13 ธันวาคม 2561
10 K

ไม่ใช่แค่คณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบมาตรการช้อปช่วยชาติ ปี 2561 เพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 ประกาศให้หนังสือและ e-book (ไม่รวมนิตยสารและหนังสือพิมพ์) เป็นหนึ่งในสินค้าที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท

The Cloud ก็เห็นชอบ

เพื่อส่งเสริมการอ่านภาคประชาชน เราจึงนึกสนุกชวน 3 เจ้าของร้านและผู้จัดการหนังสืออิสระ ได้แก่ ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง จากร้าน Candide Books ที่ The Jam Factory คลองสาน เลือกหนังสือวรรกรรมไทย ชวน ปณิธิตา เกียรติ์สุพิมล จากร้าน Bookmoby ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เลือกหนังสือวรรณกรรมแปล

และชวน สิโรตม์ จิระประยูร จากร้าน The Booksmith ที่เชียงใหม่ และ The Papersmith by The Booksmith ที่เกษรวิลเลจ ราชประสงค์ เลือกหนังสือศิลปะและการออกแบบ พร้อมเล่าเรื่องสั้นๆ ในงบประมาณร้านละ 5,000 บาท

ทำใจให้เข้มแข็งเข้าไว้ ศึกเพื่อชาติครานี้ช่างเหี้ยมโหดนัก ขณะที่รวบรวมรายชื่ออยู่ ใจก็อยากได้ The Colour of Time ของ Dan Jones & Marina Amaral BLONOTE ของ Tablo และอีกหลายๆ เล่มจากทั้งสามร้าน แต่ต้องอดทนรอให้ถึงวันที่ 15 ธันวาคมก่อน

อนึ่ง การช้อปหนังสือช่วยชาตินี้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติ ปี พ.ศ. 2561 – 2580 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ เพื่อยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ของประเทศผ่านการอ่าน

ไม่ว่าจะซื้อหนังสือให้ตัวเองหรือซื้อเป็นของขวัญปีใหม่มอบแก่กัลยาณมิตร จะอ่านเอาเรื่อง หรืออ่านเอาลด

เราและร้านหนังสือทั้งสามก็คัดสรรมาแล้วเพื่อคุณ

ก่อนจะจดรายชื่อหนังสือและออกไปช้อปช่วยชาติ เรื่องสำคัญที่คุณควรรู้คือ ทุกการใช้จ่ายจะต้องเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 16 มกราคม 2562 เท่านั้น โดยการลดหย่อนภาษีจะแบ่งการลดหย่อนในช่วงปีที่เกิดการซื้อ และต้องไม่ลืมเก็บรักษาใบเสร็จและใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบไว้ใกล้มือ

เตรียมพร้อมให้ดี ชาติกำลังต้องการคุณ!

 

Candide Books

1

คลังคำ

นักเขียน : ดร.นววรรณ พันธุเมธา
สำนักพิมพ์ : อมรินทร์
ราคา : 795 บาท

คลังคำ ไม่ใช่พจนานุกรม แต่เป็นหนังสือรวบรวมคำตามหมวดหมู่ เช่น ศิลปะ ศาสนา สิ่งที่เกี่ยวกับสถานที่และการเดินทาง ฯลฯ เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่ขาดแคลนคำศัพท์ สำหรับใช้งาน หรืออ่านเล่นก็ยังสนุก เมื่อถึงเวลาต้องใช้ก็หยิบมาใช้ได้ทันท่วงที ที่ท้ายเล่มยังมีดรรชนี เรียงตามตัวอักษร สำหรับใครต้องการคลังคำเพิ่มขึ้นในความหมายเดียวกัน หนังสือเล่มนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าความรุ่มรวยคำของภาษาไทยนั้นมีมากเพียงใด

 

2

วัยหนุ่ม

นักเขียน : วรพจน์ พันธุ์พงศ์
สำนักพิมพ์ : บางลำพู
ราคา : 450 บาท

มีอะไรเกิดขึ้นกับวัยหนุ่มของคนคนหนึ่ง ไม่ว่าจะแนวคิด ความเชื่อ ความรัก ความหลงใหลในการทำงาน ความเสียใจ ความผิดหวัง ความผุๆ พังๆ ชีวิตที่มีมุมเข้ารกเข้าพง อ่อนไหว อ่อนโยน ไปจนกระทั่งมุมโรแมนติก จะอ่านเพื่อลิ้มรสความสนุกก็โคตรสนุก อ่านเพื่อเรียนรู้การเติบโตของมนุษย์สักคนหนึ่ง หนังสือเล่มมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

 

3

ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน

นักเขียน : นฤพนธิ์ สุดสวา
สำนักพิมพ์ : ผจญภัย
ราคา : 265 บาท

ชื่อหนังสือเป็นหนึ่งในเรื่องสั้นเก้าเรื่องของ นฤพนธ์ สุดสวาท (อันที่จริงในเล่มมีเรื่องสั้น 8 เรื่อง แต่เราขอนับรวม ‘เสมือนคำนำ’ เข้าไปด้วย) เขาพาเราลัดเลาะไปทั่วประเทศ บางเรื่องก็ข้ามฟากไปถึงปีนัง บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าผู้คนที่ติดอยู่ในการรอคอยและการพลัดพราก ท่ามกลางบรรยากาศที่กึ่งจริงกึ่งฝัน เขียนออกมาด้วยถ้อยคำกระชับสั้น แต่ทิ้งความรู้สึกไว้ในใจผู้อ่านเนิ่นนาน

 

4

บางลวง

นักเขียน : ปราบดา หยุ่น
สำนักพิมพ์ : ไต้ฝุ่น
ราคา : 200 บาท

รวมเรื่องสั้นเล่มล่าสุดจาก ปราบดา หยุ่น เรื่องราวของผู้คนอันหลากหลาย ‘บางลวง’ เป็นเมืองเล็กๆ ที่เหมือนปิดตัวเงียบแต่ก็พร้อมเปิดรับผู้คนมากหน้าหลายตา มีวิถีชีวิตและศรัทธาของตนเองอย่างเข้มข้น อุดมไปด้วยธรรมชาติอันงดงามบริสุทธิ์ แต่ก็มีเรื่องราวดำมืดมากมายถูกฝังกลบเอาไว้ บางลวงอาจไม่มีอยู่จริง แต่กลับสมจริงจนน่ากลัว

 

5

ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น

นักเขียน : jirabell
สำนักพิมพ์ : บันบุ๊กส์
ราคา : 175 บาท

ความเรียงอบอุ่นกระตุ้นความทรงจำจาก jirabell ผ่านเรื่องราวตลอด 28 ปี ที่เขากับ ‘อี๊’ อยู่ด้วยกันมา ที่ทำให้เราได้ทบทวนว่าแท้จริงแล้ว เรื่องที่แสนธรรมดา วันพ้นวันไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีอะไรหวือหวา แต่การได้ใช้วันเวลาแสนธรรมดาร่วมกันมาเนิ่นนานและจะอยู่กันไปอย่างนี้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตใครสักคนหนึ่งช่างเป็นเรื่องพิเศษ

 

6

ร่างของปรารถนา

นักเขียน : อุทิศ เหมะมูล
สำนักพิมพ์ : จุติ
ราคา : 390 บาท

นวนิยายที่เข้มข้นและท้าทาย ในยุคสมัยที่ผู้คนถูกสังคมกดทับ พูดไม่ได้ ไม่ให้พูด และขาดอิสรภาพ เต็มไปด้วยเส้นแบ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตนเองกับผู้อื่น ชีวิตกับความตาย ชายกับหญิง อดีตกับอนาคต ปัจเจกกับรัฐ ฝ่ายที่ควบคุมและถูกควบคุม ตัณหากับสิ่งที่มาสนอง เรื่องราวถ่ายทอดให้เห็นถึงชีวิตและความรักของจิตรกรผู้หนึ่งที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่ช่วงปี 1990 จนถึงปัจจุบัน พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของสังคมที่พวกเขาอาศัยอยู่ รวมไปถึงการเปลี่ยนผ่านของสภาวะทางการเมืองที่สั่นสะเทือนและแปรปรวนอย่างรุนแรง และตั้งคำถามให้ฉุกคิดว่า “การมีชีวิตอยู่คืออะไรกันแน่?”

 

7

พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ

นักเขียน : วีรพร นิติประภา
สำนักพิมพ์ : มติชน
ราคา : 340 บาท

ปีนี้ ถ้าไม่พูดถึงหนังสือเล่มนี้แทบจะไม่ได้เลย วีรพรเขียนหนังสือมาแค่ 2 เล่ม แต่ได้รางวัลทั้งสองเล่ม ไ่ม่ธรรมดาเลย ประวัติศาสตร์ของลูกจีนที่เกิดและเติบโตในไทย ร้าวราน หัวใจสลาย แบบที่ตำราเรียนไม่สามารถทำได้ เราชอบนวนิยายของวีรพรตรงที่อ่านให้เป็นเรื่องรักเศร้าเคล้าน้ำตา ประโลมโลกย์ก็ได้ อ่านแบบเชิงลึกมีเลเยอร์ของเรื่องทางสังคมซ้อนทับอยู่ก็ได้ และมันไม่มีท่าทีของการ ‘ข่ม’ คนอ่านแม้แต่น้อย

 

8

โอชากาเล

นักเขียน : กฤช เหลือลมัย
สำนักพิมพ์ : Way of Book
ราคา : 350 บาท

ความเรียงว่าด้วยอาหารที่ทำให้เราเห็นร่องรอยวิถีชีวิตของผู้คน เห็นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมทั้งการตั้งคำถามกับความเป็นไทยผ่านเรื่องราวของอาหาร อาหารแต่ละอย่าง มีภูมิหลังโลดแล่นไปตามสภาพสังคมแต่ละยุคสมัย เป็นชีวิตที่มีพลวัตเคลื่อนไหวถ่ายเทไปมาและขยับขยายเปลี่ยนแปลง อาหารก็มีบริบทด้วยตัวมันเองอยู่เสมอ การตัดสินว่าสูตรไหนเป็นสูตรเก่าแก่และมีความเป็นไทยมากกว่าสูตรอื่น ดูจะไม่ใช่ข้อสรุปของหนังสือเล่มนี้

 

9

นิยายรักในราชสำนักฝ่ายใน

นักเขียน : แอนนา เลียวโนเวนส์
นักแปล : อบ ไชยวสุ
สำนักพิมพ์ : Shine Publishing House
ราคา : 1,010 บาท (ปกแข็ง)

บันทึกประสบการณ์ในความทรงจำของ แอนนา เลียวโนเวนส์ ครูพี่เลี้ยงชาวอังกฤษในราชสำนักสยามสมัยรัชกาลที่ 4 แม้หลายอย่างที่แหม่มแอนนาถ่ายทอดจะยังเป็นที่ถกเถียงว่าจริงหรือไม่ เป็นไปได้หรือ แต่การผสมปนเประหว่างสิ่งที่แอนนาบันทึกไว้จริงกับสิ่งที่เธอแต่งขึ้นก็ได้เกิดเป็นปรากฏการณ์หลายอย่าง เกิดงานเขียนขึ้นมาโต้แย้ง ถูกดัดแปลงซ้ำและเผยแพร่ผ่านศิลปะที่มีพลังอีกหลายแขนง จนทุกวันนี้ก็ยังมีผู้สนใจคนใหม่มาศึกษาอยู่เสมอ อนึ่ง คำนำเสนอของบรรณาธิการเล่มคือ วาด รวี ที่เขียนเพื่มเติมขึ้นมานั้นสนุกอย่างยิง ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

10

ขอสวรรค์จงมาถึง

นักเขียน : ฆนาธร ขาวสนิท
สำนักพิมพ์ : แซลมอน
ราคา : 210 บาท

ตัวอักษรของคนวัยหนุ่มมีเสน่ห์เสมอ เพราะมันเต็มไปด้วยกลิ่นไอของความสด ใหม่ ความมั่นอกมั่นใจ หรือแม้แต่ความขัดเขิน สิ่งเหล่านี้ผสมคละเคล้าในตัวหนังสือของคนหนุ่ม และยิ่งโดยเฉพาะเป็นนวนิยายเล่มแรกด้วยแล้ว ฆนาธร น่าจะเป็นนักเขียนหนุ่มทีน่าจับตามองที่สุดในงานเรื่องแต่งของวัยหนุ่ม การเดินทางกลับบ้าน ตามหาอดีตคนรัก โดยมีความทรงจำนำทาง น่าสนใจที่จะติดตามอ่านไหมเล่าพล็อตเรื่องแบบนี้

 

11

50 Fuel Romance วอนท์เชื้อเพลิงโรมานซ์เว่อร์

นักเขียน : อุเทน มหามิตร
สำนักพิมพ์ : P.S.
ราคา : 285 บาท (ปกแข็ง มีภาพประกอบสี่สี)

50 เรื่องรักโรแมนติกแบบแฟลชฟิคชันของ อุเทน มหามิตร ถ้าใครไม่ชอบกฎเกณฑ์ ไม่ชอบการตีกรอบ จะต้องชอบตัวหนังสือของอุเทน มหามิตร เรื่องราวโกหก เชื่อใจ ยินยอม วายป่วง บนเส้นทางของความโรแมนติก ว่ากันว่าความซีเรียสและความตลกมีเส้นกั้นนิดเดียว เรื่องสั้นมากๆ ของอุเทนในแต่ละเรื่องของเขาในเล่มนี้ก็เป็นแบบนั้น อ่านเอาฮาก็ได้ อ่านเอาซีเรียสก็ได้ และในหลายๆ ครั้งความรักมันก็ตลกร้ายแบบนี้แล

 

The Booksmith & The Papersmith by The Booksmith

1

Italy Crafted

นักเขียน : พลอย จริยะเวช
สำนักพิมพ์ : Openbooks
ราคา : 495 บาท

Italy Crafted ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยว แต่เป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวและศาสตร์ของการทำงานที่รักอย่างมีคุณภาพ ไม่เพียงชวนให้เห็นแง่งามของความตั้งใจ Italy Crafted ยังชวนให้เราตระหนักถึงรากและคุณค่าของงานฝีมือแต่ละชิ้น

 

2

The Grand Hostel

นักเขียน : BudgetTraveller
สำนักพิมพ์ : Gestalten
ราคา : 1,255 บาท

เมื่อพูดถึง Hostel เรามักจะคิดถึงภาพจำเรื่องที่พักราคาถูก สะดวก และเต็มไปด้วยนักเดินทางอายุน้อยๆ แต่ในความเป็นจริง Hostel มีความหมายและความน่าสนใจที่มากกว่านั้น ใน The Grand Hostel จะพาเราไปทำความรู้จักคำว่า ‘น้อยแต่มาก’ จากตัวอย่างของ Hostel ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะเปลี่ยนความคิดว่า Hostel เป็นแค่ที่ซุกหัวนอนไปอย่างสิ้นเชิง ยังสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้มีฝันอยากเป็นเจ้าของโรงแรมขนาดกะทัดรัดแบบนี้

 

3

The Art of the Fold

นักเขียน : Hedi Kyle and Ella Warchol
สำนักพิมพ์ : Laurence King
ราคา : 1,175 บาท

เพราะกระดาษและหนังสือไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่บันทึกเรื่องราวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของงานสร้างสรรค์อื่นๆ ได้อีกมากมาย หนังสือเล่มนี้จะพาเราไปทำความรู้จักกระดาษในอีกหลากหลายมิติที่ซับซ้อนกว่าที่เราคุ้นเคย

 

4

Newspaper Design

นักเขียน : Javier Errea
สำนักพิมพ์ : Gestalten
ราคา : 2,100 บาท

เราเชื่อว่าในทุกๆ แพลตฟอร์มยังมีความน่าสนใจในตัวเองเสมอ ในวันที่ใครๆ ก็บอกว่าหนังสือพิมพ์ “กำลังจะตาย” เราพบว่าจริงหนังสือพิมพ์เป็นตัวแทนที่ดีคำว่า “The Print is Dead, Long Live Print” เพราะไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก หนังสือพิมพ์ก็ยังมีเรื่องราวและข่าวสารที่ต้องการบอกต่อ และการออกแบบหนังสือพิมพ์ก็เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนชีวิตของสื่อสิ่งพิมพ์ให้หมุนต่อไป

 

5

The Colour of Time

นักเขียน : Dan Jones & Marina Amaral
สำนักพิมพ์ : Head of Zeus
ราคา : 1,175 บาท

ทุกครั้งที่ดูภาพถ่ายขาวดำในอดีต เรามักจะคิดสงสัยว่าสีจริงที่เกิดขึ้น ณ เวลาที่บันทึกภาพนั้นๆ คือสีอะไร เป็นจุดเริ่มต้นให้ Dan Jones และ Marina Amaral นำภาพขาวดำอายุกว่าร้อยปีมาเติมสีสันฟื้นคืนชีวิตได้อย่างน่าตื่นตา และนอกจากจะเห็นวิถีชีวิตจากสีสันที่ปรากฏบนสีหน้าและบริบทที่รายล้อม เรายังได้รู้จักชีวิตในอีกมุมที่ชัดเจนขึ้น

 

หมายเหตุ : ราคารวมทุกเล่ม 6,200 บาท แต่ช่วงนี้มีโปรโมชันเหลือ 5,010 บาทครับ

 

Bookmoby

1

บุรุษปราสาทฟ้า

นักเขียน : Philip K. Dick
นักแปล : ยรรยง เต็งอำนวย
สำนักพิมพ์ : บทจร
ราคา : 338 บาท (ราคาเต็ม 375 บาท ลด 10%)

หนังสือที่ยากจะหาคำจำกัดความว่าเป็นนวนิยายไซไฟ ดิสโทเปีย การเมือง สืบสวนสอบสวน หรือ ประวัติศาสตร์ ฯลฯ ผลงานของ ฟิลิป เค. ดิก (Philip K. Dick) ด้วยรูปแบบการเล่าเรื่องแบบ Alternative History จินตนาการถึงเหตุการณ์จะที่เกิดขึ้นหากจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์เป็นไปในทิศทางตรงข้าม เขย่าและพลิกผันให้สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายเยอรมนีกับญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกากลายเป็นดินแดนของผู้พ่ายแพ้

 

2

BLONOTE โบลโน้ต

นักเขียน : Tablo
นักแปล : อิสริยา พาที
สำนักพิมพ์ : Chaichai Books
ราคา : 248 บาท (ราคาเต็ม 275 บาท ลด 10%)

“ยิ่งเป็นคนที่อยู่ลึกลงไปในใจมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นคนที่เอื้อมไปไม่ถึงมากเท่านั้น”

หนังสือเล่มที่นักอ่านสายเกาหลายคนรอคอย หนังสือที่ไม่ใช่นวนิยาย ความเรียง หรือบทกวี เป็นเพียงถ้อยความลงท้ายของทาโบลในรายการวิทยุยามดึก ถ้อยคำเพียงสั้นๆ แต่กินใจและหลากความตามแต่ประสบการณ์และการตีความของผู้อ่าน หากคุณกำลังรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง เพียงสุ่มเปิดหนังสือสักหน้า อาจพบจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ หรือทำให้ความทุกข์กังวลใจสิ้นสุด วางหนังสือเล่มนี้ไว้ใกล้มือ เผื่อเวลาใดที่หัวใจเกิดสั่นคลอน

 

3

ออร์แลนโด: ชีวประวัติ (Limited Hardcover)

นักเขียน : Virginia Woolf
นักแปล : จุฑามาศ แอนเนียน
สำนักพิมพ์ : Library House
ราคา : 495 บาท (ราคาเต็ม 550 บาท ลด 10%)

‘ออร์แลนโด’ คือนามของบุคคลไร้ขอบเขตตัวตน ดำรงอยู่อย่างไร้กาล ก้าวข้ามอิสระแห่งเพศและอัตลักษณ์ กลายสภาพไปตามยุคสมัยแห่งประวัติศาสตร์ ครอบครองเสรีภาพในตัวตนเหนือความจริง ธรรมชาติและจินตนาการทั้งปวง งานเขียนซึ่งเปรียบดั่งจดหมายรัก แฝงเร้นร่องรอยชีวิตและความรู้สึกทางใจที่มีต่อกันผ่านถ้อยคำวิจิตรงดงาม นัยลึกล้ำ เหนือชั้นด้วยความแพรวพราวทางภาษาอันเป็นความสามารถและพรสวรรค์เยี่ยมยอด หนึ่งในนวนิยายชิ้นเอกในศตวรรษที่ 20 ของ เวอร์จิเนีย วูล์ฟ โดดเด่นจากวิธีเขียนแบบกระแสสำนึกซึ่งสะท้อนเสรีภาพแห่งอัตลักษณ์ของเพศทางเลือก ความเท่าเทียม และอคติทางเพศของสังคม

 

4

หนังสือ/เมืองเล็ก/ความรัก

นักเขียน : Katarina Bivald
นักแปล : มณฑารัตน์ ทรงเผ่า
สำนักพิมพ์ : กำมะหยี่
ราคา : 365 บาท (ราคาเต็ม 405 บาท ลด 10%)

เมื่อปล่อยให้หนังสือเข้ามาในชีวิต เรื่องเกินคาดสุดขีดอาจเกิดขึ้นได้… นวนิยายที่จะเตือนเราให้อบอุ่นในหัวใจว่าเพราะเหตุใดเราจึงเป็นคนรักหนังสือ เรื่องราวสุดฉลาดแสนน่ารักที่บอกให้เรารู้ว่าหนังสือสามารถหาเราพบ เปลี่ยนแปลงเรา และเชื่อมเราเข้าด้วยกันได้อย่างไร

 

5

ยูโทเปีย

นักเขียน : Sir Thomas More
นักแปล : สมบัติ จันทรวงศ์
สำนักพิมพ์ : สมมติ
ราคา : 180 บาท (ราคาเต็ม 200 บาท ลด 10%)

วรรณกรรมเสียดสีล้อเลียนความโง่เขลาและความเลวร้ายของสังคม งานวรรณกรรมอมตะ กล่าวถึงยูโทเปียซึ่งเป็นประเทศตั้งบนเกาะกลางน้ำขนาดใหญ่ มีแม่น้ำล้อมรอบและมีแผ่นดินล้อมรอบอีกชั้นเพื่อป้องกันพายุและการบุกรุกของผู้คนจากดินแดนอื่น ผู้คนล้วนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เป็นสังคมที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีใครเห็นแก่ตัว แบ่งปันความรักซึ่งกันและกัน มนุษย์ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพอันเท่าเทียมกัน

 

6

นายพลในเขาวงกต

นักเขียน : Gabriel García Márquez
นักแปล : ไพรัช แสนสวัสดิ์
สำนักพิมพ์ : สามัญชน
ราคา : 338 บาท (ราคาเต็ม 375 บาท ลด 10%)

หนังสือแห่งความรุ่มรวยหลากหลายสิ่ง…ท้าทายและทรงคุณค่ามากมายในระดับแตกต่างกันไป นายพลในเขาวงกต นับเป็น ‘นวนิยายอิงประวัติศาสตร์’ หรือ ‘ชีวประวัติ’ ของโบลิวาร์ วีรบุรุษผู้นำประชาชนในลาตินอเมริกาลุกขึ้นดิ้นรนต่อสู้ จนหลุดพ้นจากอำนาจปกครองของสเปน

 

7

จะเป็นผู้คอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น

นักเขียน : J. D. Salinger
นักแปล : ปราบดา หยุ่น
สำนักพิมพ์ : ไลต์เฮาส์พับลิชชิ่ง
ราคา : 317 บาท

ผลงานชิ้นเอกของ เจ.ดี. ซาลินเจอร์ เรื่องราวของโฮลเดน คอลฟีลด์ เด็กหนุ่มที่มองโลกในแง่ร้าย ขวางโลก ปากร้าย ขณะเดียวกันก็ช่างอ่อนไหว เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และมองโลกในมุมมองที่ไม่เหมือนใคร หากแต่โชคร้าย เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนและไม่อยากให้พ่อแม่รู้ จึง ‘เตร็ดเตร่’ อยู่ในนิวยอร์กใกล้กับอพาร์ตเมนต์ของครอบครัว รอเวลาจนถึงวันหยุดคริสต์มาสแล้วจึงค่อยบอกให้พ่อแม่รู้ หนังสือซึ่งเคยถูกจัดให้เป็นหนังสือ ‘ต้องห้าม’ สำหรับนักเรียนในสหรัฐอเมริกา และในทางกลับกัน ก็เป็นหนังสือที่มีผู้อ่านมากที่สุดเรื่องหนึ่ง

 

8

รักของคนเขลา

นักเขียน : ทานิซากิ จุนอิจิโร
นักแปล : พรพิรุณ กิจสมเจตน์
สำนักพิมพ์: JLIT
ราคา : 425 บาท

นวนิยายผลงานจากปลายปากกาของทานิซากิ เรื่องราวของความรักต่างวัย เรื่องราวของชายหนุ่มฉกรรจ์ผู้สมถะ ซึ่งถูกตาต้องใจกับสาวน้อยวัยสะพรั่ง ความรักต่างวัยจะไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เมื่อการเฝ้าดูการเจริญโตของสาวน้อยเป็นเรื่องที่น่าเบิกบานใจและน่ากังวลใจในเวลาเดียวกัน ชวนให้ตั้งคำถามต่อรักแท้อันบริสุทธิ์และอารมณ์หลงใหลใคร่ครวญ

 

9

ใต้เวิ้งฟ้า

นักเขียน : Paul Bowles
นักแปล : อทิมา
สำนักพิมพ์ : มติชน
ราคา : 380 บาท

วรรณกรรมคลาสสิกที่บรรยายถึงความเวิ้งว้างของชีวิต ข้อจำกัดในการเข้าใจกันของมนุษย์ และความไม่จีรังของตัวตน ผ่านการเดินทางผจญภัยในทวีปแอฟริกาตอนเหนือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อชาวอเมริกัน 3 คนหวังจะเดินทางเพื่อเก็บประสบการณ์และหลีกหนีความเสียหายจากสงครามโลก เพื่อไปสัมผัสทะเลทรายซาฮาราอันแสนโรแมนติก แต่สิ่งที่พบคือความแปลกแยกทั้งกับสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม และต่อกันและกันเอง

 

10

หากหัวใจไม่สามัญ

นักเขียน : Orhan Pamuk
นักแปล : นพมาส แววหงส์
สำนักพิมพ์ : มติชน
ราคา : 630 บาท

หากหัวใจไม่สามัญ วรรณกรรมของ ออร์ฮาน ปามุก สะท้อนทัศนะต่อบริบทประวัติศาสตร์ของตุรกีในช่วงทศวรรษนั้นผ่านสายตาของชนชั้นล่าง เรื่องราวขึ้นเมื่อ เมฟลุต คาราตัช ตัดสินใจจะพาผู้หญิงที่เขารักหนีตามกันไปตั้งรกรากใหม่  แต่โชคชะตาก็เล่มตลกเมื่อผู้หญิงที่เขาลักตัวมากับป็นคนละคนกัน

 

11

เดเมียน

นักเขียน : Hermann Hesse
นักแปล : สดใส
สำนักพิมพ์ : เคล็ดไทย
ราคา : 279 บาท (ปกแข็ง ราคาเต็ม 310 บาท ลด10%)

นวนิยายที่กล่าวถึงการแสวงหาจนพบตัวตนแท้ ซึ่งจะทำให้บุคคลพบอิสระที่แท้จริง เรื่องราวของ ‘เอมิล ซินแคลร์’ ชายหนุ่มผู้กำลังค้นหาตัวเอง เมื่อได้ก้าวไปสู่อีกโลกหนึ่งของตัวเองซึ่งเป็นโลกแห่งความน่ากลัวและโหดร้าย และหลงเดินเข้าไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอันตรายของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นโลกแห่งความจริงที่เขาต้องเผชิญ ทำให้เขาเริ่มต้นที่จะค้นหาความเป็นตัวเองโดยมีเดเมียน เพื่อนนักเรียนสมัยเด็ก เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตน…

 

12

รอสฮัลด์

นักเขียน : Hermann Hesse
นักแปล : สดใส
สำนักพิมพ์ : เคล็ดไทย
ราคา : 270 บาท (ปกแข็ง ราคาเต็ม 300 บาท ลด 10%)

เรื่องราวของ ‘โยฮันน์ เวรากุธ’ จิตรกรใหญ่ผู้โด่งดัง เขาน่าจะเป็นผู้ชายที่มีความสุขคนหนึ่ง แต่ชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลวและความรักที่มีต่อลูกน้อยทำให้เขาติดบ่วงอยู่ในความว่างเปล่า ภายในกำแพงรั้วของคฤหาสน์ ‘รอสฮัลด์’

 

13

ปีเตอร์ คาเมนซินด์

นักเขียน : Hermann Hesse
นักแปล : สดใส
สำนักพิมพ์ : เคล็ดไทย
ราคา : 261 บาท (ปกแข็ง ราคาเต็ม 290 บาท ลด 10%)

นวนิยายเรื่องแรกของ เฮอร์มานน์ เฮสเส ซึ่งได้รับความสำเร็จท่วมท้น ต้นแบบของเรื่องแต่งที่พรรณนาด้วยภาษางดงาม เรื่องราวของปีเตอร์ คาเมนซินด์ หนุ่มชาวชนบทผู้มีโอกาสเดินทางไปในโลกกว้าง ได้เรียนรู้ว่าความสุขจากการ ‘ให้’ นั้นใหญ่หลวงนัก ความรักที่เขามีต่อภูเขาสูง ธรรมชาติ และชีวิตในชนบทบ้านเกิด ทำให้เขาได้กลับมาพบความสงบอบอุ่นที่แท้จริง ยามได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนบ้านและธรรมชาติที่คุ้นเคย

Writer & Photographer

Avatar

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

For English Version,  Click Here

ในฐานะผู้สอนคนหนึ่ง ที่มีโอกาสได้พาผู้เรียนผ่านประสบการณ์การเรียนรู้มาบ้าง เราเชื่อเหลือเกินว่าหลักฐานความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของการจัดการการศึกษา ต้องตรวจวัดจากการสะท้อนของผู้เรียน

หากแต่การศึกษาไทยในปัจจุบันนี้กลับมีการรับฟังเสียงของผู้เรียนน้อยเหลือเกิน และหลายครั้งที่แม้จะมีเสียงสะท้อนกลับมา เราที่เรียกตัวเองว่าเป็น ‘ผู้ใหญ่’ กลับไม่ใส่ใจกับความคิดเห็นของพวกเขาเท่าที่ควร ทั้งที่เราทุกคนต้องเคยได้ยินวลีติดหูที่ว่า เด็กคืออนาคตของชาติ

นั่นคือสาเหตุที่วงสนทนาวันนี้กับ King’s College International School Bangkok (King’s Bangkok) ถึงการจัดงาน King’s Bangkok Education Forum 2022  เวทีที่เชิญผู้นำทางความคิดจากหลากหลายวงการ มาส่งต่อประสบการณ์ของพวกเขาให้กับผู้ฟังที่เป็นนักเรียน ภายใต้ธีม Career. Life. Social Values. (อาชีพ ชีวิต และคุณค่าสู่สังคม) มีทั้ง ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สาคร สุขศรีวงศ์ ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ ร่วมด้วย คุณเบน-วิทวัส พันธ์พานิช ตัวแทนทีมงานของโรงเรียน รวมถึงนักเรียน Year 11 อย่าง น้องมาร์ตี้-ยศพัทธ์ ศรีธนสกุลชัย และ น้องแจ๊ปเปอร์-ชนุดม อิ้มพัฒน์ ที่นั่งล้อมวงลงข้างกันเพื่อบอกเล่าสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้

ถอดบทเรียน King’s Bangkok Education Forum ที่จัดโดยนักเรียน เพื่อตั้งใจส่งต่อโอกาสการศึกษาให้กับนักเรียนอีกกลุ่มในสังคม
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

นักเรียนทั้งสองที่มาร่วมวงกับเรานั้นไม่ได้มาในฐานะผู้ฟัง แต่เป็นหนึ่งในผู้จัดงานที่มีส่วนร่วมอย่างเข้มข้นตั้งแต่ต้นจนจบ ฟอรัมการศึกษานี้จึงเป็นงานที่จัดโดยนักเรียน เพื่อผู้ฟังที่เป็นนักเรียน และตั้งใจส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียน ซึ่งเป็นทัศนะที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะตั้งแต่แนวคิด กระบวนการจัดงาน ไปจนถึงการคัดเลือกคนมาสื่อสารเกี่ยวกับงานนั้น สะท้อนให้เห็นถึงการรับฟังเสียงของเด็กมาโดยตลอดทาง

ขอชวนมาฟังไปพร้อมกันกับเรา ว่าผู้บริหารและสตาฟของ King’s Bangkok หว่านเมล็ดพันธุ์แบบใดให้เติบโตในใจผู้เรียนของพวกเขาไปแล้วบ้างในการจัดงานครั้งนี้

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Career

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

นิยามความสำเร็จแรก ๆ ในชีวิตของหลายคน คงหนีไม่พ้นความสำเร็จในหน้าที่การงาน

หากพิจารณาผลงานตลอดระยะเวลาการทำงานกว่า 30 ปีในวงการการศึกษาของ ศ.(พิเศษ) ดร.สาคร ก็น่าจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในใจของคนเป็นครู มีช่องว่างหนึ่งที่เขาอยากจะถมให้เต็ม

“ประเทศไทยเรามีบุคลากร หรือผู้นำทางความคิดที่มีศักยภาพอยู่มากมาย ทั้งในแง่วิชาการ การศึกษา หรือสายอาชีพ บางท่านทำงานอยู่ในองค์กรข้ามชาติ หลายท่านเป็นนักพูดที่สื่อสารกับสังคมอยู่แล้ว แต่กลับมีแค่คนที่เรียนจบมหาวิทยาลัย หรือทำงานแล้วเท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้ฟังคนที่ประสบความสำเร็จพูด กลุ่มผู้ฟังที่เป็นนักเรียนกลับเข้าไม่ถึงโอกาสที่จะได้ฟัง นี่จึงเป็นเรื่องที่ผมอยากผลักดันตลอดมา” ศ.(พิเศษ) ดร.สาครรับหน้าที่เปิดบทสนทนาให้เราได้มองเห็นภาพรวม และที่มาของฟอรั่มการศึกษาในครั้งนี้

“การที่ผมได้สอนหนังสืออยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมได้มีโอกาสทำ Mentoring Program เชื่อมคนที่ประสบความสำเร็จมาแบ่งปันความคิดกับผู้เรียนระดับอุดมศึกษาเป็นครั้งแรก จนได้รับรางวัล Innovation of the Year จาก Association to Advance Collegiate Schools of Business (AASCB) ประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นทำให้ผมเริ่มคิดว่า ทำไมนักเรียนจะมีโอกาสแบบนั้นบ้างไม่ได้”

และเมื่อจังหวะเวลาลงตัว อาจารย์กับทีมงานของ King’s Bangkok จึงไม่รอช้า ได้ชักชวนตัวแทนนักเรียนอย่างมาร์ตี้และกลุ่มเพื่อนมาจัดตั้งคณะกรรมการนักเรียนชุดเฉพาะกิจ เพื่อจัดฟอรั่มการศึกษาร่วมกัน และรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายตั๋ว โดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับนักเรียนมัธยมปลายที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อเป็นทุนการศึกษา โดยมีข้อแม้ว่าเด็กๆ ของ King’s Bangkok จะต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดงานอย่างเต็มที่ตั้งแต่ต้นจนจบ

“งานอีเวนต์แบบนี้ไม่ได้ยากเกินความสามารถของสตาฟโรงเรียนที่จะจัดเองหรอกครับ” ผู้บริหารของโรงเรียนเล่า พลางยิ้มอย่างสบาย ๆ “แต่โรงเรียนของเราให้ความสำคัญกับปรัชญา 3 ข้อ ซึ่งยึดเป็นคุณค่าของโรงเรียนเลย นั่นก็คือ มารยาทที่งดงาม ความเมตตา และความใฝ่รู้สู่ปัญญา อีเวนต์นี้มีวัตถุประสงค์หลักคือเตรียมพร้อมนักเรียนมัธยมปลายที่สนใจเป็นการแนะแนวเส้นทางอาชีพ การทำงาน และการใช้ชีวิตในอนาคต และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทำงานเรียนรู้การจัดงานไปพร้อมๆ กัน

“แต่ที่มากไปกว่านั้นคือโอกาสในการเรียนรู้คุณค่าเรื่องการมีเมตตา เราอยากสอนให้เด็ก ๆ ของเรามีเมตตาต่อตนเอง และต่อผู้อื่นในสังคมด้วย”

“แต่เรื่องแบบนี้เราสอนกันด้วยปาก ให้ท่องจำกันอย่างเดียวไม่ได้ใช่ไหมครับ” อาจารย์ถามกลับ “เด็ก ๆ ต้องซึมซับความรู้สึกนั้นด้วยใจ และสะท้อนความคิดให้ได้ด้วยตัวเองนั่นคือเหตุผลที่ฟอรั่มการศึกษาในครั้งนี้ถูกสร้างให้เป็นเหมือนสนามทดลอง ให้พวกเขาได้สัมผัสความเมตตาด้วยใจของตัวเอง”

“และที่สำคัญ เนื้อหาที่วิทยากรได้ถ่ายทอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอิคิไก หรือการใช้ชีวิตให้มีคุณค่าตามปรัชญาแบบญี่ปุ่น เรื่องการสร้างคุณค่าให้ชีวิตผ่านวัฒนธรรม เรื่องวิถีผู้นำในองค์กรระดับโลก ตลอดจนการเสวนาเคล็ดลับการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ได้ช่วยปูทางให้เด็กๆ ได้มีรากฐานที่สำคัญก่อนออกก้าวเดินในชีวิตการทำงานต่อไป”

มาร์ตี้นั้นถูกชวนเข้ามาเป็นคนแรก ก่อนที่เขาจะรับหน้าที่ออกตามหาเพื่อน ๆ ผู้ร่วมอุดมการณ์ จนได้ทีมงานทั้งหมด 21 คน หนึ่งในนั้นคือแจ๊ปเปอร์ ผู้ร่วมวงสนทนาอีกคนในวันนี้ ที่รับบทเป็นพิธีกรร่วมบทเวที ที่มีสปีกเกอร์มากประสบการณ์ให้รับมือพร้อมถึง 4 คน

โลกของเด็กนักเรียนYear 11 กำลังจะเปลี่ยนไป ผ่านกระบวนการทำงานแบบผู้ใหญ่ครั้งแรกในชีวิต

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Life

“ตอนแรกผมแค่คิดว่าโอกาสที่จะได้ฟังบุคคลที่ผ่านการศึกษาระดับโลก อาทิ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สแตนฟอร์ด ชิคาโก้ เยลล์ แล้วก็บุคคลที่ประสบความสำเร็จในเวทีระดับโลกจริง ๆ เป็นเรื่องยากมากสำหรับผมและเพื่อน ๆ ผมเลยคิดว่าอยากจะลองมามีส่วนร่วมดู จึงชวนเพื่อน ๆ มาด้วยกัน แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้รับผิดชอบและเรียนรู้มากขนาดนี้ครับ” มาร์ตี้กล่าวย้อนความรู้สึกแรกที่ได้ทราบว่าทางโรงเรียนจะมีโครงการนี้ 

“ในการประชุมครั้งแรก พวกเขานั่งกันตาแป๋วมากครับ” คุณเบน มหาบัณฑิตจากเคมบริดจ์และเป็น หนึ่งในทีมการตลาดของ King’s Bangkok ผู้รับหน้าที่ประสานงานกับคณะกรรมการนักเรียน เล่าติดตลก “สตาฟก็พยายามอธิบายให้เด็ก ๆ ฟังว่า การจัดอีเวนต์ในครั้งนี้มีประโยชน์อย่างไรกับตัวพวกเขาเองบ้าง แต่สิ่งที่จุดประกายไฟในตาของเด็ก ๆ มากที่สุดกลับเป็นตอนที่ผมอธิบายว่า สิ่งนี้จะมีประโยชน์กับคนอื่นอย่างไรบ้าง”

“เราพยายามจะวางแผนกันอย่างดี แล้วก็มีดร.สาครกับทีมการตลาดคอยสนับสนุนด้วย ผมก็เลยรู้สึกมั่นใจ” มาร์ตี้เล่าถึงความรู้สึกหลังจากเขาและเพื่อน ๆ เห็นประโยชน์ของการจัดงานครั้งนี้เมื่อได้รู้ว่าจะได้จัดงานอีเวนต์ใหญ่ “แต่แจ๊ปเปอร์นี่ตื่นเต้นมาก”

“แน่นอนสิ” แจ๊ปเปอร์โต้กลับอย่างออกรสชาติ “ผมจะได้เป็นพิธีกรบนเวทีเลยนะ ใครจะไม่ตื่นเต้นไหว แต่นี่เป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับผมเลย แล้วนักเรียนทุกคนที่ได้เข้ามาเป็นทีมงานก็กลายเป็นต้นแบบให้กับรุ่นน้อง ๆ ไปด้วยเลยครับ อีเวนต์นี้มันมีพลังมาก”

การเข้ามามีส่วนร่วมกับการจัดงาน นั่นหมายถึงการตั้งเป้าหมายในการระดมทุน สร้างกลยุทธ์ในการขายบัตร การโปรโมทงาน ไปจนถึงการรันคิวงานในวันจริงด้วยตัวเอง

สำหรับผู้ใหญ่อย่างเราแล้ว อาจฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ลองนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปในครั้งแรกที่เราต้องจัดการงานที่มีคนจำนวนมากเข้ามาเกี่ยว อย่างงานกีฬาสี งานเลี้ยงรุ่น แล้วจินตนาการดูสิว่า นี่คือประสบการณ์ที่ใหญ่ขนาดไหนสำหรับเด็กมัธยมปลาย

“มันยากตั้งแต่เริ่มหาทีมงานแล้วครับ” มาร์ตี้เกริ่น “เราเริ่มกันที่การออกแบบโลโก้ งานอาร์ตต่าง ๆ ร่วมกับทีมการตลาดของโรงเรียน แต่การจะหาเวลามาทำงานด้วยกันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพวกผมมีเวลาว่างเฉพาะช่วงพักเที่ยงและหลังเลิกเรียน เราก็เลยมักประชุมกันระหว่างช่วงพักและทานข้าวเที่ยงกันไปด้วย”

“ผมชอบการประชุมช่วงพักเที่ยงนะ เวลาที่เราได้มานั่งล้อมวง ทานอาหารอร่อย ๆ และคุยงานไปด้วย สำหรับผมมันดีกว่าประชุมออนไลน์เยอะครับ เพราะมีอาหารอร่อยไง” แจ๊ปเปอร์เล่าต่อจากเพื่อนอย่างร่าเริง

“การขายบัตรก็ท้าทาย เราโพสต์คอนเทนต์ออนไลน์ด้วยเหมือนกันครับ วิทยากรที่เชิญมาก็ช่วยโปรโมตด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็คุณพ่อคุณแม่เรานี่แหละครับที่ช่วยกันโปรโมต ทั้งที่เราตั้งเป้าหมายในการระดมทุนกันเอง ว่าเราอยากสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนได้ถึง 7 คน ตอนแรกเราก็เลือกกันเพราะเลขสวยดี แต่เราทุกคนก็ดีใจมากที่เราทำได้เกินเป้าหมาย” 

แน่นอนว่าความยากไม่ได้จบแต่ช่วงวางแผน เมื่อถึงวันงานเอง ทั้งคนหน้าฉากอย่างแจ๊ปเปอร์ และคนหลังฉากอย่างมาร์ตี้ต่างก็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันจนหัวหมุน

 “ภารกิจหลักของวันนี้คือการดูแลวิทยากรครับ” มาร์ตี้อธิบาย “แต่ในขณะที่ดูแลวิทยากรที่ให้เกียรติมาแชร์เรื่องราวกับเรา ผมก็ต้องดูแลทีมงานไปด้วยพร้อมกัน เพื่อให้มั่นใจว่าแต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเอง และให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น”

แม้ว่างานนี้ไม่ใช่งานง่าย ใช้พลังตั้งแต่ต้นจนปลาย แต่พวกเขากลับพูดตรงกันว่า นี่แหละคือรสชาติของชีวิต

เพราะนอกเหนือจากเนื้อหาวิชาชีวิตที่วิทยากรทุกท่านมาแชร์ให้นักเรียนได้ฟังกันเป็นเรื่องที่เหมาะกับผู้ฟังที่เป็นนักเรียนโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการค้นหาความหมายของชีวิตด้วยหลักการอิคิไก การทำความเข้าใจชีวิตผ่านการเข้าใจความหลากหลายของวัฒนธรรม ไปจนถึงประสบการณ์จริงจากรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จ ว่าแล้วเขาเหล่านั้นผ่านช่วงเวลาการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยมาอย่างไร ค้นหาตัวเองเจอได้อย่างไร ไปจนถึงหางานที่ใช่ได้อย่างไร นักเรียนอย่างพวกเขาก็ได้ฝึกออกแรงเปิดประตูบานแรกสู่ชีวิตผู้ใหญ่ ด้วยกระบวนการเบื้องหลังการจัดงานนั่นเอง

“การจัดอีเวนต์ครั้งนี้ทำให้เราได้ลิ้มรสชาติชีวิตผู้ใหญ่ครับ” แจ๊ปเปอร์ให้ความเห็นหลังจากนิ่งและตกผลึกความคิดได้ “เหมือนที่วิทยากรท่านหนึ่งของเราพูดบนเวทีว่า กำแพงที่กั้นระหว่างเขากับชีวิตจริงได้พังทลายลงในช่วงจังหวะที่เขาเพิ่งได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรก นั่นเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าต้องเผชิญหน้ากับความจริง อารมณ์ประมาณนั้นเลย แต่เวทีนี้ก็ช่วยให้เรากลัวชีวิตจริงน้อยลงด้วยเหมือนกัน”

“เมื่อมองเผิน ๆ เราอาจเห็นว่าเป็ดลอยน้ำได้อย่างสบาย ๆ แต่ใต้น้ำเป็ดต้องออกแรง เตะเท้าอย่างหนักเพื่อให้ลอยบนน้ำได้” มาร์ตี้พูดถึงสิ่งที่วิทยากรท่านหนึ่งได้กล่าวเอาไว้ “สำหรับผม มันเหมือนกับว่าวิทยากรที่มาบรรยายทุกคนในวันนี้เป็นเป็ดตามนิยามนี้เลย เพราะภายใต้ความสำเร็จของทุกคนล้วนเป็นเรื่องราวของความมุ่งมั่น การทำงานหนัก และความไม่ยอมแพ้”

“ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เราได้เห็นทีมการตลาดของเราทำงานจริงอย่างใกล้ชิดด้วยครับ” แจ๊ปเปอร์เสริม “ตอนแรกผมก็สงสัยนะว่าพวกผู้ใหญ่ทำงานกันเยอะขนาดนี้ได้ยังไง แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว”

“เราจะหาโอกาสได้ทำงานจริงแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก ถ้าไม่ใช่โรงเรียนมอบให้ละครับ” มาร์ตี้พยักหน้าเห็นด้วย “ผมว่าทีมงานหลายคนเติบโตขึ้นจากกระบวนการทำงานนี้ ตอนแรกพวกเขาก็เก่งอยู่แล้ว แต่ก็พัฒนาขึ้นไปอีกได้”

“ถึงนายจะบ่นอยู่ตลอดว่าวิ่งทั้งงานจนขาพังไปหมดแล้วน่ะหรอ” แจ๊ปเปอร์แซวขึ้นมาได้จังหวะ เล่นเอาทั้งวงหัวเราะกันท้องแข็ง

Social Values

แม้ช่วงเวลาในการฟังมาร์ตี้และแจ๊ปเปอร์เล่าประสบการณ์เปลี่ยนชีวิตของพวกเขานั้นจะแสนสั้น แต่เราก็ได้เห็นภาพสะท้อนการเติบโตทางความคิดของนักเรียนทั้ง 2 คนที่ขยับเข้าใกล้ความเป็นคนของสังคมมากขึ้นอีกนิด

การเติบโตที่เกิดขึ้นผ่านกระบวนการการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ และห้อมล้อมไปด้วยการสนับสนุนของบุคลากรทางการศึกษาที่เฝ้ารอดูพวกเขาผลิดอกออกผล

และ ดร.สาครยังสะท้อนให้เรามองเห็นภาพใหญ่ต่อไป การจัดงานสำหรับคนกลุ่มเล็ก ๆ ในครั้งนี้มีบทบาทอย่างไรต่อระบบการศึกษาและภาพรวมของประเทศว่า

“หากเราถอยออกมามองภาพกว้าง เด็กกลุ่มนี้ของเราเป็นเด็กที่เรียกได้ว่าโชคดี เขามีศักยภาพที่จะทำอะไรมากมาย เราจึงต้องหว่านเมล็ดพันธุ์ทางความคิดในการสร้างคุณค่าให้กับสังคมให้เขามีโอกาสได้คิดเรื่องนี้ และวิทยากรที่มาพูดให้กับฟอรั่มนี้ต่างเป็นข้อพิสูจน์ที่มีชีวิตว่า เมื่อเรามอบอะไรให้ผู้อื่น เราก็จะได้สิ่งนั้นกลับมา”

เพราะการศึกษาไม่ใช่แค่เรื่องการเสริมพลังทางปัญญาเท่านั้น การเติมเต็มความเป็นมนุษย์ ให้ตระหนักถึงบทบาทของตนเองต่อสังคมคือเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน

“เราพยายามที่จะสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ด้วยกระบวนการเรียนรู้ เพื่อสร้างคนที่มองเห็นเป้าหมายที่ถูกต้อง ยึดถือคุณค่าที่เหมาะสม และนั่นคือสิ่งที่การศึกษาไทยควรจะมอบให้กับผู้เรียน ไม่ใช่แค่ความเป็นเลิศทางวิชาการ

“ปรัชญาการศึกษาของประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นต้นแบบของโรงเรียน King’s Bangkok บอกกับเราว่านอกจากความเป็นเลิศทางวิชาการแล้วยังมีส่วนผสมอีก 2 อย่างที่สำคัญในการปั้นทรัพยากรมนุษย์ที่สร้างความเป็นคนอย่างสมบูรณ์ นั่นคือ ความใส่ใจอย่างครบถ้วนรอบด้านและหลักสูตรร่วมผสมอย่างดนตรี ศิลปะ กีฬา และอื่น ๆ ในขณะที่กิจกรรมเสริมจะช่วยสร้างสังคมและความชื่นชอบเฉพาะบุคคลให้ชัดเจน การการใส่ใจอย่างครบถ้วนรอบด้านจะประคองให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างมีความสุข และเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามอุปสรรค” อาจารย์นักบริหารกล่าวสรุปปิดท้าย

แต่แจ๊ปเปอร์ผู้พลังงานล้นก็อดไม่ได้ที่จะเติมต่อว่า

“ผมว่าเด็กหลายคนไม่รู้หรอกว่าคุณค่าทางสังคมสำคัญยังไง แต่หลังจากที่ได้ฟังประสบการณ์ของวิทยากรทุกท่านบนเวที ผมเข้าใจแล้วว่า ความสำเร็จไม่ใช่แค่เรื่องของการมีคนนับหน้าถือตา แต่เป็นเรื่องของการมอบบางอย่างคืนสู่ผู้อื่นด้วยเหมือนกัน”

บทสรุปจากปากของแจ๊ปเปอร์ทำให้เรารู้สึกว่า การเรียนแบบไม่เน้นจำ แต่ให้ลงมือทำ ได้ไปสะกิดใจใครบางคนให้เติบโตไปในทิศทางที่งดงามได้จริง ๆ

และการให้โอกาสเด็ก ๆ ได้พูด ทำ ส่งเสียง อย่างที่คุณครูและบุคลากรของ King’s Bangkok ได้ทดลองและมาแชร์ผลลัพธ์ให้เราเห็นผ่านบทสัมภาษณ์นี้ ก็น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีไม่น้อยสำหรับผู้ใหญ่หรือแม้แต่ครูในประเทศ ที่จะเปิดใจรับฟัง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนของตนเองได้ลงมือ ล้มลุก และเรียนรู้จากความผิดพลาด

เพราะแม้ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร การเรียนรู้จากการลงมือทำที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการก็เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมให้เด็ก ๆ ขยับเข้าใกล้มหาวิทยาลัยในฝัน ชีวิตที่มีเป้าหมาย และความสำเร็จที่ไม่ใช่แค่การ ‘ได้’ แต่เป็นการ ‘ให้’ ด้วยเช่นกัน

Writer

Avatar

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load