หาก Murakami เปิดร้านกาแฟ

“ลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านนี้ เขาคงหาความหมายอะไรในชีวิตมาเยอะแล้วล่ะ”

ประโยคนี้ทำให้เราชะงัก สัมผัสทั้งหมดที่ตอนแรกจดจ่ออยู่กับกาแฟเย็น ๆ ตัดกับอากาศร้อนของอยุธยา กลับมาจับจ้องอยู่ที่ พงษ์-พุทธิพงษ์ วณิชย์สุวรรณ์ เจ้าของร้าน Basic Space Coffee

“แต่ว่าบางจุดในชีวิตไม่ต้องหาความหมายก็ได้ เอาแค่ความรู้สึกก็พอ”

สำหรับพงษ์ การเดินเข้าร้านหมือนค่อย ๆ พลิกอ่านหนังสือของ Haruki Murakami ตรงที่ทั้งคู่เน้นตามอารมณ์ความรู้สึกไปเรื่อย ๆ มากกว่ามุ่งหาบทสรุป

“ร้านเราตกแต่งแบบไม่มีอะไรที่เฉพาะเจาะจง เพราะฉะนั้น อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ในร้านนี้” เรามองไปรอบ ๆ ร้าน เห็นทั้งปัจจุบันและอดีตกระโดดไปกระโดดมา เริ่มเห็นภาพตามว่าหาก Murakami เปิดร้านกาแฟ ก็คงมีบรรยากาศคล้ายที่นี่

ภาพวาดสไตล์การ์ตูนญี่ปุ่นตั้งอยู่ข้าง ๆ เครื่องเสียง

บนชั้นวางอุปกรณ์ทำกาแฟมีภาพถ่ายเก่าดูเก๋ของอากง คุณพ่อ และคุณแม่ของหนุ่มเจ้าของร้าน

เครื่องทำกาแฟตั้งอยู่บนโต๊ะขาสิงห์ที่ยืนต้อนรับลูกค้ามาตั้งแต่สมัยยังเป็นร้านอาหารตามสั่ง

ถึงสิ่งเหล่านี้จะจัดวางภายใต้ดีไซน์ที่ไม่เฉพาะเจาะจง แต่ทั้งหมดบ่งบอกว่า ร้านกาแฟนี้เป็นพื้นที่ของเขา

วันนี้เรามีโอกาสก้าวเข้ามานั่งจิบกาแฟภายในร้านจึงขอมอบพื้นที่บนกระดาษหน้าถัด ๆ ไปไว้บันทึกความทรงจำเกี่ยวกับร้านกาแฟแห่งนี้ ตั้งแต่เริ่มต้นจนตอนนี้ที่ได้มีโอกาสมานั่งคุยกัน

Basic Space Coffee ร้านกาแฟออกแบบง่าย ๆ ในเมืองอยุธยา ที่ปรับมาจากร้านโชห่วยของแม่
รูปถ่ายคุณแม่และคุณพ่อของพงษ์

พื้นที่ร้าน

ชื่อ Basic Space Coffee ถือกำเนิดขึ้นตอนที่เขากำลังฟังเพลงของ The xx หนึ่งในวงดนตรีที่พงษ์ชื่นชอบ

‘Basic Space, open air. Don’t look away when there’s nothing there.’

พงษ์เล่าว่า ‘Basic Space’ มันโดนใจ เพราะสะท้อนตัวเขาในตอนนั้นได้ตรงเผง เขาเริ่มทุกอย่างจากระดับพื้นฐานทั้งหมด

Basic Space Coffee ร้านกาแฟออกแบบง่าย ๆ ในเมืองอยุธยา ที่ปรับมาจากร้านโชห่วยของแม่

ตอนที่ตัดสินใจเปลี่ยนร้านอาหารตามสั่งกึ่งโชห่วยของแม่ที่ทำมากว่า 30 ปีให้เป็นร้านกาแฟ พงษ์เป็นเด็กหนุ่มจบเกษตรผู้ไม่มีความรู้ด้านการออกแบบเลย แต่รู้แน่ ๆ ว่าต้องประหยัดงบไว้ลงทุนกับเครื่องชงกาแฟ เลยตัดสินใจเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วในบ้านมาใช้ ทั้งโต๊ะของอากง ขาเก้าอี้ของแม่ ยันขาเตียงเก่า เอามารีไซเคิลและเปลี่ยนรูปแบบให้ใช้งานได้ พอมีของครบก็รู้สึกทันทีว่าที่นี่คือพื้นที่ของเขา จึงเป็นที่มาของคำว่า Space ส่วนคำว่า Basic สื่อถึงการออกแบบง่าย ๆ ตามประสาคนที่ไม่ได้จบสถาปัตยกรรมศาสตร์ และดันพอดีกับความต้องการให้ร้านดูเรียบง่ายและมีบรรยากาศเป็นกันเองอีกด้วย

“Basic Space เหมือนเราเลยว่ะ เราไม่มีอะไรพิเศษเลย แบบก็เขียนมือเอง กาแฟก็หาความรู้เอง ก็เลยเอาชื่อ Basic Space นี่แหละ”

ต่อมาเพื่อนพงษ์ซึ่งเป็นสถาปนิกของ BodinChapa Architects กลับมาอยุธยาพอดี จึงติดต่อให้มาช่วยปรับปรุง Basic Space ใหม่ โดยให้โจทย์ใหญ่ ๆ ว่า Renovation และ Basic

ตัวสถาปนิกเองก็ชอบโจทย์นี้

“ผมชอบอะไรง่าย ๆ เราเห็นร้านกาแฟบางที่ในเกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน มันสวยได้ไงวะ มันคือบ้านไม่ใช่เหรอ แต่เป็นการจัดวางที่ได้รับการออกแบบ เลยปล่อยให้เพื่อนสถาปนิกคิดว่าอยากทำอะไร เพื่อนรู้ว่าเราพอใจกับสิ่งที่เรียบง่ายมาก แค่นี้พอแล้วไม่ต้องอะไรมากมาย แต่สุดท้ายในความเรียบง่ายมันมีรายละเอียดเยอะจริง ๆ ทุกข้อต่อ ทุกรอยเชื่อม มันคือความละเอียดของเพื่อนเราเลย”

แม้พงษ์จะเติบโตมาในครอบครัวที่รักการเก็บรักษาของเก่าอยู่แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเห็นเสน่ห์ของเก่าทุกชิ้นที่กลายเป็นพระเอกของร้าน ณ วันนี้ ด้วยความที่อยู่กันมาจนเคยชิน ตอนเขาเห็นหลังคาสังกะสีขึ้นสนิมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของร้านเป็นครั้งแรก เขาบอกเพื่อนว่าอยากเปลี่ยน แต่เพื่อนก็ยืนกรานเก็บหลังคาเดิมไว้ เพื่อปกป้องความทรงจำของบ้านให้คงอยู่มากที่สุด

สุดท้ายร้านจึงเต็มไปด้วยความทรงจำ

Basic Space Coffee ร้านกาแฟออกแบบง่าย ๆ ในเมืองอยุธยา ที่ปรับมาจากร้านโชห่วยของแม่
หลังคาสังกะสี ความทรงจำของบ้าน

แล้วในความทรงจำที่เก็บไว้ทั้งหมด ชิ้นไหนกันที่เขารักที่สุด

พงษ์ตอบทันทีว่า โต๊ะขาสิงห์ที่เห็นในร้านและตัวที่กำลังใช้นั่งคุยกันเนี่ยแหละ เพราะทั้งโต๊ะและเก้าอี้เป็นสิ่งที่พ่อกับแม่ใช้ทำมาหากินจนตั้งตัวได้สมัยเปิดร้านอาหารตามสั่ง ปัจจุบันนี้โต๊ะขาสิงห์ก็เป็นจุดสนใจของคนที่แวะมาเยือน ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิมของคุณแม่ต่างเห็นแล้วนึกถึงโต๊ะกินข้าวที่บ้านและความทรงจำวัยเด็กของตัวเองกันทั้งนั้น

Basic Space Coffee ร้านกาแฟออกแบบง่าย ๆ ในเมืองอยุธยา ที่ปรับมาจากร้านโชห่วยของแม่
โต๊ะด้านขวามือคือโต๊ะขาสิงห์ในร้านซึ่งถูกผ่าครึ่งและนำมาใช้ใหม่อีกครั้ง

พื้นที่ในร้านที่เขาชอบที่สุด คือส่วนด้านหลังหรือพื้นที่บ้าน

“จริง ๆ ความทรงจำที่ดีที่สุดคือโซนบ้าน มันคือความทรงจำวัยเด็กทั้งหมด เลยไม่ได้ทำอะไรใหม่ ผมโตมากับร้านขายของชำ ตู้ขายของ เก๊ะเงิน ทุกอย่างเหมือนเดิมหมด เป็นโชคของผมที่ตื่นมาแล้วเจองานเลย ไม่ต้องเดินทาง พอเลิกงานเปิดประตูก็ถึงบ้านเลย เป็นความโชคดีที่บ้านกับร้านอยู่ที่เดียวกัน”

การที่ร้านตั้งอยู่ในอยุธยาก็มีผลต่อการสร้างร้านในบางมุมเหมือนกัน

มุมหนึ่ง เนื่องจากร้านตั้งอยู่บนเกาะเมือง ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร พงษ์จึงพยายามปรับปรุงร้านให้คงรูปแบบบ้านเดิมไว้ให้มากที่สุด เพื่อร่วมอนุรักษ์ความงามของเมืองโบราณแห่งนี้

ในขณะเดียวกัน พงษ์ก็ต้องการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง โดยการอนุรักษ์บ้านและความทรงจำเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อแสดงให้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว ที่อยู่อาศัยของชาวอยุธยาก็เป็นบ้านธรรมดา ๆ เหมือนตัวร้าน ไม่ใช่อิฐแดง เจดีย์เก่า และวัดอย่างที่นักท่องเที่ยวคิด

Basic Space Coffee ร้านกาแฟออกแบบง่าย ๆ ในเมืองอยุธยา ที่ปรับมาจากร้านโชห่วยของแม่
โต๊ะขนาดกะทัดรัดดัดแปลงจากราวบันไดสำหรับคนที่นั่งในร้าน

Basic Space Coffee บ้านและร้านกาแฟมุงหลังคาสังกะสี พื้นที่ไม่ใหญ่มาก มีที่ให้นั่งทั้งในและนอกร้าน

ถ้านั่งอยู่ในร้านจะได้ความเย็นจากแอร์ มีโต๊ะขนาดกะทัดรัดดัดแปลงจากราวบันไดเก่า คอยรองรับแก้วและแล็ปท็อป ได้ยินเพลงบรรเลงซึ่งพงษ์เลือกตามความอินในแต่ละวัน

ถ้านั่งอยู่นอกร้านจะได้ความเย็นจากพัดลมเพดานโบราณสีเขียว มีโต๊ะขาสิงห์สุดเก๋า ชวนให้นึกถึงความทรงจำวัยเด็กที่คอยหนุนศอกเวลาบทสนทนาบนโต๊ะกำลังออกรส มีเสียงรถแห่โฆษณาเป็นบางคราว เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเรามาถึงอยุธยาแล้ว

พื้นที่ในความทรงจำของพงษ์กับปัจจุบันซึ่งเป็นร้านกาแฟ เชื่อมเข้ากับวิถีชีวิตอยุธยาเป็นผืนเดียว 

พื้นที่ในแก้ว

ทุกครั้งที่เดินเข้าร้านกาแฟเรามักจะทำตัวไม่ถูก คล้ายคนไร้ศาสนาเดินเข้าวัดเป็นครั้งแรก

เพราะจริง ๆ แล้วไม่ชอบสั่งกาแฟ

ไม่ใช่เพราะไม่อยากดื่ม แต่รู้สึกว่าชื่อกาแฟจำยาก บางครั้งอยากได้กาแฟนมเยอะ แต่ดันสั่งเมนูนมน้อยจนท้อกับการสั่งกาแฟ สรุปเอาเองว่าเป็นเรื่องน่าปวดหัว และเลือกเดินตามทางคนขี้เกียจ โดยการสั่งโกโก้ที่ไม่ต้องเลือกเยอะมาตลอด

ตอนก้าวเข้าร้านนี้ครั้งแรกก็เช่นกัน เรากวาดตามองเมนูที่หลากหลายแล้วลังเลอยู่สักพักว่าจะสั่งอะไรดี

จังหวะนั้น นิ่ม-สุภาทิพย์ อ่อนบัวขาว เพื่อนผู้ร่วมก่อตั้งร้านมากับพงษ์ตั้งแต่ร้านยังเป็นบ้านก็ถามว่าปกติชอบกาแฟสไตล์ไหน เราตอบกลับไปด้วยความเขินอายเล็กน้อยว่าปกติไม่ค่อยกินกาแฟ เลยอยากให้แนะนำเมนูเด็ดเสียหน่อย ในใจคิดว่านิ่มคงจะแนะนำ ‘Cococano’ หรือ Americano สูตรพิเศษของร้านแน่นอน ซึ่งโดดเด่นด้วยการใช้น้ำมะพร้าวชงแทนน้ำเปล่า และเป็นเมนูที่คนพูดถึงเยอะ

แต่เปล่า

นิ่มกลับยิ้มน้อย ๆ แล้วถามต่อว่า ชอบนมไหม

เราพยักหน้า

ปกติชอบรสชาติสไตล์ผลไม้ขนม ๆ หน่อยไหม

เราพยักหน้าอีก ในใจสงสัยว่านิ่มจะจับคู่เรากับกาแฟแบบไหน

ถามเสร็จ นิ่มก็หันกลับไปทำกาแฟมา 1 แก้ว

สุดท้ายเราจึงได้ ‘Sunshine Latte’ มานั่งอยู่บนโต๊ะเป็นเพื่อน

Basic Space Coffee ร้านกาแฟออกแบบง่าย ๆ ในเมืองอยุธยา ที่ปรับมาจากร้านโชห่วยของแม่
‘Cococano’ หรือ Americano สูตรพิเศษของร้าน โดดเด่นด้วยการใช้น้ำมะพร้าวชงแทนน้ำเปล่า
Basic Space Coffee คาเฟ่ของลูกชายที่ดัดแปลงร้านอาหารตามสั่งกึ่งโชห่วยของแม่ เป็น Community Space ของเมืองอยุธยา
‘Sunshine Latte’ ที่สุดท้ายได้มานั่งเป็นเพื่อน

1 ปีก่อนเริ่มตั้งร้านกาแฟเป็นของตัวเอง พงษ์ก็ไม่ได้ต่างจากเราในวันนี้มากนัก เคยสั่งกาแฟผิด ๆ ถูก ๆ สั่งเอสเปรสโซเย็นที่ญี่ปุ่นกับสิงคโปร์ ด้วยความไม่รู้ว่าเป็นเมนูที่มีแค่ในไทยและเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ สุดท้ายวันนั้นเขาจึงได้กาแฟดำมาแทน

แต่หลังจากได้ลองกาแฟดำแก้วนั้น โลกกาแฟของพงษ์ก็ขยายใหญ่ขึ้น และความสนใจในกาแฟของเขาเริ่มเข้มข้นขึ้นจนกลายเป็นความหลงใหล ซึ่งสุดท้ายนำไปสู่การแปลงบ้านเกิดที่อยุธยาให้กลายเป็น Basic Space Coffee

ถึงวันนี้พงษ์จะมีร้านกาแฟเป็นของตัวเองแล้ว เขาก็ยังไม่ลืมวันที่เคยสั่งกาแฟผิดบ้างถูกบ้าง พงษ์เกิดและโตที่อยุธยา จึงเข้าใจดีว่าคนละแวกนี้คงคิดไม่ต่างจากเขามากนัก ลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านเพียงต้องการดื่มกาแฟรสชาติดี ราคาเข้าถึงง่าย เพื่อให้มีแรงฟันฝ่ารุ่งเช้าอันแสนเร่งรีบไปได้แบบไม่ปวดหัว เพราะฉะนั้น หน้าที่ของร้าน คือย่อยความซับซ้อนของกาแฟให้เข้าใจง่าย โดยการถามคำถามพื้น ๆ กับลูกค้า เช่น กินกาแฟไหม ถ้ากิน ชอบกาแฟดำหรือกาแฟนม รูปแบบคำถามเดียวกับที่นิ่มถามเราในตอนแรก

ด้านนอกร้านเป็นโลกที่แสนจะวุ่นวายและเต็มไปด้วยการตัดสินใจ พงษ์จึงอยากให้ร้านของเขาแบ่งเบาภาระการตัดสินใจเรื่องกาแฟของลูกค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อให้คนที่เข้ามานั่งจิบกาแฟในพื้นที่นี้รู้สึกสบายใจตั้งแต่เริ่มสั่งจนวางแก้ว

พงษ์ยังบอกอีกว่าคำขวัญของร้านคือ “กาแฟที่อร่อยที่สุด คือกาแฟที่ลูกค้าชอบ ไม่ใช่กาแฟที่ขายดี”

ถึง Americano จะเป็นกาแฟในกระแสนิยมปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นกาแฟที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าทุกคน เขาจึงให้ความสำคัญกับคำถามพื้นฐานเหล่านี้ และเราก็ได้เข้าใจว่าทำไมนิ่มถึงไม่แนะนำเมนูยอดนิยม แต่ถามต่อจนรู้ความชอบของเราจริง ๆ ก่อนแนะนำ Sunshine Latte ซึ่งชงขึ้นครั้งแรกในวันที่ฝนตกหนักเสียจนพงษ์ต้องภาวนาให้ฟ้าเปิดเพราะอยากขายกาแฟ

ท่ามกลางบรรยากาศอันน่าห่อเหี่ยวใจ สิ่งสดใสสิ่งเดียว ณ ขณะนั้น คือ ส้มในกาแฟที่เขากำลังคิดค้น กาแฟน้องใหม่เลยได้ชื่อว่า Sunshine Latte เพราะเป็นแสงตะวันในวันหมองหม่นนั่นเอง

แค่พื้นที่เล็ก ๆ ในแก้วก็เก็บแสงแดดไว้ได้เต็มเปี่ยม

ที่จริงแล้ว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของส้มที่แตะเพดานปาก ตามมาด้วยรสหวานจากนม อมขมหน่อย ๆ จากกาแฟของ Sunshine Latte คือรสชาติความหวังในถ้วยกาแฟนี่เอง

พื้นฐานของชีวิต

เรามาถึงร้านตอนเช้าเวลาประมาณ 9 โมงครึ่ง คนก็แน่นเต็มร้านแล้ว จึงกลับมาอีกทีช่วง 10 โมง ตอนนั้นขนมเค้กที่กะไว้ทานคู่กับกาแฟก็หมดเสียแล้ว ทั้งที่ลูกค้าเยอะขนาดนี้ เรากลับเห็นแค่พงษ์ นิ่ม และบาริสต้าอีกคนช่วยกันทำกาแฟ พงษ์และนิ่มบอกว่ายังไม่อยากรับพนักงานเพิ่ม เพราะอยากดูแลรสชาติกาแฟและลูกค้าด้วยตนเอง ที่สำคัญที่นี่คือบ้าน เขาจึงอยากชงกาแฟกับคนที่เป็นครอบครัว

Basic Space Coffee คาเฟ่ของลูกชายที่ดัดแปลงร้านอาหารตามสั่งกึ่งโชห่วยของแม่ เป็น Community Space ของเมืองอยุธยา

แมน-ณัฐวุฒิ คุ้มกัน บาริสต้าที่เราเห็นเป็นข้อยกเว้น เดิมทีเขาเป็นลูกค้าคนหนึ่งซึ่งแวะเวียนมาบ่อย แต่ปัจจุบันเขาคือส่วนหนึ่งของครอบครัวไปแล้ว

แมนเล่าว่าแต่ก่อนเขาเป็นคนเก็บตัว แต่พอได้เข้ามาในพื้นที่พื้นฐานของพงษ์ ก็เริ่มรู้สึกสบายใจที่จะค่อย ๆ เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ทุกครั้งที่ก้าวเข้ามาในร้านกาแฟแห่งนี้ ทุกคนต่างทิ้งสิ่งนอกกาย ไม่ว่าจะอายุ อาชีพ หรือตำแหน่งไว้ด้านนอก แล้วกลับมาคุยกันเรื่องพื้น ๆ อย่างชอบกาแฟอะไร รถติดไหม ร้านข้าวต้มร้านไหนอร่อย ชอบไปวิ่งที่ไหน เป็นต้น และด้วยความที่กระตือรือร้นเรื่องกาแฟเหมือนกันและคุยกันถูกคอ พงษ์จึงให้มาฝึกเป็นบาริสต้าที่ร้าน จนปัจจุบันกลายเป็นน้องชายคนเล็กของบ้าน โดยมี คุณแม่นวล-นวลจันทร์ วณิชย์สุวรรณ์ คุณแม่ของพงษ์รอทำกับข้าวให้ทุกวัน

ความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้าคงจะเริ่มตั้งแต่การที่พงษ์มองว่าพื้นที่นี้เป็น Community Space ให้คนมานั่งคุยกัน รู้จักกัน อาจจะแค่ทักทายกันด้วยคำถามง่าย ๆ แต่ก็แสดงถึงความห่วงใยได้เป็นอย่างดี

สายสัมพันธ์อบอุ่นระหว่างเจ้าของร้านกับลูกค้า เริ่มโยงใยมาตั้งแต่ตอนที่คุณแม่ของพงษ์ขายอาหารตามสั่ง บางคราวจึงได้เห็นลูกค้าเดิมเข้ามาอุดหนุนกาแฟด้วย หรือบางทีเห็นกันตั้งแต่นั่งอ่านหนังสือสอบ จนจบมาเป็นทนายแล้วพาลูกมากินที่ร้านก็มี คุณแม่ได้เห็นการเติบโตของคนที่เดินเข้ามาในร้านตั้งแต่สมัยร้านอาหารจนปัจจุบัน

ดูเหมือนว่า ร้านกาแฟแห่งนี้จะเป็นที่รู้จักในแง่ดีไซน์ เพราะสร้างอยู่บนโครงเดิมของโชห่วยกึ่งร้านอาหารตามสั่งของคุณแม่ แต่น้อยคนจะรู้ว่ารากฐานจริง ๆ ของร้าน คือคำสอนของคุณแม่ที่ว่า “สุขทุกข์อยู่ที่ตัวเรา” แนวคิดที่พงษ์ซึมซับมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เขารู้ว่าความสบายใจและสิ่งธรรมดา ๆ ในทุก ๆ วันนี่แหละคือพื้นฐานของความสุข

Basic Space Coffee คาเฟ่ของลูกชายที่ดัดแปลงร้านอาหารตามสั่งกึ่งโชห่วยของแม่ เป็น Community Space ของเมืองอยุธยา

ตอนเริ่มเปิดร้านแรก ๆ ชงกาแฟพลาดไปหลายแก้ว ก็มีคุณแม่คอยให้กำลังใจ เป็นคนบอกว่าทำผิดก็ทิ้งแล้วทำใหม่ ไม่ต้องท้อ

จนกระทั่งวันนี้ร้านกาแฟของลูกเป็นที่รู้จัก คุณแม่ก็เป็นกำลังสำคัญหลังบ้านที่คอยช่วยทำเค้ก เลือกกล้วย และทำกับข้าวให้คนหน้าร้านมีแรงทำงาน นอกจากนี้ หากใครสั่งเมนู ‘โอเลี้ยง Homemade’ คุณแม่ก็จะลงมือชงด้วยตนเอง (แอบกระซิบว่าคุณแม่ถือเป็นบาริสต้าเก่าเชียวนะ เพราะขายกาแฟโบราณมาตั้งแต่เด็ก) ฉะนั้น ใครแวะไปร้านอยากให้ลองสั่ง จะได้ชิมฝีมือบาริสต้าพิเศษคนนี้สักครั้ง

คุณแม่บอกว่าส่วนที่เพลิดเพลินที่สุดของการทำงาน คือการได้ใช้เวลากับลูก ส่วนพงษ์เองก็บอกว่าความสบายใจที่สุดในการทำงานคือการได้อยู่ใกล้ ๆ แม่ที่บ้านของตัวเอง ณ Basic Space Coffee แห่งนี้

เราจิบ Sunshine Latte อีกครั้ง ในหัวประมวลความรู้สึกทั้งหมดจากบรรยากาศและเรื่องที่ได้ฟัง

Basic Space Coffee คาเฟ่ของลูกชายที่ดัดแปลงร้านอาหารตามสั่งกึ่งโชห่วยของแม่ เป็น Community Space ของเมืองอยุธยา

การใช้ชีวิตให้ผ่านไป 1 วัน เพียงให้วันนั้นจบลงอย่างธรรมดา ต้องใช้ความเข้มแข็งทางกายและใจมากกว่าที่ใคร ๆ อยากยอมรับ เพราะฉะนั้น ในวันที่ไม่มีอะไรเป็นใจ และต้องใช้พลังภายในมากกว่าปกติ คงดีไม่น้อยหากมีพื้นที่ที่เรารู้สึกปลอดภัยและสบายใจพอจะเดินกลับเข้าไปพักสักระยะ ก่อนออกมาเผชิญหน้ากับชีวิตจริงอีกครั้ง

พื้นที่นั้นอาจจะเป็นบ้าน พื้นที่ในอ้อมกอดของคนที่เรารัก หรือพื้นที่เล็ก ๆ ในถ้วยกาแฟก็ได้ ทุกคนต่างมีพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกสบายใจในแบบฉบับของตัวเอง

Basic Space Coffee คือพื้นที่นั้นสำหรับพงษ์ คือพื้นที่ซึ่งมีพื้นฐานเป็นความทรงจำของบ้านและหลักการชีวิตที่แม่สอน เป็นทั้งที่อยู่และพื้นที่แบ่งปันกาแฟที่เขารักให้กับคนอยุธยา รวมถึงผู้ที่กำลังตามหาพื้นที่สบายใจอยู่นั่นเอง

Basic Space Coffee

ที่ตั้ง : 2/1 ถนนราเมศวร พระนครศรีอยุธยา (แยกเจ้าพระยา ริมคลองมะขามเรียง) (แผนที่

วัน-เวลาทำการ : วันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดทำการวันจันทร์)​ เวลา 07.30 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 09 1871 2028

Facebook : Basic Space Coffee

Writer

จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา

ตอนเป็นเด็กหญิงคิดว่าถ้ามีพลังวิเศษไม่ได้ก็ขอเขียน ถ้าเขียนไม่ได้ก็ขอร้องเพลง ปัจจุบันเป็นนางสาวนักฝึกฝนตนเองให้ไวต่อความจริงใจ เพราะดันไปแอบชอบพลังวิเศษชนิดนี้ในตัวคน

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“ถ้าคนมาแล้วแฮปปี้ ก็ดีแล้วล่ะ”

คำพูดพร้อมเสียงหัวเราะของ ป้าตู๋-ธันยา จันทร์วิทัน ผู้บอกประวัติสั้น ๆ ของตัวเองว่า เป็นคนเชียงใหม่ เกิดที่นี่ โตที่นี่ เรียนหนังสือที่นี่ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของแปลงที่ดินอันเป็นที่ตั้งของ ‘กาดต๋องตึง’ หนึ่งในตลาดขนาดเล็กค่อนไปทางปานกลางของจังหวัดเชียงใหม่ เต็มไปด้วยชีวิตชีวาจากธรรมชาติที่เจ้าของต้องการมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้คน รวมถึงสร้างโอกาสให้แก่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าไปพร้อม ๆ กัน

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

เอาเข้าจริง แรกเริ่มเดิมทีการกำเนิดเกิดมาของกาดแห่งนี้มีที่มาจากคำยุยงเชิญชวนของผู้อื่นเสียมากกว่า ป้าตู๋บอกว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นหนึ่งในที่ดินของครอบครัว ค่อนข้างรกร้าง เนืองแน่นด้วยต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ และแหล่งอาศัยของเหล่าสัตว์เลื้อยคลาน จนเพื่อนคนหนึ่งเอ่ยปากด้วยความเสียดาย

“ทำไมปล่อยให้มันร้าง ทำไมไม่ลองคิดหรือทำอะไรดูสักอย่างหนึ่ง” 

ป้าตู๋ริเริ่มบุกเบิกสถานที่ด้วยการนำผักออร์แกนิคของตนเข้ามาขายเป็นการกรุยทาง พร้อมกับขอให้บริษัท Bangkok Tokyo Architecture ของลูกสาว ช่วยสร้างศาลากลางแจ้งขึ้นมาให้

โดยคอนเซ็ปต์ของที่นี่ คือ ยกให้ธรรมชาติเป็นพระเอก แกล้มด้วยสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อหวังเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ของเชียงใหม่ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่มาเยือน

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ความเป็นตัวของตัวเอง

“ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่ามีคนสนใจอยากจะมาของขายของที่นี่ด้วย ก็เลยเปลี่ยนมาเป็น Weekend Market หรือตลาดเสาร์อาทิตย์ที่คนมาเดิน มากิน มาเที่ยว มาเสพ หรือมานั่งใต้ต้นไม้เงียบ ๆ แล้วก็ดูผู้คนเขาทำอะไรกัน จะมานั่งทำงาน จะมาทำอะไรก็ได้” 

ป้าตู๋บอกเล่าถึงความไป ๆ มา ๆ จนเกิดเป็นตลาดแห่งนี้ขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ แม้กระทั่งเจ้าของพื้นที่อย่างเธอเองก็ยังไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ผู้คนที่มาใช้บริการทางสุนทรียภาพของสถานที่แห่งนี้จะเอ็นจอยไปกับตลาดได้ขนาดนี้

ขณะเดียวกัน ป้าตู๋ยังพยายามยึดโยงความเป็นพื้นที่สีเขียวเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเอาธรรมชาติเป็นหลักสำหรับการตั้งฐาน แล้วจึงให้ตัวเองค่อย ๆ กลืนไปกับธรรมชาติเหล่านั้น เพราะฉะนั้น ต้นไม้เก่าแก่ทุกต้นภายในตลาดจึงไม่มีต้นไหนถูกตัด ล้ม โค่น แม้เพียงต้นเดียว มีแค่การเล็มตัดแต่งเพื่อให้เกิดการแตกกิ่ง จนกลายเป็นร่มเงาทางธรรมชาติให้แก่ผู้คนที่มาใช้บริการตลาดแห่งนี้

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน
กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

กาดต๋องตึงเปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น ในทุก ๆ วันเสาร์และอาทิตย์ ความน่าขบขันที่ป้าตู๋เล่าให้ฟังเห็นจะเป็นการที่เธอมักถูกตั้งคำถามมากมาย และคำบอกเล่าจากคนรอบตัวที่ประดังประดาถาโถมใส่อย่างเอาแต่ใจ เช่น ทำไมถึงเปิด 8 โมง ทำไมไม่เปิด 7 โมงหรือ 9 โมง ไม่ก็บอกว่า เปิดถึงบ่าย 2 ก็พอแล้ว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนไม่ได้มาจากคนขายในตลาดสักคนเดียว 

“มันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการให้เวลาทำงานของเราคือเวลาไหน บางคนบอก ทำไมไม่เปิดถึงตอนเย็น เปิดเป็นบาร์เบียร์ ลานเบียร์ เราก็บอกว่า ไม่เอาค่ะ” 

ปักธงเลยว่าไม่จำหน่ายแอลกอฮอล์ ป้าตู๋เชื่อว่าการทำอะไรสักอย่างไม่จำเป็นต้องเหมือนกับคนอื่นไปเสียหมด ความแตกต่างอย่างตั้งใจเพื่อให้เกิดความรื่นรมย์ สบายกายและสบายใจ คือสิ่งที่เธอต้องการ 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ป้าตู๋ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนผ่านร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งบริเวณคูเมือง ประตูเชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านที่ไม่เสิร์ฟกาแฟแม้แต่แก้วเดียว ทางร้านขายเพียงแค่ชา ชาทุกชนิด 

“เขาบอก Sorry นะ We don’t serve coffee here.” เพราะว่าการเป็นร้านเบเกอรี่ไม่จำเป็นต้องเคียงคู่ด้วยกาแฟเสมอไป ป้าตู๋เองก็พอใจที่สถานที่ของเธอออกมาในรูปแบบที่เป็นอยู่นี้มากกว่า

ความเป็นนักธุรกิจ

ในแง่ธุรกิจ ป้าตู๋ยอมรับว่าการทำสถานที่แห่งนี้ย่อมมีเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใจความสำคัญของเธอไม่ใช่การคืนทุน และความตั้งใจที่ตามมาหลังจากทำสิ่งนี้ไปสักพัก ก็ไม่ใช่การสร้างความรื่นรมย์ให้แก่ผู้คนเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างอาชีพให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าด้วย 

เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่อยู่ในสภาวะย่ำแย่ ข้าวยากหมากแพง แม้แต่บัตรคอนเสิร์ตยังราคาแรง สวนทางกับค่าแรงและเงินเดือนที่เท่าเดิม อย่างเหตุการณ์เกือบล่าสุดที่กาดสวนแก้วปิดตัวลง มีร้านค้าไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นั้น และไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การเกิดขึ้นของกาดต๋องตึงช่วยเหลือและสร้างโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้ามากมายในระยะเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

“พ่อค้าแม่ค้าที่ขายที่นี่ส่วนหนึ่งเป็นคนแถวนี้ เขาตัดสินใจมาขายของได้อย่างรวดเร็ว เพราะมันใกล้บ้านเขาดีจังเลย หรือบางคนได้รับผลกระทบจากการปิดตัวของกาดสวนแก้ว ทางนั้นเขายังเก็บของไม่เสร็จ ก็มาขอขายที่นี่ เขาบอกมันใกล้บ้านเขา ซึ่งมันเป็นการโยกย้ายที่ทำมาหากินของเขา ตลาดของเราทำให้คนในบริเวณมีโอกาสทำมาหากินมากขึ้น คนในหมู่บ้านก็เอาของในหมู่บ้านมาขายได้ด้วย”

สำหรับป้าตู๋ สิ่งตอบแทนที่เธอต้องการ คือความหวังว่าสถานที่นี้จะอยู่ต่อไปได้ 

ที่นี่ไม่เก็บค่าเช่าใน 3 เดือนแรก ป้าตู๋บอกว่า สิ่งนี้ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่ง เป็นการให้เหล่าคนค้าขายมาทดลองก่อนว่าเขาจะอยู่ได้ไหม นอกจากนี้ป้าตู๋ยังเสริมว่า

“ไม่ได้เก็บค่าเช่าก็จริง แต่เราเก็บค่าสาธารณูปโภค 30 บาท เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ”

เมื่อมีการทำธุรกิจเกิดขึ้น การเติบโตและหวังผลตอบแทนจึงกลายเป็นสิ่งที่ตามมา แต่เธอรู้ตัวว่าจะไม่คืนทุนใน 1 หรือ 2 ปีแน่นอน แต่อย่างน้อย สถานที่ของเธอก็กระตุ้นเศรษฐกิจได้ แม้จะเพียงแค่เขยิบเดียวหรือเพียง 1 ก้าว ก็ถือว่ามีการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นมากขึ้นแล้ว 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ต๋องตึง ชื่อนี้มีที่มา

สาเหตุของการตั้งชื่อว่า ‘กาดต๋องตึง’ ไม่ได้ไกลจากที่คาดคิดไว้สำหรับคนที่รู้ และอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักสำหรับคนที่ไม่รู้ เนื่องจากที่มาของชื่อนั้นมาจากใบตองตึง ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับมุงหลังคาศาลาประจำกาด ป้าตู๋เล่าให้ฟังอย่างครบถ้วนว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นมีพื้นฐานมาจากภูมิปัญญาของคนโบราณที่นำใบตองตึงแห้งแล้วมาเย็บสานกันเป็นแพเพื่อนำไปมุงหลังคา 

ในปัจจุบันสังเกตเห็นได้ตามทุ่งนา เพราะมันคือวัสดุที่นำไปใช้สร้างกระต๊อบ 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

เพื่อให้ล้อไปกับความเป็นธรรมชาติ สถาปนิกชาวญี่ปุ่นของบริษัท บริษัท Bangkok Tokyo Architecture เล็งเห็นถึงความน่าอัศจรรย์ของการนำวัสดุทางธรรมชาติมาปรับใช้กับงานสถาปัตยกรรม ป้าตู๋เองก็ต้องการรักษาความเป็นธรรมชาติของพื้นที่เอาไว้อย่างครบถ้วน การจะใช้แผ่นเหล็ก (Metal Sheet) กระเบื้อง หรือสังกะสี ก็ดูจะหลุดจากความตั้งใจของตัวเองไปสักหน่อย แถมใบตองตึงยังระบายอากาศได้ดีกว่า เมื่อถูกน้ำฝน ยิ่งแนบแน่นทนทานขึ้นกว่าเก่า การใช้ใบตองตึงจึงมากับแนวคิดที่ว่า เปรียบเสมือนการนั่งอยู่ภายใต้กองใบไม้ เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

ตัวศาลาเองก็มีการออกแบบที่แปลกไปกว่าศาลาสำหรับตลาดทั่วไป เนื่องจากหลังคาทรง Slope หันด้านปิดมาทางข้างหน้า และหันด้านเปิดไปทางข้างหลัง เพราะการออกแบบในครั้งนี้ยืนอยู่บนแนวคิดที่ว่า ต้องการให้เกิดความแตกต่างไปจากภาพจำเดิม ๆ ของตลาดที่ผู้คนเคยเห็นมา รวมถึงการนำด้านต่ำมาอยู่ข้างหน้า เพื่อให้ผู้คนได้เห็นการทำงานของใบตองตึงที่นำมาใช้ และความรู้สึกแง้ม ๆ ของด้านต่ำ ยิ่งเชิญชวนให้เกิดความรู้สึกสงสัยใคร่รู้ อยากมุดเข้าไปภายใน ก่อนจะเปิดกว้างออกไปในด้านหลัง

“แต่ไม่ทราบว่าคนอื่นเขาจะเข้าใจหรือเปล่านะ” ป้าตู๋เปรยติดตลก

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน
กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ขณะเดียวกัน การใช้ใบตองตึงมาเป็นวัสดุก็ยังเสริมด้วยความแยบคายของการแทรกเสริมความคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่แล้วแต่คนจะตีความกันไป การย่อตัวก้มหัวเพื่อเข้าไปยังภายในศาลา อาจหมายถึงการรู้จักยอมก้มหัวให้กับผู้อื่นบ้างเพื่อลดทิฐิของตน โดยมีธรรมชาติเป็นผู้สอนสั่ง หรืออีกแง่หนึ่ง การที่ใบตองตึงมีอายุการใช้งาน 2 – 3 ปี อย่างมากที่สุดคือ 4 ปี ก็มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งผืน สำหรับป้าตู๋แล้ว สิ่งนี้ถือเป็นการเรียนรู้ว่า ไม่มีอะไรที่อยู่ยงคงกระพัน เมื่อถึงเวลาของมัน มันก็ต้องไป

“สิ่งที่สถาปนิกออกแบบมันแตกต่างจากอาคารอื่น ๆ ตรงที่ตราบใดที่เราเลิกทำ ข้อต่อทุกข้อถอดออกจากกันได้หมด อาคารนี้แพงมาก” ป้าตู๋หัวเราะ “แพงเท่ากับตึก แพงเท่ากับห้องแถว 1 ห้อง แต่ละอันแต่ละชิ้นที่ผูกอยู่ข้างบน ใช้ช่างคนเดียวผูก เขาเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะขึ้นมาผูก เขาค่อย ๆ ผูกทีละอัน ๆๆ ใช้เวลา 3 เดือน ข้อต่อแต่ละข้อก็มีการคำนวณและออกแบบมาอย่างดี ศาลาแห่งนี้เลยไม่จำเป็นต้องทิ้งให้เป็นอนุสาวรีย์ไว้กับที่นี่” เจ้าของตลาดเล่าพร้อมรอยยิ้ม

(ห้องสมุด) มนุษย์ (ห้อง) สละ (ห้อง) สลวย

‘ห้องสละ’ เป็นร้านรับบริจาคของใช้แล้วสภาพดี หากใครต้องการของชิ้นไหนก็หยิบได้ตามใจอยาก เพียงแต่ว่าต้องใส่เงินเข้าไปในโถที่เตรียมไว้ให้ ใส่เท่าไหร่ก็ได้ตามจิตศรัทธา โดยเงินจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มรักดี เป็นกลุ่มจิตอาสากลุ่มที่ดูแลเรื่องไฟไหม้ป่า ถางป่า การทำแนวกันไฟ ปลูกต้นไม้ ปลูกป่า เก็บขยะบนดอยสุเทพ ถือเป็นการสนับสนุนค่าอาหารกลางวัน เครื่องดื่ม ที่มาจากการสละสิ่งของเหล่านั้น เพื่อให้พวกเขามีแรงสำหรับออกไปสละแรงกายแรงใจทำจิตอาสาต่อไป

กาดต๋องตึง จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์
Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

ส่วน ‘ห้องสลวย’ เป็น Workshop Space ที่ตั้งใจให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านต่าง ๆ ในคราวที่แล้วมีคลาสสอน ‘การใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปยังไงให้ออกมาสวย’ โดยเพื่อนพ้องที่รู้จักกัน

“เพราะเรามองเห็นความสามารถพิเศษของเพื่อนคนใดคนหนึ่ง งั้นมาเวิร์กชอปกันมั้ย เช่น คนนี้พับดอกไม้เป็นดอกกุหลาบเก่งมาก ก็มาสอนได้นะ ส่วนใหญ่เป็นคนรู้จักกันที่เราเชิญมาให้ความรู้”

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

Human Library หรือ ‘ห้องสมุดมนุษย์’ เป็นไอเดียที่เกิดจากความเชื่อว่า มนุษย์แต่ละคนเปรียบเสมือนหนังสือ 1 เล่ม ทุกการเติบโตไม่ต่างอะไรจากบทต่าง ๆ ที่ถูกบันทึกเอาไวในหนังสือแห่งชีวิต เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็เอาประสบการณ์มาแบ่งปันกันได้ เลยเกิดเป็นมุมเล็ก ๆ ที่คนมานั่งคุยกัน 

กลายเป็นการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เหมือนกำลังอ่านหนังสือ ป้าตู๋ยกตัวอย่างให้ฟังว่า

 “สมมติเราสนใจเรื่องดาราศาสตร์ ถ้ามีใครสักคนมานั่งคุยเรื่องดาราศาสตร์กับเรา มันก็เหมือนเรากำลังเปิดหนังสือ แต่เป็นหนังสือที่เล่าโดยประสบการณ์ และได้สนทนากับคนที่รู้จริงด้านนั้น ๆ”

ประโยชน์ของสถานที่ ความสุขของผู้คน

“มันคงไม่โตไปกว่านี้แล้ว” ประโยคนี้ของป้าตู๋ไม่ใช่การแสดงความเศร้าโศกแต่อย่างใด

แต่ด้วยขนาดที่ดินของตลาดแห่งนี้ โตไปมากกว่านี้แล้วไม่ได้จริง ๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไปเห็นจะเป็นเรื่องอันไกลตัวสำหรับตลาดที่เพิ่งมีอายุเพียง 4 เดือน ทว่าความน่าสนใจอย่างหนึ่งที่ป้าตู๋บอกกับเรา คือ ถ้าหากพื้นที่ตรงนี้เลิกทำหน้าที่เป็นตลาด และศาลาที่ถอดประกอบได้ถึงเวลาปลดประจำการ ป้าตู๋ก็มีความคิดจะทำให้ที่ดินผืนนี้กลายเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งไปโดยปริยาย 

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์
Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

การเปลี่ยนแปลงข้างต้นที่อาจเกิดขึ้นและไม่เกิดขึ้น ถือว่ายังคงแนวคิดเดิมของสถานที่แห่งนี้เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งเป็นสถานที่ใกล้บ้านอันแสนดี เพื่อให้ผู้คนได้ออกมาใช้ชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาติ และการเป็นพื้นที่สาธารณะในละแวกใกล้บ้านสำหรับทุกคน, กาดต๋องตึง ไม่ว่าจะในตอนนี้หรือภายภาคหน้า ก็จะยังคงเป็นสถานที่สำหรับหย่อนกาย คลายใจ ดื่มน้ำสักแก้ว นั่งดูดนตรีสด พร้อมบรรยากาศธรรมชาติ

ป้าตู๋กล่าวทิ้งท้ายว่า เธออาจไม่ใช่นักการเมืองหรืออินฟลูเอนเซอร์ ที่สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนสังคมให้เกิดแรงกระเพื่อมระดับจังหวัด สถานที่นี้เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งที่สะท้อนตัวตนของเธอ สถานที่ซึ่งมองเห็นความสำคัญของธรรมชาติที่มีต่อการใช้ชีวิตของผู้คน และหวังอย่างยิ่งว่า ที่แห่งนี้จะทำให้ทุกคนมีความสุข หากใครจะทำเลียนแบบก็เรียนเชิญตามสบายใจ (ป้าตู๋ยินดีจ๊าดหนัก) 

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

กาดต๋องตึง

ที่อยู่ : 309 ซอยหมู่บ้านริมน้ำ ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

เปิดให้บริการวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น.

Facebook : กาดต๋องตึง บ้านริมน้ำ Tong Tung Market

Writer

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load