บากะ บากะ บากะนก!

เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ ดังมาแต่ไกล เป็นสัญญาณว่าเราน่าจะมาถูกที่แล้ว เมื่อเดินตามหาต้นตอของเสียงก็ถึงที่หมาย เราพบห้องโถงเล็กๆ เต็มไปด้วยข้าวของน่ารัก ประตูเปิดกว้าง มีเคาน์เตอร์ไม้เตี้ยๆ กั้นบอกอาณาเขต เดาว่าตรงนี้คงเคยเป็นหน้าต่างบานใหญ่มาก่อน แต่แทนที่จะเป็นกระจกใสกลับโล่งโปร่ง เผยให้เห็นหนังสือเด็กปกฉูดฉาดวางเรียงรายอยู่บนชั้น บ่งบอกว่านี่คือร้านหนังสือ

ในเมืองที่มีร้านหนังสืออิสระเพียงไม่กี่ร้าน ที่นี่เป็นหนึ่งในนั้น และเป็นร้านหนังสือเด็กแห่งเดียวของเชียงใหม่ในขณะนี้

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

หากเอ่ยชื่อ ‘บากะนก’ (Baka-Nok) คงไม่มีใครคิดว่านี่คือชื่อร้านหนังสือ เมื่อถาม อิ๋ว-ปุณย์ศิริ สกุลวิโรจน์ แวร์ญ คุณแม่ลูกหนึ่งผู้เป็นเจ้าของร้าน เธอเล่าว่านี่เป็นวลีน่ารักๆ จาก อเดล ลูกสาววัย 3 ขวบของเธอ

“ในภาษาอังกฤษ ไก่ร้อง ดุ๊กดูดู้ว 

ในฝรั่งเศสไก่ร้อง โกโกรีโก 

ในไทยไก่ร้อง เอ้กอีเอ้ก”

อิ๋วเลียนเสียงไก่จากหนังสือเด็กต่างภาษาที่เธอเคยอ่านให้ลูกฟัง 

แน่นอน อเดลยังคงสับสนว่าไก่ร้องอย่างไรกันแน่

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่
Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“หนึ่งในหนังสือที่ต้องอ่านให้เด็กๆ ฟังคือหนังสือเกี่ยวกับสัตว์ ลูกเรางงเสียงสัตว์มาก เพราะเสียงร้องของสัตว์ในฝรั่งเศส อังกฤษ และไทย ต่างกัน เราเลยสอนโดยเลียนแบบเสียงธรรมชาติไปเลย แล้วให้เขาไปหาเองว่าร้องยังไง” 

อิ๋วบอกกับเรา ก่อนจะเลียนเสียงหมู เสียงไก่ ในแบบที่เคยทำให้ลูกฟังอย่างอารมณ์ดี

“เวลาเราเล่นขี่ม้ากับลูก เราใช้เสียงม้าวิ่งว่ากุบกับ ส่วนพ่อเขาใช้อุตะกะ เขาพูดไม่ได้ทั้งคู่ สุดท้ายถ้าเขาอยากขี่หลังเรา เขาจะใช้คำว่าบากะ บากะ ครั้งหนึ่งตอนที่เราไปแม่ริม เขาเห็นม้ากำลังกินหญ้าอยู่แล้วนกมาเกาะ เขาพูดว่าบากะนก เขาชอบพูดคำนี้ เป็นคำที่ไม่ได้มีความหมายอะไรมาก แต่เรารู้สึกว่าตลกดี”

นี่คือที่มาของชื่อบากะนก ที่ต่อไปผู้คนจะจดจำในฐานะของร้านหนังสือเด็ก

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

ก่อนจะมาเป็นบากะนก อิ๋วบอกกับเราว่าห้องเล็กๆ ตรงมุมอาคารแห่งนี้เคยเป็นร้านของเพื่อน เธอไม่เคยคิดจะเปิดร้านหนังสือมาก่อน จนกระทั่งเพื่อนย้ายออกไปและทำให้ที่นี่ว่างอยู่สักพัก อิ๋วจึงคิดว่าน่าจะเริ่มทำอะไรสักอย่างดู

เธอมองเห็นว่าเวิ้งเหล็กแดงที่ตั้งเลียบถนนท่าแพมีร้านพาสต้า บาร์ สตูดิโอ แกลเลอรี่ แต่ยังไม่มีที่ของเด็ก ความตั้งใจแรกคือการเปลี่ยนที่นี่ให้เป็นพื้นที่สำหรับครอบครัวและอเดลก็ใช้ที่นี่เป็นห้องสมุดไว้พบปะเพื่อนๆ หลังเลิกเรียน

“เราเปลี่ยนให้เป็นร้านหนังสือและเปิดเป็นพื้นที่ให้คนได้เข้ามา อเดลเป็นลูกคนเดียว เขาจะได้แบ่งสิ่งที่เขามีให้กับคนอื่นๆ ด้วย เขาจะได้โตกับคนที่นี่ พื้นที่ตรงนี้เปิดให้เขาได้เจอคนใหม่ๆ เจอสังคมที่มีคนหลากหลาย อีกอย่างในเชียงใหม่ยังไม่ค่อยมีที่ของเด็ก เราอยากให้เด็กๆ ได้มาวิ่งเล่น มาซื้อ มาอ่านหนังสือ ในวันเสาร์-อาทิตย์”

“เราค้นพบความสงบจากหนังสือ” 

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

อิ๋วเปรียบบากะนกเป็นต้นไม้เล็กๆ เป็นงานอดิเรกที่ใช้รายได้จากงานประจำมารดน้ำ พรวนดินให้เติบโตต่อไปได้ 

ก่อนหน้านี้อิ๋วทำแบรนด์เสื้อผ้าและงานคราฟต์ของตัวเอง เห็นได้ว่ามีเสื้อผ้าเด็ก กระเป๋า และของกระจุกกระจิก ที่เป็นงานของอิ๋ววางอยู่ตามมุมต่างๆ ของร้าน ปัจจุบันเธอเป็นผู้ช่วยเมเนเจอร์โปรดักชันการผลิตผ้าให้กับแบรนด์หนึ่งในเชียงใหม่ และเปิดร้านหนังสือเด็กแห่งนี้ควบคู่ไปด้วย ส่วน อาเธอร์ แวร์ญ สามีชาวฝรั่งเศสเป็นสถาปนิกประจำอยู่ที่สตูดิโอพันธุ์ทาง ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสองของร้านหนังสือ ทั้งสองคนหลงใหลหนังสือมาตั้งแต่เด็ก

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“เราค้นพบความสงบจากหนังสือ ต่อให้โลกก้าวไปข้างหน้า วาร์ปได้ หรือเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสง สุดท้ายเราก็คือมนุษย์ ยังมีเซนส์ของการเปิด การสัมผัส ได้ดมกลิ่นของกระดาษเก่าๆ”

อิ๋วเล่าความประทับใจที่มีต่อหนังสือให้เราฟัง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปยกถุงใบใหญ่ข้างตัว ซึ่งด้านในจุด้วยหนังสือเล่มโปรด เดาว่าเธอคงอ่านมันทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังค่อยๆ เปิด ชวนเราพินิจแต่ละหน้าอย่างใจเย็น

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

ขณะที่เรากำลังคุยกัน ในมือของอิ๋วถือหนังสือปกสีชมพูเล่มเก่า เรื่อง ‘โมโมจัง’ วรรณกรรมเด็กจากปลายปากกาของ มัตสุทานิ มิโยโกะ (Matsutani Miyoko) เธอเล่าว่านี่คือหนังสือเล่มโปรดในวัยเด็ก

“ตอนเด็กเราชอบเล่มนี้ มันเป็นวรรณกรรมที่เราอ่านตอนแปดขวบ ตอนนี้เราเริ่มอ่านให้ลูกฟังก่อนนอน เราอยากถ่ายทอดให้ลูก สามีเราก็เหมือนกัน เขาสะสมหนังสือเรื่อง Treasure Island เพราะพ่อของเขาซื้อและอ่านให้ฟังเป็นเล่มแรกๆ บางเล่มเป็นเรื่องที่คุณปู่อ่านให้พ่อเขาฟัง แล้วพ่อก็อ่านให้เขาฟัง เขาเองก็อยากอ่านให้ลูกฟัง เราทำต่อๆ กันมา ไม่มีต้นทุนอะไรมาก แค่ตั้งใจเลือกหนังสือและให้เวลา นี่เลยกลายเป็นแพสชันเล็กๆ ที่ทำให้เรามีหนังสือไว้ที่บ้าน”

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่
Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

ผู้เป็นแม่คนนี้เผยว่าอุ่นใจหากลูกสาวได้เติบโตในห้องสมุด 

“เราว่าหนังสือมันเหมือนเพื่อน คนทุกคนมีเพื่อน มีคนรอบตัว แต่มันก็ต้องมีวันที่ไม่มีใคร หนังสือเป็นโลกที่ทำให้คุณมีประสบการณ์และได้เรียนรู้โดยที่ไม่ต้องวิ่งออกไปข้างนอก มันทำให้เราอยู่กับตัวเองได้ ถ้าลูกอ่านหนังสือออก เราก็อุ่นใจแล้ว” เธอเล่า

ห้องสมุดของอเดล

อิ๋วเริ่มจากการหอบหนังสือของอเดลจากที่บ้านมาไว้ที่นี่เพื่อเปิดเป็นร้านหนังสือมือสอง และค่อยๆ เลือกหนังสือเล่มใหม่ที่น่าสนใจมาวางขายในร้าน 

“เด็กๆ ยังไม่รู้วิธีการรักษาหนังสือ เขาจะเปิดแรง การหนังสือมือสองอยู่ในสองชั้นแรกให้เขาเอื้อมถึง ทำให้เราไม่ต้องห่วง มันมีมุมใหญ่ๆ ที่ให้เขาได้เลือกหนังสือเองได้อย่างเต็มที่ จะซื้อก็ได้ ไม่ซื้อก็ได้ เอาไปอ่านตรงนู้น ตรงนี้ ก็ได้

“หนังสือเด็กมันแพง ไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนเอื้อมถึง มันเหมาะจะเป็นของขวัญให้กับลูกในบางเทศกาล แต่อาจซื้อหนังสือใหม่ให้บ่อยๆ ไม่ได้ ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายชีวิตของหลายๆ คนที่อยากมีหนังสือให้ลูกเยอะๆ เราเองซื้อหนังสือใหม่ให้ลูกเพราะอยากจะซัพพอร์ตสำนักพิมพ์หรือร้านหนังสืออิสระเล็กๆ ในเมืองต่างๆ”

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

อิ๋วเล่าให้เราฟังขณะพาเราดูหนังสือมือสองบนสองชั้นแรก ส่วนบนโต๊ะกลางห้องโถงและชั้นวางที่สูงขึ้นมาหน่อยถูกจับจองด้วยหนังสือเล่มใหม่

ถ้ามีโอกาสไปเยือนเมืองต่างๆ อิ๋วมักจะตามหาร้านหนังสืออิสระ และซื้อหนังสือสักเล่มกลับมาเป็นของขวัญเสมอ นั่นทำให้ร้านบากะนก ไม่ได้มีแค่หนังสือมือสอง แต่ยังมีหนังสือมือหนึ่งดีๆ สำหรับใครที่อยากซื้อกลับไปเป็นของขวัญด้วย

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“เรามีหนังสือภาษาอังกฤษเป็นหลัก และเลือกหนังสือที่แปลไทยดีๆ มาบางส่วน เราไม่ได้คิดว่าเด็กไทยจะต้องพูดอังกฤษได้ เพียงแต่ไม่ปิดกั้น พออ่านได้แค่ผิดๆ ถูกๆ ถ้าคุณอ่านเล่มนี้ออก คุณจะมีเพื่อนเป็นชาวสวีเดน อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ มันคือการเปิดโลกทัศน์ของเด็ก เราเลยพยายามเลือกหนังสือมาอย่างหลากหลาย” 

หลังจากมีอเดล หนังสือเด็กของลูกก็เข้ามาทำให้ชั้นหนังสือที่บ้านของอิ๋วและอาเธอร์มีสีสัน พวกเขามีเวลาอ่านหนังสือที่ตัวเองอยากอ่านน้อยลง ได้อ่านหนังสือให้ลูกฟังมากขึ้น และยังเดินหน้าเสาะหาหนังสือดีๆ มาแบ่งปันต่อไป

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“พอเราอยู่ในโลกของหนังสือเด็กมากเข้า เราจะเห็นว่าเดี๋ยวนี้หนังสือเด็กมีนักวาดภาพประกอบที่น่าสนใจ เช่น เรื่องต้นไม้ ก็เป็นหนังสือแปลที่ดีมาก เราอยากเลือกหนังสือเองด้วย เพราะร้านมันเล็ก พยายามเลือกหนังสือที่ภาพประกอบดี เรื่องราวดี แบบคลาสสิกก็มี โมเดิร์นคลาสสิกก็มี เดี๋ยวนี้มีเกี่ยวกับการดูแลโลก อวกาศ แอดวานซ์กว่าเมื่อก่อน เราว่ามันน่าสนใจ เพราะมีนักเขียนใหม่ๆ ที่มีวิธีการนำเสนอชีวิตที่มีความเป็นปัจจุบันกว่า” 

อเดลเป็นลูกคนเดียว การมาร้านหนังสือจึงเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้เจอเพื่อนๆ อิ๋วอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่สำหรับเด็กๆ ที่จะทำอะไรก็ได้อย่างอิสระ จะเกลือกกลิ้ง ปีนป่าย นั่งอ่านหนังสือตามมุมต่างๆ หรือวาดรูประบายสีตรงเคาน์เตอร์ไม้ก็ได้ตามใจชอบ

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่
Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

ที่นี่ไม่ได้มีแปลนซับซ้อนอะไรนัก สิ่งที่อาเธอร์ พ่อผู้เป็นสถาปนิกให้ความสำคัญที่สุด คือความปลอดภัยและดีไซน์ที่จะเป็นมิตรกับเด็กๆ โต๊ะไม้โค้งมนไม่มีเหลี่ยมให้วิ่งชนแล้วบาดเจ็บ เคาน์เตอร์ไม้กว้างและไม่สูงเกินไป พอให้พวกเขาปีนป่ายได้โดยไม่เป็นอันตราย ประตูที่นี่ก็ไม่เคยปิด เด็กๆ วิ่งเข้า วิ่งออกได้อย่างสะดวกสบาย

นอกจากเป็นร้านหนังสือแล้ว อิ๋วยังมีไอเดียอยากจัดเวิร์กช็อปและ Blind Date กับหนังสือ โดยที่ผู้ข้าร่วมไม่จำเป็นต้องเป็นเด็ก แต่เป็นใครก็ได้ เพราะเธอเชื่อว่านี่คือพื้นที่ของทุกคน

“บางทีผู้ใหญ่เองก็นึกถึงความเป็นเด็กเหมือนกัน อยากให้ที่นี่เป็น Sharing Space เป็นพื้นแลกเปลี่ยนความรู้สึก แลกเปลี่ยนความเป็นเด็กให้กับผู้ใหญ่ ให้เด็กเรียนรู้จากผู้ใหญ่ได้ด้วย”

เลี้ยงลูกเล็ก ในเวิ้งเหล็กแดง

ระหว่างที่เรากำลังนั่งคุยกับอิ๋ว เสียงโหวกเหวกดังมาจากอีกฟาก บริเวณหน้าร้านพาสต้า จากตรงนี้มองเห็นเด็กหญิงอเดลกำลังวิ่งไปทางนู้นที ทางนี้ที เล่นกับผู้คนในเวิ้งอย่างสนุกสนาน ก่อนกลับมานั่งกินแตงโมสบายใจเฉิบอยู่ที่โต๊ะของร้านข้างๆ นี่เป็นภาพธรรมดาที่พบเห็นได้ หลังจากห้องสมุดส่วนตัวของอเดลย้ายมาตั้งอยู่ในเวิ้งแห่งนี้ อิ๋วยังเล่าให้เราฟังอีกว่า แต่ละร้านจัดเวรประจำวันเพื่อมาดูแลอเดลตลอดช่วงสั้นๆ หลังจากที่เธอกลับจากโรงเรียน

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

อิ๋วชี้ให้เราดูบาร์ท่าแพอิส บาร์สวยๆ ที่อยู่ถัดจากร้านหนังสือ

“มันมีร้านหนังสือเด็กที่ไหนอยู่ติดกับบาร์” เธอกล่าวติดตลก

“แม่บางคนก็มาตอนค่ำๆ ได้ดื่มเบียร์สักแก้ว ลูกก็นั่งอ่านหนังสือ ลูกค้าที่มาร้านเราก็เป็นลูกค้าของคนที่มากินปลาร้านตรงข้ามบ้าง หรือเป็นลูกค้าที่มาเวิร์กช็อปทำพาสต้าบ้าง เด็กไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าบาร์เป็นพื้นที่สีเทา เราไม่ต้องปิดตาเขาแล้วบอกว่าอะไรดีไม่ดี เพราะมันไม่มีอะไรไม่ดี ทุกอย่างมีหลายสี ทุกร้านมีฟังก์ชันของตัวเอง”

“โลกคือความจริง เราคงจะสอนลูกแบบนิทานอีสปหรือ หนูน้อยหมวกแดง ที่มีหมาป่า มีคุณยาย มีนายพราน มันไม่ได้สวยงามทั้งหมด มันดีกว่าที่เขาโตโดยที่เห็นทั้งความงามและความไม่งาม”

อิ๋วเล่าถึงที่ตั้งของร้านที่ดูจะขัดแย้งกับการเป็นร้านหนังสือเด็ก แต่กลับสมดุลในความคิดของเธอ

วิ่งเท้าเปล่า ตักหิน เตะก้นบุหรี่

การมีอยู่ของบากะนกในเวิ้งเหล็กแดงไม่ได้ดูขัดเขิน อิ๋วเองก็ชอบมวลรวมของความหลากหลายในพื้นที่ตรงนี้ ที่นี่เป็นเหมือนโอเอซิสใจกลางเมืองที่อนุญาตให้เด็กๆ วิ่งเล่นได้อย่างสนุกสนาน

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“พอเป็นพื้นที่เปิดแบบนี้ เราอยู่กันได้แบบบาลานซ์มาก มันทำให้แม่ๆ พ่อๆ ได้มีพื้นที่ของตัวเอง ได้นั่งกินข้าวสักยี่สิบนาทีแบบที่ไม่ต้องจับลูกไว้ตลอดเวลา บางทีมันสำคัญนะกับการที่คนคนหนึ่งจะได้นั่งดื่มกาแฟเงียบๆ อ่านหนังสือของตัวเองสักสองสามหน้า

“ร้านนี้เหมือนกันกับการสอนลูก เราตีกรอบมันไว้หลวมๆ ถ้าใครมาแล้วได้หนังสือเล่มไหนกลับไป ได้แง่มุมไหนกลับไป หรือได้บรรยากาศ ได้ความทรงจำกลับไปก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา แต่สำหรับเขา หากเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกมาทั้งวัน เป็นแม่ที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอ่านหนังสือเล่มไหนกับลูก บางทีการที่เขามาเจอพื้นที่ของเรา มันทำให้เขาได้อุปกรณ์ ได้หนังสือ ได้แรงบันดาลใจในการดูแลลูกๆ กลับไป

“เด็กๆ เองอาจรู้สึกว่าเขาได้มาแบ่งปัน มาเล่นกัน การมีพื้นที่ให้เขาเล่นอย่างไม่เป็นอันตราย ได้วิ่งเท้าเปล่าบ้าง ตักหินบ้าง วิ่งบนหญ้าบ้าง เตะก้นบุหรี่บ้าง ท่ามกลางผู้คนที่หลากหลาย เราว่ามันดี เพราะเราเองก็ไม่ได้อยากสร้างพื้นที่ที่มันอุดมคติและสวยงามเกินไป”

อิ๋วทิ้งท้ายกับเรา บทสนทนาจบลงก่อนที่อเดลจะวิ่งมาทวงคุณแม่ของเธอคืน

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

บากะนก (Baka-Nok)

ที่อยู่ : 90 ถนนท่าแพ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 7989 3594

Facebook : Bakanok

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ถ้าพูดถึง Stand-up Comedian ในบ้านเรา หลายคนอาจนึกถึงเดี่ยวไมโครโฟนเป็นอันดับต้น ๆ ที่จัดแสดงครั้งใหญ่เพียงปีละครั้ง แต่คงไม่เคยเห็นใครที่ไหนอยากจัดโชว์ทุกวันแบบร้าน ‘A Katanyu Comedy Club’ ที่ ยู-กตัญญู สว่างศรี ตั้งใจอยากให้เกิดขึ้นจริง!

จากตอนแรกที่แค่อยากย้ายทำเลร้านกาแฟใหม่เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด กลายเป็นการหยิบความฝันเดิมที่อยากสร้างพื้นที่สำหรับ Stand-up Comedian มาทำให้เป็นจริงแทน 

ร้านใหม่นี้เกิดจากแรงกายแค่ 2 คน มีเวทีขนาดเล็กรายล้อมด้วยเก้าอี้กว่า 40 ตัว คือบรรยากาศที่ยูเชื่อว่าพอดีสำหรับการเล่น Stand-up ที่ทุกคนจะได้นั่งพูดคุยสนุกสนานเฮฮา และไม่ใหญ่เกินไปสำหรับนักพูดหน้าใหม่ที่อยากเดบิวต์เข้าวงการ เหมือนวันแรกที่ยูเริ่มจับไมค์โชว์ฝีปาก

A Katanyu Comedy Club คลับของคนรักเสียงหัวเราะ ที่อยากให้ Stand-up Comedian เป็นอาชีพ

ลองไมค์

ย้อนกลับไปก่อนที่ยูจะเป็นที่รู้จักในนาม Stand-up Comedian คนหนึ่ง เขาคือนักเขียน เอเจนซี่ และพิธีกรรายการ คนค้นฅน แต่จุดที่ทำให้เริ่มสนใจการเป็นนักพูดสายฮา คือการได้เป็นพิธีกรอีเวนต์ของรายการ GetTalks Podcast

การค้นพบว่าตัวเองมีอารมณ์ขันและสนุกกับการเล่าเรื่อง ช่วยกระตุ้นให้ยูจัดโชว์แรกได้สำเร็จในปี 2016 เรื่องราวทั้งหมดจึงเริ่มต้นขึ้นที่ชั้นบนสุดของร้านหนังสือ Zombie Book ณ วันนั้นมีคนดูประมาณ 40 คน ซึ่งส่วนมากเป็นเพื่อน ญาติพี่น้อง และคนใกล้ชิด

“เราเริ่มจากโชว์เล็ก ๆ แต่กดดันมาก ๆ สมัยนั้นเรารู้สึกว่า Stand-up เป็นเรื่องของพรสวรรค์ คุณต้องเทพจริงถึงจะเล่นได้ เราไม่มีเพื่อนเล่น ถ้าอยากเล่นขึ้นมาก็ไม่มีครู ที่มีอยู่คือเวทีใหญ่สุดยอด นอกจากนั้นคือศูนย์”

เขาอธิบายความรู้สึกในตอนนั้นให้ฟัง และชี้ให้เห็นว่าการเริ่มต้นของ Comedian มือใหม่เป็นไปด้วยความเหงาและความยากลำบาก ลงจากเวทีหลังพูดเสร็จก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อ ไม่มีแม้แต่พื้นที่ให้พูดคุยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลในสิ่งที่เขาสนใจ

“มันคือเซนส์ง่าย ๆ มนุษย์ต้องการคอมมูนิตี้ อย่างคนกินข้าวมันไก่ เขายังมีกลุ่มของตัวเองเพื่อพูดคุยเรื่องข้าวมันไก่เลย มนุษย์ต้องการบทสนทนาบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ตัวเองสนใจ เราอยากเล่น Stand-up แล้วหาคนที่พร้อมจะคุยกับเรา ‘มึง ดู Dave Chappelle’ ‘ยัง เฮ้ยมึงดูคนนี้แม่งตลก อังกฤษแม่งเล่นอีกทางหนึ่งโคตรดี’ แต่ตอนนั้นเราไม่มีคนคุยด้วย”

อย่างไรก็ตาม การได้ขึ้นไปเล่นแล้วสร้างเสียงหัวเราะบรรยากาศเฮฮา ก็ยังคงเป็นโมเมนต์พิเศษสำหรับยูที่หาไม่ได้จากการเล่นตลกแบบอื่น ๆ 

เอกลักษณ์ของ Stand-up Comedy คืออะไร – เราถาม

“อยู่ที่คน คนเล่ามันมีเสน่ห์ มีเรื่องราวบางอย่าง และมีวิธีเล่าที่ผ่านความคิดของคนคนหนึ่งที่น่าสนใจ ก็เลยทำให้ไม่ใช่แค่เรื่องตลกอย่างเดียว แต่คือการที่เราได้เห็นไอเดียความคิดของเขาที่มีต่อเรื่องต่าง ๆ ในสังคม หลากหลายสไตล์” 

ยูตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มปนขี้เล่นกวน ๆ ตามสไตล์ของเขา และเสริมว่าเสน่ห์อีกหนึ่งอย่างที่ไม่แพ้กันคือโมเมนต์ระหว่าง Comedian และคนดู ณ สถานที่จริง ซึ่งการดูผ่านหน้าจอไม่ได้สัมผัสเทียบเท่า

A Katanyu Comedy Club คลับของคนรักเสียงหัวเราะ ที่อยากให้ Stand-up Comedian เป็นอาชีพ
A Katanyu Comedy Club คลับของคนรักเสียงหัวเราะ ที่อยากให้ Stand-up Comedian เป็นอาชีพ

สะกิดต่อมหัวเราะ

แม้ว่าโชว์แรกจะมีคนดูเพียง 40 คนจากญาติสนิทมิตรสหายในร้านหนังสือเล็ก ๆ แต่ด้วยความที่เคยทำงานวงการสื่อมาก่อน เพื่อนหลายคนที่มาดูจึงรับหน้าที่นำเรื่องของเขาไปเล่าสู่คนจำนวนมาก หลังจากนั้นไม่นานคนจึงเริ่มรู้จัก Stand-up มากขึ้น ทั้งคนสนใจดูและคนที่อยากเล่นเอง

“เราจำได้ว่ายืนคุยกับ ตั้ม บรรทัดทอง ตรงแถวสตูดิโอ แล้วอยู่ ๆ มันก็พูด ‘พี่ ผมเล่น Stand-up เพราะพี่นะเว้ย’ คือโอเค มุมหนึ่งโดยส่วนตัวเราก็ภูมิใจ แต่อีกมุมหนึ่งทำให้เรารู้ว่า ยังมีคนอยากเข้ามาเล่นเยอะมาก ก็เลยถามมันว่า ‘ทำไมวะ’ มันก็บอก ‘พี่ยังเล่นได้เลย ผมก็เล่นได้’ 

“เอ้าเชี่ย กูนึกว่ากูเจ๋ง ที่เคยคิดว่าเป็นพรสวรรค์ ที่แท้มันอาจจะไม่ใช่อย่างเดียวนะ” เขาหัวเราะก๊าก

มาปี 2017 ยูได้รวม Comedian หลายคนทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ขึ้นโชว์ในงานที่ชื่อ A Katanyu and Friends ที่ร้าน The Sportsman Sports Bar Bangkok ด้วยยอดคนดูกว่า 400 คน และภายในปีเดียวกันเขาได้จัดโชว์ในโรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศด้วยยอดคนดูเกิน 700

แล้วก็มาถึงยุคของ ‘ยืนเดี่ยว’ คอมมูนิตี้ของคนรัก Stand-up Comedy ที่ยูและ แก๊ป-คณีณัฐ เรืองรุจิระ ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้มือใหม่เข้ามาลองไมค์ได้ ขยับขยายทั้ง Comedian และคนที่สนใจฟังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันมียอดผู้ติดตามเพจกว่า 4 แสนคน

A Katanyu Comedy Club คลับของคนรักเสียงหัวเราะ ที่อยากให้ Stand-up Comedian เป็นอาชีพ

“แต่จำนวนคนดูไม่สำคัญเท่าจำนวนคนที่ยอมเปิดใจ” ยูย้ำ

“เราเปรียบเทียบแบบนี้ เหมือนตอนเด็ก ๆ เรากิน McDonald’s แล้วไม่เข้าใจรสชาติของแตงกวาดอง แต่ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่ะ มันอร่อยแบบนี้ รสชาติของ Stand-up Comedy ก็เหมือนรสชาตินั้นที่คนดูส่วนใหญ่อาจจะยังไม่เข้าใจ 

“หรือบางคนบอกว่า กินปลาร้าไม่ได้ ไม่เห็นอร่อยเลย มันคือคนที่มาดูแล้วบอกว่า เชี่ย ไม่เห็นตลกเลย ดูทำไม แต่อย่าลืมว่ามีคนอร่อย มีคนชอบรสชาติแบบนี้อยู่ และอาจจะมีคนชอบรสชาติแบบนี้เพิ่มก็ได้ แล้วคนที่ไม่ชอบ วันหนึ่งเมื่อเขาเข้าใจวัฒนธรรมก็อาจจะอร่อยกับมันก็ได้

“การที่คนเข้าใจเรื่องความหลากหลายของรสชาติในเรื่องเสียงหัวเราะมากขึ้น ทำให้การดู Stand-up Comedy ไม่ใช่แค่การจับจ้องว่าไอ้นี่แม่งตลก/ไม่ตลก แต่เป็นการดูที่ความน่าสนใจของไอเดียว่า มุกนี้ขำเหมือนกันนะ เปิดใจรอดูดีกว่าว่าเดี๋ยวเขาจะพัฒนารึเปล่า 

“พอคนเริ่มเข้าใจรสชาติหลากหลายของเสียงหัวเราะ ก็ทำให้คนดูทั้งเปิดโอกาสให้กับคนเล่น เปิดโอกาสให้กับตัวเองได้ทำความเข้าใจมุกตลกที่อาจจะยังอ่อนด้อย ยังไม่คม หรือมุกที่แตกต่างไปจากรสนิยมเดิมที่เคยมี ซึ่งสุดท้ายมันจะเพิ่มความหลากหลาย ส่วนคนที่เล่น Stand-up Comedian ก็จะได้พัฒนาขึ้น”

แม้ในวันนี้สิ่งที่เปลี่ยนไปหลัก ๆ คือจำนวนคนดู จำนวน Comedian และจำนวนคนเปิดรับที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งเดียวที่เหมือนเดิมตั้งแต่ต้น คือความเป็นอาชีพของ Stand-up ที่ยังไม่มั่นคงเท่าที่ควรเพราะทุกโชว์เป็นเพียงงานที่ได้เล่นแค่ครั้งเดียวแล้วก็จบไป 

นี่จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักที่ยูตัดสินใจเปิดร้าน A Katanyu Comedy Club ขึ้นมา

A Katanyu Comedy Club คลับของคนรักเสียงหัวเราะ ที่อยากให้ Stand-up Comedian เป็นอาชีพ
A Katanyu Comedy Club คลับของคนรักเสียงหัวเราะ ที่อยากให้ Stand-up Comedian เป็นอาชีพ

ขายหัวเราะ

“ในซีรีส์ Netflix เรื่อง Standing Up บอกว่า คุณต้องเล่นให้ครบ 300 ชั่วโมงขึ้นไป คุณถึงจะเก่ง” 

หลังยูพูดจบประโยค เราซี้ดปากไปพร้อม ๆ กัน เพราะการจะหาพื้นที่ซ้อมหรือเล่นจริงในไทยเพื่อเก็บค่าประสบการณ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

“บอกเลยว่าคนรุ่นใหม่เก่ง ตลก มีมุก แต่คุณจะเอาชั่วโมงบินจากไหน คุณจะไปเล่นที่ไหน คุณไม่มีเลยนะ เราก็เลยคิดว่า ถ้างั้นมึงมาเล่นที่นี่ เราคิดนะว่าอยากมีทุกวันเลย”

นับแต่นั้นเป็นต้นมา คอนเซ็ปต์ของร้าน A Kantanyu Comedy Club ที่อยากเปิดเวทีทุกวันจึงเกิดขึ้น แต่สิ่งที่ท้าทายตามมา คือการหา Comedian พร้อมขึ้นโชว์ในทุก ๆ วันตามแผน 

ในลิสต์จะมีทั้งคนที่ยูชวนมาด้วยความชอบส่วนตัว และคนที่เคยผูกพันจากโชว์ครั้งก่อน ๆ แต่สำหรับมือใหม่ที่อยากลองเล่น Stand-up ร้าน A Katanyu Comedy Club ยินดีเปิดให้ลองไมค์ได้ทุกวันพุธ และยินดีเปิดรับสมัคร Comedian ใหม่ ๆ ประจำร้านอยู่เสมอ 

เราให้ยูแนะนำ Stand-up Comedian 5 คนทั้งในไทยและต่างประเทศ เผื่อใครสนใจอยากตามไปติดตามผลงานและเปิดใจให้กับความฮาก่อนจะมาเจอกันที่คลับแห่งนี้

A Katanyu Comedy Club คลับของคนรักเสียงหัวเราะที่ตั้งใจจัดโชว์ทุกวัน เพื่อขับเคลื่อน Stand-up Comedy ทั้งคนเล่นและคนดู

1. Ricky Gervais

“คนอังกฤษ เป็นแนวจิกกัด แสบ ๆ หน่อย แต่ว่าเขาจะมีไอเดียเกี่ยวกับความคิดค่อนข้างเยอะ เช่น เขาเล่นเรื่องธรรมชาติ ความคิดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ แล้วก็เล่นเรื่องเพศ โห เล่นเยอะมาก แล้วก็แซวหนักจริง ๆ”

2. Chris Rock

“โชว์ชื่อ Tamborine เขาเก่งมาก ที่แนะนำคนนี้เพราะคิดว่าคนไทยน่าจะชอบ Will Smith กันเยอะ ไปลองฟัง คริส ร็อก ดู จะได้รู้ว่าเขาคิดอะไร”

3. ปิ๊ปโป้ Storylog

“มีโชว์ไม่เยอะ ไม่ได้ทำบ่อย แต่ว่าฉลาดและเก่งมาก อันนี้ผมให้อันดับหนึ่งเลย”

4. ณฐ ผู้จองหอง

“ณฐเป็นนักดนตรีกลางคืน เขามีประสบการณ์เกี่ยวกับการเล่นดนตรี แต่จังหวะจะโคนต่าง ๆ มีความเฉพาะตัวดี แล้วเขาเก๋าเกมเพราะผ่านประสบการณ์เวทีมาเยอะมาก ทำให้การเล่นของเขาค่อนข้างสบาย ๆ ซึ่งผมชอบมาก”

5. ลินิน

“คนนี้เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ผมว่าเหมือนจะขี้เล่น แต่เอาจริงเอาจังกับ Stand-up มาก โชว์เขาพัฒนาขึ้นทุก ๆ ครั้ง ล่าสุดที่ยืนเดี่ยวแม่งโคตรดี ผมให้แม่งเจ๋งสุดเลย คมแล้วก็ฉลาด แล้วก็ลูกล่อลูกชนเยอะมาก”

ร้านเปิดตั้งแต่ 17.00 น. ที่ตะวันเริ่มร่วงมาแตะเส้นขอบฟ้า แต่ Stand-up สายฮาจะเริ่มเล่นตั้งแต่ 19.00 น. เป็นต้นไป วันละประมาณ 3 – 4 คน รวม 1 ชั่วโมงเศษ ๆ ในทุกวัน

ใครอยากร่วมสนุกไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วก่อนเข้างาน แค่มาที่ร้านและอุดหนุนเซ็ตเครื่องดื่มและอาหารที่ทางร้านจัดเตรียมไว้อย่างดี มีทั้งเบียร์สำหรับสายดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอิตาเลียนโซดาที่มีรสชาติให้เลือกผสมกันถึง 6 อย่าง ทานคู่กับของทานเล่นอย่างเฟรนช์ฟรายส์ นักเก็ต ไก่ป๊อป เพลิดเพลินไปกับเสียงหัวเราะที่อบอวล

“สิ่งที่เราทำแล้วชอบตลอดเลยคือ เวลาเห็นอะไรแล้วโรแมนติก แล้วทำให้มันเกิดขึ้นจริงตรงหน้า ในอนาคตเราอยากเห็นคนเต็มร้าน แล้วคนเล่น Stand-up หัวเราะกันครืนทุกคืน อย่างเมื่อวานแค่ซ้อมตรงนี้ ลองไมค์หน่อย ให้เพื่อนทุกคนมานั่งล้อม ๆ เล่นกัน

“โห แม่งอย่างกับอยู่ในซีรีส์ Netflix เลยว่ะ”

A Katanyu Comedy Club คลับของคนรักเสียงหัวเราะที่ตั้งใจจัดโชว์ทุกวัน เพื่อขับเคลื่อน Stand-up Comedy ทั้งคนเล่นและคนดู

A Katanyu Comedy Club

ที่ตั้ง : 1503 ชั้น 2 ถนนพระราม 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 17.00 – 0.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2068 6799

Facebook : A Katanyu

Writer

ภูรินทร์ บุระคร

มนุษย์ที่กำลังตามหาความหมายของชีวิต มักคิดว่าจิตสำนึกเป็นลาภอันประเสริฐ และชอบเปิดมินิคอนเสิร์ตทุกครั้งที่อาบน้ำ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load