บากะ บากะ บากะนก!

เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ ดังมาแต่ไกล เป็นสัญญาณว่าเราน่าจะมาถูกที่แล้ว เมื่อเดินตามหาต้นตอของเสียงก็ถึงที่หมาย เราพบห้องโถงเล็กๆ เต็มไปด้วยข้าวของน่ารัก ประตูเปิดกว้าง มีเคาน์เตอร์ไม้เตี้ยๆ กั้นบอกอาณาเขต เดาว่าตรงนี้คงเคยเป็นหน้าต่างบานใหญ่มาก่อน แต่แทนที่จะเป็นกระจกใสกลับโล่งโปร่ง เผยให้เห็นหนังสือเด็กปกฉูดฉาดวางเรียงรายอยู่บนชั้น บ่งบอกว่านี่คือร้านหนังสือ

ในเมืองที่มีร้านหนังสืออิสระเพียงไม่กี่ร้าน ที่นี่เป็นหนึ่งในนั้น และเป็นร้านหนังสือเด็กแห่งเดียวของเชียงใหม่ในขณะนี้

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

หากเอ่ยชื่อ ‘บากะนก’ (Baka-Nok) คงไม่มีใครคิดว่านี่คือชื่อร้านหนังสือ เมื่อถาม อิ๋ว-ปุณย์ศิริ สกุลวิโรจน์ แวร์ญ คุณแม่ลูกหนึ่งผู้เป็นเจ้าของร้าน เธอเล่าว่านี่เป็นวลีน่ารักๆ จาก อเดล ลูกสาววัย 3 ขวบของเธอ

“ในภาษาอังกฤษ ไก่ร้อง ดุ๊กดูดู้ว 

ในฝรั่งเศสไก่ร้อง โกโกรีโก 

ในไทยไก่ร้อง เอ้กอีเอ้ก”

อิ๋วเลียนเสียงไก่จากหนังสือเด็กต่างภาษาที่เธอเคยอ่านให้ลูกฟัง 

แน่นอน อเดลยังคงสับสนว่าไก่ร้องอย่างไรกันแน่

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่
Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“หนึ่งในหนังสือที่ต้องอ่านให้เด็กๆ ฟังคือหนังสือเกี่ยวกับสัตว์ ลูกเรางงเสียงสัตว์มาก เพราะเสียงร้องของสัตว์ในฝรั่งเศส อังกฤษ และไทย ต่างกัน เราเลยสอนโดยเลียนแบบเสียงธรรมชาติไปเลย แล้วให้เขาไปหาเองว่าร้องยังไง” 

อิ๋วบอกกับเรา ก่อนจะเลียนเสียงหมู เสียงไก่ ในแบบที่เคยทำให้ลูกฟังอย่างอารมณ์ดี

“เวลาเราเล่นขี่ม้ากับลูก เราใช้เสียงม้าวิ่งว่ากุบกับ ส่วนพ่อเขาใช้อุตะกะ เขาพูดไม่ได้ทั้งคู่ สุดท้ายถ้าเขาอยากขี่หลังเรา เขาจะใช้คำว่าบากะ บากะ ครั้งหนึ่งตอนที่เราไปแม่ริม เขาเห็นม้ากำลังกินหญ้าอยู่แล้วนกมาเกาะ เขาพูดว่าบากะนก เขาชอบพูดคำนี้ เป็นคำที่ไม่ได้มีความหมายอะไรมาก แต่เรารู้สึกว่าตลกดี”

นี่คือที่มาของชื่อบากะนก ที่ต่อไปผู้คนจะจดจำในฐานะของร้านหนังสือเด็ก

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

ก่อนจะมาเป็นบากะนก อิ๋วบอกกับเราว่าห้องเล็กๆ ตรงมุมอาคารแห่งนี้เคยเป็นร้านของเพื่อน เธอไม่เคยคิดจะเปิดร้านหนังสือมาก่อน จนกระทั่งเพื่อนย้ายออกไปและทำให้ที่นี่ว่างอยู่สักพัก อิ๋วจึงคิดว่าน่าจะเริ่มทำอะไรสักอย่างดู

เธอมองเห็นว่าเวิ้งเหล็กแดงที่ตั้งเลียบถนนท่าแพมีร้านพาสต้า บาร์ สตูดิโอ แกลเลอรี่ แต่ยังไม่มีที่ของเด็ก ความตั้งใจแรกคือการเปลี่ยนที่นี่ให้เป็นพื้นที่สำหรับครอบครัวและอเดลก็ใช้ที่นี่เป็นห้องสมุดไว้พบปะเพื่อนๆ หลังเลิกเรียน

“เราเปลี่ยนให้เป็นร้านหนังสือและเปิดเป็นพื้นที่ให้คนได้เข้ามา อเดลเป็นลูกคนเดียว เขาจะได้แบ่งสิ่งที่เขามีให้กับคนอื่นๆ ด้วย เขาจะได้โตกับคนที่นี่ พื้นที่ตรงนี้เปิดให้เขาได้เจอคนใหม่ๆ เจอสังคมที่มีคนหลากหลาย อีกอย่างในเชียงใหม่ยังไม่ค่อยมีที่ของเด็ก เราอยากให้เด็กๆ ได้มาวิ่งเล่น มาซื้อ มาอ่านหนังสือ ในวันเสาร์-อาทิตย์”

“เราค้นพบความสงบจากหนังสือ” 

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

อิ๋วเปรียบบากะนกเป็นต้นไม้เล็กๆ เป็นงานอดิเรกที่ใช้รายได้จากงานประจำมารดน้ำ พรวนดินให้เติบโตต่อไปได้ 

ก่อนหน้านี้อิ๋วทำแบรนด์เสื้อผ้าและงานคราฟต์ของตัวเอง เห็นได้ว่ามีเสื้อผ้าเด็ก กระเป๋า และของกระจุกกระจิก ที่เป็นงานของอิ๋ววางอยู่ตามมุมต่างๆ ของร้าน ปัจจุบันเธอเป็นผู้ช่วยเมเนเจอร์โปรดักชันการผลิตผ้าให้กับแบรนด์หนึ่งในเชียงใหม่ และเปิดร้านหนังสือเด็กแห่งนี้ควบคู่ไปด้วย ส่วน อาเธอร์ แวร์ญ สามีชาวฝรั่งเศสเป็นสถาปนิกประจำอยู่ที่สตูดิโอพันธุ์ทาง ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสองของร้านหนังสือ ทั้งสองคนหลงใหลหนังสือมาตั้งแต่เด็ก

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“เราค้นพบความสงบจากหนังสือ ต่อให้โลกก้าวไปข้างหน้า วาร์ปได้ หรือเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสง สุดท้ายเราก็คือมนุษย์ ยังมีเซนส์ของการเปิด การสัมผัส ได้ดมกลิ่นของกระดาษเก่าๆ”

อิ๋วเล่าความประทับใจที่มีต่อหนังสือให้เราฟัง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปยกถุงใบใหญ่ข้างตัว ซึ่งด้านในจุด้วยหนังสือเล่มโปรด เดาว่าเธอคงอ่านมันทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังค่อยๆ เปิด ชวนเราพินิจแต่ละหน้าอย่างใจเย็น

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

ขณะที่เรากำลังคุยกัน ในมือของอิ๋วถือหนังสือปกสีชมพูเล่มเก่า เรื่อง ‘โมโมจัง’ วรรณกรรมเด็กจากปลายปากกาของ มัตสุทานิ มิโยโกะ (Matsutani Miyoko) เธอเล่าว่านี่คือหนังสือเล่มโปรดในวัยเด็ก

“ตอนเด็กเราชอบเล่มนี้ มันเป็นวรรณกรรมที่เราอ่านตอนแปดขวบ ตอนนี้เราเริ่มอ่านให้ลูกฟังก่อนนอน เราอยากถ่ายทอดให้ลูก สามีเราก็เหมือนกัน เขาสะสมหนังสือเรื่อง Treasure Island เพราะพ่อของเขาซื้อและอ่านให้ฟังเป็นเล่มแรกๆ บางเล่มเป็นเรื่องที่คุณปู่อ่านให้พ่อเขาฟัง แล้วพ่อก็อ่านให้เขาฟัง เขาเองก็อยากอ่านให้ลูกฟัง เราทำต่อๆ กันมา ไม่มีต้นทุนอะไรมาก แค่ตั้งใจเลือกหนังสือและให้เวลา นี่เลยกลายเป็นแพสชันเล็กๆ ที่ทำให้เรามีหนังสือไว้ที่บ้าน”

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่
Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

ผู้เป็นแม่คนนี้เผยว่าอุ่นใจหากลูกสาวได้เติบโตในห้องสมุด 

“เราว่าหนังสือมันเหมือนเพื่อน คนทุกคนมีเพื่อน มีคนรอบตัว แต่มันก็ต้องมีวันที่ไม่มีใคร หนังสือเป็นโลกที่ทำให้คุณมีประสบการณ์และได้เรียนรู้โดยที่ไม่ต้องวิ่งออกไปข้างนอก มันทำให้เราอยู่กับตัวเองได้ ถ้าลูกอ่านหนังสือออก เราก็อุ่นใจแล้ว” เธอเล่า

ห้องสมุดของอเดล

อิ๋วเริ่มจากการหอบหนังสือของอเดลจากที่บ้านมาไว้ที่นี่เพื่อเปิดเป็นร้านหนังสือมือสอง และค่อยๆ เลือกหนังสือเล่มใหม่ที่น่าสนใจมาวางขายในร้าน 

“เด็กๆ ยังไม่รู้วิธีการรักษาหนังสือ เขาจะเปิดแรง การหนังสือมือสองอยู่ในสองชั้นแรกให้เขาเอื้อมถึง ทำให้เราไม่ต้องห่วง มันมีมุมใหญ่ๆ ที่ให้เขาได้เลือกหนังสือเองได้อย่างเต็มที่ จะซื้อก็ได้ ไม่ซื้อก็ได้ เอาไปอ่านตรงนู้น ตรงนี้ ก็ได้

“หนังสือเด็กมันแพง ไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนเอื้อมถึง มันเหมาะจะเป็นของขวัญให้กับลูกในบางเทศกาล แต่อาจซื้อหนังสือใหม่ให้บ่อยๆ ไม่ได้ ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายชีวิตของหลายๆ คนที่อยากมีหนังสือให้ลูกเยอะๆ เราเองซื้อหนังสือใหม่ให้ลูกเพราะอยากจะซัพพอร์ตสำนักพิมพ์หรือร้านหนังสืออิสระเล็กๆ ในเมืองต่างๆ”

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

อิ๋วเล่าให้เราฟังขณะพาเราดูหนังสือมือสองบนสองชั้นแรก ส่วนบนโต๊ะกลางห้องโถงและชั้นวางที่สูงขึ้นมาหน่อยถูกจับจองด้วยหนังสือเล่มใหม่

ถ้ามีโอกาสไปเยือนเมืองต่างๆ อิ๋วมักจะตามหาร้านหนังสืออิสระ และซื้อหนังสือสักเล่มกลับมาเป็นของขวัญเสมอ นั่นทำให้ร้านบากะนก ไม่ได้มีแค่หนังสือมือสอง แต่ยังมีหนังสือมือหนึ่งดีๆ สำหรับใครที่อยากซื้อกลับไปเป็นของขวัญด้วย

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“เรามีหนังสือภาษาอังกฤษเป็นหลัก และเลือกหนังสือที่แปลไทยดีๆ มาบางส่วน เราไม่ได้คิดว่าเด็กไทยจะต้องพูดอังกฤษได้ เพียงแต่ไม่ปิดกั้น พออ่านได้แค่ผิดๆ ถูกๆ ถ้าคุณอ่านเล่มนี้ออก คุณจะมีเพื่อนเป็นชาวสวีเดน อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ มันคือการเปิดโลกทัศน์ของเด็ก เราเลยพยายามเลือกหนังสือมาอย่างหลากหลาย” 

หลังจากมีอเดล หนังสือเด็กของลูกก็เข้ามาทำให้ชั้นหนังสือที่บ้านของอิ๋วและอาเธอร์มีสีสัน พวกเขามีเวลาอ่านหนังสือที่ตัวเองอยากอ่านน้อยลง ได้อ่านหนังสือให้ลูกฟังมากขึ้น และยังเดินหน้าเสาะหาหนังสือดีๆ มาแบ่งปันต่อไป

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“พอเราอยู่ในโลกของหนังสือเด็กมากเข้า เราจะเห็นว่าเดี๋ยวนี้หนังสือเด็กมีนักวาดภาพประกอบที่น่าสนใจ เช่น เรื่องต้นไม้ ก็เป็นหนังสือแปลที่ดีมาก เราอยากเลือกหนังสือเองด้วย เพราะร้านมันเล็ก พยายามเลือกหนังสือที่ภาพประกอบดี เรื่องราวดี แบบคลาสสิกก็มี โมเดิร์นคลาสสิกก็มี เดี๋ยวนี้มีเกี่ยวกับการดูแลโลก อวกาศ แอดวานซ์กว่าเมื่อก่อน เราว่ามันน่าสนใจ เพราะมีนักเขียนใหม่ๆ ที่มีวิธีการนำเสนอชีวิตที่มีความเป็นปัจจุบันกว่า” 

อเดลเป็นลูกคนเดียว การมาร้านหนังสือจึงเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้เจอเพื่อนๆ อิ๋วอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่สำหรับเด็กๆ ที่จะทำอะไรก็ได้อย่างอิสระ จะเกลือกกลิ้ง ปีนป่าย นั่งอ่านหนังสือตามมุมต่างๆ หรือวาดรูประบายสีตรงเคาน์เตอร์ไม้ก็ได้ตามใจชอบ

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่
Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

ที่นี่ไม่ได้มีแปลนซับซ้อนอะไรนัก สิ่งที่อาเธอร์ พ่อผู้เป็นสถาปนิกให้ความสำคัญที่สุด คือความปลอดภัยและดีไซน์ที่จะเป็นมิตรกับเด็กๆ โต๊ะไม้โค้งมนไม่มีเหลี่ยมให้วิ่งชนแล้วบาดเจ็บ เคาน์เตอร์ไม้กว้างและไม่สูงเกินไป พอให้พวกเขาปีนป่ายได้โดยไม่เป็นอันตราย ประตูที่นี่ก็ไม่เคยปิด เด็กๆ วิ่งเข้า วิ่งออกได้อย่างสะดวกสบาย

นอกจากเป็นร้านหนังสือแล้ว อิ๋วยังมีไอเดียอยากจัดเวิร์กช็อปและ Blind Date กับหนังสือ โดยที่ผู้ข้าร่วมไม่จำเป็นต้องเป็นเด็ก แต่เป็นใครก็ได้ เพราะเธอเชื่อว่านี่คือพื้นที่ของทุกคน

“บางทีผู้ใหญ่เองก็นึกถึงความเป็นเด็กเหมือนกัน อยากให้ที่นี่เป็น Sharing Space เป็นพื้นแลกเปลี่ยนความรู้สึก แลกเปลี่ยนความเป็นเด็กให้กับผู้ใหญ่ ให้เด็กเรียนรู้จากผู้ใหญ่ได้ด้วย”

เลี้ยงลูกเล็ก ในเวิ้งเหล็กแดง

ระหว่างที่เรากำลังนั่งคุยกับอิ๋ว เสียงโหวกเหวกดังมาจากอีกฟาก บริเวณหน้าร้านพาสต้า จากตรงนี้มองเห็นเด็กหญิงอเดลกำลังวิ่งไปทางนู้นที ทางนี้ที เล่นกับผู้คนในเวิ้งอย่างสนุกสนาน ก่อนกลับมานั่งกินแตงโมสบายใจเฉิบอยู่ที่โต๊ะของร้านข้างๆ นี่เป็นภาพธรรมดาที่พบเห็นได้ หลังจากห้องสมุดส่วนตัวของอเดลย้ายมาตั้งอยู่ในเวิ้งแห่งนี้ อิ๋วยังเล่าให้เราฟังอีกว่า แต่ละร้านจัดเวรประจำวันเพื่อมาดูแลอเดลตลอดช่วงสั้นๆ หลังจากที่เธอกลับจากโรงเรียน

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

อิ๋วชี้ให้เราดูบาร์ท่าแพอิส บาร์สวยๆ ที่อยู่ถัดจากร้านหนังสือ

“มันมีร้านหนังสือเด็กที่ไหนอยู่ติดกับบาร์” เธอกล่าวติดตลก

“แม่บางคนก็มาตอนค่ำๆ ได้ดื่มเบียร์สักแก้ว ลูกก็นั่งอ่านหนังสือ ลูกค้าที่มาร้านเราก็เป็นลูกค้าของคนที่มากินปลาร้านตรงข้ามบ้าง หรือเป็นลูกค้าที่มาเวิร์กช็อปทำพาสต้าบ้าง เด็กไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าบาร์เป็นพื้นที่สีเทา เราไม่ต้องปิดตาเขาแล้วบอกว่าอะไรดีไม่ดี เพราะมันไม่มีอะไรไม่ดี ทุกอย่างมีหลายสี ทุกร้านมีฟังก์ชันของตัวเอง”

“โลกคือความจริง เราคงจะสอนลูกแบบนิทานอีสปหรือ หนูน้อยหมวกแดง ที่มีหมาป่า มีคุณยาย มีนายพราน มันไม่ได้สวยงามทั้งหมด มันดีกว่าที่เขาโตโดยที่เห็นทั้งความงามและความไม่งาม”

อิ๋วเล่าถึงที่ตั้งของร้านที่ดูจะขัดแย้งกับการเป็นร้านหนังสือเด็ก แต่กลับสมดุลในความคิดของเธอ

วิ่งเท้าเปล่า ตักหิน เตะก้นบุหรี่

การมีอยู่ของบากะนกในเวิ้งเหล็กแดงไม่ได้ดูขัดเขิน อิ๋วเองก็ชอบมวลรวมของความหลากหลายในพื้นที่ตรงนี้ ที่นี่เป็นเหมือนโอเอซิสใจกลางเมืองที่อนุญาตให้เด็กๆ วิ่งเล่นได้อย่างสนุกสนาน

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

“พอเป็นพื้นที่เปิดแบบนี้ เราอยู่กันได้แบบบาลานซ์มาก มันทำให้แม่ๆ พ่อๆ ได้มีพื้นที่ของตัวเอง ได้นั่งกินข้าวสักยี่สิบนาทีแบบที่ไม่ต้องจับลูกไว้ตลอดเวลา บางทีมันสำคัญนะกับการที่คนคนหนึ่งจะได้นั่งดื่มกาแฟเงียบๆ อ่านหนังสือของตัวเองสักสองสามหน้า

“ร้านนี้เหมือนกันกับการสอนลูก เราตีกรอบมันไว้หลวมๆ ถ้าใครมาแล้วได้หนังสือเล่มไหนกลับไป ได้แง่มุมไหนกลับไป หรือได้บรรยากาศ ได้ความทรงจำกลับไปก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา แต่สำหรับเขา หากเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกมาทั้งวัน เป็นแม่ที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอ่านหนังสือเล่มไหนกับลูก บางทีการที่เขามาเจอพื้นที่ของเรา มันทำให้เขาได้อุปกรณ์ ได้หนังสือ ได้แรงบันดาลใจในการดูแลลูกๆ กลับไป

“เด็กๆ เองอาจรู้สึกว่าเขาได้มาแบ่งปัน มาเล่นกัน การมีพื้นที่ให้เขาเล่นอย่างไม่เป็นอันตราย ได้วิ่งเท้าเปล่าบ้าง ตักหินบ้าง วิ่งบนหญ้าบ้าง เตะก้นบุหรี่บ้าง ท่ามกลางผู้คนที่หลากหลาย เราว่ามันดี เพราะเราเองก็ไม่ได้อยากสร้างพื้นที่ที่มันอุดมคติและสวยงามเกินไป”

อิ๋วทิ้งท้ายกับเรา บทสนทนาจบลงก่อนที่อเดลจะวิ่งมาทวงคุณแม่ของเธอคืน

Baka-Nok แม่ทำห้องสมุดให้ลูกสาวจนกลายเป็นร้านหนังสือเด็กหนึ่งเดียวของเชียงใหม่

บากะนก (Baka-Nok)

ที่อยู่ : 90 ถนนท่าแพ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 7989 3594

Facebook : Bakanok

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

5 พฤศจิกายน 2561
34 K

นั่งหลบแดดอยู่ในศาลาท่าน้ำสรรพวุธบางนา รอขึ้นเรือโดยสารสาธารณะข้ามไปยังฝั่งบางกะเจ้า จุดมุ่งหมายที่จะไปมีชื่อว่า ‘Hiddenwoods’

เรือแล่นตัดแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังฝั่งตรงข้าม ไม่กี่นาทีก็ถึง พอขึ้นไปบนฝั่งก็ไม่น่าเชื่อว่าแค่ไม่กี่นาทีจากอากาศที่อบอ้าวและความจ้อกแจ้กจอแจทั้งหลาย จะกลายเป็นอากาศเย็นสบายและได้ยินเสียงนกร้องคลอระหว่างเดินเท้าต่อไปยัง Hiddenwoods แมน-ปัญญา เต็มคำขวัญ เจ้าของสถานที่ออกมาต้อนรับผม และพาเดินดูรอบๆ แมนบอกว่าเราเป็นคนแรกๆ ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่แห่งนี้

พื้นที่ขนาด 3 ไร่นี้กำลังจะเปิดเป็นโฮมสเตย์ คาเฟ่ และพื้นที่จัดกิจกรรม รวมถึงเป็นบ้านของแมน แยม และอลัน ลูกชายวัยขวบเศษๆ

Hiddenwoods

ชื่อ Hiddenwoods ได้มาจากความเขียวครึ้มของต้นไม้ที่ปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่อย่างไม่ต้องสงสัย ทางเข้ามาสู่ที่นี่มีอยู่ 2 ทาง คือทางเรือโดยสารสาธารณะจากท่าสรรพวุธบางนามาขึ้นยังท่าเรือตาเลื่อน แล้วเดินด้วยทางเท้าชุมชนเล็กสำหรับให้คนเดิน หรือขี่จักรยานเข้ามาจนถึง Hiddenwoods ส่วนอีกทางหนึ่งคือมาทางรถยนต์ แต่หาที่จอดจากทางด้านนอก แล้วเดินมายังเส้นทางเท้าของชุมชนเช่นเดียวกัน

“การใช้เรือสาธารณะและใช้ทางเข้าที่ให้คนได้ผ่านชุมชนเข้ามาก่อนน่าจะเป็นการช่วยสร้างเรื่องราวของคนที่จะเข้ามา เราต้องการให้เขาเดินดูบรรยากาศของบางกะเจ้าก่อน เราแค่ติดป้ายเล็กๆ บอกว่า Hiddenwoods แล้วเปิดประตูไว้ ใครเดินหรือขี่จักรยานผ่านมาผ่านไปถ้าสังเกตเห็นก็เข้ามาได้ ให้ความรู้สึกมันเหมือนเป็นป่าลับๆ อย่างที่ต้องการ” สมาชิกใหม่ของบางกะเจ้าเล่าให้ผมฟังด้วยท่าทีนอบน้อม

Hiddenwoods Hiddenwoods

พื้นที่ของบางกะเจ้าที่เรียกกันจนคุ้นหูแล้วว่า เป็นปอดของกรุงเทพฯ เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนและโอโซนขนาดใหญ่ที่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด หลายหน่วยงานและชุมชนต้องการอนุรักษ์ให้บางกะเจ้าไม่ถูกทำลายไปมากกว่านี้ เลยจะเห็นว่าผู้ประกอบการหลายรายทำธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก รวมถึง Hiddenwoods ด้วย

“ที่ตรงนี้เดิมเป็นป่าจากและป่าหญ้า วัชพืชขึ้นรกไปหมด มีต้นไม้ใหญ่คือต้นจามจุรีกับต้นไทร เราเริ่มสร้างที่นี่โดยคำนึงถึงต้นไม้ ถางพวกวัชพืชออก เก็บต้นไม้ที่มีประโยชน์ไว้ รวมถึงต้นไม้ใหญ่ด้วย แล้วก็เอาต้นไม้ใหม่มาปลูกเพิ่ม ปลูกตั้งแต่เป็นต้นกล้าเล็กๆ ซื้อกล้ามาปลูกเป็นพันๆ ต้น เพราะทางเข้าที่แคบทำให้ล้อมต้นไม้ใหญ่เข้ามาปลูกไม่ได้ ผมได้คำแนะนำจากพี่วิทย์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องต้นไม้แห่ง Little Tree Garden เรื่องการปลูกต้นไม้เสริม คำแนะนำจากพี่วิทย์คือให้ใช้ต้นไม้ท้องถิ่น เพราะดินที่บางกะเจ้าเป็นดินน้ำกร่อย ต้นไม้ที่จะนำมาปลูกเสริมก็ควรจะอยู่ในดินแบบนี้ได้ เลยเลือกต้นขี้เหล็ก ต้นสะเดา และต้นตีนเป็ดน้ำ มาเสริม”

Hiddenwoods

“ดินที่ใช้ปลูกต้นไม้ก็เหมือนกัน ผมกับลุงรีย์แบกดินขนปุ๋ย เลือกเอาพวกปุ๋ยธรรมชาติ เอามูลไส้เดือน มาบำรุงพื้นที่ แบกเข้ามาก็หลายตันอยู่ มีแค่รถเข็นที่ทุ่นแรง วิ่งเข้าวิ่งออกหลายรอบใช้เวลาขนกัน 2 วัน ค่อยๆ ทำกัน ถึงวันนี้ก็ 3 ปีแล้ว ต้นไม้ที่ปลูกโตบ้าง ตายบ้าง แต่ต้นที่โตก็เห็นผลดีทีเดียว” แมนเล่าถึงการเริ่มรักษาพื้นที่สีเขียวแห่งนี้

อาคารหลักของ Hiddenwoods มีอยู่ 4 อาคาร แมนแบ่งสัดส่วนใช้เป็นบ้านของตัวเอง ด้านบนสุดมีดาดฟ้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยกิ่งก้านต้นจามจุรีใหญ่

Hiddenwoods Hiddenwoods

ด้านหน้าริมน้ำเป็นคาเฟ่ ด้านในสุดเป็นอาคารเล็กๆ 2 หลังที่เตรียมทำให้เป็นโฮมสเตย์

ว่ากันตามกฎหมาย การสร้างอาคารในบางกะเจ้าถูกกำหนดไว้ค่อนข้างละเอียด โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม อาคารแต่ละหลังจะต้องสร้างไม่เกิน 200 ตารางเมตร และจะต้องมีพื้นที่ของอาคารแค่ 25 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด ความสูงของอาคารจะต้องไม่เกิน 12 เมตร

Hiddenwoods Hiddenwoods

“Hiddenwoods สร้างทุกอย่างตามที่กำหนดมา ทำตามระเบียบกติกาที่กำหนดไว้สำหรับชุมชนทุกอย่าง ซึ่งนั่นไม่ยากเลยถ้าเทียบกับโจทย์จากธรรมชาติ เราออกแบบตามบริบทของพื้นที่ บริบทที่หมายถึงคือ ต้นไม้ โจทย์ที่เราตั้งใจทำคือเก็บต้นไม้เอาไว้ให้มากที่สุด ตรงไหนที่เหลือค่อยสร้างอาคาร โจทย์จากธรรมชาติยากกว่ากฎหมายเสียอีก อาจจะคิดว่านี่คือการออกแบบ แต่ที่จริงแล้วตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มันคือการแก้ปัญหา”

เส้นทางเดินใน Hiddenwoods จะเห็นว่าบางทีก็คดเคี้ยวผิดธรรมชาติทางเดิน แต่ที่จริงแล้วมันก็เป็นไปตามธรรมชาติ เป็นทางที่สร้างจากช่องว่างของต้นไม้ และแก้ปัญหาการมีพื้นที่ในการสร้างทางเดินข้างล่างได้ยากด้วยการสร้างทางเชื่อมระหว่างอาคารต่างๆ แบบลอยฟ้าแทน

Hiddenwoods

“เราอยากมีดาดฟ้าใต้ต้นจามจุรีเป็นพื้นที่ร่มรื่นที่เอาไว้ใช้ทำกิจกรรม ตอนที่ยังไม่ได้สร้างตึกเราตั้งนั่งร้านแล้วลองปีนขึ้นมาเล็งดูว่าความสูงระดับนี้ มุมประมาณนี้น่าจะสวยพอดี แล้วค่อยสร้างอาคารขึ้นมา ตามกฎแล้วอาคารในบางกะเจ้าสูงได้ถึง 12 เมตร แต่อาคารนี้สูงแค่ 7 เมตร ที่ได้เท่านี้เพราะกิ่งใหญ่ๆ ที่แผ่ออกของต้นจามจุรีสูงให้เราแค่นี้ ถ้าเราสร้างสูงกว่านี้อีก 1 ฟุตก็ต้องตัดกิ่งออกแล้ว แต่เราก็ทำเท่าที่ธรรมชาติให้โจทย์มา

“บ้านที่เราอยู่จะเพดานเตี้ยกว่าบ้านคนปกติทั่วไป เพราะความสูงมันถูกจำกัดด้วยความสูงของต้นไม้ที่อยู่เหนือดาดฟ้า แต่เราก็อยู่ได้โดยไม่มีปัญหา ส่วนพื้นที่ด้านล่างตั้งใจจะใช้เป็นแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะ ตรงชั้น 1 สามารถใช้เป็นแกลเลอรี่ได้ด้วยเช่นกัน และเปิดเชื่อมออกไปเป็นลานหินกับระเบียงไม้ริมแม่น้ำ รวมถึงคาเฟ่”

Hiddenwoods Hiddenwoods

มองออกไปที่ระเบียงริมแม่น้ำ เปิดโล่งรับลมเย็นพัดมาอย่างเต็มที่ พื้นที่รอบๆ ด้านในยังเต็มไปด้วยต้นจากอยู่เต็มไปหมด แมนบอกว่า ตอนพายุเข้า ต้นจากพวกนี้เป็นกำแพงกันลมโดยธรรมชาติ ลมแรงมาก แต่ต้นไม้ข้างในบ้านกิ่งไม่หักและต้นไม้ไม่โค่นเลยสักต้น

ผมสังเกตเห็นกอจากกอใหญ่ที่เหลืออยู่กอเดียวริมฝั่ง แมนบอกว่า เขาต้องเอาหินมากันเอาไว้เพื่อไม่ให้กอจากพังทลาย ผมสงสัยว่าต้นจากที่เหมือนเป็นกำแพงแข็งแรงตามธรรมชาติขนาดนี้ ทำไมต้องให้คนช่วยเอาหินมาป้องกันด้วย

“เมื่อก่อนไม่ได้มีเรือใหญ่มากเหมือนปัจจุบัน พอมีเรือใหญ่ คลื่นก็ซัดเข้าฝั่งแรงขึ้น ต้นจากก็ร่วงจากไปเร็วกว่าธรรมชาติของมัน เลยต้องเอาหินมากันคลื่นรักษามันไว้” แมนตอบ

Hiddenwoods

ด้วยความตั้งใจที่อยากจะให้เป็นพื้นที่ที่เป็นมิตรกับชุมชน แมนเลยบอกผมว่า ในช่วงแรก Hiddenwoods จะเริ่มเปิดให้คนเข้าเฉพาะกิจกรรมพิเศษเท่านั้น ประเดิมกิจกรรมแรกด้วยเวิร์กช็อปตามหารสอุมามิของเชฟแบล็ก จากร้าน Blackitch เชฟแบล็กจะสอนเรื่องการหารสชาติอุมามิจากของใกล้ตัว และปรุงรสอุมามิเป็นของตัวเอง พร้อมเอามาต่อยอดทำเป็นเชฟส์เทเบิ้ลริมแม่น้ำเจ้าพระยาในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้

และอาทิตย์ถัดไปในวันที่ 24 พฤศจิกายน ลุงรีย์ร่วมกับฟาร์มโตะจะลงพื้นที่เสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่น
มาสร้างสรรค์เป็นเมนู ‘รสบางกะเจ้า’ ชวนนักกินมาลิ้มรสเมนูใหม่ๆ และส่งต่อสูตรอาหารให้กลายเป็นของชุมชนต่อไป

Hiddenwoods Hiddenwoods

การเปิดเฉพาะกิจกรรมพิเศษทำให้เราได้จำกัดจำนวนคนด้วย เมื่อพร้อมในการจัดการค่อยเปิดคาเฟ่เล็กๆ ที่ดูแลกันเอง คาดว่าจะเปิดให้คนทั่วไปเข้ามานั่งอยู่ในบรรยากาศป่าลึกลับแห่งนี้ในช่วงปลายปี ใครอยากไปสัมผัสพื้นที่สีเขียวแหล่งใหม่ก่อนใคร ลองติดตามรายละเอียดรวมถึงกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่จะจัดขึ้นได้ทาง Instagram | @Hiddenwoods_bkk

Hiddenwoods

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load