25 กุมภาพันธ์ 2563
1 K

พูดถึงปาเลสไตน์ (Palestine) ก็คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงการแบ่งแยก กีดกัน กักขัง กดดัน ไร้อิสรภาพ โดยเฉพาะ ‘กำแพงแบ่งแยกดินแดน’ (Separation Wall) กำแพงคอนกรีตสีเทาสูงดูแล้ง-ร้าย ที่อิสราเอลสร้างขึ้นมาแบ่งกั้นหรือจะว่าล้อมรอบก็ได้ ให้ปาเลสไตน์เป็นดินแดนที่ถูกล็อกขังไร้ทางออก

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์
ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

แม้ความขัดแย้งทางการเมืองที่มีมนุษยธรรมเป็นเครื่องสังเวยจะเป็นเรื่องปวดใจ แต่การมาปาเลสไตน์คราวนี้ฉันมี Mission หนึ่งอย่าง นอกเหนือไปจากการทำความรู้จักเข้าใจประเทศมุสลิมแห่งนี้ เป็น Mission เกี่ยวกับศิลปะ แต่ก็มีความหมายของการเมืองเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญหนุนอยู่ นั่นคือฉันจะไปแกะรอยตามล่าหาภาพวาดบนกำแพง Separation Wall ของศิลปินนิรนาม Banksy กันที่เบธเลเฮม (Bethlehem) นั่นเอง

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

ขอเล่าพื้นเพให้คนที่ไม่ทราบฟังก่อน Banksy คือใคร แล้วเขามาวาดภาพอะไรที่กำแพงแบ่งแยกดินแดนอิสราเอล-ปาเลสไตน์ Banksy คือศิลปินนิรนามชาวอังกฤษ เขาวาดภาพกราฟฟิตี้ พ่นสีบนกำแพงเพื่อส่งสาส์นบางอย่างเกี่ยวกับการเมืองและมนุษยธรรม เขาเกลียดสงครามและระบบทุนนิยม จึงมักจะวาดภาพที่สะท้อนมุมมองหรือการประท้วงเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ภาพของเขามีสไตล์เฉพาะตัว โดยใช้เทคนิค Stencil (เพราะเขาว่ามันเสร็จเร็วดี ก็การพ่นสีกำแพงมันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ต้องรีบทำให้เสร็จก่อนตำรวจมาจับ) ที่พอเห็นก็รู้เลยว่า นี่คืองานของ Banksy 

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

หลายครั้งคนในเมืองตื่นขึ้นมาพบกับภาพกราฟฟิตี้อันมีเอกลักษณ์เพื่อส่งสาส์นอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการเมืองหรือสังคมที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ เป็นอันรู้กันว่า Banksy ได้มาแสดงความเห็นของเขาแล้วที่นั่น ประหนึ่งฮีโร่ได้ย่องมาส่งข้อความสนับสนุนประชาชนที่กำลังเคลื่อนไหวเรื่องนั้นอยู่ในยามกลางคืน ช่างลึกลับเสียจริง

 Banksy เริ่มวาดภาพตั้งแต่อายุ 14 ปี มีผลงานปรากฏหลายที่ในอังกฤษ โดยเฉพาะที่เมืองบริสตอล (Bristol) บ้านเกิดเขา สร้างชื่อสร้างผลงานจนดังไปทั่วโลกหลายชิ้น ครั้งใดที่เขาสร้างภาพขึ้นมาก็มักมีแรงกระเพื่อม และเมื่อ ค.ศ. 2005 เขาได้มาสร้างภาพถึง 9 ภาพบนกำแพง Separation Wall ที่อิสราเอลสร้างขึ้นมาแบ่งแยกไม่ให้ชาวปาเลสไตน์เข้าไปในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ทุกรูปของ Banksy จึงสื่อความหมายว่าไม่ควรมีสงคราม ไม่ควรมีการแบ่งแยก ไม่ควรมีกำแพง 

ฉันมีโพยรูปที่อยากดูอยู่ 4 รูป ตั้งใจจะไปดูให้ได้ แต่มันหาไม่ง่ายเลยว่าอยู่ที่ใด ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตก็ไม่มีให้ค้นมาก ได้ตำแหน่งแต่ละจุดมาคร่าวๆ และได้ความว่าให้เดินไปถามคนเอาดีที่สุด เพราะไม่มีป้ายบอกใดๆ 

จากเยรูซาเลมขับรถเข้าเขตปาเลสไตน์มาก็เจอกำแพงคอนกรีตสูงทะมึนกั้นเขตแดนระหว่าง 2 ประเทศ มีรูปสีพ่นมากมายบนกำแพงนั้น แล้วจะหารูปของ Banksy เจอได้อย่างไรล่ะ มากมายขนาดนี้ ร้อนก็ร้อน เดินหาเป็นชั่วโมงๆ ตายแน่

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

ฉันจึงไปเริ่มต้นที่โรงแรมที่ Banksy มาเปิดกิจการอยู่ติดกับ Separation Wall ชื่อ Walled Off Hotel ชื่อเก๋มาก ฟังเผินๆ เหมือนโรงแรมวอลดอร์ฟ เข้าไปจอดรถในที่จอดของโรงแรมได้ฟรี เพียงแค่ตรงนั้นก็ตะลึงกับบรรดาศิลปะพ่นกำแพงทั้งหลาย ซึ่งล้วนส่งสาส์นทางการเมือง สีสันสวยงามและสร้างสรรค์มาก เสียดายที่เป็นศิลปะจากความขัดแย้งและเจ็บปวด 

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์
ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

เราเดินไปหน้าโรงแรมถามพนักงานว่า งานชิ้นที่เราตามหาของ Banksy อยู่ตรงไหน เขาก็พยายามอธิบายทางไปของทุกที่ พอรู้ว่าเราเข้าไปจอดรถทิ้งไว้ที่ลานของเขาแล้วก็ไม่ว่าอะไร บอกแค่ว่าเที่ยวเสร็จแล้วแวะมาชมโรงแรมด้วยนะ ฉันตอบว่าแน่นอน ก็โรงแรมนี้และร้านขายของที่ระลึก Banksy Shop ที่ติดกันนั้น คือหนึ่งในจุดหมายที่เราต้องการมาชมในทริปนี้อยู่แล้ว

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

รูปแรกที่เราตามหาคือ ‘Girl Frisking Soldier’ อันนี้ฉันรู้มาก่อนแล้วว่าหายาก เพราะส่วนของกำแพงที่เขาวาดไว้ตอนนี้กลายเป็นผนังด้านในของร้านขายของที่ระลึกไปแล้ว แล้วเดินไปก็มีแต่ร้านที่ชื่อ Banksy Shop เต็มไปหมด จนมาลังเลอยู่หน้าร้านหนึ่ง เด็กที่คุมร้านโผล่ออกมาบอกว่า เข้ามาดูๆ ข้างในมีรูปนี้อยู่ แล้วชี้ไปที่ป้ายหน้าร้านที่เราไม่ทันสังเกตเห็น ป้ายเขียนว่ารูป Girl Frisking Soldier ของแท้อยู่ในร้านนี้เอง เราจึงรีบเข้าไป 

ท่ามกลางของที่ระลึก มีส่วนกำแพงที่ว่างเว้นจากข้าวของ เป็นรูปทหารและเด็กผู้หญิงพ่นบนกำแพงขนาดใหญ่ทีเดียว เขาเจาะช่องเอากระจกใส่ไว้ด้านหน้าให้มองทะลุเข้าไปเห็นภาพบนกำแพง แต่ว่าห้ามถ่ายรูป

รูปที่สอง ‘Armoured Dove’ อยู่ไม่ไกลกัน อันนี้อยู่บนกำแพงติดถนนสายหลัก หาง่าย เดินไปใกล้ก็เห็นชัดเลย รูปนกพิราบขาวใส่เสื้อกันกระสุน ขนาดใหญ่เด่น รีบเข้าไปถ่ายรูป เสียดายมีรถมาจอดชิดกำแพงเชียว คงหลบแดดในเงากำแพง เลยได้รูปที่ติดรถมาด้วยอีกหนึ่ง รูปนี้สวยมากและคงเป็นที่คุ้นตาของหลายคน ฉันชอบมาก

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

จากนั้นเราออกตามล่าภาพวาดอีกสองภาพ ซึ่งจะต้องขับรถไกลออกไปประมาณ 15 นาที เราไปถึงจุดที่ฉันทำการบ้านเอาไว้ก่อนแล้วว่าเป็นตำแหน่งที่ตั้งของภาพ Soldier Throwing Flowers แต่มองไปไม่เห็นจะมีวี่แวว ถนนเป็นถนนต่างจังหวัดที่สวนกันฝั่งละหนึ่งเลน สองข้างเป็นตึกแถวบ้าง ที่โล่งบ้าง บ้านคนบ้าง ปนสลับกันไปเหมือนกับถนนของเมืองต่างจังหวัดบ้านเรา เรามองไปเห็นมีปั๊มน้ำมันโทรมๆ และมีส่วนล้างรถซึ่งมีคนท้องถิ่นยืนเอาน้ำฉีดล้างรถอยู่ พอเราเข้าไปถามคุณลุง แกพยักหน้าชี้ไม้ชี้มือบอกว่าให้เดินเข้าไปดูด้านหลังกำแพงของส่วนที่ล้างรถ 

ฉันรีบวิ่งออกไปใจเต้นระทึก สังหรณ์แล้วว่าจะต้องเจอแน่ พออ้อมผ่านกำแพงปูนกระดำกระด่างไปด้านหลังที่ติดกับที่โล่งรกร้าง ฉันก็ได้เห็นภาพ Stencil ทหารใหญ่มาก ถึงขนาดเต็มกำแพงสองชั้น โอ๊ย มันช่างตื่นเต้น ไม่คาดคิดว่าจะมีขนาดใหญ่ขนาดนี้ และก็เป็นจุดที่ไม่คิดด้วยว่าจะมีรูปนี้อยู่ เพราะผนังเก่าโทรมที่มีรูปนี้มันหันหลบเข้าไปด้านใน นี่ถ้าไม่รู้มาก่อน ต่อให้ขับรถผ่านสัก 20 เที่ยวก็จะไม่มีวันเห็นเลย นี่เป็นรูปที่ฉันชอบที่สุด

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

ทีนี้ก็เหลือรูปสุดท้ายอยู่ในบริเวณไม่ไกลกัน เป็นรูปนางฟ้าโปรยหัวใจ ‘Angel with Hearts’ เราพอเดาได้แล้วว่ารูปนี้อาจซ่อนอยู่ที่กำแพงของบ้านใดบ้านหนึ่งหรือสถานที่ใดที่หนึ่งซึ่งเราอาจไม่คาดคิด ในจุดที่ฉันทำการบ้านมามีบ้านชั้นเดียวหลายหลังติดกัน รั้วเป็นเหล็กโปร่ง แลดูไม่มีกำแพงใดที่จะเป็นไปได้ ขับรถวนเลี้ยวกลับไปมาอยู่หลายรอบก็ไม่มีวี่แวว 

พอดีเห็นผู้ชายสองคนยืนคุยกันอยู่จึงจอดรถลงไปถาม ทีนี้ได้เรื่อง เขาเห็นรูปปั๊บก็รู้เลย รีบอธิบายใหญ่ว่าไปทางไหน เราจึงรีบขึ้นรถวนกลับไปที่สี่แยก เลี้ยวจากสี่แยกไปประมาณสัก 100 กว่าเมตร มีร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างเป็นตึกแถวสองห้อง หน้าร้านมีรถจอดขวางซื้อของอยู่ ลักษณะร้านก็มอมแมมเต็มไปด้วยอุปกรณ์ก่อสร้าง ฝุ่นถนนเต็มไปหมด หน้าร้านเปิดโล่ง ข้างๆ มีกำแพงที่กั้นแบ่งกับร้านถัดไปซึ่งไม่เท่ากันอยู่สักฟุตหนึ่ง และบนส่วนแคบของกำแพงเล็กๆ นั้นเอง ก็เป็นภาพของนางฟ้าและมีหัวใจสีเหลืองโปรยปรายลงมา เจอแล้ว!

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

แต่รูปสุดท้ายนี่น่าผิดหวังเพราะมันเล็กมาก เรามองหน้ากันแล้วบอกว่า ตามหาแทบตายมีแค่นี้เหรอ แล้วก็หัวเราะกันอย่างมีความสุข เพราะอย่างน้อยปฏิบัติการนี้ก็สำเร็จลุล่วงไปแล้วด้วยดี มันไม่ง่ายเลยเพราะไม่มีป้ายหรือข้อมูลอะไรทั้งสิ้นที่หาได้จากอินเทอร์เน็ตหรือไกด์บุ๊กเล่มใด โพยที่ได้มาก็เอามาจากบล็อกของฝรั่งหลายคนมาปะติดปะต่อเอง ส่วนรูปอื่นๆ อีก 5 รูปนั้นไม่มีข้อมูลเลยว่าเป็นรูปอะไรและอยู่ที่ไหน ฉันคิดว่าเป็นไปได้ว่า รูปพวกนี้อาจจะถูกทำลายไปแล้ว

คนอื่นอาจจะมาเบธเลเฮมเพราะเป็นเมืองเกิดของพระเยซู หรือเพราะมาดูให้รู้ให้เห็นปาเลสไตน์ประเทศที่ตั้งอยู่บนความขัดแย้งนี้ แต่ฉันมาเพื่อตามหารูปของ Banksy เพราะคิดว่าการใช้ศิลปะแขนงกบฏเป็นกระบอกเสียงในการต่อต้านสงคราม และการสร้างกำแพงแบ่งกั้นนั้นมันช่างเหมาะสมที่สุด การพ่นกำแพงเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แล้วการสร้างกำแพงขึ้นมากั้นระหว่างชนชาติล่ะ มันผิดหรือเปล่า งานของ Banksy ทั้งสวย มีความหมาย มีคุณค่าในแง่งานศิลป์ แล้วยังประกาศสาส์นอย่างชัดเจนในที่ที่มันควรจะอยู่ด้วย ไม่ว่า Banksy จะเป็นใคร ฉันขอคารวะ ทั้งในแง่ความเป็นศิลปินของเขาและในแง่ความชื่นชมที่ว่า ต่อให้งานของเขาโด่งดังขนาดไหน เขาก็ยังสวนกระแสโดยการที่ไม่ต้องการให้ใครรู้จักเขาเลย

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ฟ้า บุณยะรัตเวช

นักการตลาด นักเดินทาง นักเล่าเรื่อง นักเขียน ที่อาศัยอยู่มาแล้ว 4 ประเทศ และเดินทางไปมาแล้ว 82 ประเทศ พำนักอยู่สวิตเซอร์แลนด์ ไปๆ มาๆ กรุงเทพบ่อยๆ มีบล็อกและเพจท่องเที่ยว ‘เที่ยวเหนือฟ้า’ ที่เน้น ‘เจาะลึก-อาหารอร่อย-โรงแรมเก๋-ประสบการณ์แปลก’ ตามคำจำกัดความของ ‘เที่ยวแบบเหนือฟ้า’

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

5 มิถุนายน 2564
234

เพื่อเป็นการงาน CSD (Christopher Street Day) Frankfurt 2020 เป็นขบวนพาเหรดที่จัดปีละครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศ บางประเทศเรียกว่า Pride Parade หรือ Pride March งานนี้จัดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมปีที่แล้ว ควบคู่กับงานเสวนาออนไลน์ พิเศษตรงรูปแบบของขบวนพาเหรดที่เป็น Auto-Demo ภาษาเยอรมัน แปลว่า Car Demonstration Parade (ขบวนพาเหรดรถยนต์) เราเพิ่งรู้จักกับการจัดขบวนพาเหรดแบบนี้เป็นครั้งแรกที่นี่

ช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19 ในครั้งแรก ก็มีการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เพื่อวางแผนมาตรการเฝ้าระวัง ในตอนนั้นทางรัฐบาลมีข้อกำหนดเรื่องการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวด เพื่อลดปริมาณผู้ติดเชื้อ การเดินประท้วงแบบปกติจึงต้องงดเว้นไป แต่ทางการอนุญาตให้ใช้รถยนต์ได้ โดยจะต้องมีผู้โดยสารคันละไม่เกิน 2 คน จึงทำให้เราได้เห็นการประท้วงแบบ Auto-Demo นี้แทนการเดินถนน

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ผู้จัดต้องการให้มีพาเหรดนี้เกิดขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาด ก็เลยนำไอเดีย Auto-Demo มาใช้กับงานพาเหรดในปีนี้เช่นกัน ในขบวนมีทั้งผู้สนับสนุนจากเมือง Frankfurt และเมืองใกล้เคียง เช่น Offenbach และ Wiesbaden มาร่วมด้วย ซึ่งงานในครั้งนี้จัดขึ้นที่ Romerberg ลานกว้างที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ Frankfurt โชคดีที่ในวันงาน สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว ทางการอนุญาตให้เดินขบวนและชุมนุมได้ 

โดยยังแนะนำให้มีการใส่หน้ากากและเว้นระยะห่าง 1.5 เมตรอยู่ 

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อฟังผู้นำการจัดงานพูดแนะนำงานและความสำคัญของความเท่าเทียมทางเพศ ก่อนที่จะเริ่มขบวน Auto-Demo ซึ่งผู้ร่วมขบวนและรถยนต์ทั้งหมดได้จอดรอเรียบร้อยแล้ว บนถนนริมแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานมากนัก

เมื่อถึงเวลา ทุกคนเดินไปขึ้นรถของตัวเองและรอสัญญาณจากทีมงาน ก่อนจะเริ่มขับออกไปพร้อมกับโบกธง Pride Flag ให้กับผู้คนรอบข้าง ทั้งขบวนมีรถประมาณ 20 – 30 คัน แต่ละคันมาจากองค์กรและหน่วยงานอิสระมากมาย รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล บางส่วนก็เป็นผู้ร่วมขบวนที่เดินเป็นหน้ากระดานทั้งระหว่างขบวนและท้ายขบวน

ในความรู้สึกของเราถือเป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญ และรณรงค์ได้ด้วยมาตรการความปลอดภัย ในขบวนพาเหรดครั้งนี้ เราได้เห็นข้อความที่น่าสนใจคือ การรณรงค์เรื่อง Artikel 3 หรือกฎหมายมาตราที่ 3 

เมื่อได้อ่านดู ก็พบว่ามีใจความสำคัญเรื่องความเท่าเทียม มีประโยคขึ้นต้นมาตราว่า

“All persons shall be equal before the law.”

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

เนื้อหาในกฎหมายมาตรานี้ยังพูดถึงสิทธิเท่าเทียมของชายและหญิง รัฐมีหน้าที่กำจัดความไม่เท่าเทียมใดก็ตามที่เกิดขึ้น ยังกล่าวด้วยว่า บุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความลำเอียง เพราะเพศ การมีลูก ชาติพันธุ์ ภาษา ถิ่นกำเนิด เชื้อสาย ความเชื่อ หรือความคิดเห็นที่เกี่ยวกับศาสนาและการเมือง และบุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมเพราะมีความพิการ

(ข้อมูลอ้างอิง: https://www.bundesregierung.de/breg-en/chancellor/basic-law-470510)

ในฐานะผู้หญิงตรงเพศที่แต่งงานกับสามีซึ่งเป็นผู้ชายตรงเพศเช่นกัน เราจินตนาการไม่ได้เลยว่า ความไม่เท่าเทียมที่ชาว LGBTQ+ ต้องแบกรับนั้นนักหนาขนาดไหน แม้ว่าประเทศเยอรมนีจะเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีกฎหมายคุ้มครอง และผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนมาก แต่ในความเป็นจริง ชาว LGBTQ+ ก็ยังถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน ชีวิตส่วนตัว และการทำงาน 

ตราบใดที่ยังมีความไม่เท่าเทียมในสังคม การรณรงค์นี้ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

นอกจากมาตราที่ 3 ที่เป็นกฎหมายพื้นฐานแล้ว ประเทศเยอรมนียังมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสได้ และอุปการะบุตรบุญธรรมได้ด้วย เราได้เห็นครอบครัว LGBTQ+ ที่นี่กับลูกๆ หลายครั้ง และรู้สึกดีมากที่ได้อยู่ในประเทศที่มีกฎหมายรับรอง เราเชื่อว่าความรักที่ดีมาจากคนสองคนที่รักและเคารพกันในฐานะคนที่เท่าเทียม และความรักที่ดีก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็งและทำให้สังคมมีความเข้มแข็งตามไปด้วย

เราหวังว่าจะมีวันที่ประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมและกฎหมายความเท่าเทียมพื้นฐานเช่นกัน

สำหรับปีนี้งาน CSD Frankfurt 2021 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม 2021 รูปแบบงานจะกลับมาเป็นขบวนพาเหรดเดินเท้า พร้อมกิจกรรม Mini-CSD ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเป็นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและดูแลความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ติดตามรายละเอียดที่ : https://csd-frankfurt.de

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

วรรณิดา กสิวงศ์

เวดดิ้งแพลนเนอร์ @wondersweddings ชอบหนังสือ ช็อกโกแลตร้อน และดอกไม้ ใฝ่ฝันอยากเห็นประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load