โรงแรม โชว์รูมรถยนต์ ร้านวัสดุก่อสร้าง ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า

ทั้ง 4 กิจการอาจจะดูไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่หนึ่งสิ่งที่เหมือนกันคือ ต่างมีแนวคิดในการทำกิจการที่ไม่ใช่เน้นแค่ผลประกอบการ แต่พวกเขาคำนึงถึงความยั่งยืนด้วย 

ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดสุโขทัย เมืองท่องเที่ยวหนึ่งในมรดกโลกที่ใครก็รู้จัก ซึ่งเป็นอีกจังหวัดที่มีการสนับสนุนจากภาครัฐ ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนสุโขทัยสู่เมืองสีเขียว 

พวกเขาสร้างความยั่งยืนให้กิจการ โดยมี ‘บ้านปู เน็กซ์’ บริษัทลูกของบ้านปูเป็นผู้ช่วย โดยนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด และโซลูชันพลังงานฉลาด มาเป็นตัวช่วยพัฒนาให้ธุรกิจเล็ก-ใหญ่ ได้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งโซลูชันนั้นก็คือระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลูชันฉลาดผลิต ที่ช่วยประหยัดค่าไฟและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อย่างเห็นได้ชัด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ตั้งแต่ติดตั้งโซลูชันฉลาดผลิต จนถึงปัจจุบัน ทั้ง 4 กิจการในสุโขทัย สามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 380 ตัน เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง 21,800 ต้น ถือเป็นตัวจริงที่ช่วยผลักดันเมืองสุโขทัยสู่เมืองสีเขียวได้จริง

The Cloud ขอพาคุณเดินทางขึ้นไปภาคกลางตอนบน พูดคุยกับเจ้าของกิจการท้องถิ่นทั้ง 4 ถึงแนวคิดการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนในแบบฉบับคนสุโขทัยกัน

01

Sukhothai Treasure Resort and Spa 

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

เราเริ่มคุยกับ วิวัฒน์ ธาราวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ Sukhothai Treasure Resort and Spa โรงแรมแบบครบวงจรที่มีทั้งห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม สปา และเป็นแห่งแรกๆ ในจังหวัดสุโขทัยที่ได้รับรางวัลโรงแรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือ Green Hotel ระดับดีมาก จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 

วิวัฒน์เล่าว่า บริษัทเริ่มจากทำบูทีกโฮเทลขนาดเล็กภายในจังหวัดตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โรงแรมนี้เริ่มก่อตั้งใน พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่เทรนด์การท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยกำลังเพิ่มขึ้น ด้วยความตั้งใจของทีมผู้บริหาร จึงอยากให้สุโขทัย เทรเชอร์ เป็นมากกว่าโรงแรมธรรมดาที่แค่มานอนพักผ่อน แต่ต้องเป็นโรงเรียนที่ส่งต่อความรู้ไปยังเจเนอเรชันต่อไปได้ในหลายๆ ด้านด้วย 

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

“เราอยากให้ที่นี่เป็นธุรกิจนำร่องเรื่องความยั่งยืนให้โรงแรมในโซนต่างจังหวัด เป็นโมเดลที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และชุมชนไปพร้อมๆ กันได้ เราปลูกผักออร์แกนิก ทำนาข้าว และเลี้ยงปลา เราลดการขนส่งและลดขยะให้น้อยลงด้วยการนำขยะไปทำปุ๋ย นำน้ำไปบำบัดแล้วเอากลับมาใช้ใหม่ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นว่าทำไมเราถึงอยากใช้พลังงานสะอาดมาช่วยแบ่งเบาอีกด้าน เรียกได้ว่าเราเป็นที่แรกๆ เลยที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์อย่างครบวงจร เราติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาห้องอาหารและที่จอดรถกับทางบ้านปู เน็กซ์ ตั้งแต่ปลาย พ.ศ. 2561”

เมื่อพูดถึงโซลาร์เซลล์ วิวัฒน์ศึกษาหาข้อมูลมาหลายเจ้า แต่ก็มาลงตัวกับทางบ้านปู เน็กซ์ เพราะความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ความเป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์ และมาพร้อมบริการครบวงจร 

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

“เราเริ่มทำเมื่อเกือบสามปีก่อน จนตอนนี้น่าจะประหยัดค่าไฟไปได้ 30,000 บาทต่อเดือน การใช้โซลาร์เซลล์นี้มีรายละเอียดเยอะ ตั้งแต่การคำนวณ ติดตั้ง ไปจนถึงการดำเนินงานทางกฎหมาย หลังติดก็ต้องดูแลรักษาระบบอีก ซึ่งเขาจัดการให้ทั้งหมด เมื่อติดตั้งได้ระยะหนึ่งก็มีทั้งเพื่อนผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และสถานศึกษา ติดต่อขอมาดูงานที่โรงแรมตลอด เรียกได้ว่าตอบโจทย์ที่เราอยากเป็นศูนย์การเรียนรู้มากกว่าเป็นแค่โรงแรม” 

คนที่มาดูงานมักจะมีคำถามเสมอว่า ‘เคยวัดไหมว่าช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ให้โลกได้เท่าไหร่’ วิวัฒน์ไม่รอช้า เปิดแอปพลิเคชันของบ้านปู เน็กซ์ แล้วตอบได้ทันที 

“เราลดคาร์บอนฯ ไปได้กว่า 110 ตัน ดีใจนะที่ช่วยโลกได้ แม้จะเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม” 

 
02

SCG Home แสงอุปกรณ์ สุโขทัย

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

ทายาทรุ่นสองของธุรกิจอย่าง ใหม่-ณรงค์ชัย ศรีอรุณนิรันดร์ กรรมการบริหาร SCG Home แสงอุปกรณ์ สุโขทัย เล่าว่าที่บ้านเริ่มมาจากการทำกิจการขายวัสดุก่อสร้าง และเริ่มมาเป็นดีลเลอร์ SCG ทั่วไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว จนกลายมาเป็น SCG Home ที่ปรับรูปแบบเป็น Modern Trade โดยร่วมมือกันระหว่างทาง SCG และบุญถาวรในปัจจุบัน

“เราปรับรูปแบบร้านมาตลอด ทุกวันนี้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการซื้อที่เปลี่ยนไป ต้องการความรวดเร็วมากขึ้น เราก็ต้องปรับตัวตาม เอาเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยเสริม เมื่อก่อนเราแค่หาของมาจำหน่ายตามที่ลูกค้าต้องการ แต่ตอนนี้มีบริการช่วยออกแบบให้กับลูกค้า ให้คำแนะนำ ปรึกษา มีการติดตั้งและรับประกันเพิ่มมา เป็นมากกว่าร้านค้าทั่วไปแล้ว แต่ให้บริการครบจบในที่เดียวไปเลย”

เมื่อปรับปรุงร้านให้ดูทันสมัยมากขึ้น พื้นที่การขายก็เพิ่มขึ้นด้วย ระบบเครื่องปรับอากาศก็ทำให้ค่าใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก เขาจึงเริ่มศึกษาเรื่องของระบบโซลาร์รูฟท็อป

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น
4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

“ค่าไฟที่ร้านพุ่งขึ้นไปถึงเดือนละ 100,000 กว่าบาท ก็เลยหาข้อมูลเพิ่ม บวกกับลูกค้าของผมอย่างโรงแรมสุโขทัย เทรเชอร์ฯ เขาก็ติดอยู่ เลยได้คุยกันและไปขอดูงานที่โรงแรม ทำให้เห็นภาพมากขึ้นเพราะเราไม่มีประสบการณ์เลย”

จริงๆ เพื่อนผู้ประกอบการของใหม่เองก็รับติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป แต่ใหม่มองว่าการลงทุนในครั้งนี้ควรให้ผู้ที่มีประสบการณ์และเป็นมืออาชีพด้านพลังงานจริงๆ เข้ามาทำน่าจะดีกว่า 

“ถ้าเราไม่หามืออาชีพด้านนี้โดยตรงมาทำ แทนที่จะเป็นผลดีในระยะยาว อาจจะกลายเป็นผลเสียมากกว่า เลยอยากได้เจ้าที่ไว้ใจได้จริงๆ และมีบริการหลังการขายที่ดี เพราะอายุการใช้งานมันเกินสิบปีอยู่แล้ว”

ปัจจุบันใหม่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี ลดค่าไฟลงไปกว่า 50 – 60 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้จ่ายเพียง 50,000 – 60,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

“การติดตั้งโซลาร์ฯ ของเราเห็นผลเป็นรูปธรรม เราดูความสำเร็จได้ว่าผลิตและใช้ไฟจากโซลาร์ฯ ไปแล้วเท่าไหร่ หรือใช้ไฟจากการไฟฟ้าเท่าไหร่ เวลามีเพื่อนๆ ที่สนใจมาถามเรา เราก็เปิดแอปฯ เล่าให้เขาฟังได้เลย”

ใหม่มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมกับหน่วยงานในสุโขทัย ได้เห็นการทำกิจกรรม และการส่งเสริมด้านความยั่งยืนหลายครั้ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้สนใจและหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

“การใช้พลังงานสะอาดไม่ได้ช่วยแค่เรื่องลดต้นทุน แต่ช่วยยกระดับร้านให้เป็นองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่นๆ ด้วย”

03

บริษัท โตโยต้าสุโขทัย ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด

บุ๊ง-พรรษา เรืองปัญญวัฒนา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้าสุโขทัย ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ดีลเลอร์ขายรถยนต์โตโยต้าและศูนย์บริการที่อยู่คู่เมืองสุโขทัยมากว่า 50 ปี เป็นธุรกิจครอบครัวที่ปัจจุบันดำเนินงานเป็นรุ่นที่ 3 เธอเติบโตมากับการถูกปลูกฝังแนวคิดเหมือนเป็นพนักงานคนหนึ่งในร้าน ไม่ใช่ในฐานะเจ้าของ ทำให้เข้าใจระบบการทำงานทั้งหมดของบริษัทมาตั้งแต่เด็กๆ และเมื่อได้เข้ามาร่วมบริหาร เธอก็มีความตั้งใจที่จะดูแลกิจการนี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยตัวเอง 

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

“เราเป็นคนสุโขทัย ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าทำธุรกิจต้องไม่ลืมคืนสิ่งดีๆ ให้คนในจังหวัดด้วย ทุกวันนี้เราดูแลลูกค้าเหมือนคนในครอบครัว ไม่ปฏิเสธลูกค้า ใส่ใจบริการเต็มที่ เราอยากให้ลูกค้าสบายใจที่สุด รวมถึงที่ผ่านมาก็ทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมมาตลอด อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้บริจาคสิ่งของให้โรงพยาบาลต่างๆ”

ส่วนมากบุ๊งจะสแตนด์บายอยู่ที่โชว์รูมตลอด เพราะเชื่อว่าข้อแตกต่างของที่นี่กับดีลเลอร์อื่นคือ โตโยต้าสุโขทัยช่วยลูกค้าตัดสินใจได้โดยทันที เพราะมีเจ้าของอยู่พร้อมแก้ไข รับฟัง และอะลุ่มอล่วยอยู่เสมอ 

“เราจะบอกพนักงานตลอดว่าติดปัญหาตรงไหน ลูกค้าต้องการอะไร มาคุยกัน เราจะช่วยตัดสินใจให้ เพราะบางทีพนักงานอาจจะไม่กล้าตัดสินใจ ก็จะบอกพวกเขาเสมอว่าต้องคุยกัน ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร เราช่วยกันแก้ไขได้ เราต้องช่วยกันดูแลลูกค้า”

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด
คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

เธอเพิ่งได้เข้ามาเริ่มบริหารหลังเรียนจบเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แต่ในยุคแรกขณะที่อากงของเธอเป็นคนก่อตั้งบริษัท อาคารโชว์รูมยังเป็นแบบเก่าที่ไม่ได้มาตรฐาน และจอดรถโชว์ได้เพียงแค่ 2 คันในชั้นล่าง ด้านบนเป็นบ้านที่อยู่มาเป็นเวลานาน เมื่อเธอเข้ามาทำงาน ก็เริ่มปรับปรุงทุบอาคารเดิมทิ้ง และกลายมาเป็นโชว์รูมขนาดใหญ่ที่โชว์รถได้มากกว่า 10 คัน โดยปัจจุบัน บุ๊งก็ยังดำเนินธุรกิจร่วมกับคุณพ่ออยู่ด้วย

 “ปะป๊าของเราเป็นคนช่างสรรหามาก ช่วงที่ระบบโซลาร์ฯ เริ่มบูม เขาก็ซื้อแผงจากจีน เอาแบตเตอรี่มาประดิษฐ์เองชิ้นเล็กๆ ง่ายๆ ถามว่าได้ผลไหม ก็พอได้นะกับไฟแค่ไม่กี่ดวง การดูแลก็สอนให้พนักงานดูแล แต่ถ้าในอนาคตพนักงานคนนี้ออกไป ก็ไม่เกิดการส่งต่อความรู้ตรงนี้ และมันไม่ปลอดภัยเท่าไหร่เพราะเราทำเอง” 

ที่เริ่มติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปกับบ้านปู เน็กซ์ จริงจัง เพราะผู้ประกอบการรุ่นพี่บอกต่อความคุ้มค่า แถมโชว์ข้อมูลการประหยัดไฟให้เห็นภาพแบบชัดเจน ซึ่งก่อนติดตั้งก็ได้ขอไปดูระบบฯ ที่ติดตั้งของจริงประกอบการตัดสินใจด้วย

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

“ตอนนี้ก็ติดตั้งมาได้ประมาณหนึ่งปีแล้ว ปกติไฟที่ใช้หลักๆ เลยคือแอร์ เพราะว่าเราเป็นโชว์รูมที่ต้องต้อนรับลูกค้า ก็อยากที่ให้ลูกค้าเข้ามาเจอแอร์เย็นๆ นั่งคุยเงื่อนไข ตัดสินใจซื้อด้วยความสบายใจ นั่งคุยกันแบบร้อนๆ ก็อาจจะทำให้การตัดสินใจเปลี่ยนได้ เมื่อก่อนกระหน่ำเปิดก็ค่าไฟพุ่ง มากสุดเคยมี 170,000 ต่อเดือน ซึ่งถือว่าเยอะมาก แต่จะให้เปิดแอร์เฉพาะตอนลูกค้าเข้ามาก็เย็นไม่ทันใจ เนื่องด้วยขนาดพื้นที่โชว์รูมค่อนข้างกว้าง แต่ทุกวันนี้ก็เปิดแอร์อย่างสบายใจ มีอิสระในการใช้ไฟมากขึ้น”

“เราอยากประหยัดต้นทุนได้ และดูแลลูกค้าได้ดีที่สุดด้วย”

04

บริษัท ธงชัยวิทยุ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

เราคุยกับ อ๊อฟ-จินตวัฒน์ กิจสนาโยธิน ผู้บริหารรุ่นสองของบริษัท ธงชัยวิทยุ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ศูนย์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คนสุโขทัยเลือกและไว้ใจมาเกือบ 50 ปี เมื่อพูดถึงเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้ากับคนสุโขทัย ใครๆ ก็ต้องนึกถึงที่นี่อย่างแน่นอน

ธงชัยวิทยุเริ่มต้นมาจาก ธงชัย กิจสนาโยธิน หรือพ่อของอ๊อฟ ผู้เป็นช่างซ่อมนาฬิกาและเริ่มเห็นว่าวิทยุและโทรทัศน์สีเริ่มได้รับความนิยมมากในช่วง พ.ศ. 2515 แต่ในจังหวัดสุโขทัยเองยังไม่ค่อยมีผู้จำหน่าย เขาจึงเห็นโอกาสทางธุรกิจ และตัดสินใจเริ่มขายมาตั้งแต่ยุคนั้น 

เริ่มจากวิทยุและโทรทัศน์มาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มชนิดมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีถึง 2 สาขา คือ สาขาดั้งเดิมภายในตลาดสุโขทัย และสาขาใหม่ ริมถนนบายพาส จังหวัดสุโขทัย บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร และกลายมาเป็นศูนย์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

“เมื่อก่อนสมัยที่อาปาเริ่มเลย มาตรฐานสินค้าและบริการหลังการขาย อย่างงานซ่อมบำรุงหรือรับประกันอาจจะไม่เหมือนทุกวันนี้ อาปาเห็นว่าการบริการเป็นจุดขายสำคัญซึ่งก็ได้พัฒนาเรื่อยมา จนตอนนี้เรามาเป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรงจากบริษัทต่างๆ มีมาตรฐานมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ”

ปัจจุบันร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ามีหลายเจ้าเข้ามาบุกตลาดมากขึ้น อย่างร้านค้าปลีก Modern Trade ใหม่ๆ มากมายนอกจากการแข่งขันทางด้านราคา ธงชัยวิทยุเป็นร้านในชุมชนที่อยู่คู่กับชาวสุโขทัยมายาวนาน ทำให้มีความยืดหยุ่นในการซื้อสินค้ามากกว่า รวมไปถึงความเก๋าเกมที่อยู่มานานของธงชัยวิทยุ ทำให้การบริการทั้งก่อนและหลังการขายกลายเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของที่นี่

“การบริการของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานติดตั้ง การให้คำปรึกษา การใช้งาน และบริการหลังการขาย เช่น ถ้าสินค้ามีปัญหาแล้วเราเป็นตัวแทนในการรับซ่อมโดยตรงจากบริษัท เราก็มีทีมช่างที่เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลให้ลูกค้า เพราะฉะนั้น ความเร็วในการเข้าถึงลูกค้าหรือว่าความยืดหยุ่น เราทำได้ดีกว่า”

สาขาแรกที่ตลาดมีรูปแบบร้านเป็นตึกแถว จาก 1 ห้องมาเป็น 10 ห้องในปัจจุบัน เน้นขายสินค้าชิ้นเล็กที่จับจ่ายง่าย แต่ก็เกิดปัญหาทางด้านการสต็อกของ และมีพื้นที่จำกัดในการตั้งโชว์สินค้า เป็นจุดเปลี่ยนให้เริ่มต้นขยายมายังสาขา 2 เป็นโชว์รูมเครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจรในพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร อ๊อฟจึงเริ่มคิดนำพลังงานสะอาดมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น

“ด้วยพื้นที่ใหญ่มากกว่าตึกแถวเดิม เครื่องใช้ไฟฟ้าเราก็เพิ่มจำนวนไลน์อัพครบทุกยี่ห้อ แถมยังต้องเปิดโชว์หรือให้ลูกค้าทดลองใช้อยู่ตลอด ระบบเครื่องปรับอากาศก็ต้องครอบคลุม ไหนจะแสงสว่างต่างๆ ในร้านด้วย ค่าไฟจึงเยอะขึ้นกว่าเดิม 4 – 5 เท่า เราเลยคิดว่าการใช้พลังงานสะอาด น่าจะเป็นการลงทุนในระยะยาวที่คุ้มทุน รวมถึงหลังๆ มานี้ ภาครัฐมีการส่งเสริมพลังงานสะอาดด้วยการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ประกอบกับราคาของแบตเตอรี่ อินเวอร์เตอร์ แผงโซลาร์ต่างๆ ก็ราคาต่ำลง ผู้ประกอบการ SMEs อย่างเราจับต้องได้ เลยคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะหันมาใช้เทคโนโลยีนี้”

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด
คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

อ๊อฟเล่าว่าทีแรกคิดจะทำเรื่องโซลาร์รูฟท็อปเองด้วยซ้ำ เพราะที่ร้านก็พอมีความเชี่ยวชาญทางด้านการติดตั้งอยู่แล้ว แต่พอรู้ว่าทางบ้านปู เน็กซ์ ไม่ได้ทำให้กับแค่ลูกค้าเจ้าใหญ่ๆ แต่ยังรับติดตั้งให้กับ SMEs หลายๆ ที่ ก็ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 

“เขาช่วยคิดให้หมดว่าใช้ไฟเท่านี้ ต้องติดตั้งเท่าไหร่ถึงจะคุ้มค่า ไหนจะเรื่องความปลอดภัยก็ดี เรื่องการขออนุญาตก็ดี ได้มืออาชีพด้านนี้มาจัดการทุกอย่างให้ เราก็วางใจได้เยอะ แถมพอติดตั้งแล้วเราแค่ติดตามการใช้งานได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน” 

หลังจากที่ติดตั้งโซลาร์มาเกือบ 1 ปี ร้านสามารถประหยัดค่าไฟลงไปกว่า 45 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ให้โลกได้ถึงเกือบ 90 ตัน ผลลัพธ์นี้ทำให้รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ เพราะสามารถนำเงินไปต่อยอดให้กับธุรกิจในด้านอื่นๆ ได้สร้างภาพลักษณ์ และยังคืนสิ่งดีๆ สู่ชุมชนด้วย

อ๊อฟปิดท้ายว่าอยากเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับสุโขทัย จึงได้นำหลักความยั่งยืน 3 ด้าน ได้แก่ ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มาใช้บริหารกิจการ 

“เราเริ่มจากร้านเล็กๆ เติบโตมาได้เพราะชุมชน เราก็อยากช่วยเหลือชุมชนให้มีความสุขไปด้วยกัน อยากสร้างคุณค่าในสินค้าและงานบริการที่ดีให้กับลูกค้า ไปพร้อมๆ กับส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชน มอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ หรืออะไรก็ตามที่ชุมชนขาดเหลือ รวมถึงเป็นแบบอย่างเรื่องรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากติดโซลาร์รูฟท็อปแล้วเรากับพนักงานก็มีการรีไซเคิลของใช้เก่าๆ และแยกขยะภายในร้านด้วย ในอนาคตจะนำรถไฟฟ้ามาใช้ในสาขาด้วย”

นี่เป็นเพียงตัวอย่างธุรกิจรายย่อยในสุโขทัยที่เริ่มต้นให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่พวกเขาเล็งเห็นว่า การใช้พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่การลดต้นทุนทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังได้ช่วยเหลือชุมชนที่พวกเขาเติบโตมา รวมถึงโลกใบนี้ได้อย่างยั่งยืนต่อไป

บ้านปู เน็กซ์ คือผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานฉลาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มุ่งนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันพลังงานสะอาด เทคโนโลยี และดิจิทัลแพลตฟอร์มมาต่อยอด และพัฒนา ‘โซลูชันพลังงานฉลาด’ (Smart Energy Solutions) เพื่อนำเสนอแนวทางการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด สร้างความยั่งยืนให้กับโลก สิ่งแวดล้อม ธุรกิจ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับคนในสังคม

โซลูชันฉลาดผลิต (Smart Energy Generation) ดำเนินธุรกิจผลิต และจ่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ทั้งการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานลม และบริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งโซลาร์รูฟท็อป โซลาร์คาร์พอร์ต และโซลาร์ลอยน้ำ ที่สามารถติดตาม ตรวจสอบการผลิต และการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมฟังก์ชันอื่นๆ ที่ออกแบบตามความต้องการลูกค้า

ผู้ที่สนใจบริการติดตั้งระบบโซลาร์ของบ้านปู เน็กซ์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://cutt.ly/BanpuNEXT-TheCloud หรือสอบถามข้อมูลทาง Call Center โทร. 0 2095 6599 ได้เลย

Writer

Avatar

ณิชากร เอื้อสุนทรวัฒนา

อดีตนักเรียนโฆษณาที่มาเอาดีทางด้านอาหาร แต่หลงใหลการสัมภาษณ์และงานเขียน

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ลูกหลานไม่รับสืบทอด 

ช่องว่างระหว่างวัยทำให้ความคิดเห็นไม่ตรงกัน 

การจัดการเรื่องระบบและความรู้สึกภายในครอบครัวเริ่มมีความซับซ้อน 

การปรับตัวไปพร้อมเทคโนโลยีในยุคที่การแข่งขันสูงคือความท้าทาย

ทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาล้านแปดที่ธุรกิจครอบครัวต้องเผชิญในศตวรรษที่ 21 

แต่ในมุมมองของ ประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ mai และตลาดหลักทรัพย์ LiVEx ปัญหาคือจุดเริ่มต้นให้คนมองหาลู่ทางไปต่อ รวมถึงสร้างโอกาสในการผลักดันให้บริษัทของตนเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากตลาดทุน

งานวิจัยทั่วโลกเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ธุรกิจครอบครัวทั้งในไทยและต่างประเทศอยู่ได้เพียง 3 รุ่นก็จะหายไป การหลงเหลือถึงรุ่นที่ 4 มีโอกาสเพียง 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น 

ดังนั้น ความท้าทายในตอนนี้คือทำอย่างไรให้ธุรกิจครอบครัวซึ่งเป็นธุรกิจส่วนใหญ่ในประเทศได้รับการสืบทอดและอยู่อย่างมีคุณภาพต่อไปได้

ความท้าทาย ‘ภายใน’

ทำอย่างไรไม่ให้จบที่ความขัดแย้ง

หากจะเล่าให้เห็นภาพ สมัยก่อนปู่ย่าเริ่มกิจการ มีลูก 4 คน ลูกเขยและลูกสะใภ้อีก 4 คน มีหลานอีกบ้านละ 3 คน รวมทั้งหมด 22 คนใน 3 รุ่น จะเห็นได้ว่าความซับซ้อนภายในเพิ่มขึ้นทั้งช่วงวัยและความคิดที่ต่างกัน 

ปู่และย่าเริ่มต้นจากความยากจน หากมาจากจีนก็อาจมาพร้อมเสื่อผืนหมอนใบ สิ่งที่คิดถึงจึงเป็นความประหยัดและการทำงานหาเงินอย่างหนัก

ต่อมารุ่นพ่อแม่เริ่มมีเงิน มีเครือข่ายคนรู้จักทำให้กิจการเติบโต แต่ยังได้นิสัยประหยัดมา

มาถึงรุ่นลูกจะเห็นความแตกต่างคือ พ่อแม่รวยระดับหนึ่ง ชีวิตลูกสบาย บางคนได้ไปเรียนต่างประเทศ

ไม่มีวิธีคิดที่ถูกหรือผิด หากแต่เป็นความแตกต่างของมุมมองและตัวเลือกที่แต่ละรุ่นได้รับ

ความซับซ้อนของธุรกิจครอบครัวจึงเพิ่มขึ้นจากจำนวนคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ความยากในกรณีที่ต้องการให้คนในเข้ามาบริหารจึงเป็นการคัดเลือกผู้สืบทอด เนื่องจากครอบครัวมักมีความรู้สึกส่วนตัวผสมอยู่ทั้งความชอบและไม่ชอบ

ในทางตรงกันข้าม การปฏิเสธการรับสืบทอดของหลานก็มีความเป็นไปได้ พวกเขาอาจไม่ชอบธุรกิจนี้จากที่เห็นปู่ย่าต้องลำบาก พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ หรือพวกเขาอาจมีความฝันของตนเอง แต่การคัดเลือกคนนอกเข้ามาก็ไม่ง่ายเช่นกัน เมื่อปราการที่แข็งแกร่งที่สุดคือความผูกพัน คนนอกหรือจะเถียงคนในชนะ

“ประเด็นตรงนี้เป็นเรื่องของระบบการกำกับ (Governance) ทำอย่างไรที่จะแยกบทบาทระหว่างเจ้าของ กรรมการ และผู้บริหารออกจากกัน เรามีสิ่งที่เรียกว่าธรรมนูญครอบครัว (Family Charter) คือข้อตกลงร่วมกันระหว่างสมาชิกเพื่อสร้างความสามัคคี”

แต่ระบบที่ดีอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ คุณประพันธ์บอกว่า ระบบควรมีควบคู่ไปกับการเลี้ยงดูที่ดี เพราะหากเจอคนไม่ดีในครอบครัว หรือต้องการหาผลประโยชน์ส่วนตัว ผลลัพธ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดคงหนีไม่พ้นการทะเลาะ หรือหนักกว่านั้นอาจนำไปสู่การแย่งมรดกหรือการใช้ความรุนแรงที่ทำให้เกิดความสูญเสีย

“สำหรับการหาผู้สานต่อ ควรให้ลูกเข้ามามีส่วนร่วม แต่พ่อแม่ต้องทำธุรกิจให้มีคุณค่าและมีโอกาสเติบโต วางแผนอนาคตไว้ล่วงหน้า ทำระบบบัญชีให้มีประสิทธิภาพและถูกต้อง มีระบบควบคุมภายใน มีระบบข้อมูลให้ดู ต้องวางแผนสืบทอดกิจการให้ลูกรู้ เข้าใจ และเห็นว่ามันมีลู่ทางในอนาคต

“เรื่องเหล่านี้จัดการได้ระดับหนึ่งด้วยการมีระบบที่ดี กติกาที่ดี และการหาคนที่ดี ถึงแม้ลูกหลานจะไม่รับก็ยังสามารถขายกิจการต่อได้”

ความท้าทาย ‘ภายนอก’

ปรับให้ได้ ไปให้ถึง

การแข่งขันและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง คือสิ่งที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญหน้า คุณประพันธ์ตั้งคำถามว่า ครอบครัวในปัจจุบันรับมือและปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ยิ่งถ้าระบบกำกับที่กล่าวไปข้างต้นไม่ดี โอกาสที่ธุรกิจไปต่อไม่ได้ยิ่งสูง 

ขณะที่เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่ถนัด ระบบที่บริหารกันเองภายในจำเป็นต้องแบ่งใช้ความสามารถของแต่ละบุคคลให้ชัดเจนและตรงจุด ส่วนระบบการบริหารงานอย่างมืออาชีพมีช่องทางให้สรรหาคนเก่งเข้ามาอยู่แล้ว

“ในบรรดาธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ขนาดใหญ่ไม่ต้องห่วงอะไรมาก เพราะมีความสามารถในการเข้าถึงทุกอย่าง สิ่งที่น่าดูคือการจัดการภายในครอบครัวว่าเกิดปัญหาหรือไม่ ขนาดกลางอาจมีปัญหาเยอะ เพราะไม่ได้มีทรัพยากรมากเท่าแบบแรก แต่ที่ยากที่สุดคือขนาดเล็ก เพราะอยู่ในจุดที่ต้องคิดว่าทำแล้วคุ้มหรือไม่ บางคนจะทำก็ไม่ไหว จะขายก็เสียดาย แล้วที่สำคัญคือธุรกิจขนาดเล็กมีค่อนข้างเยอะในประเทศ”

ประพันธ์เล่าภาพรวมในมุมที่ตลาดหลักทรัพย์มองเห็น อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ และความรู้สึกในธุรกิจครอบครัว ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกำจัดทิ้ง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นข้อดีที่ทำให้ลูกหลานผู้รับสืบทอดรัก เข้าใจ และอินไปกับงานของพวกเขา หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานก็ยังให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนความสัมพันธ์ที่สายเลือดเดียวกันมีให้กัน

สิ่งสำคัญที่ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ย้ำอีกครั้งคือ การหาจุดสมดุลระหว่างระบบและความสัมพันธ์ รวมถึงเตรียม 5 สิ่งให้พร้อมเพื่อให้กิจการดำเนินต่อได้ คือ การกำหนดกติกาในครอบครัวให้ชัดเจน เตรียมระบบภายในให้โปร่งใส สร้างเสริมความรู้ความสามารถให้เพียงพอ ศึกษากลยุทธ์ที่ทำให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

Family Business Cases Archives

เปิดเคสธุรกิจครอบครัวไทยไปไกลระดับโลก

01 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) – TU

หากพูดถึงบริษัทผลิตและส่งออกอาหารทะเล คงไม่พูดถึง Thai Union ไม่ได้ เพราะธุรกิจครอบครัวไทยไปไกลระดับโลกนับตั้งแต่ก่อตั้งใน พ.ศ. 2520 ภายใต้ชื่อ บริษัท ไทยรวมสินพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท ก่อนเปลี่ยนมาเป็นชื่อปัจจุบัน

ไกรสร จันศิริ เริ่มจากการทำโรงงานทูน่ากระป๋องที่สมุทรสาครเป็น OEM ไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง จนในที่สุดได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ SET เมื่อ พ.ศ. 2537 ระดมทุนได้ 440 ล้านบาท และปัจจุบันกลายเป็นผู้ผลิตทูน่ากระป๋องอันดับหนึ่งของโลก

“บริษัทใช้เครื่องมือในตลาดทุน โดยเทกโอเวอร์บริษัทเพื่อเพิ่มแบรนด์ในอเมริกาชื่อว่า Chicken of the Sea ซึ่งเป็นผู้ผลิตทูน่าอันดับ 3 ของอเมริกาในปี 2540 จากนั้นจึงซื้อแบรนด์เพิ่มในยุโรปอย่าง King Oscar Rogen Fisch John West และลงทุนเพิ่มอีกในเอเชีย

“แต่สิ่งสำคัญคือเขาไม่ใช่แค่บริษัทใหญ่ เขาไปไกลกว่านั้นคือเรื่องของนวัตกรรม มีศูนย์วิจัย มีนักวิทยาศาสตร์นับร้อย นอกจากนี้ยังทำเรื่อง ESG และความยั่งยืน เพราะเวลาเข้าไปอยู่ตลาดระดับโลก กติกาก็เป็นระดับโลกเช่นกัน ตาข่ายที่จับปลาทำจากอะไร ขนาดความถี่ต้องเท่าไหร่ การดูแลแรงงานประมงต้องเป็นอย่างไร ทุกอย่างต้องตรงตามมาตรฐานสากลทั้งหมด”

คุณประพันธ์เล่าเพิ่มว่า Market Capitalization หรือ Market Cap ในวันที่เข้าตลาดของไทยยูเนี่ยนอยู่ที่ 2,200 ล้านบาท เวลาผ่านไป 28 ปี มูลค่าอยู่ที่ 82,075 ล้านบาท และเคยพุ่งสูงกว่าแสนล้านบาทมาแล้ว ในปัจจุบัน การบริหารเปลี่ยนมือผู้บริหารมาสู่ลูกชายอย่าง ธีรพงศ์ จันศิริ ซึ่งทั้งหมดคือพลังของตลาดทุนและการรู้จักต่อยอด 

02 บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) – JUBILE

ธุรกิจครอบครัว 4 รุ่น ประวัติศาสตร์ 93 ปี เริ่มจากร้านขายเพชรย่านสะพานเหล็ก สู่ตลาดหลักทรัพย์ วิโรจน์ พรประกฤต ทายาทรุ่น 3 ปรับธุรกิจสู่การก่อตั้งบริษัทใน พ.ศ. 2536 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ต่อมาจึงเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai ระดมทุนได้ 98 ล้านบาทใน พ.ศ. 2552

จากรายได้ 550 ล้านบาท พุ่งทะยานสู่ 1,820 ล้านบาทใน พ.ศ. 2562 กำไรพุ่งสูงขึ้นทุกปีจาก 60 ล้านบาท สู่ 267 ล้านบาทใน พ.ศ. 2563 ขณะที่ Market Cap พุ่งจาก 476 ล้านบาท สู่ 5,097 ล้านบาทในปัจจุบัน

“บริษัทโตขึ้น 3 เท่า แต่มูลค่าโตขึ้น 10 เท่า ข้อดีคือส่งต่อให้ลูกหลานได้ เพราะเป็นธุรกิจครอบครัวที่เปลี่ยนสู่สถาบัน การมีผู้ถือหุ้น มีการตั้งคณะกรรมการจากครอบครัวและบุคคลภายนอกช่วยเรื่องระบบการกำกับ โดยครอบครัวยังมีบทบาทได้เหมือนเดิม

“การเข้าตลาด มีระบบที่ดีทำให้คนอยากเข้ามาทำงาน และที่น่าสนใจคือ นี่เป็นโอกาสของยูบิลลี่ในการสร้างการยอมรับในวงกว้าง คุณวิโรจน์ พรประกฤต ได้รางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยมของบริษัทจดทะเบียนใน MAI นั่นคือความภูมิใจ และรุ่นที่ 4 อัญรัตน์ พรประกฤต ก็ได้รางวัลผู้บริหารสูงสุดรุ่นใหม่ด้วย”

03 บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) – ILINK

ธุรกิจครอบครัวจำหน่ายและนำเข้าอุปกรณ์ระบบข่ายสัญญาณคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดำเนินการโดยพ่อและลูก ก่อตั้งโดย สมบัติ อนันตรัมพร ใน พ.ศ. 2538 ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai พ.ศ. 2547 ได้เงินระดมทุน 85 ล้านบาท และย้ายไปตลาดหลักทรัพย์ SET ใน พ.ศ. 2558

“พอเข้ามาภาพลักษณ์ดีขึ้น ได้โปรเจกต์สำคัญคือวางระบบโครงข่ายสื่อสารในสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากนั้นยังทำโครงการเคเบิลใต้น้ำหลายโครงการ รายได้เติบโตจาก 488 ล้านบาท ขึ้นไปถึงหลัก 6 พันล้านบาท Market Cap เติบโต 10 เท่า จาก 340 ล้านบาทสู่ 3,969 ล้านบาทในปัจจุบัน ที่น่าสนใจคือ พ.ศ. 2559 เขามี Spin-off เข้าตลาดอีกคือ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) – ITEL

“คุณสมบัติและคุณ ชลิดา อนันตรัมพร มีลูกคือ คุณลิลรฎา อนันตรัมพร คุณณัฐนัย อนันตรัมพร และ คุณวริษา อนันตรัมพร ลูกชายคือคุณณัฐนัยเข้ามาบริหาร ITEL และนำเข้าตลาดทุน ตอนรุ่นพ่อเข้าตลาดระดมทุนได้ 85 ล้านบาท รุ่นลูกเข้าตลาดได้ 1,040 ล้านบาท แสดงให้เห็นการเติบโต ตอนนี้ทั้งสองบริษัทได้ย้ายเข้า SET แล้วเรียบร้อย”

ประพันธ์เสริมต่อว่า การมีข้อมูลโปร่งใส ระบบบัญชีถูกต้อง ระบบควบคุมภายในที่ไม่รั่วไหล ระบบบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ คือการทำให้ผู้ถือหุ้นเชื่อมั่นและสะท้อนถึงความแข็งแรงของบริษัท อีกอย่างคือการมี Business Model ที่ดีเพื่อเติบโต

ทั้ง 3 เคสพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความสำเร็จไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อมถึง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามาใช้ตลาดทุนแล้วประสบความสำเร็จเช่นกัน เพียงแต่การจะไปถึงจุดหมายได้ พวกเขาต้องผ่านอุปสรรคหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมระบบ เตรียมคน และการทุ่มเทเวลา ส่วนสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมอย่างจริงจังและขาดไม่ได้ คือ องค์ความรู้พื้นฐาน

LiVE Platform

ทางเลือกในการสร้างโอกาสให้ธุรกิจครอบครัวไปต่อ

ตลาดหลักทรัพย์ SET อายุ 47 ปี มีบริษัทขนาดใหญ่เข้าร่วมกว่า 600 บริษัท นับตั้งแต่เปิดทำการซื้อขายอย่างเป็นทางการครั้งแรกใน พ.ศ. 2518 ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ที่เกิดขึ้นหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง ปัจจุบันอายุ 23 ปี มีบริษัทเข้าร่วม 197 บริษัท และมีบริษัทที่เติบโตย้ายไป SET อีก 51 บริษัท

To Make the Capital Market Work for Everyone คือวิสัยทัศน์ที่ตลาดหลักทรัพย์ต้องการทำให้ตลาดทุนเป็นประโยชน์ต่อทุกคนไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม 

เมื่อมีเป้าหมายเช่นนั้น ตลาดหลักทรัพย์จึงขยายบทบาทมาที่ SMEs (Small and Medium-sized Enterprises) และ Startups สร้างกระดานที่ 3 คือ LiVE Exchange (LiVEx) เพื่อเปิดโอกาสให้ SMEs และ Startups เข้ามาระดมทุนในเกณฑ์ที่ง่ายขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว พร้อมค่าใช้จ่ายที่ถูกลง ด้วยความเชื่อมั่นว่าวันหนึ่งพวกเขาจะเข้าจดทะเบียนใน mai และ SET ต่อไป

แต่ในการช่วยวงกว้าง ตลาดหลักทรัพย์สร้างอีกอย่างคือ LiVE Platform (ลงทะเบียนเรียนฟรีได้ที่ www.live-platforms.com/) เพราะอยากให้ทุกคนมี Entrepreneurial Skills ซึ่งเป็น Life Skills ที่ควรมีไม่ต่างจากการว่ายน้ำ แบ่งได้เป็น 2 ระดับ คือ

‘Education Platform’ สำหรับผู้ประกอบการเริ่มต้นและคนทั่วไปที่สนใจ ปูพื้นฐานครอบคลุม 5 หมวด ได้แก่ ผู้ประกอบการอย่างยั่งยืนและนวัตกรรม การบริหารจัดการ การตลาด การบัญชี การเงินและการระดมทุน รวมกว่า 50 หลักสูตร ผ่านระบบ e-Learning โดยในปีหน้าจะมีหมวดธุรกิจครอบครัวเพิ่มเติม

‘Scaling Up Platform’ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการไปต่อเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุน ในส่วนนี้จะมีหลักสูตรเชิงลึกครอบคลุมทั้งเรื่องบัญชี กฎหมาย การประเมินมูลค่าธุรกิจ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ รวมให้กว่า 49 หลักสูตร 

นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้เรื่องระบบงานในการบริหาร การพาธุรกิจรายใหญ่และรายเล็กมาเจอกัน การให้คำปรึกษา ตอบคำถามโดยผู้รู้ รวมไปถึงบริการเอกสารสัญญามาตรฐานฟรี ร่างโดยบริษัท Baker Mckenzie ที่ปรึกษากฎหมายข้ามชาติอันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา

ลงทะเบียนเพียง 3 นาที ก็มีองค์ความรู้มากมายให้คนไทยได้หยิบใช้ ทั้งยังเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่มีวันหมดอายุ คุณประพันธ์กล่าวว่า ธุรกิจครอบครัวกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค การเรียนออนไลน์จึงเป็นข้อดีที่ทำให้ผู้สนใจเข้าถึงแหล่งความรู้พื้นฐานเพื่อการเติบโตได้เป็นอย่างดี

“การเข้าตลาดทุนคือเครื่องมือและทางเลือก ไม่จำเป็นที่ทุกธุรกิจครอบครัวต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะเราไม่มีทางรับได้ทั้งหมด และไม่ทางที่นักลุงทุนจะซื้อทุกบริษัท แต่พวกเขาควรมีความรู้ว่าบริษัทที่เติบโต เขาทำอย่างไร จากนั้นจึงนำข้อดีมาปรับใช้ เราจะมีทางเลือกมากขึ้น ให้ลูกหลานสืบต่อหรือให้คนเก่งมาบริหาร โดยลูกหลานก็ถือหุ้น รับเงินปันผล

“ผมยังยืนยันว่าธุรกิจครอบครัวมีเสน่ห์ตรงที่มีความเชื่อใจและเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้อยู่ต่อไปอย่างมีความสุขและเติบโต 

“ผมคิดว่า 3 สิ่งนี้คือ การมีกติกาที่ชัดเจน มีความโปร่งใสในเรื่องเงินทอง และคัดสรรคนมีความสามารถเข้ามาร่วมงาน โดยเริ่มต้นจากการมีความรู้เป็นอันดับแรก”

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load