เมื่อ Work from Home มานานจนกินข้าวบ้านไปแล้วหลายร้อยมื้อ ฉันก็เริ่มมองเศษวัตถุดิบและเศษอาหารที่ถูกทิ้งลงถังด้วยสายตาเสียดาย 

รู้อยู่หรอกว่า Food Waste หรือขยะอาหารเป็นปัญหาสำคัญของทั้งโลกและไทย (ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พ.ศ. 2560 บอกไว้ว่า 64 เปอร์เซ็นต์ของขยะในไทยเป็นขยะอินทรีย์ ส่วนข้อมูลจากสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ระบุว่า 43 เปอร์เซ็นต์ของขยะในเมืองหลวงเราคือขยะอาหาร) รู้ด้วยว่าตอนนี้มีถังหมักปุ๋ยใช้ง่ายหลายแบบให้เลือก แต่ก็ยังลังเล ด้วยสารพัดเหตุผลตั้งแต่ไม่แน่ใจว่าจะทำเป็น จนถึงกลัวว่าเดี๋ยวทำปุ๋ยมาก็ไม่รู้จะใช้ตรงไหน เพราะมีต้นไม้ไม่เยอะ 

สำหรับใครที่สนใจอยากช่วยรักโลกกับเขาบ้าง แต่ยังรีรอ อยากได้ตัวช่วยอีกสักหน่อยเหมือนฉัน วันนี้ฉันมีเคสน่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ชื่อของเคสนี้คือ BK ROT เป็นบริการในนิวยอร์กที่ช่วยจัดการขยะอาหารแบบไปรับเศษอาหารถึงที่บ้านและที่ร้าน แล้วเอามาทำปุ๋ยชั้นดีเป็นของขวัญให้พืชพรรณในชุมชน

อันที่จริง บริการแบบนี้มีอยู่หลายที่ในอเมริกา (ที่นั่นแยกและจัดการขยะเป็นเรื่องเป็นราวมานานแล้ว) แต่ที่ฉันเลือก BK ROT มาเพราะมีรายละเอียดน่าสนใจหลายอย่าง มากกว่าแค่ Pick Up เศษอาหารมาทำปุ๋ยตามปกติ 

ที่สำคัญคือ เคสนี้ไม่ใช่บริการจากภาครัฐ แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากการร่วมมือกันของคนตัวเล็กๆ แบบพวกเรานี่แหละค่ะ

BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย

บริการที่ช่วยแก้ปัญหาขยะอาหารชุมชน

เรื่องของ BK ROT เริ่มต้นใน ค.ศ. 2012 ช่วงนั้นเมืองนิวยอร์กมีบริการเก็บขยะอาหารไปทำปุ๋ย (Curbside Compost Pick Up) ในหลายพื้นที่แล้ว แต่ที่หนึ่งซึ่งบริการยังมาไม่ถึงคือย่าน Bushwick ซึ่งหญิงสาวชื่อ Sandy Nurse ที่เคยทำงานให้กับ World Food Program ขององค์การสหประชาชาติอาศัยอยู่

Sandy Nurse ตัดสินใจลุกขึ้นช่วยแก้ไข เธอกับออร์แกไนเซอร์ท้องถิ่นอีกคนที่ชื่อ Renée Peperone วางแผนสร้างบริการเก็บขยะอาหารจากบ้านและธุรกิจร้านค้าขึ้นมา 

BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย

แล้วตั้งแต่ ค.ศ. 2013 บริการของทั้งคู่ลืมตาดูโลกในชื่อ BK ROT 

BK ROT ทำอะไรบ้าง หลักๆ คือ บริการนี้ช่วยเก็บขยะอาหารจากบ้านและร้านค้าในชุมชน

เพียงแค่สมัครใช้งาน จ่ายเงิน รับภาชนะเก็บขยะอาหารไป เมื่อถึงเวลาก็จะมีทีม BK ROT มาเก็บถังนั้นถึงที่ เพื่อเอาขยะไปหมักเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีปลายทางหลากหลาย เช่น สวนและฟาร์มของชุมชน พาร์ตเนอร์ และลูกค้าซึ่งอยากได้ปุ๋ยคุณภาพจากท้องถิ่นไปใช้ โดยราคาแบบมาตรฐานของการเก็บขยะตามบ้านแบบรายสัปดาห์คือ 30 ดอลลาร์ฯ ต่อ 4 สัปดาห์ ส่วนราคาของธุรกิจร้านค้านั้นแล้วแต่ตกลงกัน 

BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย
BK ROT บริการแก้ปัญหา Food Waste ชวนวัยรุ่นปั่นจักรยานไปรับเศษอาหารจากชุมชนมาทำปุ๋ย

นอกจากนั้น คนที่สะดวกหิ้วเศษอาหารมาทิ้งเอง BK ROT ก็มีจุด Drop-off อยู่ตรงพื้นที่ทำงานของพวกเขา ใครมาถึงแล้วอยากทำปุ๋ยเองก็ลองได้โดยจะมีสตาฟคอยช่วย

คนเมืองที่รักโลกไม่สะดวกหมักปุ๋ย รวมถึงธุรกิจที่ไม่อยากแค่เทเศษอาหารทิ้งเปล่าจึงมีตัวช่วยดีๆ เพิ่มเข้ามาในชีวิต 

แต่มากกว่านั้น BK ROT ยังมีรายละเอียดพิเศษที่ทำให้บริการน่าสนใจไม่เหมือนใคร

บริการที่ใช้พาหนะรักโลกและเพิ่มพลังให้คนรุ่นใหม่

ความพิเศษอย่างแรกของบริการเก็บขยะอาหารนี้คือ พวกเขาไม่ได้ขับรถยนต์มาจอดหน้าบ้านคุณ แต่จะมาด้วยพาหนะสีเขียวอย่างจักรยานแบบมีรถพ่วงข้าง รวมถึงรถจักรยาน 3 ล้อไฟฟ้า เรียกว่าทำให้งานซึ่งกรีนอยู่แล้วยิ่งกรีนกว่าเดิม

นอกจากนั้น เมื่อทีมงานกดกริ่งและเปิดประตู แทนที่จะได้เห็นผู้ใหญ่วัยทำงาน คุณจะได้พบหน้าเด็กๆ รุ่นใหม่ในชุมชน 

โปรเจกต์แก้ปัญหา Food Waste รับขยะอาหารจากบ้านและร้านค้ามาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยให้สวนชุมชนในนิวยอร์ก โดยคนตัวเล็กๆ ที่อยากเห็นโลกดีขึ้น

เรื่องนี้เริ่มจาก Sandy ลองทดสอบการทำงานแล้วพบว่า ไม่สามารถจ้างคนวัยทำงานมาเป็นพนักงานประจำได้ เธอจึงหันไปหาผู้ช่วยที่มาจากเหล่าวัยรุ่นในท้องถิ่น BK ROT จะเทรนด์และจ้างพวกเขามาทำงาน ซึ่งคนรุ่นใหม่ที่ว่านี้รวมไปถึงกลุ่มวัยรุ่นผิวสี กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากการทำลายสิ่งแวดล้อม แต่รัฐอาจมองข้ามเสียงของพวกเขาเมื่อลงมือวางนโยบาย

นอกจากช่วยจัดการขยะอาหารแล้ว BK ROT จึงยังช่วยให้เกิดการจ้างงานและเพิ่มพลังให้คนรุ่นใหม่ด้วย

“BK ROT กำลังช่วยให้วัยรุ่นมีส่วนร่วมในงานแบบนี้ซึ่งเป็นก้าวเล็กๆ สู่งานด้านความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ มันช่วยจุดประกายความสนใจ ทำให้พวกเขาอยากมีส่วนร่วมลึกซึ้งขึ้นในการเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่ช่วยให้ชุมชนของพวกเขาดีขึ้น หรือช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ เรากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และฉันก็รอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นสิ่งที่พวกเราจะทำในอนาคต” Sonia ซึ่งเป็นอดีต Administrative Coordinator ของ BK ROT กล่าวไว้ 

โปรเจกต์แก้ปัญหา Food Waste รับขยะอาหารจากบ้านและร้านค้ามาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยให้สวนชุมชนในนิวยอร์ก โดยคนตัวเล็กๆ ที่อยากเห็นโลกดีขึ้น

บริการที่สร้างการเปลี่ยนแปลง

พวกเราคนเมืองผลิตขยะอาหารกันทุกวัน อย่างในนิวยอร์กเอง ราว 1 ใน 3 ของขยะทั้งเมืองก็คืออินทรียวัตถุที่ย่อยสลายได้ เมื่อ BK ROT มุ่งมั่นช่วยจัดการไม่ให้เศษอาหารถูกทิ้งไปเปล่าๆ ผลกระทบเชิงบวกที่พวกเขาสร้างจึงใหญ่โตไม่เบา

จากสถิติล่าสุดในเว็บไซต์ BK ROT ช่วยให้ขยะอาหารไม่ต้องไปลงเอยกับการฝังกลบได้ถึง 936,000 ปอนด์ (ประมาณ 424,562 กิโลกรัม) ทีมงานปั่นจักรยานเก็บขยะแบบไร้มลพิษไปแล้วกว่า 4,500 ไมล์ (ประมาณ 7,242 กิโลเมตร) และบริการนี้ก็จ่ายเงินเป็นค่าจ้างให้เหล่าทีมงานวัยรุ่นไปแล้วกว่า 210,000 ดอลลาร์ฯ 

ความสำเร็จที่พวกเขาสร้างยังได้รับการมองเห็นและฉายไฟส่องมา BK ROT เพิ่งคว้าตำแหน่งผู้ชนะใน Community Food Funders Champions Award ของ ค.ศ. 2021 นี้ ในฐานะโปรเจกต์จัดการขยะอาหารที่มีชุมชนเป็นฐาน ใช้หลักความเป็นธรรมทางสังคมและความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงช่วยพัฒนาเยาวชน 

ความเปลี่ยนแปลงที่ BK ROT สร้างไม่เล็กน้อย แต่เมื่อซูมเข้าไปในภาพใหญ่นั้น เราก็จะยังคงเห็นแก่นสำคัญ นั่นคือ บริการที่ช่วยแก้ปัญหาขยะอาหารนี้เกิดจากความร่วมมือของคนตัวเล็กๆ ในพื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง เหล่าทีมงาน บ้านและร้านค้า จนถึงผู้สนับสนุน 

เพราะอย่างนั้น BK ROT ที่อยู่ไกลถึงนิวยอร์กจึงอาจเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ รวมถึงในเมืองไทยของเรา ในย่านเล็กและใหญ่ที่พวกเราอาศัยอยู่ด้วยกัน

และอาจเริ่มต้นได้จากตัวเรานี่เอง 

โปรเจกต์แก้ปัญหา Food Waste รับขยะอาหารจากบ้านและร้านค้ามาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยให้สวนชุมชนในนิวยอร์ก โดยคนตัวเล็กๆ ที่อยากเห็นโลกดีขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง

www.bkrot.org

www.ediblebrooklyn.com

communityfoodfunders.org

news.thaipbs.or.th

www.bltbangkok.com

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

มีคำกล่าวกันว่า ‘ประวัติศาสตร์นั้นเขียนขึ้นโดยผู้ชนะ’ เราพบความจริงนี้ได้ในหลากหลายที่ ตั้งแต่ตำราเรียนของเด็ก ๆ จนถึงบันทึกประวัติศาสตร์เก่าแก่

เมื่อฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าของอำนาจ บางชื่อจึงอาจถูกลบ บางเหตุการณ์จึงอาจไม่ถูกพูดถึง ‘ความจริง’ ที่เราเห็นจึงอาจเป็นเพียงด้านเดียวของอดีต

แล้วทำอย่างไร เราถึงจะได้รู้ เพื่อเรียนรู้ว่าในวันวานมีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ บ้าง

วันนี้ฉันจะมาเล่าให้คุณฟังถึงเคสหนึ่งที่ออกแบบให้ประวัติศาสตร์ได้ถูกบันทึกไว้ตามที่มันเป็น

ชื่อของเคสนี้คือ ‘Fortepan’ คลังภาพประวัติศาสตร์ออนไลน์ที่โด่งดังของประเทศฮังการีค่ะ

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Reményi József

คลังภาพถ่ายธรรมดา จากคนธรรมดา

ในช่วงกลางยุค 80 Miklós Tamási ผู้ก่อตั้ง Fortepan คือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่สนใจอยากคืนชีวิตให้ประวัติศาสตร์จากสายตาประชาชนฮังการี ซึ่งเขาเคยเห็นในหนังและภาพถ่าย

เพราะมีความฝันเช่นนี้ Tamási จึงมักแวะเวียนไปที่ถังขยะเพื่อเก็บภาพถ่ายเก่า ๆ ที่ผู้คนโละทิ้งมาสะสมไว้ และเข้าทำงานที่แกลเลอรี่ของมหาวิทยาลัย Central European ในขอบเขตงานที่เน้นเกี่ยวกับการจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์

ฟังดูเหมือนงานในฝัน แต่ที่นั่น Tamási พบความจริงว่า ภาพที่นำมาจัดแสดงล้วนมาจากมุมมองที่ถูกออกแบบไว้แล้ว ส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายเพื่อลงในสื่อต่าง ๆ ในที่สุดว่าที่ผู้ก่อตั้ง Fortepan ก็ทนไม่ไหว เขาตัดสินใจเปิดคลังภาพออนไลน์ของตัวเองในปี 2010 เพื่อบอกเล่าความจริงจากอีกฝั่งหนึ่งแทนที่ภาพถ่ายซึ่งคัดเลือกมาอย่างดีของนิทรรศการ คลังภาพนี้รวมภาพธรรมดาสามัญจากกล้องที่ถ่ายกันในครอบครัว

และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Fortepan คลังภาพออนไลน์ซึ่งได้ชื่อมาจากโรงงานผลิตฟิล์มถ่ายภาพ Forte ของประเทศฮังการี

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Dán Zsuzsanna
Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Magyar Rendőr

คลังภาพถ่ายที่ชวนประชาชนร่วมสร้างประวัติศาสตร์

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ Tamási ตั้งใจออกแบบให้คลังภาพของเขาเริ่มต้นในปี 1900 และสิ้นสุดในปี 1990

“ช่างภาพเริ่มออกไปเดินถ่ายภาพตามท้องถนนตั้งแต่ช่วงปี 1890 แต่เราหาภาพในช่วงนั้นไม่ค่อยได้ นั่นทำให้เราเลือกช่วงปี 1990 เป็นจุดเริ่มต้น” Tamási อธิบาย “จุดสิ้นสุดของคอลเลกชันภาพ Fortepan คือ ปี 1990 ซึ่งเป็นช่วงที่ฮังการีเปลี่ยนจากยุคสังคมนิยมสู่ระบอบประชาธิปไตย”

ถ้าถามว่าทำไมถึงเลือกหยุดที่ตรงนี้ คำตอบของผู้ก่อตั้ง Fortepan คือระบอบประชาธิปไตยมาพร้อมกับทุนนิยม ซึ่งส่งผลให้ภาพถ่ายไม่คลาสสิกเหมือนก่อน

แน่นอนว่าภาพถ่ายยุคศตวรรษที่ 20 ยังมีอะไรอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของชนชั้น เมื่อมีเพียงครอบครัวร่ำรวยเท่านั้นที่ได้ครอบครองกล้องถ่ายรูป ทำให้แม้จะไม่ใช่ภาพออกสื่อ แต่ภาพ Home Photography ใน Fortepan ก็มักจะดูสวยงามอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ช่วงเวลานั้นยังมีเหตุการณ์สำคัญอย่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ซึ่งมีภาพหลงเหลือมาน้อยนิด เพราะชาวยิวถูกห้ามไม่ให้มีกล้องถ่ายรูป

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Aradi Péter
Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Ambrus Tibor

เพราะอย่างนี้ Tamási จึงออกแบบให้คลังภาพออนไลน์ของเขาเปิดรับภาพถ่ายจากคนทั่วไป เพื่อให้ประวัติศาสตร์ไม่เว้าแหว่งขาดหาย ซึ่งหมายรวมถึงชาวฮังการีที่ต้องอพยพออกนอกประเทศ มากกว่านั้น นโยบายของคลังภาพยังเขียนขึ้นแบบเน้นความเท่าเทียม โดยเปิดให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ภาพเหล่านี้ได้ฟรี รวมถึงให้ผู้ใช้มาร่วมใส่แท็กใน Index ของคลังภาพได้

ด้วยความพยายามเช่นนี้ Fortepan จึงไม่ใช่เพียงคลังภาพเก่าทั่วไป แต่เป็นที่ซึ่งคนในฮังการีได้มาร่วมเติมเต็มประวัติศาสตร์ของประเทศ

เพราะความพยายามนี้ ในคลังภาพของ Tamási จึงมีภาพหลากหลายอย่างแท้จริง อาทิ ภาพหายากจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อย่างภาพโรงงานผลิตแก้วในกรุงบูดาเปสต์ของ Carl Lutz ชาวสวิส ซึ่งเปิดให้ชาวยิวเชื้อสายฮังกาเรียนเข้ามาหลบซ่อนตัว โดยทางคลังภาพใช้เวลาครึ่งปีติดต่อกับลูกสาวของ Lutz และ Swiss Federal Institute of Technology in Zürich เพื่อให้ได้ภาพเหล่านี้มา

เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Reményi József
เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Agnes Hirschi

เมื่อเปิดกว้างและบอกเล่าเรื่องราวที่ไม่เคยเห็นที่ไหน Fortepan ที่มีจุดเริ่มต้นจากชุดภาพถ่ายที่ Tamási สะสมไว้ จึงกลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ฮังการีที่ทรงพลังในที่สุด

คลังภาพที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2010 ด้วยไฟล์ภาพถ่ายประมาณ 5,000 ภาพ ในตอนนี้ Fortepan มีภาพมากกว่า 100,000 ภาพ และถูกใช้งานแพร่หลาย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนหนึ่งที่ร่วมบริจาคภาพถ่ายหรือไม่ ถ้าอยู่ในฮังการี เป็นไปได้สูงที่คุณมีสิทธิ์จะได้เห็นภาพจากคลังภาพออนไลน์นี้ผ่านตา

แม้ Tamási จะตั้งใจทำโปรเจกต์นี้แบบไม่แสวงหารายได้ ประชาชนฮังการีก็มักเลือกบริจาคเงินให้ Fortepan แทนห้องสมุดแห่งชาติหรือพิพิธภัณฑ์ ซึ่งสะท้อนชัดว่าพวกเขาเห็นคุณค่าคลังภาพนี้มากแค่ไหน

มีคำกล่าวกันว่า เราเรียนรู้จากอดีต และ Fortepan ก็คือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทุกคนได้รู้จักและเข้าใจอดีตตามที่มันเป็น

ที่สำคัญ เครื่องมือนี้ไม่ใช่สิ่งสลับซับซ้อนเข้าใจยาก หากตั้งใจมากพอ เราสามารถเห็น Fortepan เกิดขึ้นได้ทุกหนแห่ง ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในฮังการีเท่านั้น

แน่นอนว่ารวมถึงเมืองไทย ประเทศที่เราต่างรู้ดีว่ายังมีประวัติศาสตร์อีกหลายส่วนที่ขาดหาย ลบเลือน และไม่ถูกพูดถึง

เราพบเศษเสี้ยวของมันได้ในภาพถ่ายเก่าที่แชร์กันตามกลุ่มเฟซบุ๊กหรือพิพิธภัณฑ์ออนไลน์อย่างพิพิธภัณฑ์สามัญชน แต่ฉันเชื่อว่าแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากพลังประชาชนยังงอกงามต่อไปได้ยิ่งกว่านี้

เพราะต่อเมื่อเราได้เห็นประวัติศาสตร์ตามจริงเท่านั้น ประวัติศาสตร์จึงจะไม่ซ้ำรอย

เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Reményi József

ข้อมูลอ้างอิง 

fortepan.hu

hungarytoday.hu

hyperallergic.com

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load