The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

วันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติจีน เป็นที่รู้จักกันในฐานะ ‘เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง’

ทุกครั้งที่วันนี้ของปีเวียนมาบรรจบ ชาวไทยเชื้อสายจีนมากมายต่างตื่นเต้นที่จะได้ลิ้มรสอาหารประจำเทศกาลนี้ เช่นเดียวกับผู้เขียน สมชัย กวางทองพานิชย์ ผู้ใช้เวลาตลอด 6 ทศวรรษของชีวิตอยู่ในชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลที่กว้างใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ความสุขในเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างของลูกจีนย่านสำเพ็งคนนี้ เริ่มตั้งแต่การนับถอยหลังเข้าสู่เดือน 5 ของจีน เฝ้าดูคุณแม่เลือกซื้อใบไผ่จากตลาด นำใบไผ่กลับบ้านมาแช่น้ำ ตระเตรียมเครื่องบ๊ะจ่างอย่างเนื้อหมู ข้าวเหนียว และไข่เค็ม เพื่อนำมาห่อใบไผ่ขนาดใหญ่ ส่งลงหม้อต้ม นำไปไหว้เจ้าและเซ่นบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ แล้วจึงเป็นเวลารับประทานบ๊ะจ่างอย่างเอร็ดอร่อยให้สมกับที่รอคอยมานานกว่า 3 – 4 วัน

พูดชื่อ ‘บ๊ะจ่าง’ อาจฟังดูเหมือนเป็นอาหารเฉพาะกลุ่มของชนชาติจีน แต่ถ้าเรานิยามว่า ‘บ๊ะจ่างคือข้าวเหนียวที่ถูกห่อด้วยใบพืชธรรมชาติที่มีในท้องถิ่น’ เราจะพบว่าอาหารลักษณะนี้เป็นวัฒนธรรมร่วมของทั้งจีนและอาเซียน ในเมียนมาก็มีของกินลักษณะนี้ ในไทยเองก็มีหลายชนิด เช่น ข้าวเหนียวปิ้ง ข้าวต้มน้ำวุ้น หรือข้าวต้มลูกโยน ในมาเลเซียและฟิลิปปินส์ก็มีขนมจำพวกซูมัน (Suman)

บ๊ะจ่างในวัฒนธรรมจีนเต็มไปด้วยความหลากหลาย ในสมัยโบราณเคยใช้กระบอกไม้ไผ่ใส่ข้าวเหนียวคล้ายกับข้าวหลามของไทย ก่อนจะแตกแขนงออกเป็นข้าวห่อใบไผ่ที่มีวิธีการห่อแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ที่พอมีให้เห็นในละแวกเยาวราช ได้แก่ บ๊ะจ่างแต้จิ๋วที่ห่อเป็นทรงกรวย บ๊ะจ่างกวางตุ้งที่ห่อเป็นแท่งยาว และบ๊ะจ่างไหหลำที่มีสัณฐานแบนใช้เชือกผูกโดยรอบ

ถึงแม้ว่าในไทยเราจะเรียกเทศกาลนี้ว่า ‘เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง’ แต่วันที่ 5 เดือน 5 ยังได้ชื่อว่าเป็น ‘วันร้าย’ ในความรู้สึกของชาวจีน เพราะอยู่ในช่วงฤดูร้อน สัตว์มีพิษกรูกันออกมาจากดิน ผู้คนโดยเฉพาะเด็ก ๆ ล้มป่วยด้วยโรคภัยได้ง่าย เลยมีธรรมเนียมให้นำใบไม้ที่มีสรรพคุณไล่โรคและแมลงมีพิษ อย่างใบเชียงโพ่ว (โกฐจุฬาลัมพา) และใบเหี่ยเช่า (ใบอ้าย) มาแขวนหน้าบ้านไว้เป็นเคล็ด

ภาพถ่ายชุดนี้ประมวลขึ้นจากการตระเวนถ่ายภาพทั่วเยาวราชช่วงไหว้บ๊ะจ่างเป็นประจำทุกปี รวมเป็นเวลากว่า 18 ปี ประกอบไปด้วยภาพใบไผ่แห้งที่ใช้สำหรับทำบ๊ะจ่าง วัตถุดิบ บรรยากาศการผูกบ๊ะจ่าง รูปแบบบ๊ะจ่างของชาวจีน 3 กลุ่มสำเนียง ใบไม้ไล่โรค รวมไปถึงธรรมเนียมการตากเสื้อผ้าที่จะใช้สวมใส่ในวันตาย (เซียงอี) ซึ่งลูกหลานพันธุ์มังกรหลายคนอาจไม่เคยรู้ว่ามีธรรมเนียมนี้ในวันที่ 5 เดือน 5 ด้วย

วารีไม่คอยท่า เวลาไม่คอยใคร ขนบประเพณีหลายอย่างอาจเสื่อมสิ้นไปตามกาลสมัย 

ภาพชุดนี้จะทำหน้าที่เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ ที่ชี้ให้คนรุ่นหลังได้เห็นสีสันและความคึกคักของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างที่เฟื่องฟูในสังคมไทยเชื้อสายจีน

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

ผมเฝ้ามองและหลงรักการถ่ายภาพหน้าต่าง

นอกจากหน้าต่างอาคารจะทำหน้าที่สำคัญ เปิดรับแสง สร้างความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมแล้ว สำหรับผม หน้าต่างคือดวงตาที่สวยงาม

ถ้าอาคารมีชีวิต มันก็คงใช้หน้าต่างนี่แหละมั้งในการเฝ้ามองสิ่งต่าง ๆ รายรอบ ผมผู้พกกล้องถ่ายรูปเก่าเก็บอายุสิบกว่าปีติดตัวตลอดเวลา ราวกับมันเป็นสมาร์ทโฟน ไม่เคยอดใจขับรถผ่านไปเฉย ๆ ได้เลย หากผมเจอดวงตาคู่ หรือเดี่ยว หรือหมู่ ของอาคารต่าง ๆ 

หน้าต่างที่สะกดผมไม่จำเป็นต้องสวยงามหยดหยาด รุ่มรวยประดับทองหรือเกล็ดกระจก ไม่จำเป็นต้องเป็นหน้าต่างบานดังที่ใคร ๆ ต่างก็ไปเช็กอิน ผมชอบหน้าต่างบ้าน ๆ ของบ้านจริง ๆ ที่มีคนอาศัยอยู่ หน้าต่างเรียบ ๆ ที่เจ้าของบ้านเปิดรับอากาศอุ่นตอนตรู่ หน้าต่างบ้านที่ตากผ้าเช็ดครัว หน้าต่างเรียบ ๆ ที่แฝงเส้นสายและทรงกราฟิก หน้าต่างที่พอดูก็จะสัมผัสได้เลยว่าไม่เคยถูกเปิดมาเนิ่นนาน เจ้าของบ้านคงกลัวฝุ่น 

แล้วถ้าหน้าต่างเปรียบเสมือนดวงตาอย่างผมว่า มันจะหลับตาปุ๋ยแบบนี้อยู่ตลอดเลยหรือ จะว่าไป หลับแบบนี้ก็น่ารักดีของมัน ผมไม่ขอให้เปลี่ยนแปลงอะไรหรอก อ้อ หน้าต่างห้องครัวหรือร้านอาหาร ผมก็ชอบนะ 

น่าแปลกที่หลายอาคารที่มีคนพลุกพล่านและวุ่นวายอยู่ภายใน พอถ่ายภาพหน้าต่างออกมาแล้ว กลับพบว่ามันสงบและเหงาอย่างประหลาด ราวกับเป็นดวงตาที่เรียบนิ่ง เฝ้ามองพวกเราเดินไปมา ใช้ชีวิตตามหาสิ่งหลงใหลอย่างคุ้นชินไม่ยินดียินร้าย มันเข้าใจความเป็นไปของโลก

แต่บางครั้งผมก็รู้สึกว่าหน้าต่างพวกนั้นขยิบตาและมองผมที่กำลังถือกล้องตัวโต พยายามโฟกัสพวกมันอยู่อย่างคนคุ้นเคย แม้ว่าเราจะเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก พิลึกจริง

Writer & Photographer

ก้องเกียรติ สำอางศรี

เภสัชกร ถ่ายภาพทุกวัน ชาร์จแบตกล้องถ่ายรูปทุกคืน พกกล้องไปด้วยทุกที่ ชอบกาแฟและการทำอาหารเช้าทานเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load