ในทุกปี เกษตรกรไทยมักต้องเผชิญปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ตลาดปรับตัวไม่เหมือนตอนที่เริ่มปลูก หรือดินฟ้าแปรปรวนไม่เป็นใจให้เกิดผลผลิตตามต้องการ ทำให้สูญเสียรายได้ยังชีพ แม้จะพยายามลงแรงอย่างหนักแล้วก็ตามที

ซ้ำร้าย ช่วงปีที่ผ่านมายังเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้การซื้อวัตถุดิบไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและท่องเที่ยวน้อยลงจนน่าใจหาย

ในวิกฤตเช่นนี้ หากพวกเขามีพื้นที่ทางการตลาด ให้ผลผลิตทางการเกษตรที่ปลูกอย่างพิถีพิถันส่งถึงมือผู้บริโภคที่ต้องการ คงจะช่วยบรรเทาความทุกข์ให้อุ่นใจขึ้นไม่น้อย

หนึ่งในวิธีแก้ไขปัญหานี้คือ การอาศัยพลังสนับสนุนของบริษัทใหญ่ที่มองเห็นคุณค่าเรื่องการพัฒนาธุรกิจไปพร้อมกับชุมชน ช่วยสร้างตลาดขึ้นมาและเติบโตไปด้วยกัน

นี่คือสิ่งที่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พยายามผลักดันเสมอมา ตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2527 ด้วยความเชื่อที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอขององค์กร ว่าธุรกิจและสังคมต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ‘Evolving Greenovation’ ที่คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทุกผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แน่นอนว่ารวมถึงสิ่งแวดล้อมด้วย

หนึ่งในแคมเปญที่บางจากฯ จัดทำต่อเนื่องมายาวนานกว่า 23 ปี คือการสนับสนุนช่องทางการตลาดให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน คัดสรรและรับซื้อผลิตภัณฑ์หลากหลายจากกลุ่มต่างๆ มอบให้ลูกค้าเป็นของสมนาคุณที่สถานีบริการน้ำมันในเครือข่าย

พ.ศ. 2564 ผลิตภัณฑ์ที่บางจากฯ เลือกสนับสนุนและสื่อสารเรื่องราวคือ ‘เผือกอิ่มใจ’ ที่แปรรูปจากเผือกหอมของเกษตรกรในจังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลิตเป็นขนมทานเล่นกรอบอร่อยให้เราหยิบกินรองท้องเวลาขับรถ ร่วมมือกับผู้ผลิตที่เชี่ยวชาญอย่างบริษัท กรีนเดย์ โกลบอล จำกัด

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

เรานัดพบ สมชัย เตชะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาดของบางจากฯ เพื่อพูดคุยถึงความตั้งใจของธุรกิจใหญ่ที่เลือกจะไม่หลงลืมชุมชน และพยายามสนับสนุนให้เกิดโปรเจกต์ดีๆ ในสังคมอยู่เรื่อยมา

ด้วยความมุ่งมั่นว่างาน CSR จะไม่เป็นเพียงเรื่องเฉพาะกิจ แต่อยู่ในทุกกระบวนการขององค์กร

ธุรกิจและชุมชนเติบโตไปด้วยกัน

บางจากฯ เริ่มต้นการมอบของสมนาคุณจากผลิตภัณฑ์ชุมชนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2541 หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น ด้วยแนวคิดว่าธุรกิจจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคม ตั้งแต่วันที่คำว่า CSR ยังไม่ค่อยถูกเป็นที่พูดถึงในไทย

“ถ้าองค์กรธุรกิจอยู่รอด แต่สังคมอ่อนแอ คงไม่ใช่เรื่องดี เราจึงคิดว่าถ้าเรามีอะไรที่ช่วยเหลือเศรษฐกิจชุมชนและสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ เราจะทำแน่นอน เป็นสิ่งที่ผู้บริหารคิดมาตั้งแต่ปีแรกของบริษัท” สมชัยกล่าว

บางจากฯ มองเห็นว่าธุรกิจค้าปลีกน้ำมันที่มีอยู่เป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ซึ่งเข้าถึงผู้คน หน่วยสื่อสารการตลาดจึงริเริ่มการสรรหากลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำหรือล้นตลาด เข้าไปให้คำแนะนำและทำงานร่วมกัน จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถแจกจ่ายให้ผู้บริโภคได้อย่างตอบโจทย์

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23
เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

“สินค้าที่เลือกมาจากหลายปัจจัย ทั้งคุณภาพ รสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ ดูว่าลูกค้าจะชอบไหม ค้นคว้าทดสอบกันหลายรอบ แต่ที่สำคัญคือ ดูว่าเกษตรกรมาจากแหล่งที่ได้รับผลกระทบหรือเปล่า เราจะช่วยตรงนี้ก่อน” สมชัยเสริม โดยปกติบางจากฯ มักได้รับการติดต่อจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ สหกรณ์ชุมชน และธุรกิจจำนวนมากอยู่เรื่อยๆ จึงมีโอกาสมากมาย แต่ในแคมเปญนี้ พวกเขาตั้งใจเลือกผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ สลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละปีตามความเหมาะสม

เช่น ลูกหยีกวนจากกลุ่มแม่บ้านในสามจังหวัดชายแดนใต้ 

กล้วยเส้นอบกรอบจากกลุ่มเกษตรกรเขาบายศรี จังหวัดจันทบุรี
และกล้วยอบเนยจากสหกรณ์ที่กงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย 

“ของชุมชนหลายอย่างดีอยู่แล้ว เรามาช่วยเสริมเรื่องการตลาดและให้คำแนะนำ เช่นเรื่องแพ็กเกจจิ้งหรือพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ ทำให้กลุ่มเขาขยายและมีรายได้มากขึ้น อาจไม่มากเท่าธุรกิจในกรุงเทพฯ แต่มันเป็นรายได้ที่ทำให้เขาสามารถส่งลูกเรียน เราเห็นแบบนี้ก็คิดว่าต้องส่งเสริมต่อ เช่น ที่จันทบุรี บางจากฯ ขอซื้อกล้วยเป็นร้อยตัน ทางกลุ่มก็ดีใจและปรับตัวครั้งใหญ่ ตอนนี้ขยายไปใหญ่โตแล้ว”

เผือกอิ่มใจ

“ช่วงที่ COVID-19 เริ่มระบาด ไม่มีคนเข้ามารับซื้อเผือกที่แปลงเลย ตลาดมันเงียบมากจนพะวงกันว่าจะอยู่อย่างไร” รุ่งนภา รจนา ตัวแทนชุมชนเกษตรกรผู้ปลูกเผือกจังหวัดสุโขทัย ช่วยเล่าบรรยากาศที่เกิดขึ้นในแปลงช่วงปีที่ผ่านมา ป้าๆ ลุงๆ ต่างเป็นกังวลว่าจะหาทางออกอย่างไรดี

รุ่งนภาและชุมชนของเธอปลูกเผือกเป็นอาชีพกันมานาน เพราะดูแลไม่ยากในบริบทพื้นที่ที่เป็นอยู่และทนทานต่อโรค โดยเฉลี่ยปลูกกันคนละ 2 – 5 ไร่ ใช้ระยะเวลาปลูกทั้งหมดประมาณ 6 – 7 เดือนจนเป็นเผือกหัวใหญ่ ก่อนขุดและปอกเปลือกเพื่อส่งขาย โดยกลุ่มเกษตรกรจะวางแผนร่วมกันเพื่อสลับกันปลูกให้มีผลผลิตตลอดทั้งปี

แต่หากเกิดเหตุให้ต้องปล่อยเผือกทิ้งไว้ในแปลงนานเกินกว่าช่วงเวลานี้ คุณภาพจะลดลง และสิ่งที่เกษตรกรลงทุนมาทั้งหมดจะสูญเปล่าทันที 

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23
เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

ในภาวะที่ทุกอย่างเหมือนแย่ลง กรีนเดย์ ผู้ผลิตสินค้าจากผักและผลไม้มานานกว่า 40 ปี เข้ามาเห็นศักยภาพของพื้นที่และชุมชน จึงจับมือร่วมกับบางจากฯ ที่มีพันธกิจตรงกัน ผลักดันให้เกิดเป็นเผือกอิ่มใจ โดยกรีนเดย์รับหน้าที่แปรรูป ส่วนบางจากฯ รับซื้อเป็นตลาดให้เกษตรกรอุ่นใจ

“บางจากฯ เข้ามาช่วยรับซื้อเป็นการช่วยเราอย่างมาก เขารับในราคาที่ค่อนข้างดีกว่าท้องตลาดทั่วไป พอรู้ว่ามีคนรับซื้อ เรารีบหาคนมาช่วยกันขุดและปอกเปลือกส่งเลย พวกเขาก็มีรายได้เพิ่มเหมือนกัน เผือกหนึ่งไร่ อาจต้องใช้คนขุดเกือบยี่สิบคน รู้สึกว่าเขามาช่วยจริงๆ ในสถานการณ์ที่ลำบาก” เกษตรกรมืออาชีพกล่าว

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

ผลิตภัณฑ์ปลายทางกลายเป็นขนมบรรจุซองขนาดพกพา หนัก 12 กรัม ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานการส่งออกต่างประเทศ ทอดด้วยน้ำมันรำข้าวให้รสกลมกล่อมและกรอบ แคลอรี่ต่ำ แจกจ่ายให้ลูกค้าที่เติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ครบทุก 600 บาท ตลอดเดือนเมษายน รวมแล้วสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนมากกว่า 1,000 ครัวเรือนในพื้นที่สุโขทัย อุตรดิตถ์ และจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“ตอนนี้ทุกคนยิ้มได้แล้ว เราทำงานในแปลง เห็นบางคนยิ้มทั้งน้ำตาเลย ดีใจที่มีหน่วยงานเข้ามาช่วยจริงๆ และเกิดรายได้ อยากให้มีโครงการดีๆ แบบนี้ต่อไป ไม่จำเป็นต้องทำงานกับกลุ่มเราก็ได้ แต่ช่วยฟาร์มหรือจังหวัดอื่นที่เจอเหตุการณ์อย่างเรา” 

CSR in Process 

เมื่อพูดถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ธุรกิจใหญ่อาจเจอความเคลือบแคลงใจจากทั้งชุมชนและประชาชนทั่วไป ถูกมองว่าเป็นการทำเพื่อชื่อเสียงระยะสั้นหรือแสวงผลประโยชน์ แต่สำหรับบางจากฯ พวกเขาผ่านการทำงานร่วมกับชุมชนมานาน มีการจัดตั้งสถานีบริการน้ำมันโดยสหกรณ์ชุมชนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี และขยายจนมี 613 แห่งจากทั้งหมด 1,243 แห่ง ทำให้มีความคุ้นเคยในการทำงานร่วมกับชุมชน

“ในการพัฒนาธุรกิจ เราไม่ได้มองแค่ว่าให้สถานีบริการน้ำมันเป็นที่ขายน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่จะทำอย่างไรให้เป็นจุดนัดพบทำกิจกรรมของผู้คนในชุมชน และมีธุรกิจที่มากกว่าแค่น้ำมัน เช่น ขายสินค้าชุมชนพรีเมียม ทำให้เราไม่ได้ทำงานกับชุมชนเพราะเป็นเรื่อง CSR แต่เราตั้งใจช่วยเศรษฐกิจชุมชนและสังคมด้วยธุรกิจเลย” สมชัยเน้นย้ำ

ส่วนในแคมเปญของสมนาคุณจากผลิตภัณฑ์ชุมชนนี้ บางจากฯ ไม่เพียงเป็นแค่ผู้รับปลายทางเท่านั้น แต่ตั้งใจลงไปช่วยส่งเสริมและเคียงข้างทั้งกระบวนการ “เราคุยกับเขาอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นว่าตั้งใจมาช่วยกัน จะทำให้เขาขายของได้มากขึ้น คนมีงานทำ ก็ทลายความเคลือบแคลงใจไปได้มาก ระหว่างทางก่อนที่เขาจะแปรรูปส่งของให้เรา เราจะประกบคอยช่วยเขาตลอด เกษตรกรอาจไม่เคยเจอออเดอร์เยอะ เราก็ต้องช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น มันเป็นการเรียนรู้และทำงานร่วมกัน”

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

รับเผือกอิ่มใจฟรี หลังเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครบทุก 600 บาท สนับสนุนเกษตรกรจากจังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (1 ซอง 12 กรัม มูลค่า 12 บาท) ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายนนี้ หรือจนกว่าของจะหมด

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ : www.bangchakmarketplace.com

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

เมื่อพูดถึงงานของกระทรวงการต่างประเทศ คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงภาพการนั่งโต๊ะเจรจาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ก็ยังมีงานอีกมิติที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การดูแลคนไทยในต่างแดน ซึ่งใน พ.ศ. 2564 มีคนไทยอาศัยอยู่ในต่างประเทศมากถึง 1.4 ล้านคน

งานสองส่วนนี้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เราต้องมีสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศก่อน จึงจะเข้าไปตั้งสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ เพื่อดูแลคนไทย ซึ่งเป็นทั้งงานเชิงรับและเชิงรุก ที่จะคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ ในขณะเดียวกันก็สร้างชุมชนไทยให้เข้มแข็งผ่านระบบอาสาสมัคร ‘สหวิชาชีพ’ และโครงการต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ ส่งเสริมสุขภาพ สร้างทักษะอาชีพ ไปจนถึงการทำให้สถานทูตเป็นที่พึ่งทางใจ และการสร้างความสามัคคีในชุมชนชาวไทย

14 ภารกิจดูแลคนไทยในต่างแดนที่คุณอาจนึกไม่ถึงว่า นี่คืองานของสถานทูต
นำวิทยากรสหวิชาชีพไปให้ความรู้การสร้างเสริมอาชีพแก่คนไทยในนอร์เวย์

เมื่อชุมชนไทยในต่างแดนเข้มแข็ง ย่อมจะเกื้อหนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็จะดีขึ้นด้วย

ภารกิจนี้อยู่ภายใต้การดูแลของกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยผ่านสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่ตั้งอยู่ทั่วโลก ซึ่งปีที่ผ่านมาช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนไปเกือบ 150,000 คน

ความช่วยเหลือที่ว่ามีตั้งแต่งานขีดเขียนเอกสาร ไปจนถึงการลงพื้นที่ทุรกันดารที่อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากทุกรูปแบบ ซึ่งหลากหลาย และบางงานก็ไม่น่าเชื่อว่า นี่คืองานของนักการทูตไทย

The Cloud ขอแนะนำ 14 ภารกิจดูแลคนไทยที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า นี่คืองานของสถานทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ โดยผู้ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวของแต่ละภารกิจให้เราฟังก็คือ คุณนฤชัย นินนาท ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ

1. ตามหาญาติ

การตามหาญาติ คืองานที่มีผู้ใช้บริการเกือบ 2,000 รายในปีที่ผ่านมา โดยผู้ใช้บริการเป็นคนไทยที่อยู่ในเมืองไทย ซึ่งพบว่าญาติผู้อยู่ต่างแดนขาดการติดต่อ จึงขอให้สถานทูตช่วยตามหาว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร เหล่านักการทูตจึงต้องรับบทประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือชุมชนไทยในประเทศนั้นๆ เพื่อแกะรอยตามหา บางกรณีพบว่าถูกจับไปดำเนินคดี แต่หลายกรณีก็พบความจริงที่โหดร้ายว่า เขาหรือเธอคนนั้นไม่อยากติดต่อกับคนเคยรักอีกต่อไป เพราะมีคนรักใหม่ไปแล้ว ในกรณีนี้ทางสถานทูตจะส่งข่าวเศร้าให้ทราบว่า ญาติปลอดภัยดี แต่ไม่ต้องการเปิดเผยที่อยู่ และไม่ต้องการให้ติดต่อไปแล้ว

2. เปิดสถานทูตเป็นที่พึ่งทางใจ

สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทย ถือว่าเป็นที่พึ่งสำหรับผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพราะเมื่อเกิดปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ คนไทยจำนวนมากมักจะหนีร้อนมาพึ่งเย็นที่สถานทูต

เคยมีกรณีหญิงไทยจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ แล้วย้ายไปอยู่กับสามี พอเกิดเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรง ผู้หญิงก็หนีออกมาตัวเปล่า ไม่มีเงินและเอกสารใดๆ เธอมาขอให้สถานทูตช่วยส่งเธอกลับเมืองไทย แต่โชคร้ายที่ประเทศนั้นจะเดินทางออกได้ก็ต่อเมื่อได้รับ Exit Visa หรือการอนุญาตให้ออกจากประเทศก่อนเท่านั้น กรณีนี้ต้องให้สามีเป็นผู้ยินยอม ในเบื้องต้นไม่ว่าสถานทูตจะต่อรองเท่าไรก็ไม่เป็นผล เพราะทางการมองว่าเป็นเรื่องในครอบครัว หญิงไทยรายนี้เลยต้องขอรับการปรึกษาและช่วยเหลือจากสถานทูตเป็นที่พึ่งทางใจเป็นเวลาต่อเนื่องถึง 9 เดือน จนสามารถเดินทางกลับไทยได้

3. ช่วยเหลือคนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน

ครั้งหนึ่งลูกเรือประมงของไทยถูกกลุ่มโจรสลัดข้ามประเทศแถบภูมิภาคแอฟริกาจับตัวไปเรียกค่าไถ่ ด้วยการโทรมาขอเงินจากสถานทูตไทย เพื่อแลกกับชีวิตลูกเรือ ความยากคือจะต้องช่วยคนไทยให้ปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เจรจาต่อรองหรือจ่ายเงินให้กับกลุ่มโจร แต่จะต้องใช้วิธีประสานงานและเจรจาผ่านรัฐบาลและองค์กรเอกชนท้องถิ่น จนสุดท้ายก็ช่วยลูกเรือทั้งหมดกลับมาได้อย่างปลอดภัย ถือเป็นงานเจรจา ในอีกรูปแบบที่หลายคนคงไม่คาดคิดว่านี่คืองานของนักการทูต

14 ภารกิจดูแลคนไทยในต่างแดนที่คุณอาจนึกไม่ถึงว่า นี่คืองานของสถานทูต
การช่วยเหลือลูกเรือประมงกลับจากโซมาเลีย

4. ส่งคนไทยกลับบ้านท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน

เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ภัยธรรมชาติ ภัยสงคราม สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่มีหน้าที่ช่วยดูแลคนไทย เช่น ส่งแรงงานไทยกลับประเทศเมื่อเกิดสงครามในลิเบีย หรือในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกก็ช่วยประสานงานพาคนไทยราว 200,000 คน กลับประเทศ ความท้าทายของการขนคนในช่วงวิกฤต คือการหาเครื่องบิน ซึ่งมีทั้งการส่งเครื่องบินไปรับ ประสานเครื่องบินพาณิชย์ กึ่งพาณิชย์ เครื่องบินทหารของไทย ไปจนถึงการขอฝากเครื่องบินต่างชาติกลับมา ถ้าเป็นการอพยพฉุกเฉิน รัฐบาลอาจจะดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้

14 ภารกิจดูแลคนไทยในต่างแดนที่คุณอาจนึกไม่ถึงว่า นี่คืองานของสถานทูต
สอท. ณ กรุงลอนดอน ให้บริการ One Stop Service แก่คนไทยในอังกฤษ
ผู้บริหารกรมการกงสุลหารือภารกิจการดูแลคนไทย

5. ส่งคนไทยที่ประสบปัญหากลับบ้าน

กรณีคนไทยที่ประสบปัญหาในต่างประเทศและต้องการเดินทางกลับไทย แต่ไม่มีเอกสารเดินทางไม่ว่าด้วยสาเหตุใด เช่น หนังสือเดินทางหายหรือโดนนายจ้างยึด ทางสถานทูตจะทำการพิสูจน์หลักฐานอื่นๆ ยืนยันว่าเป็นคนไทยจริง แล้วจึงจะออกเอกสารเดินทางชั่วคราวให้ แต่หลายรายก็ยังกลับไม่ได้อีกเพราะไม่มีเงิน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีระบบประกันชีวิตหรือสวัสดิการต่างๆ มาช่วยค่ารักษาพยาบาล ก็ต้องเดินทางกลับไปรักษาตัวที่เมืองไทย

ในกรณีที่เจ้าตัวและญาติที่เมืองไทยมีเงินไม่เพียงพอ สามารถขอยืมเงินในการเดินทางกลับไทยได้จากกระทรวงการต่างประเทศ โดยต้องลงนามในสัญญาชดใช้เงินคืน และต้องชดใช้เงินคืนตามข้อกำหนด ในช่วงที่ยังไม่คืนเงิน ก็จะไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยได้ เพราะจะไม่มีหนังสือเดินทาง รวมทั้งหากไม่ชำระเงินคืนตามกำหนดระยะเวลา ก็อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ถ้าสงสัยว่า หากเข้าเมืองมาแบบผิดกฎหมายแล้วตอนเดินทางออกจะทำอย่างไร ในกรณีที่เจ็บป่วย ประเทศต้นทางมักจะยินดีให้ออก แต่ก่อนออกอาจจะโดนปรับ โดนแบนวีซ่า หรือขึ้นบัญชีดำไม่อนุญาตให้กลับเข้ามาอีก แล้วแต่นโยบายของแต่ละประเทศ

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ
ช่วยเหลือและรอรับคนไทยกลับจากอินเดีย

6. ช่วยคนไทยที่ถูกดำเนินคดี

คดีเด็ดที่คนไทยในต่างประเทศทำผิดบ่อยที่สุดคือ การพำนักอาศัยเกินเวลา ส่วนเรื่องที่ถึงขั้นถูกคุมขังมักจะเป็นคดียาเสพติด เมื่อคนไทยในต่างแดนถูกจับ บางประเทศจะแจ้งมาที่สถานทูต ซึ่งมักจะเป็นการแจ้งเพื่อทราบ จากนั้นก็ปล่อยให้คดีดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม หน้าที่ของสถานทูตคือ จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือต่างๆ ในฐานะที่เป็นคนไทยไม่ว่าจะผิดหรือถูก โดยไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งจะช่วยประสานงานแจ้งญาติที่เมืองไทย หรือช่วยหาทนาย

บางประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก จะแจ้งสถานทูตก็ต่อเมื่อผู้ต้องหาร้องขอ ถ้าไม่ร้องขอ (เพราะกลัวหรืออาย) ก็ไม่แจ้งสถานทูต ในกรณีนี้ทางสถานทูตจะไม่ทราบเลยว่ามีคนไทยต้องโทษจองจำอยู่ในประเทศนั้น บางประเทศที่เคร่งครัดเรื่องความเป็นส่วนตัวมากๆ ถึงสอบถามไปว่ามีคนไทยอยู่ในเรือนจำไหม เขาก็จะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ

การส่งตัวคนไทยที่ได้รับการปล่อยตัวหลังสิ้นสุดการดำเนินคดีจาก สปป. ลาวกลับประเทศไทย

7. ช่วยพาญาติไปพบผู้ต้องหา

เคยมีกรณีที่หญิงไทยลักลอบนำเฮโรอีนเข้าประเทศหนึ่ง ศาลตัดสินให้ประหารชีวิต เมื่อลูกสาวทราบข่าวก็อยากจะไปเจอคุณแม่เป็นครั้งสุดท้าย ทางสถานทูตก็ช่วยประสานให้ได้เดินทางไปพบ ซึ่งบางประเทศการเยี่ยมผู้ต้องหาทำได้ยากมาก บางประเทศก็ไม่อนุญาตเลย ในกรณีนี้ลูกสาวได้พบคุณแม่ทันเวลาก่อนวันประหารชีวิต 1 วัน แล้วก็ได้นำอัฐิคุณแม่กลับมา

การเดินทางเข้าประเทศอื่นในกรณีเร่งด่วนแบบนี้ เช่น มีญาติถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ ต้องไปขึ้นศาลเป็นพยาน ต้องไปดูแลญาติที่เจ็บป่วยหรือกำลังจะเสียชีวิต หรือไปทำพิธีสำคัญ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จะช่วยประสานงานกับสถานทูตต่างๆ ให้ช่วยออกวีซ่าแบบเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ

8. นำศพกลับประเทศ

เมื่อชาวไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ ญาติมักต้องการให้นำศพกลับมาทำพิธีทางศาสนาในเมืองไทย ซึ่งความยากง่ายก็แตกต่างกันไปตามประเทศและศาสนา

หากชาวพุทธหรือคริสต์อยากนำศพใส่โลงแล้วส่งกลับประเทศ มีบริษัทที่ให้บริการด้านนี้ แต่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และมีกระบวนการต่างๆ มากมายที่ต้องทำ ทั้งระเบียบขั้นตอนการบรรจุเคลื่อนย้ายศพและงานเอกสาร ในช่วงโควิด-19 เช่นนี้ก็มีกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งทางสถานทูตก็จะประสานงานกับญาติ เพื่อให้ความช่วยเหลือในทุกขั้นตอน

ถ้าญาติไม่สามารถเดินทางมาเองได้ ก็จะมอบอำนาจให้สถานทูตเป็นผู้จัดการให้

9. เผาศพ

วิธีการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศที่สะดวกที่สุดคือ ฌาปนกิจแล้วนำกลับมาแต่อัฐิ ในเมืองที่มีวัดและเมรุ กระบวนการเผาศพทำได้ไม่ยาก แต่หากเมืองนั้นไม่มีวัดหรือมีวัดแต่ไม่มีเมรุ ก็ต้องหาสถานที่เผา ซึ่งอาจเป็นสถานที่ที่ให้บริการด้านนี้โดยตรง หรืออย่างในบางประเทศ นักการทูตก็เคยต้องไปประสานกับท้องถิ่นเพื่อนำศพไปจุดไฟเผากลางลานแบบดั้งเดิม โดยทั่วไปแล้วนักการทูตจะช่วยตั้งแต่การติดต่อรับศพจากโรงพยาบาล ติดต่อพระมาทำพิธี ไปจนถึงช่วยเก็บอัฐิ เป็นภารกิจอีกประการที่คนทั่วไปอาจไม่ได้นึกถึง

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ
สอท. ณ กรุงเทลอาวีฟ เตรียมการส่งอัฐิผู้เสียชีวิตกลับไทย เนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองในอิสราเอล

10. ฝังศพและขุดศพ

ในกรณีที่ผู้เสียชีวิตเป็นชาวมุสลิม ก็มีทั้งการฝังในประเทศที่เสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงตามหลักศาสนา และการส่งศพกลับมาฝังในประเทศไทย เคยมีกรณีหนึ่งเป็นลูกเรือชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธไปเสียชีวิตในประเทศมุสลิม ทางบริษัทจึงนำศพไปฝังในสุสาน เมื่อญาติรู้ข่าวก็อยากจะนำศพกลับมาทำพิธีทางศาสนาที่ไทย จึงประสานให้ทางสถานทูตช่วยติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศนั้นเพื่อขุดศพขึ้นมา และเพื่อให้มั่นใจว่าขุดถูกศพ ก็ต้องมีการนำชิ้นเนื้อไปพิสูจน์อัตลักษณ์ก่อน จากนั้นก็นำไปเผาแล้วนำอัฐิกลับมา โดยมีนักการทูตหรือกงสุลเป็นผู้จัดการทุกขั้นตอน

11. รับส่งอัฐิ

หากญาติผู้เสียชีวิตไม่สามารถเดินทางไปรับอัฐิกลับมาได้ด้วยตัวเอง ทางสถานทูตก็พร้อมทำพิธีทางศาสนาอย่างถูกต้อง แล้วจัดส่งอัฐิกลับมาให้ด้วย ผ่านระบบถุงเมล์การทูตของกระทรวงที่ใช้รับส่งเอกสารระหว่างประเทศ เมื่ออัฐิมาถึงเมืองไทย จะถูกเก็บไว้ในห้องเก็บอัฐิ ซึ่งเป็นห้องหนึ่งอยู่ในกองคุ้มครองฯ (ซึ่งน่าจะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับห้องนี้มากมายเหลือเกิน) เพื่อรอให้ญาติมารับ ถ้าญาติไม่มารับ ก็จะนำไปเก็บไว้ที่วัดต่อไป

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ

12. ส่งทรัพย์สินผู้เสียชีวิตกลับไทย

การส่งทรัพย์สินผู้เสียชีวิตกลับไทยไม่ได้ง่ายเหมือนการแพ็กของย้ายบ้านเสมอไป เมื่อมีคนไทยเสียชีวิตในต่างแดน บ่อยครั้งที่ญาติจะขอให้สถานทูตช่วยรวบรวมทรัพย์สินของผู้ตายส่งกลับมาให้ ราวสิบปีก่อน รถบัสท่องเที่ยวไทยพลิกคว่ำในต่างประเทศ มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 ราย ทรัพย์สินทั้งหมดกระจัดกระจายรวมกันอยู่ในรถ ทางสถานทูตก็ต้องรวบรวมข้าวของต่างๆ ซึ่งบางชิ้นยังมีคราบเลือดติด กลับมาให้ญาตินำหลักฐานมาพิสูจน์เพื่อรับกลับ

อีกกรณี คนไทยไปเสียชีวิตในห้องพักที่ต่างประเทศ กว่าจะรู้ว่าเสียชีวิตก็นอนเป็นศพในห้องอยู่หลายวัน เจ้าหน้าที่สถานทูตต้องช่วยนำศพไปฌาปนกิจให้ และเมื่อญาติขอร้องให้ช่วยส่งทรัพย์สินในห้องกลับมา เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าไปทำความสะอาดห้อง เพื่อขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไปก่อน จะได้ตรวจเช็กและนำข้าวของในห้องส่งกลับมาให้ญาติที่เมืองไทยได้ครบถ้วนตามที่ร้องขอไว้

13. จัดเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

หนึ่งในภารกิจของกรมการกงสุลก็คือ การจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งมีระยะเวลารับบัตรเลือกตั้ง และส่งบัตรคืนตามที่กฎหมายกำหนด โดยทำผ่าน 3 วิธี 

หนึ่ง จัดคูหาเลือกตั้งที่สถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ เหมาะกับประเทศที่มีคนไทยอาศัยกระจุกอยู่รวมกันในพื้นที่ที่ไม่ไกลจากสถานทูต

สอง ลงคะแนนผ่านระบบไปรษณีย์ เหมาะกับประเทศขนาดใหญ่ หรือเดินทางมาที่สถานทูตลำบาก 

สาม จัดคูหาเลือกตั้งเคลื่อนที่ไปยังจุดที่มีคนไทยอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก เช่น ไซต์ก่อสร้าง ซึ่งบางประเทศก็ไม่อนุญาต เพราะถือเป็นการใช้แผ่นดินของเขาดำเนินการเรื่องการเมืองภายในประเทศ ซึ่งต้องดูข้อกำหนดและข้อห้ามของประเทศเจ้าบ้านด้วย

ความท้าทายคือ การส่งข้อมูลข่่าวสารรวมทั้งเอกสารจำนวนมากให้คนไทยที่กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ในเวลาที่จำกัดตามกฎหมายเลือกตั้งของไทย รวมทั้งการรับคืน รวบรวม และจัดส่ง บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วให้ทันเวลา เพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถคัดแยกตามเขตเลือกตั้งในประเทศ และจัดส่งไปนับคะแนนรวมกับบัตรเลือกตั้งที่เขตเลือกตั้งนั้นๆ แต่ในทางปฏิบัติพบว่า ระบบไปรษณีย์ในหลายประเทศยังมีความล่าช้า ส่งผลใ่ห้ไม่สามารถส่งบัตรฯ กลับมาให้ได้ทันตามกรอบเวลา ทำให้บัตรเลือกตั้งนั้นๆ กลายเป็นบัตรเสีย แต่ถือว่าผู้ลงคะแนนได้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิงจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

14. จัดเลือกตั้งแบบ E-Voting

ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา ประเทศไทยวางแผนจะเปิดให้ลงคะแนนเสียงแบบออนไลน์เป็นครั้งแรกในบางประเทศ โดยผู้ทีี่มีคุณสมบัติครบสำหรับการลงคะแนนเสียงจะได้รับรหัสเข้าไปโหวตจากสถานทูต อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีข้อห่วงกังวลด้านกฎหมาย จึงได้เลื่อนการทดลองลงคะแนนแบบออนไลน์ออกไปโดยไม่มีกำหนด แต่หวังว่าเราจะได้เห็นการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแบบออนไลน์ในต่างประเทศในอนาคต

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ

ภาพ : กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

5 สิ่งควรทำสำหรับคนไทยไปต่างแดน

1. เข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย โดยขอวีซ่าให้ถูกประเภทก่อนเดินทาง และเมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทางแล้ว ต้องอยู่ตามข้อกำหนดของวีซ่านั้นๆ ไม่ควรไปทำงานโดยใช้วีซ่าผิดประเภท เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังจะไม่ได้รับสิทธิและสวัสดิการต่างๆ อาจถูกหลอก ถูกนายจ้างยึดหนังสือเดินทาง โดนกักขังหรือทำร้ายร่างกาย และบางกรณีไม่กล้าเปิดเผยตัว ยิ่งทำให้การให้ความช่วยเหลือเป็นไปโดยยาก

2. ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ควรศึกษาให้ดีว่าแต่ละประเทศมี กฎระเบียบเกี่ยวกับการเดินทางเข้า-ออกเมือง อย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้ถูกปฏิเสธการเข้าเมือง และต้องโดนส่งตัวกลับประเทศไทย

3. ควร ทำประกันสุขภาพ สำหรับช่วงเวลาที่อยู่ในต่างประเทศ เนื่องจากการเข้าถึงสถานพยาบาลในหลายประเทศอาจมีข้อจำกัดพอสมควรและยังมีค่าใช้จ่ายที่สูง

4. เมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทางแล้ว ควร ลงทะเบียน ไว้กับสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ ซึ่งสามารถทำออนไลน์ได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ของแต่ละสถานทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ฯ

5. โหลดแอปพลิเคชัน ‘Thai Consular’ เพื่ออัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่จะไป เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว แอปฯ จะส่งข้อมูลเตือนผู้เดินทาง รวมถึงมีปุ่ม SOS ขอความช่วยเหลือจากสถานทูตได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ นอกจากนี้ ควรมีหมายเลขโทรศัพท์ของสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ และกรมการกงสุลไว้ในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load