ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำว่า ‘ประติมากรรม’ แปลว่า ศิลปะสาขาหนึ่ง ในจำพวกวิจิตรศิลป์เกี่ยวกับการแกะสลักไม้ หินอ่อน โลหะ เป็นต้น ให้เป็นรูปหรือลวดลายต่างๆ

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

อย่างไรก็ตาม ในวันที่เราได้มายืนอยู่หน้าคอลเลกชันประติมากรรมสุดพิเศษกว่า 200 ชิ้น ณ ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ ต้องยอมรับว่า นิยามย่นย่อนี้ไม่อาจครอบคลุมสิ่งที่ได้เราได้เห็นและได้รู้สึกเท่าไรนัก ทีม Museum Minds เลยขอเคาะประตู เข้าไปถามไถ่ถึงความหมายของ ‘ประติมากรรม’ ในหัวใจของ เสริมคุณ คุณาวงศ์ นักธุรกิจและนักสะสม ผู้ผนวกศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทย เข้ากับชีวิตประจำวันของพนักงานบริษัทกว่า 100 ชีวิต จนพื้นที่ 4 ไร่ ในซอยนวลจันทร์ 56 แห่งนี้ ให้กลายมาเป็นแหล่งเรียนรู้ระดับชาติในปัจจุบัน

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

ห้องทำงานของคุณเสริมคุณเป็นห้องที่โปร่งโล่ง มีกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นวิวด้านนอกอาคารที่มีประติมากรรมตั้งแทรกอยู่ทั่ว และในห้องทำงานเองก็มีงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ติดตั้งเต็มพื้นที่ไปหมด แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นของสะสมที่แสดงถึงความรักในศิลปะของเจ้าของห้องได้อย่างดี

“ถ่ายมือผมกับอันนี้ได้เลย” คุณเสริมชี้บอกขณะที่นั่งลงบนเบาะสีแดงเลือดนกบนเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลายมังกร “สิ่งที่ผมอยู่คือสิ่งที่ผมชอบ ถ้าดูจะเห็นว่ามีหลายประเภท อย่างเก้าอี้ตัวนี้ เป็นเฟอร์นิเจอร์ของฝรั่งเศส ในยุคที่นิยมวัฒนธรรมจากจีนและญี่ปุ่น ในช่วงยุค 1850 ขึ้นมาถึงยุค 1900” เขาเริ่มเล่า

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“ผมสนใจเรื่องการข้ามวัฒนธรรมนะ การแลกเปลี่ยน (Exchange) เนี่ย ผมว่ามันเป็นธรรมชาติของอารยธรรมมาโดยตลอด

“เหมือนกับที่ยกตัวอย่างเก้าอี้ตัวนี้ เป็นอิทธิพลที่จีนมีต่อรสนิยมชาติตะวันตก เป็นยุคเดียวกันกับที่แวน โก๊ะ หันมาใช้สีจากภาพพิมพ์ญี่ปุ่น” คุณเสริมคุณชวนเราคิดถึงตัวอย่างการแลกเปลี่ยนอื่นๆ ต่อ ตั้งแต่วิหารของอียิปต์กับกรีกที่มีความคล้ายกัน ทั้งที่อยู่กันคนละทวีป หรือแม้กระทั่งรูปปั้นกรีกกับพระพุทธรูปปางคันธาระที่มีอิทธิพลต่อบ้านเราในภายหลัง 

“การแลกเปลี่ยนเหล่านี้มักจะมาจากสามทาง

“ทางที่หนึ่ง คือสงครามหรือการยึดครอง นำไปสู่การแปลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ยึดครองจะเป็นผู้ที่ไปครอบงำเสมอไป บางกรณี อย่างแมนจูที่ไปครอบครองแผ่นดินจีนใหญ่ที่ชนชาติเป็นฮั่น เขากลับถูกกลืนเข้าไปในวัฒนธรรมท้องถิ่นมากกว่า ถึงเขาจะมีม้าที่เร็วกว่า ดาบที่คมกว่า ปืนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะชนะในเชิงอารยธรรมเสมอไป

“ทางที่สอง คือการเผยแผ่ศาสนา ซึ่งบางครั้งก็มีผลพวงมากับสงคราม เราจะเห็นอิทธิพลของศาสนาคริสต์ในสถาปัตยกรรม รวมไปถึงอาหารการกินในฟิลิปปินส์หรือมาเก๊า

“ทางที่สาม คือเรื่องการค้า ตัวอย่างเช่นลวดลายตะวันตกที่มีอิทธิพลต่อศิลปะในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น บานประตูวัดไทยหลายแห่งที่มีเสี้ยวกลางเป็นเทวดาหรือทวารบาลแบบจีน หรืออย่างในห้องจัดแสดงของเรา มีพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ที่มีลายเถาองุ่นอยู่ด้านล่างของฐาน เป็นต้น ในกรณีเหล่านี้ เขาไม่เคยมายึดครองเรา แต่เขาเป็นประเทศใหญ่ที่เราสวามิภักดิ์ต่อเขา มีการแลกเปลี่ยนกันทางการค้า อันนี้ถือเป็นวิถีการแปลกเปลี่ยนที่สำคัญของสยามในเวลานั้น ด้วยความที่เราเป็นเมืองท่าสำคัญของเส้นทางเดินเรือ เราจึงมีร่องรอยของจีน โปรตุเกส อินเดีย เปอร์เซีย ฯลฯ ตกหล่นผสมอยู่”

 บทสนทนานี้เชื่อมโยงกับนิทรรศการในห้องแรกของศูนย์ฯ จัดแสดงพระพุทธรูปจากยุคต่างๆ ตั้งแต่สมัยทวารวดี (ราวพุทธศตวรรษที่ 16 – 17) มาถึงสมัยรัชกาลที่ 9 โดยพระพุทธรูปที่ถูกคัดสรรมาจัดวางในห้องนี้นั้น นอกจากเป็นหลักฐานของวัฒนธรรมการสร้างสรรค์ประติมากรรมในประเทศไทยตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว ยังมีลักษณะโดดเด่นจำเพาะของยุคนั้นๆ เช่น ‘พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย’ ที่อยู่กลางห้องนั้น 

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

มีพระพักตร์รูปไข่ ขมวดพระเกศาเล็ก พระนาสิกโด่งและงุ้ม ส้นขอบพระโอษฐ์โค้งคล้ายคลื่น พระหัตถ์เรียวยาว ปลายนิ้วพระหัตถ์ทั้ง 4 ยาวไม่เสมอกัน ตรงกับแบบนิยมของพระพุทธรูปสุโขทัยหมวดใหญ่ทุกประการ หรืออย่างชิ้นที่คุณเสริมคุณพูดถึง คือ ‘พระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัยทรงเครื่องต้น ศิลปะรัตนโกสินทร์’ นั่งเหนือฐานยกสูง ทรงเครื่องต้นอย่างพระมหาจักรพรรดิ เป็นรูปแบบที่พบแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย และได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นต้นมา 

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์
ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

ที่พิเศษคือมีการแสดงออกถึงอิทธิพลศิลปะต่างชาติ ด้วยลวดลายประดับฐานเป็นเถาองุ่น ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีบางชิ้นที่ดูเผินๆ อาจไม่เห็นเป็นพระพุทธรูป อย่าง ‘ประทับนั่งปางโปรดพกาพรหม ศิลปะรัตนโกสินทร์’ เป็นรูปพกาพรหม (บ้างเทียบเป็นพระอิศวร) ที่ประทับบนหลังพระโค แต่ถ้ามองดีๆ ตรงเศียรจะเห็นพระพุทธเจ้าขนาดเล็กนั่งอยู่ สื่อให้เห็นถึงการที่ศาสนาพุทธอยู่เหนือศาสนาพราหมณ์ เป็นต้น

เมื่อออกจากห้องแรกที่เป็นเสมือนบทนำ เราได้เข้าไปในโถงใหญ่สุดอลังการ จัดเรียงประติมากรรมนับร้อยชิ้นไว้ตามหมวดหมู่ เดินตามทางเดินไปทีละโซนได้ง่ายๆ เริ่มด้วยโซนของรูปปั้นภาพเหมือนของพระมหากษัตริย์และขุนนางชั้นสูง

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

 “ผมสนใจการต่อจิกซอว์ประวัติศาสตร์ศิลปะประติมากรรมของไทย จากพระพุทธรูป ซึ่งเป็นประติมากรรมที่ได้รับการเก็บรักษามายาวนานที่สุด แต่ที่จริงมันมีประติมากรรมประกอบสถาปัตยกรรม อย่างคันทวยหรือถ้วยชาม ของใช้ แต่แน่นอนว่า พอเป็นพระพุทธรูปมันมีศาสนาค้ำจุนอยู่ ทำให้สืบทอดมายาวนานกว่า จากนั้นเชื่อมไปสู่การเข้ามาของเทคนิคศิลปะแบบตะวันตก ในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึง 7” 

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

ในส่วนนี้มีการจัดแสดงรูปหล่อสำริดพระพักตร์ของรัชกาลที่ 5 โดย เซซาเร ฟันตาคิโอติ (Cesare Fantacchiotti) รวมถึงรัชกาลที่ 6 และ 7 และรูปเหมือนกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ โดย คอร์ราโด เฟโรชี (Corrado Feroci) หรือ อาจารย์ ศิลป์ พีระศรี ไปจนถึงรูปเหมือนของอาจารย์ศิลป์ โดยลูกศิษย์ของท่าน คือ สนั่น ศิลากรณ์ คู่กับการฉายวิดีทัศน์บันทึกภาพการสอนของอาจารย์ศิลป์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร สื่อถึงการส่งต่อฝีมือช่างแบบตะวันตกให้กับศิลปินไทยในเวลาต่อมา

นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางทักษะแล้ว งานของอาจารย์ศิลป์ยังแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะงานอนุสาวรีย์ของท่านที่ถูกว่าจ้างในสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (พ.ศ. 2475) มีการปรับเปลี่ยนกอปรสร้างสิ่งที่เรียกว่า ‘ชาติไทย’ ขึ้นใหม่

“Nationalism หรือการสร้างชาตินิยม เป็นศาสตร์ทางรัฐศาสตร์ที่ใช้กันมากในยุคนั้น คือช่วงสงครามโลกทั้งสองครั้ง กระแสสร้างชาตินิยมมันเติบโตขึ้นในเยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส การสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในชาติ เกี่ยวโยงกับการสร้างอัตลักษณ์ การออกแบบวีรบุรุษ วีรสตรี ซึ่งต้องยอมรับว่าศิลปะก็คือเครื่องมือหนึ่งในการสร้างสิ่งเหล่านั้นมาตลอด

“ฟังดูต่ำต้อยมาก แต่มันก็จริง“ คุณเสริมคุณหัวเราะแล้วพูดต่อไปถึงอีกชิ้นที่จัดแสดงอยู่ใกล้ๆ กัน คือแบบพระเศียรขนาด 1 : 1 ของอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินที่ตั้งอยู่ที่วงเวียนใหญ่ ปั้นโดยอาจารย์ศิลป์ พีระศรี 

“รัชกาลที่ 1 ทรงปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์หลังพระเจ้าตากสิน ดังนั้น มันมีนัยที่น่าสนใจมาก อีกอนุสาวรีย์ที่สร้างโดยคณะราษฎรคือท้าวสุรนารี ซึ่งเป็นอนุสารีย์สามัญชนคนแรกของไทยด้วย”

เมื่อพูดถึงประติมากรรมชิ้นเอกที่สะท้อนเรื่องการเปลี่ยนผ่านของสังคมในคอลเลกชันนี้ คงต้องพูดถึง ‘ครุฑ’ งานขนาดมหึมาที่ถอดแบบมาจากครุฑบนตึกของอาคารไปรษณีย์ไทยที่บางรัก

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“ชิ้นนี้มีความย้อนแย้งที่น่าสนใจทีเดียว ครุฑเป็นพาหนะของพระนารายณ์ เป็นตราที่หมายถึงพระราชอำนาจ (คติเทวราชาสมัยโบราณเชื่อว่า ‘กษัตริย์’ คือ ‘พระนารายณ์’ อวตาร เป็นที่มาของชื่อราชวงศ์จักรี เนื่องจาก จักร เป็นอาวุธของพระนารายณ์) ทำไมคณะราษฎรที่เหมือนไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ เลือกเอาครุฑไปใส่ที่ตึกไปรษณีย์” คุณเสริมคุณชวนเราคิด 

“แต่เขาตีความใหม่ เป็นเรื่องของการสื่อสาร ครุฑตนนี้ถ้าสังเกตดีๆ จะเกาะอยู่บนปากแตรงอน สไตล์ที่ใช้ ผมตีความว่าเป็นศิลปะช่วง Neo-fascism เป็นเส้นแข็งแรง ทำให้นึกถึงรูปปั้นร่วมสมัยเดียวกันจากโซเวียต มันเสร็จช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง ซึ่งชิ้นนี้อาจารย์ศิลป์เป็นคนออกแบบ” 

นอกจากอาจารย์ศิลป์แล้ว เราทราบว่าคณะศิษย์ของท่านยังมีส่วนในการสร้างงานชิ้นนี้ด้วย อาจารย์แช่ม แดงชมพู ผู้ปั้นแขนครุฑ อาจารย์สิทธิเดช แสงหิรัญ ผู้ปั้นปีก และอาจารย์พิมาน มูลประมุข ผู้ปั้นลำตัวครุฑ เพื่อประดับที่อาคารไปรษณีย์กลาง ใน พ.ศ. 2480 ส่วนชิ้นที่เป็นสำริดที่จัดแสดงอยู่นี้ เป็นการร่วมมือระหว่างศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพกับบริษัทไปรษณีย์ไทยใน พ.ศ. 2549 โดยดำเนินการจัดสร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2552 เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่ประติมากรรมชิ้นเอกนี้สืบไป

ติดๆ กันกับครุฑนั้น มีงานปั้นชุดโขนอันประณีตของ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ชวนให้คิดต่อเรื่องอัตลักษณ์ความเป็นไทยในศูนย์ประติมากรรมแห่งนี้ เราจึงถามคุณเสริมคุณต่อไปว่า สำหรับเขา ‘ความเป็นไทย’ ในประติมากรรมเหล่านี้คืออะไร จับต้องได้หรือไม่ คุณเสริมคุณนิ่งไปสักครู่ก่อนจะตอบว่า 

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“เป็นคำถามที่กว้างและท้าทายสำหรับการตอบ ตอบได้หลายมิติ สำหรับผมความเป็นไทยไม่ใช่ลายไทย ลายไทยเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกความเป็นไทยชนิดหนึ่ง ความเป็นไทยในมุมมองผมมีทั้งรูปธรรมและนามธรรม ในส่วนของรูปธรรม ก็คือที่มองเห็นได้ เช่น สถาปัตยกรรมแบบไทยประเพณี แปลว่าแบบที่นิยมทำกันมา อย่างไรก็ดี ในแต่ละยุค อย่างเช่นก่อนสมัยรัชกาลที่ 3 เก๋งจีนมันก็ไม่ปรากฏ ดังนั้นพอเวลาบางคนบอกว่า วัดไทยที่มีเก๋งจีนอยู่ด้วยคือไทยประเพณี มันก็ไม่ถูกเสียทีเดียว

“ผมจึงไม่ให้นิยามของความเป็นไทยในรูปแบบไทยรูปแบบหนึ่ง เพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงมาตลอด” คุณเสริมคุณขยายความ

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์
ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“ความเป็นไทยเนี่ย เราสูดหายใจอยู่บนผืนแผ่นดินไทย เรายืนอยู่ที่นี่ เรากินอาหารไทย เราคบกับคนไทย เราจึงเป็นไทย ถามว่างานของ Alex Face หรือ ของคุณโลเล (ทวีศักดิ์ ศรีทองดี) มันไทยไหม ในเมื่อมันไม่มีลายไทยเลย แต่ผมว่ามันเป็นไทยด้วยความสนุก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยที่รักสนุก ไม่คิดมาก ต้องมีเหตุผลไหมล่ะ ที่กระต่ายมันมีสามตา คงมีเหตุผลแหละ แต่เราไม่จำเป็นต้องรู้ทั้งหมด แค่มันมีปฏิกิริยากับเรา เรารู้สึกได้”

ในโซนถัดมา เราเห็นผลงานที่มีความร่วมสมัยและหลากหลายมากขึ้น เราได้ดูงานสื่อประสมที่สะท้อนทั้งอัตลักษณ์ของศิลปิน อาทิ บทเพลงแห่งราตรีกาล ของ มานพ สุวรรณปินฑะ ที่เป็นรูปใบหน้าสีทอง เปิดเป็นโพรงเข้าไปด้านในหัว 

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์
ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์
ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

งาน ‘ภาพเหมือน’ ของจักรพันธุ์ วิลาสินีกุล มีการจัดวางรูปปั้นคนขายาวในตู้กระจกขอบไม้ ซึ่งศิลปินบอกว่าเป็นการเปิดเผยตัวตนอย่างแท้จริง ไปจนถึงงานที่พูดถึงประเด็นสังคมและการเมืองอย่างตรงไปตรงมา เช่น สินค้าส่งออก โดย ทวี รัชนีกร ที่พูดถึงการส่งออกผู้หญิงไทยประหนึ่งสินค้าทางเพศ Adam & Steve ที่พูดถึงเรื่องรักร่วมเพศในสังคมอย่างขบขัน เป็นต้น

มาถึงตรงนี้ทำให้เรานึกถึงประเด็นร้อนทางสังคมอีกอย่าง คือการทำลายอนุสาวรีย์ในเมืองนอก ที่มีกระแสเริ่มมาจากการเรียกร้องสิทธิของชาวผิวสี จนผู้คนเริ่มไปคุ้ยประวัติศาสตร์และหันมาทำลายรูปปั้นของวีรบุรุษที่เคยมีประวัติการค้าทาสผิวสี เราจึงถามคุณเสริมคุณว่า เขามีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง

“ประติมากรรมนั้นมีวัตถุประสงค์ที่กว้างกว่า (อนุสาวรีย์) อาจจะเกี่ยวกับการเมืองด้วย แต่บางครั้งมันก็แค่การตกแต่ง หรือเกี่ยวกับศาสนา เกี่ยวกับการรับใช้ในราชสำนัก ฯลฯ ส่วนอนุสาวรีย์นั้นเป็นเรื่องแนวคิดทางการเมืองในแต่ละช่วง เกี่ยวข้องกับรัฐศาสตร์โดยตรง การเป็นสัญลักษณ์ของการปกครอง ที่เขาไปทำลายมันอยู่ในหมวดนี้

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์
ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“ถ้าในอนาคตมีการตีความกันใหม่ว่า ใครบางคนที่เป็นอนุสาวรีย์ไม่เหมาะสมแล้ว ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ อนุสาวรีย์เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ดังนั้นเมื่อความคิดด้านเมืองเปลี่ยนไปในแต่ละยุคสมัย อนุสาวรีย์ก็ต้องเปลี่ยน แต่ประติมากรรมแบบ Abstract ไม่น่าจะโดนนะ เพราะมันไม่เกี่ยวกับการเมือง เกี่ยวกับความงามมากกว่า”

เราถามต่อว่า ในเมืองไทยจะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นด้วยไหม

“ผมว่าเกิดได้หมด การตีความว่าคนคนนี้ดีหรือไม่ดี การยกย่องหรือไม่มันก็เกี่ยวกับทัศนคติในแต่ละช่วง คุณลองคิดดูในช่วงตั้งอเมริกาแรกๆ ด้วยบริบทของคนและสังคมตอนนั้น ก็ไม่แปลกที่นักค้าทาสจะได้รับการยกย่อง แต่ตอนนี้มันไม่ได้” คุณเสริมคุณแสดงความเห็น

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“ผมไม่อยากตัดสินว่าเราสมควรทำไหม ผมแค่อยากจะบอกว่า มันก็เป็นเช่นนั้นแหละ มนุษยชาติทำลายสิ่งที่ตัวเองคิดว่าไม่ดีในแต่ละช่วงเวลามาตลอด คุณไม่สังเกตเหรอว่ารูปปั้นกรีกจำนวนมหาศาลจมูกหัก มันเป็นเพราะว่าคนมุสลิม หรือความเชื่ออื่นที่เข้าไปมีอิทธิพลในพื้นที่อยู่ช่วงหนึ่ง เขาก็เอาก้อนหินไปทุบตรงนี้เพื่อแสดงถึงความไม่เคารพ จริงๆ คือมันถูกทำมาตลอด มันเลยไม่แปลกที่จะเห็นมันถูกทำซ้ำ ประวัติศาสตร์โลกมันโหดร้าย

“ผมคิดว่า บางอย่างที่มันแย่มากๆ อย่างการทำลายพระพุทธรูปโบราณขนาดใหญ่โดยตาลีบัน ก็ทำให้เกิดแรงกระเพื่อม เกิดมาเป็นผลงานชิ้นนี้ด้านหน้า อย่างน้อยเหตุการณ์นั้นก็ทำให้เกิดศิลปะชิ้นนี้หนึ่งชิ้น” (หัวเราะ)

คุณเสริมคุณอ้างอิงถึงงานชื่อ Stop โดย วิชัย สิทธิรัตน์ เป็นงานสำริดกึ่ง Abstract ขนาดสูงกว่า 4 เมตร มองเห็นเด่นสง่าอยู่ตรงสนามหญ้าด้านหน้าศูนย์ฯ มีลักษณะเหมือนพระพุทธรูปที่ถูกลดทอนลงเหลือเพียง ‘มือ’ ของท่านสองข้างที่ทำมุทราเป็นปางห้ามญาติอย่างเห็นได้ชัด คำบรรยายของศิลปินเขียนไว้ว่า

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“เมื่อจิตเข้าสู่สภาวะแห่งความเมตตาธรรม กายก็จะหยุดจากการฆ่า หยุดจากการเบียดเบียนกัน หยุดจากการทำร้ายจิตใจคนอื่น…”

“ในเชิงของผม ผมก็ต้องรู้สึกว่าเส้นทางเดินของอารยธรรมมันมีคุณค่า ควรแก่การระลึกถึงและเก็บรักษา แต่ถ้าคุณอยากทำลายมันขนาดนั้น แล้วกระแส เชื่อกันจริงๆ โหวตทั้งชุมชน โหวตทั้งประเทศว่าคุณไม่เอาสิ่งนี้แล้ว เราก็ยกไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ได้นะ ไปพูดว่าช่วงหนึ่งเราเคยมีสิ่งนี้ๆ เคยมีคนคนนี้เคยทำสิ่งนี้”

การเดินของเราวนจบด้วยคำถามสุดท้าย ว่าด้วยอนาคตของประติมากรรมไทย

“จากนี้ไป เราเห็นได้ชัดว่าการแบ่งประเภทศิลปะเป็นจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ เนี่ย มันได้พ้นสมัยไปแล้ว คณะมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเหล่านี้ต้องเปลี่ยนได้แล้ว มันยึดโยงกับเวลานะ ศิลปินสมัยนี้อย่าง ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช เนี่ย จะไปอยู่คณะไหน ถ้าตอบได้ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อ! (หัวเราะ)

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

“ทิศทางประติมากรรมจะเป็นส่วนหนึ่งในทิศทางใหญ่ของศิลปะที่มีการเบลนด์เทคนิค ไม่ได้เป็นสิ่งที่นิยามแบ่งแยกศิลปะอีกต่อไป แต่มันจะผสมรวมเข้าหากัน ตัวอย่างเช่นฝีมือในการปั้นให้เหมือน ในยุคที่ไม่มีภาพถ่าย งานลักษณะคลาสสิก เมื่อเทียบกับงานช่วงที่มีภาพถ่าย เช่น งานของ โอกุสต์ รอแด็ง (Auguste Rodin) จะเห็นว่าเขาไม่ได้เน้นให้เหมือนแล้ว เพราะภาพถ่ายที่ทำหน้าที่นั้นไปแล้ว 

“มายุคนี้เรามีเครื่อง Digitize มีเครื่องพิมพ์ 3D Printing อันนี้ยิ่งหนักเลย มันทำให้คุณต้องปั้นสิ่งที่สื่อความคิด หรือสื่อวิญญาณ สองสิ่งสำคัญของความเป็นมนุษย์ มันเป็นเรื่องท้าทาย แค่ปั้นให้เหมือนคงไม่ใช่แล้ว นอกจากนี้ตัว Medium ก็คงเปลี่ยนไป เป็นได้ทั้งสำริด พลาสติก กระดาษ หรือแม้แต่แก้ว ในอนาคตอาจจะพิมพ์ 3D ด้วยสิ่งเหล่านี้ก็ได้”

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

แน่นอนว่าเมื่อประติมากรรมเปลี่ยน การรับรู้ของคนกับประติมากรรมก็ต้องเปลี่ยนไป นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่คุณเสริมคุณตั้งใจสร้างแหล่งเรียนรู้ให้ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการ Bangkok Creative Playground พื้นที่ที่รวบรวมบริษัทและหน่วยงานด้านความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่มบริษัท CMO. แปลว่าประติมากรรมชิ้นเอกเหล่านี้ ต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกับพนักงานกว่า 100 ชิ้น เป็นทั้งบรรยากาศและแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาและคนที่แวะมาเยี่ยมเยียน จนเรียกได้ว่า ประติมากรรมและคนในพื้นที่นี้เป็นสิ่งสะท้อนของกันและกัน นอกจากนี้ ที่นี่ยังสร้างโปรแกรมการเรียนรู้สำหรับหมู่คณะต่างๆ มากมาย ตั้งแต่นักเรียนอนุบาลไปจนถึงผู้ป่วยจิตเวช

ก่อนกลับบ้าน เรายืนมองประติมากรรมชื่อ ‘อาทิตย์’ โดย ณภัทร ธรรมนิยา อยู่นานมาก พลางครุ่นคิดถึงคำถามแรกที่เราตั้งไว้ “ประติมากรรมคืออะไร” บทสนทนากับคุณเสริมคุณอาจจะช่วยไขกระจ่างลักษณะและบทบาทของศิลปะแขนงนี้ได้พอสมควร แต่ท้ายที่สุด มวลความรู้สึกอันเป็นเอกลักษณ์ที่พวกมันส่งมากระทบใจเรา อาจจะเขียนบรรยายเป็นตัวหนังสือไม่ได้อยู่ดี

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ แหล่งรวมศิลปะมาสเตอร์พีซของเมืองไทยกว่า 200 ชิ้น, เสริมคุณ คุณาวงศ์

ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ

เลขที่ 4/18-19 ซอยนวลจันทร์ 56 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230

โทรศัพท์ : 0 2088 3888 ต่อ 1303, 1314

โทรสาร : 0 2088 3868

เว็บไซต์ : www.bangkoksculpturecenter.org

อีเมล : [email protected]

วันและเวลาทำการ

วันอังคาร-วันเสาร์ 10.00 – 16.00 น. (ปิดวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันหยุดราชการ)

 ไม่มีค่าเข้าชม

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Museum Minds

ความคิดใหม่ๆ ของคนใหม่ๆ ที่กำลังขับเคลื...

แจ้งเกิดในโลกใบใหม่ ใหญ่กว่าเดิม 

“นี่ครับ ห้องเก็บงานของผม” โน้ต-วัจนสินธุ์ จารุวัฒนกิตติ ไม่ได้เปิดประตูให้เราเดินเข้าไปในห้องเก็บสะสมงานศิลปะตามปกติ แต่ระรัวนิ้วเคาะแป้นพิมพ์ป้อนรหัสผ่านอย่างรวดเร็ว และกดปุ่ม Enter หันหน้าจอมาทางเราเพื่อแสดงภาพแกลเลอรี่ขนาดใหญ่ ผนังสีขาว แขวนผลงานศิลปะหลายชิ้น โดยมีชื่อ Mr.Palette เป็นเจ้าของสถานที่ ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Oncyber 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

ในขณะเดียวกัน เราก็กำลังนั่งอยู่ (ในเชิงกายภาพ) กับคุณโน้ตที่แกลเลอรี่ Palette Artspace ในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น แม้เป็นแกลเลอรี่น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดมาไม่นาน แต่ Palette Artspace ก็ดึงดูดสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมาด้วยที่ตั้งทำเลทอง และการตกแต่งเรียบง่ายดูเป็นมิตร อีกทั้งโซนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มน่านั่ง 

การทำงานซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่และในโลกเสมือนควบคู่กันไปเช่นนี้ ถือเป็นเทรนด์การทำงานของแกลเลอรี่หลายแห่งในปัจจุบัน ว่าแล้วเราเลยถือโอกาสชวนคุณโน้ตพูดคุยถึงกระบวนการและประสบกาณ์ของเขา ให้เราได้รู้จักกับทิศทางของการซื้อขายศิลปะในโลกดิจิทัลมากขึ้น การขยับขยายจากภาพแขวนบนผนัง ไปสู่การเปิดประมูล NFT บนอินเทอร์เน็ตนั้น จะเป็นโอกาสทองอย่างที่หลายๆ คนฝันหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการฆ่าเวลาในช่วงโควิด-19 กันแน่  

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

สรรพสีสันบน Palette  

คุณโน้ตบอกเราว่า เขาใกล้ชิดศิลปะมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณพ่อ (อุทัยพันธุ์ จารุวัฒนกิตติ) เป็นนักสะสม Erotic Art หลังจากรับช่วงดูแลธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของทางบ้าน คุณโน้ตคิดว่าสักวันหนึ่งเขาจะเป็นศิลปิน ภายหลังเขาได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านทฤษฎีศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ทำให้เขาได้พบเจอหลากหลายศิลปินที่รุ่นใหม่และรุ่นเก่าในวงการ จนได้ต่อยอดมาเปิดแกลเลอรี่ Palette Artspace เมื่อ ค.ศ. 2019 ในที่สุด 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT
เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

“ผมอยากให้พื้นที่ของ Palette Artspace ต่อยอดและสนับสนุนศิลปินคนไทยรุ่นใหม่ที่ตั้งใจสร้างงาน ได้มีโปรไฟล์ ทำพอร์ตไปสมัครงาน ไปเรียนต่อต่างประเทศ พอได้เห็นความสำเร็จของน้องๆ ผมก็มีความสุขไปด้วย” 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

คุณโน้ตมักสนใจคัดสรรและติดต่อศิลปินรุ่นใหม่ๆ มาแสดงงาน จากนิทรรศการจบการศึกษา รวมไปถึงช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram สลับไปกับหยิบยืมผลงานของศิลปินระดับใหญ่ๆ มาจัดแสดงเพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าถึงผลงานระดับมาสเตอร์พีซของไทยด้วยเช่นกัน

แต่เมื่อเปิดพื้นที่ได้ไม่นานนัก วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ทำให้คุณโน้ตต้องขบคิดวิธีการไปต่อในฐานะแกลเลอริสต์อย่างเลี่ยงไม่ได้ และในขณะที่มาตรการของรัฐทำให้ไม่สามารถเดินดูงานในพื้นที่กายภาพได้ คุณโน้ตก็ได้แรงบันดาลใจจากโลกออนไลน์อย่างน่าอัศจรรย์

การสร้างแกลเลอรี่ในโลกเสมือนจริง

“ครั้งแรกที่ผมเข้าไปเห็นคลิปใน YouTube ผมมั่นใจมากว่าผมต้องมี ผมเชื่อว่ามาถูกทาง” 

คุณโน้ตเล่าถึงวิดีโอคลิปหนึ่งที่อธิบายถึงการสร้างแกลเลอรี่ที่สามารถเอา ‘ตัวเรา’ เข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริง และในอนาคต ผู้ใช้จะสื่อสาร คุยกันได้เหมือนที่เราแชตกันในเกม อาจมีการเลือกใส่เสื้อผ้า การซื้อไอเท็ม หรือมีบัตรผ่านเข้าสถานที่แต่ละแห่งในรูปแบบต่างๆ ลองจินตนาการว่า ถึงจะมีโควิด แต่เราก็มางานเปิดนิทรรศการศิลปะแบบสบายๆ ในมือถือกระป๋องเบียร์ เดินดูงานศิลปะอยู่ที่บ้าน กดลิงก์เพื่อเข้าไปสู่เว็บไซต์ของศิลปิน อ่าน Wall-Text แม้แต่จะซื้อหรือประมูลงานศิลปะก็ยังทำได้ และสำหรับเขา นั่นคือการทำลายกำแพงของโลกศิลปะในรูปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง 

“เราอาจยังไม่รู้เส้นทางของมันมากนัก แต่นับว่าเราเป็นคนแรกๆ ในไทยที่กล้าเดินเข้าไปในโลกใบนั้น” 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

คุณโน้ตเล่าต่อว่าต้องขอบคุณแอปพลิเคชันชื่อดังอย่าง Clubhouse ที่กลายเป็นแหล่งความรู้นอกกระแสจากทั่วทุกมุมโลกสำหรับเขา โดยวันหนึ่งตัวเขาเองได้มีโอกาสอยู่ร่วมในห้องแชตที่กำลังพูดถึงข่าวดังในสหรัฐอเมริกา นับเป็นการกระชากหน้าประวัติศาสตร์ศิลปะให้เปลี่ยนบทใหม่ อย่างการเผางานที่จับต้องได้และเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบของ NFT (Non-fungible Token) โดยผู้ครอบครองผลงาน Morons (2006) ของ Banksy ได้จุดไฟเผาผลงาน และอัดคลิปวิดีโอเผยแพร่ลงใน YouTube จุดประสงค์เพื่อให้งานออริจินัลที่จับต้องได้หายไป และนำผลงานชิ้นนี้ไปแขวนไว้ในเว็บไซต์ Opensea ในรูปแบบ NFT อีกด้วย

และนั่นคือครั้งแรกที่คุณโน้ตได้ยินคำว่า NFT

ศิลปะในฐานะทรัพย์สินดิจิทัล

เราขอให้คุณโน้ตอธิบายตลาดการวางขายงาน NFT ด้วยการเปรียบเทียบเพื่อให้เข้าใจง่าย ซึ่งคุณโน้ตอธิบายอย่างกว้างๆ ให้เห็นภาพว่า “เว็บไซต์ตลาดขายงานศิลปะ NFT ที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ปูเสื่อขายได้คือ Opensea ต่อมาตลาดที่เรียกว่าเป็นห้างประจำจังหวัด คือต้องได้รับเชิญ (Invite) ศิลปินคือ Foundation และตลาดขายงานไฮเอนด์ที่ต้องได้รับเลือกจากภัณฑารักษ์ คือ SuperRare” 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

คุณโน้ตอธิบายว่าจุดเปลี่ยนของวงการนั้นมาจาก Blockchain ที่ทำให้งานดิจิทัลอาร์ตมีมูลค่า เพราะการซื้อขายต้นฉบับนั้นจะถูกส่งต่อโดยตรวจสอบที่มาที่ไป และยืนยันกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของได้ เรียกว่ามีความโปร่งใสและไม่สามาถทำสำเนาได้ ประกอบกับ Tokenization คือกระบวนการสร้างตัวแทนของทรัพย์สินต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล โดยสร้าง Token เป็นตัวแทนของสิทธิหรือทรัพย์สิน อย่างงานศิลปะ Digital Artwork ก็แปลงเป็นโทเคนได้ 

NFT แปลตรงตัวว่าเป็นโทเคนในรูปแบบที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนแทนด้วยสิ่งอื่นได้ (Non-fungible Token) เหล่าแพลตฟอร์มตลาดการขายงานศิลปะอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น Opensea, Foundation และ SuperRare จะทำการ Tokenize งานศิลปะดิจิทัลบนระบบ Ethereum Blockchain โดยผู้ครอบครองโทเคน จะได้รับใบรับรองความเป็นเจ้าของในชิ้นงานนั้นๆ 

ส่วนสกุลเงินดิจิทัลที่นำมาซื้อผลงาน NFT นั้น จะถูกกำหนดโดยตลาดแต่ละแห่งด้วย (ส่วนใหญ่ที่ใช้คือ Ethereum)    

“ในเชิง Business เอาจริงๆ ผมตอบไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องการเก็บสะสม ผมว่าใช่สำหรับยุคนี้” เขาเล่าถึงเส้นทางการขยับขยายสู่วงการศิลปะออนไลน์ด้วยความตื่นเต้น เริ่มจากทดลองเปิดงานนิทรรศการ 8 Bits จัดแสดงผลงานของนักศึกษาคณะดิจิทัลมีเดีย สาขาดิจิทัลอาร์ตส์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตบางเขน โดยใช้แพลตฟอร์ม Cryptovoxels และอีกทั้งนิทรรศการ Love Distancing จัดแสดงผลงานของศิลปินนักเคลื่อนไหว วสันต์ สิทธิเขตต์ โดยการติดตั้งจอ LED ฉายภาพงานศิลปะจากในแกลเลอรี่ หันออกด้านนอกตัวอาคาร หวังให้ผู้ที่เดินขึ้นลงบันได BTS สถานีทองหล่อ มองเห็น แม้ว่าในช่วงเวลานั้น แกลเลอรี่จะเปิดให้เข้าชมตามปกติไม่ได้ แต่เมื่อเดินลงมาด้านล่าง ข้างหน้า Palette Artspace ก็จะพบกับ QR Code ที่ยกสมาร์ทโฟนกดเข้าไปชมนิทรรศการเต็มรูปแบบได้ทางออนไลน์ 

 “พอเราทำนิทรรศการออนไลน์ งานศิลปะถูกส่งตรงไปถึงสายตาคนทั่วโลก มีคนสนใจ มีสื่อต่างประเทศมาสัมภาษณ์ พอเป็นข่าว ก็ยิ่งได้รับยอดเข้าชมมากขึ้น ไม่ใช่แค่คนไทย แต่เป็นคนทั้งโลกที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้” คุณโน้ตเล่าให้ฟังถึงผลตอบรับของนิทรรศการล่าสุด คือ 2D Afterlife โดย แพน-จินห์นิภา นิวาศะบุตร นำเสนอภาพสีน้ำมันของตัวละครสมมติที่เสียชีวิตไปแล้วจำนวน 50 ภาพ ผ่านแนวคิดปฏิสัมพันธ์กึ่งมีส่วนร่วม และวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของแฟนคลับ โดยผู้เข้าชมมีส่วนร่วมในการระลึกถึงความทรงจำที่มีต่อตัวละครสมมติเหล่านี้ได้ ด้วยการวางดอกไม้หรือสิ่งของต่างๆ บนหิ้งหน้ารูปเคารพ และไว้อาลัยแก่การจากไปของผู้วายชนม์ ที่แท้จริงแล้วไม่เคยมีชีวิตอยู่

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน
การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

 นิทรรศการนี้จัดขึ้นในพื้นที่ของแกลเลอรี่ขนานไปกับนิทรรศการออนไลน์ มียอดการเข้าชมทางออนไลน์มากกว่า 8,000 ครั้ง ไต่ระดับขึ้นมาเป็นนิทรรศการที่มีผู้เข้าชมสูงสุดในสัปดาห์แรกที่เปิดงาน ตัวเลขนี้ทำให้คุณโน้ตมองเห็นว่า Palette Artspace ยังคงเป็นเวทีสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในโลกออฟไลน์และในโลกออนไลน์

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ดิจิทัล-The Sandbox 

งานเหล่านั้นคือจุดเริ่มของ Virtual Exhibition ที่คุณโน้ตสนใจ แต่ไม่นานนักเขาเรียนรู้ว่าแพลตฟอร์ม Artsteps.com มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนห้องจัดแสดง ต้องรื้อลบผลงานเก่าออกหากต้องการจะจัดแสดงงานครั้งใหม่ ซึ่งไม่ตอบโจทย์การแสดงผลงานศิลปะของคุณโน้ต เขาไม่ต้องการจะลบนิทรรศการใดๆ ออกจากโลกเสมือนจริงแม้แต่งานเดียว 

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

“หลังจากที่เริ่มทำนิทรรศการออนไลน์บน Artsteps ผมเริ่มขยับไปซื้อที่ดินใน The Sandbox ผมอยากมีพื้นที่ของตัวเอง พอมาศึกษาดีๆ หลังจากที่ซื้อไปแล้วก็เพิ่งค้นเจอว่า กว่าเว็บไซต์จะเปิดใช้งานได้เต็มร้อยคือปีหน้า (ค.ศ. 2022) ผมเลยได้โอกาสซื้อที่ดินตอนราคายังไม่สูงมาก ล่าสุดได้ยินมาว่าราคาขยับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันเลยกลายเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไปในตัว ซึ่งพอถึงวันที่ใช้พื้นที่ได้จริงๆ ผมก็ยังไม่รู้ว่า จะได้ทำแบบที่ฝันไว้รึเปล่า” 

คุณโน้ตหัวเราะเบาๆ ใต้หน้ากากอย่างอารมณ์ดี แสดงถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ไม่หวังผลกำไรปุบปับ เขาบอกเราว่าในโลกออนไลน์นี้ทุกคนล้วนเป็นมือใหม่ ความเป็นไปได้นั้นยังอีกมาก และเราทุกคนคงต้องศึกษาลองผิดลองถูกกันไปอีกสักพัก

เรื่องที่ต้องรู้และความโปร่งใสในตลาดค้างานศิลปะ

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิมของ Palette Artspace สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

เมื่อถามว่าเขามีอะไรจะบอกผู้สนใจเข้าวงการซื้อขายศิลปะออนไลน์บ้าง คุณโน้ตได้ให้คำแนะนำเรามากมาย อาทิ การซื้อขาย NFT นั้นมีทั้งการขายแบบเสนอราคาและการขายแบบประมูล ซึ่งการเสนอราคา ศิลปินสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามความพอใจ แถมการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจะถูกบันทึกเอาไว้ ทำให้ผู้ที่สนใจงานศิลปะชิ้นนั้นและต้องการซื้อ มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของราคางาน ซึ่งเกิดขึ้นไม่ได้เลยในโลกศิลปะแห่งความเป็นจริง ที่การตั้งราคาซื้อขายชิ้นงานนั้นเป็นเรื่องลึกลับ ซับซ้อนตามกลไกของวงการตลาดศิลปะ ดีลเลอร์และภัณฑารักษ์ ยากที่คนภายนอกจะรู้

ทว่าในตลาดออนไลน์ เงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ ของงานศิลปะแต่ละชิ้นจะถูกกำหนดโดยตัวศิลปินเอง ซึ่งเงื่อนไขที่ว่าอาจไม่เปิดเผย หากผู้ซื้อยังไม่กดชำระเงิน การซื้องานศิลปะ NFT จึงคล้ายกับการเสี่ยงดวง อาจมีเรื่องเซอร์ไพรส์ปรากฏให้เห็นภายหลังการซื้อ เช่น ผู้ซื้ออาจได้รับผลงานชิ้นจริงไปด้วยหลังจากซื้อชิ้นงาน NFT 

นอกจากนี้ ยังมีอีกเรื่องที่ต้องทราบคือค่าแก๊ส (Gas Fee) ซึ่งจะถูกเรียกเก็บไปพร้อมๆ กับการซื้อขายผลงานศิลปะ คล้ายกับค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ คุณโน้ตยกตัวอย่างว่า “งานศิลปะในรูปแบบ NFT บางชิ้น มีค่า Gas Fee สูงกว่าสองเท่าของราคางาน” ดังนั้น นอกเหนือจากรสนิยมในการสะสมงานแล้ว การซื้องานศิลปะ NFT จึงเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ให้แน่ใจว่าคุณรู้ว่าใครคือศิลปิน และเขามีทิศทางในการสร้างงานอย่างไร งานของเขาลอกใครมาหรือไม่ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน

สิ่งที่ตามมาคือ ‘ห้องเก็บงาน’ พื้นที่ในโลกเสมือนจริงที่เปิดให้ใครก็ตามที่สนใจเข้ามาชมคอลเลกชันส่วนตัว หรือผลงานศิลปะ NFT ที่เราซื้อมาจากในตลาดดังกล่าว เราอาจสร้างเป็นช็อปเพื่อขายงานต่อ หรือจัดแสดงให้คนในโลกออนไลน์เข้ามาเที่ยวชม หรือสุดแล้วแต่ที่เราจะออกแบบ ภายใต้ข้อจำกัดของเทคโนโลยี ณ ขณะปัจจุบัน

The New Chapter of Digital Art 

ก่อนจากกัน เราถามคุณโน้ตถึงแนวคิดในอนาคตของวงการศิลปะ 

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

“การกระจายอำนาจจากจุดศูนย์กลาง (Decentralize) กลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของยุคสมัย ทุกคนเป็นผู้ส่งสาร เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ เช่นเดียวกับที่ทุกคนเป็นศิลปินได้ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง”  คุณโน้ตตอบ “ในแง่หนึ่ง ข้อดีของ NFT คือการที่คนในโลกศิลปะได้ติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น แลกเปลี่ยนความรู้มากขึ้น ได้เข้าใจมุมมองและจุดที่ต้องการการสนับสนุนและเชื่อมต่อสู่โลกภายนอก ที่สำคัญ งานศิลปะในรูปแบบ NFT เหมือนเป็นบัตรเชิญที่ชวนให้โลกทั้งใบหันมามองเห็นฝีมือของศิลปินไทยมากขึ้น และตามหารากของศิลปะไทยมากขึ้นกว่าเดิม” 

ใครสนใจชมนิทรรศการล่าสุดของ Palette Artspace แวะไปได้ที่พื้นที่ทางกายภาพ ติดทางออก 3 BTS ทองหล่อ เปิดตั้งแต่ 11.00 – 18.00 น. (นัดล่วงหน้าได้ที่ โทรศัพท์ : 06 1417 4000 ) หรือเข้าชมในโลกเสมือนที่นี่

รายละเอียดเพิ่มเติม www.palettebkk.com

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load