6 Oct 2018
6 PAGES
11 K

“ร้านกาแฟที่ดี คือพื้นที่สร้างสรรค์ที่ทำให้คนเข้ามาใช้เวลาและมาแชร์ประสบการณ์ต่างๆ ร่วมกัน เป็นสังคมคุณภาพ และทำให้เกิด Perfect Living ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับคนที่รักการใช้ชีวิตในเมือง” นี่คือแนวคิดในการทำร้านกาแฟของ ต๋อง-อานนท์ ธิติประเสริฐ แชมป์ World Latte Art Championship 2017

เขาคือบาริสต้าไทยที่ร่ำเรียนวิชาการทำกาแฟมาจากออสเตรเลีย เมืองที่เป็นศูนย์รวมของกาแฟโลก เขาเคยเป็นเจ้าของกิจการร้านกาแฟที่เมืองซิดนีย์ในวัยแค่ 22 ปี และขายกิจการที่เคยรุ่งเรืองในตอนนั้นเพื่อทำตามฝันของตัวเองที่ประเทศไทย คือการเป็นแชมป์ลาเต้อาร์ตให้ได้สักครั้ง พร้อมกับการทำ Ristr8to (ริสเตร็ตโต) ร้านกาแฟที่เชียงใหม่ของเขาให้เป็นคอมมูนิตี้ที่รวมคอกาแฟที่รักในสิ่งเดียวกันมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์

Ristr8to, ต๋อง อานนท์ ธิติประเสริฐ

A Perfect Living ในความเชื่อของต๋องคือการได้ทำในสิ่งที่เขารัก ได้สร้างสังคมของคอกาแฟในแบบที่เขาต้องการ ทำให้ร้านกาแฟเป็นพื้นที่ที่ปลุกพลังให้ผู้คนได้มาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และกลายเป็นคอมมูนิตี้ที่ดึงดูดคนที่มีความชอบหรือสนใจสิ่งเดียวกันให้พบกันได้ง่ายขึ้น  

เช่นเดียวกันกับ A Perfect Living Platform คอนเซปต์ล่าสุดของการสร้างที่อยู่อาศัยของ Park Origin ซึ่งเชื่อว่าที่อยู่อาศัยที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย แต่คือ Community ที่เป็นเหมือนอาณาจักร Mixed-use ที่รวบรวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟชั้นนำ คอมมูนิตี้มอลล์ ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียม ร้านอาหารระดับพรีเมียมจากทั่วมุมโลก และ Co-living Space & Co-working Space ที่เป็นพื้นที่ปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ให้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่หลากหลายของผู้คน

เราจะพาไปหาคำตอบกันว่า อะไรที่ทำให้เขาเชื่อว่าร้านกาแฟเป็นส่วนหนึ่งของ A Perfect Living  และอะไรที่ทำให้เขาเป็นที่ยอมรับในวงการกาแฟโลก

Ristr8to, ต๋อง อานนท์ ธิติประเสริฐ

 

Ristr8to, ต๋อง อานนท์ ธิติประเสริฐ

จากบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ คุณเข้าสู่วงการกาแฟได้อย่างไร

ผมไปออสเตรเลียในปี 2007 เป็นช่วงหลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยพอดี ตอนนั้นก็คิดเหมือนๆ เด็กวัยรุ่นทั่วไปที่อยากไปต่างประเทศเพื่อเรียนภาษาอังกฤษ ตอนนั้นผมเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย งานแรกที่ได้ทำคือเป็นลูกมือในครัวร้านอาหารไทย ในร้านนี้จะมีบาริสต้าอีกคน ผมเห็นเขาทำกาแฟทุกวัน และเขาทำลาเต้อาร์ตได้

ด้วยความที่ผมเคยวาดรูปและสนใจศิลปะอยู่แล้วผมเลยสนใจลาเต้อาร์ตมากเป็นพิเศษ ผมทำงานไปได้สักพักบาริสต้าคนนี้เขาก็ไปแข่งบาริสต้าระดับภูมิภาค เขาชนะได้เป็นแชมป์ของซิดนีย์ ได้เป็นตัวแทนของออสเตรเลียไปแข่งระดับโลก และแข่งจนเขาได้แชมป์โลก

จากตอนแรกที่ผมเห็นเขาเป็นพนักงานคนหนึ่ง อยู่ดีๆ วันหนึ่งเขากลายเป็นแชมป์โลกได้ ทำให้ผมมองเขาเปลี่ยนไปเลย ผมอยากเป็นแชมป์แบบเขาบ้าง เลยคิดว่าบาริสต้าน่าจะเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ผมน่าจะทำได้นานและทำด้วยความชอบได้ ผมลาออกจากร้านอาหารไทยตอนนั้นแล้วไปทำงานร้านกาแฟอย่างจริงจัง ไปลงเรียนคอร์สเกี่ยวกับกาแฟ และหางานใหม่ที่ได้เป็นบาริสต้าจริงๆ

 

จากพนักงานในร้านกาแฟเล็กๆ คุณกลายมาเป็นเจ้าของกิจการในซิดนีย์ตั้งแต่อายุ 22 ปีได้อย่างไร

ตอนนั้นผมทำงานเยอะมาก เพราะผมตั้งใจว่าจะมาทำงานเก็บเงิน แล้วก็เอาเงินนี้กลับมาเปิดกิจการอะไรสักอย่างที่ไทย ตอนเช้าผมไปส่งหนังสือพิมพ์ สายๆ ผมก็ไปเรียนหนังสือ บ่าย 2 ผมไปทำงานร้านกาแฟ 6 โมงเย็นถึง 4 ทุ่มผมก็ไปเป็นบาริสต้าในร้านอาหารอิตาลี ซึ่งช่วงนี้แหละที่ได้ทำกาแฟเยอะขึ้น และได้กลับไปรู้จักกับจุดกำเนิดของกาแฟจริงๆ  

ที่ร้านอิตาลีจะแบ่งออกเป็นหลายเซกชัน ที่นี่ทำให้ผมได้รู้จักกับบาร์เทนเดอร์ที่เคยเป็น Bar Manager มาหลายประเทศทั่วโลก เขาเล่าประสบการณ์ทำงานและการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ ให้ฟัง จนถึงปัจจุบันที่เขาย้ายมาอยู่ออสเตรเลียกับแฟน ผมทำงานเก็บเงินได้ประมาณ 2 ปีก็เอาเงินทั้งหมดมาเปิดร้านกับบาร์เทนเดอร์คนนี้

Ristr8to, ต๋อง อานนท์ ธิติประเสริฐ

ตอนนั้นบาร์เทนเดอร์เขามีหน้าที่ดูแลบาร์ ผมดูแลกาแฟ ในปีแรกที่เปิดร้านยอดขายดีมากเลยนะ ตอนนั้นผมเพิ่งจะอายุ 22 ปีเอง ผมสะใจมากที่ชีวิตผมไปถึงจุดนั้นได้ ตอนนั้นผมยังเด็กแล้วเริ่มทุกอย่างจากศูนย์ ผมไม่มีอะไรติดตัวมาเลย ผมเก็บเงินอย่างเดียวจนสามารถเปิดร้านที่ออสเตรเลียได้ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งในตอนนั้น

พอผ่านไป 1 ปี ร้านกำลังไปได้สวยเลย แต่หลายๆ อย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ พื้นที่ของการทำกาแฟในร้านเริ่มน้อยลง เพราะเขาเน้นขายอาหารมากกว่า จนสุดท้ายมันก็เลยกลายเป็นร้านอาหาร ผมก็รู้สึกว่านี่มันไม่ใช่ร้านที่ผมอยากทำแล้ว 

 

ในตอนนั้นคุณประคับประคองความฝันของตัวเองอย่างไร

ในช่วงนั้นผมยังไม่ยอมแพ้กับกาแฟ ผมลงแข่งขันในระดับภูมิภาคของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการแข่งเพื่อค้นหาบาริสต้าที่เป็นตัวแทนไปแข่งระดับโลก แต่ตอนนั้นผมไม่อยากทำร้านอาหารแล้วเลยตัดสินใจขายร้าน เพราะผมรู้สึกไม่มีความสุขที่จะอยู่ตรงนั้นแล้ว สุดท้ายเงินที่ได้มามันก็ไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง

ในช่วงนั้นที่ออสเตรเลียเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของกาแฟ จากกาแฟอิตาลีไปเป็น Specialty Coffee การแข่งขันระดับโลกในช่วงเวลานั้นตัวแทนจากออสเตรเลียก็ได้เป็นแชมป์อยู่หลายปี และเข้ารอบ 6 คนสุดท้ายอยู่หลายครั้ง มันเลยเหมือนกับว่าในตอนนั้นออสเตรเลียเป็นเจ้าโลกของกาแฟอยู่

ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้ไปอยู่ในสังคมนั้น ในขณะนั้น มันเหมือนกับว่าผมได้รับการหล่อหลอมให้ต้องทำกาแฟและสนใจกาแฟอยู่ตลอด การขายร้านในตอนนั้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

Ristr8to, ต๋อง อานนท์ ธิติประเสริฐ Ristr8to, ต๋อง อานนท์ ธิติประเสริฐ

การอยู่ในประเทศที่มีวัฒนธรรมกาแฟแข็งแรง ทำให้คุณได้ประสบการณ์การเป็นบาริสต้าอย่างไรบ้าง

หลังจากขายร้านผมก็ตัดสินใจลงแข่งบาริสต้า ผมทิ้งเงินที่ได้จากการทำร้านกลับไปสมัครงานเป็นบาริสต้าในซิดนีย์ ผมได้ทำงานในร้านที่ยอดขายสูงมาก เขาขายได้วันละ 800 – 1,000 แก้ว ผมทำงานที่นี่ก็เหมือนได้เข้าไปฝึกความเร็วในการทำกาแฟ และได้รู้ว่างานร้านกาแฟจริงๆ มันควรจะเป็นอย่างไร เพราะร้านที่ผมทำเองไม่เคยขายได้มากเท่านี้

พอผมมาเจอสังคมคาเฟ่ที่นี่ผมรู้สึกว่ามันเจ๋งมาก ผมอยากทำร้านแบบนี้ ทำพื้นที่ให้ทุกคนมาอยู่กับกาแฟ มาสนุกกับการดื่มกาแฟ มาคุยกันเรื่องกาแฟ การมีร้านกาแฟดีๆ ใกล้ที่พักอาศัยมันเป็นบรรยากาศที่ดีมาก ผู้คนสามารถเดินมาพบปะและพูดคุยกันที่ร้านกาแฟได้ทุกวัน มันเป็น A Perfect Living Platform ที่ทำให้ชีวิตของคนในเมืองนั้นง่ายขึ้น

Ristr8to, ต๋อง อานนท์ ธิติประเสริฐ

ชีวิตหลังจากกลับมาไทยเป็นอย่างไร คุณวาดภาพ A Perfect Living ของคุณไว้แบบไหน   

ผมเปิดร้านของตัวเองชื่อ Ristr8to ผมอยากจะเปิดในแบบที่ตัวเองชอบอย่างเดียว เพราะการทำในสิ่งที่ผมไม่ชอบ ไม่ว่าได้เงินเยอะแค่ไหนผมก็ไม่มีความสุขอยู่ดี ช่วงขาลงของร้านที่ซิดนีย์ยอดขายก็น้อยลงเรื่อยๆ ความสุขในการทำงานของผมลดลง ผมคิดว่าถ้าอยู่ต่อไปก็คงไม่มีความสุขอยู่ดี เพราะเหตุผลที่ผมเปิดร้านคือเพราะผมอยากทำกาแฟ อยากดูแลร้านกาแฟของของตัวเอง และผมอยากทำงานที่ผมอยากตื่นขึ้นมาเพื่อทำมันทุกวัน

ผมได้เรียนรู้ว่าบางครั้งเงินไม่สามารถซื้อทุกอย่างที่ผมอยากได้ เวลาต่างหากคือสิ่งที่สำคัญกว่า ถ้าผมเริ่มทำตามฝันตอนแก่โอกาสที่ผมจะประสบความสำเร็จอาจจะน้อยลงเรื่อยๆ ถ้าตอนนั้นผมทำร้านเจ๊งผมก็อายุแค่ 25 ปีเอง ผมยังมีเวลาเริ่มใหม่อีกหลายรอบ

ช่วงนั้นเพิ่งเริ่มทำร้าน ผมก็ยังไม่ค่อยมีเงินเพราะลงทุนไปหมดแล้ว ผมต้องนั่งรถไฟชั้น 3 ไปแข่งที่กรุงเทพฯ ได้ที่ 3 บ้าง ที่ 5 บ้าง ผมก็กลับมาคิดว่าทำไมผมไม่ชนะ ผมคิดว่าผมเก่งที่สุดแล้วตอนนั้น เพราะผมมีโอกาสได้ไปเห็นแชมป์โลกมาแล้ว ผมรู้สึกของผมเองว่าผมไม่ได้ห่างจากเขามากขนาดนั้น

แต่สมาคมชาและกาแฟไทยที่ดูแลการแข่งขันในตอนนั้นเห็นว่าผมน่าจะเป็นตัวแทนของประเทศได้ เพราะผมฝึกมาจากออสเตรเลีย และฝึกเพื่อไปแข่งระดับโลกได้ และในปีนั้นเองที่ผมเป็นคนไทยคนแรกที่ได้เข้ารอบ 6 คนสุดท้ายของการแข่งขัน และได้ที่ 6 พอดี

Ristr8to, ต๋อง อานนท์ ธิติประเสริฐ Ristr8to, ต๋อง อานนท์ ธิติประเสริฐ

A Perfect Living Platform ของคุณเป็นแบบไหน

A Perfect Living Platform ในแบบของผมคือผมชอบอยู่กลางเมือง ชอบอยู่ในที่ที่มันสะดวกสบาย และอยากให้มีปัจจัยในการดำรงชีวิตทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ถ้าผมทำงานเหนื่อยๆ หรือเดินทางต่างประเทศบ่อยๆ ผมก็อยากอยู่บ้าน เพราะผมเหนื่อยที่จะเดินทางแล้ว หลังจากเดินทางเยอะๆ ผมมักจะไม่อยากไปไหนไกล อยากออกไปใกล้ๆ บ้านแล้วเจอทุกอย่างเลย ถ้าผมต้องเลือกอยู่สักผมต้องเลือกที่ที่มันสะดวกกับชีวิตผมทุกด้าน และสะดวกให้เพื่อนๆ มาหาผมได้ด้วย ต้องมีร้านอาหารหลายแบบ หลายสไตล์ เพื่อตอบสนองความชอบของเพื่อนแต่ละคน

ร้านและบ้านที่ผมอยู่ในตอนนี้ก็อยู่นิมมานฯ ทั้งคู่ เพราะผมชอบความเป็นเมืองมาก และถ้าเมืองที่มีครบทุกอย่างแบบนี้มีร้านกาฟที่ดี เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้คนมาพบปะกันยิ่งทำให้การทำร้านกาแฟของผมสนุกมากขึ้น

ในช่วงแรกที่ทำร้าน ที่นิมมานฯ มีแต่ร้านกาแฟเลยนะ แต่การมีร้านกาแฟเยอะมันมีข้อดี เพราะมันช่วยดึงให้มีร้านอื่นๆ มาเปิดเพิ่มมากขึ้น และดึงดูดให้คนหลากหลายกลุ่มมารวมตัวกันได้ ผมเห็นได้ชัดเลยว่าจุดเริ่มต้นของคอมมูนิตี้คือร้านกาแฟดีๆ นี่แหละที่ทำให้มีร้านขายของฝาก ร้านขายงานคราฟต์ บาร์ ร้านอาหารอร่อยๆ พื้นที่ศิลปะ และอื่นๆ ตามมาเรื่อยๆ ยิ่งแต่ละร้านตั้งใจทำร้านของตัวเองออกมาให้ดูดีมากเท่าไร มันยิ่งทำให้พื้นที่นั้นน่าอยู่มากขึ้น

ที่สำคัญคือ ต้องเป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ เพราะผมชอบบรรยากาศของความเป็นวัยรุ่น ชอบเห็นความคิดสร้างสรรค์ของคนอื่นๆ เวลาเดินผ่านก็รู้สึกว่ามันสวยดี เห็นแฟชั่น เห็นความตั้งใจของคนทำในย่านนี้ ทุกอย่างมันดูเท่ไปหมดเลย ผมก็รู้สึกโชคดีที่ได้อยู่ในที่ที่มีพลังดีๆ แบบนี้

 

คอมมูนิตี้ของคนดื่มกาแฟทำให้เกิด Perfect Living ได้อย่างไร

สำหรับผมเชียงใหม่คือเมืองที่ทุกอย่างเชื่อมถึงกันได้ง่าย เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักเดินทางทั่วโลกเดินทางมาที่นี่ Perfect Living ของผมคือการมีร้านกาแฟดีๆ ไว้ต้อนรับคนจากทุกมุมโลกให้คนมาพบปะกัน

ผมโชคดีที่ได้รู้จักคนมากมายจากคอมมูนิตี้ในการแข่งขัน ได้มีประสบการณ์จากหลายๆ เมืองที่ผมสามารถเลือกมาออกแบบ Perfect Living ของผมได้ และได้รู้ว่าคนกินกาแฟในแต่ละประเทศต้องการอะไร แต่ผมไม่ได้ลืมคนท้องถิ่นที่นี่นะ ผมยังมีเมนูดั้งเดิมที่เป็นกาแฟเย็นที่เขาชอบอยู่ แต่ผมมีวิธีการนำเสนอในแบบของผมเอง และในขณะเดียวกันผมยังมีเมนูใหม่ และเมล็ดกาแฟใหม่ๆ มาแนะนำให้เขารู้จักและอยากกลับมาลองอีกหลายๆ ครั้ง

ร้านกาแฟมันเป็นที่ที่คนนัดรวมตัวกันได้ง่าย และมันเป็นพื้นที่ที่รวบรวมทุกอย่าง ใกล้ร้านกาแฟก็มักจะมีสิ่งอื่นๆ ที่เราต้องการอยู่เต็มไปหมด ลูกค้าในร้านก็มีคนทุกประเภท ทุกอาชีพเลย สามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง มีทั้งนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว ทั้งคนไทย คนจีน และคนต่างชาติ ในแต่ละวันผมก็ได้คุยกับคนหลากหลายมาก มันเป็นความสนุกอย่างหนึ่งที่ผมได้ทำร้านนี้ ผมทำพื้นที่นี้ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิด และแลกเปลี่ยนบทสทนากัน และตัวผมก็ได้อะไรจากมันด้วย เวลาผมฟังเรื่องราวของใครก็เหมือนเขาย่อโลกมาให้ใกล้กับผมมากขึ้น

Ristr8to, ต๋อง อานนท์ ธิติประเสริฐ

 

การเป็นแชมป์เปลี่ยนชีวิตของคุณไปอย่างไรบ้าง

ในปี 2017 ผมได้เป็นแชมป์โลกแล้วก็จริง แต่ผมไม่ได้มองว่าตัวเองเก่งที่สุดแล้ว ผมได้เห็นโลกกว้างขึ้น และยังมีคนอีกเยอะที่เก่งกว่าเรา คนที่เก่งคะแนนเทคนิค คนที่เก่งด้านอื่นๆ อีกเยอะมาก ผมรู้ว่าผมเป็นแชมป์โลกได้ แต่ยังมีอีกหลายอย่างในโลกนี้ที่ผมยังไม่รู้ และยังมีคนอื่นที่ทำได้ดีกว่าผม เวลาผมออกไปเจอโลกข้างนอกเยอะๆ ก็ทำให้ผมได้ตัดอีโก้ของตัวเองออกไปด้วย ผมจึงชอบที่ได้เดินทางออกไปแข่ง ได้ออกไปเที่ยว และซึมซับเอาวัฒนธรรมการดื่มกาแฟผ่านเมือง ผ่านการแข่งหลายๆ ที่ที่ผมไป กลับมาเผยแพร่ในคอมมูนิตี้ของตัวเองและทำให้ร้านกาแฟของผมเป็น A Perfect Living Platform ที่ตอบโจทย์ชีวิตของทุกคน

Ristr8to, ต๋อง อานนท์ ธิติประเสริฐ

ภาพ: มณีนุช บุญเรือง

A Perfect Living Platform

เพราะมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของ ‘ธรรมชาติ’ เป็นเผ่าพันธ์ที่ต้องสร้าง ‘สังคม’ และปัจจุบันปัจจัยรอบด้านนำพาการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งในโลกเข้าสู่ยุค ‘เทคโนโลยี’ ที่ล้ำหน้าและทันสมัย ทำให้วิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์ต้องปรับเปลี่ยน ให้ก้าวทันโลกสมัยใหม่

‘Park Origin’ จึงสร้างขึ้นมาภายใต้คอนเซปต์ ‘A Perfect Living Platform’ ที่เข้าใจการใช้ชีวิตของคนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยผสานเทคโนโลยี สังคม และธรรมชาติ ได้อย่างลงตัว โดยที่ทุกคนไม่ต้องเสียเวลาวิ่งโหยหาสิ่งเหล่านี้จากภายนอก เพราะ 3 สิ่งนี้ได้อยู่ใน Platform นี้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์แล้ว ที่ Park Origin Phayathai, Park Origin Thonglor และ Park Origin Phorm Phong

http://www.parkorigin.co.th/

CONTRIBUTORS

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

มณีนุช บุญเรือง

สาวชาวเชียงใหม่ อดีตช่างภาพ a day BULLETIN LIFE หลงใหลในแสงแดด พอๆ กับอเมริกาโนฮ้อนๆ เจ้า