ความสุขจะแฝงอณูในปริมาณที่มากกว่า แต่ในความเป็นจริงการอยู่ยาวในธุรกิจนี้ เราจำเป็นต้องขยายงานเพื่อให้ชีวิตไม่ได้อยู่เพียงคำจำกัดความที่ว่า “พอเลี้ยงตัวไปวัน ๆ ” สาขาที่ 2 3 4 5 จึงเกิดขึ้น

10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า
10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า
10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า

และส่วนผสมล่าสุดที่ทำให้เกิดการตัดสินใจลด Business Parameter ลงคือการทำ Webstore ขึ้นมา เป้าหมายหลักในอนาคตคือการลดจำนวนสาขาลง และสร้าง Value Proposition ให้เกิดขึ้นผ่านการทำงานที่สอดประสานระหว่างสาขาหลัก และ Webstore ที่เป็นสินทรัพย์ของเราเอง โดยมุ่งพัฒนาการลดความสำคัญของโซเชียลมีเดีย ซึ่งเปรียบเป็นเหมือนการยืมจมูกคนอื่นหายใจ ทั้งหมดนี้เพื่อให้เรากลับไปมีความสุขมากขึ้น เมื่อกลไกของธุรกิจทำงานได้สมบูรณ์เต็มวงจร

Bookselling เป็นส่วนผสมของศาสตร์และศิลป์ สิ่งที่เล่ามาข้างต้นจะเป็นเรื่องของศาสตร์เสียมากกว่า ซึ่งส่วนนี้ถึงกับมีตำราออกมามากพอสมควร อาทิ Mathematic of Bookselling ฯลฯ แต่ในส่วนของศิลป์ หรือ Arts of Bookselling คือเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคนและทักษะการสื่อสาร สิ่งนี้ไม่ได้มีทฤษฎีหรือแนวทางปฏิบัติตายตัว ความผูกพันกับลูกค้าคือเสน่ห์ของร้านหนังสือ การเรียกชื่อลูกค้าได้ถูก หรือจำได้ว่าเขาหรือเธอเคยซื้ออะไรไป การถามไถ่ถึงลูก การทำงาน ทั้งหมดนี้คือทักษะของความเป็นมนุษย์ล้วน ๆ การขายหนังสืออาจมีหนังสือเป็นสื่อกลาง แต่พลังความผูกพันระหว่างคนขายกับลูกค้าเป็นสิ่งที่ไม่มีไม่ได้ในร้านหนังสือ

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

คริสต์มาสคือช่วงเวลาที่ร้านนอกจากจะยุ่งกับการขายแล้ว ยังเป็นช่วงที่เราสนุกที่สุดในการเตรียมของขวัญให้ลูกค้า การนึกถึงว่าลูกค้าแต่ละคนมีลักษณะอะไร ชอบอะไรเป็นความสนุกอย่างหนึ่ง นั่นเพราะเราคิดถึงการเป็นเพื่อนมากกว่าการเป็นลูกค้า การ์ดแต่ละใบจะเขียนขึ้นเฉพาะบุคคลด้วยลายมือพนักงาน ก่อนใส่ซองแล้วตีครั่งตราร้านลงไป นี่คือความสนุก และมีความสุขตามมาเมื่อมีข้อความกลับว่า “ขอบคุณ” หรือการมีถุงเล็ก ๆ กล่องขนมมาวางที่ร้านเป็นของฝากจากเพื่อนที่นึกถึงกัน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ในทุกธุรกิจเมื่อมันเป็น Heart Made

โควิดคือช่วงเวลาที่เราลำบากพร้อมกับมีโอกาส และการสูญเสียโอกาสเข้ามาระคนกัน นั่นเพราะไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ต้องการ Win Some, Lose Some แต่ท้ายที่สุดแล้วต้องรักษาตัวรอดไปให้ได้ เพราะ The Booksmith นั้นใหญ่กว่าตัวผมและทีมงาน พวกเราจึงมีหน้าที่ทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีให้ได้ สิ่งหนึ่งที่พูดเล่นกันในทีมว่า ถ้าทุกอย่างกลับมาได้ใกล้เคียงเดิมจริง ๆ เราอยากทำเสื้อยืดเอาไว้ใส่กวน ๆ โดยสกรีนว่า I’m survived ไว้ที่อก โดย I จะแทนทั้งตัวคนใส่ และ The Booksmith ประหนึ่งเป็นเสื้อสามารถของเรา

แต่วันนี้เรายังไม่เหมาะสมที่จะได้ใส่เสื้อตัวนั้น ยังต้องพยายามต่อไป และหวังว่าคงอีกไม่นาน

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

หนังสือแนะนำ

1

Financing Our Common Future (9783037786680)

ผู้เขียน : Régis Marodon

ราคา : 695 บาท

สำนักพิมพ์ : Lars Muller Publishers

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

   โควิดทำให้เกิดอะไรบ้าง Financing Our Common Future เป็นหนังสือทั้งเล่มที่อธิบายภาพผลกระทบทางเศรษฐกิจอ่าน Visual Graphic ข้อมูลถูกโยงให้เห็นผลกระทบเป็นห่วงโซ่จากเหตุการณ์หนึ่งไปยังอีกเหตุการณ์หนึ่ง เป็นการอธิบายข้อมูลได้ดีมาก อาทิ รายได้ของประเทศไทยที่มาจากการท่องเที่ยวจำนวน 15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด เมื่อส่วนนี้หายไปผลกระทบจะเกิดขึ้นที่สิ่งใดได้บ้าง

2

Monty Don: Down to Earth (9780241347140)

ผู้เขียน : Monty Don

ราคา : 470 บาท

สำนักพิมพ์ : Dorling Kindersley Publishing

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

ความสงบและธรรมชาติสามารถพบเจอได้คู่กัน Monty Don เอาสิ่งรอบตัว ต้นไม้ (เป็นหลัก) และสรรพสัตว์มาบรรยายตามช่วงของฤดูกาล

3

The Chairs are Where the people go (9780865479456)

ผู้เขียน : Misha Glouberman

ราคา : 545 บาท

สำนักพิมพ์ : Farrar, Straus & Giroux Inc

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

ไม่มีอะไรสมบูรณ์พร้อม การยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้ไม่สามารถอธิบายได้ เป็นการตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัวแม้จะมีคำตอบหรือไม่ก็ตาม อาจทำให้มุมมองในการใช้ชีวิตให้มีความสุขได้

4

Bad News (9781472962850)

ผู้เขียน : Rob Brotherton

ราคา : 730 บาท

สำนักพิมพ์ : Bloomsbury

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

News Room Management คือหัวใจของการสร้างมาตรฐานข่าวให้น่าเชื่อถือ แต่องค์ประกอบอีกหลายอย่าง อาทิ ความเร็ว ข่าวด่วน หรือ Be the first to tell story เหล่านี้ทำให้เราข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดของงานการข่าว นั่นคือความน่าเชื่อถือ แล้วทำไมข่าวเหล่านี้จึงเกิดการยอมรับได้ นั่นเพราะมันกลายเป็นความคุ้นชินไปแล้ว แต่ก็บั่นทอนความน่าเชื่อถือของสถาบันหลักในเชิงสังคมลงไปเรื่อย ๆ เช่นกัน

5

Play and the City (9781472144805)

ผู้เขียน : Alex Bonham

ราคา : 705 บาท

สำนักพิมพ์ : Little Brown Book Group

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

คนจะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองในความหมายที่เมืองต้องประกอบด้วย 2 สิ่งหลัก คือ เศรษฐกิจของเมืองดี และมาตรฐานความเป็นอยู่ที่มีให้พลเมืองมีความสมดุลกับการครองชีพและดำรงชีวิต

ทุกเล่มมีใน Webstore ที่ www.thebooksmith.co.th

The Booksmith

ที่ตั้ง : 5/17 ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200 (แผนที่)

เวลาทำการ : วันจันทร์-พฤหัสบดี 09.00 – 20.00 น. และวันศุกร์-อาทิตย์ เปิด 09.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3546 3790

Webstore : www.thebooksmith.co.th

Facebook : The Booksmith

Instagram: thebooksmithbookshop

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร้านหนังสือเป็นแหล่งความรู้สร้างสรรค์ โดยความร่วมมือของ The Cloud และ OKMD

Writer

สิโรตม์ จิระประยูร

ทำงานในธุรกิจหนังสือ 19 ปี เริ่มจากการตลาดมาถึงกรรมการผู้จัดการ และปัจจุบันเป็นคนขายหนังสือ

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load