ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำว่า ‘ประติมากรรม’ แปลว่า ศิลปะสาขาหนึ่ง ในจำพวกวิจิตรศิลป์เกี่ยวกับการแกะสลักไม้ หินอ่อน โลหะ เป็นต้น ให้เป็นรูปหรือลวดลายต่างๆ

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

อย่างไรก็ตาม ในวันที่เราได้มายืนอยู่หน้าคอลเลกชันประติมากรรมสุดพิเศษกว่า 200 ชิ้น ณ ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ ต้องยอมรับว่า นิยามย่นย่อนี้ไม่อาจครอบคลุมสิ่งที่ได้เราได้เห็นและได้รู้สึกเท่าไรนัก ทีม Museum Minds เลยขอเคาะประตู เข้าไปถามไถ่ถึงความหมายของ ‘ประติมากรรม’ ในหัวใจของ เสริมคุณ คุณาวงศ์ นักธุรกิจและนักสะสม ผู้ผนวกศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทย เข้ากับชีวิตประจำวันของพนักงานบริษัทกว่า 100 ชีวิต จนพื้นที่ 4 ไร่ ในซอยนวลจันทร์ 56 แห่งนี้ ให้กลายมาเป็นแหล่งเรียนรู้ระดับชาติในปัจจุบัน

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

ห้องทำงานของคุณเสริมคุณเป็นห้องที่โปร่งโล่ง มีกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นวิวด้านนอกอาคารที่มีประติมากรรมตั้งแทรกอยู่ทั่ว และในห้องทำงานเองก็มีงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ติดตั้งเต็มพื้นที่ไปหมด แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นของสะสมที่แสดงถึงความรักในศิลปะของเจ้าของห้องได้อย่างดี

“ถ่ายมือผมกับอันนี้ได้เลย” คุณเสริมชี้บอกขณะที่นั่งลงบนเบาะสีแดงเลือดนกบนเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลายมังกร “สิ่งที่ผมอยู่คือสิ่งที่ผมชอบ ถ้าดูจะเห็นว่ามีหลายประเภท อย่างเก้าอี้ตัวนี้ เป็นเฟอร์นิเจอร์ของฝรั่งเศส ในยุคที่นิยมวัฒนธรรมจากจีนและญี่ปุ่น ในช่วงยุค 1850 ขึ้นมาถึงยุค 1900” เขาเริ่มเล่า

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“ผมสนใจเรื่องการข้ามวัฒนธรรมนะ การแลกเปลี่ยน (Exchange) เนี่ย ผมว่ามันเป็นธรรมชาติของอารยธรรมมาโดยตลอด

“เหมือนกับที่ยกตัวอย่างเก้าอี้ตัวนี้ เป็นอิทธิพลที่จีนมีต่อรสนิยมชาติตะวันตก เป็นยุคเดียวกันกับที่แวน โก๊ะ หันมาใช้สีจากภาพพิมพ์ญี่ปุ่น” คุณเสริมคุณชวนเราคิดถึงตัวอย่างการแลกเปลี่ยนอื่นๆ ต่อ ตั้งแต่วิหารของอียิปต์กับกรีกที่มีความคล้ายกัน ทั้งที่อยู่กันคนละทวีป หรือแม้กระทั่งรูปปั้นกรีกกับพระพุทธรูปปางคันธาระที่มีอิทธิพลต่อบ้านเราในภายหลัง 

“การแลกเปลี่ยนเหล่านี้มักจะมาจากสามทาง

“ทางที่หนึ่ง คือสงครามหรือการยึดครอง นำไปสู่การแปลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ยึดครองจะเป็นผู้ที่ไปครอบงำเสมอไป บางกรณี อย่างแมนจูที่ไปครอบครองแผ่นดินจีนใหญ่ที่ชนชาติเป็นฮั่น เขากลับถูกกลืนเข้าไปในวัฒนธรรมท้องถิ่นมากกว่า ถึงเขาจะมีม้าที่เร็วกว่า ดาบที่คมกว่า ปืนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะชนะในเชิงอารยธรรมเสมอไป

“ทางที่สอง คือการเผยแผ่ศาสนา ซึ่งบางครั้งก็มีผลพวงมากับสงคราม เราจะเห็นอิทธิพลของศาสนาคริสต์ในสถาปัตยกรรม รวมไปถึงอาหารการกินในฟิลิปปินส์หรือมาเก๊า

“ทางที่สาม คือเรื่องการค้า ตัวอย่างเช่นลวดลายตะวันตกที่มีอิทธิพลต่อศิลปะในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น บานประตูวัดไทยหลายแห่งที่มีเสี้ยวกลางเป็นเทวดาหรือทวารบาลแบบจีน หรืออย่างในห้องจัดแสดงของเรา มีพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ที่มีลายเถาองุ่นอยู่ด้านล่างของฐาน เป็นต้น ในกรณีเหล่านี้ เขาไม่เคยมายึดครองเรา แต่เขาเป็นประเทศใหญ่ที่เราสวามิภักดิ์ต่อเขา มีการแลกเปลี่ยนกันทางการค้า อันนี้ถือเป็นวิถีการแปลกเปลี่ยนที่สำคัญของสยามในเวลานั้น ด้วยความที่เราเป็นเมืองท่าสำคัญของเส้นทางเดินเรือ เราจึงมีร่องรอยของจีน โปรตุเกส อินเดีย เปอร์เซีย ฯลฯ ตกหล่นผสมอยู่”

 บทสนทนานี้เชื่อมโยงกับนิทรรศการในห้องแรกของศูนย์ฯ จัดแสดงพระพุทธรูปจากยุคต่างๆ ตั้งแต่สมัยทวารวดี (ราวพุทธศตวรรษที่ 16 – 17) มาถึงสมัยรัชกาลที่ 9 โดยพระพุทธรูปที่ถูกคัดสรรมาจัดวางในห้องนี้นั้น นอกจากเป็นหลักฐานของวัฒนธรรมการสร้างสรรค์ประติมากรรมในประเทศไทยตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว ยังมีลักษณะโดดเด่นจำเพาะของยุคนั้นๆ เช่น ‘พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย’ ที่อยู่กลางห้องนั้น 

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

มีพระพักตร์รูปไข่ ขมวดพระเกศาเล็ก พระนาสิกโด่งและงุ้ม ส้นขอบพระโอษฐ์โค้งคล้ายคลื่น พระหัตถ์เรียวยาว ปลายนิ้วพระหัตถ์ทั้ง 4 ยาวไม่เสมอกัน ตรงกับแบบนิยมของพระพุทธรูปสุโขทัยหมวดใหญ่ทุกประการ หรืออย่างชิ้นที่คุณเสริมคุณพูดถึง คือ ‘พระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัยทรงเครื่องต้น ศิลปะรัตนโกสินทร์’ นั่งเหนือฐานยกสูง ทรงเครื่องต้นอย่างพระมหาจักรพรรดิ เป็นรูปแบบที่พบแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย และได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นต้นมา 

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์
ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

ที่พิเศษคือมีการแสดงออกถึงอิทธิพลศิลปะต่างชาติ ด้วยลวดลายประดับฐานเป็นเถาองุ่น ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีบางชิ้นที่ดูเผินๆ อาจไม่เห็นเป็นพระพุทธรูป อย่าง ‘ประทับนั่งปางโปรดพกาพรหม ศิลปะรัตนโกสินทร์’ เป็นรูปพกาพรหม (บ้างเทียบเป็นพระอิศวร) ที่ประทับบนหลังพระโค แต่ถ้ามองดีๆ ตรงเศียรจะเห็นพระพุทธเจ้าขนาดเล็กนั่งอยู่ สื่อให้เห็นถึงการที่ศาสนาพุทธอยู่เหนือศาสนาพราหมณ์ เป็นต้น

เมื่อออกจากห้องแรกที่เป็นเสมือนบทนำ เราได้เข้าไปในโถงใหญ่สุดอลังการ จัดเรียงประติมากรรมนับร้อยชิ้นไว้ตามหมวดหมู่ เดินตามทางเดินไปทีละโซนได้ง่ายๆ เริ่มด้วยโซนของรูปปั้นภาพเหมือนของพระมหากษัตริย์และขุนนางชั้นสูง

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

 “ผมสนใจการต่อจิกซอว์ประวัติศาสตร์ศิลปะประติมากรรมของไทย จากพระพุทธรูป ซึ่งเป็นประติมากรรมที่ได้รับการเก็บรักษามายาวนานที่สุด แต่ที่จริงมันมีประติมากรรมประกอบสถาปัตยกรรม อย่างคันทวยหรือถ้วยชาม ของใช้ แต่แน่นอนว่า พอเป็นพระพุทธรูปมันมีศาสนาค้ำจุนอยู่ ทำให้สืบทอดมายาวนานกว่า จากนั้นเชื่อมไปสู่การเข้ามาของเทคนิคศิลปะแบบตะวันตก ในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึง 7” 

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

ในส่วนนี้มีการจัดแสดงรูปหล่อสำริดพระพักตร์ของรัชกาลที่ 5 โดย เซซาเร ฟันตาคิโอติ (Cesare Fantacchiotti) รวมถึงรัชกาลที่ 6 และ 7 และรูปเหมือนกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ โดย คอร์ราโด เฟโรชี (Corrado Feroci) หรือ อาจารย์ ศิลป์ พีระศรี ไปจนถึงรูปเหมือนของอาจารย์ศิลป์ โดยลูกศิษย์ของท่าน คือ สนั่น ศิลากรณ์ คู่กับการฉายวิดีทัศน์บันทึกภาพการสอนของอาจารย์ศิลป์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร สื่อถึงการส่งต่อฝีมือช่างแบบตะวันตกให้กับศิลปินไทยในเวลาต่อมา

นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางทักษะแล้ว งานของอาจารย์ศิลป์ยังแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะงานอนุสาวรีย์ของท่านที่ถูกว่าจ้างในสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (พ.ศ. 2475) มีการปรับเปลี่ยนกอปรสร้างสิ่งที่เรียกว่า ‘ชาติไทย’ ขึ้นใหม่

“Nationalism หรือการสร้างชาตินิยม เป็นศาสตร์ทางรัฐศาสตร์ที่ใช้กันมากในยุคนั้น คือช่วงสงครามโลกทั้งสองครั้ง กระแสสร้างชาตินิยมมันเติบโตขึ้นในเยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส การสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในชาติ เกี่ยวโยงกับการสร้างอัตลักษณ์ การออกแบบวีรบุรุษ วีรสตรี ซึ่งต้องยอมรับว่าศิลปะก็คือเครื่องมือหนึ่งในการสร้างสิ่งเหล่านั้นมาตลอด

“ฟังดูต่ำต้อยมาก แต่มันก็จริง“ คุณเสริมคุณหัวเราะแล้วพูดต่อไปถึงอีกชิ้นที่จัดแสดงอยู่ใกล้ๆ กัน คือแบบพระเศียรขนาด 1 : 1 ของอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินที่ตั้งอยู่ที่วงเวียนใหญ่ ปั้นโดยอาจารย์ศิลป์ พีระศรี 

“รัชกาลที่ 1 ทรงปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์หลังพระเจ้าตากสิน ดังนั้น มันมีนัยที่น่าสนใจมาก อีกอนุสาวรีย์ที่สร้างโดยคณะราษฎรคือท้าวสุรนารี ซึ่งเป็นอนุสารีย์สามัญชนคนแรกของไทยด้วย”

เมื่อพูดถึงประติมากรรมชิ้นเอกที่สะท้อนเรื่องการเปลี่ยนผ่านของสังคมในคอลเลกชันนี้ คงต้องพูดถึง ‘ครุฑ’ งานขนาดมหึมาที่ถอดแบบมาจากครุฑบนตึกของอาคารไปรษณีย์ไทยที่บางรัก

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“ชิ้นนี้มีความย้อนแย้งที่น่าสนใจทีเดียว ครุฑเป็นพาหนะของพระนารายณ์ เป็นตราที่หมายถึงพระราชอำนาจ (คติเทวราชาสมัยโบราณเชื่อว่า ‘กษัตริย์’ คือ ‘พระนารายณ์’ อวตาร เป็นที่มาของชื่อราชวงศ์จักรี เนื่องจาก จักร เป็นอาวุธของพระนารายณ์) ทำไมคณะราษฎรที่เหมือนไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ เลือกเอาครุฑไปใส่ที่ตึกไปรษณีย์” คุณเสริมคุณชวนเราคิด 

“แต่เขาตีความใหม่ เป็นเรื่องของการสื่อสาร ครุฑตนนี้ถ้าสังเกตดีๆ จะเกาะอยู่บนปากแตรงอน สไตล์ที่ใช้ ผมตีความว่าเป็นศิลปะช่วง Neo-fascism เป็นเส้นแข็งแรง ทำให้นึกถึงรูปปั้นร่วมสมัยเดียวกันจากโซเวียต มันเสร็จช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง ซึ่งชิ้นนี้อาจารย์ศิลป์เป็นคนออกแบบ” 

นอกจากอาจารย์ศิลป์แล้ว เราทราบว่าคณะศิษย์ของท่านยังมีส่วนในการสร้างงานชิ้นนี้ด้วย อาจารย์แช่ม แดงชมพู ผู้ปั้นแขนครุฑ อาจารย์สิทธิเดช แสงหิรัญ ผู้ปั้นปีก และอาจารย์พิมาน มูลประมุข ผู้ปั้นลำตัวครุฑ เพื่อประดับที่อาคารไปรษณีย์กลาง ใน พ.ศ. 2480 ส่วนชิ้นที่เป็นสำริดที่จัดแสดงอยู่นี้ เป็นการร่วมมือระหว่างศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพกับบริษัทไปรษณีย์ไทยใน พ.ศ. 2549 โดยดำเนินการจัดสร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2552 เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่ประติมากรรมชิ้นเอกนี้สืบไป

ติดๆ กันกับครุฑนั้น มีงานปั้นชุดโขนอันประณีตของ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ชวนให้คิดต่อเรื่องอัตลักษณ์ความเป็นไทยในศูนย์ประติมากรรมแห่งนี้ เราจึงถามคุณเสริมคุณต่อไปว่า สำหรับเขา ‘ความเป็นไทย’ ในประติมากรรมเหล่านี้คืออะไร จับต้องได้หรือไม่ คุณเสริมคุณนิ่งไปสักครู่ก่อนจะตอบว่า 

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“เป็นคำถามที่กว้างและท้าทายสำหรับการตอบ ตอบได้หลายมิติ สำหรับผมความเป็นไทยไม่ใช่ลายไทย ลายไทยเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกความเป็นไทยชนิดหนึ่ง ความเป็นไทยในมุมมองผมมีทั้งรูปธรรมและนามธรรม ในส่วนของรูปธรรม ก็คือที่มองเห็นได้ เช่น สถาปัตยกรรมแบบไทยประเพณี แปลว่าแบบที่นิยมทำกันมา อย่างไรก็ดี ในแต่ละยุค อย่างเช่นก่อนสมัยรัชกาลที่ 3 เก๋งจีนมันก็ไม่ปรากฏ ดังนั้นพอเวลาบางคนบอกว่า วัดไทยที่มีเก๋งจีนอยู่ด้วยคือไทยประเพณี มันก็ไม่ถูกเสียทีเดียว

“ผมจึงไม่ให้นิยามของความเป็นไทยในรูปแบบไทยรูปแบบหนึ่ง เพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงมาตลอด” คุณเสริมคุณขยายความ

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์
ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“ความเป็นไทยเนี่ย เราสูดหายใจอยู่บนผืนแผ่นดินไทย เรายืนอยู่ที่นี่ เรากินอาหารไทย เราคบกับคนไทย เราจึงเป็นไทย ถามว่างานของ Alex Face หรือ ของคุณโลเล (ทวีศักดิ์ ศรีทองดี) มันไทยไหม ในเมื่อมันไม่มีลายไทยเลย แต่ผมว่ามันเป็นไทยด้วยความสนุก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยที่รักสนุก ไม่คิดมาก ต้องมีเหตุผลไหมล่ะ ที่กระต่ายมันมีสามตา คงมีเหตุผลแหละ แต่เราไม่จำเป็นต้องรู้ทั้งหมด แค่มันมีปฏิกิริยากับเรา เรารู้สึกได้”

ในโซนถัดมา เราเห็นผลงานที่มีความร่วมสมัยและหลากหลายมากขึ้น เราได้ดูงานสื่อประสมที่สะท้อนทั้งอัตลักษณ์ของศิลปิน อาทิ บทเพลงแห่งราตรีกาล ของ มานพ สุวรรณปินฑะ ที่เป็นรูปใบหน้าสีทอง เปิดเป็นโพรงเข้าไปด้านในหัว 

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์
ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์
ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

งาน ‘ภาพเหมือน’ ของจักรพันธุ์ วิลาสินีกุล มีการจัดวางรูปปั้นคนขายาวในตู้กระจกขอบไม้ ซึ่งศิลปินบอกว่าเป็นการเปิดเผยตัวตนอย่างแท้จริง ไปจนถึงงานที่พูดถึงประเด็นสังคมและการเมืองอย่างตรงไปตรงมา เช่น สินค้าส่งออก โดย ทวี รัชนีกร ที่พูดถึงการส่งออกผู้หญิงไทยประหนึ่งสินค้าทางเพศ Adam & Steve ที่พูดถึงเรื่องรักร่วมเพศในสังคมอย่างขบขัน เป็นต้น

มาถึงตรงนี้ทำให้เรานึกถึงประเด็นร้อนทางสังคมอีกอย่าง คือการทำลายอนุสาวรีย์ในเมืองนอก ที่มีกระแสเริ่มมาจากการเรียกร้องสิทธิของชาวผิวสี จนผู้คนเริ่มไปคุ้ยประวัติศาสตร์และหันมาทำลายรูปปั้นของวีรบุรุษที่เคยมีประวัติการค้าทาสผิวสี เราจึงถามคุณเสริมคุณว่า เขามีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง

“ประติมากรรมนั้นมีวัตถุประสงค์ที่กว้างกว่า (อนุสาวรีย์) อาจจะเกี่ยวกับการเมืองด้วย แต่บางครั้งมันก็แค่การตกแต่ง หรือเกี่ยวกับศาสนา เกี่ยวกับการรับใช้ในราชสำนัก ฯลฯ ส่วนอนุสาวรีย์นั้นเป็นเรื่องแนวคิดทางการเมืองในแต่ละช่วง เกี่ยวข้องกับรัฐศาสตร์โดยตรง การเป็นสัญลักษณ์ของการปกครอง ที่เขาไปทำลายมันอยู่ในหมวดนี้

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์
ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“ถ้าในอนาคตมีการตีความกันใหม่ว่า ใครบางคนที่เป็นอนุสาวรีย์ไม่เหมาะสมแล้ว ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ อนุสาวรีย์เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ดังนั้นเมื่อความคิดด้านเมืองเปลี่ยนไปในแต่ละยุคสมัย อนุสาวรีย์ก็ต้องเปลี่ยน แต่ประติมากรรมแบบ Abstract ไม่น่าจะโดนนะ เพราะมันไม่เกี่ยวกับการเมือง เกี่ยวกับความงามมากกว่า”

เราถามต่อว่า ในเมืองไทยจะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นด้วยไหม

“ผมว่าเกิดได้หมด การตีความว่าคนคนนี้ดีหรือไม่ดี การยกย่องหรือไม่มันก็เกี่ยวกับทัศนคติในแต่ละช่วง คุณลองคิดดูในช่วงตั้งอเมริกาแรกๆ ด้วยบริบทของคนและสังคมตอนนั้น ก็ไม่แปลกที่นักค้าทาสจะได้รับการยกย่อง แต่ตอนนี้มันไม่ได้” คุณเสริมคุณแสดงความเห็น

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“ผมไม่อยากตัดสินว่าเราสมควรทำไหม ผมแค่อยากจะบอกว่า มันก็เป็นเช่นนั้นแหละ มนุษยชาติทำลายสิ่งที่ตัวเองคิดว่าไม่ดีในแต่ละช่วงเวลามาตลอด คุณไม่สังเกตเหรอว่ารูปปั้นกรีกจำนวนมหาศาลจมูกหัก มันเป็นเพราะว่าคนมุสลิม หรือความเชื่ออื่นที่เข้าไปมีอิทธิพลในพื้นที่อยู่ช่วงหนึ่ง เขาก็เอาก้อนหินไปทุบตรงนี้เพื่อแสดงถึงความไม่เคารพ จริงๆ คือมันถูกทำมาตลอด มันเลยไม่แปลกที่จะเห็นมันถูกทำซ้ำ ประวัติศาสตร์โลกมันโหดร้าย

“ผมคิดว่า บางอย่างที่มันแย่มากๆ อย่างการทำลายพระพุทธรูปโบราณขนาดใหญ่โดยตาลีบัน ก็ทำให้เกิดแรงกระเพื่อม เกิดมาเป็นผลงานชิ้นนี้ด้านหน้า อย่างน้อยเหตุการณ์นั้นก็ทำให้เกิดศิลปะชิ้นนี้หนึ่งชิ้น” (หัวเราะ)

คุณเสริมคุณอ้างอิงถึงงานชื่อ Stop โดย วิชัย สิทธิรัตน์ เป็นงานสำริดกึ่ง Abstract ขนาดสูงกว่า 4 เมตร มองเห็นเด่นสง่าอยู่ตรงสนามหญ้าด้านหน้าศูนย์ฯ มีลักษณะเหมือนพระพุทธรูปที่ถูกลดทอนลงเหลือเพียง ‘มือ’ ของท่านสองข้างที่ทำมุทราเป็นปางห้ามญาติอย่างเห็นได้ชัด คำบรรยายของศิลปินเขียนไว้ว่า

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“เมื่อจิตเข้าสู่สภาวะแห่งความเมตตาธรรม กายก็จะหยุดจากการฆ่า หยุดจากการเบียดเบียนกัน หยุดจากการทำร้ายจิตใจคนอื่น…”

“ในเชิงของผม ผมก็ต้องรู้สึกว่าเส้นทางเดินของอารยธรรมมันมีคุณค่า ควรแก่การระลึกถึงและเก็บรักษา แต่ถ้าคุณอยากทำลายมันขนาดนั้น แล้วกระแส เชื่อกันจริงๆ โหวตทั้งชุมชน โหวตทั้งประเทศว่าคุณไม่เอาสิ่งนี้แล้ว เราก็ยกไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ได้นะ ไปพูดว่าช่วงหนึ่งเราเคยมีสิ่งนี้ๆ เคยมีคนคนนี้เคยทำสิ่งนี้”

การเดินของเราวนจบด้วยคำถามสุดท้าย ว่าด้วยอนาคตของประติมากรรมไทย

“จากนี้ไป เราเห็นได้ชัดว่าการแบ่งประเภทศิลปะเป็นจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ เนี่ย มันได้พ้นสมัยไปแล้ว คณะมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเหล่านี้ต้องเปลี่ยนได้แล้ว มันยึดโยงกับเวลานะ ศิลปินสมัยนี้อย่าง ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช เนี่ย จะไปอยู่คณะไหน ถ้าตอบได้ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อ! (หัวเราะ)

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“ทิศทางประติมากรรมจะเป็นส่วนหนึ่งในทิศทางใหญ่ของศิลปะที่มีการเบลนด์เทคนิค ไม่ได้เป็นสิ่งที่นิยามแบ่งแยกศิลปะอีกต่อไป แต่มันจะผสมรวมเข้าหากัน ตัวอย่างเช่นฝีมือในการปั้นให้เหมือน ในยุคที่ไม่มีภาพถ่าย งานลักษณะคลาสสิก เมื่อเทียบกับงานช่วงที่มีภาพถ่าย เช่น งานของ โอกุสต์ รอแด็ง (Auguste Rodin) จะเห็นว่าเขาไม่ได้เน้นให้เหมือนแล้ว เพราะภาพถ่ายที่ทำหน้าที่นั้นไปแล้ว 

“มายุคนี้เรามีเครื่อง Digitize มีเครื่องพิมพ์ 3D Printing อันนี้ยิ่งหนักเลย มันทำให้คุณต้องปั้นสิ่งที่สื่อความคิด หรือสื่อวิญญาณ สองสิ่งสำคัญของความเป็นมนุษย์ มันเป็นเรื่องท้าทาย แค่ปั้นให้เหมือนคงไม่ใช่แล้ว นอกจากนี้ตัว Medium ก็คงเปลี่ยนไป เป็นได้ทั้งสำริด พลาสติก กระดาษ หรือแม้แต่แก้ว ในอนาคตอาจจะพิมพ์ 3D ด้วยสิ่งเหล่านี้ก็ได้”

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

แน่นอนว่าเมื่อประติมากรรมเปลี่ยน การรับรู้ของคนกับประติมากรรมก็ต้องเปลี่ยนไป นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่คุณเสริมคุณตั้งใจสร้างแหล่งเรียนรู้ให้ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการ Bangkok Creative Playground พื้นที่ที่รวบรวมบริษัทและหน่วยงานด้านความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่มบริษัท CMO. แปลว่าประติมากรรมชิ้นเอกเหล่านี้ ต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกับพนักงานกว่า 100 ชิ้น เป็นทั้งบรรยากาศและแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาและคนที่แวะมาเยี่ยมเยียน จนเรียกได้ว่า ประติมากรรมและคนในพื้นที่นี้เป็นสิ่งสะท้อนของกันและกัน นอกจากนี้ ที่นี่ยังสร้างโปรแกรมการเรียนรู้สำหรับหมู่คณะต่างๆ มากมาย ตั้งแต่นักเรียนอนุบาลไปจนถึงผู้ป่วยจิตเวช

ก่อนกลับบ้าน เรายืนมองประติมากรรมชื่อ ‘อาทิตย์’ โดย ณภัทร ธรรมนิยา อยู่นานมาก พลางครุ่นคิดถึงคำถามแรกที่เราตั้งไว้ “ประติมากรรมคืออะไร” บทสนทนากับคุณเสริมคุณอาจจะช่วยไขกระจ่างลักษณะและบทบาทของศิลปะแขนงนี้ได้พอสมควร แต่ท้ายที่สุด มวลความรู้สึกอันเป็นเอกลักษณ์ที่พวกมันส่งมากระทบใจเรา อาจจะเขียนบรรยายเป็นตัวหนังสือไม่ได้อยู่ดี

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ

เลขที่ 4/18-19 ซอยนวลจันทร์ 56 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230

โทรศัพท์ : 0 2088 3888 ต่อ 1303, 1314

โทรสาร : 0 2088 3868

เว็บไซต์ : www.bangkoksculpturecenter.org

อีเมล : [email protected]

วันและเวลาทำการ

วันอังคาร-วันเสาร์ 10.00 – 16.00 น. (ปิดวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันหยุดราชการ)

 ไม่มีค่าเข้าชม

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Museum Minds

ความคิดใหม่ๆ ของคนใหม่ๆ ที่กำลังขับเคลื...

ช่วงนี้เทรนด์ของการกลับมาใช้ผ้าไทยยังมาแรงอย่างต่อเนื่อง มีนักออกแบบและศิลปินหลายคนหันมาสนใจพัฒนาศักยภาพของผ้าพื้นถิ่นให้เราได้ตื่นเต้นกับลุคใหม่ ๆ ที่ใส่ง่ายและร่วมสมัย หนึ่งในนั้นที่น่าจับตามองคือ คุณฐากร ถาวรโชติวงศ์ หรือ อาจารย์กร จากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้กำลังมีนิทรรศการ Spiritual Eternity จัดแสดงผลงานกว่า 40 ชิ้นอย่างอลังการ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ในอาคารไปรษณีย์กลาง งานนี้นอกจากนำเสนอผลงานแปลกตาจากไอเดียล้ำ ๆ ของคุณฐากรที่ได้คิดค้นร่วมกับผู้ประกอบการทั่วประเทศไทยแล้ว หากมองลึกลงไปในระหว่างวัสดุเส้นด้าย เรายังได้เรียนรู้เรื่องจิตวิญญาณและความรักในเส้นทางสิ่งทอของนักออกแบบรุ่นใหม่คนนี้อีกด้วย 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่
Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่

จุดเริ่มการเดินตามฝัน

หลังจากเปิดนิทรรการไปได้ไม่กี่วัน คุณฐากรสละเวลามาแนะนำงานและกระบวนการเบื้องหลังให้เราฟังอย่างเป็นกันเอง บทสนทนาของเราเริ่มขึ้นในห้วงเพลง Claire de Lune ที่เปิดซ้ำ ๆ ไปมาในแกลเลอรี่ โดยเขาบอกว่ามันเป็นเพลงที่เขาชอบฟังมากที่สุดขณะถักทอผ้าของตน

“ไม่รู้ว่าตอนนั้นเรามองมุมมองของศิลปินกับนักออกแบบผิดไปรึเปล่า แต่มันทำให้รู้สึกว่า เราอยากค้นหา มากกว่าอยากนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ” คุณฐากรเล่าย้อนไปถึงช่วงที่เรียนจบปริญญาตรีใหม่ ๆ และเริ่มมีแรงขับที่จะสร้างผลงานของตัวเอง

“เราเลยเริ่มเดินสายประกวด TIFA (Thai Innovative Fashion Award) ปี 2016 ปรากฏว่าชนะ แล้วเป็นปีแรกที่ประกวดด้วยนะ ทำให้เรามั่นใจมาก ตัดสินใจออกจากงานเลย”

อย่างไรก็ดี เส้นทางในฝันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด “ตอนนั้นเราเอาผ้าที่ออกแบบไปทำกระเป๋า เลยคิดว่าจะทำแบรนด์กระเป๋าดีกว่า แต่ทำไปแล้วรู้สึกว่ามันทำอย่างยั่งยืนไม่ได้ หนึ่งคือเราไม่มีเงินที่หมุนพอจะสต็อก สองคือเราไม่ได้เป็นที่รู้จักขนาดนั้น ถึงแม้จะผ่านการประกวดมาแล้วก็ตาม ตอนนั้นคิดแค่ว่าทำยังไงก็ได้ให้คนรู้จักเราเยอะกว่านี้ เลยเริ่มเดินหน้าเข้าวงการแสดงงาน ก็เริ่มที่ TCDC นี่แหละกับงาน Bangkok Design Week” 

คุณฐากรบอกว่า ต้องขอบคุณ TCDC ที่ให้โอกาส ทั้ง ๆ ที่เป็นการแสดงงานครั้งแรกของเขา เขาตัดสินใจจัดแสดงผ้าผืนเดียวที่ตนเองทอด้วยโครงสร้าง Interknit ที่คิดขึ้นมาเอง โดยผ้าผืนนั้นก็นำกลับมาจัดแสดงในโชว์นี้ด้วย 

“บอกเลยว่าเป็นผ้าที่ทำยากมาก แต่มันมาแค่ผืนเดียวไง ซึ่งคนดูก็คงชื่นชม แต่ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมอะไรมากมาย จากนั้นแรงขับเริ่มมาแล้ว เรากลับมาคิดว่า ทำไมเราทำขนาดนี้ คนยังไม่ตอบรับเท่าที่ควรนะ รู้สึกอยากเอาชนะ ปีต่อมาก็เลยทำอีก เป็นชิ้นใหญ่ 15 เมตร ทำไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดคนเริ่มให้ความสนใจ มีมหาวิทยาลัยชวนไปสอน เป็นอาจารย์พิเศษ สุดท้ายเป็นอาจารย์ประจำจวบจนทุกวันนี้” 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่

สไตล์ที่นิยามด้วยการทดลองไปเรื่อย ๆ

“กรว่างานกรประหลาด (หัวเราะ) ไม่ได้รู้สึกว่าความงามของเรางามแบบจับต้องได้เสียทีเดียวนะ คนต้องทำความรู้จักกับมันนิดห่นึง อาจจะเด่นที่วัสดุแปลก ๆ คนอาจจะนึกไม่ถึง (Exotic Materials) การจับนั่นผสมนี่… มันมาจากการชอบทดลอง” คุณฐากรเล่า เมื่อเราถามถึงการนิยามไสตล์หรือลักษณะจำเพาะของเขา

“การลองทำให้เราเริ่มรักงานตัวเองขึ้นเรื่อย ๆ คือพอได้ลองเราก็ได้ใช้เวลาทำงาน รู้ตัวอีกทีเวลาก็หมดไปเป็นวัน ๆ เออทำไมเราอยู่กับมันได้นานขนาดนั้นนะ แสดงว่าเราคงมีความสุขในกระบวนการนี้ มันคงเป็นมิติทางจิตวิญญาณ เป็น Spiritual ของเราจริงๆ แหละ ถ้านึกย้อนไปตอนแรก ๆ ที่เราอยากใช้ชีวิตเป็นดีไซเนอร์ เราเคยตั้งคำถามว่าเราจะไปอยู่ตรงไหน คำตอบของการใช้ชีวิตคืออะไร 

“มันคือการมีชื่อเสียงหรือมีเงิน แต่พอได้ทำ มาเจอสิ่งที่เราอยู่กับมันได้นาน ๆ ทั้งวันทั้งคืน เราเลยคิดว่าอันนี้ละมั้งคือคำตอบของชีวิต ถ้ามันหมายถึงการค้นพบสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุข เราคงได้ค้นพบสิ่งนั้นแล้วแหละในช่วงอายุนี้”

เขาบอกว่าแนวคิดนี้คือที่มาของชื่อนิทรรศการที่พูดถึงจิตวิญญาณและเวลาที่เป็นนิรันดร์ วางบริบทชวนให้ผู้เข้าชมได้ครุ่นคิดทบทวนการเดินทางและความหมายของชีวิต ผ่านแรงมือแรงใจในผ้าแต่ละผืนที่จัดแสดงในแกลเลอรี่

เมื่อเราถามว่าผ้าชุดไหนที่เขาใช้เวลาครุ่นคิดกับมันมากที่สุด คุณฐากรผายมือไปที่โซนด้านขวาของนิทรรศการ 

“โซนนี้คือทำเองหมดเลย” คุณฐากรยิ้มอย่างภูมิใจ เขาพาเราไปดูผ้า 2 ชิ้นที่ล้อกัน ชิ้นหนึ่งสร้างสรรค์จากเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์สีดำ แทรกด้วยเส้น Reflective Rainbow เหลือบรุ้ง อีกชิ้นสร้างสรรค์จากเส้นเอ็นใสแทรกด้วยเส้นพลาสติด Vinyl Hologram 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่

“แรงบันดาลใจของเราเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ นะ อย่าง 2 ชิ้นนี้โจทย์คือ ต้องจัดแสดงในงาน อาจารย์ศิลป์ พีระศรี แล้วตอนนั้นกระแสการย้ายประเทศกำลังมา ตอนเราทำงานเลยตั้งคำถามว่า แล้วตรงไหนล่ะที่เราอยากจะไปอยู่ คิดไปคิดมาไปโผล่ Valhala หรือสุขาวดีในเทพปกรณัมนอร์ส เราเลยเอาไอเดียของคำว่าสุขาวดีหรือสวรรค์ในแต่ละศาสนามาทับซ้อนกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนที่คล้ายกันคือความเรืองรอง ความสุขแบบประเจิดประเจ้อ ก็เลยเอาตรงนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจเลือกวัสดุที่มีความเล่นกับแสงระยิบระยับ

 “เรารู้สึกว่าเราไม่อยากสร้างอะไรขึ้นมาคลุม แล้วทำทุกชิ้นให้มันเข้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่าง 3 ชิ้นนี้มีแรงบันดาลใจจากซูเปอร์ฮีโรของมาร์เวล คือไปดูหนังเรื่อง Eternals แล้วชอบมาก เราตีความภาพลักษณ์ของตัวละคร Thena ออกมาเป็นชิ้นนี้ ถักด้วยคอตตอนสีครีมแทรกเส้นหนังเดียว PU สีเงิน ส่วนอันนั้นเป็น Scarlet Witch ใช้เส้นด้ายโพลีเอสเตอร์สีแดง แทรกด้วยเส้นหนัง PU เหมือนกัน แต่เป็นสีแดง Hologram และเทปเลื่อมสีแดง”

ขณะที่เราตื่นตากับผ้าแต่ละชิ้น อดถามไม่ได้ว่าเขาใช้เวลาการถักนานไหม

“แต่ละอันใช้เวลาไม่เท่ากันนะครับ ซึ่งถ้ามีเวลาทำทั้งวันมันก็คงไม่นานขนาดนี้ แต่พอดีว่าเราเองก็มีงานประจำะ อันนี้เราเลยต้องกลับมาจากสอนเสร็จ ไปอาบน้ำ แล้วค่อยลงมานั่งกับเครื่องทอ ได้สักวันละ 10 – 20 เซนติเมตรบ้าง สะสมไปเรื่อย ๆ”

การพัฒนาองค์ความรู้จากท้องถิ่น

แน่นอนว่าเมื่อจัดงานที่ TCDC สิ่งที่ถูกชูโรงด้วย คือหนึ่งในพันธกิจขององค์กรด้านการเสริมสร้างองค์ความรู้ และต่อยอดในธุรกิจอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งโชว์นี้คุณฐากรบอกว่ามีผลงานจำนวนไม่น้อยที่เขาได้ร่วมพัฒนากับกลุ่มผู้ประกอบการจากเหนือจรดใต้ประเทศไทย

 “มันเกิดจากความสนใจของเราเองนี่แหละ เรารู้สึกว่าผ้าไหมไทย โดยรวมแล้วไม่มีความสดใหม่เท่าไร คือวิธีการเรายึดตั้งเดิมได้ แต่น่าจะมีภาพลักษณ์ (Visual) ใหม่ด้วย” 

คุณฐากรเล่าต่อไปว่า หนึ่งสิ่งสำคัญในการพัฒนางานกับทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว คือความกล้าที่จะแหวกแนวขนบและความเชื่อดั้งเดิม โปรเจกต์แรก ๆ ที่เขาเริ่มทำงานด้วย คือการพัฒนาผ้าไหมแต้มหมี่กับอำเภอชนบท บ้านหัวฝาย จังหวัดขอนแก่น 

“เราเริ่มคุยกับชุมชนนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่ตอนเรียน ป.โท ตอนแรกคือติดต่อเขา ซื้อผ้ามาทำกระเป๋า ทำจ๊อบนั้นจ๊อบนี้ไปเรื่อย ๆ พอรู้จักกันนาน ๆ เข้า เริ่มมีการไว้เนื้อเชื่อใจ เรามาเป็นอาจารย์ด้วย เลยถามเขาไปว่า พี่ลองให้ผมออกแบบลายผ้าให้ดูไหม โดยลายแรก ๆ ที่ทำไปเป็นลายผีเสื้อ แรงบันดาลใจมาจากตอนที่เราไปลงพื้นที่ที่ขอนแก่น คุณแม่สุภาณี ภูแล่นกี่ เป็นปราชญ์ชาวบ้านและเป็นประธานกลุ่มทอผ้าไหมที่นั่น บอกเราว่าเขาซาบซึ้งในชีวิตของผีเสื้อนะ เพราะว่าหนอนไหมผีเสื้อเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตคนในชุมชน ทำให้พวกเขามีงาน จากนั้นพวกมันก็ตายไป เลยเป็นเรื่องราวของความผูกพันระหว่าง 2 สปีชีส์ 

“เราเลยอยากทำคอลเลกชันผีเสื้อขึ้นมา อย่างไรก็ดี ตัวหนอนไหมไม่ได้มีลวดลายอะไร เราเลยตั้งคำถามว่ามีผีเสื้ออะไรอีกทีทำไหมได้และมีลวดลายสวยงาม เลยไปลงที่ผีเสื้อไหมอีรี่ ซึ่งเป็นผีเสื้อกลางคืน ปีกใหญ่หน่อย”

ตอนที่ทำออกมาแล้วเสร็จ คุณฐากรยอมรับว่าเป็นลายผ้าที่ประหลาดมาก แต่ปรากฏว่าขายดี มีผู้สนใจมากมาย รวมทั้ง คุณปันปัน นาคประเสริฐ ที่ซื้อเหมาไปเกือบหมด 

พอโปรเจกต์นั้นประสบความสำเร็จ หน่วยงานต่าง ๆ ก็เริ่มติดต่อมา โดยเฉพาะ CEA และ TCDC เชียงใหม่ ที่ช่วยประสานงานให้เจอกันในโครงการ Collaborative Project 2021 จนได้พัฒนาผ้าฝ้ายย้อมหินกับกลุ่มผ้าฝ้ายเชิงดอน อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

“งานเซ็ตนี้สนุกมาก เพราะผู้ประกอบการเปิดรับไอเดียของเรา” คุณฐากรเล่าอย่างภูมิใจ “อย่างชุดนี้เป็นลายยางกล้วย ตั้งต้นคือชุมชนนี้ย้อมสีผ้าจากหินโมคคัลลาน เป็นหินชนิดที่พบในบริเวณท้องถิ่นนั้นแหละ พวกเขาเอาหินไปบดให้เป็นผงสี มันโยงไปได้ถึงต้นกำเนิดศิลปะโบราณ เขาก็คงเอาความรู้นั้นมาทำเป็นเทคนิคย้อมผ้าด้วย ปรากฏว่าการย้อมในช่วงแรก ๆ สีติดไม่ค่อยดีเท่าไร เราก็เลยถามเขาว่าทำยังไงสีถึงติดดีขึ้นมาล่ะ เขาบอกว่าเขาหยอดยางกล้วยลงไป มันเลยจุดประกายให้เราว่า ยางกล้วยต้องมีคุณค่ากว่าการเป็น Mordant (สารช่วยการติดทนของสีบนผ้า) แล้ว

“เราใช้กล้วยดิบซึ่งมียางเยอะที่สุด เอาสีมาทาบนต้นกล้วยที่ถูกตัด สีก็จะติดกับกล้วย แล้วก็เอาไปปั๊มประทับลงบนผ้า แสตมป์ไปเรื่อย ๆ จนยางกล้วยหมดและสีจาง ก็ฝานกล้วยและทาสีลงใหม่ ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ อันข้าง ๆ เป็นต้นอ่อนกล้วย ตอนนี้เป็นลายลิขสิทธ์ของเขาไปเลย” 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่
Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่
นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

ไอเดียใหม่ ๆ ที่ต้องงดงามและยั่งยืน

อีกไฮไลต์หนึ่งของนิทรรศการคือโซนผ้าบาติก จำนวนไม่น้อยในนี้ได้ร่วมพัฒนากับผู้ประกอบการไทยบาติก จังหวัดกระบี่ จากเป็นทุนวิจัยสำหรับบุคลากรของคณะมัณฑนศิลป์ 

“สิ่งที่อยากอธิบายเกี่ยวกับงานนี้คือ มันไม่ใช่วิจัยเพื่อพัฒนาลวดลาย แต่เกิดจากการตั้งคำถามว่า สิ่งที่เรากำลังช่วยผู้ประกอบการบาติกคืออะไร โดยคอนเซปต์แล้วบาติกเป็นเทคนิคการสร้างลาย ไม่ใช่เทคนิคการทอผ้าแบบอื่น ๆ เราเลยมีคำถามว่า ถ้าวันหนึ่งทางรัฐไม่ได้ส่งดีไซเนอร์หรืออาจารย์ไปช่วยออกแบบลายกับคนในพื้นที่ แล้วพวกเขาจะเอาอะไรออกแบบลายใหม่ ๆ ได้ด้วยตัวเองล่ะ นอกจากนี้ เวลาออกแบบลายให้เขา เขาก็จะใช้ได้แค่เจ้าเดียว เป็นลิขสิทธิ์ของเขา ไม่มีการต่อยอด เราเลยตัดสินใจไปพัฒนาเทคนิค และกระบวนการผลิตแทน แถมเราใช้แนวคิดความยั่งยืนมาครอบด้วย”

คุณฐากรชี้ให้เราดูผ้าหลาย ๆ ชิ้นที่เขาภูมิใจ “ชิ้นชื่อ Melt Osmosis หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ผ้าน้ำแข็ง มีจุดเริ่มมาจากการลงพื้นที่กับผู้ประกอบการ เราเห็นเขาใช้เทคนิค Osmosis คือเขาลงสีผ้าให้เปียกชุ่ม จากนั้นค่อยเอาโอเอซิสที่เขาใช้ปักดอกไม้ไปวางบนผ้า ตัวโอเอซิสที่เป็นโฟมก็จะดูดน้ำขึ้นมา สร้างลักษณะสีซึม ๆ บนผ้า แต่เรารู้สึกว่าโอเอซิสไม่ยั่งยืน มันเป็นโฟมที่ใช้แล้วทิ้ง เราเลยลองเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง พอลงสีแล้ววางน้ำแข็งให้มันละลาย สร้างความเจือจางเฉพาะจุดบนผ้าได้แทน ต้นทุนถูกกว่า ไม่เป็นพิษ ใช้ได้เลย” 

นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

 “อีกชิ้นเป็นผ้ายืดลายเส้นเหมือนเกลียวคลื่น อันนี้ปกติเราจะไม่เห็นบาติกบนผ้ายืด เพราะลงสียาก เราพยายามหาคุณสมบัติของผ้ายืด คือผ้าจะฝืดและหนืด สีไหลช้า เขียนเทียนก็ยาก จะลงสีก็ยาก เราเลยลองใช้ Brushwork วาดลงผ้าไปเลย ติดบ้างไม่ติดบ้างเป็นเสน่ห์ไป และลดการใช้เทียนด้วย เพราะการที่ผู้ประกอบการอยู่กับเทียนนาน ๆ ก็ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจได้ ส่วนผืนนี้ที่ใกล้ ๆ กัน ด้วยความผ้าที่มีความฝืด พอจับขยุมแล้วมันอยู่ตัว เราเลยเอาผงสีโรยแล้วเอาฟ็อกกี้ฉีด สีก็จะซึมเข้าหากัน กลายเป็นสีผสมแนวฟุ้ง ๆ ไม่เหมือนใคร”

ความท้าทายต่อไปคุณฐากรบอกว่า ผู้ประกอบการแม้ว่าจะเชื่อใจเราเต็มที่ ก็ต้องฝึกทดลองต่อด้วย ด้วยความที่แต่ละฝ่ายเรียนมาไม่เหมือนกัน ผู้ประกอบการแต่ละคนต้องฝึกหาองค์ประกอบที่ลงตัว หรือการเลือกสีที่ออกมาแล้วงดงามในมุมมองของผู้ซื้อด้วย เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่การทดลองจะออกมาสำเร็จลงตัวเสมอไป ชวนให้เราตั้งคำว่า คุณฐากรรับมืออย่างไรเมื่อไอเดียของเขาล้มเหลว

“ก็ทำใหม่” เขาหัวเราะ

“มันไม่สาแกใจก็ทำใหม่ ไปต่อ จนกว่าจะได้” 

นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล
นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

จิตวิญญาณที่อยากส่งต่อ

งานอีกส่วนในนิทรรศการนั้น คุณฐากรบอกว่าได้แรงขับจากการทำงานเป็นอาจารย์

 “เราอยากทำหลาย ๆ อย่าง เพื่อทดสอบความสามารถของเรา และเป็นโอกาสเผยแพร่ความรู้ด้วย” คุณฐากรเล่า “ที่จริงสิ่งที่เราภูมิใจมากในฐานะอาจารย์ คือบางชิ้นในนี้ทอโดยลูกศิษย์ เราภูมิใจเพราะรู้สึกว่าเขาเอาจากเราไปได้หมด แล้วเขาเก่งกว่าเรา”

จากช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้การเรียนการสอนต้องจัดในรูปแบบออนไลน์ วิชาที่คุณฐากรสอนมักเน้นการปฏิบัติเพื่อเกิดทักษะ ทำให้นักเรียนจำเป็นต้องจะส่งพัสดุมาให้ตรวจที่บ้าน เกิดเป็นซองพัสดุที่เหลือทิ้งจำนวนมาก อาจารย์กรคนเก่งเลยคิดไอเดีย ออกโจทย์สร้างผลงานจากวัสดุเหลือใช้เหล่านี้ออกมางดงามอย่างไม่น่าเชื่อ งานส่วนนี้ถูกแสดงภายใต้ชื่อชุด From My Students

สุดท้ายก่อนจากกันเราถามคุณฐากรว่า เมื่อมองกลับไปในช่วงเวลานับสิบปีที่คลุกคลีอยู่กับสิ่งทอ เขาได้เรียนรู้อะไรจากเส้นทางของตัวเองมากที่สุด

“มาถึงจุดนี้ได้คือโคตรอดทน” คุณฐากรกล่าว

“เราไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่พร้อมมากขนาดนั้น แต่พ่อแม่รักเรา เขาให้เราทำในสิ่งที่เราอยากจะทำมาตลอด แม้บางครั้งจะไม่เห็นด้วย แต่เราก็ดื้อฝืนด้วยความมุมานะของเรา สุดท้ายมาถึงตรงนี้ เราก็ต้องอดทนกับความคาดหวังของครอบครัว ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเรายืนหยัดกับสิ่งนี้ที่เราเลือกได้ เราต้องอดทนกับผู้ร่วมงานที่อาจจะไม่เข้าใจเรา อีกทั้งปัญหาอุปสรรค์ต่าง ๆ ร้อยแปดระหว่างทาง และที่สำคัญคืออดทนกับตัวเอง คือเราจะเอาแบบนี้ เราต้องเอาให้ได้” 

นอกจากความอดทนแล้ว เขายังอยากฝากข้อคิดเรื่องการพัฒนาต่อยอดโดยไม่ก็อปปี้ของเดิมด้วย 

“ไม่อยากฝากเรื่องฝีมือนะ เด็กสมัยนี้พัฒนาฝีมือได้รวดเร็วเพราะสื่อมันเยอะ กลายเป็นว่าอีกสิ่งที่อยากฝากคือ อย่าทำงานซ้ำ ถ้ามีคนทำแล้วอย่าไปทำซ้ำวนลูป ผู้ประกอบการทุกวันนี้เขาให้เราไปช่วยพัฒนา เราก็ไม่ควรไปทำสิ่งที่เขาทำได้อยู่แล้ว แค่ไปเปลี่ยนลายเปลี่ยนสี มันไม่ได้ยั่งยืน สำหรับกร เราควรให้ความรู้เขาด้วย ซึ่งเราก็ต้องกล้าทดลองก่อน และพอเราทดลองด้วยตัวเราเอง มันก็ไม่มีทางซ้ำใครอยู่แล้ว เวลาเอาไปถ่ายทอดต่อเขาก็ใช้ได้นาน ถ้ามันซ้ำ มันก็หากินได้ไม่นาน”

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

นิทรรศการ Spiritual Enternity โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ 

วันที่ 2 – 28 สิงหาคม 2565 เวลา 10.30 – 19.00 น. 

วันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) 

ณ ห้องแกลเลอรี่ ชั้น 1 อาคารส่วนหลัง ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบกรุงเทพฯ หรือ TCDC กรุงเทพฯ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0 2105 7400 #213, 214 หรือเว็บไซต์ www.tcdc.or.th

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load