ถ้าเรามีที่ดินขนาด 4 ไร่ เราจะทำอะไรกับมัน

แล้วถ้าที่ดิน 4 ไร่นั้นอยู่ติดกับทั้งรถไฟฟ้า และถนนใหญ่ใจกลางเมืองย่านสาทร เราจะทำอะไรกับมัน

เราคงทำไม่กี่อย่าง เพราะจากราคาประเมินของกรมที่ดิน พื้นที่ขนาด 1 ตารางวาในละแวกสาทรมีราคาเริ่มต้นที่ 450,000 บาท มูลค่าของที่ดินแปลงนี้ ถ้ามีการซื้อขายก็คงจะไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท ยิ่งถ้าเอาไปสร้างตึกสูงเสียดฟ้าก็จะยิ่งเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้นไปกว่านั้นอีกหลายเท่าตัว

แต่มีคนที่เลือกจะเก็บพื้นที่นี้พร้อมอาคารสำนักงานและโกดังเก่าที่อยู่มาแต่เดิมไว้ให้คงอยู่ต่อไป แล้วปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานทั้งในตัวอาคารและพื้นที่รอบๆ ให้เหมาะกับการเป็นอาคารสำนักงานให้เช่าในยุคสมัยนี้โดยที่ยังคงเก็บอาคารเหล่านั้นให้อยู่ในสภาพคล้ายเดิมที่สุดด้วย

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

BHIRAJ TOWER, โกดัง, ออฟฟิศ สาทร, ออฟฟิศ รีโนเวท

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

ตอนนี้อาคารทั้ง 3 หลังในโครงการคลุมพื้นผิวด้วยสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับตะแกรงเหล็กฉีกสีขาวนวลที่ครอบทับทั้งตัวตึก ด้านในอาคารออกแบบให้มีหน้าต่างและช่องแสงมากมาย อาคารนี้จึงดูทันสมัยขึ้นมามากแบบที่ลืมภาพอาคารเก่าอับๆ ทึบๆ ไปได้เลย

ที่สำคัญที่สุดก็คือ พื้นที่โดยรอบโครงการร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่มากมาย (ประเมินด้วยสายตาคร่าวๆ พื้นที่โล่งๆ พวกนี้ใหญ่กว่าตัวอาคารให้เช่าเสียอีก) เมื่อมีลมพัดผมก็ได้ยินเสียงใบไม้กระทบกันพาให้นึกถึงว่าอยู่ในสวนสาธารณะมากกว่าอยู่กลางเมือง ผมขอย้ำอีกครั้งว่า พื้นที่นี้อยู่บนถนนสาทร ถนนที่อุดมไปด้วยตึกระฟ้าซึ่งดูเหมือนการสร้างตึกเตี้ยๆ บนถนนเส้นนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย

ที่นี่คือโครงการ BHIRAJ TOWER at Sathon อาคารสำนักงานให้เช่าที่เพิ่งถูกปรับปรุงใหม่เอี่ยม ตั้งอยู่บริเวณถนนสาทรใต้ ติดสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ ด้านข้างคือโรงพยาบาลโรงงานยาสูบ ฝั่งตรงข้ามคือโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย อะไรที่ทำให้เจ้าของโครงการเลือกเก็บพื้นที่กลางเมืองไว้ให้เป็นที่โล่งๆ โปร่งๆ แทนที่จะสร้างเป็นตึกสูง เราขอพาทุกท่านเดินลงจากรถไฟฟ้าเข้ามาหาคำตอบในโครงการแห่งนี้กัน

BHIRAJ TOWER, โกดัง, ออฟฟิศ สาทร, ออฟฟิศ รีโนเวท BHIRAJ TOWER, โกดัง, ออฟฟิศ สาทร, ออฟฟิศ รีโนเวท

โกดังแห่งแรกของถนนสาทร

ถ้าอยากรู้เบื้องหลังเกี่ยวกับโครงการนี้คงไม่มีใครตอบได้ดีกว่าผู้บริหารโครงการ ตอนนี้ผมจึงอยู่กับ คุณมนต์-ปิติภัทร บุรี กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทภิรัชบุรี ผู้ดูแลโครงการ BHIRAJ TOWER at Sathon และ ทีมบูรณสถาน สถาปนิกของโครงการ (ทั้งคู่เคยร่วมงานกันในโครงการ oneudomsuk ติดสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข)

“บ้าหรือเปล่า พื้นที่ 4 ไร่ บนถนนสาทร ทำไมเอามาทำแบบนี้” คุณมนต์เล่าให้เราฟังว่า นี่คือคำพูดที่มีคนบอกเขาบ่อยมาก

ที่นี่คืออาคารสำนักงานและโกดังให้เช่าแห่งแรกบนถนนสาทรเมื่อ 40 – 50 ปีที่แล้ว ตอนนั้นถนนสาทรยังเป็นคลองอยู่เลย ที่นี่มีผู้เช่าเช่าต่อเนื่องมาตลอดจนเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ทางกลุ่มบริษัทตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพื้นที่แห่งนี้ให้เหมาะสมกับยุคสมัยมากขึ้น

การบูรณะอาคารเก่านั้นใช้งบประมาณสูงมาก อาคารที่ถูกบูรณะจึงมักจะเป็นอาคารเก่าที่สวยงาม สร้างอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งโกดังทรงเหลี่ยมทึบหนาไร้การตกแต่งใดๆ นี้ไม่ได้ใกล้เคียงสิ่งนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วทำไมเจ้าของถึงเลือกเก็บแทนที่จะทุบทิ้ง

มันไม่ได้สวยเท่าบ้านเก่าหรือวังเก่าจริงๆ ครับ แต่ถ้ามองด้านงานวิศวกรรม โกดังเหล่านี้ก็มีคุณค่าอยู่นะ เพราะเป็นรูปแบบอาคารที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนสร้างแล้ว ทั้งหน้าจั่ว โครงไม้ที่ยึดหลังคา ยังอยู่ในสภาพที่ดีมากๆ”

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

คิดใหม่ (ที่) ทำ(งาน)ใหม่

คุณมนต์เล่าภาพในหัวให้ฟังว่า อยากเห็นสำนักงานให้เช่าภายใต้คอนเซปต์ใหม่ที่แตกต่างไปจากที่ทาง BHIRAJ BURI เคยทำมาทั้งหมด ออกมาเป็นแบบไหน

“โครงการนี้เราคิดกันมานานแล้ว ที่นี่เป็นอาคารสำนักงานแรกของกลุ่มบริษัทภิรัชบุรี ด้วยขนาดพื้นที่ 4 ไร่ที่สาทรเนี่ยก็ทำให้เราต้องคิดเยอะขึ้นไปอีก สุดท้ายก็มาลงตัวกับการเป็นสำนักงานคอนเซปต์ใหม่ในรูปแบบ Office Campus สำนักงานให้เช่าที่เราทำมาก่อนหน้านี้ทั้งหมดเป็นตึกสูงหลายสิบชั้น มีพื้นที่หลายหมื่นถึงหลายแสนตารางเมตร ชั้นล่างเป็นล็อบบี้และร้านค้า ชั้นถัดขึ้นมาจะเป็นที่จอดรถ สักชั้น 10 ก็เริ่มเป็นสำนักงาน

“คนทำงานในสำนักงานข้างบนกับคนที่อยู่ข้างล่างไม่มีอะไรเชื่อมต่อกันได้เลย เราเลยอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ต้นแบบของอาคารสำนักงานแบบใหม่ คนที่มาทำงานจะได้เชื่อมโยงและรู้จักคนอื่นๆ ในโครงการ หรือมี Social Connection อย่างพื้นที่ส่วนกลางของโครงการที่เราตั้งใจทำให้ร่มรื่นน่านั่งเล่น รวมถึงร้านอาหารร้านกาแฟ และไม่ใช่แค่สำหรับคนในโครงการแต่รวมไปถึงคนข้างนอกด้วย เราเปิดทางเข้าโครงการไว้โล่งๆ เลย เพื่อให้ดูน่าเดินเข้ามา”

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

ผมสนใจแนวคิด Office Campus ที่เน้นการเชื่อมโยงกันของคนในโครงการ รูปแบบของสำนักงานที่เปลี่ยนไปมีที่มาจากการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและบริษัทในยุคต่อไปที่เน้นให้มีขนาดเล็กลงอย่าง Start Up หรือเปล่า

“ที่ผ่านมาตึกสำนักงานของเราดูซีเรียสมาก ทุกคนมาทำงานต้องใส่สูท ผูกเน็กไท ที่นี่เราเลยอยากให้รองรับคนทำงานที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งคนที่ใส่กางเกงขาสั้นมาทำงาน หรือจะใส่หมวก ย้อมสีผม ไม่ใช่แค่คนที่ใส่สูทเท่านั้น ตึกสำนักงานแบบใหญ่ๆ บางทีก็ไม่ตอบโจทย์เรื่อง Flexible Working Hours”

ผมเห็นด้วยกับเขา เพราะสำนักงานใหญ่ๆ บางแห่งมีกำหนดเวลาเปิด-ปิดแอร์อย่างชัดเจน ถ้าอยู่ทำงานเกินเวลาก็จะไม่มีแอร์ใช้

“ถ้าคุณอยากมาทำงานวันหยุด หรือเร่ิมทำงานตอนดึกก็ทำได้หมด เพราะผมอยากสร้างที่ทำงานที่ทำให้พนักงานมาแล้วมีความสุขมากขึ้น พอมีความสุขก็ทำงานดี ก็น่าจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตด้วยเช่นกัน” คุณมนต์อธิบาย

น่าสนใจว่า Social Connection มีประโยชน์กับการทำงานยังไง เพราะบางบริษัทมองว่าพนักงานที่ไปนั่งคุยกับคนอื่น หรือทำงานที่ร้านกาแฟนั้นดูคล้ายกับอู้งานมากกว่า

“โครงการนี้ออกแบบมาให้ผู้คนได้มีจุดนัดพบเจอกันง่าย ร้านกาแฟอย่าง Roots หรือร้านอาหารอย่าง OCKEN ที่เข้ามาผสมในพื้นที่ส่วนกลางที่ใหญ่และร่มรื่นช่วยให้พื้นที่น่าสนใจขึ้น คนทำงานข้างในที่มานั่งกินกาแฟ ก็อาจจะเจอคนที่ทำงานอยู่แถวๆ นี้แวะมา ที่นี่อาจจะเป็นศูนย์กลางที่คนหลากหลายจะได้มาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ซึ่งน่าจะช่วยเรื่องการทำงานสำหรับคนยุคนี้ได้”

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

ผู้เช่าคือเพื่อน

คุณมนต์บอกว่า อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของโครงการกับผู้เช่าเป็นเหมือนเพื่อน ซึ่งเป็นแนวคิดที่มาพร้อมกับออฟฟิศแบบ Campus

“ในอดีตความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของที่ดินแบบดั้งเดิมกับผู้เช่ามีเส้นที่ตีแบ่งไว้ชัดเจนเลย แต่ด้วยประสบการณ์ที่เราบริหารสำนักงานมาหลายตึกแล้ว เราต้องเริ่มรื้อเส้นนี้ เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นคนให้เช่าออฟฟิศ แต่เป็น Solution Provider

“ถ้าธุรกิจเขาโตได้เขาก็จะนึกถึงเรา วันนี้เขาอาจจะเริ่มต้นมีพื้นที่แค่ 60 ตารางเมตร แต่ในอนาคต ธุรกิจเขาไปได้ดี เขาอาจจะมองหาพื้นที่ขนาด 400 ตารางเมตร ก็เป็นโจทย์ที่ผมต้องไปหาทางเลือกมาให้เขาต่อไป ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนยั่งยืนกว่านะครับ”

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

นำความร่มรื่นกลับมาสาทร

“เราคุยกันตั้งแต่แรกแล้วว่า อะไรที่พอเก็บได้ก็ควรจะเก็บ ทั้งหน้าตาอาคาร ไปจนถึงประตูและหน้าต่างของอาคารทุกหลัง จะมีการเก็บรักษาให้หน้าตาออกมาเหมือนเดิม ซึ่งสร้างปัญหาให้เรามาก อย่างตัวโกดังในยุคนั้นก็มีการทำครีบช่วยบังแดด พอเรามาทำสำนักงานก็อยากให้ดูทันสมัยขึ้น แต่บังแดดได้ดีเหมือนเดิม เราเลยใช้ตะแกรงเหล็กมายึดปิดทับตรงครีบ” คุณมนต์เริ่มเล่าวิธีการบูรณะอาคารหลังนี้

“การเพิ่มช่องแสงหรือหน้าต่างให้มากขึ้นในอาคารเก่าเป็นสิ่งที่ทำไม่ง่ายเลย รวมถึงการเก็บต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่เอาไว้ทุกต้น ไม่มีการตัดทิ้งเลย” 

ฝั่งสถาปนิกโครงการเล่าว่า “เราเริ่มจากสำรวจอาคารก่อน ตอนแรกเราเห็นว่าเป็นตึกที่ค่อนข้างเก่า ผนังอาคารทุกหลังมีแต่กราฟฟิตี้ แต่โครงสร้างของตึกถือว่าดีมาก ทั้งเหล็กและปูนยังคงสมบูรณ์ดีอยู่ ทำให้เราทำงานง่ายขึ้น”

ขั้นตอนต่อมาคือการพูดคุยกับเจ้าของโครงการเพื่อหาความต้องการของลูกค้า BHIRAJ BURI เชี่ยวชาญเรื่องการทำสำนักงานให้เช่ามาก จนเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี บูรณสถานให้เวลาในส่วนนี้เยอะที่สุด จนสรุปออกมาเป็นแนวคิดของโครงการว่า ‘นำความร่มรื่นของสาทรกลับมา’

“ถนนสาทรเคยเป็นคลองมาก่อน มีต้นไม้มาก โครงการนี้จึงเหมือนดึงเอาความร่มรื่นในอดีตให้กลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้งหนึ่ง ต้นไม้ของที่นี่ก็เป็นต้นเก่าแก่ของย่านสาทรอย่างต้นหางนกยูงและต้นแคนา บรรยากาศของโครงการก็พยายามทำให้เป็นภาพของสาทรในอดีตที่อยู่กันแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ แต่มีรูปลักษณ์ของโครงการที่ทันสมัยดึงดูดคนรุ่นใหม่

คุณมนต์ชี้ให้ผมดูบล็อกปูพื้นและผิวถนนในโครงการที่ออกแบบมาให้รถยนต์ขับช้าลงเมื่อเข้ามาในโครงการ ทางเดินเชื่อมต่อกันระหว่าง 3 อาคาร ช่วยให้เดินไปมาหากันง่ายขึ้น บรรยากาศดูผ่อนคลายและชวนให้คนมาใช้ชีวิตช้าลง ซึ่งนำไปสู่ Social Connection ภายในโครงการ

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

BHIRAJ TOWER, โกดัง, ออฟฟิศ สาทร, ออฟฟิศ รีโนเวท

คืนชีวิตแก่วัสดุเก่า

ล็อบบี้ของทั้ง 3 อาคาร หรือโถงทางเข้าไปจนถึงราวบันได ประดับด้วยไม้สักเก่าขนาดกว้างและใหญ่มาก ซึ่งแทบจะหาไม่ได้แล้วในยุคนี้

“ตอนที่เราเข้ามาดูในโกดัง ถ้าเจอวัสดุอะไรที่พอใช้ได้เราจะเก็บไว้ก่อน” ทีมบูรณสถานเริ่มเล่าที่มาของการทำวัสดุเก่าในโครงการมาชุบชีวิตใหม่ “เราเน้นวัสดุที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว เหมือนได้มาฟรีจากตัวอาคารเก่า ถ้าไม่เอามาใช้ก็เปล่าประโยชน์ เราเจอไม้สักจำนวนมากอยู่ในโกดัง เลยเอามาใช้ตกแต่งทั้งล็อบบี้และโถงบันได โดยปรับรายละเอียดเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะกับวัสดุ แต่ถ้าเจอของที่ใช้ไม่ได้ เราก็ต้องทิ้ง ไม่ใช่ฝืนใช้”

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

อุปสรรคในการบูรณะ

ตั้งแต่เริ่มบูรณะเมื่อ 2 ปีก่อน จนถึงตอนนี้ พวกเขาเจอปัญหาอะไรบ้าง

“ทุกอย่างครับ” คำตอบของคุณมนต์เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งจากบูรณสถานและตัวเขาเอง “โจทย์มันยาก เพราะโครงสร้างของมันตอบโจทย์การใช้งานเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว ไม่ใช่ตอนนี้ พอเราจะดัดแปลงเพื่อให้เหมาะกับปัจจุบัน ก็ดัดแปลงไม่ได้มาก ต้องหาวิธีอื่นๆ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานเป็นสำนักงานยุคปัจจุบัน โครงหลังคาด้านบนของอาคารทั้งสามหลังเป็นโครงไม้ที่สวยมาก แต่จะเปิดทิ้งไว้โดยไม่มีฝ้าก็ทำไม่ได้ ใครจะนั่งทำงานแบบไม่มีแอร์ได้ ก็เลยต้องปิดฝ้าไป”

“งานบูรณะไม่มีอะไรที่ตรงตามแบบร้อยเปอร์เซ็นต์  เราไม่มีแปลนของโกดังนี้ พอต้องดัดแปลงอาคาร ก็ต้องมาดูตัวโครงสร้างเดิมว่าทำอะไรเพิ่มได้บ้าง พอไม่มีแบบก็ต้องเอาวิศวกรเข้าไปทำการทดสอบว่าพื้นรับแรงได้เท่าไหร่ บางทีเจาะพื้นไปแล้วกลายเป็นว่า ไม่มีคานที่เป็นโครงสร้างด้านในทั้งที่มันควรจะมี บางครั้งก็ทดสอบไม่ได้ จึงต้องแก้ปัญหาหน้างาน การหยิบเอาวัสดุเก่ามาใช้ตกแต่งในโครงการ ถ้ามีตำหนินิดหน่อยก็ต้องยอมรับให้ได้” สถาปนิกโครงการเสริมถึงอุปสรรคที่เจอ

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร  BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

อาคารสำนักงานแห่งนี้จะต่างจากสำนักงานอื่นตรงไหนบ้าง

“ผู้เช่าของที่นี่จะดูเซ็กซี่มาก” คุณมนต์ตอบพร้อมเสียงหัวเราะ “เวลาที่ต้องนัดหมายหรือประชุมกับบริษัทอื่นๆ เขาน่าจะอยากนัดที่นี่มากกว่าที่อื่นนะ เหมือนเป็นจุด Meeting Point ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้ที่อยู่ที่นี่ครับ”

หลังจากคุยกับคุณมนต์ ผมยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในโครงการ ลมพัดอ่อนๆ ได้ยินเสียงใบไม้กระทบกัน ภาพของโกดังสีน้ำเงินเข้มเหล่านี้ที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางตึกสูงเสียดฟ้าที่อยู่รอบข้าง ผมคิดว่าไม่ใช่แค่คนมาเช่าหรอกที่เซ็กซี่ โกดังเก่าเหล่านี้ก็เซ็กซี่ไม่แพ้กัน

 BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

BHIRAJ TOWER at Sathon

ระยะเวลาการรีโนเวต | 2 ปี

ผู้พัฒนาโครงการ | กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี

สถาปนิกโครงการ | บูรณสถาน

ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์

โทรศัพท์ 66 2261 0261

http://www.bhirajburi.co.th/th/index.php

[email protected] 

Writer & Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Re-Place

เบื้องหลังการรีโนเวตอาคารเก่า

สำหรับคนชอบสถาปัตยกรรม รักบรรยากาศวินเทจ ชอบเดินเล่นชมเมืองสวยๆ หรือรสนิยมตรงกับทุกข้อที่กล่าวมา ย่านเมืองเก่าภูเก็ตคงเป็นจุดหมายที่น่าไปเยี่ยม อาคาร 2 ชั้นสไตล์เพอรานากันที่เรียงรายตามถนนสายเก่าคล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรมที่ปีนังหรือมะละกา ตึกแถวของเมืองท่าติดทะเลผสมวัฒนธรรมจีนเข้ากับกลิ่นอายฝรั่ง ดีเทลเล็กๆ อย่างขอบโค้งของหน้าต่าง ลายฉลุบนกำแพง หรือระเบียงกว้างบนชั้นสอง ล้วนยืนหยัดทนแดด ฝน ลมทะเล และกาลเวลา มาอย่างสง่างาม

ฉันเดินดูตึกเก่าที่ภูเก็ตทั้งวันได้โดยไม่เบื่อ และชอบนอนพักในย่านเมืองเก่ามากกว่าโรงแรมใหม่ ไม่ใช่แค่เพราะความสวยน่ามอง แต่เพราะยุคสมัยของตึกแบบนี้จบลงไปแล้ว อดีตที่อาศัยอยู่ในอิฐปูนทำให้บ้านเรือนที่นี่มีความจริง มีความทรงจำ และมีความหมายพิเศษสำหรับแขกผู้มาเยือน

ชิโน-โปรตุกีส

ตึกสีชมพูพาสเทลแบบหนัง Wes Anderson ในซอยรมณีย์ ถนนถลาง เป็นหนึ่งในอาคารที่ฉันประทับใจมากที่สุด มันสวยเก๋ตามสมัย ขณะเดียวกันก็รักษาความดีงามของยุคเก่าไว้ครบถ้วน ชั้นล่างของตึกเป็นร้านไอศกรีม Torry’s Ice Cream ที่อร่อยเป็นบ้าเป็นหลัง ส่วนชั้นบนเป็นที่พักเล็กๆ ชื่อ 2rooms Boutique House โดยสองสามีภรรยา ทัช-ธรัช กับ ชมพู่-วทัญญู ศิวภักดิ์วัจนเลิศ สถาปนิกจาก Dhamarchitects ตัดสินใจลงทุนรีโนเวตอาคารเก่าเป็นโรงแรมที่สะท้อนตัวตนของพวกเขามากที่สุด

บ่ายวันหนึ่งที่อากาศร้อน (ร้อนพอจะเป็นข้ออ้างให้ซื้อไอศครีมกินหลายลูกโดยไม่รู้สึกผิด) ฉันได้โอกาสเข้าไปเมียงมองห้องพักแสนสวย และพูดคุยกับทัชเรื่องการตบแต่งอาคารเพอรานากันนี้ใหม่ ตั้งแต่โครงสร้างภายนอกจนถึงไอเดียเบื้องหลังทุกซอกทุกมุม

ชิโน-โปรตุกีส

บ้านตัวอย่าง

Dhamarchitects เป็นบริษัทสถาปนิกที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบโรงแรมในภาคใต้ ทัชชอบธรรมชาติ ส่วนชมพู่ชอบศิลปะ ทั้งคู่ผสานจุดเด่นของตนเองเข้ากับบริบทสิ่งแวดล้อมใกล้ทะเล ยิ่งรับงานออกแบบโรงแรมในภูเก็ตและพังงามากเข้า พวกเขาก็เริ่มมองเห็นจุดผิดปกติบางอย่างในการสร้างและรีโนเวตโรงแรมในปัจจุบัน

“เราทำโรงแรมบ่อยจนเป็นของถนัด และเจอว่าโปรแกรมที่เจ้าของโรงแรมให้มามักมีความผิดพลาด เวลาทำโรงแรม เจ้าของต้องไปกู้ต้องแบงก์มา เขาเชื่อว่าต้องทำห้องเยอะๆ เพื่อให้ได้เงินเยอะพอไปผ่อนแบงก์ ทีนี้พอในเมืองมีห้องเต็มไปหมด ก็ต้องแข่งฟันราคากันเละ ทั้งที่เพดานราคาก็ไม่สูงอยู่แล้วเพราะไม่เห็นวิวทะเล เราเลยคิดว่าเมืองเก่าควรมีห้องจำกัด หมดแล้วหมดเลย คุณต้องต่อคิวกันมานอน ยิ่งมีห้องน้อย ห้องก็จะเต็มเร็วขึ้น ราคาย่านนี้ก็สูงขึ้น”

สถาปนิกหนุ่มเล่าว่าเคสที่เขามักเจอคือลูกค้าถูกใจตึกเก่าเลยตั้งใจซื้อมาทำโรงแรม แต่พอคำนวณตัวเลขธุรกิจแล้วก็ต้องทุบตึกโบราณทิ้ง เพราะค่ารีโนเวตแพงกว่าสร้างใหม่ สุดท้ายเรื่องมักลงเอยที่การสร้างที่พักราคาย่อมเยาแห่งใหม่ขึ้นเสมอ

“สมมติคุณมีตึกแถว 1 คูหา 2 ชั้น ชั้นล่างต้องเป็นที่รับแขก มันจะแบ่งได้สักกี่ห้องเชียว แบ่งเป็นห้องข้างหน้ากับห้องข้างหลังดีสุด ตรงกลางมีทางเดินกับห้องเล็กๆ เบ็ดเสร็จแล้วคุณอยากได้เงินเท่าไหร่ บางทีเราก็ถามเขาไปกวนๆ นะ พี่กล้าทำห้องเดียวใหญ่ๆ แล้วขายราคาเท่า 3 ห้องมั้ย ยิ่งห้องเยอะ ต้นทุนก็อีกเรื่องนึงนะ ทั้งค่าเตียง ค่าอุปกรณ์ปูที่นอน เขามักจะไม่เชื่อ ถามกลับเสมอว่าทำได้จริงเหรอ เราเลยอยากทำ mock-up ขึ้นมาให้ดู จำลองธุรกิจให้เขาดูด้วยว่ามันเป็นไปได้”

ชิโน-โปรตุกีส ชิโน-โปรตุกีส

“จริงๆ ไอเดียของเราคือ 1 room คอนเซปต์แรกคือ 1 ชั้นมี 1 ห้อง แต่เผอิญเราได้ 2 ห้องเลยทำเป็น 2 rooms เราไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนมาพักทุกวัน เดือนนึงมี 10 – 20 วันก็เพียงพอแล้ว เราพยายามบอกเรื่องนี้กับลูกค้าทุกคนที่เข้ามา พาเขามาดูตัวอย่างที่นี่ ล่าสุดลูกค้าที่อยากได้ห้องเยอะก็เปลี่ยนใจแล้ว เอาห้องน้อยๆ ก็ได้ พอเห็นภาพก็นึกออกว่ามันน่าอยู่ เห็นความเป็นไปได้หลายทางในการทำที่พัก”

สถาปนิกหนุ่มสาวใส่ความเชื่อของตัวเองเต็มที่ลงในการออกแบบโรงแรมเล็กๆ เมื่อไม่มีโจทย์ลูกค้ามากำหนด สิ่งเดียวที่เป็นตัวตั้งในสมการออกแบบคือข้อจำกัดของอาคารเก่าเท่านั้น

ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

เชื่ออย่างไหน ทำอย่างนั้น

อาคาร 2 คูหานี้เคยเป็นสำนักพิมพ์ผลิตแผ่นพับภาษาอังกฤษชื่อ Art and Culture ที่รวมรวมเรื่องงานศิลปะในภูเก็ตมานานนับ 10 ปี เมื่อเจ้าของที่เป็นชาวต่างชาติตัดสินใจย้ายออกจากตึก Dhamarchitects เข้ามาเซ้งตึกต่อกับบริษัทตันติโกวิทย์ และเปลี่ยนสำนักงานติดแอร์ทั้งหลังให้กลายเป็นอาคารโปร่งกึ่ง outdoor ตามสไตล์บ้านแบบบาบ๋าย่าหยาอีกครั้ง

เมื่อเดินผ่านหน้าบ้านที่เป็นร้านไอศครีม กลางบ้านสีเหลืองคือคอร์ตกว้าง หลังคาเปิดออกเห็นท้องฟ้า มีบ่อรับน้ำฝนตรงกลาง ด้านหลังมีบันไดขึ้นไปชั้นสองที่แยกออกเป็นห้องพัก 2 ปีก

ชิโน-โปรตุกีส

“การอยู่บนเกาะภูเก็ตทำให้วัสดุที่ใช้แพงขึ้นเพราะมีค่าขนส่ง แต่สิ่งที่ได้มาฟรีคือแดด ลม ฝน ที่นี่แดดจัด ลมแรง ฝนมาทีก็หนักเลย ของพวกนี้มันทำให้ฤดูกาลมันชัด เราไม่สามารถไม่คิดถึงมันได้ อีกอย่างคือตึกเก่าจะมีแพตเทิร์นของมัน เห็นบ่อน้ำก็รู้ว่าเคยเป็นคอร์ต พอเปิดโรงแรมก็ต้องเอาพวกนี้มาเล่น ฝนตกก็ให้เห็นไปเลยว่าตก มีที่ให้ลมระบายได้ แล้วสถาปัตยกรรมที่โอเคมันต้องเล่นกับแสงเงา เราต้องคิดว่าอาคารเราสวยที่สุดตอนกี่โมง อย่างที่นี่ตอนเช้าๆ จะสวยดี สบายหน่อยเพราะไม่ร้อน เน้นให้อยู่สบายแบบกว้างๆ โล่งๆ คือเราจะป้องกันแดดฝน 100% เลยก็ได้ ใครก็ทำได้ ปิดให้หมดเลย แต่เราอยากให้เข้า ให้โดนสักหน่อย เปียกบ้างก็ไม่เป็นไร”

“เราโตมาแบบฝนตกแล้วคว้าสบู่วิ่งออกไป แล้วพี่ชายคว้าแชมพูตามหลัง บางทีฝนหยุด ฟองยังไม่หมดก็มี แต่เดี๋ยวนี้คนกลัวฟ้ากลัวฝนกันหมด นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้ตากฝนแบบเบิกบานใจ เลยอยากออกแบบให้ความรู้สึกเก่าๆ มันกลับมา”

ชิโน-โปรตุกีส ชิโน-โปรตุกีส

ผลของการออกแบบโดยใช้สัญชาติญาณและอ่านร่องรอยสถานที่ ทำให้อาคารหลังนี้กลับไปมีหน้าตาคล้ายคลึงกับสมัยก่อนโดยบังเอิญ ระหว่างที่ค้นข้อมูลเรื่องบ้านเก่า สถาปนิกหนุ่มได้เจอคนเก่าแก่ที่เฉลยให้เขาฟังว่าอาคารหลังนี้เคยเป็นร้านกาแฟมา 70 ปี มีเจ้าของกิจการคนเดียวไม่เคยเปลี่ยนมือ

“ตึกนี้ถือเป็นตึกที่ประหลาด ถ้าเป็นห้องแถวเขามักจะซอยเป็นห้องๆ แต่ตึกนี้ออกแบบมาตั้งแต่แรกให้มี 2 คูหา บ้านอยู่ข้างบน ข้างล่างเป็นร้าน เขาบอกว่าสมัยก่อนมันก็หน้าตาแบบนี้แหละ แค่บันไดเป็นบันไดทึบขึ้นข้างเดียว เราก็เชื่อว่ามันควรจะเป็นแบบนี้”

ชิโน-โปรตุกีส

ลงมือเปลี่ยนแปลง

ก่อน Dhamarchitects เข้ามาปรับปรุงพื้นที่ ชั้นบนของตึกเป็นห้องทำงานเจ้าของสำนักพิมพ์ ส่วนชั้นล่างเป็นที่ทำงานพนักงาน ปัญหาเดิมของตึกทึบเดินแอร์ทั้งระบบคือความมืดและความร้อนอับ บันไดพาดคร่อมปิดบ่อน้ำ สถาปนิกหนุ่มสาวจัดการรื้อพื้นชั้น 2 บันได และหลังคาบางส่วนออก แล้วทำบันไดใหม่เป็นแบบ outdoor ให้พื้นที่เปิดโล่งและบ่อน้ำได้กลับมาใช้งานอีกครั้งหนึ่ง

กำแพงด้านหลังบ้านเจาะรูเป็นวงกลมขนาดใหญ่ 2 วงซ้อนกันเพื่อให้ผนังมีความพรุน ไม่ทึบตัน ทัชอธิบายว่าเขาไม่สามารถรื้อกำแพงได้ตามชอบใจเพราะตึกเก่าใช้ผนังรับน้ำหนัก เลยต้องเลือกเจาะแค่บางส่วนให้แดดส่องและลมระบาย

“ที่เจาะผนังเป็นรูปนี้เพราะ 1 รูมก็คือ 1 เซลล์ มันเป็น 2 เซลล์ผสานกัน และเป็นโลโก้ของ 2 rooms ด้วย มองแล้วมันเหมือนตัวดับเบิ้ลโอของคำว่า room”

ชิโน-โปรตุกีส

เราเดินขึ้นบันไดขึ้นไปชั้นสองที่แบ่งเป็นปีกซ้ายขวา แต่ก่อนพื้นที่นี้ล้อมด้วยกระจกใสและมีบานเลื่อน สองสามีภรรยาไม่รื้อกระจกออกเพราะใช้กันเสียงได้ แต่ใช้วิธีปูไม้ล้อมกระจกอีก 1 ชั้นเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้ห้องพัก ห้องนอนทั้งสองห้องขนาดไม่สมมาตรเพราะตัวตึกเอียงเล็กน้อย แต่ออกแบบให้คล้ายคลึงเหมือนห้องแฝด ด้านหน้าห้องนอนจะมีห้องน้ำบานเฟี้ยมกึ่ง outdoor ด้านหน้า ส่วนห้องนอนสีน้ำเงินขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มดูภูมิฐาน ให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าอยู่เหมือนบ้าน

ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

ตกแต่งภายใน

นอกจากเตียง ตู้เสื้อผ้า โซฟานั่งเล่น ห้องนอนของ 2rooms Boutique House ยังมีโต๊ะให้เขียนหนังสือและทานข้าว เพราะเจ้าของตั้งใจออกแบบให้แขกที่มาพักนั่งนอนเล่นได้ทั้งวันในห้องแบบ open plan และแทนที่จะซื้อภาพสีน้ำหรือสีน้ำมันมาตกแต่งห้อง พวกเขาก็ติดภาพสเกตช์โรงแรมต่างๆ ที่เคยออกแบบหรือรีโนเวตแทน

ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

“ตัวตึกภายนอกมันช่วยเราได้เยอะ ข้างนอกเราไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะมันต่อเนื่องกันทั้งซอยอยู่แล้ว แต่ข้างในเราต้องทำให้มันมีลูกเล่น ทำให้เป็นแบบจีนยุคแรกๆ ไม่ออกสไตล์โคโลเนียล และเครื่องเรือนจะผสมความเป็นจีนกับอย่างอื่นนิดหน่อย เอาเครื่องเรือนมือสองมาผสมปนๆ กัน อย่างโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้ใส่ทีวีก็เอามาทำเป็นมินิบาร์ แต่ไม่มีทีวี เพราะเราเป็นคนไม่ดูทีวี และเชื่อว่าคนสมัยนี้ก็ไม่ค่อยดูทีวี เขาดูไอแพ็ดดูมือถือกัน เราว่าถ้าติดไปอย่างงั้นๆ อย่าติดเลยดีกว่า แต่ถ้าเป็นโรงแรมของลูกค้า เขาก็จะอยากให้มีสักหน่อย (หัวเราะ)”

ชาว Dhamarchitects อยากให้แขกอยู่กับตัวเอง อยู่กับความเรียบง่าย และใช้ชีวิตช้าลง พื้นที่หน้าเตียงจึงมีเครื่องเล่นแผ่นเสียงพร้อมแผ่นเสียงพร้อมสรรพแทนที่โทรทัศน์

ชิโน-โปรตุกีส ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

“เรา 40 แล้ว เราเบื่อที่เราลืมเพลงที่เราฟัง ลืมว่าตั้งค่ากล้องไว้ว่าอะไร เพราะของที่สะดวกมันคิดแทนเราหมด เลยเลือกของที่ดึงสติกลับมาหมดเลย กลับมาใช้อะไรช้าๆ แอนะล็อก ของสมัยที่เรายังเด็กกว่านี้ คิดมากกว่านี้ เวลาฟังเพลงก็ไม่ฟังเพลย์ลิสต์ที่ไหลไปเรื่อยๆ อย่างเครื่องเล่นแผ่นเสียง 5 เพลงก็ต้องลุกขึ้นไปเปลี่ยนแผ่นแล้ว แต่เราก็มีของที่เรารู้สึกว่าสำคัญนะ ไม่ได้ตั้งใจให้แขกต้องลำบาก เตรียมปลั๊กแบบนานาชาติ จานชามเผื่อซื้อของมากินในห้อง คือคิดเผื่อคนพักเลย ไม่ได้คิดว่าทำโรงแรมแล้วต้องทำแค่นั้นแค่นี้พอ”

พื้นที่รื่นรมย์

การพักผ่อนที่ 2rooms Boutique House ไม่มี welcome drink แต่จะมี welcome scoop จากร้านไอศครีมด้านหน้าให้กินวันละลูก ทัชเล่าให้ฟังว่าเขาตัดสินใจให้ร้าน Torry เช่าพื้นที่หน้าตึกทันทีที่ได้ชิมไอศครีม ปัจจุบันซอยรมณีย์จึงเป็นจุดแวะเยี่ยมที่มีชีวิตชีวา ผู้คนเดินเข้าออกเพื่อพักผ่อนหย่อนใจตลอดทั้งวัน

“ซอยรมณีย์ ชื่อนี้บอกแล้วว่ามันเกี่ยวกับธุรกิจโคมเขียวโคมแดงต่างๆ คนจะลงทุนบางคนเขาก็รู้สึกว่าที่มันไม่มงคล แต่เส้นนี้เป็นเส้นเดียวที่ตึกทุกหลังยังสมบูรณ์ใกล้เคียงแบบเดิมอยู่ เราน่าจะลองเปลี่ยนค่านิยมลบๆ จากรมณีย์แบบนั้นให้กลายเป็นรมณีย์อีกแบบนึง เป็นที่พักที่ดี และทำให้ย่านนี้ดีขึ้นได้”

สถาปนิกหนุ่มตบท้าย ฉันกวาดตามองถนนสายเล็กๆ เบื้องหน้าที่ดูอบอุ่นน่ารักแล้วเชื่อมั่นในสิ่งที่เขาพูด รมณีย์ในปัจจุบันกำลังมอบความรื่นรมย์แจ่มใสให้กับทุกคนที่ผ่านมาเยือน

ชิโน-โปรตุกีส

2 rooms Boutique House

สถาปนิก: ธรัช ศิวภักดิ์วัจนเลิศ, วทัญญู ศิวภักดิ์วัจนเลิศ
16 ซอยรมณีย์ ถนนถลาง ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต
FB | 2rooms Boutique House
076 354 335

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load