22 สิงหาคม 2563
27 K

อยู่กรุงเทพฯ นานๆ เบื่อความวุ่นวายเร่งรีบ ฝนตก และรถติด บ้างไหม

หลายคนอยากหลีกหนี ไปทิ้งตัวปล่อยใจไปกับธรรมชาติ ยิ่งไปต่างประเทศได้ยิ่งดี แต่ในช่วงโรคระบาดอย่างนี้ คงจะไปไหนไกลไม่ได้ การเปลี่ยนบรรยากาศ ออกมานอนนอกบ้าน ดูเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะถ้าได้ทำความรู้จักกับบรรดาที่พักที่เราจะเล่าให้ฟังแล้ว จะต้องลืมไปเลยว่าที่นี่คือเมืองหลวงแสนวุ่นวาย

กว่า 3 – 4 เดือนที่ผ่านมาในช่วงเวลา COVID-19 ระบาด ธุรกิจที่น่าเป็นห่วงมากคงหนีไม่พ้นธุรกิจโรงแรมที่พัก เพราะขาดลูกค้าชาวต่างชาติ แต่ละที่ต่างก็ต้องปรับตัวด้วยวิธีการต่างๆ นานา บ้างก็จำต้องสลับบทบาท เจ้าของโรงแรมกลับกลายเป็นเจ้าของร้านอาหาร พนักงานต้อนรับสลับเป็นแม่ครัว หรือจากแม่บ้านก็ต้องผันตัวเป็นแม่ค้า หลายที่ปรับรูปแบบห้องพัก เปิดให้นอนนานขึ้นแบบรายเดือน หลายย่านก็หันมาดูแลใจกันและกันมากขึ้น 

Take Me Out วันนี้จึงอยากชวนผู้อ่านจูงมือครอบครัว เพื่อนฝูง และคนรัก ออกมาอุดหนุนธุรกิจที่พัก 10 ที่ในเมืองหลวง ซึ่งทำให้เราได้ลองพักผ่อน Staycation กันได้ง่ายๆ และได้รู้จักมุมน่ารักอบอุ่นของกรุงเทพมหานคร 

Talakkia Boutique Hotel

นอนเรียนรู้ย่านจีน ในโรงแรมของครอบครัวชาวตลาดน้อย

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ตึกสีขาวสะอาดตาตั้งตระหง่านท่ามกลางบรรยากาศชุมชนเก่ามุมถนนเยาวราช มีอักษรจีนสีแดงตัวใหญ่ติดบนอาคารสีสว่าง อ่านออกเสียงได้ว่า ‘ตะ ลัก เกี้ยะ’ ทำให้เรามั่นใจว่าเดินทางมาถึงจุดที่ปักหมุดอย่างถูกต้อง เดินจากรถไฟฟ้า MRT สถานีหัวลำโพงครู่เดียว บรรยากาศรายล้อมและการตกแต่งของโรงแรมที่สอดแทรกกลิ่นอายจีน ทำให้เราสัมผัสถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนย่านนี้

Talakkia Boutique Hotel เป็นหนึ่งในโรงแรมเครือ Lofter Group ที่ เล็ก-วิชัย อริยรัชโตภาส ผู้เป็นคุณพ่อของลูกสาวทั้ง 4 ก่อตั้งขึ้น ตั้งแต่เขาเริ่มใช้รถวีลแชร์ได้ ก็ออกมาสัมผัสชุมชน เห็นโลกกว้าง พร้อมทั้งสะสมประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์จากอาชีพนายหน้า

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

เล็กบอกว่า พอลูกๆ ของเขาโตพอจะออกจากบ้านได้ เขาก็พาออกไปเรียนรู้โลกกว้างทันที จึงทำให้เขาและครอบครัวมีประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว และรู้ดีว่านักท่องเที่ยวต้องการอะไร ก่อนเปิดโรงแรมแห่งแรก เล็กและครอบครัวถึงกับบินลัดฟ้า พากันไปดูงานโฮสเทลที่ดีที่สุดในโลกที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมลูกสาวทั้ง 4 ของเล็กบริหารงานโรงแรมต่างๆ ในเครือ Lofter Group ได้อย่างพิถีพิถัน เข้าใจนักท่องเที่ยว และปรับตัวรองรับลูกค้ามาตลอดตั้งแต่ปลายปีก่อน

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ
แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ช่วง COVID-19 ตะ ลัก เกี้ยะ ถือคติว่า “เปลี่ยนเตียงว่างให้เป็นเงิน” ปรับห้องพักรายวันให้บรรดานิสิตนักศึกษา คนต่างจังหวัดที่เดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ หรือคนกรุงที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานที่บ้าน ได้นอนนานขึ้นแบบรายเดือน แต่ก็อุ่นใจด้วยมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยระดับโรงแรม สอดแทรกความใส่ใจของลูกค้าผู้ใช้รถเข็น ด้วยการออกแบบให้ตรง Universal Design แถมราคาก็เป็นมิตร เพราะรวมค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

บริเวณชั้นหนึ่งยังมี Talakkia Café ที่เสิร์ฟทั้งอาหารไทยและอาหารจีน รับประกันความอร่อยของอาหารด้วยดีกรีจากเลอ กอร์ดอง เบลอ ของ หญิง-เสาวรส อริยรัชโตภาส ลูกสาวของเล็กของครอบครัว ที่รับหน้าที่ดูแลคาเฟ่แห่งนี้เป็นหลัก

สำหรับสายอาหารและชอบชุมชน แล้วอยากเปลี่ยนที่นอนแก้เบื่อ ตะ ลัก เกี้ยะ นับเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

ที่ตั้ง : 988 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

โทร : 06 5724 8988

Facebook : Talakkia Boutique Hotel

Better Moon Guesthouse&cafe x Refill Station

นอนหลับเพราะรักษ์โลกที่เกสต์เฮาส์ของครอบครัวอีโคสไตล์

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ
แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ย่างกรายเข้าย่านอ่อนนุช พบกับ Better Moon Guesthouse&cafe x Refill Station รังกระต่ายศูนย์รวมจิตใจของครอบครัวรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งรวบรวมทั้งเกสต์เฮาส์ คาเฟ่ และ Refill Station ไว้ในบริเวณเดียวกัน โดยปรับใช้แนวคิด Eco-friendly มาใช้อย่างกลมกลืน 

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

แพร์-ปภาวี พงศ์ธนาวรานนท์ ใส่ใจการออกแบบตั้งแต่การก่อสร้างไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ เพื่อรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด เธออยากส่งต่อแนวคิดการรักษ์โลก เพราะเชื่อว่าใครๆ ก็ทำได้ และคนตัวเล็กๆ ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ 

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

เกสต์เฮาส์อยู่ติดกับคาเฟ่ มีทั้งหมด 4 ชั้น 9 ห้อง แต่ละห้องมีเอกลักษณ์ต่างกันตามสไตล์ของแต่ละคนในบ้าน โดยหยิบเอาสไตล์และเฟอร์นิเจอร์ที่เหลือใช้แต่ยังใช้ได้ดี มาจัดใหม่ให้น่านอนยิ่งขึ้น ชื่อห้องจะแบ่งเป็นชื่อของคนในครอบครัว Better Moon แถมยังมีห้องที่ทะลุหากันได้ทั้ง 3 ชั้น เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่หรือกลุ่มเพื่อนทั้ง 10 คนที่อยากจะพบปะพูดคุยกันอย่างออกรส

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ
แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ช่วงสถานการณ์ COVID-19 แพร์เล่าว่าทดลองทำหลายอย่าง ช่วงแรกกลัวว่าจะไม่มีอะไรกิน ก็ชวนทุกคนในเกสต์เฮาส์ (คนเข้าพักด้วยนะ) ขนปุ๋ยมาช่วยกันปลูกผักหน้าที่พัก ลองต้มชาขายแบบเอาแก้วมาเติมเองได้ไม่อั้น ปรับเมนูในร้านให้ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกมากขึ้น ทำตลาดแผงผักออร์แกนิกในวันเสาร์ ตลาดนัดมือสองชุบชีวิตเสื้อผ้า และกิจกรรมพูดคุยแลกเปลี่ยนภาษาอย่างเป็นกันเองกับคุณเคิร์ท ชาวอเมริกาที่พักอยู่มานานและมีเวลาว่างเพราะ COVID-19 แอบกระซิบว่ามีคนสนใจเยอะอย่างคาดไม่ถึงเชียวล่ะ 

ไม่ใช่เพียง COVID-19 ที่จุดประกายให้ทำสิ่งเหล่านี้ขึ้น แต่เธออยากจะเติมเต็มความสนุกให้กับทุกกิจกรรมที่ทำ

ที่ตั้ง : 2031 ซอยสุขุมวิท77/1 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 (แผนที่)

โทร : 09 3563 2265

Facebook : Better Moon Guesthouse&cafe x Refill Station

The Cabochon Hotel

นอนเสพงานศิลปะวินเทจของดีไซเนอร์ไต้หวันผู้หลงรักเมืองไทย

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ
แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

สำหรับ ยูจีน เย (Eugene Yeh) ดีไซเนอร์ชาวไต้หวัน บ้านหลังที่ 2 ของเขาคือกรุงเทพฯ ยูจีนรังสรรค์โรงแรมคาโบชอง (The Cabochon Hotel) ที่ท้ายซอยสุขุมวิท 45 ใจกลางเมือง ตึกสีขาวสะอาดตาตั้งตระหง่าน มีกลิ่นอายของศิลปะตะวันตกปนจีนอย่างชัดเจน

ส่วนต่างๆ ภายในโรงแรมแยกออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน ห้องอาหาร Thai Lao Yeh เสิร์ฟอาหารไทย-ลาว ที่รสชาติดั้งเดิมไม่ผิดเพี้ยนในราคาคุ้มค่า นอกจากจะอิ่มท้องแล้ว ก็ยังอิ่มตา ด้วยสารพัดของตกแต่งที่ทำให้รู้เลยว่า ยูจีนเป็นนักสะสมของวินเทจตัวยง ไม่ว่าจะเป็นกระดองเต่าขนาดยักษ์ เครื่องบิน หรือกระเป๋าเดินทางทรงหีบ ที่ล้วนจัดเรียงอยู่ในส่วนต่างๆ ของโรงแรมได้อย่างลงตัว อีกฟากของอาคารคือ The Library Bar บาร์บรรยากาศห้องสมุด และ Joy Luck Club ต่างเสิร์ฟทั้งเครื่องดื่มและของทานเล่น ซึ่งรสชาติและบรรยากาศเป็นเลิศ

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ
แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ทุกรายละเอียดที่นี่แสดงความใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้โทนสี เฟอร์นิเจอร์ หน้าต่างประตูที่ล้วนนำเข้ามาจากต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น กลอนประตูหน้าต่างนำเข้าจากยุโรป หรืออ่างอาบน้ำทองแดงก็สั่งทำและนำเข้ามาจากต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้ทำให้รู้ได้เลยทันทีว่าเจ้าของบรรจงออกแบบโรงแรมแห่งนี้สุดฝีมือ

ขึ้นลิฟต์ขนาดไม่ใหญ่ที่ยูจีนตั้งใจตกแต่งภายในให้เหมือนหีบ Louis Vuitton Chest ไปที่ชั้นดาดฟ้า ก็จะพบสระว่ายน้ำและวิวเมือง บรรยากาศข้างบนนี้ เหมาะสำหรับจัดปาร์ตี้สุดๆ

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ
แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

แม้คาโบชอนจะยังไม่กลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ แต่หากดูรูปแล้วตกหลุมรัก อยากจะนอนนาน ณ ที่นี่ก็ย่อมได้ เพราะคาโบชอนเปิดเป็น Staycation ให้เข้าพักได้ช่วงสุดสัปดาห์ ด้วยราคาพิเศษที่รวมอาหารเย็น อาหารเช้า Early Check-in และ Late Check-out ไว้เรียบร้อยแล้ว หรืออยากจะนอนนานๆ แบบรายเดือนก็ต่อสายตรงไปที่โรงแรมได้เลย

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ที่ตั้ง : 14 ซอยสุขุมวิท 45 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 (แผนที่)

โทร : 0 2259 2871-3

Facebook : The Cabochon Hotel

Tim Mansion

นอนผล็อยหลับฝันดีข้างวิวภูเขาทอง

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

Tim Mansion เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีมาก เพราะอยู่ใกล้ร้านอาหารระดับมิชลินอย่างร้านเจ๊ไฝ และร้านทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี และอยู่ติดกับภูเขาทอง ชนิดที่ว่ามองออกจากหน้าต่างห้องพักมาก็โบกมือทักทายได้เลย

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ไม่ไกลจากวัดราชนัดดารามวรวิหาร ที่มีโลหะปราสาท ตึกแถวขนาดใหญ่บนถนนมหาไชย ในอดีตคือร้านขายยาแผนโบราณ ‘ทิมเรืองเวชโอสถ’ บ้านของตระกูลทิมเรืองเวช ที่ซึ่ง ปัน-ปัญญดา เดชาติวัฒนา เกิดและเติบโต ก่อนหน้านี้ อาของปันปรับปรุงบางส่วนของอาคารเป็นโรงแรม เมื่อธุรกิจนี้ผ่านมือมายังครอบครัวของปันเมื่อราว 6 ปีก่อน ปันได้ปรับปรุงให้บ้านของตระกูลของเธอ กลายเป็นโรงแรมที่ยังคงมีกลิ่นอายของร้านขายยาโบราณและความอบอุ่นของครอบครัวขยายแบบคนจีนอยู่

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ
แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ช่วง COVID-19 บ้านตระกูลทิมเปิดให้แขกได้นอนอย่างใกล้ชิด ติดภูเขาทองที่ประดับไฟยามค่ำคืน และตื่นมาพร้อมกับวิวของภูเขาทองต้องแสงอาทิตย์ตอนกลางวัน หลับยาวแบบรายเดือนกันไปเลย แถมชั้นหนึ่งยังมีคาเฟ่ตกแต่งสไตล์จีน เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นก็เป็นมรดกตกทอดมา และอีกไม่นานจะกลับมาเสิร์ฟค็อกเทลสูตรพิเศษ ที่มีส่วนผสมของยาสมุนไพรสูตรของตระกูลอีกครั้ง

ใครผ่านไปผ่านมาแถวนี้ แวะจิบเครื่องดื่มและเสพบรรยากาศที่คาเฟ่ก็คุ้มแล้ว

ที่ตั้ง : 337 ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 (แผนที่)

โทร : 0 2223 5460

Facebook : Tim Mansion Bangkok

Barn & Bed 

นอนกลิ้งเกลือกกลางโรงนาแห่งพร้อมพงษ์

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

Barn & Bed โฮสเทลคอนเซปต์โรงนาย่านทำเลทองอย่างพร้อมพงษ์ ที่สองเพื่อนซี้ เปิ้ล-สมลักษณ์ วิสุทธิผล และพาร์ตเนอร์จากรั้วธรรมศาสตร์ร่วมกันสร้างขึ้น เปลี่ยนตึกให้กลายเป็นโฮสเทลขนาดเล็กที่อบอุ่น ตกแต่งด้วยไม้สีอ่อนและต้นไม้ให้ความรู้สึกสบายๆ ประจวบเหมาะกับที่พี่สาวของเปิ้ลทำร้านกาแฟพอดี โฮสเทลจึงมีมุมนั่งชิลล์อย่างร้านกาแฟอยู่ข้างหน้า

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ
แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ
แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

หลังจากเปิดมาได้สักระยะ การทำโฮสเทลที่มีกิจกรรมคึกคักดูจะไม่ใช่ทางถนัดเท่าไหร่ จึงเลือกเป็นโฮสเทลที่เน้นบรรยากาศสบายๆ และรู้สึกสงบใจเมื่อได้เข้ามาพัก โดยมีทั้งหมด 38 เตียง แบ่งเป็น 6 ห้อง แบ่งชั้นสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ด้วยระยะเดินที่ห่าง BTS พร้อมพงษ์เพียงไม่กี่ก้าว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบายในราคาย่อมเยา

คราวสถานการณ์ COVID-19 โฮสเทลหันมาโปรโมตที่พักรายเดือนแบบจริงจัง มีโปรโมชันสุดย่อมเยา เพียง 6,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น ใครผ่านมาทำธุระที่พร้อมพงษ์แล้วไม่อยากรีบกลับ Barn&Bed ยินดีต้อนรับเสมอ 

ที่ตั้ง : 665 ถนนสุขุมวิท แขวง คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 (แผนที่)

โทร : 0 2258 8849

Facebook : Barn & Bed Hostel

Luk Hostel 

นอนคุยกับเพื่อนใหม่ ในโฮสเทลสไตล์จีนกลางสำเพ็ง

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ท่ามกลางบรรยากาศการค้าที่คึกคักของย่านสำเพ็ง หลังจากเดินเข้ามาจากถนนเยาวราช เอนซ้าย เบี่ยงขวา ก้มหัวหลบถุงสินค้าขายส่งในร้านรวงซอยวานิช 1 ในที่สุดเราก็มาถึง Luk Hostel ตึกสีสว่าง 6 ชั้น ตั้งตระหง่านโดดเด่นท่ามกลางตึกแถวร้านค้า

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

เพราะเชื่อว่าย่านนี้เป็นแหล่งกำเนิดเศรษฐี เอิร์ฟ-ธรณ์เทพ เตือนวชาติ หนึ่งในทีมบริหารของ Luk Hostel อธิบายว่า หากจะเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง ก็ต้องเริ่มจากการ ‘ลุก’ ขึ้นมาทำเสียก่อน โฮสเทลแห่งนี้จึงถือกำเนิดขึ้นมา ด้วยความตั้งใจว่าไม่อยากให้เป็นเพียงที่พัก แต่อยากให้เป็นคอมมูนิตี้ที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวา กลมกลืนไปกับบรรยากาศของย่านค้าขายที่อยู่รายล้อมโฮสเทล

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ
แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ช่วงวิกฤต COVID-19 Luk Hostel ได้ปรับเป็น Luk Home แรกเริ่มเพื่อเป็นที่พักสำหรับคนที่ยังสับสนกับสถานการณ์โรคระบาด ต่อมาปรับตัวให้ตอบสนองกับความต้องการของนักศึกษา First Jobber คนต่างจังหวัดและคนเมือง ที่เบื่อบรรยากาศของหอพักแบบเดิมๆ ต้องการบรรยากาศใหม่ๆ โดยเฉพาะมนุษย์ประเภทที่ต้องการที่หลับที่นอน แต่ก็อยากได้พื้นที่ไว้พบปะ แลกเปลี่ยน หรือใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นไปพร้อมๆ กัน Luk Home จึงเป็นคล้ายๆ Co-living Space ที่มีชีวิตชีวา สำหรับคนรุ่นใหม่

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ส่วน RISE Cafe ที่ชั้น 1 ก็มีเครื่องดื่มไว้ดับกระหายสำหรับนักช้อปสำเพ็ง ขณะที่ Rise Bar บนชั้น 6 ก็เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมเรือนกระจก บาร์ และบรรยากาศดาดฟ้า เหมาะมากสำหรับการจัดอีเวนต์

ในอนาคต Luk Home จะเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับหอพัก เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการจะนอนนานๆ ในบ้านหลังนี้

ที่ตั้ง : 382-384-386 ถนนวานิช 1 แขวงจักรวรรดิ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10110 (แผนที่)

โทร : 09 2282 7485

Facebook : Luk Hostel

บ้านวัชรา

นอนรำลึกประวัติศาสตร์บ้านมรดกสมัยรัชกาลที่ 6 ของตระกูลวัชราภัย 

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

มีสักกี่ครั้ง ที่เราจะได้โอกาสนอนพักในบ้านเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 โดยเฉพาะในใจกลางเมืองอย่างย่านสีลม

บ้านวัชรา เป็นมรดกตกทอดของตระกูลวัชราภัย อายุสิริรวมกว่า 100 ปี ปัจจุบัน เปรม-เปรมมนัช วัชราภัย ปรับปรุงให้กลายเป็นบูทีกโฮเทล บ้านไม้สีฟ้าสไตล์โคโลเนียลตั้งอยู่ใจกลางเมืองซอยสีลม 19 เดิมพื้นที่บริเวณสีลมเป็นย่านที่อยู่อาศัยของคนในตระกูล ก่อนถูกแบ่งให้รุ่นถัดมาและหลงเหลือบ้านพักอยู่ไม่กี่แห่ง ซึ่งบ้านวัชราคือหนึ่งในนั้น 

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

คุณเปรมเล่าว่า เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว คุณพ่อเคยอาศัยบ้านหลังนี้ หลังจากย้ายออกเกิดเสียดายและมองเห็นถึงประโยชน์ของพื้นที่ จึงเปิดให้ร้านอาหาร Café De Lao เช่าและบูรณะบ้านเก่าให้กลับมาใหม่อีกครั้ง ต่อมาเขาได้เข้ามาทำธุรกิจที่พักแทนร้านอาหาร รีโนเวตจนเป็นที่พักในปัจจุบัน

บ้านวัชราประกอบด้วยบ้าน 2 หลัง 1 ตึก มีเพียงหลังเดียวที่ปรับปรุงจากบ้านเก่า บ้านตรงข้ามสร้างให้คล้ายกัน ส่วนข้างหน้าเป็นตึกขาวสไตล์โคโลเนียล ห้องพักมีทั้งหมด 16 ห้อง พักได้สูงสุด 32 คน เดิมทีเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่แวะเวียนเข้ามาพักอยู่ตลอด 

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

หลังเปิดได้เกือบ 2 ปี เมื่อเจอ COVID-19 ก็ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เปลี่ยนเป็นที่พักแบบรายเดือนในราคาเรียกว่าคุ้มมาก เพราะเพียบพร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก บรรยากาศที่เหมือนอยู่บ้าน ในที่พักที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน

นอกจากนี้ ยังเปิดร้านขายขนมจีนน้ำยาสูตรต้นตำรับของตระกูล เช่น ขนมจีนแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย น้ำยากะทิปลาช่อน และน้ำยาแกงป่า นำมาขายในราคาที่พนักงานบริษัทเอื้อมถึง เพราะนึกถึงใจของคนที่ได้รับวิกฤตเหมือนกันว่าต้องรอดไปด้วยกัน

ที่ตั้ง : 18 ซอยสีลม 19 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 (แผนที่)

โทร : 08 8246 6363

Facebook : BaanVajra

The Quarter

นอนหลับอย่างอบอุ่นสบายในโฮสเทล ณ สี่แยกเมืองหลวง

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ณัฏ-ณัฏฐิมา วิชยภิญโญ และพาร์ตเนอร์อยากให้แขกต่างชาติรู้สึกคุ้นชินคล้ายอยู่บ้าน แต่ขณะเดียวกันก็ได้รับรู้ถึงเสน่ห์ของความเป็นไทย คล้ายกับบ้านท่านทูตที่หลงรักเมืองไทย (เหลือเกิน) The Quarter จึงเริ่มต้นขึ้น 

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ที่พัก คาเฟ่ พื้นที่ทำงาน และร้านตัดผม 4 กิจการ กลางสี่แยกราชเทวีและย่านพญาไท เป็นที่มาของชื่อโฮสเทลครอบครัวอย่าง The Quarter 

วิกฤตการณ์ COVID-19 เป็นความท้าทายที่ทำให้เธอเกือบคิดยอมแพ้ แต่พลังของพนักงานที่ไม่ย่อท้อ ทำให้ชาว The Quarter ผันตัวจากที่พักรายวันเปลี่ยนมาเป็น Serviced Apartment รายเดือนแบบไม่ผูกมัด ในราคาที่เทียบเท่ากับการเช่าคอนโดฯ แต่คุ้มกว่า เพราะรวมทุกอย่างพร้อมคนทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง ใกล้ BTS พญาไทและราชเทวี แถมได้นอนห้องใหญ่ที่มีหลายเตียง พร้อมแชร์กับครอบครัวหรือเพื่อนได้อีกด้วย 

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ
แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

แถมเปิดร้านค้าฝากขายข้าวกล่องและของดีประจำย่านโฮสเทลพญาไท บริเวณชั้นล่างปรับเปลี่ยนให้เป็น Juice Mood ร้านน้ำผลไม้แท้ คัดสรรน้ำผลไม้สุขภาพดี เพราะได้ความหวานจากผลไม้แท้และน้ำผึ้งคุณภาพล้วนๆ แถมยังมีเมนูสดชื่นอย่าง Skinny Berry และ Baby Skin Boost 

อีกทั้งยังเปิด Pop Up Barber ร้านตัดผมเล็กๆจากเก้าอี้ 1 ตัว ของเพื่อนผู้หลงรักการตัดผมและตัดให้เพื่อนตามคำชักชวนในช่วง COVID-19 โดยเปิดเพียงอาทิตย์ละครั้งตามแต่จะมีคนนัด 

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

พนักงานทุกคนสับเปลี่ยนบทบาท เรียนรู้ทักษะใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน เพื่อทำให้ที่นี่อยู่รอด ที่สำคัญกว่า The Quarter ไม่ได้มองแค่ตัวเองอยู่รอด แต่มองไปถึงการคืนกำไรคืนสู่ชุมชนและประเทศชาติ 

สาขาพญาไท

ที่ตั้ง : 73 69 ถนนพญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 (แผนที่)

โทร : 09 2279 9972

สาขาราชเทวี

ที่ตั้ง : 501/1 ถนนเพชรบุรี แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 (แผนที่)

โทร : 09 5957 2080

Facebook : The Quarter Bangkok

The Yard Hostel

นอนแผ่พูดคุยที่บ้านญาติผู้ (เอื้อ) อารี

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

เก็บกระเป๋าเข้าบ้านญาติกันเถอะ! 

The Yard Hostel บ้านญาติย่านอารีย์ มีสนามหญ้าใหญ่อยู่กลางสวน ล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ และห้องสุดเรียบเท่ในตู้คอนเทนเนอร์สีขาว ด้านหน้าเป็นร้านเครื่องดื่ม ร้านอาหาร และร้านขายของออร์แกนิก ประตูผ่านทางก่อนมาถึงโฮสเทลแห่งนี้

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ส้ม (เล็ก)-อติพร สังข์เจริญ และ ส้ม (ใหญ่)-อมรรัตน์ อมรศิริชัยรัตน์ พาเพื่อนฝรั่งไปกินข้าวและเขารู้สึกสบายใจจนอยากขอนอนที่บ้าน จึงถือโอกาสลาออกจากงานประจำ เลือกคว้าโอกาสเป็นเจ้าของโฮสเทล โดยตั้งใจทำที่พักให้เหมือนกับบ้านของครอบครัวใหญ่ ที่มีทั้งห้องลุงป้าน้าอาไปจนหลาน 

วิกฤต COVID-19 ทำให้ส้มมีเวลาว่างนั่งดูรูปเก่าๆ และคิดถึงช่วงที่มีนักท่องเที่ยวคึกคัก เธอจึงรีบปรับตัวอย่างทันท่วงที The Yard Grocery รถพุ่มพวงขายของสดออร์แกนิกจึงถือกำเนิดขึ้นในย่านอารีย์ เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย จึงเริ่มจัดให้เช่าพื้นที่สำหรับปาร์ตี้ส่วนตัว รองรับ 20 – 30 คน จริงจังถึงขั้นยอมทุบที่พัก 2 ห้อง เพื่อเป็นพื้นที่จัดอีเวนต์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งกำลังมีโปรเจกต์ปาร์ตี้บาร์บีคิว ที่สามารถเลือกวัตถุดิบออร์แกนิกและซอสสูตรพิเศษที่ส่งตรงจากสมุนไพรปกาเกอะญอ เปิดบ้านชวนเพื่อนมาปิ้งย่าง พบปะพูดคุยทำความรู้จักเพื่อนใหม่ คล้ายกับการมานอนโฮสเทลแต่ไม่ได้นอน 

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ
แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ส้มเล่าว่า ถึงแม้รายได้จะไม่เท่าเมื่อก่อน แต่ก็ยังโชคดีที่ได้โอกาสในการเรียนรู้สกิลล์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน อีกทั้งยังได้อยู่ในย่านอารีย์ที่มีแต่คนคอยเอื้ออารีกัน 

พาเพื่อนมาคึกคักกันที่บ้านญาติ ปิ้งบาร์บีคิวท่ามกลางบทสนทนาที่มีรสชาติ นอนนานๆ ได้เต็มที่ เพราะมีเช่าพักแบบรายเดือนด้วยนะ

ที่ตั้ง : 51 พหลโยธิน 5 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 (แผนที่)

โทร : 08 9677 4050

Facebook : The Yard Bangkok

กาศยปี (Kasayapi)

นอนดื่มด่ำกับ 10 สถานที่ในธนบุรี ที่ทำให้ตกหลุมรักเมืองหลวงเก่า

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ปิดท้ายด้วยการพานั่งเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปที่ฝั่งธนบุรี เมืองหลวงรุ่นพี่กรุงเทพฯ ไม่ไกลจากแลนด์มาร์กสำคัญอย่างวัดอรุณฯ ติดกับรถไฟฟ้า MRT สถานีอิสรภาพ (ถึงขนาดที่ว่า ที่ดินบางส่วนของโรงแรมถูกเวนคืนไปทำสถานีเลย) 

บนที่ดินเก่าแก่ของตระกูล นุ่ม-อมรรัตน์ ชูโต และ หนึม-กันยารัตน์ ชูโต สองพี่น้องผู้ตัดสินใจเบนเข็มจากชีวิตพนักงานบริษัท ที่ดำเนินไปถึงจุดสูงสุดด้วยตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคล เกษียณตัวเองก่อนวัย แล้วหันมาเปิดโรงแรมบนพื้นที่ที่พวกเธอเติบโตมากับครอบครัวที่อบอุ่น ภายใต้ชื่อ ‘กาศยปี’ ซึ่งเป็นชื่อของแม่ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้แก่พวกเธอ

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

บ้านสำหรับนุ่มและหนึมในวัยเด็กเป็นบ้านที่มีชีวิตชีวา ทั้งสองเล่าให้ฟังว่า คุณแม่กาศยปีมักจะเชิญเพื่อนชาวต่างชาติมารับประทานอาหารและนอนค้างที่บ้านเสมอ ทั้งนุ่มและหนึมจึงต้องรับหน้าที่เป็นไกด์ท้องถิ่นจำเป็น หลังรับประทานอาหารเย็น ก็มักจะพาเพื่อนของคุณแม่ไปเดินเที่ยวชมวิถีชีวิตของคนฝั่งธนฯ

เธอทั้งสองเริ่มมีไอเดียที่จะนำบรรยากาศเก่าๆ ของบ้านที่พวกเธอเติบโตมากลับมา เมื่อโครงการรถไฟฟ้า MRT มีความคืบหน้าชัดเจน สองพี่น้องจึงตัดสินใจเปิดโรงแรมขึ้น ด้วยความตั้งใจที่จะให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายคล้ายนอนบ้านเพื่อน

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ
แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

จำนวน 10 ห้องพักอาจจะดูน้อย แต่หากให้นุ่มและหนึมนำชมแต่ละห้อง พร้อมสอดแทรกเรื่องราวลงไปด้วย ก็อาจต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ๆ เพราะทั้งคู่ตกแต่งห้องแต่ละห้องด้วยองค์ประกอบที่บ่งบอกถึงสถานที่สำคัญ อันเป็นความภาคภูมิใจของชาวธนบุรี เช่น ห้องพระราชวังเดิม ห้องวัดประยูรวงศาวาส ห้องมัสยิดบางหลวง และห้องกุฎีจีน เมื่อชมครบทุกห้อง ก็จะเห็นภาพรวมของฝั่งธนฯ ว่ารุ่มรวยไปด้วยศิลปะและความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากแค่ไหน

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

ความสงบเรียบง่ายและความดั้งเดิมของวิถีชีวิตของคนฝั่งธนฯ ยังคงอบอวลทั่วบริเวณของโรงแรม ส่วนหนึ่งเกิดจากข้าวของเครื่องใช้ของบ้านหลังเก่าที่นุ่มยังคงเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี อีกส่วนหนึ่งเกิดจากวิธีการต้อนรับขับสู้ของสองศรีพี่น้อง ที่ยังคงวิถีชีวิตของชาวฝั่งธนฯ เอาไว้ เพราะทั้งคู่ตัดสินใจเสิร์ฟอาหารเช้าเป็นอาหารไทย เพื่อให้แขกได้สัมผัสชุมชนผ่านอาหาร หรือถ้าใครสนใจ ก็ติดสอยห้อยตามพี่นุ่มไปเลือกช้อปอาหารเช้าที่ตลาดท้องถิ่นได้

แพ็กกระเป๋าเข้า 10 ที่พักรอบกรุงเทพฯ ที่ชวนให้นอนแบบนานๆ, ที่พักรายเดือน กรุงเทพ

กาศยปีเหมาะกับครอบครัวหรือคนที่ตามหาความเงียบสงบเรียบง่าย ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองหลวง แม้จะอยู่กลางชุมชน แต่ก็ยังคงมีความเป็นส่วนตัว ผู้ใหญ่วัยเกษียณหรือแม้ผู้ใช้วีลแชร์ กาศยปีก็ยินดีต้อนรับ ด้วยการทำพื้นห้องพักชั้นหนึ่งให้เรียบสนิท อ่างล้างหน้าไม่สูง และมีราวจับรอบห้องน้ำเพื่อความปลอดภัย

ช่วง COVID-19 นี้ กาศยปีเปิดห้องพักบางส่วนเพื่อต้อนรับการเข้าพักระยะยาว แต่ต้องนอนนานกว่า 6 เดือนขึ้นไป ด้วยมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยระดับโรงแรม มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งสระ สวน และส่วนกลาง รับรองได้เลยว่าคุ้มค่าคุ้มราคา

ที่ตั้ง : 102/1 ถนนอิสรภาพ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ 10600 (แผนที่)

โทร : 0 2891 1191 

Facebook : Kasayapi

Writers

นิรภัฎ ช้างแดง

beautiful and bittersweetly

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

Photographer

ภูมิ เพชรโสภณสกุล

อดีตนักศึกษาเอกปรัชญา นักหัดถ่าย นักหัดเขียน เป็นทาสแมว ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักดนตรี

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load