ถ้าคุณเปิด TikTok แล้วเจอหนุ่มเกาหลีพูดไทยสำเนียงกรุงเทพฯ กินข้าวผัดกะเพราพร้อมบรรยายรสชาติเป็นภาษาไทยได้ราวกับเกิดที่นี่ — นั่นแหละ โอปป้าฮง
ชื่อจริง อิลฮงมิน (IL Hong Min) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ พี่ฮง คือหนึ่งในคนที่น่าสนใจที่สุดในโลกออนไลน์ไทยตอนนี้ ไม่ใช่เพราะเขาทำอะไรพิเศษ แต่เพราะเขาเป็นคนที่ “อยู่ระหว่าง” — ระหว่างสองวัฒนธรรม สองภาษา สองตัวตน แล้วเลือกที่จะไม่เลือกฝั่งใดฝั่งหนึ่ง

เด็กเกาหลีอายุ 12 ที่มาถึงกรุงเทพฯ และไม่เคยจากไป
ครอบครัวของพี่ฮงตัดสินใจมาอยู่ที่ประเทศไทยเกือบ 20 ปีแล้ว ทำให้พี่ฮงมีสำเนียงการพูดภาษาไทยในระดับที่ดีมาก
ลองนึกภาพว่ามันเป็นยังไง เด็กชายอายุ 12 ปีจากเกาหลีใต้ บินมาเมืองไทย ไม่รู้ภาษา ไม่รู้จักใคร แต่ต้องเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติ ปรับตัว เรียนรู้ และอยู่รอด
อิลฮงมิน เกิดวันที่ 24 พฤษภาคม 1991 จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการโฆษณาและสื่อสร้างสรรค์ สามารถพูดได้ถึง 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาเกาหลี ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
ยี่สิบปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ไม่ได้แค่เป็นบ้านของเขา มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนเขาไปแล้ว
BANGKOKBOY เมื่อชื่อบอกทุกอย่าง
เส้นทางการเป็นแร็ปเปอร์ของพี่ฮงเริ่มขึ้นจากความฝันและความมุ่งมั่น และเริ่มฝึกจริงจัง จนเข้าแข่งแร็ปที่รายการหนึ่งในไทย อิลฮงมิน หรือพี่ฮง ก็ได้ตั้งชื่อในวงการแร็ปเปอร์ว่า BANGKOKBOY
ชื่อนั้นพูดแทนเขาได้ทุกอย่าง เขาเป็นคนเกาหลีที่มีกรุงเทพฯ อยู่ในหัวใจ เป็นศิลปินที่ใช้ภาษาไทยเล่าเรื่องราวของตัวเอง และเป็นคนที่เลือกจะเรียกเมืองนี้ว่าบ้านโดยไม่รู้สึกว่าต้องขออนุญาตใคร
โอปป้าฮง หรืออิลฮงมิน คือศิลปินหนุ่มเกาหลีใต้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และมีชื่อเสียงมาจากรายการแข่งขันแร็ปเปอร์ Show Me The Money Thailand 2
การได้ขึ้นเวที Show Me The Money Thailand คือจุดที่คนในวงการเริ่มรู้จักเขา แต่คนทั่วไปยังไม่ได้รู้จัก นั่นเปลี่ยนไปในยุค TikTok
จาก BANGKOKBOY สู่ โอปป้าฮง
เมื่อปลายปี 2566 เขาเปิดช่องที่ใช้ชื่อว่า Oppa Hong คลิปส่วนใหญ่ในช่องจะเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเมืองไทยในจังหวัดต่างๆ และด้วยชื่อช่อง ทำให้คนไทยที่เข้ามารับชมเรียกเริ่มเขาว่า โอปป้าฮง หรือพี่ฮง ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา
สิ่งที่ทำให้ช่อง Oppa Hong แตกต่างจาก Content Creator ทั่วไปไม่ใช่ความหล่อหรือเทคนิคการถ่ายทำ แต่คือมุมมอง — เขาเห็นประเทศไทยในแบบที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยมองตัวเอง เขาเป็นทั้ง “คนใน” ที่รู้จักบ้านนี้ดี และ “คนนอก” ที่ยังตกใจกับบางสิ่งได้ทุกวัน
นั่นคือสูตรที่ทำให้คนดูแล้วอยากกลับมาดูอีก
ในติ๊กต๊อกมีผู้ติดตามกว่า 3.2 ล้านคน ส่วนบนยูทูบมีผู้ติดตามกว่า 2.73 แสนคน

เกาหลีปลอม ฉายาที่เจ็บปวดแต่ก็ภูมิใจ
เขาพูดได้ 3 ภาษา คือ เกาหลี ไทย และอังกฤษ โดยช่วงเด็กเรียนที่โรงเรียนนานาชาติ ภาษาอังกฤษก็ถือเป็นอีกสำเนียงที่ออกเสียงได้ดี แต่มักถูกเพื่อนๆ แซวเชิงหยอกเล่นว่า “เกาหลีปลอม” เนื่องจากมีสำเนียงการพูดไทยที่ดีมาก
ฉายา “เกาหลีปลอม” ฟังดูเหมือนคำแซว แต่ถ้าคิดดูดีๆ มันคือคำที่ซับซ้อนกว่านั้น มันพูดถึงคนที่อยู่ระหว่างสองโลก — ไม่ไทยพอสำหรับคนไทย ไม่เกาหลีพอสำหรับคนเกาหลี และนั่นคือประสบการณ์ที่คนจำนวนมากในยุคโลกาภิวัตน์รู้จักดี
แต่โอปป้าฮงไม่ได้พยายามแก้ตัวกับฉายานั้น เขาแค่ใช้ชีวิตในแบบที่เขาเป็น และปล่อยให้คนอื่นตัดสินใจว่าจะเรียกเขาว่าอะไร
แชนแนลของเขาบรรยายตัวเองสั้นๆ ว่า “ผมเป็นคนเกาหลีรึเป็นคนไทยกันแน่..?”
ถามเองแต่ไม่ตอบเอง เพราะบางทีคำถามที่ดีไม่ต้องการคำตอบ
เมื่อดราม่ากลายเป็นบทเรียนสำหรับทุกคน
หลังจากที่มีดราม่าค่ารถตุ๊กๆ อยุธยา พี่ฮงหรือโอปป้าฮง แรปเปอร์ ยูทูบเบอร์ และติ๊กต๊อกเกอร์ชาวเกาหลีใต้ ได้โพสต์คลิปลงช่องยูทูบ Oppa Hong ไปเที่ยว จ.อยุธยา แต่กลับถูกตุ๊กๆ เจ้าถิ่นเรียกค่าโดยสารแบบเหมาๆ ถึง 1,200 บาท
คลิปนั้นจุดกระแสทันที ไม่ใช่เพราะมันเกี่ยวกับโอปป้าฮงเป็นหลัก แต่เพราะมันจุดประเด็นที่คนไทยหลายคนรู้สึกอยู่แล้วว่า ระบบบางอย่างในการท่องเที่ยวไทยไม่เป็นธรรม และการที่มีคนจากข้างนอกพูดถึงมัน ทำให้เรื่องนั้นได้รับการพูดถึงในวงกว้างขึ้น
โอปป้าฮงไม่ได้ตั้งใจเป็นนักเคลื่อนไหว แต่ฐานะของเขาในฐานะคนที่อยู่ระหว่างสองโลก ทำให้เขาเห็นสิ่งที่คนที่อยู่ในโลกเดียวอาจมองข้าม
Bangkokgirls และแฟนคลับที่รักเขาเป็นพิเศษ
เขามีชื่อเรียกฐานแฟนคลับของตัวเองว่า Bangkokgirls
ชื่อนั้นพูดถึงบางอย่างที่น่าสนใจ — ในยุคที่ K-pop เข้าถึงทุกมุมโลก แฟนคลับส่วนใหญ่รักศิลปินในแบบที่รักดาว ห่างไกล เอื้อมไม่ถึง แต่โอปป้าฮงสร้างความสัมพันธ์กับแฟนคลับในแบบที่ใกล้ชิดกว่านั้น เพราะเขาพูดภาษาเดียวกัน กินอาหารเดียวกัน และใช้ชีวิตในเมืองเดียวกับพวกเขา
นั่นทำให้เขาไม่ใช่แค่ “โอปป้า” ที่อยู่บนจอ แต่เป็นคนที่รู้สึกได้ว่าอาจจะเจอในชีวิตจริงวันไหนก็ได้
Bad Songs และดนตรีที่ยังไม่หยุดเดิน
ล่าสุด เขาได้กลับมาปล่อยผลงานอัลบั้มชุดใหม่อย่าง Bad Songs ที่มาพร้อมเพลง 2more, Goofy และ Goofy (Lemac Remix) ซึ่งความพิเศษในครั้งนี้ได้ร่วมงานกับทีมแร็ปเปอร์คุณภาพจากประเทศเกาหลีใต้ชื่อ du7 อีกด้วย
ดนตรีของโอปป้าฮงสะท้อนชีวิตที่เขาเป็น — แร็ปที่ข้ามภาษา ข้ามวัฒนธรรม และไม่พยายามอธิบายตัวเองว่าอยู่ในกล่องไหน มันคือดนตรีของคนที่โตมาในสองโลก และเลือกที่จะเอาสองโลกมาไว้ในเพลงเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ Bangkokboy เคยผ่านเวทีการแข่งขันชื่อดังอย่าง Show Me The Money Thailand 2 รวมถึงผลงานเพลงคุณภาพอีกหลายเพลง อาทิ Frozen ที่ได้แร็ปเปอร์สาวจากเกาหลีใต้อย่าง Bryn มาร่วมงาน และเพลง Love Psycho ที่ได้แร็ปเปอร์สาวชาวไทย Cnan มาร่วมสร้างสีสัน
บทส่งท้าย คนที่เป็นสะพานระหว่างสองโลก
โอปป้าฮงคือปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในยุคที่โลกเชื่อมถึงกัน แต่ผู้คนกลับแยกตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอัตลักษณ์และวัฒนธรรม
เขาไม่ได้พิสูจน์ว่าตัวเองเป็นเกาหลีหรือไทย เขาแค่ใช้ชีวิตของเขา — กินอาหารที่รัก ท่องเที่ยวในเมืองที่รัก แร็ปในภาษาที่อยากแร็ป และพูดคุยกับผู้คนในแบบที่เป็นตัวเอง
และนั่นแหละที่ทำให้คนหลักแสนกดติดตาม
ไม่ใช่เพราะเขาน่ารักหรือเก่ง แต่เพราะในยุคที่ทุกคนรีบตัดสินว่าใครเป็นใคร เขาคือเครื่องเตือนใจว่า บางทีคนที่อยู่ระหว่างสองโลก คือคนที่เห็นโลกได้กว้างที่สุด
ติดตาม โอปป้าฮง ได้ที่ YouTube: Oppa Hong TikTok: bangkokboykub Instagram: @bangkokboy.du7
