เรามองภาพนางแบบหน้าตาแสนเฉี่ยวในเสื้อผ้าสีน้ำเงินที่เต็มไปด้วยลวดลายสุดชิคบนลุคบุ๊กที่เขียนว่า ‘บายศรี’ 

แบรนด์ชื่อสุดแสนจะไทย แต่ทำไมเก๋ไก๋สากลขนาดนี้

บายศรี แบรนด์แพร่ที่หยิบลายตุง เครื่องเซรามิก มาออกแบบผ้าจนพาผ้าไทยไปแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย

เราคิดในใจขณะยืนอยู่ในอาณาจักรบายศรี ขออนุญาตเรียกที่นี่ว่า ‘อาณาจักร’ เพราะสิ่งที่เราเห็นไม่ใช่เพียงร้านขายสินค้า แต่ในพื้นที่กว่า 4 ไร่ ที่มองภายนอกอาจดูคลับคล้ายคลับคลาป่าร่มรื่น คือโรงงานตัดเย็บผ้า ย้อมผ้า เพนต์ผ้า ปักผ้า แบบครบวงจร

บายศรี แบรนด์แพร่ที่หยิบลายตุง เครื่องเซรามิก มาออกแบบผ้าจนพาผ้าไทยไปแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย

ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันรื่นรมย์ในอาณาจักรบายศรี เรามีนัดกับผู้สร้างสถานที่แห่งนี้ อาจารย์ช้าง-ศักดิ์จิระ เวียงเก่า ปรมาจารย์ด้านผืนผ้าแห่งเมืองแพร่ ที่ไม่ใช่แค่เปิดแบรนด์ผ้าดีไซน์เก๋ที่บ้านเกิด แต่ยังเป็นอาจารย์พิเศษของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทั้งยังเดินทางไปสอนดีไซน์ให้ชุมชนผ้าทอทั่วไทย และนำภูมิปัญญาผ้าไทยไปเผยแพร่ในแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย 

อาจารย์ช้าง-ศักดิ์จิระ เวียงเก่า ปรมาจารย์ด้านผืนผ้าแห่งเมืองแพร่

By Phrae, by himself 

อาจารย์ช้างเล่าถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดว่า ตนเรียนจบวิทยาลัยช่างศิลป์ จบออกมาทำงานโฆษณา แล้วจับพลัดจับผลูมีเพื่อนชวนไปทำงานออกแบบที่ชินวัตรไหมไทย

“ทำงานโฆษณาอยู่สองปี พอมาเปลี่ยนเป็นออกแบบผ้านี่ใช่เลย ลาออกเลย มาทำที่ชินวัตรไหมไทยที่เชียงใหม่ ผมออกแบบผ้าไหม ผ้าพิมพ์ ผ้ามัดหมี่ และผ้าบาติก แล้วเอามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ขายในช็อป ช่วงนั้นขายดีเพราะเศรษฐกิจดีมาก งานทำให้เข้าใจรสนิยมของคนต่างชาติ และใช้ศาสตร์การออกแบบได้เต็มที่ ทั้งลายผ้าและผลิตภัณฑ์”

อาจารย์ช้าง-ศักดิ์จิระ เวียงเก่า ปรมาจารย์ด้านผืนผ้าแห่งเมืองแพร่
บายศรี แบรนด์แพร่ที่หยิบลายตุง เครื่องเซรามิก มาออกแบบผ้าจนพาผ้าไทยไปแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย

เมื่อสะสมประสบการณ์เต็มที่ ราว 30 ปีที่แล้ว ดีไซเนอร์ไฟแรงจึงออกมาก่อตั้งแบรนด์บายศรีร่วมกับเพื่อน เริ่มจากออกแบบงานผ้าบาติกที่ใต้ถุนบ้านคุณยาย โดยตั้งใจว่าจะผลิตผลงานที่นี่แล้วนำงานคราฟต์ไปขายในเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่

“สมัยนั้นคนยังไม่รู้จักเลยว่าแพร่อยู่ตรงไหนในประเทศไทย อยู่ติดเพชรบูรณ์หรือเปล่า เราเลยต้องดูแลตัวเอง ทำเองให้มากที่สุด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ จะมัวมาหวังพึ่งคนอื่นก็ไม่ได้ โครงการที่รัฐช่วยก็ยังไม่มี ต้องช่วยเหลือตัวเองหมด” 

ช่วงเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูก่อนยุคฟองสบู่แตก บายศรีมีลูกค้าเป็นชาวต่างชาติมากมาย และส่งสินค้าออกนอกประเทศอย่างสม่ำเสมอ เปิดโอกาสให้แบรนด์เล็กๆ ในบ้านไม้ในตัวอำเภอเมือง ขยับขยายไปสู่โรงงานขนาดใหญ่ที่มีฝ่ายผลิตครบถ้วน

บายศรี แบรนด์แพร่ที่หยิบลายตุง เครื่องเซรามิก มาออกแบบผ้าจนพาผ้าไทยไปแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย

By Culture

ในร้านค้าของบายศรี เหล่าผืนผ้าสีน้ำเงินที่บ่งบอกสีม่อฮ่อมของแพร่ในรูปแบบต่างๆ ทั้งเสื้อ กางเกง กระโปรง ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ รวมถึงของตกแต่งบ้านมากมาย โชว์ตัวงามเด่นอย่างไม่มีใครยอมใคร 

บายศรี แบรนด์แพร่ที่หยิบลายตุง เครื่องเซรามิก มาออกแบบผ้าจนพาผ้าไทยไปแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย

ถึงแม้จะสีน้ำเงินคล้ายกัน แต่แต่ละตัวล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไป ตัวนี้ปักน้อยสำหรับสาวสายมินิมอล ตัวนี้ปักมากหน่อยสำหรับสาวก More is more แทบไม่มีตัวไหนเลยที่ดีไซน์เหมือนกันเป๊ะๆ

ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากอาจารย์ช้างจะใส่ต้นทุนทางวัฒนธรรม ทั้งจากอาหาร เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ที่อยู่อาศัย การตกแต่ง ฯลฯ ไปในเสื้อผ้าในทุกคอลเลกชัน

บายศรี แบรนด์แพร่ที่หยิบลายตุง เครื่องเซรามิก มาออกแบบผ้าจนพาผ้าไทยไปแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย

“อาหารทางเหนือมีอะไร ทางใต้มีอะไร ก็เอามาช่วยในการออกแบบได้ แง่มุมสถาปัตยกรรม หรือการตกแต่งทางเหนือเช่นการปักตุงในวัด ก็เอามาสร้างคอลเลกชันได้ทั้งนั้น

“คอลเลกชันนี้ผมใช้ลวดลายของเผ่าม้ง ปกติในเสื้อผ้าชาวม้งจะมีลวดลายเล็กๆ น้อยๆ เฉพาะตัว และชาวแพร่จะเรียกชาวม้งว่า ‘คนบ้านบน’ คืออยู่บนดอย อำเภอร้องกวาง ผมก็เลยใช้ชื่อคอลเลกชันนั้นว่า ‘บ้านบน’” อาจารย์เล่าเฉยๆ แต่เราร้องว้าวในใจ

เจ้าของแบรนด์บายศรียังยกตัวอย่างคอลเลกชันที่ใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมเพิ่มว่า ปีนี้บายศรีออกคอลเลกชัน ‘ลายคราม’ นำลวดลายของเซรามิกลายครามมาสร้างบนผ้า แทนที่จะเป็นกระเบื้อง โดยใช้เทคนิคทั้งการย้อม การพิมพ์ และการกัดสี 

ปีนี้เขากำลังจะนำเสนอคอลเลกชันใหม่โดยใช้ชื่อว่า ‘สิงห์สาราสัตว์’ โดยนำเอาลวดลายของสัตว์มาใช้ อาจารย์ช้างศึกษาลวดลายเสือประเภทต่างๆ เช่น เสือโคร่งลายพาดกลอน เสือชีตาห์ แล้วนำมาปรับใช้

บายศรี แบรนด์แพร่ที่หยิบลายตุง เครื่องเซรามิก มาออกแบบผ้าจนพาผ้าไทยไปแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย
บายศรี แบรนด์แพร่ที่หยิบลายตุง เครื่องเซรามิก มาออกแบบผ้าจนพาผ้าไทยไปแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย

“เราใช้ทุนทางวัฒนธรรมมาตลอดเลย ใช้ผ้าทอ ผ้าปัก มาผสมเข้าไปให้มันดูร่วมสมัย เวลาผมไปสอนที่ไหนผมก็บอกว่านี่แหละถูกทาง ลูกค้าที่เข้ามาเมืองไทยเขาก็หาสินค้าที่มีความไทยแต่ร่วมสมัย นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เวลาสอนเด็กรุ่นใหม่ ผมจะสอนว่าให้คิดจากตรงนี้ก่อน เพราะจะทำให้งานเรามีที่มาที่ไป มีเรื่องราวในการนำเสนอ ไม่ใช่ทำไปเรื่อยๆ โดยไม่มีหลักการ”

นอกจากเสื้อผ้าของบายศรีจะทำให้คนในประเทศได้แต่งตัวสวยแล้ว อาจารย์ช้างก็พาบายศรีไปให้คนต่างประเทศได้ยลโฉมด้วยเช่นกัน

“สองปีที่แล้วเมืองเว้ของเวียดนามมีงาน Craft Festival เราก็เลยเอาสีม่อฮ่อมไปนำเสนอ ล่าสุดผมเพิ่งไปฮ่องกงมา ก็ไปในนามของนักออกแบบให้กับจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นแหล่งผ้าทอ ก็นำผ้าแพรวาของภูไทไปเดินบนแคตวอล์ก”

บายศรี แบรนด์แพร่ที่หยิบลายตุง เครื่องเซรามิก มาออกแบบผ้าจนพาผ้าไทยไปแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย
บายศรี แบรนด์แพร่ที่หยิบลายตุง เครื่องเซรามิก มาออกแบบผ้าจนพาผ้าไทยไปแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย

ว่ากันว่าความงามเป็นเรื่องปัจเจก แล้วชาวต่างชาติมองเสื้อผ้าของบายศรีว่ายังไง เราถาม

“ปฏิกิริยาของต่างชาติต่อผ้าไทยก็ได้รับความสนใจค่อนข้างสูง วัฒนธรรมของเรามันแตกต่างจากเพื่อนบ้าน เลยทำให้น่าสนใจ ถ้าเรารู้จักใช้นะ ไม่มีวันหมดหรอก” ชายตรงหน้ากล่าวพร้อมยิ้ม

By Curiosity

พอมองอย่างนี้ ยิ่งรู้สึกว่าธุรกิจของบายศรีอยู่ตัว ผู้ซื้อในประเทศไม่ขาดหาย ต่างประเทศก็ให้ความสนใจเป็นระยะ แต่ทำไมชายตรงหน้าจึงยังไม่หยุดที่บทบาทนักออกแบบ แต่ยังผันตัวไปรับอีกบทที่ใหญ่ไม่แพ้กันคืออาจารย์ ที่สอนทั้งนักศึกษาและชุมชนต่างๆ ด้วย

“ด้วยวัยของผมมั้ง เวลาไปสอนเรารู้สึกว่ามีแรงขับ การเรียนทำให้เราได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เราสอนเขา เขาก็สอนเรา ผมถึงได้ชอบ รุ่นผมเป็นรุ่นเกษียณ เพื่อนๆ รอบตัวเหมือนลูกโป่งที่ลมออกในวันสุดท้ายที่ทำงาน เพราะต้องอยู่บ้าน ไม่มีอะไรทำ แต่ผมอยากกระตุ้นตัวเองให้มีความคิดใหม่ๆ ตลอด” 

ถึงแม้จะอายุขึ้นเลข 6 แล้ว แต่ความคิดสร้างสรรค์และผลงานของดีไซเนอร์ตรงหน้ายังเฉียบคมน่าสนใจไม่แพ้นักออกแบบรุ่นลูก

อาจารย์ช้าง-ศักดิ์จิระ เวียงเก่า ปรมาจารย์ด้านผืนผ้าแห่งเมืองแพร่

By Experience

จากประสบการณ์ในวงการออกแบบมานานหลายปี อาจารย์ช้างมองสถานการณ์คราฟต์ในบ้านเราว่ายังเติบโตได้อีกมาก

บายศรี แบรนด์แพร่ที่หยิบลายตุง เครื่องเซรามิก มาออกแบบผ้าจนพาผ้าไทยไปแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย

“บ้านเรามีวัตถุดิบดีมาก ผ้ามัดหมี่สวย ผ้าทอ ผ้าบาติก แต่เราขาดปลายน้ำคือนักออกแแบบผลิตภัณฑ์ วิทยานิพนธ์เด็กรุ่นใหม่ที่ออกมาก็เป็นแนวฝรั่งไปหมด คนที่ทอผ้าก็ทอไปเป็นแค่ผ้าทอ แม่ๆ ที่ทอผ้าเขารอคนที่จะนำเอาวัตถุดิบไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อยู่” อาจารย์กล่าวอย่างมั่นใจ

“ทำแล้วอยู่ได้ เชื่อเถอะ เราไม่จำเป็นต้องตามฝรั่งทุกอย่าง แต่ต้องรู้จักปรับ อาหารไทยที่ไปไกลมากก็ไม่ใช่อาหารไทยดั้งเดิม เขาปรับรสชาติ การตกแต่งให้เข้ากับวัฒนธรรมต่างชาติได้ เมื่อคนต่างชาติมาไทย เขาก็อยากหาของที่แสดงความเป็นไทย เพียงแต่ต้องแต่งกลิ่น แต่งรส ให้เข้ากับเขาได้ เราต้องมองว่าเราก็มีดี” 

บายศรี แบรนด์แพร่ที่หยิบลายตุง เครื่องเซรามิก มาออกแบบผ้าจนพาผ้าไทยไปแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย

กว่า 30 ปี มาแล้วที่เสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ของตกแต่งบ้านของบายศรีออกสู่สายตาชาวโลก อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้แบรนด์ยืนหยัดอยู่ได้นานขนาดนี้ เราสงสัย

“ผมทำธุรกิจกลับหลังนะ ธุรกิจสมัยนี้ตลาดต้องมาก่อน กลุ่มเป้าหมาย ต้นทุน ราคา คู่แข่ง แต่ของผม ผมจะเริ่มจากผลิตภัณฑ์ก่อน เราทำผลิตภัณฑ์ให้ดี ให้สวย คนซื้อเพราะผลิตภัณฑ์ ไม่ได้ซื้อเพราะการตลาด” อาจารย์ช้างเล่าเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้ลูกค้าที่ซื้อกลายเป็นลูกค้าประจำยาวนานเสมอ

บายศรี แบรนด์แพร่ที่หยิบลายตุง เครื่องเซรามิก มาออกแบบผ้าจนพาผ้าไทยไปแฟชั่นวีกทั่วเอเชีย

Baisri in the future

เมื่อถามถึงอนาคต เจ้าของแบรนด์ผ้าอายุกว่า 30 ปี เชื่อว่าบายศรีจะหดตัวลงโดยธรรมชาติ เขาอยากให้บายศรีกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ และนำประสบการณ์ของตนไปเผยแพร่มากขึ้นในอนาคต

“คำว่าโตขึ้นของยุคสมัยใหม่ ไม่ใช่โตแล้วใหญ่ แต่คือคำว่า ‘จิ๋วแต่แจ๋ว’ ต่างหาก”

อาจารย์ช้างทิ้งท้าย 

ก่อนจากกันขอกระซิบว่าโรงงานครบวงจรของบายศรีเปิดให้นักศึกษาทั่วประเทศที่เรียนด้านการออกแบบมาฝึกงานได้เสมอ ขอเพียงพกความอยากรู้มา ที่นี่พร้อมสอนให้! ส่วนนักท่องเที่ยวขาจรที่แวะไปมา ที่นี่มีเวิร์กช็อปทำพวงกุญแจเย็บมือสำหรับผู้สนใจอีกด้วย

มาแพร่ครั้งหน้า ตระเตรียมเวลาสัก 2 – 3 ชั่วโมง แวะเวียนมาอาณาจักรแห่งนี้ รับรองว่านอกจากความทรงจำและเสื้อผ้าสวยงามของเมืองเหนือแล้ว คุณอาจได้งานคราฟต์ฝีมือคุณเอง และความภูมิใจน้อยๆ กลับบ้านไปด้วย

อาจารย์ช้าง-ศักดิ์จิระ เวียงเก่า ปรมาจารย์ด้านผืนผ้าแห่งเมืองแพร่

ปี 2562 ททท. และบายศรีร่วมสร้างสรรค์กิจกรรม Workshop ประดิษฐ์เครื่องประดับจากเศษผ้า ใครสนใจอยากลองทำแวะไปเรียนได้ที่บายศรี และใครที่มาเที่ยวแพร่ในช่วงนี้ แวะไปเรียน ไปช้อปปิ้ง ก็อย่าลืมลงทะเบียนรับเข็มกลัดเซรามิกจากสตูดิโอคราฟต์ต่างๆ ในจังหวัดแพร่นะป.ล. ตอนนี้ The Cloud และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทำเข็มกลัดเซรามิกรุ่นพิเศษแจกฟรีเป็นของที่ระลึกในสตูดิโอคราฟต์ต่างๆ ของจังหวัดแพร่ ใครอ่านเรื่องนี้จบแล้วอยากไปเยี่ยม อย่าลืมไปลงทะเบียนเพื่อรับของขวัญพิเศษชิ้นนี้นะ

Writer

เทวรักษ์ รุ่งเรืองวิรัชกิจ

สาวอวบระยะสุดท้ายผู้หลงรักคาปูชิโน่เย็น สิ่งของจุกจิก เสื้อผ้าวินเทจ เเละเสียงเพลงในวันฝนพรำ

Photographer

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

“ผมกำลังสร้างภาพจากอดีตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง”

เสียงของ วสิน อุ่นจะนำ พูดขึ้นท่ามกลางมวลผ้าซิ่นหลากสี ในร้าน วสิน ผ้าทอไท

‘วสิน ผ้าทอไท (Wasin Thai Textile)’ เป็นแบรนด์ผ้าทอโบราณที่เชื่อว่าประวัติศาสตร์ไม่มีวันเก่า เขามีเรื่องมากมายเกี่ยวกับภูมิหลังของภูมิปัญญาผ้าทอที่อยากเล่า และนั่นเป็นสิ่งที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่สมัยเรียน สิ่งนั้นปรากฏชัดเจนเมื่อครั้งไปออกภาคสนามที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

“อาจารย์พาไปนอนวัด เรางัวเงียตื่นเช้าตั้งแต่ตี 4 ตี 5 พอเราเปิดประตูออกไป เจอชาวบ้านมากันเต็มวัด เขาใส่เสื้อผ้าชุดพื้นเมืองตามอัตลักษณ์ประจำเผ่า นุ่งผ้าซิ่นตีนจกกันทุกคนเลย

“เรารู้สึกว่า เฮ้ย! เซอร์ไพรส์ สวยมาก ทำไมสวยขนาดนี้” วสินเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

จากความรู้สึกชื่นชมภูมิปัญญาดั้งเดิม ชื่นชอบประวัติศาสตร์ความเป็นมาของผ้า อยากฟื้นฟูองค์ความรู้ภูมิปัญญาโบราณ สั่งสมมาพร้อมกับอีกหนึ่งเหตุผล คือเขามองเห็นปัญหาที่คนในชุมชนไม่มีงาน ต้องดิ้นรนมาทำงานในเมือง ห่างครอบครัวจนบางครั้งเป็นบ่อเกิดของปัญหาภายใน ขยายเป็นปัญหาเรื่องการศึกษาและเศรษฐกิจ เขาจึงอยากสร้างความภูมิใจให้แก่คนในชุมชน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน

“เราเข้าไปในหมู่บ้าน บ้านทุกหลังมีกี่ มีการทอผ้า เรารู้สึกว่าชุมชนนี้ทำไมถึงพิเศษ ทำไมถึงรักษาสิ่งนี้ไว้ ความแข็งแรงตรงนี้เกิดขึ้นจากอะไร เราเลยพยายามหาคำตอบ และเราควรส่งเสริมให้ชุมชนอื่น ๆ เป็นแบบนี้ไหม เพราะผ้าพวกนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น มันเป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดมาหลายร้อยปีแล้ว”

วสินคือผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าจากการลงพื้นที่ตอนเรียน เมื่อเรียนจบเหมือนเป็นการเริ่มก่อเชื้อเพลิง สุมไฟความตั้งใจของเขาออกมาผ่าน จนสร้างเพจที่ชื่อว่า ผ้าและสิ่งถักทอไท ขึ้นมา

“เราอยากทำให้คนใส่ผ้าไทมาเดินห้างแล้วไม่รู้สึกขัดเขิน” หนึ่งความตั้งใจของวสิน เชื้อเชิญให้ทำความรู้จักกับความสนใจประวัติศาสตร์ผ้าจนก่อเป็นอาชีพ ผ่านเรื่องราวของวสิน ผ้าทอไท

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

เริ่มต้นจากผ้าและสิ่งถักทอไท

สมัยเป็นนักศึกษาคณะสาขาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ความสนใจและหลงใหลในประวัติศาสตร์ผ้าของวสิน ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในห้องเรียน เรื่องที่อยากเล่าอัดอั้นอยู่ในใจ

เขาจึงสร้างพื้นที่หนึ่งขึ้นมา เป็นพื้นที่ที่รวมคนรักผ้าพื้นเมืองมาเจอกัน

“เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้โบราณสวยมากอยู่แล้ว เราแค่เอามาเล่าใหม่”

เพจ ‘ผ้าและสิ่งถักทอไท’ วสินเลือกใช้คำว่า ‘ไท’ ที่ไม่มี ย ยักษ์ ชาวไทส่วนใหญ่อยู่ภาคเหนือและบ้างอยู่แถบพม่าและลาว มีหลายกลุ่ม เช่น ไทยวน ไทลื้อ ไทใหญ่ ไทยอง ไทเขิน เขาเลือกใช้คำนี้เพราะต้องการให้หมายรวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ไททุกคนที่พูดภาษาไทย ไม่ใช่เฉพาะคนไทยที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย 

“เรามีข้อมูล มีภาพแม่อุ๊ยทอผ้า มีภาพกระบวนการทอผ้า มีภาพผ้าสวย ๆ เราเลยอยากให้คนอื่นได้เห็นคุณค่าแบบที่เราชื่นชม” ภาพที่ว่าเหล่านั้นฉายชัดอยู่บนไดอารี่ออนไลน์ของวสินเป็นฉาก ๆ

ข้อมูลในตำราประวัติศาสตร์บ่งบอกไว้ว่า ผ้าซิ่นถูกมองว่ามีจิตวิญญาณ บางครั้งได้รับยกย่องเป็นของศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะผ้าซิ่นของบุคคลสำคัญในครอบครัว ที่ถูกยกให้กลายเป็นข้าวของเครื่องใช้ทางความเชื่อด้วย ผ้าซิ่นบ่งบอกทุกอย่าง เพราะผ้าเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่ใกล้ตัวมนุษย์ที่สุด 

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

เติบโตสู่ วสิน ผ้าทอไท

เมื่อเรื่องราวที่วสินถ่ายทอดไปถึงโสตประสาทของผู้ชม ผ้าทอในเพจเริ่มเป็นที่ต้องการ 

การเดินไปข้างหน้าอีกก้าวจึงเกิดขึ้น

เราว่าองค์ความรู้อยู่ใกล้ตัวเรามาก ๆ เพียงแต่ว่าเราไม่เคยสนใจ ไม่เคยหยิบมาใช้ ไม่เคยเอามาพัฒนาต่อต่างหาก แน่นอนว่าการวิ่งตามกระแสโลกก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่ส่วนหนึ่งก็จำเป็นต้องหยิบรากเหง้าในท้องถิ่นกลับมาใช้ด้วย โดยให้มันยังดำรงอยู่ได้ในสังคมปัจจุบัน” วสินเล่า

จากเพจผ้าและสิ่งถักทอไท เติบโตสู่ร้านวสิน ผ้าทอไท สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการต้องลงมือทำจริงจังไม่ใช่แค่เล่าเรื่อง และสิ่งที่คงไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือคำและความหมายของคำว่า ‘ไท’

ผ้าของร้านวสินเน้นฟื้นฟูลวดลาย กระบวนการ กรรมวิธี วัสดุ และ เทคนิคโบราณขึ้นมาอีกครั้ง

“เรารู้ว่าผ้าโบราณทอยาก ซับซ้อน มันสวยมาก แต่ทำไมไม่มีคนทอ เราเลยเอาผ้าโบราณนี้กลับไปให้ชุมชนเดิมที่เขาเคยทอ แต่ทุกวันนี้เขาไม่ได้ทอแบบนี้แล้ว เราเอากลับไปให้เขาทออีกครั้ง”

เมื่อผ้าทอเอกลักษณ์แบบวสินที่รู้ได้โดยไม่ต้องสลักชื่อเป็นที่รู้จักสักพัก คนบางกลุ่มเริ่มอยากแต่งตัวย้อนยุคตามแบบชนชั้นสูงหรือเจ้าโบราณ หลายชุดเหมาะใส่ในพิธีกรรมมากกว่าในชีวิตประจำวัน จึงเกิดสตูดิโอแยกออกมาในชื่อ Wasin Thai Textile for Wedding นำเสนอเครื่องแต่งกายในรูปแบบชุดแต่งงาน ชุดพิธีการ เนรมิตให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมครื่องประดับสมจริงตามแบบฉบับยุคนั้น ๆ โดยสิ่งที่สัมผัสแล้วรู้เลยว่าเป็นร้านวสิน ผ้าทอไท คือสีสันที่นุ่มนวล สบายตา สดแต่ไม่จัดจ้านจนใส่ยาก ลายซิ่นละเอียด ทออย่างประณีต แบบและทรงเข้ากับยุคสมัยโดยไม่ละทิ้งเอกลักษณ์ดั้งเดิม

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

ถ่ายทอดเรื่องราวที่มากกว่าเรื่องเล่า

‘การเปิดร้านเพื่อขายของน่ะใช่ แต่ วสิน ผ้าทอไท ไม่ได้ต้องการแบบนั้นอย่างเดียว’

ภาพที่เขานำเสนอ มีทั้งภาพที่เน้นการขาย แสดงรายละเอียดแต่ละชุดชัด ๆ มิกซ์แอนด์แมตช์ให้ดูทันสมัย และอีกอย่างหนึ่งคือการขายผ่านรูปภาพการแต่งกายเสมือนจริงสมัยโบราณ

“เราเอาผ้าโบราณมาแต่งใหม่ ทำให้เห็นว่าคุณก็ใส่แบบนี้ไปวัดได้นะ ไม่ได้แปลกแยก”

ไม่มีสิ่งใดมาสกัดกั้นแพสชันที่วสินมีต่อผืนผ้าได้ เพราะนอกจากการเล่าเรื่องชุดโบราณผ่านภาพถ่ายและตัวอักษรแล้ว ยังมีวิดีโอในยูทูบ เน้นเนื้อหาในการถามตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับชุดโบราณ บางครั้งก็เป็นสื่อวิดีโอสั้นใน TikTok แบ่งปันทริคการแต่งตัว ว่าจะใส่เสื้อตัวนั้น กระโปรงตัวนี้ ให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันยังไง นับเป็นเทคนิคทางการตลาดที่สร้างภาพจำและจุดขายให้แบรนด์ได้เป็นอย่างดี

เขาหวังจะให้เครื่องแต่งกายเหล่านี้ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน ให้คนสวมใส่อย่างภูมิใจในชีวิตประจำวันได้เหมือนอย่างในอดีต เรารู้จักที่มาหรือสังคมคร่าว ๆ ของคนหนึ่งคนได้ เพราะประวัติทั้งหมดทอเอาไว้ผ่านเส้นไหมทุกเส้น โดยแต่ละชุมชนมีภูมิหลังของผ้าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เช่น เรื่องราวของผ้าซิ่นตีนจกลายหงส์หลวง เป็นลายมาตรฐานของกลุ่มไทยวน (ประชากรล้านนาหลักของ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน) ตัวซิ่นเป็นลายแนวขวางด้วยการขึงเส้นยืน ซึ่งการขึงเส้นยืนนี้เป็นลักษณะของกลุ่มชาติพันธุ์มอญ-เขมร ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มชนเก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

“สิ่งพวกนี้อยู่ในผ้าซิ่น อยู่ที่เราจะรู้หรือไม่ เราสืบประวัติศาสตร์ผ่านซิ่นได้เป็นร้อยเป็นพันปี”

ตีนซิ่นลายหงส์เป็นลายที่เจอเยอะมากในซิ่นตีนจก สันนิษฐานว่าตกค้างจากยุคสังคมบรรพกาลที่กลุ่มคนไทยวนล้านนายังเป็นเผ่าเร่ร่อนอยู่ ยังไม่มีการสร้างบ้านสร้างเมืองใด ๆ คนยุคนั้นใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์ประจำเผ่า หงส์จึงเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มไทยวน และตกค้างอยู่ในผ้าทอมาตลอด

วสิน ผ้าทอไท เป็นเสมือนตัวกลางคอยเชื่อมเรื่องผ้าของชุมชนล้านนาเข้ากับสังคม และเล่าเรื่องราวที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าภูมิปัญญาผ้าเหล่านี้ดีพอและมีคุณค่าพอที่จะคงอยู่

เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง
เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง

ฟื้นฟูภูมิปัญญาการทอผ้าล้านนา

ชาวบ้านในชุมชนจอมทอง แม่แจ่ม แม่แตง หางดง ฮอด เคยทอผ้า แต่ปัจจุบันคนใส่น้อยลง คนทำเลยลดลงตามไปด้วย จนกระทั่งวสินปลุกภูมิปัญญาผ้าทอให้ชาวไทกลับคืนมาอีกครั้ง

“สิ่งที่เราให้เขาทอไม่ใช่สิ่งใหม่ เป็นสิ่งเก่าที่เคยทอแล้วเลิกไป เราแค่อยากให้กลับไปทออีกครั้ง”

ในช่วงแรก ชาวบ้านยังไม่คุ้นชินกับรูปแบบผ้าที่วสินเอามาให้ทอ แม้ว่าลายผ้าทั้งหมดมีมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล จึงต้องใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่กว่าชาวบ้านจะเปิดใจยอมเปลี่ยนแปลง

“เราต้องใช้วิธีที่ง่ายที่สุดให้เขายอมทำ เช่น ทอผ้าลายนี้ ก็ต้องจัดด้าย มัดรวมกันไปแล้วบอกให้ทอแบบนี้ สีแค่นี้ บางทีเขาบอกว่าสีซีดจัง ไม่สว่าง ช่วงแรก ๆ ก็มีแอบหยอด เราก็ต้องทำความเข้าใจใหม่”

วิธีการทำงาน ทุกคนต้องนับหนึ่งใหม่ไปพร้อมกัน วสินกำหนดสี กำหนดลาย กำหนดกราฟโบราณเสมือนการปักครอสติส นำแบบทั้งหมดพร้อมรูปภาพตัวอย่างส่งกลับไปให้แต่ละหมู่บ้านทอไหม-ทอฝ้ายออกมาเป็นผ้าถุง ผ้าพื้นเมือง ความยากเกิดขึ้นในระยะแรกแริ่ม แต่สุดท้ายเวลาก็ทำหน้าที่ของมัน ชาวบ้านเห็นคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะยากแค่ไหน เพื่อรื้อฟื้นลายที่ตายไปให้กลับมา

ในทุกผืนผ้าเกิดจากฝ้ายปั่นมือ เป็นฝ้ายออร์แกนิกที่ชาวบ้านปลูกเอง ทำเป็นเส้นทอเอง แล้วก็ส่งไปให้อีกบ้านย้อมสีธรรมชาติ สีน้ำเงินย้อมคราม สีชมพูย้อมครั่ง สีเหลืองย้อมดอกดาวเรือง สีน้ำตาลย้อมเปลือกไม้และแก่นไม้อื่น ๆ เช่น ขนุน ฝาง ฝักเพกา การที่ชาวบ้านได้กลับมาทอผ้าโบราณในรอบหลายศตวรรษ ไม่ใช่คุณค่าเดียวที่เกิดขึ้นจากแบรนด์วสิน “มันไม่ได้จบแค่นั้น มันมากกว่านั้น” วสินบอก

เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง
เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง

สร้างชุมชนและผ้ายั่งยืน

การทอผ้าร่วมกับชุมชนไม่ได้ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มอย่างเดียว มันขยายออกมากกว่านั้น

หนึ่ง ทำให้ภูมิปัญญาไม่สลายไปพร้อมกับกาลเวลา

สอง ทำให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจและภูมิใจในตัวเอง มั่นใจว่าสิ่งที่เขาทำเป็นตัวตนที่หาเลี้ยงชีพและครอบครัวได้ ตลอดจนภูมิใจในการอวดภูมิปัญญาของแต่ละพื้นถิ่นที่ไม่เหมือนที่ไหนบนโลก

“เราอยากทำให้ภูมิปัญญาโบราณคงอยู่ ขณะเดียวกันก็สร้างอาชีพ สร้างงานให้ชุมชนอยู่ได้อย่างยั่งยืน การที่เราเข้าไปรื้อฟื้น มันทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกพอใจกับสิ่งที่ทำ”

เมื่อหลายคนทำแล้วภูมิใจ ส่งผลให้เขาอยากทำต่อ จึงรวมกลุ่มกันแล้วทำอาชีพนี้อย่างยั่งยืน

สาม ทำให้คนในชุมชมได้พบปะหลอมหลวมกัน ทำให้สถาบันครอบครัวกลับมาเชื่อมกัน ทำให้บ้านกลับมาเป็นบ้านอีกครั้ง จากการกลับมาใช้ชีวิตด้วยกันของคนในครอบครัว

“จากเดิมที่เขาเลิกทำไปแล้ว พอกลับมาทอ เขาก็ชวนเพื่อน ชวนญาติมาทอด้วยกัน เกิดเครือข่ายชุมชนเล็ก ๆ ที่สำคัญ ทำให้เขามีงานในชุมชน จะได้ไม่ต้องออกจากบ้านไปหางานในเมืองใหญ่” 

การมีรายได้และอาชีพที่ยั่งยืน ให้ผลลัพธ์สะท้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น 

เมื่อชาวบ้านหาเลี้ยงชีพได้จากภูมิปัญญาชุมชน เขาก็ไม่ต้องดิ้นรนออกไปทำงานไกลบ้าน 

ดั่งความตั้งใจหลักส่งท้ายของวสิน 

“ทุกคนอยู่ในชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยอาศัยสิ่งที่เขามี นั่นคือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เรามาฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง มันเป็นสิ่งที่ดี และไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ทำมันต่อไป” วสินให้คำมั่น

เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง

วสิน ผ้าทอไท

ที่อยู่ : ห้างเซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต ชั้น 1 โซนนอร์ทเทริน วิลเลจ จังหวัดเชียงใหม่ 

เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 6730 8304

Facebook : ผ้าและสิ่งถักทอไท

Instagram : wasin_thaitextile

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

มงคลชัย ไชยวงค์

ออกเดินทาง เพื่อเข้าใจความเป็นมนุษย์ ผ่านวิถีชาติพันธุ์ ผู้หลงรักความเป็นวัฒนธรรมต่างถิ่น

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load