ถ้านี่เป็นบทหนัง สิ่งที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้คือภาค 2

เกือบ 5 ปีก่อน แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล วัย 20 ปี สมาชิก GOT7 เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่ทะยานขึ้นประดับทำเนียบดารา เขาให้สัมภาษณ์ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนออกไปพบปะแฟนคลับไทยจำนวนมหาศาล ภาพและเสียงแฟน ๆ กู่ร้องอึงอลยังคงติดหูติดตา 

ตัดภาพมาปัจจุบัน เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยความเงียบ ขณะที่เราต่อสายโทรข้ามคาบสมุทรไปหาซูเปอร์สตาร์เกาหลีในบ่ายวันหนึ่ง 

แม้ไม่ได้พูดคุยกันต่อหน้า สิ่งที่เราได้ทดแทนมาคือเวลาอันแสนมีค่า กว่าจะได้บทสนทนา 45 นาทีที่คุณกำลังจะได้อ่าน เรื่องนี้ใช้เวลาบ่ม 5 ปี ผ่านวิกฤตโรคระบาดที่ยาวนาน ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างการย้ายค่าย และออกผลงานในฐานะศิลปินเดี่ยว กว่าดาวดวงนี้จะโคจรกลับมาที่ก้อนเมฆอีกครั้ง 

แบมแบม GOT7 ที่อยากใช้ชีวิตเป็นมนุษย์แบมแบมให้มากขึ้นเป็นอย่างไร เรื่องราวชีวิต การงาน ความผิดพลาด การต่อสู้ บ้าน ความฝัน และก้าวต่อไปของชีวิตเด็กหนุ่มที่เติบโตสู่วัยผู้ใหญ่เข้มข้นขนาดไหน 

เล่าแบบสั้นมาก ๆ บอกได้ว่า ‘โตขึ้นมากเลยนะ’ 

ส่วนฉบับยาว ๆ ไปฟังจากปากกันต์พิมุกต์ ศิลปินเจ้าของอัลบั้ม B, Friend of UNICEF ที่ขับเคลื่อนเรื่องเด็ก, Brand Ambassador ของทีมบาสเกตบอล Golden State Warriors และจ่าฝูงของมวลแมว ให้เขาเล่าด้วยตัวเองดีกว่า 

จับเข่าคุยกับ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ถึงบ้าน ชีวิต ความฝัน และบทบาทศิลปินเดี่ยว

Fast forward and imagine

เราเคยคุยกันในปี 2017 ตอนนั้นแบมแบมย้อมผมแดง 

โห นานมากแล้ว ตอนนั้นน่าจะเป็นครั้งแรกที่ผมกลับไทยคนเดียวครับ ตอนนี้ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว แต่ยังไม่แก่ (หัวเราะ) เอาเป็นว่ายังเรียกได้ว่าวัยรุ่นอยู่ครับ

วันนั้นแบมแบมเคยบอกว่า ความฝันของผมก็คือการเป็นแรงบันดาลใจด้านการทำงานให้คน 5 ปีถัดมา ความฝันนี้ยังเหมือนเดิมไหม

ครับผม เป็นส่วนหนึ่งมาตลอดครับ ผมว่ามันก็เป็นจริงขึ้นมาในระดับหนึ่ง แฟนคลับหลายคนเข้ามาแชร์ หลายคนเรียนจบด้วยเกรดที่เขาอยากได้ เด็กที่จบมัธยมแล้วได้เข้ามหาวิทยาลัยที่อยากเข้า และคนที่เรียนมหาลัยอยู่ ตอนนี้ซื้อบ้านให้คุณพ่อคุณแม่ได้แล้ว เขามาบอกผมว่าขอบคุณที่เป็นแรงบันดาลใจให้นะ

แบมแบมวันนั้น กับแบมแบมวันนี้ มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด

ตัวผมก็เปลี่ยนหลายอย่างเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดหรือว่าการทำงาน การคบคนรอบข้างก็เปลี่ยนไปครับ เมื่อก่อนด้วยความที่ยังเป็นเด็ก เป็นคนที่ปฏิเสธคนไม่ค่อยเก่งสักเท่าไหร่ ดูคนไม่ค่อยออกว่าคนที่เข้ามาเป็นเพื่อนเขาจริงใจ หรืออยากได้แค่ผลประโยชน์จากเรา แต่ว่าพอใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ แล้วได้เจอหลาย ๆ คน หลาย ๆ ประเทศ ก็เหมือนจะเริ่มดูออกบ้างแล้ว เพราะสภาพแวดล้อมรอบตัวผมก็เปลี่ยนไปด้วยครับ

2 ปีที่ผ่านมาหลังจากผมย้ายค่ายนี่ก็รู้สึกตัวเองเติบโตขึ้นในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะการทำงาน การจัดการชีวิตส่วนตัว การจัดการเวลา เพราะช่วงโควิดนี่มีเรื่องกักตัวด้วย ชีวิตการทำงานก็เปลี่ยนไปหมดเลยครับ พอมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น ก็พยายามใช้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุด ให้เป็นประโยชน์กับตัวเองครับ

ใช้เวลาอย่างไรให้คุ้มค่า

ช่วงโควิดปีแรกนี่ผมแทบไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากพักผ่อนหรือนอนอยู่บ้านเจ็ดแปดเดือน ผมก็เลยเริ่มตื่นเช้ามาออกกำลังกาย จากที่ไม่เคยออกกำลัง เวลารู้สึกดาวน์ ๆ ก็ออกกำลังกาย แล้วก็ทำสิ่งใหม่ ๆ ที่แบบผมไม่เคยทำมาก่อนครับ เช่น แต่งเพลงเองที่บ้านแทนที่จะไปสตูดิโอ แล้วก็มีงานอดิเรกใหม่ ๆ จากที่เป็นคนไม่เล่นเลโก้ ก็ซื้อมาเล่นบ้าง คือเวลาที่อยู่เฉย ๆ นาน ๆ ผมยังอยากให้สมองผมได้ใช้งานหน่อยอะครับ เอามาต่อบ้างอะไรบ้างก็ช่วยเรื่องสมาธิ 

แบมแบมผ่านช่วงเวลาโรคระบาดมาได้ยังไงบ้าง

การมีโควิดทำให้รู้สึกว่าไม่ว่าเราอยู่ในสถานการณ์ไหน ฐานะไหน ประเทศไหน อะไรก็ตาม เราเจอปัญหาเดียวกันคือเจอคนไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน ทุกคนต้องอยู่บ้าน ใครเป็นโควิดก็ต้องกักตัวเหมือน ๆ กัน มันเตือนใจเราว่าทุกคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน 

ผลกระทบที่ผมเจอจริง ๆ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องงาน อย่างคอนเสิร์ตที่สนามราชมังคลาฯ ที่ต้องยกเลิกไป เสียดายมากครับ แล้วงานหลาย ๆ ตัวก็โดนยกเลิกไป ตอนแรกก็ไม่ชินครับ เวลาทำงานโชว์ออนไลน์แล้วไม่มีคนดูจริง ๆ อยู่ด้วย แต่ว่าพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เพราะว่าเราทำอะไรมากไม่ได้ 

สิ่งที่อยากทำที่สุดหลังจบช่วงโควิดคืออะไร

อยากกลับมาเล่นคอนเสิร์ตแบบมีคนดูครับ แล้วก็อยากไป World Tour อีกรอบ เพราะผมยังได้กลับไทย เจอแฟนคลับไทย แต่ว่าแฟนคลับต่างประเทศไม่ได้เจอผมมานาน แล้วก็อยากจัดคอนเสิร์ตที่เกาหลีด้วยครับ เพราะว่าผมไม่ได้โชว์แบบมีคนดูที่เกาหลีมานานพอสมควร คอนเสิร์ตน่าจะเป็นสิ่งที่คิดถึงมากที่สุด

ความฝันของแบมแบมคือการเป็นศิลปินเกาหลี ซึ่งเป็นจริงตั้งแต่อายุยังน้อยมาก แล้วความฝันบทต่อไปของกันต์พิมุกต์คืออะไร

เอาจริง ๆ ก็ยังอยู่ในด้านนี้นะครับ อยากให้ทุกคนยอมรับในความสามารถของผมหรือตัวผมในการเป็นศิลปิน เป็นฝันสูงสุดในตอนนี้ที่กำลังพยายามทำให้เป็นจริงอยู่ครับ 

ความท้าทายของแบมแบมตอนนี้คืออะไร

การสร้างตัวตนหรือสไตล์ดนตรีที่เป็นของผมเองโดยเฉพาะ ผมต้องเป็นผู้นำให้กับคนที่ทำงานรอบข้างผม ทั้งบริษัท ทีมงาน แดนเซอร์ หรือคนที่ฟังเพลง หลังจากที่ย้ายค่ายมาแล้วผมก็เริ่มทำงานคนเดียว ถ้าเกิดผมผิดพลาดคือพลาดเลย ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่จะมีเมมเบอร์มากลบหรือบังความผิดพลาดของผมให้ ผมเลยต้องพยายามทำทุกอย่างให้ออกมาเพอร์เฟกต์ที่สุด ต้องนำทุกคนให้ทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพครับ

แล้วถ้าผิดพลาดขึ้นมา ปล่อยวางยังไง

ถ้าเป็นเรื่องที่ผิดพลาดแล้วแก้ได้ ผมก็พยายามแก้ทันที พยายามไม่เลื่อนปัญหาไปแก้พรุ่งนี้ แต่ถ้าผมผิดพลาดบนเวที ซึ่งเป็นสิ่งที่ย้อนกลับมาแก้ไม่ได้ ผมก็ถือว่าเป็นบทเรียนไปครับ ไม่อยากไปคิดมาก พยายามใหม่รอบหน้าให้เราไม่พลาดดีกว่า

ที่เคยบอกว่าอยากให้คนเห็นตัวตนที่แท้จริงมากขึ้น ตอนนี้คิดว่าทำได้แล้วหรือยัง

ทำได้แล้วนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้เวลาผมไปออกรายการหรือสัมภาษณ์อะไร ก็พูดสิ่งที่อยู่ในหัวผมตรง ๆ เลย ใช่ก็คือใช่ ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ซึ่งหลาย ๆ คนเขาก็รู้สึกได้นะครับว่า เออ จริงใจดีนะ ไม่ได้พยายามพูดอ้อม ๆ หรือเฟก คนที่เห็นเขาก็ชอบความเป็นตัวของตัวเองของผมแบบนี้

ต้องมีเปลี่ยนโหมดไหม อยู่บ้านเราเป็นคนแบบหนึ่ง อาจจะสบาย ๆ พอไปขึ้นคอนเสิร์ต ไปเจอแฟนคลับ ต้องมีโหมดศิลปินทำงานรึเปล่า

ไม่นะครับ มันเป็นนิสัยผมมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วที่อยากให้คนรอบข้างเขายิ้ม หัวเราะ มีความสุข เวลาผมเจอเพื่อน ๆ ก็อยากให้สนุกเวลาอยู่รอบตัวผม เวลาเจอแฟนคลับผมก็พยายามเอนเตอร์เทนเขาบนเวที เพราะเขาอยากสนุกและมีความสุข แต่เวลาอยู่บ้านคนเดียวไม่ต้องเอนเตอร์เทนใคร ผมก็ไม่ได้พูดอะไรมากมาย คุยโทรศัพท์กับคุณแม่บ้าง แล้วก็พูดกับน้องแมวบ้าง

การมีน้องแมวอยู่ด้วยช่วยเติมพลังให้ชีวิตไหม

ช่วยครับผม ช่วยมาก ๆ เลย แล้วก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมโตขึ้นเยอะเลย หลังจากที่เลี้ยงมา รู้สึกว่าตัวเองมีความรับผิดชอบมากขึ้น จากที่ทำงาน ไม่สนใจสุขภาพเลย ทำเพลงแล้วกลับบ้านประมาณตี 2 ตี 3 ผมก็ต้องจัดเวลาการทำงานให้ดีขึ้น เพราะต้องรีบกลับมาให้อาหารน้องแมว ซึ่งพอกลับบ้านเร็ว ผมก็ได้พักเร็ว ได้นอนเร็วขึ้น สุขภาพผมก็ดีขึ้น

งั้นแบมแบมพูดได้เต็มปากไหมว่าเราคือทาสแมว

ผมว่าแมวเป็นทาสผมมากกว่า (หัวเราะ) คือน้อง ๆ เขาไม่ได้มีนิสัยหยิ่ง แบบฉันเป็นเจ้าชายนะ น้องแมวส่วนใหญ่ก็จะอ้อน เวลาผมไปไหนเขาก็จะเดินตามผม มีแค่วันที่ผมให้อาหารช้าหน่อย เขาก็จะมาเรียกครับ 

งั้นสรุปว่าเป็นคนติดแมวหรือแมวติดคน 

แมวติดคน ผมเป็นจ่าฝูงครับ

จับเข่าคุยกับ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ถึงบ้าน ชีวิต ความฝัน และบทบาทศิลปินเดี่ยว
จับเข่าคุยกับ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ถึงบ้าน ชีวิต ความฝัน และบทบาทศิลปินเดี่ยว

Shining like a star, ’cause you know you are

ถ้า Video Call Fansign กับใครก็ได้บนโลกนี้ อยากคุยกับใคร เรื่องอะไร

(หัวเราะ) ผมอยากคุยกับ อีลอน มัสก์ อยากถามว่าจะไปดาวอังคารได้เมื่อไหร่ นั่นคือฝันที่สูงสุดในชีวิตผมเลยครับ ถ้าเกิดผมหมดอายุขัยแล้ว อยากไปอยู่ดาวอังคาร

แสดงว่าชอบอวกาศ

ใช่ครับ ผมชอบเรื่องลึกลับ ชอบพวก UFO, Area 51 อะไรแบบนี้มานานแล้ว

ใครคือคนที่ให้โอกาสความฝันของแบมแบมมาเสมอ คนที่รู้สึกอยากจะขอบคุณมากที่สุด 

มีหลายคนนะครับที่ผลักดันผมมาอยู่ตรงนี้ ส่วนใหญ่มาก ๆ ในชีวิตของผมก็ครอบครัว พ่อแม่สนับสนุนความฝันนี้ของผมมาตั้งแต่เด็ก ๆ เขาไม่เคยคิดว่าความฝันอยากเป็นศิลปินเกาหลีมันไกลไปหรือว่าไร้สาระ พวกเขาผลักดันมาตลอด ต่อมาก็เป็นเมมเบอร์ GOT7 เราผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน เจอเรื่องดีบ้างไม่ดีบ้าง มากสุดเราก็ทะเลาะกัน แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังเป็นครอบครัวที่สองของผม ที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงวันนี้ วันนี้เราก็ยังไม่ได้แยกวงกัน ถึงแม้เราจะย้ายค่าย อยู่กันคนละบริษัท 

ส่วนที่สามคือทั้งสองค่าย ทั้ง JYP Entertainment ที่ยอมรับผมและให้โอกาสผมได้เดบิวต์ และตอนนี้ก็ต้องขอบคุณบริษัทใหม่ ABYSS Company ที่ซัพพอร์ตเต็มที่ พยายามทำให้ผมได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดีสุด ได้เจอกับคนดี ๆ แล้วก็ได้ทำงานกับคนเก่ง ๆ ครับ แล้วก็ขอบคุณพี่วุธ 4NOLOGUE (อนุวัฒน์ วิเชียรณรัตน์) ที่เปิดโลกของวงการบันเทิงไทย เขาสอนผมมาเยอะมาก นอกจากการทำงานแล้วยังสอนแนวคิดอะไรต่าง ๆ เยอะมากเลย

พอเริ่มมาทำงานในสองประเทศ อะไรคือความแตกต่างที่วงการไทยไม่เหมือนเกาหลี

จริง ๆ ก็ไม่ถึงขั้นแตกต่างกันขนาดนั้น น่าจะเป็นสไตล์การทำงานเฉย ๆ ครับ ผมอยู่เกาหลีมานาน ช่วงแรก ๆ ที่ได้กลับมาทำงานที่ไทย ผมไม่รู้ว่าระบบของเมืองไทยเป็นยังไง คนชอบฟังชอบดูอะไรกันก็ไม่ค่อยรู้ ตอนแรก ๆ ที่ได้ทำงานกับ 4NOLOGUE ได้เจอพี่วุธ ประธานบริษัทของ 4NOLOGUE เขาเป็นพี่ชายที่ดีมาก ๆ เลยนะครับ สอนผมเรื่องการทำงาน แนวคิด การเป็นอยู่ แล้วก็สอนวิธีใช้ตังค์ด้วยครับ (หัวเราะ) เงินที่ผมได้มันเป็นก้อนใหญ่สำหรับวัยเท่านี้ เขาก็พยายามเตือนว่าอย่าใช้มั่วซั่วหรือใช้ฟุ่มเฟือย 

เจอคนดี ๆ หลายคนเหมือนกัน

ใช่ครับ หลายคนอยู่กับผมแล้วก็จริงใจกับผมมาตลอดเจ็ดแปดปีที่ผ่านมา เขาไม่ได้หวังเรื่องตัวเลขอะไรจากผม แต่อยากให้ผมมีความสุขกับการทำงาน อยากให้ผลงานออกมาดี แล้วก็ให้ผมสุขภาพแข็งแรง มีความสุข เขาหวังในสิ่งที่หลาย ๆ คนไม่ค่อยจะให้ผม… คนพวกนี้เขาจะบอกผมอีกแบบหนึ่งว่า เหนื่อยก็พักบ้าง ถ้าเกิดทำงานหนักไปไม่ไหวก็บอกค่ายให้แคนเซิลงานบ้างก็ได้นะ งานไม่ใช่ทุกอย่าง 

ได้เรียนรู้ด้วยตัวเองเมื่อไหร่ว่างานไม่ใช่ทุกอย่าง 

ตอนที่รู้สึกจริง ๆ เลยก็น่าจะตอนโควิดครั้งแรก พอไม่มีงาน ผมอยู่บ้านแล้วไม่มีอะไรจริง ๆ มีแต่แมว เจอครอบครัวก็ไม่ได้ เจอเพื่อนก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ ผมเลยคิดได้ว่าถ้าเกิดเราดูแลตัวเองให้ดีมาเรื่อย ๆ เราคงมีอะไรทำมากกว่านี้ เพราะว่าในหัวมันคิดแต่งาน พองานหายก็ทำอะไรไม่ได้เลยครับ

ตอนนี้เริ่มแบ่งชีวิตไปสนใจอะไรบ้าง 

เยอะนะครับ ถึงจะเหนื่อย ผมก็จะหาเวลากินข้าวกับคนที่ทำงานร่วมกับผม เจอคนทำเพลงนอกเวลา ไม่คุยเรื่องงานแต่คุยเรื่องส่วนตัวกันบ้าง ซ้อมเสร็จก็ชวนพี่ ๆ แดนเซอร์ว่ากินข้าวกันไหมครับ พยายามใช้ชีวิตนอกจากการเป็นแบมแบม GOT7 เป็นชีวิตมนุษย์แบมแบมให้มากขึ้นครับผม

ดีจังเลย รู้สึกว่าแบมแบมโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย

ไม่หรอกครับ (หัวเราะ)

สมมติว่าเด็กชายแบมแบมไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ตของเรน คิดว่าความฝันของแบมแบมคนนั้นจะเป็นยังไง แล้วตอนนี้แบมแบมคนนั้นทำอะไรอยู่

ก่อนที่ผมจะมีความฝันเป็นนักร้อง ผมชอบพวกอินทีเรียดีไซน์มาก ๆ ชอบแต่งบ้านครับ ถ้าผมไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ตในวันนั้นจริง ๆ ตอนนี้คงทำงานด้านอินทีเรีย ไม่ก็ Video Editor หรือไม่อาจทำงานในสวนสัตว์ก็ได้นะครับ ผมชอบสัตว์มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว 

พอพูดเรื่องอินทีเรียก็เลยอยากรู้ว่าบ้านที่อยู่ตอนนี้ แบมแบมตกแต่งเองด้วยหรือเปล่า

(เสียงภูมิใจ) ตกแต่งเองหมดเลยครับ ไม่ซื้อเฟอร์นิเจอร์แบรนด์สักอันเลย ยกเว้นครัว อันนั้นมันช่วยไม่ได้ แต่อย่างอื่นผมวาดรูปบ้าง เอา Reference ที่อื่นมาบ้าง ถ้าสั่งทำมันจะได้ไม่เหมือนใคร แล้วก็ได้อย่างที่ผมอยากได้ด้วย

สไตล์บ้านที่ชอบเป็นแบบไหน

ผมชอบอะไรเหลี่ยม ๆ ครับ ไม่ชอบอะไรที่มันกลม ๆ ชอบบ้านที่โล่ง เรียบร้อย แต่ว่าดูเต็ม เวลาเข้าบ้านแล้วไม่รู้สึกว่า เฮ้ย ของเยอะแยะไปหมด คือโล่งแต่มีของทั้งหมดที่ต้องใช้ โซฟา ทีวี อะไรก็ครบ แล้วก็ต้อง Cozy ภาษาไทยเรียกว่าอะไรนะครับ

อบอุ่น

ใช่ครับ อบอุ่นแต่ว่ามีความเป็นโมเดิร์น เฟอร์นิเจอร์ข้าวของในบ้านผมถือว่าอยู่ไปชั่วชีวิต ต้องใส่ใจทำออกมาดี ๆ พรมก็ไปเลือกเนื้อผ้าเอง เลือกขนาดเอง โซฟาก็เลือกเนื้อผ้ากับดีไซน์เอง โต๊ะผมก็เลือกสีเอง

เฟอร์นิเจอร์หนึ่งอย่างในบ้านที่แบมแบมออกแบบเอง แล้วภูมิใจที่สุดคืออะไร

โต๊ะที่ตั้งทีวีครับ ห้องนั่งเล่นผมมีโซฟา มี Coffee Table อยู่ตรงกลาง แล้วก็มีโต๊ะตั้งทีวี ผมออกแบบแบบ Full Option เลือกไม้สีดำเอง เลือกขนาดเอง มีทีวี มีฟิกเกอร์ ข้างหลังมีลำโพง ด้านซ้ายเป็นตู้เก็บไวน์ นอกจากนั้นก็มีเก๊ะใส่ของเปิดปิด ตรงกลางเป็นเครื่องพ่นไอน้ำ ที่ทำให้อากาศไม่แห้งตอนหน้าหนาว ซึ่งเปลี่ยนสีไอน้ำได้ เป็นทรง Fireplace สวยครับ ทุกอย่างอยู่ในตู้เดียว เซฟพื้นที่ 

พิถีพิถันมาก ไม่ใช่ทุกคนที่ทำขนาดนี้ การมีบ้านสวยเป็นหนึ่งในความฝันด้วยหรือเปล่า 

ใช่ครับผม 

No hesitation, just motivation

การเป็น Friend of UNICEF ทำให้ได้ค้นพบอะไรใหม่ ๆ บ้าง 

อย่างแรกเลยผมได้เรียนรู้สังคมของเด็ก ๆ ไม่ใช่แค่เด็กไทยแต่ว่าทั่วโลก ผมทำงานด้านที่ห่างไกลกับตรงโน้นมาก ๆ บางทีผมก็ไม่มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสจริง ๆ พอรู้แล้วคนละโลกกันเลย 

สิ่งที่ผมอยากทำมาก ๆ คือลงพื้นที่ ผมสนใจโปรเจกต์ความรุนแรงกับเด็ก ข่าวมันออกมาเกือบทุกวันจนหลายคนเริ่มชิน ไม่ค่อยสนใจตรงนี้เท่าไหร่ ผมว่าถ้าอยากให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพจริง ๆ เราต้องไม่ใช้ความรุนแรงกับเด็กนะ อีกเรื่องคือความฝันของเด็กหลาย ๆ คน เราควรสนับสนุนความฝันของเด็ก ไม่ใช่ไปสั่งเขาทำโน่นทำนี่ ให้เขาเคลื่อนไหวตามที่เขาอยากเป็น หลาย ๆ แคมเปญที่ผมได้ทำจะเกี่ยวกับวัยรุ่น การได้ทำตามความฝัน และการยุติความรุนแรงต่อเด็ก 

สนทนากับ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล เรื่องราวชีวิต การงาน บ้าน ความฝัน และก้าวต่อไปของชีวิตที่เติบโตสู่วัยผู้ใหญ่

คิดว่าเด็ก ๆ เยาวชนไทยควรได้สิทธิและโอกาสอะไรเพื่อให้ที่ความฝันเป็นจริง

อย่างแรกเลยเรื่องพื้นฐานที่เด็กทุกคนควรได้รับเหมือนกัน เช่น อาหารที่ดี การดูแลเอาใจใส่ การศึกษาที่มีคุณภาพ สภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เขาพร้อมจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ เขาถึงจะทำสิ่งอื่น ๆ ได้โดยไม่ต้องมานั่งห่วงสภาพแวดล้อมของเขาหรืออะไรครับ

อัปเดตผลงานล่าสุดให้ฟังหน่อยได้ไหม

อัลบั้มล่าสุดที่ออกมาชื่อ ‘B’ มี 6 เพลงครับ แล้วก็ได้เป็น Global Brand Ambassador ของ NBA ทีม Golden State Warriors อันนี้ใหม่แล้วก็ท้าทายมากครับ ผมรู้สึกตื่นเต้น แต่ก็พยายามทำทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุด ในอนาคตเดี๋ยวจะมีอะไรดี ๆ ออกมาเซอร์ไพรส์เกี่ยวกับงานนี้ด้วย อยากให้ทุกคนติดตามดูครับ ไม่อยากสปอยล์

งั้นพอเล่าให้ฟังได้ไหม ว่าความประทับใจต่อโลกของกีฬาคืออะไร

อย่าง NBA ผมเป็นคนชอบดูบาสมาตลอดเลยครับ แทบจะไม่ดูกีฬาอื่นเลย เตะบอลผมก็ไม่ชอบ ตีแบด ตีเทนนิสก็ไม่ค่อย กอล์ฟก็ไม่เคยลอง ตอนเด็ก ๆ ที่ย้ายมาอยู่เกาหลี ทางค่ายอยากให้ผมสูง เลยส่งผมไปเรียนบาสเกตบอล ตอนนั้นเป็นตอนแรกที่เข้าถึงบาสแล้วก็เริ่มชอบบาสครับ และผมก็ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีโอกาสแบบนี้เข้ามา ซึ่งทีมที่ผมได้เป็น Brand Ambassador เขาเป็นทีมที่มีเรื่องราวเยอะ แล้วก็เก่งมาก ๆ 

วันก่อนเห็นข่าวที่แบมแบมพูดว่าอยากให้สนับสนุนคนไทย ไม่ดูถูกกัน แบมแบมช่วยขยายความให้ได้ไหมว่าหมายความว่าอะไร

หลาย ๆ คนเขาถามผมว่าน้องแบมไปเจออะไรมา เจอคอมเมนต์ที่ไม่ดีหรือเปล่า ซึ่งเรื่องพวกนี้ผมชิน แล้วก็ไม่แคร์ด้วยครับ ที่ผมพิมพ์ไปไม่ได้เกี่ยวกับผมอย่างเดียวนะ มันเกี่ยวกับคนที่อยู่รอบ ๆ ตัวผมหลายคน แล้วเขายังโดนคนไทยกันเองดูถูก 

ต่างประเทศเขายอมรับเรื่องการทำงานของศิลปินไทย รวมถึงตัวผมด้วย เรื่องดีไซเนอร์ เสื้อผ้านี่เขาก็ยอมรับแบบดีมาก ๆ ล่าสุดที่ผมปล่อยเพลงกับ พี่กอล์ฟ F.Hero กับ YOUNGOHM ไป ต่างประเทศเขาชอบเพลงนี้มาก ๆ บางคนตกใจว่าคนไทยทำเพลงดีขนาดนี้เลยเหรอ แต่คนไทยกันเองในคอมเมนต์เขาก็ยังดูถูกคนโน้น ดูถูกคนนี้ ผมเห็นมาหลายรอบแล้ว คนรอบตัวผมก็บ่นว่าไม่กล้าลงกัน ผมก็อึดอัดแทนครับ สิ่งที่ผมลงไปมันไม่ได้แค่ด้าน Entertainment อย่างเดียว แต่คนที่เคยไปทำงานต่างประเทศแล้วกลับมาไทย เขาน่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ว่าเป็นยังไง ผมก็เลยอยากลองมาบอกแทนหลาย ๆ คนครับ 

สนทนากับ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล เรื่องราวชีวิต การงาน บ้าน ความฝัน และก้าวต่อไปของชีวิตที่เติบโตสู่วัยผู้ใหญ่

ภาพ : ABYSS Company

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

2 กุมภาพันธ์ 2566
5 K

สวัสดีเดือนกุมภาพันธ์ 

หากใครกำลังมีความรักที่ผลิบานก็ยินดีด้วย แต่หากใครรักไปแล้วหัวใจต้องแตกทุกครั้งก็ขอชวนมาเข้าแก๊ง 

วันนี้เรานัดกันที่ร้านดังย่านเมืองเอก เพื่อพูดคุยกับ ‘เรนิษรา เจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด ท่ามกลางตารางทัวร์คอนเสิร์ตที่แน่นยาวไปจนถึงมีนาคม 

ไม่ต้องรอให้สิ้นหน้าหนาว จากคนสองคนที่เชื่อว่าตนถูกเลือกให้ผิดหวัง พวกเขากลับมามีหวังอีกครั้ง เพราะเพลงที่ปล่อยออกมาอย่างไม่ตั้งใจนั้นเปลี่ยนชีวิตทั้งคู่ไปตลอดกาล

เบื้องหลังเสียงร้องชวนฝัน คือ ตั้ม-ชยพล ล้วนเส้ง และ สบาย-เรนิษรา ลี​ประโคน ดูโอ้คู่รักวัย 20 ต้น ๆ ที่จะมาเปิดอกคุยถึงความหลังอันเจ็บช้ำกับ The Cloud เป็นที่แรก ตั้งแต่วันที่เกลียดตัวเองสุดขีด การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องรักของพวกเขาที่ทำให้วันนี้เป็นมากกว่าฝัน และก้าวใหม่ของเรนิษราในวันที่รับบทเป็นผู้เลือก

บทสนทนาขาดห้วงจากการเดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อเก็บภาพ John Lennon กับ Yoko Ono ได้รับรู้อีกนิดหน่อยว่าพวกเขามีครอบครัวมาดูแลข้างเวที แถมยังขับรถตู้คันโตไปส่งเล่นดนตรีไม่ว่าที่ไหน

ตกดึกแล้วอากาศเย็นชะมัด แต่คนตรงหน้าเราทำให้รู้สึกอบอุ่น

ขอให้ทุกคนโชคดีและไม่ผิดหวังอีกเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

ลุควันนี้แสบสันมาก ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร

ตั้ม : (หัวเราะ)

สบาย : วันนี้ที่ร้านเป็นธีม Y2K จริง ๆ จะใส่เสื้อหนังไบเกอร์ค่ะ แต่ว่าเก็บไว้ก่อนเป็นเซอร์ไพรส์ ส่วนของตั้มเป็นเสื้อทรง 80s แบบดิสโก้ ใส่ออกกำลังกาย ได้ตอนไปเล่นงานที่บุรีรัมย์จากร้านฮิปปี้แนวย้อนยุค

ทั้งคู่เป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้วไหม

(ตอบพร้อมกันว่าใช่)

ตั้ม : แต่ก็ไม่ได้เป็นแฟชั่นจ๋าขนาดนั้นนะ ผมอยากแต่งแค่ตอนไปเล่นงานครับ ถ้าไม่เล่นงานก็ใส่เสื้อยืด

สบาย : ใส่เสื้อขาด ๆ (หัวเราะ)

แต่ในโซเชียลจะเห็นตั้มแต่งตัว Feminine มากเลย ส่วนสบายก็แต่งตัวสีฉูดฉาด 

ตั้ม : อ๋อ เพราะว่าอยู่ในกล้องด้วย มีใส่ไปเรียนบ้าง แต่น้อยมากครับ เพราะผมมองว่าการแต่งตัวคือการแสดงออก ต้องแคร์คนอื่นอยู่แล้ว 

สบาย : ใช่ ๆ บายเคยอ่านอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสัตว์ชนิดหนึ่ง น่าจะเป็นปลา เลือกสวยแค่ตอนจะสืบพันธุ์ ตอนหากินปกติมันก็ทำสีให้จืด ๆ ธรรมดา ถ้าเข้าใจว่าเราเป็นสัตว์เหมือนกันก็เป็นเรื่องปกติ

ตั้ม : บางทีการแต่งตัวออกไปข้างนอกแล้วพยายามใส่อะไรที่แตกต่างมาก ผมว่ามันเหนื่อยตัวเองนะ การแสดงออกต้องได้อะไรกลับมาบ้าง 

ตอนนี้นอกจากทัวร์ร้องเพลงทุกวัน ทำอะไรกันอยู่

ตั้ม : ยังเรียนอยู่ครับ ปี 4 ที่ศิลปากร 

คณะอะไร

ตั้ม : ผมเรียนดุริยางค์ครับ

สบาย : บายเรียนโบราณคดี เอกอังกฤษ ไม่เข้ากันเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

นั่นสิ ทำไมถึงมาลงเอยกัน

ตั้ม : เรามาเจอกันตอนปี 1 ครับ เป็นวิชาเรียนรวมที่ต้องไปเรียนคณะดุริยางคฯ

สบาย : วิชาศิลปะ วิชาออกแบบ

เล่าได้ไหมว่าเส้นทางรักของพวกคุณเป็นยังไง

สบาย : เราเป็นเพื่อนกันมาก่อนค่ะ เริ่มจากชวนคุย แล้วก็มียืมปากกาวาดรูปเรียนวิชาศิลปะ

ตั้ม : เราชวนกันคุยเรื่องชีวิต เพลง ทัศนคติ ผมดูเหมือนจะพูดเก่งนะ แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยคุยกับใครเท่าไหร่

สบาย : เจอกันครั้งแรกคุยกันเรื่องการเมืองแล้วก็ตีกันไปช่วงหนึ่งค่ะ เพราะตั้มเป็นคนชัดเจน บายเป็นคนไม่ค่อยออกความเห็น ตั้มก็จะบังคับให้บายออกความเห็นบ้าง

ตั้ม : แค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าคิดยังไง เราจะได้คุยกันและปรับตัวเข้าหากันได้ถูก อาจจะเป็นเรื่องเล็กนะ เรื่องทัศนคติการเมือง แต่อนาคตก็มีผลต่อครอบครัว ต่อลูก 

จุดไหนที่ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนา

สบาย : เราก็คุยเล่นกันไป 4 – 5 เดือนค่ะ แล้วก็เจอกันทุกวัน มีเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์บ้าง

ตั้มเป็นคนไปส่ง?

ตั้ม : เขาเดินมาส่งผม ไม่ใช่ครับ! ต่างคนต่างเดินไปส่งกันครับ (หัวเราะ)

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

สบายชอบอะไรในตัวตั้ม

สบาย : ตอนแรกเข้าไปหาตั้มเพราะเขาดูไม่สนใจคนอื่นค่ะ หนูชอบคนที่อยู่กับตัวเอง เพราะจะทำให้เขาเป็นตัวของตัวเองด้วย ส่วนหนึ่งเพราะหนูไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วมันก็เป็นสิ่งที่หนูอยากเป็น แรก ๆ หนูเอาใจคนอื่นมากเลย พยายามทำให้คนอื่นชอบ แต่งตัวไปเรียนแบบจัดเต็ม อยากเป็นจุดสนใจ 

ตั้ม : เพราะเมื่อก่อนไม่ได้รับไง เป็นปกติของคนแหละ

สบาย : ใช่ เพราะเมื่อก่อนหนูไม่ได้หน้าแบบนี้ หนูโดนบูลลี่เยอะมาก จนบอกแม่ว่า ขึ้นมหาลัยขอทำจมูกได้ไหม พอเราเปลี่ยนไปเยอะก็ปรับตัวรับแสงไม่ทันค่ะ อึดอัดตัวเอง 

คือบางทีไม่อยากใส่สั้น ไม่อยากแต่งอะไร แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า ถ้าเราแต่งตัวน่าเกลียดคนจะว่าเราไหม เพราะตอนแรกคนชมว่าเราสวย มาหลัง ๆ เราก็คิดว่าคนชมเขาให้อะไรเราบ้าง เราได้แค่คำชม ไปเรียนหนังสือ แล้วก็เดินตากแดดกลับบ้านเหมือนเดิม เลยใส่มอมแมม ๆ ไปเรียนแล้วค่ะ สบายใจมากกว่า ตอนเจอตั้มคือเขาใส่เสื้อขาด ๆ กับกางเกงชาวเล (หัวเราะ)

แล้วตั้มชอบอะไรในตัวสบาย

ตั้ม : สบายเป็นคนเอาใจครับ ด้วยความที่ผมไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่ ตอนแรกบายก็ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองนะ แต่งตัวเวอร์มาก เหมือนใส่ชุดเชียร์ลีดเดอร์ คนละขั้วกันเลย แต่ถึงเราไม่เหมือนกัน เราก็จะไม่บังคับกัน ใครอยากทำอะไรก็ทำ มีความสุขกับตัวเอง 

ผมเคยคบกับแฟนเก่าที่รู้สึกเหมือนถูกบังคับตลอดเลย ไม่ชอบคนไว้ผมยาว ไม่ชอบให้ไว้หนวด เขาเหมือนจะตีกรอบว่า เฮ้ย ผู้ชายที่ไว้ผมยาวสกปรกเลอะ ๆ บางทีก็ดูเป็นเพศที่สาม พอเขาบังคับเรามาก ๆ มันเป็นเหมือนปมที่มีผลกระทบต่อชีวิตผมในเรื่องของตัวตน 

อีกเรื่องคือผมทำเพลงมานานแล้วครับ ผมเคยประกวด Hot Wave ปี 2018 ได้เข้ารอบชิง แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจหลายอย่าง ทำให้เราไม่ได้เข้าไปทำงานในค่ายต่อ ซึ่งก็เฟลมากครับ แล้วแฟนเก่าผมก็ให้คำแนะนำอะไรแปลก ๆ 

นั่นคือ

ตั้ม : เขาจะออกแนวว่าเรามากกว่าว่า ทำไมทำเพลงอย่างนี้ ผมก็แบบ เชี่ย ก็กูเป็นแบบนี้ ซึ่งผมไม่ได้แคร์นะ การที่เข้ารอบไปแล้วค่ายเขาจะไม่เอาเรา ผมก็ช่างแม่ง จนมาเจอบายก็ได้ทำเพลงด้วยกัน ประเด็นหลักคือบายไม่ได้บังคับอะไรผม มันเลยออกมาเป็นเรนิษราทุกวันนี้ เพราะผมทำเพลงตามใจ ไม่ได้มีกรอบว่าต้องทำอะไร

สบาย : สมัยที่ตั้มทำวงแรกกับเพื่อน เขาเป็นวงร็อกเลยค่ะ หนัก ๆ แต่หนูไม่ได้ว่า เพราะหนูฟังเพลงทุกแนว มันก็เพราะในแบบของมัน 

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

แล้วพวกคุณมาทำวงเรนิษราร่วมกันได้ยังไง

สบาย : หลังจากนั้นตั้มก็แยกวงมาทำเพลงกับบายแนวดิสโก้หน่อย แล้วก็ไม่ดังค่ะ เราคิดว่าชื่อวงมันไม่มีเอกลักษณ์ ตอนนั้นชื่อ Winterberry หนูเลยคิดจะตั้งใหม่ แล้วช่วงปี 1 หนูเกลียดตัวเองตอนมัธยมมาก เพราะว่าหนูโดนบูลลี่เยอะ ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็นเรนิษรา ดัดแปลงมาจาก เรนิตา เป็นภาษาละติน แปลว่า เกิดใหม่ 

ช่วงนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สบาย : เรื่องแรกที่ทำให้หนูติดเรื่องค่านิยมขึ้นมา คือการที่เพื่อนผู้ชายในห้องบอกว่า ทำไมหนูขนขาเยอะจัง (หัวเราะ) 

พอขึ้นมัธยมหนูก็เริ่มมีความรัก เริ่มรู้ว่าในประเทศนี้ใครคือสวย ใครคือไม่สวย พอมองกระจกแล้วเราคือฝั่งที่ไม่สวย เราตรงข้ามหมดเลยทั้งสีผิวทั้งหน้าตา ม.ปลาย น่าจะโดนเยอะสุดว่าหน้าเหมือนกะเทย นักมวย เหมือนไดโนเสาร์ ทุกวันนี้ก็ยังโดนนะคะ เพราะเราเป็นคนแต่งหน้าจัด แล้วผู้หญิงปกติจะแต่งหน้าใส ๆ แต่จริง ๆ เราแค่ชอบยุค 60 ที่เขานิยมแต่งหน้าเหมือนตุ๊กตามากกว่า 

คิดว่าการเปลี่ยนชื่อทำให้ลืมเรื่องเก่า ๆ ได้จริงรึเปล่า

สบาย : ไม่ลืมค่ะ (หัวเราะ) หนูเหมือนหลอกตัวเองว่าหนูลืมได้มากกว่า

ตอนนี้ปัญหาในอดีตยังมารบกวนจิตใจอยู่เหรอ

ตั้ม : ทุกวันนี้ยังมีอยู่เลย

สบาย : ก็มีคนที่โรงเรียนเก่ามาส่องบ้าง แต่หนูก็ไม่ได้สนใจค่ะ เพราะหนูตอนนี้กับตอนนั้นเหมือนคนละคนกันแล้ว คือถ้าไม่มีใครรู้ว่าหนูชื่อบายก็คงจำหนูไม่ได้ (หัวเราะ) หน้าหนูไม่เหมือนเดิม ชื่อไม่เหมือนเดิม เหลือแค่นามสกุลแล้วตอนนี้ที่ยังไม่ได้เปลี่ยน

ตอนที่บายบอกว่าอยากตั้งชื่อวงด้วยชื่อตัวเอง ตั้มโอเคไหม

ตั้ม : โอเคเลยครับ

สบาย : ตอนแรกก็มีคิดเหมือนกันค่ะว่า ตั้มชื่อชยพล หรือจะเปลี่ยนเป็น เชนิษรา แต่ไม่เอาดีกว่า (หัวเราะ) 

พวกคุณเคยมีทัศนคติหลาย ๆ อย่างขัดแย้งกัน ความชอบเรื่องการทำเพลงของคุณสวนทางกันด้วยรึเปล่า 

สบาย : เราชอบเหมือนกันค่ะ

ตั้ม : ผมเป็นคนชอบฟังเพลงเก่าครับ The Beatles เป็นวงดนตรีที่ผมชอบที่สุด ถ้าไม่มี The Beatles ก็คงไม่มีผมในตอนนี้ครับ ผมสักรูป John Lennon ไว้ สักโน้ตเพลง All You Need is Love ไว้ด้วย เป็นขวัญกำลังใจให้ตัวเอง

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ทำไมต้องเพลงนี้

ตั้ม : เพราะมันแปลไทยประมาณว่า ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้ถ้าคุณอยากทำ ไม่มีภาษาไหนที่คุณจะพูดไม่ได้ถ้าคุณอยากพูด ไม่มีเพลงไหนที่คุณร้องไม่เป็นถ้าคุณอยากร้อง ไม่ว่าทุกสิ่งจะเป็นยังไง จะเศร้าจะเหงา คุณแค่ต้องการความรัก ผมก็มองแค่นั้นแหละ 

ผมมองรอยสักเพื่อเข้าใจตัวเองว่าเราแค่ต้องการความรักนี่หว่า บางทีเราอ่านคอมเมนต์ก็รู้สึกแย่นะ บางคนก็ด่าเละเลย เสียงแบบนี้ใครจะไปร้องตามได้ ดนตรีก็ฟังไม่รู้เรื่อง คือกูไปทำอะไรให้มึง คนไม่แคร์มันก็ต้องมีสักนิดในความรู้สึกที่ยังแคร์คนอื่นอยู่ เราต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลก

อะไรทำให้ The Beatles มีอิทธิพลกับคุณ

ตั้ม : ผมเป็นเด็กชุมพรที่ขึ้นมาเรียนกรุงเทพฯ แล้วก็มีอาการ Homesick ไม่ได้กลับบ้าน เหมือนคนอื่นเรียนเสร็จเขามีบ้าน ได้กลับไปนอน ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีบ้าน อยู่ชุมพรเรามีมอเตอร์ไซค์ขับรถได้ แต่พอมาอยู่ที่นี่เราไม่มีอะไรเลย เดินอย่างเดียว ครอบครัวผมก็ไม่ได้เรียกว่าอบอุ่น พ่อก็ทำงานหนัก แม่ก็ทำงานหนัก ไม่ค่อยได้เจอกัน พอมาฟัง The Beatles ก็รู้ว่า John Lennon เขาขาดพ่อขาดแม่แต่ก็็ยังทำเพลงได้ ซึ่งผมต่างจากบายที่ชอบเพลงป๊อปทันสมัย

สบาย : ใช่ค่ะ ตั้มก็จะไม่รู้จักเพลงใหม่ บายก็จะไม่รู้จักเพลงเก่า บายฟังพวก Cardi B, Nicki Minaj, Doja Cat แต่ที่เข้ากันได้ เพราะว่าทุกคนที่หนูฟัง เขามีอดีตลากไปถึงสิ่งที่ตั้มฟัง ป๊อป R&B ก็มาจาก Marvin Gaye ค่ะ 

แต่บายเรียนโบราณคดีไม่ใช่เหรอ ความรู้สึกอยากทำเพลง เริ่มขึ้นมาได้ยังไง

สบาย : จริง ๆ อยากร้องเพลงทำเพลงตั้งแต่ช่วง ม.ปลายแล้วค่ะ แต่เรากดความรู้สึกไว้เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หน้าตาเราไม่ดี คงเป็นสินค้าให้คนอื่นขายไม่ได้ คงไม่มีใครซื้อเรา

ตั้ม : วงการนี้ของไทยมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ นะ ถ้าหน้าตาแย่แล้วอยากประสบความสำเร็จก็ต้องตลก

นึกถึงเพลงหนึ่งของคุณที่ร้องว่า “ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกเศรษฐี” แล้วจริง ๆ คุณเป็นลูกใคร

ตั้ม : (หัวเราะ) เอาแล้วไงทีนี้

ผมไม่ได้เรียกว่าลำบากนะครับ แค่ต้องเล่นดนตรีและเรียนไปด้วย ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะจะนอนโรงเรียนมากกว่า ที่บ้านผมถ้าพอมีตังค์ก็จะไม่ค่อยถึงผมเท่าไหร่ ต้องหาใช้เอาเองบ้าง ดิ้นร้นบ้าง เราไม่ได้มีต้นทุนชีวิตอะไร แค่ต้องเชื่อในตัวเอง 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ตัดภาพมาที่ตอนนี้ดังเป็นพลุแตก เป็นยังไงบ้าง

ตั้ม : งงครับ (หัวเราะ) เพราะเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะโปรโมตอะไรเลย แค่ลงไปเฉย ๆ ดูจาก MV ก็น่าจะรู้ 

สบาย : จริง ๆ MV ถ่ายเหมือนคนมักง่าย (หัวเราะ)

ตั้ม : ก็เพราะว่าเราไม่มีตังค์จริง ๆ ครับ ไม่มีเงินจริง ๆ ก็เลยได้ MV เป็นฟีลธรรมชาติ 

ช่วยเล่าที่มาที่ไปของเพลงนี้ให้ฟังหน่อย

ตั้ม : จริง ๆ ตอนแรกมันไม่เกี่ยวกับตัวผมและไม่เกี่ยวกับตัวบาย 

คืออย่างนี้ครับ เราเป็นนักแต่งเพลง ผมก็จะดูทวิตเตอร์ดูอะไรไปเรื่อย ๆ ผมไปเจอคำว่า ความผิดหวังมักเลือกฉันเสมอ ผมก็คิดว่า เออ งั้นมีคำว่า ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แล้วกัน ซึ่งไม่รู้มันมาจากไหน มั่วมากเลย แม่บายก็มาบอกมันแปลกดี เพราะปกติคำว่าผู้ถูกเลือกมักจะเป็นแง่บวก 

พอทำไปเรื่อย ๆ ฟังไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่าเออจริง ๆ มันเข้ากับเรานี่หว่า เพราะเราเป็นคนทำอะไรไม่เคยสมหวัง ประกวด Hot Wave ได้เข้ารอบชิงมาก็ไม่ได้เซ็นสัญญา แต่เพื่อนที่อยู่รอบข้างเราได้เซ็นสัญญา ได้เห็นเขาออกไปเป็นศิลปินค่ายใหญ่

เคยพยายามหาคำตอบไหมว่าทำไม

ตั้ม : จริง ๆ ผมโทษตัวเองมากกว่าครับ เมื่อก่อนตอนเด็กเราโทษเขา ตอนนี้ผมโทษตัวเองว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ เราขายไม่ได้ เราไม่พร้อมที่จะปั้นเป็นสินค้า ผมไม่อยากไปว่าใคร ผมแก้ที่ตัวเองก็ได้ เพราะว่าเราแก้ที่เขาไม่ได้ มันก็แค่นั้นเอง

เรื่องนี้เป็นปมในใจตั้มไหม

ตั้ม : เป็นครับ เป็นเลย จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นครับ ทุกวันนี้เลยรู้สึกสะใจนิดหนึ่งที่วงประสบความสำเร็จ เพราะคำว่าผมขายไม่ได้นี่แหละครับ

ผมเคยโดนบอกว่า หน้าแบบผมไม่มีใครเลือกหรอก จะไปอยู่ในค่ายเพลงที่ไหนได้ ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครดูหรอก ตอนนั้นเพลง ผู้ถูกเลือกฯ ยังไม่ออก เขาเปิดเพลงเราฟังแล้วก็นั่งชี้เลยว่าไม่แมสหรอก ทำไปก็ไม่มีคนฟัง เขามองว่าวงเราขายไม่ได้ เขาไม่ชอบแนวนี้ เราก็เถียง เพราะเป็นเพลงเรา ผมบอกว่า เห้ย มันเป็นความคิดเห็นของพี่คนเดียวหรือเปล่าที่ไม่แมส เพราะว่าเพลงมันต้องเอาไปเจอคนนะ ซึ่งตอนนั้นเพลงผมก็ไม่แมสจริงแหละครับ ยอดวิวหลักหมื่น 

กลับบ้านมาด้วยความรู้สึกโกรธหรือเสียใจ

ตั้ม : แค้นครับ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

มันไม่ได้เสียใจนะครับ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมก็ทำเพลงของผม แต่ว่าคุณเรียกเราไปด่าทำไม ไม่มีเหตุผล ผมไม่เคยไปขอเขาอยู่ค่าย ไม่เคยไปขอเขากินข้าว ไม่เคยไปขออะไรสักอย่าง เขาเป็นคนชวนเราไปคุยเรื่องฝึกงาน แต่พอไปนั่งปุ๊บเขาก็เปิดเพลงเลยและก็นั่งวิจารณ์เพลงผม

จากนั้นมาน่าจะไม่ถึงเดือน ผมก็ปล่อยเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง พอเริ่มประสบความสำเร็จก็เลยเหมือนได้ตบหน้า และค่ายเพลงหลาย ๆ ค่าย แม้กระทั่งค่ายที่ปฏิเสธเรา เขาก็ติดต่อมาแสดงความยินดี ผมก็ไม่ค่อยได้ตอบ

สบาย : เขาทักมาจะจ้างงานเรา

ไปรึเปล่า

ตั้ม : ไม่ไปครับ

กระแสตอบรับจากเพลงนี้มากมายท่วมท้นขนาดไหน รับมือไหวไหม

ตั้ม : ช่วงแรกรับมือไม่ไหวครับ โทรศัพท์ผมเมื่อก่อนไม่มีอะไรเลย ใช้เรียน ดูหนัง ทำเพลง ชีวิตมีแค่นั้น ว่าง ๆ โล่ง ๆ ครับ แต่พอลงเพลงไปสัก 1 – 2 อาทิตย์ได้ โทรศัพท์มันเด้ง ๆๆ เปิด TikTok ก็มีเพลงเรา มีคนโทรมาทั้งวัน ถามแบบจะจ้างงาน แล้วก็เพื่อนที่ไม่ได้คุยกันเลยเป็น 10 ปีก็ทักมาคุยด้วย เพิ่งรู้ว่าเราร้องเพลง วุ่นวายไปหมดมีแต่คนเข้ามาหา

สบาย : หนูก็จะล้อ ๆ ตั้ม สวัสดีพี่ชื่อติ๋วน้อง ๆ แม่ต่ายอะไรแบบนี้แบบไปเรื่อยค่ะ (หัวเราะ)

ตั้ม : คือมึงเป็นใครวะ ไม่เคยคุยกันเลย เจอกันแบบในโรงเรียนแค่รอบเดียว (หัวเราะ) ไม่ได้อะไรกับเขาหรอกครับ เราก็ขอบคุณมาก แต่มันแค่แปลกสำหรับเราไง เพราะเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจเรา 

เห็นชอบมีคนมาเถียงกันว่าใครเป็นคนร้องเพลงกันแน่

ตั้ม : เราร้องคู่แต่เสียงเราคล้ายกัน ผมเป็นคนเสียงเป็ด ๆ เสียงสูง บายเป็นผู้หญิงเสียงใหญ่ แล้วพอร้องมันก็เลยเข้ากันพอดีจนแยกไม่ออก

จากชื่อเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แต่หลังเพลงดังกลับกลายเป็นผู้ถูกเลือกให้สมหวัง กลัวไหมถ้าเกิดว่าดังเพลงเดียว 

ตั้ม : ผมไม่คิดว่าจะดังเพลงเดียว มั่นใจ แต่คิดว่าเพลงอื่นไม่น่าจะดังเท่าเพลงนี้แล้วแหละ แค่ประครองให้วงเราอยู่ได้ ซึ่งก็พยายามหาทางอยู่ครับ 

ผมก็มีไปคุยกับค่ายหลาย ๆ ค่าย แต่ก็มานั่งคิดอยู่ว่าเราจะเอายังไงดี เรียกว่าทุกวงก็มีระยะเวลาเป็นของตัวเอง หมายถึง ไม่ใช่ทุกวงที่จะอยู่ไปตลอด ยิ่งพวกวงอินดี้ เดี๋ยวแป๊บ ๆ มันก็เปลี่ยนแล้ว

สบาย : มีหน้าใหม่ขึ้นมาเยอะมาก ใครก็ใช้คำว่าอินดี้ได้

กดดันไหมกับเพลงต่อไป

ตั้ม : ไม่ได้กดดันเลย เรียกว่าไม่ได้สนใจมากกว่าครับ

สบาย : เราฟังแล้วชอบก็โอเคแล้ว

ตั้ม : เอาจริง มันดูแย่นะ ผมแคร์แฟนคลับเหมือนกันแต่ก็เหมือนไม่ได้แคร์เท่าไหร่

หมายความว่า

สบาย : เราว่าแฟนคลับชอบสิ่งที่เราชอบ

ตั้ม : อืม เราไม่ได้แคร์ความคิดเห็นใคร บางทีมีคนมาเมนต์แม้กระทั่งรายละเอียดเบส เบสเบาไป เสียงร้องทำไมสูงจัง ผมแคร์แค่คนที่ชอบ ก็เลยไม่ได้สนใจครับว่ามันจะเป็นยังไง เพราะเมื่อก่อนวิวหลักหมื่นเราก็อยู่ได้ เราก็ยังทำมันต่อ ผมทำวงมาแค่ปีเดียวแต่ว่าปล่อยมา 10 เพลง ซึ่งผมทำคนเดียวหมดเลยเพราะไม่มีตังค์จ้างใคร

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ระยะเวลา 1 ปี 10 เพลง กับยอดวิวหลักหมื่น มีท้อบ้างไหม

ตั้ม : มีท้อแค่แวบเดียวก็กลับมา เป็นโชคดีของเราที่ยังเรียนไม่จบ ผมเรียนไปด้วย รับงานนอกไปด้วย รับงานลูกค้า แต่งเพลง ทำเพลงโฆษณา แต่ถ้าเรียนจบคงท้อกว่านี้เพราะต้องไปทำงานประจำ อาจจะหมดเวลา หมดไฟ

แสดงว่า 10 เพลงที่ผ่านมา ทำด้วยแพสชันล้วน ๆ

ตั้ม : ใช่

ถามจริง อยากดังไหม

ตั้ม : ไม่เลยครับ คือวิวน้อยไม่ได้แปลว่าเพลงไม่ดีนะ แต่คนคงไม่เจอแค่นั้นเอง ถ้าเมื่อไหร่คนเจอเดี๋ยวมันก็มาเอง เราก็สู้ทำไปเรื่อย ๆ ผมดูจากศิลปินต่างประเทศ อย่าง Katy Perry ทำเพลง 3 อัลบั้มกว่าจะดัง ซึ่งผมก็คิดว่า ไอ้เชี่ยเราทำแค่ 10 เพลง แค่อัลบั้มเดียวเอง เขายังสู้เลย เราทำเยอะก็มีเพลงเล่นสดเยอะ ผมคิดแค่นั้น มันดันมาดังเพลงที่ 10 แต่ถ้าไม่ดังก็ยังทำต่อครับ

แต่เพลงแรก ๆ อย่าง คุณจะไปแคร์เหี้ยอะไร ดูแตกต่างจาก ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง มาก 

ตั้ม : ผมไม่ได้มองว่าต้องทำอะไรเหมือนเดิม มนุษย์ทุกคนมีเส้นทางการเดินที่แตกต่างกันจริง ๆ เราแต่งเพลงป๊อปมานานแล้ว แต่ผมแค่อยากเปิดด้วยเพลงที่แสดงความเป็นตัวเองก่อน ซึ่งรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีคนฟัง แต่มันมีความพิเศษ คนจะฟังเยอะฟังน้อยเราไม่ได้สนใจ 

แล้วทั้งสองคนเป็นคนไม่ค่อยแคร์เหี้ยอะไรรึเปล่า

สบาย : เมื่อก่อนหนูยังฝืนที่จะไม่แคร์ค่ะ เพราะว่าหนูอยากดัดนิสัยตัวเอง แต่ตอนนี้คือไม่แคร์จริง ๆ ค่ะ (หัวเราะ) ถ้าแฟนคลับมาเจอเราไปตลาด จะเห็นใส่กางเกงลายสก็อตหรือกางเกงลายชบาออกมาซื้อส้มตำเป็นปกติ 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

เป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรนิษราจินตนาการไว้คือ

ตั้ม : หาเงินครับ จริง ๆ ด้วยความที่ไม่ค่อยมีเงิน เราก็แค่ทำเพื่อหาเงิน มีหลาย ๆ คนถามว่ามีเฟสติวัลในฝันไหมที่อยากขึ้น ผมตอบว่าไม่มีนะครับ แต่ผมขึ้นได้ทุกเวที ถ้าเขาเชิญไปเล่นเราก็ไปสนุกได้ แต่ผมไม่ได้มีความฝันว่าเราต้องการไปตรงนั้น ผมอาจจะชอบ The Beatles ด้วยแหละ เขาเป็นวงที่ไม่ค่อยได้ทัวร์และเขาปล่อยเพลงถี่มาก 

แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน ก็อาจจะแค่มีเพลงอมตะที่ฟังได้ตลอด อีก 10 ปีก็ยังฟังเพลงนี้อยู่ อยากเป็น Radio Star ไม่ได้อยากเป็น Video Star เหมือนที่ ไมเคิล แจ็คสัน เคยมีดราม่า 

แล้วบายล่ะ 

สบาย : ถ้าเป็นตอน ม.ปลาย จะอยากไปโคเชลล่า แต่บายเป็นเด็กอ้วนด้วยค่ะ (หัวเราะ) พอมาทำเพลงจริง ๆ ก็เลยมีความฝันว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยวพิเศษโดยที่ไม่ต้องคิดว่าถ้าเพิ่มเงินมา 5 บาท แล้วจะเสียดายเงิน

ตั้ม : สรุปเราคือพวกงกนั่นเอง

แล้วในมุมของศิลปิน คิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้า กลับมาฟังเพลงตัวเองจะรู้สึกยังไง

ตั้ม : ถ้าคิดล่วงหน้าในตอนนี้ ผมก็มองว่าเป็นวัยครับ มันดีที่สุดแล้วในตอนนั้น ผมเป็นคนไม่ค่อยเสียดายกับสิ่งที่ตัวเองทำในอดีตเท่าไหร่ รู้สึกว่าถ้าไม่มีเราในอดีตก็ไม่มีเราในวันนี้ เราแก้มันไม่ได้ 

ฟังเพลงเรนิษราตอนไหนถึงจะเพราะที่สุด

สบาย : ส่วนใหญ่เป็นเพลงเศร้าอะ อาจจะต้องช่วงที่เศร้า ๆ หน่อย

ตั้ม :  ผมมองว่าเป็นเพลงฟังสบาย จังหวะไม่ได้เร็วไม่ได้ช้า ฟังตอนขับรถคงจะเพลิน 

ในฐานะที่พวกคุณคุยกับ The Cloud เป็นที่แรก ขอ 1 เรื่องเข้าใจผิดที่อยากแก้ข่าว

สบาย : แรก ๆ เวลาคนบอกว่าหนูเป็นกะเทย หนูก็หงุดหงิด แต่หลัง ๆ นี้เขามาถามว่าเป็นผู้หญิงหรือกะเทย หนูก็ตอบไปเลยว่าเป็นชายแท้ที่ไว้ผมยาว แล้วก็ชอบแต่งหน้าเหมือนแดร็กควีน หนูรำคาญ (หัวเราะ)

ตั้ม : แต่เป็นกะเทยก็ได้ น่ารักดีนะ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load