การท่องเที่ยวในมุมมองหลายคนน่าจะคู่กับการพักผ่อน

แต่สำหรับ บอล-นเรศร นันทสุทธิวารี เจ้าของเพจ ‘บอลพาเที่ยว Backpacker Ball’ กลับให้คำนิยามการท่องเที่ยวของตัวเองแตกต่างออกไป เขาเป็นนักเดินทางสายลำบากนิยมที่มีผู้ร่วมท่องเที่ยวไปด้วยในเพจถึงหลักล้าน ควบ ‘บักอึด’ มอเตอร์ไซค์คู่ใจขึ้นเหนือลงใต้เที่ยวทั่วไทย และถึงขั้นเคยขี่ไปไกลรอบอาเซียน แบ่งปันประสบการณ์ผ่านภาพนิ่งและวิดีโอให้กับลูกเพจอย่างสม่ำเสมอ

เรารีบต่อสายตรงถึงนักเดินทางเจ้าของเพจ เพราะรู้มาว่าตัวเขาเองแทบอยู่ไม่ติดบ้านเลยตั้งแต่เริ่มต้นเดินทางครั้งแรก ก่อนเสียงจากปลายสายจะบอกว่า เขาเพิ่งลงไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อนหน้า มีแวะไปแถบตะวันออกครู่ประเดี๋ยว เข้ามาทำธุระกรุงเทพฯ เพียงวันเดียว แล้วจะเดินทางขึ้นเหนือต่อไปยังจังหวัดเชียงรายในวันรุ่งขึ้น

กระโดดขึ้นซ้อนท้ายเจ้าบักอึดให้ไว ติดสอยห้อยตามออกเดินทางไปพร้อมกัน บนถนนสายชีวิตของคนทำเพจบันทึกการท่องเที่ยวที่ไม่มีใครเหมือน ผู้เชื่อว่าความลำบากของการเดินทางมีความสุขรออยู่ปลายทาง

บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก
บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก

“ตอนแรกผมก็ไม่กล้าเดินทาง”

ย้อนความกลับไปบนถนนสายชีวิตของบอล หากเปรียบเป็นการเดินทาง เขาเจอทางขรุขระแต่เริ่ม ผ่านความล้มเหลวมานักต่อนัก ก่อนจะได้ใช้ชีวิตอย่างนักเดินทาง เป็นเจ้าของเพจท่องเที่ยวแบบทุกวันนี้ เขาจับสารพัดอาชีพเพื่อเลี้ยงตัว ด้วยความหวังใหญ่ในตอนนั้น คือความร่ำรวย

พนักงานเสิร์ฟ เด็กแจกใบปลิว พ่อค้าไก่ต้มน้ำปลา คนขายกุ้งอบวุ้นเส้น อะไรที่ทำให้ได้เงินเขาทำมาหมด แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ หนำซ้ำยังล้มเหลวไม่เป็นท่าแทบทุกอาชีพที่ทำ

แบ็กแพ็กเกอร์ขาลุยเล่าว่า จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ในตอนที่ได้เข้าไปทำงานบริษัททัวร์ เหตุหนึ่งเขาจบมาด้านการท่องเที่ยวโดยตรง เหตุสองเพราะอยากเห็นโลกกว้าง และเหตุสำคัญคือต้องทำงานหาเงินใช้หนี้ ที่นี่ทำให้จากคนไม่เคยไปเที่ยวก็ได้เที่ยว จากมีความกลัวก็จำเป็นต้องกล้า

บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก
บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก

“ตอนแรกผมก็ไม่กล้าเดินทาง อยู่ ๆ คนไม่เคยเดินทางมาแบ็กแพ็กแบบนี้มันก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ เพราะทุกคนก็ต้องมีความกลัว โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยไปไหนอย่างผม ตอนเราอยู่บริษัททัวร์ เห็นแค่โปรแกรมท่องเที่ยวผ่านแผ่นกระดาษ ไม่เคยได้ไปจริงหรอก

“จุดเปลี่ยนอยู่ตรงที่น้องในที่ทำงานเห็นว่าเรามีแต่ความฝัน มีแต่ความอยาก ไม่เห็นลงมือทำสักที น้องเลยจองตั๋วเครื่องบินให้ ตอนนั้นเราจำเป็นต้องไปเวียดนามครั้งแรก เงินก็ไม่มี แต่สุดท้ายก็ได้ไป” บอลพูดถึงความรู้สึกตอนกำลังจะได้เดินทางครั้งแรกในชีวิต แม้จะตื่นเต้นที่ได้ไปเที่ยว แต่ใจหนึ่งก็มีความกลัว ตอนนั้นเขาอาศัยความรู้จากกระทู้รีวิวประสบการณ์ท่องเที่ยวในเว็บไซต์พันทิปเป็นคัมภีร์เบิกทาง

“พอเที่ยวจบเรามีความสุข รู้สึกว่ามันไม่ได้ยาก ก็รู้สึกขอบคุณกระทู้ในพันทิป เลยไปเขียนรีวิวในพันทิปคืน ให้คนอื่นไปอ่านของเรา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ เผื่อจะตามรอยเรา ผมเขียนละเอียดมาก จบในกระทู้เดียว มีคนมาตามรอยแล้วทักมาขอบคุณ ก็รู้สึกดีใจ”

นับแต่ทริปเวียดนามครั้งนั้น เหมือนปลดล็อกความกลัวเรื่องการเดินทาง หลังจากกลับมาบอลเริ่มสนุกกับการท่องเที่ยวมากขึ้น แรงใจเริ่มมา สองขาอยากออกเดินทาง เขาซ้อมเที่ยวภายในประเทศแทบทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ลองโบกรถไปบ้าง ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเองบ้าง

บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก

“ความลำบากมันได้ฝึกตัวเอง ทำให้เรามีความกล้ามากขึ้น มีความเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น มีความยืดหยุ่นมากขึ้น บางสิ่งบางอย่างที่คนในสังคมบอกว่าทำอย่างนี้ มันอันตราย แต่จากประสบการณ์หลาย ๆ อย่าง ต้องบอกว่าเราเห็นโลกมากกว่าหลาย ๆ คน ได้เผชิญอะไรมากกว่าหลายคน ตรงนี้เป็นประสบการณ์ที่บอกว่ามันไม่น่ากลัว” เขาถอดบทเรียนให้ฟังหลังจากได้ท่องโลกที่กว้างขึ้น

เมื่อปีกเริ่มกล้า ขาเริ่มแข็ง ภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับหนี้หมดพอดี บอลจึงออกจากงานประจำมาใช้ชีวิตอิสระตามฝัน คิดการณ์ใหญ่ เดินทางไกลพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์และเงินก้อนสุดท้ายเพียง 30,000 บาท

ทริปนี้ผมตั้งใจไปทั่วประเทศ เงิน 30,000 เที่ยวทั่วไทย ไม่ครบไม่กลับบ้าน” วันนั้นเขาประกาศก้อง

“ผมเชื่อว่าเมื่อผ่านความลำบาก เราจะภูมิใจที่ก้าวข้ามผ่านมาได้”

บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก
บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก

เพจบอลพาเที่ยว เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับออกการเดินทางครั้งแรกเมื่อ 6 ปีก่อน หลังจากชิมลางลองเขียนแบ่งปันประสบการณ์มาแล้วในเว็บไซต์พันทิป บอลมองว่าการเที่ยวในแบบของตนเอง น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่มาอ่านได้ไม่มากก็น้อย เฉกเช่นที่เขาเคยได้รับมาก่อนหน้า

“คิดว่าการเที่ยวของเราน่าจะมีประโยชน์ เราอยากให้แรงบันดาลใจให้คนอื่น เหมือนที่เราเคยได้รับ ให้เขาได้เห็นว่าโลกใบนี้มีอีกประตูหนึ่ง คุณไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะต้องมาตามแบบผม แต่คุณดีไซน์ชีวิตคุณเอง โดยอยากให้รู้ว่าชีวิตมันมีหลายประตู หลายทางออก ให้คุณได้เห็นหลากหลายไลฟ์สไตล์ในโลกใบนี้”

เมื่อเที่ยวทั่วไทยคือความฝัน หลายคนอาจคิดว่าเที่ยวครั้งใหญ่ขนาดนี้ จุดเริ่มต้นดีทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง ต้องวางแผนคิดหน้าคิดหลังให้ถ้วนถี่ และเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด แต่สำหรับบอลเอง เขาเริ่มต้นทริปแรกด้วยโจทย์ง่าย ๆ คือถามตัวเองว่าอยากไปไหนมากที่สุด

“ตอนนั้นผมเดินทางวันที่ 1 พฤศจิกายน น้ำตกยังพอมีน้ำอยู่ และผมก็อยากไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นนานแล้ว ก็เลยเลือกที่นั่นเป็นที่แรก ไม่ซับซ้อน” บอลเล่าถึงตอนปักหมุดหมายแรกที่จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะเกิดเป็นมหากาพย์การเดินทางครั้งใหญ่ หลังจากนั้นเขามองหาจุดหมายต่อไป คือขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปรับอากาศหนาวที่ภาคเหนือ โดยใช้วิธีหยิบแผนที่มากางดูว่าต้องผ่านจังหวัดไหนบ้างเพื่อไปให้ถึงจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งนั้นใช้เวลาทั้งหมด 312 วัน ค่าใช้จ่ายเกินงบที่วางไว้นิดหน่อย อาศัยขายโปสการ์ดหาเงินค่าน้ำมันเพิ่ม จนทำตามความฝันด่านแรกของตัวเองสำเร็จ

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

หากเป็นผู้ติดตามเพจ จะเห็นว่าทุกการเดินทางของบอลนั้นเรียบง่าย บอลในเสื้อสีสันสดใสขี่มอเตอร์ไซค์ไปพร้อมกับกล่องสัมภาระหลังรถ ที่ด้านในมีเพียงเต็นต์และเสื้อผ้า ฝ่าแดดลุยฝนท้าทายทุกสภาพอากาศ

สำหรับคอนเทนต์ที่ลงเพจ บอลคิดภารกิจ วางจุดหมายปลายทาง ตั้งกล้องถ่ายทำวิดีโอ และเขียนสคริปต์ด้วยตัวเองทุกอย่าง ทั้งหมดค่อย ๆ เรียนรู้เองเพิ่มเติมจากการเดินทางแต่ละครั้ง มีแค่เรื่องการตัดต่อวิดีโอเท่านั้นที่เขาไม่ได้ทำเอง

เขาเผยว่าการเดินทางแต่ละหนใช้เงินไม่มาก ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมอยู่ คือใช้เงินให้น้อยที่สุด อยู่ง่ายกินง่าย ตุนน้ำพริกของแห้งไว้ อาศัยคลุกข้าวกิน ส่วนน้ำก็ขอกรอกตามสถานีตำรวจ โรงพยาบาล ส่วนที่หลับที่นอนก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เขาว่าความลำบากเหล่านี้จะช่วยให้จุดหมายปลายทางมีความพิเศษยิ่งขึ้น

“ตั้งแต่ผมเริ่มทำเพจเริ่มเดินทาง ผมก็วิ่งชนกับข้อจำกัดทุกอย่าง ฉะนั้นการทำเพจของผมก็แชร์ชีวิตตัวเองในลักษณะการใช้ชีวิตที่มีข้อจำกัด

“ผมเชื่อว่าเมื่อผ่านความลำบาก เราจะภูมิใจที่ก้าวข้ามผ่านมาได้ ผมหาความภูมิใจให้ชีวิตผ่านความลำบาก ความลำบากของการท่องเที่ยวผมมองว่าเป็นของขวัญ เพราะมันมีเรื่องราวรออยู่ มีแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ รออยู่ คุณแค่ดีไซน์ให้มันลำบาก ในความลำบากมันก็ทำให้ภูมิใจเมื่อคุณก้าวข้ามมาได้”

นอกเหนือจากเรื่องเที่ยว บอลเป็นคนชอบขีดชอบเขียน ตลอดการท่องเที่ยวเขาบันทึกการเดินทางแต่ละวันไว้อย่างละเอียด นอกจากบอกเล่าผ่านเพจแล้ว เมื่อเสร็จภารกิจก็รวบรวมเอามาทำเป็นหนังสือแบ่งประสบการณ์ที่ได้ประสบพบเจอมา 

บอลบอกว่าคราวเที่ยวทั่วไทย เขาจับพลัดจับผลูขายหนังสือได้เงินมาแสนกว่าบาท นำมาสู่การวางแผนขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวทั่วอาเซียน ซึ่งรอบนี้บอลใช้เวลาทั้งหมด 382 วัน ตะลอนเที่ยวจนครบ 11 ประเทศ หอบเอาประสบการณ์มาเขียนเป็นหนังสืออีกครั้ง พร้อมวางแผนเดินทางครั้งใหม่และใหญ่กว่าทุกครั้งที่เคยทำมา

‘ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบโลก’

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง
ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

“เราเองก็ได้รับโอกาสจากหลายคนที่ช่วยสนับสนุนเหมือนกัน”

หากไม่ติดสถานการณ์โควิด-19 บอลคงตะบึงบักอึดท่องเที่ยวที่ไหนสักแห่งบนแผนที่โลก แต่โรคระบาดเจ้ากรรมทำเอาแผนตามฝันที่วางไว้หยุดชะงัก และต้องพับเก็บใส่ใต้เบาะรถไว้ก่อน

ที่ผ่านมาทั้งเที่ยวทั่วไทยและอาเซียน บอลใช้เงินส่วนตัวทั้งหมด อาศัยเก็บหอมรอมริบ กินอยู่อย่างเรียบง่าย และได้เงินช่วยสนับสนุนจากหนังสือบันทึกการเดินทางแต่ละทริปเป็นทุนในการออกเดินทางต่อ แต่เมื่อเที่ยวรอบโลกที่เป็นฝันสูงสุดต้องพักลงชั่วคราว ประกอบกับมีสปอนเซอร์เข้ามาช่วยสนับสนุนการเดินทาง เขาจึงเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวตามใจตัวเองเป็นการท่องเที่ยวพร้อมทำงาน แล้วหยิบอีกฝันที่เก็บไว้ขึ้นมาทำให้สำเร็จก่อน คือทำลานกางเต็นต์ให้คนมาพักฟรี

“ความฝันนี้มาเปลี่ยนตอนโควิด เพราะไปต่างประเทศไม่ได้ เราก็หาแพสชันอื่นในชีวิต เราได้มาเยอะแล้ว เลยอยากทำลานกางเต็นท์ให้คนอื่นมาพักฟรีบ้าง ฉะนั้นก็ต้องไปทำงานหาเงิน จริง ๆ ฝันนี้มีอยู่นานแล้วล่ะ แต่เราแค่รอไว้ก่อน เป็นเรื่องที่ต้องทำงานหาเงิน เราก็เลยไปอิสระให้เต็มที่ก่อน เพราะยังมีฝันที่ทำได้อยู่ แต่พอมันทำไม่ได้ เลยหยิบเอาที่แขวนไว้อยู่มาทำ

“เราชอบแคมป์ปิ้งอยู่แล้ว ก็อยากให้เป็นคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ให้คนมานั่งพูดคุยกัน ถามว่าทำไมต้องฟรี เพราะเราเองก็ได้รับโอกาสจากหลายคนที่ช่วยสนับสนุนเหมือนกัน” เขาเล่าที่มาของอีกความฝัน ซึ่งวันนี้ทำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

“จริง ๆ ตอนนี้ผมก็มาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายของ ‘บ้าน’ ไว้ว่า ‘ที่อยู่หรือสิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัย’ แต่สำหรับบอล คำว่าบ้านของเขาเป็นมากกว่านั้น

“สำหรับผม บ้านคือที่ไหนก็ได้ที่อยู่แล้วสบายใจ” บอลตอบทันทีเมื่อเราถามถึงความหมายของคำว่าบ้าน

นับแต่ตัดสินใจออกเดินทาง เต็นท์ที่พักชั่วคราวของใครหลายคน แปรความหมายเป็นสิ่งที่บอลเรียกว่าบ้าน มีห้องเช่าเล็ก ๆ ในจังหวัดนนทบุรีไว้ใช้เพียงเก็บของ และเป็นแค่รังนอนชั่วคราวยามกลับจากท่องเที่ยว พักไม่กี่คืนก่อนเริ่มเดินทางใหม่

ยิ่งหลังจากมีลานกางเต็นต์ที่เมืองกาญจน์ เจอใครก็หัวเราะเพราะเขามีบ้านพักตากอากาศ ก่อนจะมีบ้านจริงเป็นหลักเป็นแหล่งเสียอีก

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง
ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

ลูกเพจบอลพาเที่ยวเป็นอันรู้กันดีว่า ด้วยสไตล์การท่องเที่ยวแบบค่ำไหนนอนนั่น ถึงไหนถึงกัน บ้านของบอลเลยไม่เคยตั้งอยู่ซ้ำที่เดิม หลายคราวที่บ้านคือสถานีตำรวจ คือวัด บางครั้งบ้านของเขาอยู่ชิดติดริมทะเล คลื่นซัดซ่าแตะหน้าประตูบ้าน บางครั้งบ้านของเขาอยู่กลางป่าชื้นรับไอดินกลิ่นน้ำตกที่ไหนสักแห่ง และหลายครั้งที่เขาตื่นเช้าในบ้านหลังเล็กบนดอยสูงจนอดอิจฉาไม่ได้

“ผมเป็นนักเดินทาง ผมนอนตรงไหนก็ได้ บ้านก็คือเต็นต์ อยากมีบ้านที่มีวิวน้ำตกก็ไปนอนคลองลาน กางเต็นต์แล้วเดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงน้ำตก อยากมีบ้านริมทะเลก็ไปหาดวนกร หรือหาดอื่น ๆ ก็ได้ มีทั้งที่อาบน้ำและที่ชาร์จไฟให้ด้วย ถ้าอยากได้บ้านบนภูเขา ก็มีดอยสารพัด ผาตั้งที่เชียงใหม่ก็ได้ นี่คือนิยามคำว่าบ้านของผม” บอลพูดเสริม

ด้วยการเดินทางแบบทรหด ทำภารกิจท้าทายขีดจำกัด ในวันที่อายุขึ้นเลข 4 เริ่มมีสัญญาณเตือนจากร่างกายทั้งความเมื่อยล้าสะสมและความเจ็บป่วยจากการขี่มอเตอร์ไซค์ทางไกลนาน ๆ จึงอดถามไม่ได้ว่า เมื่อไหร่กันที่เขาคิดว่าควรต้องพัก

บอลเผยว่า เมื่อสานฝันภารกิจสุดท้าย คือการขับรถเที่ยวรอบโลกสำเร็จ นั่นน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะแก่การพักวิถีการเดินทางบ้าระห่ำอย่างที่เคย

“คนหนึ่งที่เที่ยวทั่วไทย เที่ยวรอบโลกได้ คือมันสุดแล้วไง ด้วยอายุด้วย การเดินทางหลังจากนั้นก็จะชิลล์ ๆ แล้วเข้าสู่โหมดครอบครัว” เขามองถึงแผนการในอนาคตที่จะเกิดขึ้นในวันที่โรคระบาดบรรเทาลง

สุดท้ายนี้ ถ้าชีวิตของเราทุกคนคือการเดินทาง แล้วชีวิตของแบ็กแพ็กเกอร์คนนี้มีปลายทางที่วางไว้คืออะไรกัน

“จริง ๆ ตอนนี้ผมก็มาถึงจุดหมายปลายทางแล้วนะครับ แค่ได้ใช้ชีวิตอิสระตามใจที่ตัวเองอยากทำ” บอลพูดถึงจุดหมายของการเดินทางของชีวิต

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

วันนี้ บอลมีที่ดินริมแม่น้ำแควที่จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อเตรียมไว้ทำลานกางเต็นต์สมความตั้งใจ ส่วนในเพจก็มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน ขี่รถท่องเที่ยวไปถึงไหนก็มีแฟนคลับโบกมือทักทาย และเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนกล้าลุกขึ้นมาเที่ยวตามวิถีของตัวเองบ้าง หากมองย้อนไปเมื่อจุดเริ่มต้น ใครจะคิดว่าการท่องเที่ยวด้วยสาเหตุเพราะอยากใช้ชีวิต ทำเพจแค่อยากแบ่งปันบันทึกการท่องเที่ยวส่วนตัว จะนำพาจุดหมายปลายทางเกินฝันให้กับเขาได้ขนาดนี้

“เราแค่ใช้ชีวิตของเราเอง แต่กลายเป็นว่าชีวิตของเรามันไปเติมเต็มชีวิตของบางคนในสังคมให้มีความสุข คือบางคนไม่ใช่ทุกคน ไม่ใช่ส่วนเยอะด้วยซ้ำ เขาเห็นเราใช้ชีวิตแล้วก็เอามาปรับใช้ในชีวิตของเขาบ้าง แล้วเขาก็สะท้อนกลับมาเป็นคำขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจ เห็นบอลเที่ยว ผมเลยได้กล้าเที่ยว ได้ออกไปเที่ยวบ้าง เราเลยรู้สึกว่ามีคุณค่าในชีวิต เราก็รู้สึกมีความสุขที่เขาเอาไปปรับใช้ชีวิตในมุมเขาแล้วมีความสุข

“อย่าลืมว่าผมก็ได้รับแรงบันดาลใจจากคนอื่นเหมือนกัน” บอลว่า

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

ไม่อยากไปโรงเรียน ทะเลาะกับเพื่อน ที่บ้านไม่เข้าใจ สารพัดปัญหาวุ่นใจยอดฮิตที่เราๆ ซึ่งล้วนเคยผ่านช่วงเวลาของวัยเด็กมาต้องเคยเจอ

เพราะมันคือช่วงวัยของความว้าวุ่น ซีรีส์ฮอร์โมนส์ก็บอกเอาไว้แบบนั้น

วุ่นทั้งตัวเอง ทั้งคนรอบข้าง ดีไม่ดีก็กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินแก้

ยิ่งโดยเฉพาะกับคนเป็นพ่อเป็นแม่ การเลี้ยงดูและทำความเข้าใจเด็กสักคนคงไม่ใช่เรื่องง่าย ขนาดเราย้อนมองตัวเองในวัยเด็ก ยังอดนึกไม่ได้เลยว่าพ่อกับแม่จะปวดหัวสักแค่ไหน เพราะแบบนี้ในบางครั้งการมีใครสักคนที่จะเข้าใจและพร้อมให้คำปรึกษาในทุกการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กัน ก็คงจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย

พอดีกับที่เราได้ทำความรู้จักกับเพจจิตวิทยาเด็กในชื่อ เข็นเด็กขึ้นภูเขา เพจที่เราในฐานะคนไม่ได้เป็นพ่อเป็นแม่และเพิ่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ไปหมาดๆ ชนิดที่ว่าคงไม่ตรงทาร์เก็ตเพจเลยแม้แต่น้อย ก็ยังอ่านเนื้อหาได้เพลินๆ เพราะเรามักจะเจอกับคอนเทนต์เบาสมองแบบละครยอดฮิตและสถานการณ์ทันด่วนที่ผ่านมาในรอบสัปดาห์ เชื่อมโยงกับหลักจิตวิทยาแบบเข้าใจง่าย ไม่มีภาษาวิทยาศาสตร์ซับซ้อนมารบกวนใจ

และเราก็ได้มารู้ทีหลังว่าเบื้องหลังเพจยอดไลก์หลักแสนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของแอดมิน คือ ‘หมอมินบานเย็น’ หรือ คุณหมอ ‘เบญจพร ตันตสูติ’ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่หลงใหลในการเขียน

เข็นเด็กขึ้นภูเขา : เพจเลี้ยงลูกของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่เยาวชนอยากให้พ่อแม่อ่าน

01 เราต่างเคยเดินขึ้นเขา

การเป็นหมอเด็กไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การทำความเข้าใจเด็กและวัยรุ่นเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า

“เลี้ยงเด็กไม่เหมือนการทำอาหาร เลี้ยงเด็กแต่ละคนเราต้องใช้วิธีที่ต่างกัน เราใช้วิธีเดียวกันจัดการกับเด็กทุกคนไม่ได้ เด็กบางคนเลี้ยงง่าย บางคนเลี้ยงยาก บางคนกล้าแสดงออก บางคนขี้อายเราก็ต้องเข้าใจปัญหาและธรรมชาติของเขาด้วย เราจะไปเปลี่ยนธรรมชาติของเด็กไม่ได้ แต่ต้องช่วยให้เขาใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเขาเอง”

เข็นเด็กขึ้นภูเขา : เพจเลี้ยงลูกของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่เยาวชนอยากให้พ่อแม่อ่าน

ย้อนกลับไปในวัยเด็ก จิตแพทย์คนนี้เองก็เติบโตมาไม่ต่างจากเด็กคนอื่นๆ นัก หมอมินเล่าให้เราฟังว่าเธอผ่านปัญหาชีวิตยอดฮิตในวัยเด็กเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ทั้งร้องไห้ตอนไปโรงเรียน โดนเพื่อนแกล้ง ผิดหวังจากการสอบไม่ติดโรงเรียนมัธยมปลาย แม้กระทั่งในวันที่ต้องตัดสินใจเรียนต่อ ชีวิตของเธอก็ยังคงคอนเซ็ปต์ของวัยรุ่นทั่วไปที่ต้องเจอทั้งความคาดหวัง ความไม่แน่ใจในตัวเองและแรงกดดันจากสังคมรอบข้าง

สุดท้ายเธอคิดอยากทำความเข้าใจปัญหาเหล่านี้ให้มากขึ้น จนทำให้ตัดสินใจสอบเอ็นทรานซ์เข้าคณะแพทยศาสตร์และเลือกเรียนเกี่ยวกับจิตแพทย์เด็ก

“หมออยากเป็นหมอเด็กค่ะ แต่ว่าถ้าเป็นกุมารแพทย์ทั่วไปก็จะมีพวกเคสฉุกเฉินทางร่างกาย เราไม่ได้ชอบตรงนั้นมาก ชอบพูดคุยมากกว่า ก็เลยมาเรียนทางด้านจิตแพทย์เด็ก”

ด้วยความสนใจด้านงานเขียนเป็นทุนเดิม (ชนิดที่ว่าเธอเองเกือบจะเลือกเรียนอักษรมาแล้ว) บวกกับสิ่งที่ได้เรียนมาและประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมา ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งคนที่เข้าใจเด็กและวัยรุ่นเป็นอย่างดี หมอมินจึงตัดสินใจใช้ความชื่นชอบและทักษะการสื่อสารมาเปิดเพจออนไลน์ ถ่ายทอดความรู้ที่เธอเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่ได้ผ่านมาอ่านไม่มากก็น้อย

หลายปีผ่านไป ความรู้เรื่องเลี้ยงเด็กและวัยรุ่นที่แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย พิสูจน์ชัดเจนว่าหมอคนนี้ไม่ได้ช่วยเหลือคนได้เพียงแค่ในห้องตรวจเพียงอย่างเดียว

02   ต้องช่วยเขา

เข็นเด็กขึ้นภูเขา : เพจเลี้ยงลูกของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่เยาวชนอยากให้พ่อแม่อ่าน

คุณหมอเล่าให้เราฟังว่าช่วงวัยของเด็กแบ่งง่ายๆ ได้เป็น 3 ช่วง แต่ละช่วงมีปัญหาแตกต่างกันไปตามวัย อย่างเด็กเล็กช่วง 0-5 ปี มักพบปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรม การกินยากหรือนิสัยที่ยากจะควบคุม พอโตมาหน่อย เด็กประถมช่วง 6-12 ปี ปัญหามักจะเปลี่ยนเป็นเรื่องที่โรงเรียน โดนเพื่อนแกล้งบ้าง มีปัญหากับครูบ้าง หรือว่าเรียนตามเพื่อนไม่ทัน พอเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นหรือช่วงอายุ 12 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่จะเจอกับเรื่องอารมณ์ที่ผันผวนง่าย ความไม่เข้าใจกันระหว่างเด็กกับพ่อแม่ ยาวไปจนถึงปัญหาติดเกม ติดเพื่อน ยิ่งในปัจจุบันปัญหาจากโลกออนไลน์ก็เป็นอีกเรื่องน่าห่วงที่คุณหมอเล่าว่ายังมีพ่อแม่อีกหลายคนที่ตามไม่ทันและไม่เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงนี้

“พ่อแม่ส่วนหนึ่งเข้าใจเรื่องนี้ แต่ว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ค่อยรู้เท่าทันเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ บางคนยังคิดว่าการที่เขายื่นสมาร์ทโฟน เปิดแทบเบล็ตให้ลูกต่อยูทูปได้ตามสบายมันไม่เป็นไร เหมือนกับการให้ของเล่นเด็กชิ้นหนึ่ง แต่จริงๆ มันไม่ใช่ค่ะ”

จิตแพทย์คนนี้เห็นปัญหาเกี่ยวกับเด็กในปัจจุบันอย่างชัดเจน เธอพบว่าความรู้จากทั้งประสบการณ์การเป็นหมอและสิ่งที่ได้เรียนมาน่าจะเป็นประโยชน์หากได้นำมาบอกเล่าอย่างถูกวิธี เพราะน่าสังเกตว่าเราต่างรับรู้ถึงภัยอันตรายจากโลกออนไลน์ แถมยังเข้าใจกันดีด้วยว่าผู้ปกครองจำนวนหนึ่งยังตามไม่ทันสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ แต่เราก็พบคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เหล่านี้หรือวิธีการรับมืออย่างถูกต้องสำหรับพ่อแม่ยุคใหม่ได้น้อยเหลือเกิน

สารพัดเพจเกี่ยวกับจิตวิทยาเด็กอาจเป็นสิ่งที่เราพบเห็นอยู่บ้าง แต่ในหลายๆ ครั้งเราก็พบว่าเพจเหล่านั้นมักเล่าปัญหาที่เกิดขึ้นแบบตรงไปตรงมาเหมือนกับอ่านบทความวิชาการ หรือบางทีก็เป็นการโพสต์คำคมเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กสั้นๆ

แล้วเราจะสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อให้คอนเทนต์ที่ดูจริงจังเหล่านั้น สามารถเชื่อมโยงและเข้าใจง่าย เข้าถึงได้ทั้งเด็กและผู้ปกครอง — นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดเพจเข็นเด็กขึ้นภูเขา

เข็นเด็กขึ้นภูเขา : เพจเลี้ยงลูกของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่เยาวชนอยากให้พ่อแม่อ่าน

“จริงๆ คิดว่าอยากทำเพจมาสักพักแล้ว”

คุณหมออธิบายที่มาที่ไปของการเกิดเพจเข็นเด็กขึ้นภูเขา เธอเองอยากลองทำเพจเกี่ยวกับจิตวิทยาเด็กตามที่ได้เรียนมาเพื่อสื่อสารกับพ่อแม่และเด็กๆ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีไม่น้อย จากวันนั้นถึงวันนี้เพจนี้มีอายุได้ 5 ปีแล้ว ถ้าเทียบกันก็คงจะเป็นเด็กตัวน้อยที่คงอยู่ในวัยช่างพูดช่างคุย

“ตัวที่เป็นตัวกระตุ้นจริงๆ น่าจะเป็นตอนไปทำโครงการจิตแพทย์รุ่นเยาว์ของสมาคมจิตแพทย์ เราอยู่ในโครงการนี้ด้วย แล้วอาจารย์เขาให้คิดโครงการอะไรก็ได้ที่คิดว่าจะทำเพื่อสังคม เราเลยเอางานนี้ที่เราอยากจะทำกันตั้งนานแล้วมาทำ จับกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่เป็นจิตแพทย์เด็กอีก  3 คน”

ปัจจุบันด้วยภาระหน้าที่ แอดมินเพจคนอื่นๆ จำเป็นต้องแยกย้ายกันไปตามเส้นทางงานของตนเอง ทำให้เหลือเพียงคุณหมอมินที่ยังคงดูแลเพจอย่างสม่ำเสมอ และตั้งใจจะช่วยเข็นเด็กขึ้นภูเขาต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง

เข็นเด็กขึ้นภูเขา : เพจเลี้ยงลูกของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่เยาวชนอยากให้พ่อแม่อ่าน

03   เอาใจเขา มาใส่ใจเรา

อะไรคือสิ่งที่ผู้ปกครองมักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก

นี่เป็นสิ่งที่เราสงสัยหลังจากได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กในปัจจุบัน ไม่น่าเชื่อว่าคำตอบที่ได้รับคือเรื่องเบสิกที่นึกดูดีๆ ก็คือเรื่องที่เราละเลยไป หรือถ้าหากย้อนมองกลับไปตอนที่ยังเป็นเด็ก เราคงจะเข้าใจเรื่องขัดใจเหล่านั้นได้ดีทีเดียว อย่างการต้องเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้า นี่อาจเป็นเรื่องที่มักจะถูกละเลยจากผู้ปกครองเป็นอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้

“พ่อแม่มักจะรู้สึกว่าการเลี้ยงลูก ถ้าเด็กยังเล็กอยู่เขาจะไม่รู้เรื่องอะไรหรอก อย่างเช่นถ้าเป็นเด็กทารก พ่อแม่บางทีจะทะเลาะกันต่อหน้า ตะโกนเสียงดัง แต่ความจริงเด็กเขาสัมผัสได้จากบรรยากาศของความน่ากลัว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้ใหญ่มักเข้าใจผิดคือคิดว่าเด็กเล็กมักจะไม่รู้เรื่องอะไร แต่สิ่งเหล่านั้นมันจะติดตัวเขาไปจนโตเลย”

เข็นเด็กขึ้นภูเขา : เพจเลี้ยงลูกของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่เยาวชนอยากให้พ่อแม่อ่าน

หรือปัญหาอย่างการโดนบังคับแบบไม่ถูกช่วงวัย ก็ตามมาสู่ปัญหาเรื้อรังยาวไปจนเด็กโตเป็นวัยรุ่น

“บางครั้งพ่อแม่จะเข้าใจว่าให้อิสระลูกก่อนแล้วค่อยไปจำกัดขอบเขตตอนที่เขาโตขึ้น แต่มันไม่ใช่ กลับกัน เราต้องให้ขอบเขตกับเด็กเล็กว่าอะไรทำได้ทำไม่ได้ แล้วตอนโตเขาจะรู้เอง พอลูกโตขึ้นก็ต้องลดการบังคับลงบ้าง บางครั้งพ่อแม่เลี้ยงลูกวัยรุ่นแบบเด็กเล็กๆ คือ ชอบสั่ง เด็กจะต่อต้าน ต้องเปลี่ยนเป็นฟังเขาให้มาก บังคับให้น้อย เอาที่จำเป็น คุยกับเขาให้เหมือนเพื่อนมากขึ้น คืออาจจะไม่ใช่เพื่อนแต่ต้องเป็นพ่อแม่ที่เป็นเพื่อนเขาได้ด้วย”

รวมถึงปัญหาประเภทพ่อแม่ไม่เข้าใจฉันที่ก็ดูจะเป็นเรื่องยอดฮิตไม่แพ้กัน ด้วยความแตกต่างระหว่างช่วงวัยที่นำไปสู่การทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ

“ผู้ใหญ่มีประสบการณ์มากกว่าเด็กก็จริง แต่ว่าบางครั้งประสบการณ์หรือความคิดของผู้ใหญ่มันก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป หรือการที่ผู้ใหญ่คิดไม่ตรงกับเด็กจะต้องแปลว่าผู้ใหญ่ถูกเสมอ”

หลายคนคงเข้าใจเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี ในฐานะคนที่เคยเป็นทั้งเด็กและวัยรุ่นมาก่อน เราคงสามารถตอบได้อย่างเต็มปากว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบการโดนสอนหรือบังคับแบบไหนจากพ่อแม่ แต่เอาเข้าจริงเมื่อกลายเป็นพ่อแม่เสียเอง เราอาจหลงลืมความรู้สึกในวัยเยาว์และเข็นเด็กไปอีกทาง

เข็นเด็กขึ้นภูเขา : เพจเลี้ยงลูกของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่เยาวชนอยากให้พ่อแม่อ่าน

04   ตรงกลาง ระหว่างเขา

หมอมินใช้เวลาอยู่พอสมควรเพื่อทำความเข้าใจการเล่าเรื่องในโลกออนไลน์ และค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเนื้อหารวมไปถึงวิธีการเล่าเรื่อง จนนำมาสู่คอนเทนต์ที่เข้าใจง่ายทั้งกับเด็กและผู้ปกครองแถมยังแฝงไปด้วยความบันเทิงอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน

“แต่ก่อนก็จะเขียนแบบทั่วไปแนวเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีความพยายาม ความรับผิดชอบตรงๆ เลย บางทีก็เอาคำคมการเลี้ยงลูกของคนอื่นมาโพสต์ ตอนนั้นยังเขียนไม่ค่อยเก่งก็จะเขียนสั้นๆ ตรงไปตรงมา หลังๆ เราก็เอาสื่อเข้ามาช่วยเป็นสื่อกลางระหว่างเรากับคนอ่าน”

เข็นเด็กขึ้นภูเขา : เพจเลี้ยงลูกของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่เยาวชนอยากให้พ่อแม่อ่าน

งานใหญ่เลยคือการนำเสนอเรื่องที่น่าสนใจ ใกล้ตัวมาเล่าด้วยเทคนิคหลักคือการใช้ภาษาเข้าใจง่าย อย่างการยกเคสตัวละครต่างๆ จากซีรีส์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่นขึ้นมาจนทำให้เพจกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ปกครองในโลกออนไลน์ เพราะคุณหมอมองว่าเรื่องบางเรื่องอาจเป็นประเด็นที่เด็กๆ สนใจ แต่จะไม่ดีกว่าหรือถ้าข้อความเหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่คนเป็นพ่อแม่ควรจะเข้าถึงด้วยเช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับที่ในช่วงหลังๆ เราจะเห็นคอนเทนต์ยอดฮิตจากหนังเรื่อง น้องพี่ที่รัก ประเด็นการสอบแอดมิชชั่นไปจนถึงเคสต่างๆ ที่คุณหมอเจอในชีวิตประจำวันที่นำมาดัดแปลงและเล่าสู่กันฟัง

ถึงแม้คุณหมอจะบอกว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของเพจจะเป็นกลุ่มพ่อแม่ที่อยากจะทำความเข้าใจกับลูกๆ ให้มากขึ้น แต่หลังจากที่คอนเทนต์เกี่ยวกับซีรีส์ดังกล่าวถูกปล่อยออกไป ก็มีเด็กๆ และผู้ปกครองจำนวนหนึ่งที่หลังไมค์เข้ามาเพื่อปรึกษาปัญหาที่ใกล้เคียงกับเรื่องของตัวเอง

เข็นเด็กขึ้นภูเขา : เพจเลี้ยงลูกของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่เยาวชนอยากให้พ่อแม่อ่าน

แบบนี้เราจึงอดสังสัยไม่ได้ว่าการทำงานในฐานะจิตแพทย์ที่ดูจะมีงานหนักพอตัว และการเป็นแอดมินเพจที่ต้องเจอกับผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาพร้อมปัญหาในแต่ละวัน การรับมือจะเป็นเรื่องยากสักแค่ไหน เธอตอบเราได้ในทันทีว่าการเป็นที่ปรึกษานั้นไม่ใช่เรื่องยาก ตราบใดที่เรายังคงสามารถวางอุเบกขาไว้ได้

“หลักของจิตแพทย์คือเราเข้าใจเขา แต่ไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับเขา เพราะเราช่วยเขาได้เต็มที่ในส่วนของเราเท่านั้น”

  หมอมินยิ้มอย่างใจดี ความใจเย็นของเธอ เราเองยังสัมผัสได้ทั้งจากการพูดคุยกันและข้อความในแต่ละครั้งที่เธอโพสต์ลงในเพจ แม้คุณหมอไม่ได้มีลูก แต่ช่วงวัยที่อยู่ระหว่างวัยรุ่นกับวัยพ่อแม่ ทำให้เธอเอื้อมไปทำทั้งสองช่วงวัยด้วยความเข้าใจเต็มเปี่ยม เคล็ดลับความสำเร็จของเธอคือความเชื่อที่ว่าความเข้าใจไม่ได้เกี่ยวกับอายุ แต่อยู่ที่ความตั้งใจต่างหาก

05   สู่ยอดเขา

เข็นเด็กขึ้นภูเขา : เพจเลี้ยงลูกของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่เยาวชนอยากให้พ่อแม่อ่าน

“อย่างน้อยการมีเพจนี้ก็คิดว่าน่าจะทำให้ผู้อ่านสามารถจัดการกับตัวเองและคนใกล้ตัวของเขาได้ไม่มากก็น้อย และอาจจะทำให้เกิดการป้องกันก่อนที่จะมีปัญหา เช่นเรื่องสัมพันธภาพระหว่างพ่อ แม่ ลูก ปัญหาสุขภาพจิตในเด็ก คือพ่อแม่ส่วนใหญ่รักลูกแต่เขาก็จะขาดความรู้ความเข้าใจบางอย่างในการดีลกับลูก บางทีมันก็เลยกลายเป็นปัญหาปลายทางไปแล้ว เลยคิดว่าถ้าเราทำเพจคอนเทนต์เราอาจจะช่วยไปดักที่กลางทาง หรือว่าต้นทางก่อน”

คุณหมอปิดท้ายถึงความคาดหวังที่เธอคิดว่าอยากจะทำให้เป็นจริง

“แล้วแบบนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ที่ควรจะต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์โดยตรง” นี่เป็นความสงสัยที่เกิดขึ้นจากเรา

“อาจจะไม่ได้มีเส้นแบ่งชัดเจนว่าต้องมาเมื่อไหร่ บางทีลูกไม่ได้มีปัญหา แต่ลูกอาจจะย้ายโรงเรียน กลัวมีปัญหามาปรึกษาก่อนก็ได้เหมือนกัน แต่ถ้าถามว่าเมื่อไหร่ที่คิดว่าควรจะมา ก็ต้องดูเกณฑ์กว้างๆ ว่าอาการของเด็กเริ่มมีผลต่อชีวิตไหม เช่น ชีวิตการเรียน ชีวิตประจำวัน มีผลต่อชีวิตคนอื่น เช่น เด็กดื้อมากจนพ่อแม่เครียดปวดหัว นอนไม่หลับ แบบนี้ก็ติดต่อมาเถอะ”

ในที่สุดแล้วเราก็พบว่าความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการทั้งหมดที่จะสร้างให้เด็กหนึ่งคนเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่คุณภาพในตัวเด็กเองเท่านั้น แต่นี่หมายรวมถึงคุณภาพภายในครอบครัวด้วย

“ถึงแม้โลกมันจะโหดร้ายอย่างไร แต่ถ้าเขากลับมาเจอพ่อแม่ที่เป็นที่พึ่งทางใจ หมอว่าเด็กก็จะค่อยๆ ผ่านอะไรๆ ไปได้”

บทสนทนาของเราที่ลากยาวมาจนถึงเรื่องความกดดันและประเด็นสังคมยอดฮิตอย่างการสอบที่ดูจะเกิดขึ้นในเด็กทุกยุคทุกสมัยกับเรื่องของแรงกดดันที่พวกเขามักได้รับจากครอบครัว ถึงจะเป็นเรื่องยาก (มากๆ) ในการปรับเปลี่ยนความคิด แต่ก็เป็นเรื่องน่าลองที่จะทำความเข้าใจ เพราะในเสี้ยวหนึ่งของชีวิต เราก็เคยผ่านมาแล้วด้วยกันทั้งนั้น

พอได้ยินแบบนี้เราว่าความจริงแล้วการเข็นเด็กคนหนึ่งก็อาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ยอดเขาก็คงอยู่ไม่ไกลสักเท่าไหร่

เข็นเด็กขึ้นภูเขา : เพจเลี้ยงลูกของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่เยาวชนอยากให้พ่อแม่อ่าน

Writer

เอม มฤคทัต

นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ที่อยากจะลองทำงานเขียน หลงรักทุกอย่างที่เป็นสีพีชและภาพยนตร์จิบลิ มีความสามารถพิเศษในการกินข้าววันละ 5 มื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load