เมื่อ Work from Home มานานจนกินข้าวบ้านไปแล้วหลายร้อยมื้อ ฉันก็เริ่มมองเศษวัตถุดิบและเศษอาหารที่ถูกทิ้งลงถังด้วยสายตาเสียดาย 

รู้อยู่หรอกว่า Food Waste หรือขยะอาหารเป็นปัญหาสำคัญของทั้งโลกและไทย (ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พ.ศ. 2560 บอกไว้ว่า 64 เปอร์เซ็นต์ของขยะในไทยเป็นขยะอินทรีย์ ส่วนข้อมูลจากสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ระบุว่า 43 เปอร์เซ็นต์ของขยะในเมืองหลวงเราคือขยะอาหาร) รู้ด้วยว่าตอนนี้มีถังหมักปุ๋ยใช้ง่ายหลายแบบให้เลือก แต่ก็ยังลังเล ด้วยสารพัดเหตุผลตั้งแต่ไม่แน่ใจว่าจะทำเป็น จนถึงกลัวว่าเดี๋ยวทำปุ๋ยมาก็ไม่รู้จะใช้ตรงไหน เพราะมีต้นไม้ไม่เยอะ 

สำหรับใครที่สนใจอยากช่วยรักโลกกับเขาบ้าง แต่ยังรีรอ อยากได้ตัวช่วยอีกสักหน่อยเหมือนฉัน วันนี้ฉันมีเคสน่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ชื่อของเคสนี้คือ BK ROT เป็นบริการในนิวยอร์กที่ช่วยจัดการขยะอาหารแบบไปรับเศษอาหารถึงที่บ้านและที่ร้าน แล้วเอามาทำปุ๋ยชั้นดีเป็นของขวัญให้พืชพรรณในชุมชน

อันที่จริง บริการแบบนี้มีอยู่หลายที่ในอเมริกา (ที่นั่นแยกและจัดการขยะเป็นเรื่องเป็นราวมานานแล้ว) แต่ที่ฉันเลือก BK ROT มาเพราะมีรายละเอียดน่าสนใจหลายอย่าง มากกว่าแค่ Pick Up เศษอาหารมาทำปุ๋ยตามปกติ 

ที่สำคัญคือ เคสนี้ไม่ใช่บริการจากภาครัฐ แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากการร่วมมือกันของคนตัวเล็กๆ แบบพวกเรานี่แหละค่ะ

BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย

บริการที่ช่วยแก้ปัญหาขยะอาหารชุมชน

เรื่องของ BK ROT เริ่มต้นใน ค.ศ. 2012 ช่วงนั้นเมืองนิวยอร์กมีบริการเก็บขยะอาหารไปทำปุ๋ย (Curbside Compost Pick Up) ในหลายพื้นที่แล้ว แต่ที่หนึ่งซึ่งบริการยังมาไม่ถึงคือย่าน Bushwick ซึ่งหญิงสาวชื่อ Sandy Nurse ที่เคยทำงานให้กับ World Food Program ขององค์การสหประชาชาติอาศัยอยู่

Sandy Nurse ตัดสินใจลุกขึ้นช่วยแก้ไข เธอกับออร์แกไนเซอร์ท้องถิ่นอีกคนที่ชื่อ Renée Peperone วางแผนสร้างบริการเก็บขยะอาหารจากบ้านและธุรกิจร้านค้าขึ้นมา 

BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย

แล้วตั้งแต่ ค.ศ. 2013 บริการของทั้งคู่ลืมตาดูโลกในชื่อ BK ROT 

BK ROT ทำอะไรบ้าง หลักๆ คือ บริการนี้ช่วยเก็บขยะอาหารจากบ้านและร้านค้าในชุมชน

เพียงแค่สมัครใช้งาน จ่ายเงิน รับภาชนะเก็บขยะอาหารไป เมื่อถึงเวลาก็จะมีทีม BK ROT มาเก็บถังนั้นถึงที่ เพื่อเอาขยะไปหมักเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีปลายทางหลากหลาย เช่น สวนและฟาร์มของชุมชน พาร์ตเนอร์ และลูกค้าซึ่งอยากได้ปุ๋ยคุณภาพจากท้องถิ่นไปใช้ โดยราคาแบบมาตรฐานของการเก็บขยะตามบ้านแบบรายสัปดาห์คือ 30 ดอลลาร์ฯ ต่อ 4 สัปดาห์ ส่วนราคาของธุรกิจร้านค้านั้นแล้วแต่ตกลงกัน 

BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย
BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย

นอกจากนั้น คนที่สะดวกหิ้วเศษอาหารมาทิ้งเอง BK ROT ก็มีจุด Drop-off อยู่ตรงพื้นที่ทำงานของพวกเขา ใครมาถึงแล้วอยากทำปุ๋ยเองก็ลองได้โดยจะมีสตาฟคอยช่วย

คนเมืองที่รักโลกไม่สะดวกหมักปุ๋ย รวมถึงธุรกิจที่ไม่อยากแค่เทเศษอาหารทิ้งเปล่าจึงมีตัวช่วยดีๆ เพิ่มเข้ามาในชีวิต 

แต่มากกว่านั้น BK ROT ยังมีรายละเอียดพิเศษที่ทำให้บริการน่าสนใจไม่เหมือนใคร

บริการที่ใช้พาหนะรักโลกและเพิ่มพลังให้คนรุ่นใหม่

ความพิเศษอย่างแรกของบริการเก็บขยะอาหารนี้คือ พวกเขาไม่ได้ขับรถยนต์มาจอดหน้าบ้านคุณ แต่จะมาด้วยพาหนะสีเขียวอย่างจักรยานแบบมีรถพ่วงข้าง รวมถึงรถจักรยาน 3 ล้อไฟฟ้า เรียกว่าทำให้งานซึ่งกรีนอยู่แล้วยิ่งกรีนกว่าเดิม

นอกจากนั้น เมื่อทีมงานกดกริ่งและเปิดประตู แทนที่จะได้เห็นผู้ใหญ่วัยทำงาน คุณจะได้พบหน้าเด็กๆ รุ่นใหม่ในชุมชน 

โปรเจกต์แก้ปัญหา Food Waste รับขยะอาหารจากบ้านและร้านค้ามาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยให้สวนชุมชนในนิวยอร์ก โดยคนตัวเล็กๆ ที่อยากเห็นโลกดีขึ้น

เรื่องนี้เริ่มจาก Sandy ลองทดสอบการทำงานแล้วพบว่า ไม่สามารถจ้างคนวัยทำงานมาเป็นพนักงานประจำได้ เธอจึงหันไปหาผู้ช่วยที่มาจากเหล่าวัยรุ่นในท้องถิ่น BK ROT จะเทรนด์และจ้างพวกเขามาทำงาน ซึ่งคนรุ่นใหม่ที่ว่านี้รวมไปถึงกลุ่มวัยรุ่นผิวสี กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากการทำลายสิ่งแวดล้อม แต่รัฐอาจมองข้ามเสียงของพวกเขาเมื่อลงมือวางนโยบาย

นอกจากช่วยจัดการขยะอาหารแล้ว BK ROT จึงยังช่วยให้เกิดการจ้างงานและเพิ่มพลังให้คนรุ่นใหม่ด้วย

“BK ROT กำลังช่วยให้วัยรุ่นมีส่วนร่วมในงานแบบนี้ซึ่งเป็นก้าวเล็กๆ สู่งานด้านความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ มันช่วยจุดประกายความสนใจ ทำให้พวกเขาอยากมีส่วนร่วมลึกซึ้งขึ้นในการเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่ช่วยให้ชุมชนของพวกเขาดีขึ้น หรือช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ เรากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และฉันก็รอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นสิ่งที่พวกเราจะทำในอนาคต” Sonia ซึ่งเป็นอดีต Administrative Coordinator ของ BK ROT กล่าวไว้ 

โปรเจกต์แก้ปัญหา Food Waste รับขยะอาหารจากบ้านและร้านค้ามาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยให้สวนชุมชนในนิวยอร์ก โดยคนตัวเล็กๆ ที่อยากเห็นโลกดีขึ้น

บริการที่สร้างการเปลี่ยนแปลง

พวกเราคนเมืองผลิตขยะอาหารกันทุกวัน อย่างในนิวยอร์กเอง ราว 1 ใน 3 ของขยะทั้งเมืองก็คืออินทรียวัตถุที่ย่อยสลายได้ เมื่อ BK ROT มุ่งมั่นช่วยจัดการไม่ให้เศษอาหารถูกทิ้งไปเปล่าๆ ผลกระทบเชิงบวกที่พวกเขาสร้างจึงใหญ่โตไม่เบา

จากสถิติล่าสุดในเว็บไซต์ BK ROT ช่วยให้ขยะอาหารไม่ต้องไปลงเอยกับการฝังกลบได้ถึง 936,000 ปอนด์ (ประมาณ 424,562 กิโลกรัม) ทีมงานปั่นจักรยานเก็บขยะแบบไร้มลพิษไปแล้วกว่า 4,500 ไมล์ (ประมาณ 7,242 กิโลเมตร) และบริการนี้ก็จ่ายเงินเป็นค่าจ้างให้เหล่าทีมงานวัยรุ่นไปแล้วกว่า 210,000 ดอลลาร์ฯ 

ความสำเร็จที่พวกเขาสร้างยังได้รับการมองเห็นและฉายไฟส่องมา BK ROT เพิ่งคว้าตำแหน่งผู้ชนะใน Community Food Funders Champions Award ของ ค.ศ. 2021 นี้ ในฐานะโปรเจกต์จัดการขยะอาหารที่มีชุมชนเป็นฐาน ใช้หลักความเป็นธรรมทางสังคมและความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงช่วยพัฒนาเยาวชน 

ความเปลี่ยนแปลงที่ BK ROT สร้างไม่เล็กน้อย แต่เมื่อซูมเข้าไปในภาพใหญ่นั้น เราก็จะยังคงเห็นแก่นสำคัญ นั่นคือ บริการที่ช่วยแก้ปัญหาขยะอาหารนี้เกิดจากความร่วมมือของคนตัวเล็กๆ ในพื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง เหล่าทีมงาน บ้านและร้านค้า จนถึงผู้สนับสนุน 

เพราะอย่างนั้น BK ROT ที่อยู่ไกลถึงนิวยอร์กจึงอาจเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ รวมถึงในเมืองไทยของเรา ในย่านเล็กและใหญ่ที่พวกเราอาศัยอยู่ด้วยกัน

และอาจเริ่มต้นได้จากตัวเรานี่เอง 

โปรเจกต์แก้ปัญหา Food Waste รับขยะอาหารจากบ้านและร้านค้ามาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยให้สวนชุมชนในนิวยอร์ก โดยคนตัวเล็กๆ ที่อยากเห็นโลกดีขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง

www.bkrot.org

www.ediblebrooklyn.com

communityfoodfunders.org

news.thaipbs.or.th

www.bltbangkok.com

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

ทุกเย็นหลังเลิกเรียน เด็กๆ จะมีสิ่งที่เรียกว่าการบ้านติดไม้ติดมือกลับไป บางคนอาจแค่รู้สึกว่าขี้เกียจทำ แต่สำหรับอีกหลายคน การบ้านที่ว่าอาจกลายเป็นปัญหาเมื่อพวกเขาไม่เข้าใจ แถมถ้าหันไปพึ่งผู้ปกครอง ก็อาจกลายเป็นเรื่องปวดหัวทั้งคนทำคนสอน 

ยังไม่ต้องพูดถึงเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล ที่อาจขาดตัวช่วยทั้งบุคคลและอินเทอร์เน็ตในการหาข้อมูล

Alloprof เบอร์โทรและเว็บสอนการบ้านฟรีของแคนาดา เวิร์กจนเด็กเลือกใช้มากกว่ากูเกิล

แต่ที่รัฐควิเบกของประเทศแคนาดา เด็กที่นี่มีตัวช่วยพิเศษ นั่นคือ ‘Alloprof’ เบอร์และเว็บฟรีที่ช่วยสอนการบ้านได้แบบทันใจ จะโทรคุยสดๆ ส่งข้อความ หรือแชตถามคุณครูบนเว็บแบบออนไลน์ก็ได้

ถ้าถามถึงเสียงตอบรับที่สะท้อนคุณภาพและความตรงใจผู้ใช้ ขอตอบด้วยผลสำรวจว่า เด็กๆ ที่นั่นเลือกใช้ Alloprof มากกว่ากูเกิลและวิกิพีเดียเสียอีก 

Alloprof เกิดขึ้นได้ยังไง ทำอะไรได้บ้าง และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกว้างขวางขนาดไหน

ลองมารู้จักตัวช่วยนักเรียนควิเบกที่มีประสิทธิภาพ และให้บริการมายาวนานหลายสิบปีไปด้วยกัน

เครื่องมือลดอุปสรรคการศึกษา

ใน ค.ศ. 1996 ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน เด็กๆ และคุณครูชาวควิเบกได้พบกับรายการทีวีเพื่อการศึกษารายการใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาอัตราเด็ก Dropout สูงลิ่วของควิเบก 

รายการนี้มีชื่อว่า Alloprof เป็นรายการที่ผ่านกระบวนการ R&D มากว่า 4 ปี และเกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน เช่น คุณครู ผู้ปกครอง โรงเรียน เครือข่ายโทรทัศน์เพื่อการศึกษาสาธารณะ และกระทรวงศึกษาธิการ 

ตัวรายการมีเนื้อหาคุณภาพ มีการใช้เทคนิคอย่างการสัมภาษณ์และเกมเพื่อให้เด็กสนุกกับการเรียนรู้ นอกจากนี้ ยังมีอีกส่วนที่พิเศษ นั่นคือมีบริการให้นักเรียนโทรมาถามปัญหาการบ้านได้

และนี่คือหน้าตาของ Alloprof ในวันแรกเริ่ม ซึ่งหวังอยากให้เด็กๆ อยู่ในระบบการศึกษาได้ราบรื่น

แต่แม้เท่านี้ก็ดูดีใช้ได้แล้ว Alloprof ก็ไม่ได้หยุดเท่านั้น บริการนี้ยังเปลี่ยนโฉมไป เมื่อ Sandrine Faust ผู้บริหาร Alloprof คนปัจจุบันก้าวเข้ามา

Sandrine ตั้งใจทำให้ Alloprof ทรงพลังและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยหนึ่งในแรงบันดาลใจคือ เธอมองเห็นศักยภาพของอินเทอร์เน็ต

และนี่คือต้นกำเนิดของบริการที่ชื่อ Alloprof ในปัจจุบัน

Alloprof เบอร์โทรและเว็บสอนการบ้านฟรีของแคนาดา เวิร์กจนเด็กเลือกใช้มากกว่ากูเกิล

ความช่วยเหลือที่ครบเครื่องและเสมอภาค

Sandrine มองว่าอินเทอร์เน็ตคือเครื่องมือที่จะทำให้เด็กๆ เข้าถึงความช่วยเหลือด้านการศึกษา จากรายการทีวี เธอจึงแปลงร่าง Alloprof เแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ทยอยมีบริการใหม่เข้ามาไม่ขาดสาย

ตัวอย่างเช่น บนเว็บของ Alloprof เด็กๆ เรียนรู้ทำความเข้าใจสารพัดวิชาได้จากคลังความรู้คุณภาพที่นำเสนอผ่านรูปแบบหลากหลาย ตั้งแต่บทความ คลิป จนถึงเกมสนุกๆ 

Alloprof เบอร์โทรและเว็บสอนการบ้านฟรีของแคนาดา เวิร์กจนเด็กเลือกใช้มากกว่ากูเกิล
Alloprof เบอร์โทรและเว็บสอนการบ้านฟรีของแคนาดา เวิร์กจนเด็กเลือกใช้มากกว่ากูเกิล

แล้วเมื่อต้องการความช่วยเหลือ เว็บนี้ก็มีส่วนฟอรั่ม ซึ่งพวกเขาเข้าไปถามนักเรียนคนอื่นและผู้ปกครองได้ (มีคุณครูช่วยรีวิวอยู่อีกที) มีส่วนที่พี่ ม.ปลาย มาช่วยตอบคำถามน้องประถม โดยพี่ๆ ได้คะแนนจิตอาสาเป็นรางวัล และมีส่วนแชตคุยกับคุณครู ใครสงสัยเรื่องการบ้านหรือแม้แต่มีคำถามที่ไม่กล้าถามในห้องก็แชตถามได้ โดยมีเวลาทำการคือ ช่วงจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 5 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม และเวลาบ่ายโมงถึง 5 โมงเย็นของวันอาทิตย์ พูดอีกอย่างคือ เป็นเวลาที่คุณครูผู้เชี่ยวชาญแต่ละวิชาสะดวกจากการสอนในชั้นเรียนปกติ

Alloprof บริการสอนการบ้านฟรีเพื่อลดปัญหาเด็ก Dropout ของแคนาดาที่ช่วยเด็กๆ ปีละกว่า 4 แสนคน

นอกจากนี้ ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ตก็ไม่ต้องห่วง Alloprof ยังคงรักษาบริการโทรฟรีที่เด็กๆ โทรเข้ามาปรึกษาคุณครูได้แบบตัวต่อตัวเอาไว้ รวมถึงมีบริการ SMS ถาม ซึ่งเวิร์กมากสำหรับเด็กไม่ชอบคุยโทรศัพท์ ทั้ง 2 บริการนี้มีช่วงบริการเดียวกับบริการแชตออนไลน์ มากกว่านั้น ถ้าใครไม่มีคอมติดบ้าน Alloprof ก็ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ ไปทำจุดเรียนรู้ไว้ในพื้นที่ซึ่งเด็กๆ เข้าถึงได้ ตั้งแต่ห้องสมุดจนถึงที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย 

และยังก่อน ยังไม่หมด Alloprof ยังมีส่วน Alloprofparents สำหรับผู้ปกครอง ในส่วนนี้มีทั้งแหล่งข้อมูลและช่องทางติดต่อ ทั้งออนไลน์ออฟไลน์ไว้ปรึกษาคุณครู เรียกว่าช่วยลดอาการปวดหัวเมื่อต้องสอนการบ้านและตอบคำถามเด็กได้อย่างดี 

Alloprof บริการสอนการบ้านฟรีเพื่อลดปัญหาเด็ก Dropout ของแคนาดาที่ช่วยเด็กๆ ปีละกว่า 4 แสนคน

เมื่อบริการตอบโจทย์ผู้ใช้ขนาดนี้ อีกทั้งเนื้อหาและคุณครูยังมีคุณภาพ Alloprof จึงมีศักยภาพช่วยเหลือเด็กที่มีเงื่อนไขการศึกษาต่างกันได้อย่างเสมอภาค รวมถึงเป็นขวัญใจผู้ใช้ ชนิดเอาชนะตัวช่วยที่เราคุ้นเคยอย่างกูเกิลและวิกิพีเดียได้ 

“คุณสามารถเจอข้อมูลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นของวิชาไหน และคุณก็โทรไปได้ด้วย” Luka Valoir ผู้ใช้วัยมัธยมต้นรีวิว Alloprof เอาไว้

และแน่นอน เมื่อเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพแท้จริง ผลลัพธ์ของ Alloprof ก็เปี่ยมพลัง 

บริการที่ตอบโจทย์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน 

Alloprof อยู่คู่นักเรียนชาวควิเบกมา 20 กว่าปี ในฐานะบริการฟรีที่มีผู้สนับสนุนหลักคือกระทรวงศึกษาธิการ และมีพาร์ตเนอร์รองอย่างมูลนิธิและบริษัทเอกชนต่างๆ (นั่นหมายความว่า ทีมงานและคุณครูไม่ได้ทำงานกันแบบจิตอาสา แต่ได้ค่าจ้างเต็มเม็ดเต็มหน่วย)

แต่ละปีของการทำงาน Alloprof ตอบโจทย์เด็กๆ อย่างมีประสิทธิภาพ มีเด็กนักเรียนควิเบกราว 45 เปอร์เซ็นต์ใช้บริการ Alloprof ซึ่งนั่นหมายถึงเด็กประถมและมัธยมราว 400,000 คน โดยใน ค.ศ. 2019-2020 Alloprof ช่วยเด็กๆ ทำการบ้านเรียบร้อยไปถึง 47 ล้านชิ้น และผลการทำสำรวจเชิงลึกครั้งหนึ่งซึ่งสัมภาษณ์โรงเรียนที่เกี่ยวข้องมากกว่า 6,000 แห่ง ก็พบว่า 97 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนมีความสุขมากและรู้สึกดีกับวิชานั้นๆ

ที่สำคัญ ณ วันที่การเรียนออนไลน์กลายเป็นช่องทางการศึกษาสำคัญ Alloprof ยิ่งกลายเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพและจำเป็น

ใน ค.ศ. 2021 รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาของควิเบกได้ให้เงินทุน 7.3 ล้านดอลลาร์ฯ แก่ Alloprof สำหรับการทำงานในระยะเวลา 2 ปี ทำให้ Alloprof จ้างครูมาตอบคำถามเด็กๆ ได้ถึง 100 คน หรือ 2 เท่าจากที่เคยเป็น ซึ่งเหมาะเจาะกับความต้องการที่พุ่งสูงลิบ เพราะ Sandrine ระบุไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2021 ว่า ช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีเด็กถึงราว 125,000 คนต่อวันเข้ามาดูวิดีโอและทำแบบฝึกหัดในเว็บไซต์ Alloprof 

อาจกล่าวได้ว่า ตั้งแต่เกิดขึ้นเมื่อ 20 กว่าปีก่อน บริการสอนการบ้านฟรีของควิเบกนี้เป็นผู้ช่วยคนสำคัญของเด็กนักเรียนตลอดมา และ Alloprof ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยให้พวกเขาก้าวเดินบนเส้นทางการศึกษาจนตลอดรอดฝั่ง

“ในแต่ละวัน มีนักเรียนมากกว่าหนึ่งแสนคนสมัครใจใช้บริการ Alloprof เพื่อทำให้การเรียนรู้ของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้น เด็กๆ ต้องการประสบความสำเร็จ นั่นคือข้อความที่พวกเขาส่งมาหาเรา มันถึงตาเราที่จะบอกพวกเขาว่า เราจะพยายามขึ้นเป็นทวีคูณในการให้ทรัพยากรทั้งหมดที่ให้ได้เพื่อสนับสนุนคุณ และเพื่อชวนคนที่ยังลังเลใจ ให้ยอมรับความช่วยเหลือที่จะพาพวกเขาไปสู่ความสำเร็จ” Sandrine กล่าวไว้

Alloprof บริการสอนการบ้านฟรีเพื่อลดปัญหาเด็ก Dropout ของแคนาดาที่ช่วยเด็กๆ ปีละกว่า 4 แสนคน

ภาพ : Alloprof

ข้อมูลอ้างอิง 

www.alloprof.qc.ca

ici.radio-canada.ca

ashokacanada.org

www.powercorporationcommunity.com

www.rtbf.be

www.csbf.qc.ca

playbackonline.ca

Writer

ศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

CUD4S ร่วมก่อตั้งโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เราตั้งใจนำการออกแบบและ Design Thinking ไปแก้ปัญหาสำคัญของสังคม โดยทำบนฐานงานวิจัย ในรูปแบบของ Collaborative Platform ให้ฝ่ายต่างๆ มาร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน ติดตามโครงการของเราได้ที่ Facebook : CUD4S

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load