25 กุมภาพันธ์ 2563
1 K

พูดถึงปาเลสไตน์ (Palestine) ก็คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงการแบ่งแยก กีดกัน กักขัง กดดัน ไร้อิสรภาพ โดยเฉพาะ ‘กำแพงแบ่งแยกดินแดน’ (Separation Wall) กำแพงคอนกรีตสีเทาสูงดูแล้ง-ร้าย ที่อิสราเอลสร้างขึ้นมาแบ่งกั้นหรือจะว่าล้อมรอบก็ได้ ให้ปาเลสไตน์เป็นดินแดนที่ถูกล็อกขังไร้ทางออก

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์
ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

แม้ความขัดแย้งทางการเมืองที่มีมนุษยธรรมเป็นเครื่องสังเวยจะเป็นเรื่องปวดใจ แต่การมาปาเลสไตน์คราวนี้ฉันมี Mission หนึ่งอย่าง นอกเหนือไปจากการทำความรู้จักเข้าใจประเทศมุสลิมแห่งนี้ เป็น Mission เกี่ยวกับศิลปะ แต่ก็มีความหมายของการเมืองเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญหนุนอยู่ นั่นคือฉันจะไปแกะรอยตามล่าหาภาพวาดบนกำแพง Separation Wall ของศิลปินนิรนาม Banksy กันที่เบธเลเฮม (Bethlehem) นั่นเอง

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

ขอเล่าพื้นเพให้คนที่ไม่ทราบฟังก่อน Banksy คือใคร แล้วเขามาวาดภาพอะไรที่กำแพงแบ่งแยกดินแดนอิสราเอล-ปาเลสไตน์ Banksy คือศิลปินนิรนามชาวอังกฤษ เขาวาดภาพกราฟฟิตี้ พ่นสีบนกำแพงเพื่อส่งสาส์นบางอย่างเกี่ยวกับการเมืองและมนุษยธรรม เขาเกลียดสงครามและระบบทุนนิยม จึงมักจะวาดภาพที่สะท้อนมุมมองหรือการประท้วงเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ภาพของเขามีสไตล์เฉพาะตัว โดยใช้เทคนิค Stencil (เพราะเขาว่ามันเสร็จเร็วดี ก็การพ่นสีกำแพงมันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ต้องรีบทำให้เสร็จก่อนตำรวจมาจับ) ที่พอเห็นก็รู้เลยว่า นี่คืองานของ Banksy 

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

หลายครั้งคนในเมืองตื่นขึ้นมาพบกับภาพกราฟฟิตี้อันมีเอกลักษณ์เพื่อส่งสาส์นอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการเมืองหรือสังคมที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ เป็นอันรู้กันว่า Banksy ได้มาแสดงความเห็นของเขาแล้วที่นั่น ประหนึ่งฮีโร่ได้ย่องมาส่งข้อความสนับสนุนประชาชนที่กำลังเคลื่อนไหวเรื่องนั้นอยู่ในยามกลางคืน ช่างลึกลับเสียจริง

 Banksy เริ่มวาดภาพตั้งแต่อายุ 14 ปี มีผลงานปรากฏหลายที่ในอังกฤษ โดยเฉพาะที่เมืองบริสตอล (Bristol) บ้านเกิดเขา สร้างชื่อสร้างผลงานจนดังไปทั่วโลกหลายชิ้น ครั้งใดที่เขาสร้างภาพขึ้นมาก็มักมีแรงกระเพื่อม และเมื่อ ค.ศ. 2005 เขาได้มาสร้างภาพถึง 9 ภาพบนกำแพง Separation Wall ที่อิสราเอลสร้างขึ้นมาแบ่งแยกไม่ให้ชาวปาเลสไตน์เข้าไปในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ทุกรูปของ Banksy จึงสื่อความหมายว่าไม่ควรมีสงคราม ไม่ควรมีการแบ่งแยก ไม่ควรมีกำแพง 

ฉันมีโพยรูปที่อยากดูอยู่ 4 รูป ตั้งใจจะไปดูให้ได้ แต่มันหาไม่ง่ายเลยว่าอยู่ที่ใด ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตก็ไม่มีให้ค้นมาก ได้ตำแหน่งแต่ละจุดมาคร่าวๆ และได้ความว่าให้เดินไปถามคนเอาดีที่สุด เพราะไม่มีป้ายบอกใดๆ 

จากเยรูซาเลมขับรถเข้าเขตปาเลสไตน์มาก็เจอกำแพงคอนกรีตสูงทะมึนกั้นเขตแดนระหว่าง 2 ประเทศ มีรูปสีพ่นมากมายบนกำแพงนั้น แล้วจะหารูปของ Banksy เจอได้อย่างไรล่ะ มากมายขนาดนี้ ร้อนก็ร้อน เดินหาเป็นชั่วโมงๆ ตายแน่

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

ฉันจึงไปเริ่มต้นที่โรงแรมที่ Banksy มาเปิดกิจการอยู่ติดกับ Separation Wall ชื่อ Walled Off Hotel ชื่อเก๋มาก ฟังเผินๆ เหมือนโรงแรมวอลดอร์ฟ เข้าไปจอดรถในที่จอดของโรงแรมได้ฟรี เพียงแค่ตรงนั้นก็ตะลึงกับบรรดาศิลปะพ่นกำแพงทั้งหลาย ซึ่งล้วนส่งสาส์นทางการเมือง สีสันสวยงามและสร้างสรรค์มาก เสียดายที่เป็นศิลปะจากความขัดแย้งและเจ็บปวด 

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์
ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

เราเดินไปหน้าโรงแรมถามพนักงานว่า งานชิ้นที่เราตามหาของ Banksy อยู่ตรงไหน เขาก็พยายามอธิบายทางไปของทุกที่ พอรู้ว่าเราเข้าไปจอดรถทิ้งไว้ที่ลานของเขาแล้วก็ไม่ว่าอะไร บอกแค่ว่าเที่ยวเสร็จแล้วแวะมาชมโรงแรมด้วยนะ ฉันตอบว่าแน่นอน ก็โรงแรมนี้และร้านขายของที่ระลึก Banksy Shop ที่ติดกันนั้น คือหนึ่งในจุดหมายที่เราต้องการมาชมในทริปนี้อยู่แล้ว

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

รูปแรกที่เราตามหาคือ ‘Girl Frisking Soldier’ อันนี้ฉันรู้มาก่อนแล้วว่าหายาก เพราะส่วนของกำแพงที่เขาวาดไว้ตอนนี้กลายเป็นผนังด้านในของร้านขายของที่ระลึกไปแล้ว แล้วเดินไปก็มีแต่ร้านที่ชื่อ Banksy Shop เต็มไปหมด จนมาลังเลอยู่หน้าร้านหนึ่ง เด็กที่คุมร้านโผล่ออกมาบอกว่า เข้ามาดูๆ ข้างในมีรูปนี้อยู่ แล้วชี้ไปที่ป้ายหน้าร้านที่เราไม่ทันสังเกตเห็น ป้ายเขียนว่ารูป Girl Frisking Soldier ของแท้อยู่ในร้านนี้เอง เราจึงรีบเข้าไป 

ท่ามกลางของที่ระลึก มีส่วนกำแพงที่ว่างเว้นจากข้าวของ เป็นรูปทหารและเด็กผู้หญิงพ่นบนกำแพงขนาดใหญ่ทีเดียว เขาเจาะช่องเอากระจกใส่ไว้ด้านหน้าให้มองทะลุเข้าไปเห็นภาพบนกำแพง แต่ว่าห้ามถ่ายรูป

รูปที่สอง ‘Armoured Dove’ อยู่ไม่ไกลกัน อันนี้อยู่บนกำแพงติดถนนสายหลัก หาง่าย เดินไปใกล้ก็เห็นชัดเลย รูปนกพิราบขาวใส่เสื้อกันกระสุน ขนาดใหญ่เด่น รีบเข้าไปถ่ายรูป เสียดายมีรถมาจอดชิดกำแพงเชียว คงหลบแดดในเงากำแพง เลยได้รูปที่ติดรถมาด้วยอีกหนึ่ง รูปนี้สวยมากและคงเป็นที่คุ้นตาของหลายคน ฉันชอบมาก

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

จากนั้นเราออกตามล่าภาพวาดอีกสองภาพ ซึ่งจะต้องขับรถไกลออกไปประมาณ 15 นาที เราไปถึงจุดที่ฉันทำการบ้านเอาไว้ก่อนแล้วว่าเป็นตำแหน่งที่ตั้งของภาพ Soldier Throwing Flowers แต่มองไปไม่เห็นจะมีวี่แวว ถนนเป็นถนนต่างจังหวัดที่สวนกันฝั่งละหนึ่งเลน สองข้างเป็นตึกแถวบ้าง ที่โล่งบ้าง บ้านคนบ้าง ปนสลับกันไปเหมือนกับถนนของเมืองต่างจังหวัดบ้านเรา เรามองไปเห็นมีปั๊มน้ำมันโทรมๆ และมีส่วนล้างรถซึ่งมีคนท้องถิ่นยืนเอาน้ำฉีดล้างรถอยู่ พอเราเข้าไปถามคุณลุง แกพยักหน้าชี้ไม้ชี้มือบอกว่าให้เดินเข้าไปดูด้านหลังกำแพงของส่วนที่ล้างรถ 

ฉันรีบวิ่งออกไปใจเต้นระทึก สังหรณ์แล้วว่าจะต้องเจอแน่ พออ้อมผ่านกำแพงปูนกระดำกระด่างไปด้านหลังที่ติดกับที่โล่งรกร้าง ฉันก็ได้เห็นภาพ Stencil ทหารใหญ่มาก ถึงขนาดเต็มกำแพงสองชั้น โอ๊ย มันช่างตื่นเต้น ไม่คาดคิดว่าจะมีขนาดใหญ่ขนาดนี้ และก็เป็นจุดที่ไม่คิดด้วยว่าจะมีรูปนี้อยู่ เพราะผนังเก่าโทรมที่มีรูปนี้มันหันหลบเข้าไปด้านใน นี่ถ้าไม่รู้มาก่อน ต่อให้ขับรถผ่านสัก 20 เที่ยวก็จะไม่มีวันเห็นเลย นี่เป็นรูปที่ฉันชอบที่สุด

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

ทีนี้ก็เหลือรูปสุดท้ายอยู่ในบริเวณไม่ไกลกัน เป็นรูปนางฟ้าโปรยหัวใจ ‘Angel with Hearts’ เราพอเดาได้แล้วว่ารูปนี้อาจซ่อนอยู่ที่กำแพงของบ้านใดบ้านหนึ่งหรือสถานที่ใดที่หนึ่งซึ่งเราอาจไม่คาดคิด ในจุดที่ฉันทำการบ้านมามีบ้านชั้นเดียวหลายหลังติดกัน รั้วเป็นเหล็กโปร่ง แลดูไม่มีกำแพงใดที่จะเป็นไปได้ ขับรถวนเลี้ยวกลับไปมาอยู่หลายรอบก็ไม่มีวี่แวว 

พอดีเห็นผู้ชายสองคนยืนคุยกันอยู่จึงจอดรถลงไปถาม ทีนี้ได้เรื่อง เขาเห็นรูปปั๊บก็รู้เลย รีบอธิบายใหญ่ว่าไปทางไหน เราจึงรีบขึ้นรถวนกลับไปที่สี่แยก เลี้ยวจากสี่แยกไปประมาณสัก 100 กว่าเมตร มีร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างเป็นตึกแถวสองห้อง หน้าร้านมีรถจอดขวางซื้อของอยู่ ลักษณะร้านก็มอมแมมเต็มไปด้วยอุปกรณ์ก่อสร้าง ฝุ่นถนนเต็มไปหมด หน้าร้านเปิดโล่ง ข้างๆ มีกำแพงที่กั้นแบ่งกับร้านถัดไปซึ่งไม่เท่ากันอยู่สักฟุตหนึ่ง และบนส่วนแคบของกำแพงเล็กๆ นั้นเอง ก็เป็นภาพของนางฟ้าและมีหัวใจสีเหลืองโปรยปรายลงมา เจอแล้ว!

ตามล่าหาภาพวาดของ Banksy ที่กำแพงล้อมเมืองปาเลสไตน์

แต่รูปสุดท้ายนี่น่าผิดหวังเพราะมันเล็กมาก เรามองหน้ากันแล้วบอกว่า ตามหาแทบตายมีแค่นี้เหรอ แล้วก็หัวเราะกันอย่างมีความสุข เพราะอย่างน้อยปฏิบัติการนี้ก็สำเร็จลุล่วงไปแล้วด้วยดี มันไม่ง่ายเลยเพราะไม่มีป้ายหรือข้อมูลอะไรทั้งสิ้นที่หาได้จากอินเทอร์เน็ตหรือไกด์บุ๊กเล่มใด โพยที่ได้มาก็เอามาจากบล็อกของฝรั่งหลายคนมาปะติดปะต่อเอง ส่วนรูปอื่นๆ อีก 5 รูปนั้นไม่มีข้อมูลเลยว่าเป็นรูปอะไรและอยู่ที่ไหน ฉันคิดว่าเป็นไปได้ว่า รูปพวกนี้อาจจะถูกทำลายไปแล้ว

คนอื่นอาจจะมาเบธเลเฮมเพราะเป็นเมืองเกิดของพระเยซู หรือเพราะมาดูให้รู้ให้เห็นปาเลสไตน์ประเทศที่ตั้งอยู่บนความขัดแย้งนี้ แต่ฉันมาเพื่อตามหารูปของ Banksy เพราะคิดว่าการใช้ศิลปะแขนงกบฏเป็นกระบอกเสียงในการต่อต้านสงคราม และการสร้างกำแพงแบ่งกั้นนั้นมันช่างเหมาะสมที่สุด การพ่นกำแพงเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แล้วการสร้างกำแพงขึ้นมากั้นระหว่างชนชาติล่ะ มันผิดหรือเปล่า งานของ Banksy ทั้งสวย มีความหมาย มีคุณค่าในแง่งานศิลป์ แล้วยังประกาศสาส์นอย่างชัดเจนในที่ที่มันควรจะอยู่ด้วย ไม่ว่า Banksy จะเป็นใคร ฉันขอคารวะ ทั้งในแง่ความเป็นศิลปินของเขาและในแง่ความชื่นชมที่ว่า ต่อให้งานของเขาโด่งดังขนาดไหน เขาก็ยังสวนกระแสโดยการที่ไม่ต้องการให้ใครรู้จักเขาเลย

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ฟ้า บุณยะรัตเวช

นักการตลาด นักเดินทาง นักเล่าเรื่อง นักเขียน ที่อาศัยอยู่มาแล้ว 4 ประเทศ และเดินทางไปมาแล้ว 82 ประเทศ พำนักอยู่สวิตเซอร์แลนด์ ไปๆ มาๆ กรุงเทพบ่อยๆ มีบล็อกและเพจท่องเที่ยว ‘เที่ยวเหนือฟ้า’ ที่เน้น ‘เจาะลึก-อาหารอร่อย-โรงแรมเก๋-ประสบการณ์แปลก’ ตามคำจำกัดความของ ‘เที่ยวแบบเหนือฟ้า’

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

จากตัวเมืองเชียงใหม่-อำเภอเชียงดาว จากถนนคอนกรีตเริ่มกลายเป็นถนนลูกรัง ภูเขาน้อยใหญ่สองข้างทาง กับฝนที่โปรยลงมาพอให้ชื่นใจ และ ‘ดอยหลวงเชียงดาว’ สูงตระหง่านอยู่สุดสายตาหลังจากยานพาหนะพาเรามาถึงจุดหมาย ชายวัยกลางคนผมยาวดกดำเดินออกมาต้อนรับ พร้อมเชื้อเชิญเราเข้าไปยังที่พัก

“สำหรับเรา พระอาทิตย์ขึ้น เหมือนการเริ่มต้นวันใหม่ในชีวิตของคนและธรรมชาติ เป็นการตื่นนอนและเดินทางในทุกวันเหมือนดวงอาทิตย์” เนย์-สุริยาวุธ อภิวงค์ เล่าถึงที่มาและการเดินทางของเขา จากจุดเริ่มต้นจนกลายเป็น ‘ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์’

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

พบตะวัน

ตะวันตื่น เริ่มขึ้นจากการเดินทางจากเชียงใหม่ มาดูที่ดินตรงนี้ครั้งแรกกับเพื่อน เราเห็นภูเขาและพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก จากจุดนี้ทำให้เรานึกถึงภาพวาดสมัยเป็นเด็ก” เจ้าบ้านเล่าพร้อมพาเดินชมโดยรอบ

เนย์ตัดสินใจเข้ามาลองใช้ชีวิตอยู่บนที่ดินผืนนี้รวมทั้งหมด 31 ไร่ ที่มีต้นน้ำ (แม่น้ำปิง) ขนาบข้าง พร้อมกับป่าไผ่และป่าเบญจพรรณโอบล้อม ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

“เราเริ่มเข้ามาใช้ชีวิตที่นี่ เรียนรู้ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนก่อน เราคิดว่าต้องเป็นคนที่นี่ให้ได้ก่อนเพื่อที่จะเข้าใจว่าสิ่งไหนควรทำ ไม่ควรทำ”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เพราะเราใช้ชีวิตคลุกคลีกับชาวบ้าน เลยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในชุมชน จากคนแปลกหน้าเริ่มกลายเป็นครอบครัว พออยู่ที่นี่ครบสามฤดูกาล เราตัดสินใจกับเพื่อนๆ ว่า ควรทำแคมป์กราวนด์ที่มีฟาร์มไก่และร้านกาแฟเล็กๆ” เนย์เล่าด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ระหว่างบทสนทนา เสียงลมเอื่อยๆ กระทบต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ ประกอบกับฝนที่โปรยลงมาเป็นระยะราวกับเสียงดนตรีจากธรรมชาติ และฝนสงบลงตอนเที่ยงวันพอดิบพอดี หลังจากเรากางเต็นท์และเก็บสัมภาระเรียบร้อย เนย์ตะโกนมาจากในครัวที่ทำมาจากไม้ไผ่ทั้งหลัง 

“มื้อเที่ยงวันนี้ผมจะทำ ‘คั่วแฮ่มไก่’ ให้กินนะ” 

หลังพูดจบประโยค เนย์ชักชวนเราเข้ามาในครัว ซึ่งเขากำลังเตรียมวัตถุดิบเพื่อปรุงอาหาร

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้
นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เมนูคั่วแฮ่มไก่ (คั่วแห้งไก่) เป็นอาหารท้องถิ่นของภาคเหนือ แต่ความพิเศษของคั่วแห้งไก่ที่เรากำลังจะทำคือ วัตถุดิบทั้งหมดหามาจากธรรมชาติ พืชผักท้องถิ่นที่ขึ้นเองริมน้ำ เก็บมาปลูกในแปลงที่ทำไว้ในฟาร์มสเตย์ ส่วนไก่ เป็นไก่พื้นเมืองที่เราเลี้ยงไว้เอง” เนย์เล่าปนยิ้มพร้อมทำอาหารต่ออย่างสนุกมือ

“บริเวณรอบๆ ไม่ได้มีแค่พืชผักอย่างเดียว แม่น้ำปิงที่นี่ใสมาก ในฤดูร้อนกับฤดูหนาวใสจนเห็นปลาเลย อยู่ที่นี่ได้กินปลาจนเบื่อ มันว่ายทวนน้ำขึ้นมาตลอด บางทีมันมากันเป็นโขยง ในแต่ละฤดูกาลจะมีปลาแตกต่างกัน อย่างช่วงนี้จะเป็นปลากด เพราะปลากดมากับน้ำขุ่น” เขาเล่าพร้อมตักอาหารใส่จาน และกินอาหารร่วมกันกับพวกเรา

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

หากสังเกตจะพบว่าสิ่งปลูกสร้างที่นี่ล้วนทำมาจากวัสดุธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเอกลักณ์เฉพาะ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านของชนพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องน้ำ ลานกางเต็นท์ และ แปลงผัก ล้วนทำมาจากไม้หลากหลายชนิดที่มีรูปร่างแตกต่างกันไป

“เราไม่ใช่นายทุนที่มีเงินมากมาย ก่อนที่จะมาทำฟาร์มสเตย์ เราเรียนจบทางด้านศิลปะ สาขาจิตรกรรมมาก่อน เลยมีความรัก ความชอบงานศิลปะอยู่แล้ว เลยเริ่มสร้างจากสิ่งเล็กๆ ตอนนั้นในความคิดของเรา คิดแต่ว่าจะทำยังไงให้ชาวบ้านได้ผลประโยชน์ มีรายได้ และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ เลยเก็บวัสดุรอบตัวมาสร้างที่นี่เองทั้งหมด อย่างพวกกิ่งไม้ ต้นไม้ เป็นกิ่งไม้ที่ชาวบ้านตัดทิ้งบ้าง เก็บที่ไหลมาตามแม่น้ำบ้าง เก็บจากต้นไม้ที่โค้นล้มในป่าบ้าง

“มันอยู่ที่มุมมองและอยู่ที่คนที่จะไปจับ แล้วเอามาคิด เอามาทำ เราเคยคิดว่าต้องมีเงินเท่านั้น เท่านี้ ถึงจะสร้างบางสิ่งได้ แต่พอคิดดูดีๆ ขอแค่มีความคิด มีแรงกาย มีแรงใจ บางทีสร้างผลงานที่เรียกว่า Nature Art ขึ้นมาได้ จนหลังๆ เริ่มลดต้นทุนอะไรหลายๆ อย่าง เริ่มมีไอเดียใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งได้อยู่กับธรรมชาติ ยิ่งทำให้ความคิดแล่น”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

แล้วชาวบ้านได้รับการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง-เราถาม

“ตอนนี้เราเริ่มจากจุดเล็กๆ ชุมชนเรามีต้นน้ำกับป่าไผ่ ชาวบ้านเลยคิดกันว่าอยากทำล่องแพ เลยลองตัดไม้ไผ่มาทำแพกับชาวบ้าน พานักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักไปล่องแพเป็นกิจกรรม แล้วรายได้จากล่องแพก็ให้ชาวบ้าน

“ตอนนี้ก็กำลังเริ่มทำอีกโครงการ เป็นโครงการปลูกไผ่ซางหม่น กำลังเริ่มเพาะกันอยู่เลย ปกติชุมชนแถวนี้จะตัดไม่ไผ่ขาย แต่ถ้าเราตัดมันไปเรื่อยๆ มันก็จะออกไม่ทัน ด้วยความที่เขตป่าของชุมชนนี้มีเกือบ สองพันไร่ ถ้าเราแบ่งออกเป็นสี่โซน ถ้าตัดโซนที่หนึ่ง ปีหน้าก็ตักโซนที่สอง หมุนเวียนกันไป ก็จะมีผลผลิตให้เราตลอดทุกปี และพอที่จะส่งออกได้เลยนะ ยิ่งผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ตอนนี้กำลังมาแรง ชาวบ้านเขาก็จะมีรายได้ตลอด” เจ้าบ้านเล่าอย่างภูมิใจ

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

ทิศตะวันตก

หลังตะวันค่อยๆ ลับฟ้าไปไม่นาน เจ้าบ้านเริ่มก่อกองไฟริมลานไม้ไผ่ให้พวกเรา ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าครัวเพื่อทำอาหารเย็น อาหารมื้อนี้เป็นอีกมื้อที่เรียบง่าย หลังจากทานอาหารร่วมกันกับเจ้าบ้าน บทสนทนายามดึกของเรายังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับแสงของกองไฟดวงเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นเป็นกอง

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว
ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ท้องฟ้าตรงที่พวกเรานั่งคุยกันอยู่ ถ้ามองขึ้นไปในฤดูล่าทางช้างเผือก ที่นี่มองเห็นทางช้างเผือกด้วยตาเปล่าได้

เลย ปกติทางช้างเผือกจะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วลับของฟ้าในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ” เจ้าบ้านชี้มือไปบนท้องฟ้าประกอบกับเปิดโทรศัพท์มือถือ และอวดรูปภาพทางช้างเผือกที่เขาเคยถ่ายไว้

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จดี แต่คนตามกันเข้ามาเยอะพอสมควร จนเราประหลาดใจอยู่เหมือนกัน น่าจะบอกปากต่อปากกันไปเรื่อยๆ จนธุรกิจแถวนี้เข้ามาถามตลอดว่า ทำการตลาดยังไง ฐานลูกค้า กลุ่มเป้าหมายเป็นแบบไหน เราให้คำตอบเขาไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย แต่นักท่องเที่ยวมาเข้าพักอยู่ตลอด 

“เลยตอบเขาไปว่าเราไม่ได้ขายการบริการ เราขายเรื่องราวกับวิถีชีวิต อยู่ที่นี่เราเป็นตัวเอง คนสมัยนี้จะเสาะหาอะไรที่มันมีเรื่องราวและเรียบง่าย คนที่เข้ามาพักมักถามเราเสมอว่า คิดค่าบริการยังไง เพราะเราไม่ได้แจ้งไว้ในช่องทางไหนเลย เราตอบลูกค้าไปว่า ‘แล้วแต่จะให้’ เราเป็นศิลปิน เราคิดว่าในเมื่อเราสร้างผลงานชิ้นหนึ่ง แล้วมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เราไม่สามารถประเมินค่ามันได้ เลยบอกลูกค้าไปแบบนั้น” เขาเว้นจังหวะก่อนอธิบายเสริม

“ลูกค้าที่มาเข้าพักที่นี่จะให้มากให้น้อย เราไม่เคยคิดว่าขาดทุนสักครั้ง มันเป็นกำไรชีวิตทั้งนั้น เราคิดซะว่าได้รู้จักผู้คนมากขึ้น มาแบ่งปันเรื่องราว แบ่งปันประสบการณ์กันที่นี่ เราคิดว่านั้นเป็นกำไรของเราแล้วล่ะ” 

เนย์พูดทิ้งท้าย ก่อนพวกเราจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน และเดินทางกลับเชียงใหม่ในตอนเช้าตรู่

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

เดินทางตามตะวันกันต่อที่ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์

ที่ตั้ง : ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 50170 (แผนที่

โทรศัพท์ : 09 1810 5009

Facebook : Tawan Tune Farm Stay ตะวันตื่น ฟาร์มสเตย์

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

นภัสรพี ศรีบุญปวน

นักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีความฝันอยากท่องโลกกว้าง รักการเดินทาง กาแฟอเมริกาโน่ และการพบเจอเรื่องดีๆ ระหว่างการผจญภัยของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ผู้คน สถานที่ หรือความรู้สึก

Photographer

จารุเดช ไชยเลิศ

นักศึกษาวิจิตรศิลป์ สาขาถ่ายภาพ หนุ่มเชียงใหม่ ผู้หลงรัก ต้นไม้ กาแฟ และเสียงดนตรี ใช้กล้องเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และเป็นข้ออ้างให้ตัวเองออกไปเจอโลก ผู้คน และธรรมชาติ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load