BODUM® (อ่านว่า โบดัม) คือแบรนด์อุปกรณ์ทำกาแฟจากเดนมาร์ก ที่โด่งดังเรื่องการทำกาแฟให้ง่ายและอร่อย

บอกแค่ชื่อ คอกาแฟชาวไทยอาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าบอกว่าเป็นเครื่องชงกาแฟสุญญากาศและเฟรนช์เพรส (French Press) ที่อยู่ในร้านกาแฟพรีเมียมหลายๆ ร้านที่เห็นแล้วมั่นใจได้เลยว่ากาแฟแก้วตรงหน้ารสชาติอร่อยเป็นพิเศษ คุณคงจะพอนึกออก

โบดัมเป็นแบรนด์ที่มีสินค้าไม่เยอะเมื่อเทียบกับระยะเวลากว่า 75 ปี เพราะเขาคัดสรรมาแล้วว่าอุปกรณ์เพียงเท่านี้ก็สร้างสรรกาแฟที่ดีให้แก่คุณได้

15 เรื่องเบื้องหลัง BODUM แบรนด์อุปกรณ์กาแฟจากเดนมาร์กที่ไม่อยากให้ลูกค้าสร้างขยะ

“อะไรก็ได้ ที่ทำให้การชงกาแฟนั้นง่ายและอร่อย” Bodum Thailand Team จากไมเนอร์ ไลฟ์สไตล์ เล่าวิธีคิดที่ชาวโบดัมเชื่อและส่งต่อกันมา

คิดแค่นี้เลย 

เริ่มจากผู้ก่อตั้งค้นพบวิธีการชงกาแฟด้วยเครื่องชงกาแฟสุญญากาศที่ทำให้อร่อยไม่เหมือนใคร จึงนำเครื่องเข้ามาขายเพราะประทับใจในรสชาติ ก่อนออกแบบเครื่องชงและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้

ผลลัพธ์ของวิธีคิดแบบนี้คือเครื่องกาแฟแบบเฟรนช์เพรสชื่อ Chambord ที่ขายได้ 100 ล้านชิ้นทั่วโลก ไม่ใช่แค่หน้าตาสวยสมเป็นชาวสแกนดิเนเวีย แต่เพราะตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิต

15 เรื่องเบื้องหลัง BODUM แบรนด์อุปกรณ์กาแฟจากเดนมาร์กที่ไม่อยากให้ลูกค้าสร้างขยะ

ถ้าคุณตกหลุมรักงานออกแบบของชาวสแกนดิเนเวียและสงสัยว่าอะไรคือแก่นของความคิดที่ซ่อนอยู่ ลองฟังเรื่องราวเบื้องหลังทั้ง 15 ข้อของโบดัมพร้อมกัน 

บดกาแฟรอไว้ได้เลย หลังจบบทความนี้วิถีการชงกาแฟของคุณจะเปลี่ยนไป

1

จากธุรกิจนำเข้าเครื่องแก้วจากต่างประเทศมาขายในเดนมาร์ก เห็นโอกาสขายเครื่องทำกาแฟในช่วงสงคราม

โบดัมเริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจนำเข้าเครื่องแก้วจากต่างประเทศของ Peter Bodum 

ที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ใน ค.ศ. 1944

ยุคนั้นผู้คนนิยมดื่มกาแฟด้วยวิธีการต้มในหม้ออีนาเมล (Enamel) แล้วกรองผ่านผ้า จนกระทั่งปีเตอร์ได้รู้จักวิธีการชงกาแฟด้วยเครื่องสุญญากาศ (Vacuum Pot / Syphon Brewer) ที่ทำให้รสชาติกาแฟเสถียรกว่าการต้มด้วยหม้ออีนาเมล ความประทับใจในรสชาติเป็นแรงบันดาลใจให้เขานำเครื่องต้มกาแฟเข้ามาขาย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องการสุนทรีย์จากกาแฟ แม้จะเพิ่งผ่านช่วงสงครามมาไม่นาน

15 เรื่องเบื้องหลัง BODUM แบรนด์อุปกรณ์กาแฟจากเดนมาร์กที่ไม่อยากให้ลูกค้าสร้างขยะ

2

พบรสชาติของกาแฟที่อยากให้คนได้ดื่มจากหม้อต้มสุญญากาศ

ด้วยกระบวนการทำกาแฟที่แตกต่างกันตามวัฒนธรรมในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการต้ม กรอง ดริปกาแฟ กระบวนการที่แตกต่างกันให้รสชาติที่แตกต่างออกไป มีปัจจัยมากมายส่งผลต่อการชงกาแฟแต่ละครั้ง ซึ่งการต้มด้วยเครื่องชงกาแฟสุญญากาศจะทำให้รสชาติเสถียร แปลว่า ไม่ว่าใครชง ก็จะได้รสชาติเหมือนเดิม เมื่อค้นพบกาแฟที่อร่อย ไม่ขมไปหรืออ่อนไป ก็ยิ่งทำให้ปีเตอร์อยากคิดค้นและพัฒนาหม้อต้มและอุปกรณ์สำหรับชงกาแฟ โดยเครื่องชงกาแฟสุญญากาศตัวแรกภายใต้ชื่อ BODUM® คือ MOCCA ช่วงต้นทศวรรษที่ 1950

3

เปิดตัวในเวทีโลกด้วยเครื่องชงกาแฟสุญญากาศ SANTOS

ด้วยการออกแบบที่ไม่เหมือนใครและความตั้งใจที่จะก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าในตลาดเครื่องชงกาแฟ ทำให้โบดัมเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลาย หลังจากเปิดตัวเครื่องชงกาแฟสุญญากาศรุ่น SANTOS ใน ค.ศ. 1958 โบดัมก็กลายเป็นแบรนด์สำคัญที่สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้วงการตลอด 75 ปี

4

ระดมทีมวิศวกรและนักออกแบบ จนได้เป็น PEBO เครื่องชงกาแฟสุญญากาศอันเป็นตำนานของ BODUM®

เมื่อเครื่องชงกาแฟในยุคนั้นราคาแพงเกินไป ผู้ก่อตั้งแบรนด์ซึ่งอยากให้คนเข้าถึงกาแฟรสชาติที่ดี จึงเริ่มออกแบบเครื่องชงกาแฟคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ จึงเกิดเป็น PEBO เครื่องชงสุญญากาศ ซึ่งชื่อของ PEBO มาจากคำแรกของชื่อและนามสกุลของ Peter Bodum

วิธีใช้เริ่มจากต้มน้ำกับแก๊ส เมื่อความร้อนได้ที่จะเกิดความดันไอน้ำ ดันน้ำเดือดด้านล่างขึ้นไปเจอกับกาแฟด้านบน จากนั้นกลั่นตัวเป็นน้ำแล้วทิ้งกากกาแฟไว้ด้านบน 

5

จุดเปลี่ยนของโบดัมคือเฟรนช์เพรส

เมื่อ PEBO ได้รับความนิยม ครอบครัวโบดัมก็เริ่มเสาะหาต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวกับกาแฟ จนเจอเฟรนช์เพรส จะบอกว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของแบรนด์ก็คงจะไม่ผิดนัก 

เฟรนช์เพรส คือชื่อเรียกกลางๆ ของการชงกาแฟแบบกด ซึ่งเริ่มต้นขึ้นที่ฝรั่งเศส ก่อนแพร่หลายในยุโรปจากการคิดค้นเครื่องชงที่มีอุปกรณ์กรองกากกาแฟด้วยการกดของ Mayer และ Delforge ชาวฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ. 1852

ต่อมา Paolini Ugo นักประดิษฐ์เครื่องแยกกากจากน้ำมะเขือเทศชาวอิตาลี คิดต่อยอดเครื่องชงกาแฟโดยเพิ่มขดลวดสปริงรอบตัวลดปริมาณผงกาแฟระหว่างกรอง ก่อนมอบสิทธิการจดสิทธิบัตรให้แก่ Attilio Calimani และ Giulio Moneta ใน ค.ศ. 1928 เพื่อผลิตขายในอิตาลี โดยมีรูปร่างเป็นหม้อต้มโลหะขนาดใหญ่ บ้างเป็นหม้อเซรามิก 

ต่อมามีผู้นำวิธีการต้มกาแฟแบบกดไปพัฒนาเป็นอุปกรณ์ชงที่หลากหลายขึ้น ทั้งตัวกรองและวัสดุที่ใช้ หนึ่งในนั้นคือ Faliero Bondanini นักออกแบบชาวสวิตเซอร์แลนด์ผู้คิดค้นเครื่อง Chambord เครื่องต้มกาแฟอันโด่งดังของ Bodum

6

ใช้การออกแบบแก้ปัญหาการชงกาแฟ

สิ่งที่ทำให้เครื่องชงแบบเฟรนช์เพรสของโบดัมเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง คือการออกแบบที่แก้ปัญหาการชงกาแฟให้ใครๆ ก็ชงกาแฟแก้วโปรดของตัวเองได้ ตั้งแต่การออกแบบตัวกรองที่ทำจากสเตนเลสสตีล นวัตกรรมการออกแบบขดลวดที่ทำให้แยกกากกาแฟจากน้ำได้ดียิ่งขึ้น การออกแบบบีกเกอร์ที่เหมาะสม ไปจนถึงการออกแบบให้ชิ้นส่วนทุกชิ้นถอดล้างทำความสะอาดได้ ทั้งหมดสะท้อนออกมาผ่านรูปทรงที่สวยงาม ไม่เสียชื่อดินแดนงานออกแบบอย่างสแกนดิเนเวีย

15 เรื่องเบื้องหลัง BODUM แบรนด์อุปกรณ์กาแฟจากเดนมาร์กที่ไม่อยากให้ลูกค้าสร้างขยะ

7

โบดัมเชื่อว่าการทำกาแฟที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เยอะ

จอร์เกน โบดัม (Jørgen Bodum) ซีอีโอคนปัจจุบันเน้นย้ำเสมอว่า เมล็ดกาแฟดีๆ แก้วบีกเกอร์ และน้ำต้มสุก คือสิ่งจำเป็นในการทำกาแฟชั้นดีให้คนทั้งโลก

จอร์เกน โบดัม (Jørgen Bodum) ซีอีโอคนปัจจุบัน

ตลอด 75 ปีที่ผ่านมา นอกจากเครื่องชงกาแฟวิธีการต่างๆ โบดัมยังมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำและดื่มกาแฟ ซึ่งทั้งหมดออกแบบภายใต้โจทย์ที่เรียบง่าย พวกเขาไม่ต้องการทำกาแฟที่ซับซ้อนอีกต่อไป หากเทียบกับเจ้าอื่นในตลาด สินค้าของโบดัมอาจจะไม่ได้มีหลากหลายประเภท แต่มีเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ โบดัมมีเครื่องบดเมล็ดกาแฟที่ปรับระดับการบดได้ เพราะอยากให้ลูกค้าสนุกกับการลองหารสชาติที่ชอบ เครื่องชงกาแฟวิธีต่างๆ แก้วกาแฟพกพาและแก้วกาแฟพกพาที่ทำเฟรนช์เพรสได้

15 เรื่องเบื้องหลัง BODUM แบรนด์อุปกรณ์กาแฟจากเดนมาร์กที่ไม่อยากให้ลูกค้าสร้างขยะ

8

นับจนถึงวันนี้ โบดัมขาย Chambord ได้แล้วกว่า 100 ล้านชิ้นทั่วโลก

เหตุผลที่ Chambord เป็นอุปกรณ์ชงกาแฟแบบเฟรนช์เพรสที่ขายดีที่สุด เพราะชงง่าย ไม่มีขั้นตอนซับซ้อน และไม่ใช้อุปกรณ์เยอะ นอกจากนี้ วิธีการแบบเฟรนช์เพรสยังดึงรสชาติของกาแฟออกมาได้ดีที่สุดด้วย และล่าสุดมีบทความจาก Business Insider ที่ยกให้ Chambord เป็นเครื่องชงกาแฟแบบเฟรนช์เพรสที่ดีที่สุด

15 เรื่องเบื้องหลัง BODUM แบรนด์อุปกรณ์กาแฟจากเดนมาร์กที่ไม่อยากให้ลูกค้าสร้างขยะ
15 เรื่องเบื้องหลัง BODUM แบรนด์อุปกรณ์กาแฟจากเดนมาร์กที่ไม่อยากให้ลูกค้าสร้างขยะ

9

โบดัมตั้งใจจะเป็นอุปกรณ์ชงกาแฟที่สร้างความสุขให้ลูกค้า

เริ่มจากเลือกเมล็ดกาแฟที่ชอบ บดกาแฟในระดับความละเอียดที่ต้องการ ต้มน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 93 องศาเซลเซียส เติมน้ำในเครื่องชงแบบเฟรนช์เพรส คนให้เข้ากัน ตักโฟมที่ลอยบนผิวน้ำออก แล้วปิดฝาทิ้งไว้ 4 นาที จากนั้นจับด้ามให้มั่น แล้วกดแท่นกั้นกาแฟลงเบาๆ เพื่อหยุดกระบวนการสกัด จนได้กาแฟร้อนพร้อมดื่มภายในเวลาไม่กี่นาที นอกจากจะทำเป็นเครื่องดื่มร้อนแล้ว เฟรนช์เพรสของโบดัมยังทำกาแฟสกัดเย็นได้ด้วย

10

ถ้ากาแฟทำเองที่บ้านได้ง่ายและอร่อยดี แต่ทำไมคนไทยจึงยังไม่ค่อยนิยม

วัฒนธรรมการตื่นเช้ามาต้มกาแฟร้อน เพิ่มความอุ่นในร่างกายของประเทศเมืองหนาว สวนทางกับบ้านเราที่นิยมกาแฟเย็นดับร้อนในชั่วโมงเร่งรีบ แต่เมื่อความรู้เกี่ยวกับกาแฟเริ่มแพร่หลายในวงกว้าง มีผู้คนสนใจแหล่งที่มาของเมล็ด กระบวนการเก็บและคั่ว ไปจนถึงวิธีการดื่มที่แตกต่าง การชงกาแฟด้วยเครื่องเฟรนช์เพรสจึงกลายเป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่ต้องการเสาะหารสชาติกาแฟของตัวเอง

สำหรับเรื่องรสชาติ คนเอเชียจะเคยชินกับเนื้อสัมผัสของกาแฟแบบน้ำใส ไม่มีฝุ่นผงมาเจือปน ซึ่งเกิดจากการใช้กระดาษกรอง ขณะที่คนยุโรปมีความเชื่อว่ารสชาติกาแฟที่ดีอยู่ที่น้ำมันจากกากกาแฟ ซึ่งไม่ผ่านการดูดซับของกระดาษกรอง โบดัมจึงไม่ได้มาเพื่อเปลี่ยนความเข้าใจที่มีต่อรสนิยมการดื่มกาแฟ แต่นำเสนอทางเลือกของการดื่มกาแฟที่ง่ายและรสชาติดีไม่แพ้กัน

15 เรื่องเบื้องหลัง BODUM แบรนด์อุปกรณ์กาแฟจากเดนมาร์กที่ไม่อยากให้ลูกค้าสร้างขยะ

11

Make Taste, Not Waste โบดัมอยากให้ทุกคนได้ดื่มกาแฟที่ดีโดยไม่สร้างขยะ

หลังจากประสบความสำเร็จ โบดัมก็ไม่หยุดพัฒนาทั้งเครื่องชงกาแฟเฟรนช์เพรสดีไซน์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการทำ การดื่มกาแฟและชา ภายใต้หลักการออกแบบของโบดัม คือการใช้งานจากสินค้าของโบดัมต้องไม่สร้างขยะเพิ่ม เช่นการชงกาแฟด้วยเครื่องเฟรนช์เพรสของโบดัมจะไม่มีกระบวนการไหนที่มีกระดาษเข้ามาเกี่ยวข้อง พวกเขาออกแบบให้ทุกอย่างถอดล้างทำความสะอาดได้ทุกชิ้น เป็นหลักการที่ชาวโบดัมยึดถือมาตั้งแต่วันแรกที่ทำธุรกิจ 

15 เรื่องเบื้องหลัง BODUM แบรนด์อุปกรณ์กาแฟจากเดนมาร์กที่ไม่อยากให้ลูกค้าสร้างขยะ

12

หน่วยออกแบบ PI-Design ในสวิตเซอร์แลนด์

เพราะเชื่อว่าการออกแบบที่ดีต้องมาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่เหมาะสม โบดัมจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบเป็นพิเศษ โดยจัดตั้งหน่วยออกแบบภายใต้ชื่อ PI-Design ขึ้นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาตั้งแต่ ค.ศ. 1980 ประกอบด้วยนักออกแบบ วิศวกร กราฟิกดีไซเนอร์ และสถาปนิก ที่รับผิดชอบการออกแบบผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของโบดัมให้มีคุณภาพและใช้งานได้จริง

15 เรื่องเบื้องหลัง BODUM แบรนด์อุปกรณ์กาแฟจากเดนมาร์กที่ไม่อยากให้ลูกค้าสร้างขยะ

13

แก้วโบโรซิลิเกตแบบเดียวกับที่ใช้ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์

นอกจากมีชื่อเรื่องเครื่องทำกาแฟที่แสนสะดวก โบดัมยังเป็นที่ยอมรับเรื่องคุณภาพ ราคาเข้าถึงได้และใช้ได้นาน เช่น ตัวแก้วทำจากแก้วโบโรซิลิเกตแบบเดียวกับแก้วบีกเกอร์ที่ใช้ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์จึงมีความคงทนสูง หรือตัวกรองที่ทำจากสเตนเลสสตีลทั้งหมด

15 เรื่องเบื้องหลัง BODUM แบรนด์อุปกรณ์กาแฟจากเดนมาร์กที่ไม่อยากให้ลูกค้าสร้างขยะ

14

ตลาดคนรักกาแฟในประเทศไทยรู้จักโบดัมจากแก้ว Double-wall Glasses

แก้ว Double-wall หรือแก้วรักษาอุณหภูมิ ความพิเศษนอกจากจะเป็นแก้วที่ผลิตด้วยมือทุกใบแล้ว ความลับอยู่ที่ปุ่มซิลิโคนตรงก้นแก้วที่ทำหน้าที่เป็นจุดระบายอากาศ และปรับความดันระหว่างแก้วทั้งสองชั้น ทำให้แก้วถ่ายเทและปรับอุณหภูมิ ลดการควบแน่นของอากาศรอบๆ แก้ว ทำให้เก็บรักษาความร้อนและเย็นของเครื่องดื่มได้ดีขึ้น 

15 เรื่องเบื้องหลังโบดัมแบรนด์อุปกรณ์กาแฟจากเดนมาร์กที่ไม่อยากให้ลูกค้าสร้างขยะ
15 เรื่องเบื้องหลังโบดัมแบรนด์อุปกรณ์กาแฟจากเดนมาร์กที่ไม่อยากให้ลูกค้าสร้างขยะ

15

สิ่งที่ทำให้โบดัมอยู่ยาวนานมากว่า 75 ปี คือประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ความเชื่อมั่นของลูกค้า คุณภาพของสินค้า งานออกแบบ และความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

ความจริงใจและความเรียบง่ายในการนำเสนอสิ่งที่ดีต่อผู้คนและโลก

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

17 พฤศจิกายน 2564
5 K

ไม่มีใครไม่รู้จัก ‘โฟร์โมสต์’ แบรนด์นมที่คนไทยคุ้นเคยมากว่า 65 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า  องค์กรระดับโลกที่มีแบรนด์ผลิตภัณฑ์โคนมหลากหลายแบรนด์ทั่วโลก โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากสหกรณ์โคนมเล็กๆ ที่ก่อตั้งโดยเกษตรกรเมื่อ 150 ปีก่อน

ธุรกิจส่วนใหญ่มักเริ่มสร้างแบรนด์จากโจทย์การตลาด แต่โฟร์โมสต์ตั้งใจส่งต่อคุณค่าทางสารอาหาร ด้วยการตั้งต้นคิดค้นสินค้าจากดีเอ็นเอขององค์กรอย่างแท้จริง ไม่ได้เริ่มคิดแค่การผลิตนม แต่ดูแลตั้งแต่ยอดหญ้า เกษตรกร สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้น้ำนมโคคุณภาพ ใส่ใจทุกสิ่งรอบตัวด้วยการใส่ใจปัญหาสังคม อย่างการขาดแคลนโภชนาการ และส่งต่อน้ำใจให้เด็กรุ่นใหม่ ผ่านสารอาหารที่คัดสรรมาอย่างดีในนมทุกกล่อง

The Cloud ชวนมาจิบนมรสชาติคุ้นเคย คุยกับ คุณวิภาส ปวโรจน์กิจ กรรมการผู้จัดการ คุณโอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ และ คุณราชเทพ นฤหล้า ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คลี่กล่องนม เผยให้เห็นเรื่องราวกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์นมโคคุณภาพทุกกล่องในทุกวันนี้

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

1. บริหารงานโดยฟรีสแลนด์คัมพิน่า บริษัทระดับโลกที่เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรโคนม  

ใน ค.ศ.1871 เหล่าเกษตรกรโคนมในเนเธอแลนด์ รวมตัวกันก่อตั้งสมาคมเพื่อการพัฒนาเกษตรในฮอลแลนด์ทางตอนเหนือ หรือสหกรณ์โคนมฟรีสแลนด์คัมพิน่า ยู.เอ. 

ด้วยจุดเริ่มต้นจากถังบ่มชีส 2 ถัง ตาชั่ง และอาคารสำนักงาน เกษตรกรโคนมจากทั้งในหมู่บ้าน Wieringerwaard และ Warga ต่างก่อตั้งบริษัทขึ้นในเวลาต่อมา เติบโตจากรากฐานการเป็นธุรกิจครอบครัว ส่งต่อความรู้ผลิตภัณฑ์โคนมจากรุ่นสู่รุ่น ร่วมมือกันจนขยายกิจการไปยังเมืองต่างๆ และชายแดนประเทศใกล้เคียง 

ในช่วงแรกบริษัทใช้ชื่อว่าฟรีสแลนด์ฟู้ด เน้นขายตลาดในเอเชียและตะวันออกกลาง ได้มาลงทุนและซื้อกิจการ โฟร์โมสต์อาหารนม ประเทศไทย ก่อนบริษัทแม่ฯ ฟรีสแลนด์ฟู้ด จะควบรวมกับบริษัทคัมพิน่า บริษัทรูปแบบเดียวกันแต่ถนัดตลาดยุโรป ในปี ค.ศ. 2007

และเติบโตเป็นบริษัทระดับโลกชื่อ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า หนึ่งในสหกรณ์ผลิตสินค้าจากโคนมที่ผลิตได้เยอะที่สุดในโลก มีสมาชิกเกษตรกรกว่า 17,000 ราย และมีพนักงานมากกว่า 23,000 คนทั่วโลก ที่ได้เข้าถือหุ้นโฟร์โมสต์ เป็นโมเดลบริษัทที่พิสูจน์ว่า สหกรณ์สามารถเติบใหญ่ได้อย่างยั่งยืน จนตอนนี้มีอายุยาวนานถึง 150 ปี   

2. เคยชื่อพระนครมิลค์อินดัสทรีย์ และใช้ชื่อศาลาโฟร์โมสต์ขายไอศกรีม 

บริษัทโฟร์โมสต์อาหารนมก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2499 โดยนักธุรกิจชาวไทยและอเมริกันซึ่งอิมพอร์ตแบรนด์เข้ามา ก่อนจะถูกเปลี่ยนมือและกลายเป็นฟรีสแลนด์คัมพิน่าในทุกวันนี้ โฟร์โมสต์เคยอยู่ภายใต้บริษัทที่ใช้ชื่อสุดคลาสสิกอย่าง บริษัท พระนครมิลค์อินดัสทรีย์ และ บริษัท อุตสาหกรรมนมพระนคร นอกจากผลิตนมในไทยแล้ว ยังเริ่มผลิตส่งออกไปยังสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน สปป.ลาว ศรีลังกา ปากีสถาน ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 อีกด้วย

ในยุคก่อนมีธุรกิจขายไอศกรีมที่คนจดจำกันได้มากในชื่อ ศาลาโฟร์โมสต์ ไอศกรีมในถ้วยชามสีส้มสะดุดตา เปิดสาขาอยู่กับโรงภาพยนตร์อย่างศาลาเฉลิมไทย โรงภาพยนตร์สยาม ภายหลังยุติไป และหันมาเน้นธุรกิจผลิตภัณฑ์จากนมเป็นหลัก 

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

3. From Grass to Glass ส่งต่อคุณค่าจากยอดหญ้าสู่น้ำนมโคคุณภาพทุกกล่อง

เมื่อพูดถึงความยั่งยืน หลายคนมักนึกถึงแพ็กเกจรักษ์โลกเท่านั้น แต่หนึ่งประเด็นสำคัญในหมวดความยั่งยืนด้านอาหารที่มักมองข้ามไป คือ สารอาหาร

ความตั้งใจของโฟร์โมสต์ตามแนวทางบริษัทแม่ คือ Nourishing by Nature ส่งต่อสารอาหารที่ดีจากธรรมชาติที่ดี จากยอดหญ้าสู่น้ำนมโคคุณภาพ หญ้าที่อุดมสมบูรณ์เป็นอาหารที่ดีให้วัวพันธ์ุดี เมื่อโคนมทานหญ้าดี ทำให้เกิดน้ำนมดีเปี่ยมคุณค่าทางอาหาร ส่งต่อเป็นสารอาหารที่ดีมาถึงผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง 

การมุ่งมั่นส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ ทำให้โฟร์โมสต์ดูแลโคนมอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจว่าทาน

อาหารอะไร อยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบไหน เพื่อให้นมมีแบคทีเรียต่ำตามมาตรฐาน มีโปรตีน ไขมัน และสารอาหารตามที่อยากได้ ที่ฮอลแลนด์ยกระดับความยั่งยืนในการดูแลโคนมไปอีกขั้นหนึ่ง ถึงขนาดมีมาตรฐานว่า วัวควรได้อยู่กลางแจ้งกี่ชั่วโมงต่อปี ควรมีความหลากหลายของชนิดสัตว์ในฟาร์มอย่างไรบ้าง พร้อมคัดมาตรฐานวัตถุดิบอย่างตั้งใจ ทั้งคุณภาพน้ำมันปาล์มจากป่าที่ปลูกเอง และยังมีตัวชี้วัดคุณภาพน้ำตาลในนมอย่างละเอียด

จากการดูแลตั้งแต่ยอดหญ้าสู่สัญญาที่ให้ไว้กับผู้บริโภคเป็นมั่นเหมาะบนฉลากนม ที่โฟร์โมสต์ภูมิใจว่าสามารถส่งต่อสารอาหารตามฉลากทุกกล่องอย่างไม่มีผิดเพี้ยน 

ด้วยความตั้งใจที่อยากส่งมอบสารอาหารให้เข้าถึงทั่วโลก ราคาของนมโฟร์โมสต์ยังเข้าถึงง่าย  และสามารถหาซื้อได้ทั่วไป แถมยังใช้กล่องกระดาษจากป่าอนุรักษ์ ตั้งใจลดการใช้อะลูมิเนียมเลเยอร์ในกล่องกระดาษ เพื่อให้เป็นกล่องนมรักษ์โลกอย่างเต็มตัวมากขึ้นในอนาคต

ฟรีสแลนด์คัมพิน่าได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทอันดับ 3 ของโลกใน Global Access to Nutrition Index 2021 เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า สิ่งที่ตั้งใจทำส่งผ่านจากยอดหญ้าสู่กล่องนมได้จริง

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

4. Farmers to Farmers สนับสนุนการส่งต่อความรู้โคนมจากเกษตรกรรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง

เพราะเป็นแบรนด์ที่อยู่ภายใต้องค์กรที่มีจุดเริ่มต้นจากสหกรณ์โคนม โฟร์โมสต์มีความตั้งใจดีที่จะอยากสร้าง Good Living For Our Farmers สนับสนุนการส่งต่อความรู้และพัฒนาฟาร์มของเกษตรกร

มีโครงการ Farmers to Farmers ถ่ายทอดความรู้จากเกษตรกรเนเธอร์แลนด์สู่ฟาร์มเกษตรกร 4,000 กว่าครอบครัวในไทย รวมทั้งส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้เกษตรกรมากว่าสิบปี ทั้งเริ่มพัฒนาฟาร์มการเลี้ยงโคนมในไทย ร่วมมือกับองค์การส่งเสริมโคนมในไทย สนับสนุนให้ผลิตนมคุณภาพระดับโลกอย่างสำเร็จ

หัวใจของการสร้างแบรนด์โฟร์โมสต์คือการเติบโตอย่างยั่งยืน ได้สนับสนุน Next Generations เหมือนที่สหกรณ์เกษตรโคนมรุ่นแล้วรุ่นเล่า ส่งต่อความรู้กันมายาวนานกว่าร้อยปี และสมาชิกในครอบครัวรุ่นแล้วรุ่นแล้วเติบโตจากการดื่มนมอย่างแข็งแรง

5. โฟร์โมสต์ มีแบรนด์พี่น้อง เพื่อตอบทุกโจทย์ของความต้องการที่แตกต่างของคนทุกกลุ่ม

ฟรีสแลนด์คัมพิน่าประกอบด้วยหลากหลายแบรนด์ รวมทั่วโลกมีแบรนด์ย่อยมากมายที่จำชื่อได้ไม่หมด โดยมีจุดร่วมของทุกแบรนด์คือ การส่งต่อคุณค่าสารอาหารจากนม ในไทยมีลูกค้า 2 กลุ่มหลัก

หนึ่ง คือ แม่และเด็กที่มองหาสารอาหารจากนม โฟร์โมสต์ก็เป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์นมโคให้เลือกหลากหลายตามความต้องการเฉพาะของคนทุกกลุ่มและทุกวัย จึงแตกต่างจากแบรนด์อื่น

สอง กลุ่มผู้ประกอบการร้านชากาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านอาหาร และโรงแรมต่างๆ ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการปรุงเครื่องดื่มและอาหาร ให้รสชาติที่ดี เสถียร และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามเทรนด์ นกเหยี่ยวฟอลคอน ก็มาตอบโจทย์นี้ โดยการมีผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มนมข้นหวาน นมข้นจืด นมตีฟอง ที่หลากหลาย ขณะที่เชฟขนมหวาน (Pastry Chef) ที่มองหาวิปปิ้งครีม เนื้อแน่น ก็มี เดบิค แบรนด์น้องใหม่สำหรับสายพรีเมียมรองรับ ซึ่งแม้จะเพิ่งเข้าไทยในปีนี้ แต่เป็นแบรนด์ชั้นนำเก่าแก่ร้อยปีในยุโรป นำเสนอนวัตกรรมครีมที่สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอาหารอย่างเชฟและบาริสต้าโดยเฉพาะ 

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

6. เป็นผู้นำตลาดนม UHT ที่เชื่อว่า นมที่มีประโยชน์ไม่ได้แปลว่าต้องไม่อร่อย

นมโฟร์โมสต์เป็นแบรนด์ที่มีครัวเรือนไทยนิยมดื่มมากที่สุด หลายคนมักจดจำโฟร์โมสต์ในฐานะแบรนด์นมแบรนด์แรกที่ดื่มสมัยเด็ก และดื่มประจำจนคุ้นเคยรสชาติ เบื้องหลังความคุ้นเคยของผู้บริโภคนี้ คือคุณภาพที่มั่นใจได้ สร้างความรู้สึกไว้วางใจว่าปลอดภัยและมีประโยชน์ เน้นส่งมอบคุณค่าสารอาหารทั้งสำหรับเด็กวัยเล็ก วัยกำลังเติบโต วัยรุ่น และบุคคลทั่วไปในวัยผู้ใหญ่ ด้วยความเชื่อว่าการมอบสารอาหารที่ดี ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมรสชาติที่ไม่โอเค จึงมีการพัฒนารสชาติที่หลากหลาย เพราะอยากให้ทุกคนดื่มนมได้อย่างอร่อย เพื่อให้สามารถรับคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นได้ทุกวัน

7. คัดสรรสารอาหาร เพื่อสร้างนมที่สนับสนุนการพัฒนา IQ และ EQ เพราะเข้าใจความต้องการของพ่อแม่ยุคใหม่ที่อยากให้ลูกฉลาดและมีน้ำใจ 

การสร้างแบรนด์โฟร์โมสต์เริ่มจากทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่สารอาหารและสิ่งแวดล้อมที่ครอบครัวอยากมอบให้ลูก 

เนื่องจากสังคมยุคนี้มีการแข่งขันสูง ครอบครัวจึงอยากให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรง ฉลาด มีไหวพริบ พร้อมทั้งเป็นเด็กมีน้ำใจที่คนรอบข้างรักและมีเพื่อนฝูงเยอะ เพื่อเติบโตและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

เมื่อเข้าใจความต้องการเหล่านี้ จึงคิดต่อไปว่าสารอาหารอะไรบ้างที่สามารถพัฒนา IQ และ EQ ของเด็กได้ดี ส่งเสริมให้เด็กฉลาดและมีน้ำใจอย่างที่พ่อแม่ต้องการ 

นมของโฟร์โมสต์จึงเน้นสารอาหารเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ไลน์ผลิตภัณฑ์โฟร์โมสต์ โอเมก้า 3, 6, 9 ที่มี DHA ซึ่งมีบทบาทต่อการพัฒนา IQ และ EQ ส่งเสริมการพัฒนาสมอง รวมถึงความมั่นคงทางอารมณ์ นมโฟร์โมสต์มี DHA สูง ในราคาที่ไม่สูงเกินไป ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงสารอาหารสำคัญได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นโอเมก้า 3, 6 และ 9 วิตามิน B12 ไปจนถึงแคลเซียมและโปรตีนที่ส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน รวมถึงการเจริญเติบโตของร่างกายโดยรวม

แบรนด์เชื่อว่าการชนะความท้าทายคือห้ามหยุดอยู่กับที่ ต้องปรับเปลี่ยนและนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา สินค้าล่าสุดของโฟร์โมสต์เกิดจากความเข้าใจในแม่และเด็กรุ่นใหม่ ทุกเช้าคือมื้อสำคัญที่แม่อยากให้ลูกได้สารอาหารครบหมู่มากที่สุด มีพลังพร้อมสำหรับการเรียนรู้ไปตลอดทั้งวัน แต่ในความเป็นจริง มื้อเช้ากลับเป็นช่วงเวลาที่มักรีบเร่งที่สุด จึงนำมาสู่การพัฒนา โฟร์โมสต์ มัลติเกรน รสช็อกโกแลต ที่ทานง่าย พร้อมสารอาหารจากธัญพืชรวม 3 ชนิดจากข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ทั้งอิ่มง่ายและอุดมด้วยสารอาหาร

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

8. ก่อตั้ง SEANUTS วิจัยภาวะโภชนาการในเด็กอย่างจริงจังนานนับสิบปี

จากการศึกษาข้อมูลทางโภชนาการของประเทศ พบว่าไทยมีปัญหาด้านโภชนาการเด็ก 2 ด้าน คือ หนึ่ง การขาดสารอาหารที่จำเป็น (ภาวะทุพโภชนาการ) และ สอง การได้สารอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพมากเกินไป (โรคอ้วน) เป็นสองเรื่องที่ตรงข้ามกัน แต่มีพื้นฐานมาจากปัญหาการไม่สามารถเข้าถึงสารอาหารที่ดี มีคุณภาพได้เหมือนกัน

เพราะเชื่อว่าหากจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด ควรรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงก่อน ฟรีสแลนด์คัมพิน่าจึงก่อตั้งสถาบันวิจัย SEANUTS (South East Asian Nutrition Surveys) ซึ่งทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการอย่างจริงจัง เพื่อมุ่งเก็บข้อมูลเรื่องภาวะโภชนาการเด็กในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำมาอย่างยาวนานและวิจัยอย่างเข้มข้น โดยวิจัยหนึ่งครั้งยาวนาน 8 – 10 ปี ให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แม่นยำ และสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดได้

ใช้โอกาสที่อยู่ในอุตสาหกรรมนม สนับสนุนโภชนาการในไทยให้ดีขึ้น แก้ปัญหาการบริโภคนมของคนไทยที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรสชาติที่หลากหลาย ขณะที่ยังคงสารอาหารที่จำเป็นไว้ ส่งเสริมให้เยาวชนไทยรุ่นใหม่เติบโต แข็งแรง

9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

9. ส่งต่อรอยยิ้มด้วยการแบ่งปันน้ำใจ มอบนมเสริมความแข็งแรงและพัฒนาการให้แก่เด็กไทย

ตลอด 65 ปีของโฟร์โมสต์ในประเทศไทยที่อยู่มายาวนาน มีสิ่งที่แบรนด์เชื่อมั่นและยึดถือมาโดยตลอดคือความมีน้ำใจ ซึ่งเป็นคุณค่าที่สังคมไทยก็ให้ความสำคัญ ด้วยเป็นคุณค่าที่สามารถส่งต่อประโยชน์และสร้างสรรค์สิ่งที่ดีได้

ในปีนี้ผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นภาวะจำเป็นเร่งด่วนสำหรับแม่และเด็ก หลายครอบครัวที่มีเด็กเล็กประสบปัญหาด้านรายได้ กระทบการดำเนินชีวิตและโภชนาการของเด็กที่อาจส่งผลพัฒนาการในระยะยาว โครงการโฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยสู้ภัยโควิด-19 จึงชวนคนมาแบ่งปันน้ำใจ ซื้อนมบริโภคในช่วงเวลาจัดกิจกรรมของโครงการฯ ในแต่ละปี เพื่อแสดงเจตจำนงในการร่วมบริจาคนมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ บรรเทาปัญหาการขาดแคลนสารอาหารและโภชนาการที่เหมาะสมในสภาวะวิกฤต

นมของโฟร์โมสต์เป็นทั้งอาหารอิ่มท้อง เป็นเครื่องดื่มที่ส่งต่อโภชนาการที่ดี ทำให้ร่างกายแข็งแรง ขณะเดียวกันก็สร้างความรู้สึกที่ดีของการได้ร่วมส่งต่อ ให้โลกหมุนไปข้างหน้าด้วยน้ำนมโคคุณภาพและความคิดคำนึงถึงสังคมและชุมชน

9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

ภาพ : ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load