ไดอารี่ของบริดเจ็ท โจนส์, คำสารภาพของสาวนักช้อป, คิทเช่น, ริง คำสาปมรณะ และ คินดะอิจิ ยอดนักสืบ 

ด้านบนนี้คือ ตัวอย่างผลงานแปลของ Bliss Publishing สำนักพิมพ์ที่แม้จะปิดตัวไปเมื่อหลายปีก่อน แต่เราเชื่อว่า นักอ่านหลายคนยังจดจำช่วงเวลาที่มีร่วมกับผลงานสำนักพิมพ์นี้ได้ดี 

ลัดดาวัลย์ รัตนดิลกชัย หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบอกเราว่า Bliss Publishing ซึ่งเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2542 มีปรัชญาการทำหนังสือคือ สร้างงานแปลที่อ่านสนุก ทันโลก และเป็นเพื่อนคุยของผู้หญิงทำงาน 

เปิดตำนาน Bliss Publishing กับ 10 หนังสือที่เคยสร้างเทรนด์ใหม่ให้วงการหนังสือไทย

เมื่อบวกกับบุคลิกคนทำที่ชอบกระโดดลงไปเล่นในสนามใหม่ เดินทางที่ยังไม่เคยมีใครเดิน งานแปลที่สำนักพิมพ์นี้เลือก จึงทั้งมีเอกลักษณ์และเป็นสิ่งใหม่สำหรับโลกหนังสือไทย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตลาดนิยายแปลสมัยใหม่ (Contemporary Fiction) ทั้งจากตะวันตก (อังกฤษกับอเมริกา) และตะวันออก (ญี่ปุ่น) รวมถึงเป็นคนริเริ่มหนังสือแนวไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ทั้งแบบรวมบทความและฮาวทู

‘ครั้งแรก’ คือหนึ่งในคำที่ลัดดาวัลย์ใช้บ่อยที่สุดเมื่อย้อนเล่าเรื่องสิ่งที่สร้างมากับมือ 

มาทำความรู้จัก Bliss Publishing กันอีกสักรอบ ผ่านหนังสือ 10 เล่มที่ทั้งฮอตฮิตจนกลายเป็นหนังสือในดวงใจใครหลายคน และเป็นผู้บุกเบิกเส้นทางใหม่ให้วงการหนังสือบ้านเรา

เปิดตำนาน Bliss Publishing กับ 10 หนังสือที่เคยสร้างเทรนด์ใหม่ให้วงการหนังสือไทย
01 

ฮาวทูที่ช่วยให้สาวไทยหัดแต่งหน้าได้เอง

ฮาวทูที่ช่วยให้สาวไทยหัดแต่งหน้าได้เอง

แต่งหน้าสวยด้วยตัวเอง

ผู้เขียน : ชรภาส โอภาสพันธ์

สำนักพิมพ์อิมเมจ

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2543

ลัดดาวัลย์เล่าว่า หน่ออ่อนของ Bliss Publishing เริ่มต้นใต้ร่มเงาของนิตยสารและสำนักพิมพ์อิมเมจ ก่อนที่ภายหลังเมื่ออิมเมจอยากเน้นทำหนังสือภาพ Bliss Publishing จึงแยกมากลายเป็นสำนักพิมพ์เต็มตัว

หนังสือเล่มแรกที่ยังพิมพ์ในนามสำนักพิมพ์อิมเมจคือ แต่งหน้าสวยด้วยตัวเอง มีคาแรกเตอร์แบบบลิสที่อยากเป็น คือเป็นเพื่อนกับผู้หญิงวัยทำงาน ที่มาของหนังสือเล่มนี้คือ ลัดดาวัลย์ทำนิตยสารฉบับพิเศษเกี่ยวกับ Beauty ให้อิมเมจ จึงรู้อินไซต์จากลูกค้าโฆษณาว่า ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามที่ขายดีที่สุดคือ สินค้าเกี่ยวกับการแต่งหน้า พูดอีกอย่างคือ สาวไทยต้องการให้หน้าสวยเป๊ะเป็นอันดับแรก ขณะที่ตลาดหนังสือไทยในตอนนั้นไม่มีฮาวทูสอนแต่งหน้าสำหรับสาวไทยโดยเฉพาะ จึงเกิดเป็นหนังสือสอนแต่งหน้าแบบทำตามเองได้ทีละขั้นตอน

แล้วก็ยังเป็นหนังสือเล่มแรกที่มีการ Tie-in สินค้า โดยใช้สินค้าทุกอย่างจากแบรนด์ Estee Lauder ทำให้หนังสือที่พิมพ์ 4 สีทั้งเล่มวางขายในราคาย่อมเยาได้ และได้กำไรตั้งแต่เริ่มขาย เพราะค่าสปอนเซอร์ครอบคลุมต้นทุนหมดแล้ว   

หลังเปิดตัววางแผงเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน หนังสือเล่มนี้ได้ผลตอบรับดีมาก เวอร์ชันพิมพ์ครั้งแรกจำนวน 3,000 เล่มนั้นขายหมดใน 1 เดือน ครั้งต่อมายอดพิมพ์จึงโดดไปเป็น 10,000 เล่ม จนจบที่ยอดขายรวมทั้งหมดถึง 30,000 เล่ม 

02 

นิยายที่นางเอกมีงานทำ มีผู้ชายให้เลือก และถูกนักวิจารณ์ไทยฟันเละ

นิยายที่นางเอกมีงานทำ มีผู้ชายให้เลือก และถูกนักวิจารณ์ไทยฟันเละ

ไดอารี่ของบริดเจ็ท โจนส์

ผู้เขียน : เฮเลน ฟีลดิง

ผู้แปล : พลอย จริยะเวช

แบรนด์ : BLISS 

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2544

หนึ่งในแบรนด์ย่อยของ Bliss Publishing คือ Bliss ซึ่งเป็นงานแปลตะวันตกสมัยใหม่ โดยมี ไดอารี่ของบริดเจ็ท โจนส์ ที่ขายดีจนพิมพ์ไปถึง 26 ครั้ง สะท้อนความเป็น Bliss ได้ดีมาก

 งานแปลเล่มนี้เป็น Chick Literature เล่มแรก และเป็นนิยายสมัยใหม่เล่มแรกของวงการหนังสือไทย รวมถึงเป็นเล่มแรกที่พูดถึงชีวิตและมุมมองของผู้หญิงสมัยใหม่ ผ่านชีวิต บริทเจ็ท โจนส์ สาวในช่วงวัย 30 ปีที่สนใจเรื่องการงาน ห่วงเรื่องน้ำหนัก มีปัญหาความรัก ผลของการทำหนังสือแปลที่เล่าเรื่องชีวิตผู้หญิงยุคใหม่ซึ่งมีอาชีพและเลือกผู้ชายได้ คือถูกนักวิจารณ์ไทยยุคนั้นฟันเละ

 “จำได้ว่าถูกนักวิจารณ์หนังสือด่ายับเยินออกรายการวิทยุว่า สร้างค่านิยมผิดๆ ให้ผู้หญิง งงไปเลย” ลัดดาวัลย์ย้อนเล่าปนหัวเราะ “หนังสือเล่มนี้สะท้อนว่าชีวิตสังคมผู้หญิงสมัยใหม่เคลื่อนไปแล้ว”

นอกจากนั้น ไดอารี่ของบริดเจ็ท โจนส์ ยังเป็นครั้งแรกที่บรรณาธิการเลือกนักแปลจากคาแรกเตอร์ที่ตรงกับตัวละคร นั่นคือเหตุผลที่ พลอย จริยะเวช คอลัมนิสต์เปรี้ยวเก๋ผู้มีหลายอย่างคล้ายบริดเจ็ท โจนส์ ได้แปลหนังสือเป็นครั้งแรกในชีวิต

แล้วหนังสือเล่มนี้ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ระบบ Reader หรือนักอ่านมาช่วยตรวจงานแปล โดยสำนักพิมพ์จะหาผู้ที่เข้าใจภาษาไทย และเรียนจบจากประเทศต้นกำเนิดหนังสือ มาร่วมอ่านต้นฉบับเพื่อความถูกต้องสมบูรณ์ 

Bliss Publishing มองหนังสือของสำนักพิมพ์แบบองค์รวม คือต้นฉบับ รูปเล่ม จนถึงช่องทางการขายต้องไปด้วยกัน และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ก่อนหนังสือเล่มนี้ลืมตาดูโลก สำนักพิมพ์จึงไปสังเกตพฤติกรรมนักอ่านและหนังสือคู่แข่งที่ร้านหนังสือ จนบรีฟคนทำปกที่ชื่อ ปราบดา หยุ่น ว่า ขอให้วาดปกของหนังสือด้วยลายเส้นง่ายๆ และพิมพ์ 2 สี เพื่อให้โปร่งเบา โดดเด่นออกมาจากหนังสือคู่แข่งที่ส่วนใหญ่มีดีไซน์ด้วยสีเข้มคลาสสิก คาแรกเตอร์ปกแบบนี้ยังใช้กับเล่มอื่นๆ ด้วย จนกลายมาเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) สำนักพิมพ์

03 

ตัวเปิดตลาดนิยายเอเชียสมัยใหม่ในไทย

ตัวเปิดตลาดนิยายเอเชียสมัยใหม่ในไทย

คิทเช่น

ผู้เขียน : บานานา โยชิโมโต

ผู้แปล : เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย

แบรนด์ : JBOOK 

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2544

คิทเช่น เป็นหนังสือภายใต้แบรนด์ย่อย JBOOK พิมพ์งานแปลเอเชียสมัยใหม่ เรื่องนี้ถือเป็นผู้เปิดตลาดนิยายเอเชียสมัยใหม่และญี่ปุ่นสมัยใหม่ในเมืองไทย

นิยายสั้นที่ขายดีไปทั่วโลกเล่มนี้พูดถึงการก้าวข้ามผ่านความสูญเสียของ มิคาเกะ ซะกูไร หญิงสาวในสังคมญี่ปุ่นสมัยใหม่ แม้วิธีเล่าจะมีความเป็นศิลปะสูงกว่าความบันเทิง เช่น มีฉากที่นางเอกนั่งอยู่ข้างตู้เย็นแล้วมีเสียงตู้เย็นดังไป 1 หน้าเต็มๆ จนมีคนกลัวว่าจะขายได้หรือเปล่า แต่นักอ่านไทยก็เปิดรับงานแนวใหม่ได้ดี ขณะที่กลิ่นอายความเป็นเอเชียก็ช่วยให้คนอ่านจูนติดได้ไม่ยากนัก 

อีกจุดสำคัญคือ คิทเช่นนับเป็นผู้ที่พานักเขียนดังอย่าง โยชิโมโต บานานา (Yoshimoto Banana) มาให้คนไทยรู้จัก จนหลายคนสมัครเป็นแฟนคลับตัวยง และทำให้มีหนังสือที่แปลจากนิยายของนักเขียนคนนี้ตามมาอีกเป็นขบวน อาทิเช่น เรื่อง หลับ และ ลาก่อนท์ซึกุมิ

04 

นิยายที่ไม่มีนางเอกสมบูรณ์แบบ มีแต่นักช้อปหนี้ท่วมหัว

นิยายที่ไม่มีนางเอกสมบูรณ์แบบ มีแต่นักช้อปหนี้ท่วมหัว

คำสารภาพของสาวนักช้อป (The Secret Dreamworld of a Shopaholic)

ผู้เขียน : โซฟี คินเซลลา

ผู้แปล : พลอย จริยะเวช

แบรนด์ : Bliss

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2548 

เป็นอีกครั้งที่ Bliss Publishing เลือกงานต่างจากขนบ นั่นคือนิยายที่มีนางเอกแบบ Anti-heroine เราจึงได้เจอ รีเบคคา บลูมวูด นักข่าวสายการเงินที่ตัวจริงเสพติดการช้อปปิ้งจนเป็นหนี้สินพะรุงพะรัง แถมยิ่งเครียดก็ยิ่งช้อปไม่เลิก แต่ขณะเดียวกัน ลัดดาวัลย์ชี้ว่า ความบกพร่องของตัวละครเอกที่เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา คือสิ่งเราต่างเชื่อมโยงได้ดี

นอกจากความแอนตี้นางเอกตามแบบแผน ปกหนังสือของเซ็ตสาวนักช้อปยังมีการเปลี่ยนสไตล์ กลายเป็นแนวการ์ตูนผสมผสานกับความ Abstract คล้ายภาพวาดแนวกราฟิกของญี่ปุ่น โดยมีภาพวาดนางเอกที่คนทำเรียกกันว่า ‘น้องหัวกลม’ เป็นตัวเอก เมื่อไหร่ที่ช้อปปิ้งเยอะ รัศมีบนหัวน้องก็จะใหญ่ขึ้นตามลำดับ

05 

นิยายสยองขวัญที่เกิดขึ้นได้ใกล้บ้านคุณ

นิยายสยองขวัญที่เกิดขึ้นได้ใกล้บ้านคุณ

ริง คำสาปมรณะ

ผู้เขียน : ซุสุกิ โคจิ

ผู้แปล : น้ำทิพย์ เมธเศรษฐ

แบรนด์ : JBOOK

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2545 

อีกหนึ่งผลงานสำคัญของ JBOOK ที่มีเนื้อหาว่าด้วย วิดีโอเทปอาถรรพ์ที่ใครดูแล้วต้องตายใน 1 สัปดาห์ และการดิ้นรนให้รอดพ้นจากคำสาปของวิดีโอม้วนนั้นของอาคาซาว่า นักข่าวหนุ่มตัวเอกของเรื่อง 

การมาถึงของ ริง คำสาปมรณะ เป็นการเปิดตลาดนิยายแปลแนวลึกลับสยองขวัญในไทย จากเดิมที่มีแต่แนว Pure Horror ซึ่ง เหม เวชกร เป็นผู้ครองตลาด และแนว Mystery ที่มี สรจักร ศิริบริรักษ์ ปักธงอยู่ 

นอกจากนั้น ริง คำสาปมรณะ ยังสะท้อนคีย์เวิร์ดสำคัญของ JBOOK นั่นคือคำว่า Ground หรือความติดดินที่คนทำเรียกกันเองว่า ‘ฆาตกรรมข้างบ้าน’ อย่างในเรื่องก็ไม่ได้มีหน่วยงานเอฟบีไอเข้ามาสืบอะไรซับซ้อน แต่เป็นเรื่องเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง (ผีในเรื่องนั่นเอง) ที่ถูกรังแกจนตาย และการตามหาว่าทำไมเขาถึงตาย ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่คนอ่านเชื่อมโยงกับตัวเองได้ไม่ยาก

แล้ว ริง คำสาปมรณะ ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานระหว่างสำนักพิมพ์ไทยกับสำนักพิมพ์ญี่ปุ่นโดยตรง แม้ว่าจะมีเอเยนต์ แต่ลัดดาวัลย์ต้องไปพบและโน้มน้าวสำนักพิมพ์ญี่ปุ่นเอง หลังได้ลิขสิทธิ์ของ ริง คำสาปมรณะ ซึ่งยิ่งใหญ่มากในแดนอาทิตย์อุทัยมาครอง พอร์ตดีเยี่ยมนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ JBOOK ทำงานกับสำนักพิมพ์ญี่ปุ่นแบบผ่านฉลุยเสมอ 

อีกจุดที่น่าเล่าถึงคือ ริง คำสาปมรณะ เป็นหนังสือที่ทำให้ Bliss Publishing มีผู้จัดจำหน่ายรายที่ 2 ขณะที่สำนักพิมพ์อื่นมักมีผู้จัดจำหน่ายรายเดียว เพราะ Bliss Publishing มองว่าคนอ่าน JBOOK อยู่ในเมืองเป็นหลัก ริง คำสาปมรณะ และหนังสือ JBOOK หลังจากนั้นจึงถูกจัดจำหน่ายโดยซีเอ็ด ซึ่งมีหน้าร้านของตัวเองอยู่ในเมืองแทนมติชน ผู้จัดจำหน่ายรายแรกซึ่งมีสายส่งแข็งแรงไปทั่วประเทศ 

06 

ต้นกำเนิด Light Novel สาขาเมืองไทย

ต้นกำเนิด Light Novel สาขาเมืองไทย

ยมทูตสีขาว (Ballad of a Shinigami)

ผู้เขียน : ฮาเซงาวะ เคสุเกะ

ผู้แปล : สุพัตรา ผดุงปรีชาไชย 

แบรนด์ : JBOOK

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2548

นิยายแฟนตาซีเกี่ยวกับยมทูตสาวโมโมะซึ่งชอบช่วยเหลือมนุษย์นี้ ถือเป็นงานแนว Light Novel  เล่มแรกของไทย โดยหนังสือประเภทนี้ มีที่มาจาก Web Novel ของญี่ปุ่นซึ่งอ่านกันจากในมือถือ 

ยมทูตสีขาว มีความ Light ในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่เนื้อหาจนถึงรูปเล่มกะทัดรัดเท่าฝ่ามือ ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีใครทำ และนอกจากตัวหนังสือจะแปลกใหม่ สำนักพิมพ์ยังตัดสินใจทดลองทำงานด้วยวิธีใหม่ให้เข้ากับมันด้วย นั่นคือเปลี่ยนทีมทำงานทั้งหมดเป็น ‘กองทัพเด็ก’ คือตั้งแต่กองบรรณาธิการจนถึงกราฟิกล้วนอายุไม่เกิน 25 ปี แล้วให้นักแปลรุ่นโตเปลี่ยนเป็นพี่เลี้ยงดูแลน้องใหม่แทน

ขณะที่ในส่วนการตลาด  ก็วางแผนให้หนังสือแนวนี้ออกมาทีเดียวหลายเล่ม เนื่องจากไซส์ของมันเล็กจิ๋วไม่เหมือนเพื่อน จึงต้องมีหลายเล่มไปวางยึดพื้นที่ชั้นหนังสือไว้ นอกจากนั้น เพื่อให้หนังสือไปถึงกลุ่มผู้อ่านเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น การวางขายจริงเน้นร้านหนังสือที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยและโรงเรียนก่อน รวมถึงการเจรจากับร้านขายการ์ตูนทั้งหมดใกล้สถานศึกษาด้วย 

07 

นิยายสืบสวนซ่อนเงื่อนก็ตลกได้นะ

นิยายสืบสวนก็ตลกได้นะ

มิเกะเนะโกะ โฮล์มส์ แมวสามสียอดนักสืบ ตอน สังหารโหดอาจารย์

ผู้เขียน : อาคากะวา จิโร

ผู้แปล : สมเกียรติ เชวงกิจวาณิช

แบรนด์ : JBOOK

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2546

นิยายที่เป็นตัวเปิดตลาดงานแนว Comedy Mystery หรือนิยายลึกลับที่สอดแทรกอารมณ์ขัน เนื้อเรื่องพูดถึงนายตำรวจหนุ่มซึ่งสืบคดีโดยมีเจ้าแมวสามสีชื่อเหมือนตัวละครนักสืบดังว่า โฮล์มส์ เป็นผู้ช่วย แม้คดีจะลึกลับแต่ก็มีความตลกและความเป็นการ์ตูนปนอยู่ให้นอนอ่านไปเรื่อยๆ ได้อย่างสบายใจ 

08 

นิยายเรื่องยาวแบบซีรีส์

นิยายเรื่องยาวแบบซีรีส์

คินดะอิจิยอดนักสืบ ตอนที่ 1 ฆาตกรรมในตระกูลอินุงามิ

ผู้เขียน : โยโคมิโซะ เซชิ

ผู้แปล : เสาวณีย์ นวรัตน์จำรูญ

แบรนด์ : JBOOK

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2547

นิยายสืบสวนซ่อนเงื่อนที่มีตัวเอกคือ นักสืบคินดะอิจิ โคสุเกะ เรื่องนี้ ทำให้นักอ่านไทยได้สนุกกับการอ่านเรื่องยาวแบบเป็นซีรีส์ เนื่องจากต้นฉบับนั้นยาวเหยียดมากกว่า 40 เล่ม โดยลัดดาวัลย์เล่าว่า เหตุผลที่ทำให้มั่นใจว่างานยาวขนาดนี้จะไปรอดคือการทดลองอ่าน 2 บทแรกของหนังสือแล้วสนุกมาก ปกติ Bliss Publishing มักจะตัดสินงานด้วยวิธีนี้ เพราะเชื่อว่าถ้า 2 บทแรกยังเอาคนอ่านไม่อยู่ บทที่เหลือก็ไม่น่าไหว 

และถ้าถามว่าแฟนคลับตามกันจนครบมั้ย ก็บอกได้เลยว่ามีคนตามเก็บจนครบถ้วน ไม่ต่างจากเราที่ไล่ดูซีรีส์เน็ตฟลิกซ์จนตาแฉะในปัจจุบัน เป็นการพิสูจน์ว่าตลาดนี้มีอยู่ ไปรอดได้จริงตามที่สำนักพิมพ์คาดไว้

09 

นิยายสืบสวนซ่อนเงื่อนสำหรับวัยรุ่น

นิยายสืบสวนสำหรับวัยรุ่น

เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ (Pretty Little Liars) 

ผู้เขียน : ซารา เชปเพิร์ด

ผู้แปล : จิตราพร โนโตดะ

แบรนด์ : BLISS

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2550

นิยายแปลที่ทำให้งานแนว Teen Romantic Mystery เป็นที่รู้จักในเมืองไทย เรื่องย่อคือมีกลุ่มเพื่อนสาววัยมัธยมที่อยู่ๆ มีเพื่อนคนหนึ่งหายตัวไป แต่วันหนึ่งกลับมีข้อความจากผู้ส่งที่ใช้ชื่อคล้ายเพื่อนคนนั้นส่งมารังควาญคนที่เหลือจนนำไปสู่การค้นหาความจริง นับเป็นเรื่องที่ลัดดาวัลย์บอกว่าต้นฉบับสนุกมากจนต้องหยิบมาแปล และอีกหลายปีต่อมา เรื่องนี้ก็กลายเป็นซีรีส์ดังมากของอเมริกา

10 

หนังสือท่องเที่ยวเน้นมุมมองแปลกใหม่

ย้อนเวลาหาหนังสือ 10 เล่มของ Bliss Publishing ที่สร้างปรากฏการณ์ และบุกเบิกเทรนด์ใหม่ให้วงการหนังสือไทย

Aqua Paradise

ผู้เขียน : พลอย จริยะเวช

สำนักพิมพ์ : TALENT 1

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2555

หลังจาก Bliss Publishing โบกมือลานักอ่าน ลัดดาวัลย์ได้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ Talent 1 ที่ยังคงมีกลิ่นอายงานสนุก แปลกใหม่ และทันโลกมาสร้างความสุขให้นักอ่านต่ออีกช่วงหนึ่ง ตัวอย่างผลงานน่าสนใจของสำนักพิมพ์นี้คือซีรีส์หนังสือท่องเที่ยวโดย พลอย จริยะเวช 

ซีรีส์นี้นับเป็นครั้งแรกที่งานแนวท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์จัดหมวดตามความชอบของคน (และเต็มไปด้วยที่แปลกใหม่ซึ่งคนยังไม่ค่อยไปกัน) เช่น เล่ม Aqua Paradise ก็ว่ากันด้วยเมืองติดน้ำล้วนๆ ตั้งแต่เวนิส นอร์เวย์ จนถึงมัลดีฟส์ แถมยังเขียนแบบเน้นเล่าจากมุมมองนักเขียนมากกว่าข้อมูลล้วน ลัดดาวัลย์พยายามสร้างวัฒนธรรมการอ่าน มุมมอง และทัศนคติ แม้แต่ในเรื่องเบาๆ อย่างไลฟ์สไตล์ นอกจากนั้น ตัวเล่มหนังสือยังเน้นการออกแบบเป็นหลัก มากกว่าภาพถ่ายสถานที่ด้วย  

และทั้งหมดนี้คือ 10 หนังสือที่สะท้อนความเป็น Bliss Publishing ซึ่งสนุกกับการลงมือสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่มาประดับวงการหนังสือไทยอยู่เสมอ 

ลัดดาวัลย์บอกเราว่าเมื่อมองย้อนกลับไป เธอคิดถึงสำนักพิมพ์นี้ในฐานะผู้ทำหน้าที่สำคัญ 3 อย่างด้วยกัน อย่างแรกคือ ช่วยให้หนังสือเข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตคน ด้วยการเน้นทำหนังสือที่สร้างความบันเทิงอ่านง่ายมากกว่าเป็นวรรณกรรมเข้มข้น

อย่างที่สองคือ เป็นตัวอย่างการทำงานแบบมองทั้งภาพใหญ่ ตั้งแต่เนื้อหา ปก จนถึงวิธีขายต้องไปด้วยกัน พูดอีกอย่างคือบรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์เป็นเหมือนโปรดิวเซอร์คุมภาพรวม ทำทั้งครีเอทีฟและการตลาดจนลุล่วงทั้งกระบวนการ  

สุดท้ายคือ ทำหน้าที่บอกทุกคนว่าสำนักพิมพ์ไม่จำเป็นต้องไซส์ใหญ่ ขอแค่มีเอกลักษณ์และทำแบบธุรกิจจริงจัง มองให้ครบทั้งระบบ มันก็จะไปรอดได้

“เราพูดตั้งแต่ปีแรกว่าถ้าอยู่ไม่รอด เลิก อย่าทำ เพราะมันจะกลายเป็นความขมขื่น ซึ่งเราไม่ชอบ คนทำขมขื่นจะไปทำหนังสือสนุกได้ยังไง” ลัดดาวัลย์บอกเรา

การเดินทางของ Bliss Publishing จึงนับเป็นความเสี่ยงที่คิดมาดีแล้ว และนั่นทำให้ทุกก้าวแรกที่เดินไปล้วนน่าจดจำ

ทั้งสำหรับตัวคนทำ และสำหรับนักอ่านที่ได้พบสิ่งใหม่ผ่านหนังสือเหล่านี้

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง

การเติบโตของนักเขียนจากเล่มแรกจนถึงเล่มล่าสุด

01 

แฟนคลับเฮียมู – FC ตัวยง

ในแวดวงนักอ่าน ถ้าพูดถึงสำนักพิมพ์กำมะหยี่สันม่วง ภาพนักเขียนคนแรกที่ลอยมาคือ ฮารูกิ มูราคามิ ‘เฮียมู’ สำหรับคนรุ่น X-Y และ ‘ลุงมู’ ของชาว Z

ตลอด 13 ปี ตั้งแต่เริ่มต้นกิจการใน พ.ศ. 2551 กำมะหยี่ออกหนังสือของ ฮารูกิ มูราคามิ ทุกปี ทั้งทยอยเก็บจากต้นฉบับแปลที่เคยตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์อื่น ๆ มาก่อน จัดแปลเล่มใหม่ ๆ ที่ไม่เคยพิมพ์มาก่อน และพิมพ์ซ้ำ เปลี่ยนปกแต่งตัวใหม่ ชำระแก้ไขจุดผิดพลาด โดยประกอบด้วย

นวนิยาย 14 เรื่อง จาก สดับลมขับขาน ถึง สังหารจอมทัพอัศวิน

รวมเรื่องสั้น 11 เล่ม จาก เรือเชื่องช้าสู่เมืองจีน ถึง สรรพนามบุรุษที่หนึ่ง

สารคดี-ความเรียง-บทสัมภาษณ์-บทสนทนา 5 เล่ม จาก อันเดอร์กราวด์ ถึง นักเขียนนวนิยายเป็นอาชีพ

สังหารจอมทัพอัศวิน (Killing Commendatore)

เขียน : Haruki Murakami

แปล : พรพิรุณ กิจสมเจตน์

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2563

รายละเอียด : นวนิยายขนาดยาวเล่มล่าสุด สมจริงแทรกแฟนตาซีในสไตล์ของคนที่คุณก็รู้ว่าคือใคร

02 

รักหนังสือ – รองลงมาคือรักหมา

กำมะหยี่มีหนังสือชุด คนรักหนังสือ หนังสือแปลสันม่วงที่

หนึ่ง – มีชื่อไทยใส่สแลช (/)

สอง – ในชื่อไทยต้องมีคำว่า ‘หนังสือ’

สาม – บนปกต้องมีหนังสือ

หนังสือที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับหนังสือ หรือมีหนังสืออยู่รายรอบในเรื่อง เน้นความหลากหลายของเรื่องราวและรูปแบบ มีตั้งแต่บันทึกประสบการณ์ในชีวิต นิยายแฟนตาซีหวือหวา นิยายรักปกสีพาสเทลหวานๆ ไปจนถึงสารคดีกึ่งสืบสวนเข้มข้น ปัจจุบันมี 9 เล่ม

ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ (Time Was Soft There: A Paris Sojourn at Shakespeare & Co)

เขียน : Jeremy Mercer

แปล : ศรรวริศา เมฆไพบูลย์

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ.​ 2552

รายละเอียด : สารคดีแนวบันทึก (Memoir) ปฐมบท เล่มแรกของชุดนี้

03 

รักความแปลก – ชอบของเหวียด (Weird) อมเศร้า

ตัวอย่างแบบคละมาจากหลายเล่ม : ความรักของทารกปีศาจกับเงือกสาว สาวน้อยผ่าเหล่า คนหนึ่งมีแขนเพลิง คนหนึ่งมีแขนเป็นน้ำแข็ง ครอบครัวหัวฟักทองให้กำเนิดเด็กชายหัวเตารีด นักวิทยาศาสตร์หายตัวไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตภรรยาแบบตามตัวอักษร รถเมล์สาย 15 มีผู้โดยสารพิลึกเจ้าประจำนั่งรถเล่นจากเช้ายันค่ำ โดยไม่มีใครเห็นว่าขึ้นเมื่อไหร่ ลงตอนไหน ฯลฯ

เข้าตาร้าย (Get in Trouble) 

เขียน : Kelly Link

แปล : ธนรรถวร จตุรงควาณิช

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ.​ 2560

รายละเอียด : รวมเรื่องสั้นอเมริกัน อิสระ หลุดกรอบ ดำ ขำ เป็นเล่มที่ใครอ่านแล้วบอกว่าชอบจัง สนุกมาก เนี่ย จะรักเลย

04 

มีอารมณ์ขัน เป็นคนร่าเริง – เหรอ

หนังสือเอนเตอร์เทน ๆ อุดมความบันเทิง กำมะหยี่ก็ทำอยู่เหมือนกันนะ แม้ว่าจะเป็นการขำแบบส่วนตัว ขำกันเอง คนอื่นไม่ขำด้วยเสียเยอะ แต่โดยพื้นฐาน ถ้าอ่านเล่มไหนแล้วพบว่าคนเขียนไม่มีอารมณ์ขัน ก็จะไม่คัดมาทำ

นิมรอดนอตหลุด (The Nimrod Flip-Out)

เขียน : Etgar Keret

แปล : ธนรรถวร จตุรงควาณิช

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ.​ 2561

รายละเอียด : รวมเรื่องสั้นจากนักเขียนร่วมสมัยอิสราเอล เต็มไปด้วยอารมณ์ขันพิลึกพิลั่นแม้แต่ในความเศร้าสร้อย

05 

ไม่กลัวความมืด – มืดใดจะเท่าใจคน

พอพูดถึงนิยายดาร์ก ๆ จากกำมะหยี่ คนอ่านสายนี้จะนึกถึงงานของ ฟุมิโนริ นากามุระ (ผู้เขียน นักล้วง, นกต่อ, ฤดูหนาวเมื่อเราพราก, เด็กชายใต้ผืนดิน) แต่ถ้าให้เลือกเล่มที่ดำมืดจริง ๆ ที่เคยทำ น่าจะเป็นเล่มในภาพนี้ 400 กว่าหน้า เต็มอิ่มกับความเลวร้าย เดินดิ่งเข้าสู่ความมืดในใจของมนุษย์… ทั้งเมือง

แดนเทพยดา_กัญชาไร้เมล็ด (Sin Semillas) 

เขียน : Abe Kazushige 

แปล : พรรษา หลำอุบล

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2561

รายละเอียด : ถ้ำมอง แอบถ่าย ข่มขู่ คุกคาม รุมแกล้ง ข่มเหง อนาจาร ใส่ร้าย หักหลัง โกหก มักง่าย หน้าไหว้ หลังหลอก นอกใจ หลอกลวง หวงก้าง ฆาตกรรม รีดไถ งมงาย นินทา ปิดหู ปิดตา มารยา แสร้งเส ฉ้อฉล งี่เง่า เจ้าคิด เจ้าแค้น จอมปลอม

06 

ไม่ใช่คนดี – ไม่ค่อย PC ไม่แก่ศีลธรรม

เป็นที่สังเกตได้ว่าหนังสือสอนใจประเภททำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… จะไม่ค่อยออกมาจากกำมะหยี่สักเท่าไหร่นัก แต่มีงานแนวผัวเมียนอกใจกันออกมาอย่างน้อย 7 เล่ม (ส่วนใหญ่ก็มาจากบุคคลในข้อหนึ่ง) และแต่ละเล่มในตอนท้าย ก็ไม่ได้มีบทลงโทษอันสาสมต่อการละเมิดศีลธรรมจรรยาอันงดงามให้คนดีตบเข่าฉาดด้วยความสะใจ ส่วนใหญ่เหมือนจะบอกแบบปลง ๆ ว่า การไถลนอกลู่นอกทางเป็นส่วนหนึ่งของภาวะความเป็นมนุษย์ ถ้าเกิดขึ้น สุดท้ายแล้วจะอยู่กับมันอย่างไร แต่ละคน/คู่ ต้องชั่งน้ำหนักหาหนทางที่เหมาะกับตนเอาเอง

ความซื่อสัตย์ (Fedeltà) 

เขียน : Marco Missiroli

แปล : อัมรา ผางน้ำคำ

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ.​ 2563

รายละเอียด : นวนิยายอิตาลีร่วมสมัย ถอดหัวใจออกมาถกกัน ตัวละครกลม (ที่ไม่ได้แปลว่าอ้วน) มาก + นักเขียนรูปหล่ออนาคตไกล

07 

LGBTQ+ Friendly – รสนิยมเป็นเรื่องส่วนตัวที่พึงได้รับการเคารพในทุกด้าน

กำมะหยี่สนับสนุนการสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และให้คู่ครองทุกเพศได้รับสิทธิต่าง ๆ เท่าเทียมกัน ไม่จำกัดแค่เพศหญิงกับชายเท่านั้น ในฐานะสำนักพิมพ์ สิ่งที่เราทำได้คือการคัดเลือก ตีพิมพ์ เผยแพร่งานเขียนที่เกี่ยวกับ LGBTQ+ เพื่อสร้างความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และความเคารพซึ่งกันและกัน

เลส (LESS) 

เขียน : Andrew Sean Greer

แปล : ศรรวริศา

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ.​ 2562

รายละเอียด : นวนิยายเกย์อเมริกัน เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ พ.ศ. 2561

08 

มีคำถาม – อยู่ไม่ค่อยเป็น

คุณสมบัติข้อนี้อาจจะเห็นไม่ค่อยชัดนัก เพราะกำมะหยี่ไม่ได้ออกหนังสือหนัก ๆ แนวขุดประเด็นสังคมหรือการเมืองแบบจ๋าจัดเห็นกันได้ชัด ๆ แต่ถึงกระนั้นก็มีสันม่วงหลายเล่มที่มีคำถามต่อสภาพสังคม การปกครอง เรื่องอิทธิพลของสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาครอบงำ บังคับ หล่อหลอมผู้คนให้เป็นดังนี้ดังนั้น อยู่บ้าง ไม่ได้ล่อง ๆ ลอย ๆ ขำ ๆ แปลก ๆ เหงา ๆ ตลอดเวลา

เลอไวอะธัน (Leviathan)

เขียน : Paul Auster 

แปล : นาลันทา คุปต์

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2562

รายละเอียด : กล่าวสั้น ๆ คือ เป็นเรื่องของชาย ผู้ปฏิเสธภาวะการอยู่เป็น

09 

แอคชั่นได้ – ไม่ติดว่าต้องรักษาภาพว่าเป็นคนเรียบร้อย

แอคชั่นเบา ๆ วิ่งหนีตำรวจบ้าง วิ่งหนีคนร้ายบ้าง พอให้ลุ้นได้เหงื่อออกพอกระชุ่มกระชวย แต่ไม่ถึงกับเลือดสาด ลากไส้ออกมาควงเล่น ฝั่งนี้ของกำมะหยี่จะนำทีมโดย โคทาโร อิซากะ นักเขียนผู้มีโลกซึ่งผู้คนวนเวียนเดินสวนกันไปมาให้คนอ่านเอ๊ะอ๊ะ เอะใจว่าคุ้น ๆ เหมือนเคยเจอในบทก่อนหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย

เสี้ยวชีวา คีตา ราตรี (Eine kleine Nachtmusik) 

เขียน : Kotaro Isaka 

แปล : กนกวรรณ เกตุชัยมาศ

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2563

รายละเอียด : รวมเรื่องสั้น กลุ่มคนที่โคจรลอยมาอยู่ใกล้ เศษเสี้ยวของชีวิตที่โฉบโชยมาพานพบ

10 

ดื้อ – รั้น

ตอนที่เสนอขอลิขสิทธิ์เล่มนี้ไป ทางญี่ปุ่นท้วงว่าจะทำจริง ๆ หรือ เพราะเนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องเฉพาะถิ่น เฉพาะด้านมาก เฉพาะถิ่นคือ 2 คนในเล่ม คนญี่ปุ่นรู้จักค่อนข้างดี ขณะที่เมืองไทยไม่รู้จักคนหลังเลย เฉพาะด้าน เพราะเรื่องที่คุยเกี่ยวกับศาสตร์และเหตุการณ์ที่ค่อนข้างจำกัดกลุ่มคนที่รู้จักและสนใจ

คำตอบกลับไปก็คือ ไม่รู้จัก ก็ต้องตีพิมพ์​เพื่อเริ่มการเป็นที่รู้จักสิคะ

ฮารูกิ มูราคามิ ไปพบฮายาโอะ คาวาอิ (Haruki Murakami goes to meet Hayao Kawai)

แปล : มุทิตา พานิช 

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2561

รายละเอียด : บทสนทนาระหว่าง Haruki Murakami กับ Hayao Kawai

ภาพ : สำนักพิมพ์กำมะหยี่

Writer

อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง

ถ้าอยู่ถึง จะอายุกึ่งร้อยในอีกสองปีข้างหน้า งานประจำคือแม่หมา ศรีภรรยา และป้าเจ้าสำนักพิมพ์กำมะหยี่ เร่ร่อนติดตามสามี ย้ายไปใช้ชีวิตตามประเทศต่าง ๆ ทุกสามปี ปัจจุบันอยู่ประเทศโรเมเนีย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load