บากะ บากะ บากะนก!

เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ ดังมาแต่ไกล เป็นสัญญาณว่าเราน่าจะมาถูกที่แล้ว เมื่อเดินตามหาต้นตอของเสียงก็ถึงที่หมาย เราพบห้องโถงเล็กๆ เต็มไปด้วยข้าวของน่ารัก ประตูเปิดกว้าง มีเคาน์เตอร์ไม้เตี้ยๆ กั้นบอกอาณาเขต เดาว่าตรงนี้คงเคยเป็นหน้าต่างบานใหญ่มาก่อน แต่แทนที่จะเป็นกระจกใสกลับโล่งโปร่ง เผยให้เห็นหนังสือเด็กปกฉูดฉาดวางเรียงรายอยู่บนชั้น บ่งบอกว่านี่คือร้านหนังสือ

ในเมืองที่มีร้านหนังสืออิสระเพียงไม่กี่ร้าน ที่นี่เป็นหนึ่งในนั้น และเป็นร้านหนังสือเด็กแห่งเดียวของเชียงใหม่ในขณะนี้

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

หากเอ่ยชื่อ ‘บากะนก’ (Baka-Nok) คงไม่มีใครคิดว่านี่คือชื่อร้านหนังสือ เมื่อถาม อิ๋ว-ปุณย์ศิริ สกุลวิโรจน์ แวร์ญ คุณแม่ลูกหนึ่งผู้เป็นเจ้าของร้าน เธอเล่าว่านี่เป็นวลีน่ารักๆ จาก อเดล ลูกสาววัย 3 ขวบของเธอ

“ในภาษาอังกฤษ ไก่ร้อง ดุ๊กดูดู้ว 

ในฝรั่งเศสไก่ร้อง โกโกรีโก 

ในไทยไก่ร้อง เอ้กอีเอ้ก”

อิ๋วเลียนเสียงไก่จากหนังสือเด็กต่างภาษาที่เธอเคยอ่านให้ลูกฟัง 

แน่นอน อเดลยังคงสับสนว่าไก่ร้องอย่างไรกันแน่

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่
Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“หนึ่งในหนังสือที่ต้องอ่านให้เด็กๆ ฟังคือหนังสือเกี่ยวกับสัตว์ ลูกเรางงเสียงสัตว์มาก เพราะเสียงร้องของสัตว์ในฝรั่งเศส อังกฤษ และไทย ต่างกัน เราเลยสอนโดยเลียนแบบเสียงธรรมชาติไปเลย แล้วให้เขาไปหาเองว่าร้องยังไง” 

อิ๋วบอกกับเรา ก่อนจะเลียนเสียงหมู เสียงไก่ ในแบบที่เคยทำให้ลูกฟังอย่างอารมณ์ดี

“เวลาเราเล่นขี่ม้ากับลูก เราใช้เสียงม้าวิ่งว่ากุบกับ ส่วนพ่อเขาใช้อุตะกะ เขาพูดไม่ได้ทั้งคู่ สุดท้ายถ้าเขาอยากขี่หลังเรา เขาจะใช้คำว่าบากะ บากะ ครั้งหนึ่งตอนที่เราไปแม่ริม เขาเห็นม้ากำลังกินหญ้าอยู่แล้วนกมาเกาะ เขาพูดว่าบากะนก เขาชอบพูดคำนี้ เป็นคำที่ไม่ได้มีความหมายอะไรมาก แต่เรารู้สึกว่าตลกดี”

นี่คือที่มาของชื่อบากะนก ที่ต่อไปผู้คนจะจดจำในฐานะของร้านหนังสือเด็ก

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

ก่อนจะมาเป็นบากะนก อิ๋วบอกกับเราว่าห้องเล็กๆ ตรงมุมอาคารแห่งนี้เคยเป็นร้านของเพื่อน เธอไม่เคยคิดจะเปิดร้านหนังสือมาก่อน จนกระทั่งเพื่อนย้ายออกไปและทำให้ที่นี่ว่างอยู่สักพัก อิ๋วจึงคิดว่าน่าจะเริ่มทำอะไรสักอย่างดู

เธอมองเห็นว่าเวิ้งเหล็กแดงที่ตั้งเลียบถนนท่าแพมีร้านพาสต้า บาร์ สตูดิโอ แกลเลอรี่ แต่ยังไม่มีที่ของเด็ก ความตั้งใจแรกคือการเปลี่ยนที่นี่ให้เป็นพื้นที่สำหรับครอบครัวและอเดลก็ใช้ที่นี่เป็นห้องสมุดไว้พบปะเพื่อนๆ หลังเลิกเรียน

“เราเปลี่ยนให้เป็นร้านหนังสือและเปิดเป็นพื้นที่ให้คนได้เข้ามา อเดลเป็นลูกคนเดียว เขาจะได้แบ่งสิ่งที่เขามีให้กับคนอื่นๆ ด้วย เขาจะได้โตกับคนที่นี่ พื้นที่ตรงนี้เปิดให้เขาได้เจอคนใหม่ๆ เจอสังคมที่มีคนหลากหลาย อีกอย่างในเชียงใหม่ยังไม่ค่อยมีที่ของเด็ก เราอยากให้เด็กๆ ได้มาวิ่งเล่น มาซื้อ มาอ่านหนังสือ ในวันเสาร์-อาทิตย์”

“เราค้นพบความสงบจากหนังสือ” 

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

อิ๋วเปรียบบากะนกเป็นต้นไม้เล็กๆ เป็นงานอดิเรกที่ใช้รายได้จากงานประจำมารดน้ำ พรวนดินให้เติบโตต่อไปได้ 

ก่อนหน้านี้อิ๋วทำแบรนด์เสื้อผ้าและงานคราฟต์ของตัวเอง เห็นได้ว่ามีเสื้อผ้าเด็ก กระเป๋า และของกระจุกกระจิก ที่เป็นงานของอิ๋ววางอยู่ตามมุมต่างๆ ของร้าน ปัจจุบันเธอเป็นผู้ช่วยเมเนเจอร์โปรดักชันการผลิตผ้าให้กับแบรนด์หนึ่งในเชียงใหม่ และเปิดร้านหนังสือเด็กแห่งนี้ควบคู่ไปด้วย ส่วน อาเธอร์ แวร์ญ สามีชาวฝรั่งเศสเป็นสถาปนิกประจำอยู่ที่สตูดิโอพันธุ์ทาง ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสองของร้านหนังสือ ทั้งสองคนหลงใหลหนังสือมาตั้งแต่เด็ก

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“เราค้นพบความสงบจากหนังสือ ต่อให้โลกก้าวไปข้างหน้า วาร์ปได้ หรือเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสง สุดท้ายเราก็คือมนุษย์ ยังมีเซนส์ของการเปิด การสัมผัส ได้ดมกลิ่นของกระดาษเก่าๆ”

อิ๋วเล่าความประทับใจที่มีต่อหนังสือให้เราฟัง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปยกถุงใบใหญ่ข้างตัว ซึ่งด้านในจุด้วยหนังสือเล่มโปรด เดาว่าเธอคงอ่านมันทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังค่อยๆ เปิด ชวนเราพินิจแต่ละหน้าอย่างใจเย็น

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

ขณะที่เรากำลังคุยกัน ในมือของอิ๋วถือหนังสือปกสีชมพูเล่มเก่า เรื่อง ‘โมโมจัง’ วรรณกรรมเด็กจากปลายปากกาของ มัตสุทานิ มิโยโกะ (Matsutani Miyoko) เธอเล่าว่านี่คือหนังสือเล่มโปรดในวัยเด็ก

“ตอนเด็กเราชอบเล่มนี้ มันเป็นวรรณกรรมที่เราอ่านตอนแปดขวบ ตอนนี้เราเริ่มอ่านให้ลูกฟังก่อนนอน เราอยากถ่ายทอดให้ลูก สามีเราก็เหมือนกัน เขาสะสมหนังสือเรื่อง Treasure Island เพราะพ่อของเขาซื้อและอ่านให้ฟังเป็นเล่มแรกๆ บางเล่มเป็นเรื่องที่คุณปู่อ่านให้พ่อเขาฟัง แล้วพ่อก็อ่านให้เขาฟัง เขาเองก็อยากอ่านให้ลูกฟัง เราทำต่อๆ กันมา ไม่มีต้นทุนอะไรมาก แค่ตั้งใจเลือกหนังสือและให้เวลา นี่เลยกลายเป็นแพสชันเล็กๆ ที่ทำให้เรามีหนังสือไว้ที่บ้าน”

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่
Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

ผู้เป็นแม่คนนี้เผยว่าอุ่นใจหากลูกสาวได้เติบโตในห้องสมุด 

“เราว่าหนังสือมันเหมือนเพื่อน คนทุกคนมีเพื่อน มีคนรอบตัว แต่มันก็ต้องมีวันที่ไม่มีใคร หนังสือเป็นโลกที่ทำให้คุณมีประสบการณ์และได้เรียนรู้โดยที่ไม่ต้องวิ่งออกไปข้างนอก มันทำให้เราอยู่กับตัวเองได้ ถ้าลูกอ่านหนังสือออก เราก็อุ่นใจแล้ว” เธอเล่า

ห้องสมุดของอเดล

อิ๋วเริ่มจากการหอบหนังสือของอเดลจากที่บ้านมาไว้ที่นี่เพื่อเปิดเป็นร้านหนังสือมือสอง และค่อยๆ เลือกหนังสือเล่มใหม่ที่น่าสนใจมาวางขายในร้าน 

“เด็กๆ ยังไม่รู้วิธีการรักษาหนังสือ เขาจะเปิดแรง การหนังสือมือสองอยู่ในสองชั้นแรกให้เขาเอื้อมถึง ทำให้เราไม่ต้องห่วง มันมีมุมใหญ่ๆ ที่ให้เขาได้เลือกหนังสือเองได้อย่างเต็มที่ จะซื้อก็ได้ ไม่ซื้อก็ได้ เอาไปอ่านตรงนู้น ตรงนี้ ก็ได้

“หนังสือเด็กมันแพง ไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนเอื้อมถึง มันเหมาะจะเป็นของขวัญให้กับลูกในบางเทศกาล แต่อาจซื้อหนังสือใหม่ให้บ่อยๆ ไม่ได้ ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายชีวิตของหลายๆ คนที่อยากมีหนังสือให้ลูกเยอะๆ เราเองซื้อหนังสือใหม่ให้ลูกเพราะอยากจะซัพพอร์ตสำนักพิมพ์หรือร้านหนังสืออิสระเล็กๆ ในเมืองต่างๆ”

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

อิ๋วเล่าให้เราฟังขณะพาเราดูหนังสือมือสองบนสองชั้นแรก ส่วนบนโต๊ะกลางห้องโถงและชั้นวางที่สูงขึ้นมาหน่อยถูกจับจองด้วยหนังสือเล่มใหม่

ถ้ามีโอกาสไปเยือนเมืองต่างๆ อิ๋วมักจะตามหาร้านหนังสืออิสระ และซื้อหนังสือสักเล่มกลับมาเป็นของขวัญเสมอ นั่นทำให้ร้านบากะนก ไม่ได้มีแค่หนังสือมือสอง แต่ยังมีหนังสือมือหนึ่งดีๆ สำหรับใครที่อยากซื้อกลับไปเป็นของขวัญด้วย

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“เรามีหนังสือภาษาอังกฤษเป็นหลัก และเลือกหนังสือที่แปลไทยดีๆ มาบางส่วน เราไม่ได้คิดว่าเด็กไทยจะต้องพูดอังกฤษได้ เพียงแต่ไม่ปิดกั้น พออ่านได้แค่ผิดๆ ถูกๆ ถ้าคุณอ่านเล่มนี้ออก คุณจะมีเพื่อนเป็นชาวสวีเดน อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ มันคือการเปิดโลกทัศน์ของเด็ก เราเลยพยายามเลือกหนังสือมาอย่างหลากหลาย” 

หลังจากมีอเดล หนังสือเด็กของลูกก็เข้ามาทำให้ชั้นหนังสือที่บ้านของอิ๋วและอาเธอร์มีสีสัน พวกเขามีเวลาอ่านหนังสือที่ตัวเองอยากอ่านน้อยลง ได้อ่านหนังสือให้ลูกฟังมากขึ้น และยังเดินหน้าเสาะหาหนังสือดีๆ มาแบ่งปันต่อไป

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“พอเราอยู่ในโลกของหนังสือเด็กมากเข้า เราจะเห็นว่าเดี๋ยวนี้หนังสือเด็กมีนักวาดภาพประกอบที่น่าสนใจ เช่น เรื่องต้นไม้ ก็เป็นหนังสือแปลที่ดีมาก เราอยากเลือกหนังสือเองด้วย เพราะร้านมันเล็ก พยายามเลือกหนังสือที่ภาพประกอบดี เรื่องราวดี แบบคลาสสิกก็มี โมเดิร์นคลาสสิกก็มี เดี๋ยวนี้มีเกี่ยวกับการดูแลโลก อวกาศ แอดวานซ์กว่าเมื่อก่อน เราว่ามันน่าสนใจ เพราะมีนักเขียนใหม่ๆ ที่มีวิธีการนำเสนอชีวิตที่มีความเป็นปัจจุบันกว่า” 

อเดลเป็นลูกคนเดียว การมาร้านหนังสือจึงเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้เจอเพื่อนๆ อิ๋วอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่สำหรับเด็กๆ ที่จะทำอะไรก็ได้อย่างอิสระ จะเกลือกกลิ้ง ปีนป่าย นั่งอ่านหนังสือตามมุมต่างๆ หรือวาดรูประบายสีตรงเคาน์เตอร์ไม้ก็ได้ตามใจชอบ

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่
Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

ที่นี่ไม่ได้มีแปลนซับซ้อนอะไรนัก สิ่งที่อาเธอร์ พ่อผู้เป็นสถาปนิกให้ความสำคัญที่สุด คือความปลอดภัยและดีไซน์ที่จะเป็นมิตรกับเด็กๆ โต๊ะไม้โค้งมนไม่มีเหลี่ยมให้วิ่งชนแล้วบาดเจ็บ เคาน์เตอร์ไม้กว้างและไม่สูงเกินไป พอให้พวกเขาปีนป่ายได้โดยไม่เป็นอันตราย ประตูที่นี่ก็ไม่เคยปิด เด็กๆ วิ่งเข้า วิ่งออกได้อย่างสะดวกสบาย

นอกจากเป็นร้านหนังสือแล้ว อิ๋วยังมีไอเดียอยากจัดเวิร์กช็อปและ Blind Date กับหนังสือ โดยที่ผู้ข้าร่วมไม่จำเป็นต้องเป็นเด็ก แต่เป็นใครก็ได้ เพราะเธอเชื่อว่านี่คือพื้นที่ของทุกคน

“บางทีผู้ใหญ่เองก็นึกถึงความเป็นเด็กเหมือนกัน อยากให้ที่นี่เป็น Sharing Space เป็นพื้นแลกเปลี่ยนความรู้สึก แลกเปลี่ยนความเป็นเด็กให้กับผู้ใหญ่ ให้เด็กเรียนรู้จากผู้ใหญ่ได้ด้วย”

เลี้ยงลูกเล็ก ในเวิ้งเหล็กแดง

ระหว่างที่เรากำลังนั่งคุยกับอิ๋ว เสียงโหวกเหวกดังมาจากอีกฟาก บริเวณหน้าร้านพาสต้า จากตรงนี้มองเห็นเด็กหญิงอเดลกำลังวิ่งไปทางนู้นที ทางนี้ที เล่นกับผู้คนในเวิ้งอย่างสนุกสนาน ก่อนกลับมานั่งกินแตงโมสบายใจเฉิบอยู่ที่โต๊ะของร้านข้างๆ นี่เป็นภาพธรรมดาที่พบเห็นได้ หลังจากห้องสมุดส่วนตัวของอเดลย้ายมาตั้งอยู่ในเวิ้งแห่งนี้ อิ๋วยังเล่าให้เราฟังอีกว่า แต่ละร้านจัดเวรประจำวันเพื่อมาดูแลอเดลตลอดช่วงสั้นๆ หลังจากที่เธอกลับจากโรงเรียน

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

อิ๋วชี้ให้เราดูบาร์ท่าแพอิส บาร์สวยๆ ที่อยู่ถัดจากร้านหนังสือ

“มันมีร้านหนังสือเด็กที่ไหนอยู่ติดกับบาร์” เธอกล่าวติดตลก

“แม่บางคนก็มาตอนค่ำๆ ได้ดื่มเบียร์สักแก้ว ลูกก็นั่งอ่านหนังสือ ลูกค้าที่มาร้านเราก็เป็นลูกค้าของคนที่มากินปลาร้านตรงข้ามบ้าง หรือเป็นลูกค้าที่มาเวิร์กช็อปทำพาสต้าบ้าง เด็กไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าบาร์เป็นพื้นที่สีเทา เราไม่ต้องปิดตาเขาแล้วบอกว่าอะไรดีไม่ดี เพราะมันไม่มีอะไรไม่ดี ทุกอย่างมีหลายสี ทุกร้านมีฟังก์ชันของตัวเอง”

“โลกคือความจริง เราคงจะสอนลูกแบบนิทานอีสปหรือ หนูน้อยหมวกแดง ที่มีหมาป่า มีคุณยาย มีนายพราน มันไม่ได้สวยงามทั้งหมด มันดีกว่าที่เขาโตโดยที่เห็นทั้งความงามและความไม่งาม”

อิ๋วเล่าถึงที่ตั้งของร้านที่ดูจะขัดแย้งกับการเป็นร้านหนังสือเด็ก แต่กลับสมดุลในความคิดของเธอ

วิ่งเท้าเปล่า ตักหิน เตะก้นบุหรี่

การมีอยู่ของบากะนกในเวิ้งเหล็กแดงไม่ได้ดูขัดเขิน อิ๋วเองก็ชอบมวลรวมของความหลากหลายในพื้นที่ตรงนี้ ที่นี่เป็นเหมือนโอเอซิสใจกลางเมืองที่อนุญาตให้เด็กๆ วิ่งเล่นได้อย่างสนุกสนาน

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“พอเป็นพื้นที่เปิดแบบนี้ เราอยู่กันได้แบบบาลานซ์มาก มันทำให้แม่ๆ พ่อๆ ได้มีพื้นที่ของตัวเอง ได้นั่งกินข้าวสักยี่สิบนาทีแบบที่ไม่ต้องจับลูกไว้ตลอดเวลา บางทีมันสำคัญนะกับการที่คนคนหนึ่งจะได้นั่งดื่มกาแฟเงียบๆ อ่านหนังสือของตัวเองสักสองสามหน้า

“ร้านนี้เหมือนกันกับการสอนลูก เราตีกรอบมันไว้หลวมๆ ถ้าใครมาแล้วได้หนังสือเล่มไหนกลับไป ได้แง่มุมไหนกลับไป หรือได้บรรยากาศ ได้ความทรงจำกลับไปก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา แต่สำหรับเขา หากเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกมาทั้งวัน เป็นแม่ที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอ่านหนังสือเล่มไหนกับลูก บางทีการที่เขามาเจอพื้นที่ของเรา มันทำให้เขาได้อุปกรณ์ ได้หนังสือ ได้แรงบันดาลใจในการดูแลลูกๆ กลับไป

“เด็กๆ เองอาจรู้สึกว่าเขาได้มาแบ่งปัน มาเล่นกัน การมีพื้นที่ให้เขาเล่นอย่างไม่เป็นอันตราย ได้วิ่งเท้าเปล่าบ้าง ตักหินบ้าง วิ่งบนหญ้าบ้าง เตะก้นบุหรี่บ้าง ท่ามกลางผู้คนที่หลากหลาย เราว่ามันดี เพราะเราเองก็ไม่ได้อยากสร้างพื้นที่ที่มันอุดมคติและสวยงามเกินไป”

อิ๋วทิ้งท้ายกับเรา บทสนทนาจบลงก่อนที่อเดลจะวิ่งมาทวงคุณแม่ของเธอคืน

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

บากะนก (Baka-Nok)

ที่อยู่ : 90 ถนนท่าแพ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 7989 3594

Facebook : Bakanok

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

แดดบ่ายไม่ร้อนเกินกว่าจะจิบกาแฟ เพราะบ่ายวันนี้เราเลือกมาจิบกาแฟที่ ‘ร้านแซ่บเรคคอร์ด’ เป็นชื่อที่บรรดานักศึกษาหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่นใช้เรียกร้าน ‘ZAAB Records Café

แต่ก่อนจะมาร้านนี้ ลูกค้าทุกคนต้องเคยหลงทางมาก่อน! บ้างก็ขับไปเจอวัด บ้างก็ขับเลยร้าน บ้างเจอป่า บ้างก็เจอร้านก้อย และแน่นอน ในที่สุดทุกคนต้องหาร้านจนเจอ ถึงมาบ่นเรื่องเล่าระหว่างทางให้ จักร-จักรพันธ์ ชัยศิริ เจ้าของร้านฟัง พอลูกค้าคนอื่น ๆ ได้ยินได้ฟัง ก็เกิดบทสนทนาขึ้นจนเป็น ‘คนรู้จักกัน’ ไปแบบไม่รู้ตัว และเมื่อมาถึงร้านสำเร็จ ก็จะพบกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยงานศิลปะ แผ่นเสียง เทปคาสเซ็ตต์ ต้นไม้ สุนัข 2 ตัว สระน้ำที่มีเรือน้อย 1 ลำ ชิงช้า และชายวัยกลางคนที่ยิ้มต้อนรับรอตรงบาร์กาแฟ

ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.
ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.

ซาบเรคคอร์ด

น้อยคนจะทราบว่า Zaab มาจากภาษาเยอรมัน มิใช่ภาษาลาวแต่อย่างใด เพราะที่ตั้งร้านและความแซ่บของเจ้าของร้าน ทำให้ไม่มีใครทราบว่าต้องเรียก ‘ซาบเรคคอร์ด’ ที่มีความหมายว่าซาบซึ้งจึงจะถูกต้อง

“เราตั้ง Zaab Records ขึ้นมาถ้าจำไม่ผิดน่าจะปี 2009 ด้วยแนวคิดที่ชอบดนตรีอยู่แล้ว ก็เลยลองทำร้านดู ส่วนใหญ่เป็นที่รวมตัวของน้อง ๆ นักดนตรี เวลาเขาเล่นเสร็จแล้วไม่มีที่ไป ก็จะมานั่งฟังเพลง มันก็เลยกลายเป็นจุดพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้กัน” เขาเปิดฉากเล่าเรื่องการเริ่มต้นทำร้านให้ฟังข้าง ๆ สระน้ำและต้นไม้ที่สั่นไหวตามลม เหมือนกับร่วมแอบฟังบทสนทนานี้อยู่ด้วย

“ครอบครัวเราอยู่ที่นี่ เพื่อนฝูงก็อยู่ที่นี่ ก็เลยทำร้านที่ขอนแก่นนี่แหละ ตอนร้านเริ่มใหญ่ขึ้นก็มีโซนนั่งดื่ม มีการจัดแสดงงานศิลปะ งานดนตรี เป็นร้านเดี่ยว ๆ ตั้งอยู่ข้างร้านก๋วยเตี๋ยว เวลามีคอนเสิร์ตทุกคนก็จะยืนติดริมถนน ถือว่าเป็นที่แรก ๆ ที่เอาสิ่งแปลกใหม่เข้ามาในขอนแก่น ตอนนั้นเริ่มทำ Records Store Day ทำกันเอง อินดี้สุด ๆ” เขาเล่าด้วยแววตาเบิกกว้าง เหมือนยังคงใจเต้นกับสิ่งนั้น

ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.
ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.

Records Store Day เป็นงานที่สนับสนุนร้านขายแผ่นเสียง ซึ่งจัดวันเดียวเท่านั้น แต่จัดพร้อมกันทั่วโลก จัดขึ้นในวันเสาร์ 1 วันของเดือนเมษายน และทุก ๆ วัน Black Friday ในเดือนพฤศจิกายน เพื่อ ‘เฉลิมฉลองวัฒนธรรมของร้านแผ่นเสียงที่เป็นเจ้าของโดยอิสระ’ วันนั้นเป็นการรวมตัวกันของแฟน ๆ ศิลปิน และร้านแผ่นเสียงอิสระหลายพันแห่งทั่วโลก รวมถึงร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ที่ขอนแก่นเช่นกัน

“แล้วก็มีศิลปินที่จะออกแผ่นเสียงใหม่ ๆ แปลก ๆ ที่จะมาในวัน Records Store Day เป็นวันที่หายาก ลิมิเต็ด พี่ก็เลยลองจัดดู มีนักดนตรีขอนแก่นมาเล่น ในปีหนึ่งมันควรมีกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันที่เป็นอิสระของเราจริง ๆ อยากเล่นเพลงอะไรก็เล่น ต่างจากปกติที่ส่วนใหญ่นักดนตรีกลางคืนจะเล่นเพลงตามคำขอ ซึ่งเราตั้งโจทย์เลยว่า ‘นักดนตรีในงานต้องมีเพลงของตัวเองมาเล่นเท่านั้น’ ก็เป็นโจทย์ให้นักดนตรีที่มางานเริ่มสนุก เพราะเขาได้แสดงตัวตนผ่านเพลงและดนตรี”

ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.
ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.

หลงไปในซอยลุงจักร

ลูกค้าหลักของร้านคือลูกค้าประจำเท่านั้น เพราะใครที่ฝ่าฟันอุปสรรคในการเดินทางมาได้ ส่วนใหญ่ก็ติดใจและมาอีกซ้ำ ๆ ลูกค้าขาจรก็มาบ้างเพราะปากต่อปาก บ้างเพราะเห็นในโซเชียลมีเดีย

แต่อย่างที่บอกไป ก่อนจะถึงร้านยังไงก็ต้องเคยหลงทางมาก่อน

“เราไม่อยากมีป้ายบอกทาง มันง่ายไป มันชี้นำ เหมือนเราต้องไปดูงานศิลปะ แล้วเราชี้นำคนดูงานศิลปะมากเกินไปมันก็ไม่ดี แล้วอีกอย่างหนึ่ง คอนเซ็ปต์ของการหลงทางก็คือ พอทุกคนพูดเรื่องเดียวกันว่า หลงทางแต่ทุกคนไม่รู้จักกัน ทำให้ทุกคนจอยกันด้วยเหตุการณ์เดียวกัน” เขาเล่าที่มาที่ไปของร้าน

“คนมาร้านนี้ ส่วนมากเป็นคนคอเดียวกัน คุยกันไม่ยาก หลังจากที่เขาพูดเรื่องหลงทาง เขาก็ถามกันว่ามาจากไหน คณะอะไร ถามไถ่กันเสร็จก็คุยเรื่องส่วนตัวของเขาเอง แต่หลายสิ่งหลายอย่างเกิดจากการหลงทางนะ บางคนใช้เวลามาเจอกันครั้งสองครั้งที่นี่ จากนั้นก็ไปที่อื่นด้วยกันต่อ” ฟังดูแล้วคงเหมือนประโยคที่ว่า ‘ศีลเสมอกัน’ ไปวัดก็เจอเพื่อนแบบหนึ่ง กินกาแฟพร้อมฟังเพลงก็เจอเพื่อนอีกแบบหนึ่ง

ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.
ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.

เราเบรกการคุยเล็กน้อยเพื่อจิบกาแฟแก้ง่วง ช่วยกันหยิบหนอนบุ้งออกจากโต๊ะ เพราะเราเลือกที่นั่งใกล้ต้นไม้และริมน้ำ รู้สึกเหมือนเวลาเดินช้าลงเล็กน้อย ความเครียดลดลง เพราะสีเขียวจากต้นไม้ใหญ่และไม้ใบนานาชนิด รวมถึงภาพวาดเด็กผู้หญิงวัยมัธยมต้นปากสีชมพูปนแดง ผมประบ่ามีหน้าม้า ขนาดสูงราว 2 เมตรที่จ้องมองพวกเราอยู่ แล้วค่อยเริ่มสัมภาษณ์กันต่อเกี่ยวกับร้านในช่วงเวลานี้

“ช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังจะปล่อยให้ร้านดำเนินไปในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะตัวพี่จะเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อใช้ชีวิตในจุดที่เรารู้สึกว่า เราอยู่กับศิลปะแล้วมีความสุขให้มากที่สุด ยอมรับว่า 10 ปีที่ทำตรงนี้ เราได้ทำอะไรมาเยอะแล้ว แต่หลังจากนี้จะเป็นเรื่องของการเก็บประสบการณ์อีกรูปแบบหนึ่งในต่างแดน ตอนนั้นที่เคยไปก็คืออายุ 22 ปี แต่ตอนนี้อายุ 44 ปีแล้ว

“คิดว่าจะเล่าเรื่องต่าง ๆ และวิถีคนทำงานศิลปะที่นั่นผ่านโลกโซเชียล จริง ๆ ก็ชอบนั่งคุย แต่ด้วยมันถึงจุดอิ่มตัวกับที่นี่ เราเจอสิ่งที่เราอยู่ใกล้ ไม่ใช่ไม่รัก แต่บางครั้งเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตมันหายไป

“อย่างเช่นเรื่องการคมนาคมในบ้านเรา มันเป็นปัญหาหลัก ๆ สำหรับพี่ พี่ขับรถไม่เป็น ไปไหนพี่ต้องปั่นจักรยานหรือเรียก Grab แล้วการคมนาคมในต่างจังหวัดมันไม่ทั่วถึง จะไปเขื่อนอุบลรัตน์เรายังคิดแล้วคิดอีกเลย เพราะมันไม่เอื้ออำนวยสำหรับเรา

“ถ้าไปอยู่ที่นู่นแล้วอยากเข้าหาธรรมชาติ ก็เดินไปที่สถานีรถไฟ พอขึ้นรถไฟแล้ว อยู่ดี ๆ ก็ไปโผล่ที่ยอดเขาหรือพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ หรือไปโผล่ที่ปารีส ที่มิลาน มันเป็นเรื่องการคมนาคมที่สะดวก พอเราอยู่ที่นี่ก็เหมือนถูกบีบ ไม่ได้เรียกว่าทิ้งร้านไปไหน เรียกว่าฝากไว้ก่อน ฝากให้น้องชายดูแลแทน”

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

รถไฟขบวนขอนแก่น-ปารีส

ปารีส เมืองในฝันของคนรักศิลปะ นับเฉพาะพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ใน 1 ปีมีงานแสดงมากถึง 24 ครั้ง ศิลปินทั่วโลกจึงต้องมาที่นี่เพื่อเสพ-ขาย-สร้างงานศิลปะในทุกแขนง การเดินทางของรถไฟขบวนสายปารีส-ขอนแก่น จอดลงที่หน้าบ้านของเด็กชายจักรพันธ์ตั้งแต่วัยเยาว์ จากการที่เขาเริ่มรู้จักกับ วินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent Van Gogh)

“พี่จักรเคยตกหลุมรักขอนแก่นเหมือนที่ตกหลุมรักปารีสบ้างไหม”

ฉันส่งคำถามชวนปวดหัวให้แก่เจ้าของร้าน เพียงเพราะเกิดความสงสัยขึ้นมาขณะเดินชมบรรยากาศในร้าน ทั้ง ๆ ที่ตั้งอยู่ในขอนแก่น แต่ข้าวของในร้านกลับแสดงตัวตนไปในทางยุโรปเสียมากกว่า

“พี่ไม่เคยตกหลุมรักขอนแก่น จะพูดยังไงดี ขอนแก่นเป็นบ้านเกิด แต่ไม่ใช่เมืองที่พี่เข้ามาถึงแล้วต้องร้องว้าว พี่เคยทำงานชิ้นหนึ่งชื่อว่า ‘ขอนแก่นปารีส’ เป็นงานโฟโต้กล่องไฟแบบดิจิทัล ตอนนั้นพี่เอาตึกร้างมาซ้อนทับกับหอไอเฟล จะเห็นว่าขอนแก่นกับปารีสมีทำเลที่ตั้งคล้าย ๆ กัน

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

“ขอนแก่นไม่มีภูเขา ปารีสก็ไม่มีภูเขา ขอนแก่นไม่มีทะเล ปารีสก็ไม่มีทะเล นี่คือสิ่งที่คล้ายกัน แต่สิ่งที่ไม่คล้ายกันคือคน ถ้าเราตั้งใจมองว่าปารีสมีอะไรเกิดขึ้นจากธรรมชาติที่โด่งดังไปทั่วโลกบ้าง อย่างเดียวที่มีก็คือแม่น้ำแซน ที่เหลือเกิดจากน้ำมือมนุษย์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติฌอร์ฌ ปงปีดู มงมาร์ต หอไอเฟล แม้กระทั่งตัวคน ศิลปินที่ไปที่นั่นต่างสร้างปารีสด้วยความเป็นคนและความงาม

“ขอนแก่นก็เหมือนกัน แต่เรามุ่งไปที่เรื่องของการเป็นเมืองแบบนิวยอร์ก ภาพจำฮอลลีวูดของเขาค่อนข้างเยอะ การพัฒนาคือการนำตึกเข้าเมือง หรือการนำสิ่งของที่ล้ำสมัยเข้าเมือง แต่ที่โน่นการพัฒนาคือการทำให้บ้านดูทันสมัย บ้านรูปแบบเก่าแต่มีหุ่นยนต์ เมืองที่พัฒนาแล้วก็คือการที่เมืองนั้นเอาต้นไม้ไว้ในเมือง ไม่ใช่เอาออกจากเมือง”

นี่คือมุมมองที่มีต่อบ้านเกิด และเมืองอีกฟากโลกที่เป็นหมุดหมายที่รักของเขา

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

ความเป็นมนุษย์และสุขนิยม

“Eat, drink and be merry for tomorrow we die”

“กินและดื่ม เพื่อตายอย่างสำราญในวันพรุ่งนี้”

เป็นวลีที่อยู่ในคัมภีร์ไบเบิลฉบับพระเจ้าเจมส์ (King James Bible) ที่ชวนคนให้ออกไปกิน ดื่ม เที่ยว และแสวงหาความสุขเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าที่จะเสียเวลาไปกับความทุกข์ นี่คือคำถามที่เราส่งไปยังเจ้าของร้านว่ามีความเห็นอย่างไร เพราะตัวเขาก็เข้าข่ายการใช้ชีวิตแบบสุขนิยม

“ถามว่าสุขไหม ก็ไม่ได้สุขตลอดหรอก แต่ก็เป็นสุขนิยม เพราะพี่จะไปกิน ไปดื่ม มันก็เป็นความสุขของพี่ เกิดแนวคิดนี้มาได้ เพราะจุดหมายเราคือตาย ไม่ต้องอธิบายอะไรมากทุกคนก็รู้

“แล้วระหว่างทางเราจะทำอย่างไร ก่อนที่เราจะไป อยู่แล้วเราก็ต้องสุข มันมีเรื่องเข้ามาประเดประดังทำให้เราทุกข์ และท้ายที่สุดเราต้องสละเพื่อมีความสุขให้ได้ หาความสุขให้ตัวเองเหมือนกับตอนนี้ที่ต้องออกต่างประเทศ เพราะพี่ต้องทำให้ตัวเองมีความสุข ไปรีเซ็ตหลาย ๆ ความรู้สึก มันก็คือสุขนิยม” เขาตอบกลับด้วยท่าทีจริงจังกว่าเรื่องที่ผ่านมา อาจเพราะกำลังสนทนาเรื่องปรัชญาชีวิตอยู่

“พี่จักรเชื่อไหมว่าร้านที่ดีทำให้ชีวิตคนดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น” ฉันถามด้วยความสงสัยอีกครั้ง

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’
คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

“มีส่วนครับ มันเป็นคาแรกเตอร์ของร้านด้วย เหมือนกับว่าเราปล่อยให้ลูกค้าอยู่กับสิ่งที่เขาอยากเจอมากกว่า พี่พูดคุยสนุกสนานกับลูกค้า ดูไม่ใช่เจ้าของกิจการ บรรยากาศเมื่อก่อนมันเหมือนพี่มาเจอกับน้อง มาสร้างความรื่นเริงให้กับชีวิต ให้กับร้าน ให้กับคนที่มาร้าน ไม่ใช่แค่มานั่งแช่แล้วก็ไป

“แต่ปัจจุบันพี่ทำร้านเพื่อให้ทุกคนมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด มีคำพูดหนึ่งที่ว่า ‘พื้นที่ส่วนรวมแต่ความรู้สึกส่วนตัว’ เพราะอะไร เพราะพี่จัดโต๊ะห่างกัน แต่ละคนอยู่คนละมุม โดยไม่ต้องมีใครมาแอบดูเวลาเล่นโทรศัพท์ ปล่อยให้โล่งเลย ทุกคนมานั่งโง่ ๆ ที่นี่ นั่งแบบไม่ต้องคุยกับพี่ นั่งชิงช้า นั่งเปล นั่งตรงลานห้องหนังสือ ว่าง ๆ ก็ไปเล่นกับหมา เสร็จแล้วก็เข้าไปค้นดูเพลงแล้วก็นอน บางคนก็หลับไปเลย

“ความสุขในการทำงานคือทุกอย่าง ได้นั่งคุยกับน้อง ๆ ได้แลกเปลี่ยน ไม่มีรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ มีแค่เรา อีกอย่างคือได้ทำให้ตาน้องลุกวาว เวลาคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ มันทำให้น้องได้ค้นคว้า ได้เสาะหาสิ่งที่เกิดขึ้น ได้ออกเดินทาง” เขาพูดสรุปจบแบบสวยงาม ก่อนที่เราจะคุยเรื่องราวส่วนตัวกันต่ออีกนานนับชั่วโมง

แน่นอนว่าเราเป็นอีกหนึ่งคนที่หลงทางมาเจอกับพี่จักร บทสนทนา ผู้คน เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ที่นี่ให้ความสงบและอบอุ่นมากสำหรับนักศึกษาที่เหงาและคิดถึงบ้าน

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’
คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

ที่นี่มีนมอุ่น ๆ พร้อมหนังสือให้เลือกอ่าน มีดินสอสีและกระดาษให้วาดรูป มีต้นไม้แจกฟรี มีสุนัข 2 ตัวคือ ‘แท่งทอง’ และ ‘แพนเค้ก’ ที่ขาดไม่ได้คือมีพ่อครัวสุดแจ๋วอย่าง ‘พี่เจี๊ยบ’ ทำให้นักศึกษาทั้งหลายเลือกฝากท้องไว้ ณ ที่แห่งนี้ นักศึกษาหลายรุ่นที่จบไปแล้ว ก็พูดได้เต็มปากว่าจบจากคณะแซ่บเรคคอร์ด

เพราะมีร้านนี้เป็นส่วนหนึ่งที่คอยโอบอุ้มผ่านพื้นที่ที่อบอุ่นคล้ายบ้าน ทำให้ผ่านวัยเรียนที่โหดร้ายไปได้ อย่างที่พี่จักรเคยบอกไว้ว่า “ที่นี่มีพื้นที่ส่วนรวม แต่ให้ความรู้สึกส่วนตัว”

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

ZAAB Records Café 

ที่ตั้ง : 825 หมู่ 3 ซอยวัดลานหญ้า ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 11.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7234 4042

Facebook : ZAAB Records Café

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load