ในยุคสมัยที่การศึกษาเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทั้งในโรงเรียน สถาบันกวดวิชา หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ แต่ในดินแดนลึกลับกลางป่าเขาลำเนาไพรไกลปืนเที่ยง อย่างชุมชนบ้านห้วยพ่าน ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน กลับไม่มีการศึกษารูปแบบใดเดินทางไปถึง

ชาวบ้านในชุมชนจึงลุกขึ้นมาระดมเงินจัดการศึกษาให้ลูกหลานของพวกเขาด้วยตัวเอง

เป็นหลักสูตรการเรียนรู้ที่หาไม่ได้จากที่ไหนในโลกใบนี้

ผ้าป่า

เมื่อถึงฤกษ์งามยามดีของทุกปี ชาวชุมชนบ้านห้วยพ่าน ทั้งคนไทย คนลัวะ และคนถิ่น จะชวนกันมาแห่ผ้าป่าการศึกษา สมทบทุนสนับสนุนการเรียนการสอนให้ ‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนธรรมชาติบ้านห้วยพ่าน’ โรงเรียนที่เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของสมาชิกในชุมชน ด้วยความหวังจะผลิตนักเรียนที่เป็นอนาคตของชุมชน

โรงเรียนทางเลือก, บ้านห้วยพาน

โรงเรียนทางเลือก, บ้านห้วยพาน

วันนี้เลยคึกคักเป็นพิเศษ ทั้งเสียงกลอง เสียงฆ้อง และเนื้อร้องทำนองเพลงพื้นบ้าน ดังก้องกลางป่าไพร ราวกับว่าหุบเขาลูกนี้จะไม่มีวันเงียบเหงาเมื่อมีพวกเขาอยู่ที่นี่

หลังเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญ ทุกคนล้อมวงนับเงินบริจาค ปีนี้ได้มา 8 หมื่นกว่าบาท ยังห่างไกลกับยอดค่าใช้จ่ายตลอดทั้งปีซึ่งมีจำนวนราว 2 ล้านบาท แต่พวกเขายังรู้สึกยินดีที่อย่างน้อยก็ได้ร่วมต่อชะตาอนาคตของโรงเรียน-สถานศึกษานอกระบบที่อยู่นอกบัญชีการดูแลของหน่วยงานภาครัฐ

ในรอยยิ้มของความภูมิใจ ชวนให้เรื่องราวความหลังถูกกล่าวขานขึ้นอีกครั้ง…

โรงเรียนทางเลือก, บ้านห้วยพาน

โรงเรียนทางเลือก, บ้านห้วยพาน

ห่างไกลเหลือเกิน

ย้อนกลับไปช่วง พ.ศ.2502 – 2514 ในยุคที่มีการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างกองทัพของรัฐบาลไทยและพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ป่าทึบและภูเขาสูงในอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ที่เคยเป็นที่อยู่ของคนท้องถิ่นกลายมาเป็นที่ตั้งฐานของการต่อสู้ ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพออกนอกพื้นที่ ชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ จำนวน 7 ครอบครัวรวมตัวกันออกเดินทางแสวงหาถิ่นฐานตั้งรกรากใหม่ พวกเขาเดินทางมาพบพื้นที่ผืนนี้ จึงลงหลักปักฐาน แล้วกลายมาชุมชนบ้านห้วยพ่านในปัจจุบัน

หลังสงครามยุติ บ้านเมืองพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จังหวัดน่านมีความเจริญมากขึ้น ทว่าความรุ่งเรืองทางกายภาพก็ยังมาไม่ถึงชุมชนกลางป่าแห่งนี้

หากผู้อ่านเดินทางมาด้วยกันจะพบว่า ทันทีที่เลี้ยวรถเข้าซอยเล็กๆ ตามป้ายบอกทางบ้านห้วยพ่าน ตลอดระยะทางนับสิบกิโลเมตร เราไม่พบถนนคอนกรีต เสาไฟฟ้า ระบบประปา แม้กระทั่งคลื่นโทรศัพท์ จนถึงหมู่บ้านนั่นแหละโทรศัพท์ถึงกลับมาพบกับคลื่นอีกครั้ง

โรงเรียนทางเลือก, บ้านห้วยพาน

ไม่แปลกที่ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า ที่ผ่านมาเด็กๆ ในชุมชนแทบไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะอยู่ห่างจากตัวเมืองและไกลจากโรงเรียน หากเด็กคนไหนอยากเรียนหนังสือต้องระหกระเหินเดินทางไกลตั้งแต่ 10 – 120 กิโลเมตร เกิดค่าใช้จ่ายตามรายทางที่มากเกินกว่าครอบครัวจะรับไหว เด็กบางคนจึงขาดโอกาสทางการศึกษาเพราะไม่มีทุนทรัพย์

เด็กบางคนก็ต้องเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าไปพักอาศัยที่อื่น เพื่อลดระยะการเดินทาง หนำซ้ำพวกเขายังมีปัญหาการเข้าสังคม เพราะส่วนใหญ่เป็นเด็กชาติพันธุ์ หลายคนจึงเผชิญกับความโดดเดี่ยว บางคนพอไปเติบโตกลางแสงสีในเมืองก็ลืมทุ่งนาป่าควาย กลายเป็นคนอื่นคนไกลไปเสีย

โรงเรียนของหนู

หลังกัดฟันขบความคิดกันนานหลายปี ชาวบ้านก็มีมติว่า ต้องสร้างสถานศึกษาขึ้นในชุมชน ครอบครัว 45 ครัวเรือนจึงเอาแรงเอาเงินลงขันกันร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน ก่ออิฐโบกปูนลูบดิน จนเกิดเป็นอาคารเรียนดินขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2555 และเปิดการเรียนการสอนใน พ.ศ. 2556

โรงเรียนทางเลือก, บ้านห้วยพาน

ผู้รับตำแหน่งครูใหญ่หรือผู้อำนวยการก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ผู้ใหญ่บ้านนั่นเอง ครูผู้สอนก็เป็นลูกหลานคนในหมู่บ้านที่ไปเรียนที่อื่นจบแล้วตั้งใจกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตน พวกเขาตั้งโต๊ะประชุมรับฟังความคิดเห็น เพื่อวางหลักสูตรการเรียนการสอนในแบบที่ทุกคนอยากให้เป็น ดังนี้

หนึ่ง สร้างองค์ความรู้ด้านวิชาการทุกกลุ่มสาระวิชา ให้นักเรียนมีทักษะทุกด้านทัดเทียมกับเด็กโรงเรียนของรัฐและเอกชน ต้องเรียนต่อในระดับสูงได้ตามมาตรฐานการศึกษาที่กฎหมายกำหนด

สอง สร้างองค์ความรู้ภาคปฏิบัติ ส่งเสริมประสบการณ์และจิตสำนึกสาธารณะ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการรักษาดิน น้ำ ป่า ในชุมชนและพื้นที่โดยรอบ ดูเหมือนง่ายแต่นับเป็นความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะในวันที่กระแสการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้ภูเขาหัวโล้นกินพื้นที่กว้างขึ้นทุกที

โรงเรียนทางเลือก, บ้านห้วยพาน

ด้วยแนวคิดดังกล่าวจึงเกิดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีชื่อว่า ‘มรดกห้วยพ่าน’ จากการผสมผสานระหว่างการเรียนแบบฉบับของห้วยพ่านเองกับหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ เกิดเป็นกลุ่มสาระต่างๆ เช่น

กลุ่มสาระตัวเลขหรรษาและภาษามหาสนุก สอนภาษาลัวะ ภาษาชนเผ่า

กลุ่มสาระคลังสมบัติห้วยพ่าน สอนต้นทุนทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่มีในชุมชน

กลุ่มสาระทักษะสร้างสุข ให้เด็กๆ สร้างเสริมประสบการณ์และหัดใช้ชีวิตอย่างสมดุล

หมู่บ้านต้องยื่นหนังสือถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 2 ของจังหวัดน่าน ให้รับรองและอนุมัติการดำเนินงานของศูนย์การเรียนฯ ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ที่ระบุให้องค์กรชุมชนมีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานได้

กว่าจะสำเร็จก็ต้องผ่านการปรับปรุงแก้ไขอยู่หลายครั้ง โดยประสานงานกับเครือข่ายจัดการศึกษานอกระบบ อย่างโรงเรียนม่อนแสงดาวธรรมชาติวิทยาให้เป็นที่ปรึกษาในการเดินเรื่อง กระทั่งได้รับการเห็นชอบจากสำนักงานเขตภายในระยะเวลา 2 ปี

โรงเรียนฟ้ากว้าง ทางใกล้

เด็กนักเรียนในช่วงชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้นที่เคยไปเรียนที่อื่นจึงได้หวนกลับมาสู่อ้อมอกพ่อแม่อีกครั้ง พวกเขาเดินมาเรียนที่ศูนย์การเรียนในชุมชนของตัวเอง ไม่ต้องเสียค่ารถ ไม่ต้องใส่เสื้อผ้าที่ใครบังคับ อยากใส่อะไรก็ได้ตามสะดวกใจ

วันไหนเรียนในห้องแล้วเบื่อก็พากันออกมาเรียนรู้กับธรรมชาติ มองฟ้ากว้าง ดูทางไกล ฟังสายน้ำไหล สบายใจจริงเอย หรือวันไหนที่หมู่บ้านมีกิจกรรม ครูก็จะพาเด็กๆ มาร่วมบำเพ็ญประโยชน์

โรงเรียนทางเลือก, บ้านห้วยพาน

เมื่อหมู่บ้านมีพิธีขอขมาแม่น้ำ ซึ่งเป็นพิธีกรรมเก่าแก่ที่สืบทอดต่อกันมาช้านาน เด็กๆ ในชุดพื้นบ้านจะไปเก็บดอกไม้ในป่าเอามาโปรยบนผิวน้ำ ระหว่างนั้นพระสงฆ์จะนำสวดมนต์บูชา ชวนให้ระลึกถึงคุณค่าของแม่น้ำที่เป็นจุดกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง และเป็นโอกาสที่เด็กๆ จะได้เรียนวิชาวัฒนธรรมร่วมกับชุมชน

โรงเรียนทางเลือก, บ้านห้วยพาน

นอกจากจะมีความรู้พื้นฐานไม่ต่างจากเรียนที่อื่น ยังปลูกฝังความรู้สึกรักและหวงแหนถิ่นที่อยู่ดั่งมรดกที่บรรพบุรุษรักษาเอาไว้

วันนี้มีนักเรียนเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่จบการศึกษาจากศูนย์การเรียนรู้ชุมชนธรรมชาติบ้านห้วยพ่านแล้วทั้งหมด 5 รุ่น เด็กหลายคนสอบเข้าสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงได้ แม้ไม่ได้เรียนพิเศษในห้างดังอย่างใครเขา ตรงกันข้ามพวกเขายังมีอาวุธความคิด ทั้งทักษะวิชาชีวิต และเข็มทิศในการเรียนรู้ ที่มีเป้าหมายว่า สักวันหนึ่งจะกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตน

หลักสูตรการสอนของที่นี่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาคน และมีผลสัมฤทธิ์ให้เด็กๆ รู้จักรู้ใจตัวเองจริงๆ ว่าเรียนไปทำไม ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในโรงเรียนทั่วไป

โรงเรียนทางเลือก, บ้านห้วยพาน

อยู่นอกสายตา

ความสำเร็จในการสร้างคนของศูนย์การเรียนฯ แห่งนี้สร้างความประหลาดใจมากแล้ว แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อไปกว่านั้น คือสถาบันการศึกษาการแห่งนี้ดูเหมือนเป็นคนนอกสายตาที่ภาครัฐไม่ได้ให้ความสำคัญ ทำให้ชาวห้วยผ่านยังคงล้มลุกคลุกคลานอยู่ในสมรภูมิการต่อสู้เพื่อการดำรงอยู่ของศูนย์การเรียนฯ

ผู้ใหญ่บ้านเล่าต่อว่า ตั้งแต่ก่อสร้างจนถึงวันนี้ ศูนย์การเรียนฯ แห่งนี้ยังไม่เคยได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวงมหาดไทยเหมือนอย่างสถานศึกษาหรือโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศ แม้ว่าจะผ่านการรับรองให้จัดการเรียนการสอน และมีรหัสสถานศึกษาตามระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. แล้วก็ตาม

แต่ยังคงต้องรอการตรวจสอบสิทธิ์ที่พึงจะได้ตามข้อกำหนดของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง พร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาวินัยทางงบประมาณและการคลัง ทั้งยังต้องผ่านด่านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อน ถึงจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อหามติร่วมกัน ซึ่งหากมีมติเห็นชอบแล้ว จะต้องประเมินเกณฑ์การอุดหนุน และรอการจัดสรรงบประมาณต่อไป

จึงไม่อาจตอบได้เลยว่า เมื่อไหร่กันหนอ นมโรงเรียนกล่องเล็กๆ จะตกถึงท้องเด็กๆ ห้วยพ่าน ในระหว่างที่รอพวกเขาต้องห่อข้าวจากบ้านไปกินเองที่โรงเรียน พ่อแม่ต้องปันเงินส่วนตัวมาเป็นค่าจ้างครู หรือช่วยกันจัดผ้าป่าหาเงินสนับสนุน เพราะศูนย์การเรียนไม่มีรายได้มากพอ   

เมื่อลองศึกษา พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 จะพบว่า มาตรา 14 และ มาตรา 14 (2) ระบุว่า องค์กรชุมชนซึ่งจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานมีสิทธิได้รับประโยชน์ตามควร อาทิ เงินอุดหนุนจากภาครัฐสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขณะที่ มาตรา 61 ระบุว่า ให้รัฐจัดสรรเงินอุดหนุนการศึกษาที่จัดโดยองค์กรชุมชนตามความเหมาะสมและความจำเป็น

แม้ดูเหมือนจะมีโอกาสได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่เพราะคำจำกัดความไม่ได้มีสภาพบังคับ มีผลทำให้การศึกษาของชุมชนห้วยพ่านยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างที่ควรจะเป็น

โรงเรียนทางเลือก, บ้านห้วยพาน

ยิ้มสู้

ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นนำมาสู่ข้อเรียกร้องเพื่อหาความเป็นธรรม ชาวบ้านห้วยพ่าน มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหลายต่อหลายครั้ง ด้วยหวังว่ากระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้รับผิดชอบดูแล จะเจียดเงินก้อนเล็กๆ จากงบประมาณที่มีรวมๆ กว่า 7 แสนล้านบาท มาปันให้กับศูนย์การเรียนรู้หลังน้อยๆ ในหุบเขาบ้าง

ชาวบ้านห้วยพ่านเต็มใจจะเป็นกำลังเสริมทำงานแทนหน่วยงานภาครัฐที่เข้าไม่ถึงคนกลุ่มน้อยในพื้นที่ห่างไกล ขอแค่มีค่าอาหารกลางวัน 20 บาทต่อมื้อต่อหัว ค่าจ้างครู 7,000 – 10,000 บาทต่อเดือน และเงินสนับสนุนตามมาตรฐานที่ใช้กับโรงเรียนทั่วๆ ไป ก็จะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายที่ศูนย์การเรียนฯ ต้องแบกรับแต่เพียงผู้เดียว ราวปีละ 2 ล้านบาทได้บ้าง และเพียงพอต่อการพัฒนาการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น แต่ที่ผ่านมาผลการเรียกร้องยังคงเป็นศูนย์

สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้คือ ยืนหยัดปลูกต้นไม้เล็กๆ ด้วยการศึกษาให้กับลูกหลาน เพื่อเพาะกล้าคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังในการรักษามรดกจากธรรมชาติ ทั้งป่ากว้างนับหมื่นไร่ แหล่งน้ำทั้ง 47 แห่ง และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวห้วยพ่านให้อยู่ดีมีสุขเรื่อยมา

จากเรื่องราวการต่อสู้ของชาวห้วยพ่านที่เป็นจุดเริ่มสร้างถิ่นฐานในหุบเขาน่าน ตลอดจนการสร้างรากฐานการเรียนรู้อย่างยั่งยืน ถึงวันนี้ดูเหมือนพวกเขายังต้องเดินทางไกลจนกว่าจะถึงจุดหมาย แต่รอยยิ้มที่เห็นได้ในทุกๆ วันเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า มีชัยชนะเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีขบวนผ้าป่าเดินทางมาถึง ศูนย์การเรียนกำลังเปิดสอน และมีนักเรียนเดินเข้าออกระหว่างป่ากับห้องเรียน

ก่อนจะหมดวันฤกษ์งามยามดี เด็กๆ ห้วยพ่านยังจัดการแสดงร้องเล่นเต้นรำให้ดูอย่างสนุกสนาน บางคนรับบทเป็นล่ามแปลภาษาจากเนื้อร้องภาษาถิ่นให้ฟัง บางคนอาสาทำของขวัญพื้นบ้านเล็กๆ น้อยๆ ให้เป็นที่ระลึกแทนใจ ทั้งหมดอาจไม่มีราคาที่เป็นมูลค่า แต่มีคุณค่าทางจิตใจที่เกินกว่าจะประเมินได้

หากเพียงจะนิยามได้ว่า หุบเขาน่านที่ไกลปืนเที่ยง ไม่ได้ล้าหลัง แต่กลับรุ่งเรืองด้วยจิตวิญญาณและแนวทางพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์

โรงเรียนทางเลือก, บ้านห้วยพาน

ภาพ: มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน

Writer & Photographer

December Sky

ปากกา หน้าจอ สมอ หมอนข้าง ฟ้ากว้าง และ กวางเรนเดียร์

โรงเรียนนานาชาติ

บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วโลก

นับถอยหลังไปเมื่อ พ.ศ. 2548 โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย มีโอกาสเข้าร่วมศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจาก โรงเรียนรุ่งอรุณ ทำให้เราได้แนวคิดดี ๆ และเอาความรู้ต่าง ๆ มาปรับใช้กับความเป็นท้องถิ่นของเราเอง เพราะโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนวิถีชุมชนท้องถิ่น การเรียนรู้จึงยึดหลักการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่ชีวิต มุ่งเน้นพัฒนานักเรียนให้ใช้ความรู้เป็นและเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และสังคม (Knowledge-based Society) 

เรานำโจทย์ปัญหาจริงในสังคมหรือประเด็นวิกฤตปัญหาโลกมาเป็นแกนหลักของการเรียนรู้ ผ่านการลงมือทำบนบริบทจริงของโรงเรียน สภาพของปัญหาของสังคม และผลกระทบที่เกิดขึ้น ตลอดจนมีส่วนร่วมเสนอแนวทางแก้ไข เพื่อเป้าหมายการพัฒนานักเรียนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม (Active Citizen) และพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง เน้นกิจกรรมแบบบูรณาการ การเรียนรู้จากฐานปัญหา (Problem Based Learning) การเรียนรู้แบบสร้างและพัฒนานวัตกรรม หรือเรียกว่า การเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Based Learning) ตามแนวทางพัฒนา กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนแบบ Active Learning 

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

เราตั้งชื่อวิชาว่า ‘วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา’ เป็นวิชาที่ว่าด้วยการบูรณาการระหว่างวิชา เป็นการเชื่อมโยงหรือร่วมศาสตร์ต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 สาขาวิชาขึ้นไป ภายในหัวเรื่องเดียวกัน เป็นการเรียนรู้โดยใช้ความรู้ความเข้าใจและทักษะในศาสตร์ หรือความรู้ในวิชาต่าง ๆ มากกว่า 1 วิชาขึ้นไป เพื่อแก้ปัญหาหรือแสวงหาความรู้ความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การเชื่อมโยงความรู้และทักษะระหว่างวิชาต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง 

เราไม่ได้สอนเพียงผิวเผิน แต่จัดกระบวนวิชาให้ใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากขึ้น เพื่อให้เขาใช้ได้จริงในชีวิต

มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกทักษะผู้เรียน เตรียมความพร้อม เพราะโลกของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของโรงเรียน คือ กิน-อยู่-เป็น หมายถึง กินอย่างรู้คุณค่า อยู่อย่างมีความหมาย และเป็นพลเมืองที่เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยผู้เรียนวิชานี้ก็คือ นักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

และด้วยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทาง โรงเรียนของเราเปิดเรียนตามปกติไม่ได้ และเพื่อเป็นการสร้างการเรียนรู้ ไม่ให้นักเรียนเกิดสภาวะถดถอยและหลุดจากระบบ จึงเป็นที่มาของการเรียนรู้เรื่องข้าวหลากสี บทเรียนกินได้ และการทำ Eco Printing ลงบนผ้า โดยสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนักเรียนและผู้ปกครอง 

แน่นอนว่าจากสถานการณ์ โควิด-19 ที่รุมเร้ามาเกือบ 3 ปี ทำให้ชีวิตใครหลายคนล้มลง แต่ทว่าเรายังมีแรงสู้ต่อจากคนที่รักและครอบครัว แม้แต่เราเองที่เป็นครูก็อยากสานฝันให้เด็กได้ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ อยากพาไปตะลุยเรียนรู้ที่ต่าง ๆ เหมือนเคยทำมา เพื่อต่อยอดให้เขารู้จักตัวเองและเลือกเรียนสาขาที่ถนัด หรือสิ่งที่เขาต้องการต่อยอดในอนาคตได้ แต่สถานการณ์โควิด-19 ทำให้การจัดการเรียนรู้ของนักเรียนหยุดไป แต่การเรียนรู้ของนักเรียนชั้น ม.3 หยุดไม่ได้ เพราะการเรียนรู้ของเด็กต้องไปต่อ เราจึงมองวิกฤตเป็นโอกาส เพราะเด็กที่โนนชัยพื้นฐานครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย

เราเลยชวนเด็ก ๆ หันกลับมามองตัวเองว่า ถ้าเราจะกินข้าวในหนึ่งมื้อ เพื่อลดภาระ ลดค่าใช้จ่าย เราจะทำอย่างไร โดยอาหารเหล่านั้นเป็นอาหารที่ประหยัดและมีคุณค่า เราควรหันมาใส่ใจครอบครัว เพราะเราเห็นว่า พ่อแม่ของเด็กหลายคนโดนเลิกจ้างงาน ไม่มีรายได้ แต่ในชีวิตประจำวันของเด็กยังมีรายจ่าย ก็เลยคิดว่าจะทำอะไรดีให้เด็กต่อยอดได้ในภาวะนี้ เลยนึกถึงเรื่องการทำอาหาร กลายมาเป็นการบูรณาการเรื่องอาชีพสร้างสรรค์ บทเรียนกินได้ บทเรียนติดปีก บทเรียนชีวิต และโภชนาการบนถาดหลุม การบูรณาการของเราไม่หยุดเดิน เพราะทุกคนต้องลุยกันต่อ

การจัดการเรียนการสอนแบบ On-Site เรามีการประสานผู้ปกครองเพื่อขออนุญาตนักเรียนก่อนออกจากบ้าน เพราะกระบวนการเรียนรู้ต้องมีการสืบค้นข้อมูลด้วย อย่าง ‘โภชนาการบนถาดหลุม’ เราชวนเด็ก ๆ เลือกอาหารในแบบที่เขาอยากกิน แต่ต้องคำนึงถึงความพอเพียง พอดี พอประมาณ โดยนักเรียนมีสิทธิ์เลือก และเราให้เขาคิดหาเมนูที่ชอบ ครบหลักโภชนาการ คาว หวาน มาหมด จากนั้นวิเคราะห์คุณค่าโภชนาการ เพื่อให้เด็ก ๆ รู้จักคุณค่าทางโภชนาการของเมนูอาหารที่ตนเองเลือก พร้อมทั้งให้นักเรียนประกอบอาหารที่นักเรียนเลือก อย่างเมนูกะเพราหมูกรอบ เมนูธรรมดา แต่จะทำอย่างไรให้ไม่ธรรมดา เห็นแล้วว้าว มีคุณค่าทั้งเบื้องหน้าและภายในใจ จึงเกิดไอเดียข้าวหลากสีขึ้นมา

เราเลือกวัตถุดิบธรรมชาติที่มีในบ้าน ท้องถิ่น ชุมชน ในความโชคร้ายกับภัยร้ายแบบนี้ เรามีความโชคดีคือ นักเรียนปลูกมะลิไร้สารเคมี จึงคิดเป็นเมนูข้าวกลิ่นมะลิ (หอมมากกก) นักเรียนอีกคน หนูมีอัญชัน เราก็สร้างสรรค์ข้าวสีม่วง นักเรียนคนนู้นเห็นมีดอกเฟื่องฟ้าอยู่ในโรงเรียน ส่วนอีกคนก็ยกมือบอกครู บ้านผมมีใบเตย ให้สีเขียว ทานอร่อย หอมหวานชื่นใจ เมนูอาหารจากข้าวหลากสี เด็ก ๆ ได้เรียนรู้พันธุ์ข้าวและสีธรรมชาติจากเรื่องราวรอบรั้ว

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

จากการเรียนการสอนที่เน้นสอนทาง On-line, On-demand, On-hand อยู่ต่อเนื่อง เนื่องจากนักเรียน ม.3 ต้องเตรียมตัวหลายอย่างในการต่อยอดและเลือกเรียนสาขาต่าง ๆ หรือสายอาชีพอีกมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการกลับมาอยู่กับครอบครัว ทำให้นึกได้ว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ครูอย่างเราไม่ควรลืม คือ การพบปะนักเรียนกลุ่มย่อย ซึ่งเราสอน On-Site เป็นกลุ่มย่อยอยู่แล้ว แต่รอบนี้ต้องขอชวนผู้ปกครองคุยด้วย เพื่อถามข่าวคราวกัน ทั้งเรื่องปากท้องและเรื่องวินัยความเป็นอยู่ จะทำยังไงให้ผู้ปกครองและนักเรียนไม่เบื่อ เพราะเราเองก็เป็นครูประจำชั้น ม.3/1 อยากให้รู้ว่าครูยังห่วงใย 

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

ระหว่างนั่ง ๆ มองๆ คิด ๆ เราเห็นใบสักที่เติบโตและร่วงหล่น จึงเกิดไอเดียที่น่าเรียนรู้ร่วมกัน นอกจากเมนูข้าวหลากสีที่เล่าให้ฟัง ถ้ามีผ้าหลากสีบ้างคงจะดี เรามองหาวัสดุรอบตัวทันที และ ‘ใบสัก’ ก็เป็นนางเอกของเรื่องนี้

เราปิ๊งไอเดีย ‘สักศรี (สี)’ ชวนเด็ก ๆ มาทำผ้าพันคอ Eco Printing ด้วยกัน ระหว่างรอนึ่งผ้า ครู เด็ก ๆ และผู้ปกครองก็สรรหาเมนูอาหารง่าย ๆ กินกัน ขอขอบพระคุณแม่น้องเม ที่ทำขนมหวานหลากสีจากธรรมชาติล้วน ๆ และคุณแม่น้องขวัญที่ทำกะเพราหมูไข่ดาวและส้มตำสุดแซ่บ วันนี้เหมือนไม่ได้มาเรียน แต่เหมือนมาทานข้าวนอกบ้าน ได้ทั้งผ้าหลากสีกับข้าวหลากสี รอบหน้าจะมีดนตรีเพื่อสร้างสีสัน มีผลิตภัณฑ์จากสักศรี (สี) โปรดติดตามตอนต่อไป 

วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ

เทอม 2 นี้ การเรียนการสอนก็ต้องดำเนินต่อไปเช่นกันในรูปแบบออนไลน์ แต่จะดีกว่านี้ถ้าพวกเราได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ต่อยอดอาชีพ ต่อยอดการบริโภค ต่อยอดชีวิตในครัวเรือน เราซึ่งเป็นครูตัวเล็ก ๆ ก็คิดไอเดีย ‘ต่อยอดแบบวิถีพอเพียง หล่อเลี้ยงชีวี กินดีอยู่ดี แบบมีเงินออม’ ใบไม้แห้งที่โรงเรียนมีเยอะมาก ซึ่งเป็นปัญหาในการทำความสะอาด เราก็คิดช่วยกันจัดการใบไม้เหล่านี้ แต่ใครจะรู้ว่า ไอ้เจ้าปัญหานี่แหละ คือขุมทรัพย์ของเรา เพราะทำปุ๋ยหมักได้ แปลงเกษตรที่โรงเรียนก็มี ถ้าเราปลูกผักกินเอง ปุ๋ยก็ไม่ต้องซื้อ ผักก็ไม่ต้องซื้อ ที่สำคัญปลอดสารพิษ เปิดเทอมเมื่อไหร่ก็เอาผักส่งโรงอาหาร เหลือก็แบ่งกลับบ้าน ขายเก็บออมก็ยังไหว 

ก็เลยคิดไอเดีย ‘ปลูกเอง กินเอง นักเลงพอ ปุ๋ยก็ไม่ต้องขอ เรามีเพียงพอ ต่อยอดชีวี’ ฮิ้ว ๆ ๆ ว่าแล้วก็ชวนเด็ก ๆ มาสร้างพื้นที่เรียนรู้ ทำกิจกรรมภาคปฏิบัติกลุ่มย่อย กลุ่มละ 6 คน (ป.ล. ฉีดวัคซีนครบนะคะ) ช่วยกันทำปุ๋ยหมักเพื่อเตรียมปุ๋ยบำรุงดิน ก่อนที่เราจะไปเตรียมแปลงปลูกกัน นักเรียนที่มาเรียนก็ตั้งใจดี และที่สำคัญ การเรียนรู้ต้องลงมือทำถึงจะมีความหมาย เพราะต้อง Learning by Doing แบบ Active Learning และเรียนรู้แบบร่วมมือและมีส่วนร่วม เมื่อพร้อมแล้วเราก็ลุยทันที นัดหมายประชุมนักเรียน ผู้ปกครอง และ ครูชาญณรงค์ ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยเหลือกันมาตลอด พร้อมลุย

จากการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ นักเรียนร่วมสะท้อนแง่คิดดี ๆ ให้ครูได้รับรู้ว่าที่ผ่านมานักเรียนได้เรียนรู้แบบไหน ทั้งยังทบทวนและวางแผนต่อยอด ขอบใจลูก ๆ ทำให้ครูรู้ว่านักเรียนมีความสุขดี อดทน น่ารัก 

วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ
วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา ทำให้เรารู้ว่าการเรียนรู้นั้นมีอยู่รอบตัว รอบบ้าน และชุมชน การทำให้นักเรียนหันกลับมาใส่ใจสิ่งรอบตัวในชุมชนและท้องถิ่นของตนเองได้ จะทำให้เขาเห็นประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ พร้อมพัฒนา ประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์และใช้สื่อเทคโนโลยี ช่วยพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญ การพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะทำให้เราอยู่รอด อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ข้อดีอีกอย่างของวิชาบูรณาการ คือ เป็นวิชาที่ดึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนได้โดยไม่ต้องมีกรอบบังคับ สะท้อนผ่านการลงมือทำของเด็ก ๆ ได้อย่างชัดเจน ทำให้นักเรียนฝึกอยู่กับปัจจุบัน รู้จักใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและปลอดภัย

ส่วนเราในฐานะครูผู้ออกแบบกระบวนวิชาก็เรียนรู้ว่าการเรียนรู้ในรูปแบบบูรณาการ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเห็นศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน ทำให้ครูได้เข้าใจชีวิตที่หลากหลายของนักเรียน และเราเชื่อว่ากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ หลาย ๆ โรงเรียนคงทำกันอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญ คือ การเห็นคุณค่าในสิ่งที่ท้องถิ่นของตนเองมี และประยุกต์ใช้ พัฒนา ต่อยอด สร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่เรามีอยู่ นั่นคือการสร้างนวัตกรรมที่ดีที่สุด 

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ เราต้องลงมือทำ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

นันทนา ลีโคตร

ครูผู้จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย ที่เชื่อว่านักเรียนจะเกิดการเรียนรู้ได้อย่างถ่องแท้ หากได้ลงมือทำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load