เมื่อ Work from Home มานานจนกินข้าวบ้านไปแล้วหลายร้อยมื้อ ฉันก็เริ่มมองเศษวัตถุดิบและเศษอาหารที่ถูกทิ้งลงถังด้วยสายตาเสียดาย 

รู้อยู่หรอกว่า Food Waste หรือขยะอาหารเป็นปัญหาสำคัญของทั้งโลกและไทย (ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พ.ศ. 2560 บอกไว้ว่า 64 เปอร์เซ็นต์ของขยะในไทยเป็นขยะอินทรีย์ ส่วนข้อมูลจากสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ระบุว่า 43 เปอร์เซ็นต์ของขยะในเมืองหลวงเราคือขยะอาหาร) รู้ด้วยว่าตอนนี้มีถังหมักปุ๋ยใช้ง่ายหลายแบบให้เลือก แต่ก็ยังลังเล ด้วยสารพัดเหตุผลตั้งแต่ไม่แน่ใจว่าจะทำเป็น จนถึงกลัวว่าเดี๋ยวทำปุ๋ยมาก็ไม่รู้จะใช้ตรงไหน เพราะมีต้นไม้ไม่เยอะ 

สำหรับใครที่สนใจอยากช่วยรักโลกกับเขาบ้าง แต่ยังรีรอ อยากได้ตัวช่วยอีกสักหน่อยเหมือนฉัน วันนี้ฉันมีเคสน่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ชื่อของเคสนี้คือ BK ROT เป็นบริการในนิวยอร์กที่ช่วยจัดการขยะอาหารแบบไปรับเศษอาหารถึงที่บ้านและที่ร้าน แล้วเอามาทำปุ๋ยชั้นดีเป็นของขวัญให้พืชพรรณในชุมชน

อันที่จริง บริการแบบนี้มีอยู่หลายที่ในอเมริกา (ที่นั่นแยกและจัดการขยะเป็นเรื่องเป็นราวมานานแล้ว) แต่ที่ฉันเลือก BK ROT มาเพราะมีรายละเอียดน่าสนใจหลายอย่าง มากกว่าแค่ Pick Up เศษอาหารมาทำปุ๋ยตามปกติ 

ที่สำคัญคือ เคสนี้ไม่ใช่บริการจากภาครัฐ แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากการร่วมมือกันของคนตัวเล็กๆ แบบพวกเรานี่แหละค่ะ

BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย

บริการที่ช่วยแก้ปัญหาขยะอาหารชุมชน

เรื่องของ BK ROT เริ่มต้นใน ค.ศ. 2012 ช่วงนั้นเมืองนิวยอร์กมีบริการเก็บขยะอาหารไปทำปุ๋ย (Curbside Compost Pick Up) ในหลายพื้นที่แล้ว แต่ที่หนึ่งซึ่งบริการยังมาไม่ถึงคือย่าน Bushwick ซึ่งหญิงสาวชื่อ Sandy Nurse ที่เคยทำงานให้กับ World Food Program ขององค์การสหประชาชาติอาศัยอยู่

Sandy Nurse ตัดสินใจลุกขึ้นช่วยแก้ไข เธอกับออร์แกไนเซอร์ท้องถิ่นอีกคนที่ชื่อ Renée Peperone วางแผนสร้างบริการเก็บขยะอาหารจากบ้านและธุรกิจร้านค้าขึ้นมา 

BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย

แล้วตั้งแต่ ค.ศ. 2013 บริการของทั้งคู่ลืมตาดูโลกในชื่อ BK ROT 

BK ROT ทำอะไรบ้าง หลักๆ คือ บริการนี้ช่วยเก็บขยะอาหารจากบ้านและร้านค้าในชุมชน

เพียงแค่สมัครใช้งาน จ่ายเงิน รับภาชนะเก็บขยะอาหารไป เมื่อถึงเวลาก็จะมีทีม BK ROT มาเก็บถังนั้นถึงที่ เพื่อเอาขยะไปหมักเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีปลายทางหลากหลาย เช่น สวนและฟาร์มของชุมชน พาร์ตเนอร์ และลูกค้าซึ่งอยากได้ปุ๋ยคุณภาพจากท้องถิ่นไปใช้ โดยราคาแบบมาตรฐานของการเก็บขยะตามบ้านแบบรายสัปดาห์คือ 30 ดอลลาร์ฯ ต่อ 4 สัปดาห์ ส่วนราคาของธุรกิจร้านค้านั้นแล้วแต่ตกลงกัน 

BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย
BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย

นอกจากนั้น คนที่สะดวกหิ้วเศษอาหารมาทิ้งเอง BK ROT ก็มีจุด Drop-off อยู่ตรงพื้นที่ทำงานของพวกเขา ใครมาถึงแล้วอยากทำปุ๋ยเองก็ลองได้โดยจะมีสตาฟคอยช่วย

คนเมืองที่รักโลกไม่สะดวกหมักปุ๋ย รวมถึงธุรกิจที่ไม่อยากแค่เทเศษอาหารทิ้งเปล่าจึงมีตัวช่วยดีๆ เพิ่มเข้ามาในชีวิต 

แต่มากกว่านั้น BK ROT ยังมีรายละเอียดพิเศษที่ทำให้บริการน่าสนใจไม่เหมือนใคร

บริการที่ใช้พาหนะรักโลกและเพิ่มพลังให้คนรุ่นใหม่

ความพิเศษอย่างแรกของบริการเก็บขยะอาหารนี้คือ พวกเขาไม่ได้ขับรถยนต์มาจอดหน้าบ้านคุณ แต่จะมาด้วยพาหนะสีเขียวอย่างจักรยานแบบมีรถพ่วงข้าง รวมถึงรถจักรยาน 3 ล้อไฟฟ้า เรียกว่าทำให้งานซึ่งกรีนอยู่แล้วยิ่งกรีนกว่าเดิม

นอกจากนั้น เมื่อทีมงานกดกริ่งและเปิดประตู แทนที่จะได้เห็นผู้ใหญ่วัยทำงาน คุณจะได้พบหน้าเด็กๆ รุ่นใหม่ในชุมชน 

โปรเจกต์แก้ปัญหา Food Waste รับขยะอาหารจากบ้านและร้านค้ามาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยให้สวนชุมชนในนิวยอร์ก โดยคนตัวเล็กๆ ที่อยากเห็นโลกดีขึ้น

เรื่องนี้เริ่มจาก Sandy ลองทดสอบการทำงานแล้วพบว่า ไม่สามารถจ้างคนวัยทำงานมาเป็นพนักงานประจำได้ เธอจึงหันไปหาผู้ช่วยที่มาจากเหล่าวัยรุ่นในท้องถิ่น BK ROT จะเทรนด์และจ้างพวกเขามาทำงาน ซึ่งคนรุ่นใหม่ที่ว่านี้รวมไปถึงกลุ่มวัยรุ่นผิวสี กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากการทำลายสิ่งแวดล้อม แต่รัฐอาจมองข้ามเสียงของพวกเขาเมื่อลงมือวางนโยบาย

นอกจากช่วยจัดการขยะอาหารแล้ว BK ROT จึงยังช่วยให้เกิดการจ้างงานและเพิ่มพลังให้คนรุ่นใหม่ด้วย

“BK ROT กำลังช่วยให้วัยรุ่นมีส่วนร่วมในงานแบบนี้ซึ่งเป็นก้าวเล็กๆ สู่งานด้านความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ มันช่วยจุดประกายความสนใจ ทำให้พวกเขาอยากมีส่วนร่วมลึกซึ้งขึ้นในการเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่ช่วยให้ชุมชนของพวกเขาดีขึ้น หรือช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ เรากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และฉันก็รอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นสิ่งที่พวกเราจะทำในอนาคต” Sonia ซึ่งเป็นอดีต Administrative Coordinator ของ BK ROT กล่าวไว้ 

โปรเจกต์แก้ปัญหา Food Waste รับขยะอาหารจากบ้านและร้านค้ามาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยให้สวนชุมชนในนิวยอร์ก โดยคนตัวเล็กๆ ที่อยากเห็นโลกดีขึ้น

บริการที่สร้างการเปลี่ยนแปลง

พวกเราคนเมืองผลิตขยะอาหารกันทุกวัน อย่างในนิวยอร์กเอง ราว 1 ใน 3 ของขยะทั้งเมืองก็คืออินทรียวัตถุที่ย่อยสลายได้ เมื่อ BK ROT มุ่งมั่นช่วยจัดการไม่ให้เศษอาหารถูกทิ้งไปเปล่าๆ ผลกระทบเชิงบวกที่พวกเขาสร้างจึงใหญ่โตไม่เบา

จากสถิติล่าสุดในเว็บไซต์ BK ROT ช่วยให้ขยะอาหารไม่ต้องไปลงเอยกับการฝังกลบได้ถึง 936,000 ปอนด์ (ประมาณ 424,562 กิโลกรัม) ทีมงานปั่นจักรยานเก็บขยะแบบไร้มลพิษไปแล้วกว่า 4,500 ไมล์ (ประมาณ 7,242 กิโลเมตร) และบริการนี้ก็จ่ายเงินเป็นค่าจ้างให้เหล่าทีมงานวัยรุ่นไปแล้วกว่า 210,000 ดอลลาร์ฯ 

ความสำเร็จที่พวกเขาสร้างยังได้รับการมองเห็นและฉายไฟส่องมา BK ROT เพิ่งคว้าตำแหน่งผู้ชนะใน Community Food Funders Champions Award ของ ค.ศ. 2021 นี้ ในฐานะโปรเจกต์จัดการขยะอาหารที่มีชุมชนเป็นฐาน ใช้หลักความเป็นธรรมทางสังคมและความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงช่วยพัฒนาเยาวชน 

ความเปลี่ยนแปลงที่ BK ROT สร้างไม่เล็กน้อย แต่เมื่อซูมเข้าไปในภาพใหญ่นั้น เราก็จะยังคงเห็นแก่นสำคัญ นั่นคือ บริการที่ช่วยแก้ปัญหาขยะอาหารนี้เกิดจากความร่วมมือของคนตัวเล็กๆ ในพื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง เหล่าทีมงาน บ้านและร้านค้า จนถึงผู้สนับสนุน 

เพราะอย่างนั้น BK ROT ที่อยู่ไกลถึงนิวยอร์กจึงอาจเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ รวมถึงในเมืองไทยของเรา ในย่านเล็กและใหญ่ที่พวกเราอาศัยอยู่ด้วยกัน

และอาจเริ่มต้นได้จากตัวเรานี่เอง 

โปรเจกต์แก้ปัญหา Food Waste รับขยะอาหารจากบ้านและร้านค้ามาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยให้สวนชุมชนในนิวยอร์ก โดยคนตัวเล็กๆ ที่อยากเห็นโลกดีขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง

www.bkrot.org

www.ediblebrooklyn.com

communityfoodfunders.org

news.thaipbs.or.th

www.bltbangkok.com

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

ถ้าคุณมีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนประกอบหนึ่งในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม เรียนออนไลน์ หรือทำงาน คุณคงเคยเจอปัญหาโน้ตบุ๊กพังที่จุดใดจุดหนึ่ง เช่น ปุ่มคีย์บอร์ดใช้ไม่ได้ หน้าจอเสีย เมมฯ เต็ม หรือแบตเสื่อม

เมื่อเจอปัญหาแบบนั้น หลายคนอาจอดทนใช้ต่ออีกสักพัก แล้วก็แก้ปัญหาด้วยการเสียเงินซื้อคอมฯ ใหม่ ไม่ต่างจากที่เราเลือกเปลี่ยนมือถือ

การใช้แล้วทิ้งเป็นเรื่องปกติของสังคมวันนี้ แต่ในภาพกว้าง วัฒนธรรมนี้กำลังสร้างปัญหาให้กับโลก (ซึ่งสุดท้ายก็จะวนมากระทบกับเราอยู่ดี) เพราะมันทำให้จำนวน ‘ขยะอิเล็กทรอนิกส์’ หรือ E-waste ที่นับเป็นขยะอันตรายเพิ่มสูงขึ้นทุกที

ว่ากันเป็นตัวเลข ในแต่ละปี คนทั่วโลกสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์กันมากกว่า 50 ล้านตัน ขณะที่เฉพาะประเทศไทยเองก็มีขยะอิเล็กทรอนิกส์จากชุมชนประมาณเกือบ 4 แสนตันต่อปี

และเพราะอย่างนั้น วันนี้ฉันเลยอยากชวนคุณมาดูงานออกแบบชิ้นหนึ่งที่พยายามแก้ปัญหานี้ค่ะ

Framework Laptop เป็นโน้ตบุ๊กสัญชาติอเมริกาที่หน้าตาสวย ใช้งานดีเหมือนโน้ตบุ๊กคุณภาพทั่วไป แต่จุดแตกต่างคือ โน้ตบุ๊กเจ้านี้ทั้งซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่ได้ แถมยังทำง่ายชนิดทำเองได้ที่บ้าน

เรื่องราวของโน้ตบุ๊กกู้โลกเครื่องนี้เป็นยังไง มากดปุ่มเปิดคอมแล้วรู้จักเจ้า Framework Laptop ไปพร้อมกันค่ะ

Framework Laptop โน้ตบุ๊กซ่อมได้ เปลี่ยนอะไหล่ได้ ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์

โน้ตบุ๊กจากเด็กชายที่โตมาในยุค ‘ซ่อมได้’

ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน Nirav Patel ผู้ก่อตั้ง Framework คือเด็กชายตัวเล็กที่รู้ว่าเมื่อคอมพิวเตอร์ที่บ้านเสีย เราเปิดมันออกและลงมือซ่อมจนกลับมาใช้งานได้ใหม่ 

“ในระบบนิเวศแบบนั้น ส่วนฮาร์ดแวร์เปิดได้ง่ายมาก และคุณจับเกือบทุกส่วนของคอมฯ ได้” Nirav ย้อนทบทวน

อย่างไรก็ตาม โลกในวันที่เขาเติบโตขึ้นกลับเปลี่ยนไป ตอนนี้คอมพิวเตอร์ทั้งอายุสั้น อีกทั้งยังเปิดมาซ่อมได้ยาก ชนิดที่ฝั่ง EU มีการวางแผนเรื่อง Right to Repair ให้เหล่ามือถือและคอมพิวเตอร์ต้องมีคุณสมบัติซ่อมและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่ายขึ้น 

Nirav ที่วันนี้เติบโตมาเป็นวิศวกรเก่งระดับเคยทำงานที่ Apple มาแล้ว ได้ตัดสินใจลงมือแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง

เขาก่อตั้ง Framework บริษัทที่ตั้งใจเสนอ framework ใหม่ที่ดีกว่าเดิมให้วงการ Consumer Electronics (เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ซื้อใช้กันระดับบุคคล) และโลกใบนี้

โดยผลิตภัณฑ์ตัวแรกสุดนั้นมีชื่อว่า Framework Laptop

Framework Laptop โน้ตบุ๊กซ่อมได้ เปลี่ยนอะไหล่ได้ ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์
Framework Laptop โน้ตบุ๊กซ่อมได้ เปลี่ยนอะไหล่ได้ ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์

โน้ตบุ๊กที่คืนอำนาจให้ผู้บริโภค

มองจากภายนอก Framework Laptop ซึ่งปัจจุบันมีด้วยกัน 3 รุ่น เป็นงานออกแบบที่สวยมีสไตล์ ไม่ต่างจากโน้ตบุ๊กแบรนด์คุณภาพเจ้าอื่น

มองที่ราคา เจ้าโน๊ตบุ๊กเครื่องนี้ก็ราคาใกล้เคียงคู่แข่งในตลาด

แล้วเมื่อลองเปิดใช้งาน มันก็มีประสิทธิภาพไม่ต่างจากโน้ตบุ๊กที่เราใช้กัน อย่างรุ่นล่าสุดนั้นก็มาพร้อมกับ Generation Intel® Core™ Processors รุ่น 12 และ Windows 11

แต่สิ่งที่ต่างคือ Framework Laptop คืนอำนาจกลับสู่มือผู้บริโภค ให้คนใช้อย่างเราเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของตัวเองและมีสิทธิ์ตัดสินใจอย่างแท้จริง 

Framework Laptop โน้ตบุ๊กซ่อมได้ เปลี่ยนอะไหล่ได้ ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์
Framework Laptop โน้ตบุ๊กซ่อมได้ เปลี่ยนอะไหล่ได้ ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์
เรื่องของ Framework Laptop โน้ตบุ๊กเพื่อสังคมที่ไม่ใช่แค่สวยและดี แต่ซ่อมง่าย ไม่ต้องใช้แล้วทิ้ง

เมื่ออยากเลือก เราเลือกส่วนประกอบของโน้ตบุ๊กได้ เมื่อเสีย เราเปิดเครื่องออกซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่มันได้ เมื่อถึงเวลาอัปเกรด เราอัปเกรดเองได้ หรือถ้าใครอยากจัดการเองแบบเต็มร้อย Framework Laptop ก็มีรุ่น DIY ที่เปิดโอกาสให้คุณ Customize ส่วนประกอบแล้วนำไปประกอบเองที่บ้าน  

เมื่อเรากับโน้ตบุ๊กไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันยังไง ผลคือเราก็จะอยู่ด้วยกันได้นานกว่าเดิม 

สมความตั้งใจของ Framework ที่อยากชวนผู้บริโภคลดการสร้าง E-Waste 

โน้ตบุ๊กที่เป็นก้าวแรกสู่ทางออก

หลังการเปิดตัวในปี 2021 Framework Laptop ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน The Best Innovations of 2021 ของ Time

และในปีนี้ บริษัท Framework ก็ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน Most Innovative Companies of 2022 ของ Fast Company 

แน่นอนว่าการได้รับเลือกจากสื่อดังไม่ใช่เครื่องการันตีคุณภาพระดับ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งนี้ก็ช่วยสะท้อนว่าทางแก้ปัญหาของ Nirav น่าสนใจ น่าจับตามอง และในฐานะผู้บริโภค อาจพูดได้ว่าน่าร่วมแจมอย่างยิ่ง

แน่นอนว่า Nirav ไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ เขาไม่ได้แค่อยากสร้างโน้ตบุ๊ก แต่ต้องการให้เกิดระบบนิเวศที่สนับสนุนการลด E-Waste เช่น การเปิดโอกาสให้ธุรกิจรายเล็กเริ่มพัฒนา Expansion Card ที่นำมาใช้กับ Framework Laptop ได้ แทนที่จะผูกขาดผลิตอะไหล่เองอยู่เจ้าเดียว

ที่สำคัญ Nirav ไม่ได้หยุดอยู่แค่วงการคอมพิวเตอร์ เขาอธิบายว่า ที่สร้าง Framework Laptop ขึ้นมาก่อนอย่างอื่น เพราะโน้ตบุ๊กคือคือ Consumer Electronics ที่เห็นชัดและอาจเป็นประเภทที่เราต้องการมากที่สุด แต่ความฝันของเขาคือ การให้ Framework เป็นทางแก้ปัญหาที่ Apply to All 

“ก็เราทุกคนต่างมีลิ้นชักเก็บอุปกรณ์ที่พังแบบไม่รู้จะซ่อมยังไงอยู่นี่นา” Nirav บอก

และคุณก็รู้-คำพูดของเขาไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด

เรื่องของ Framework Laptop โน้ตบุ๊กเพื่อสังคมที่ไม่ใช่แค่สวยและดี แต่ซ่อมง่าย ไม่ต้องใช้แล้วทิ้ง

อ้างอิง:

frame.work/

www.theguardian.com/technology/2022/apr/13/framework-laptop-review-a-modular-pc-easy-to-fix-or-upgrade

www.dezeen.com/2022/01/04/framework-modular-laptop-technology/

webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:xkRB-K9GQwMJ:https://www.kiratas.com/its-crazy-that-products-as-expensive-and-advanced-as-a-computer-are-so-disposable/+&cd=28&hl=th&ct=clnk&gl=th

www.bangkokbiznews.com/business/925749

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load