8 พฤศจิกายน 2562
5.19 K

The Cloud x Museum Siam

ก่อนจะเปิดเทอมใหม่ทำอะไรกันบ้าง

ไปตัดผม ลองชุดนักเรียน ซื้ออุปกรณ์เครื่องเขียน หรือเตรียมเรื่องไปเล่าให้เพื่อนฟัง

เกาะรัตนโกสินทร์เป็นย่านที่มีโรงเรียนเก่าแก่มากมาย เป็นดั่งตู้เก็บความทรงจำขนาดใหญ่ของผู้ใหญ่ที่เคยเป็นเด็กตัวเล็กๆ 

ลองกลับไปย้อนรอยความทรงจำสีจางในอดีต ด้วยการกลับไปเยี่ยมร้านรวงเก่าแก่ โรงเรียนเก๋า และพาเด็กตัวน้อยในตัวคุณออกมาระลึกความสนุกของชีวิตวัยเรียนที่ซุกซ่อนอยู่กันไหม

โรงเรียนตะละภัฏศึกษา

ต.ภ. อดีตโรงเรียนช่างกลสไตล์นีโอคลาสสิก

7 ร้านรวงในพระนครที่ชวนคุณย้อนเวลา BACK TO SCHOOL

ตึกนีโอคลาสสิกยาวที่มีระเบียงฉลุลายขนมปังขิงโดดเด่นกลมกลืนไปกับตึกแถวซอยแพร่งนรา แต่เดิมเป็นวังประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ พระราชโอรสลำดับที่ 56 ในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยใช้ชื่อว่า ‘วังวรวรรณ’ สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2420 – 2430 

นอกจากจะเป็นวังมาก่อนแล้ว ที่แห่งนี้ยังผลัดเปลี่ยนหน้าที่เป็นที่ทำการหลายอย่าง ทั้งโรงละครปรีดาลัย ที่จัดแสดงเรื่อง สาวเครือฟ้า และ อีนากพระโขนง เปลี่ยนเป็นสำนักงานทนายความ รวมถึงใน พ.ศ. 2500 โรงเรียนตะละภัฏศึกษาได้เปิดเป็นโรงเรียนช่างกลที่ว่ากันว่าแสบไม่เบาในยุคนั้น

แม้จะทรุดโทรมไปบ้างตามกาลเวลา แต่โบราณสถาน 2 ชั้นอายุมากกว่า 100 ปี ในย่านชุมชนแห่งนี้ ยังคงหลงเหลือโครงสร้างเก่าแก่ให้เห็นความงามของสถานศึกษาเก่าแก่จนถึงปัจจุบัน

ที่อยู่ : 63 ถนนแพร่งนรา แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ 

บริษัทศรีภัณฑ์ยาค้อบ

ร้านกระเป๋านักเรียนสุดฮิตที่ไม่เคยตกรุ่น

บริษัทศรีภัณฑ์ยาค้อบ กระเป๋า Jacob

กระเป๋านักเรียนสีดำหน้าตาดูดีมีสไตล์ที่เหล่านักเรียนไทยต้องมีในครอบครอง คือกระเป๋าหนังประทับอักษรคำว่า Jacob มีที่มาจากชื่อนักบุญในคัมภีร์ไบเบิล นับเป็นธุรกิจรายแรกในวงการเครื่องหนังที่ใช้ชื่อแบรนด์เป็นภาษาอังกฤษ คุณภาพยอดเยี่ยมเลื่องลือจนหลายคนอาจคิดว่าเป็นแบรนด์นำเข้า แต่จริงๆ แล้วผลิตจากฝีมือสร้างสรรค์ของคนไทย วางขายและส่งออกสู่นานาประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี เป็นเวลากว่า 80 ปี จนถึงปัจจุบันเป็นยุคทายาทรุ่นสาม แม้กระเป๋าหนังแท้ราคาค่อนข้างสูง แต่ใช้ได้นานหลายปี บ้านไหนมีพี่น้องก็ส่งต่อให้กัน ลงทุนครั้งเดียวแต่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม 

บริษัทศรีภัณฑ์ยาค้อบ กระเป๋า Jacob

ใครที่เลยวัยหิ้วกระเป๋า Jacob แล้วก็ไม่ต้องเสียใจ บริษัทยังมีกระเป๋าถือ กระเป๋าสตางค์ และเข็มขัดมากมายที่ใช้ได้ทั้งชายและหญิง สำหรับคนอยากอุดหนุนเครื่องหนังไทยที่ให้กลิ่นอายวัยเด็กที่คุ้นเคย

ที่อยู่ : 78 ถนนบำรุงเมือง แขวงวัดราชบพิธ

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.30 – 17.30 น. 

ติดต่อ : 0 2622 1560

สมใจนึกเฮ้าส์

ร้านชุดนักเรียน ไทม์แมชชีนสู่วัยเด็ก

7 ร้านรวงในพระนครที่ชวนคุณย้อนเวลา BACK TO SCHOOL

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับวัยทโมนคือเครื่องแบบนักเรียน เสื้อนักเรียนสีขาวล้วน กางเกงหรือกระโปรงสีสวย ตามแต่ว่าโรงเรียนจะกำหนดให้ใส่สีอะไร 

7 ร้านรวงในพระนครที่ชวนคุณย้อนเวลา BACK TO SCHOOL

ร้านสมใจนึกเฮ้าส์เป็นร้านขายชุดเครื่องแบบนักเรียนในย่านบางลำพู ที่เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2532 ส่วนมากจะเน้นขายเสื้อนักเรียน กางเกง และกระโปรง เป็นหลัก มีทั้งชุดของโรงเรียนรัฐบาลและเอกชน ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษา และยังมีห้องลองเสื้อและบริการปักชื่อรองรับอีกด้วย เรียกได้ว่ามาซื้อที่นี่ก็มีชุดพร้อมออกไปเรียนได้ รับประกันได้ว่ายูนิฟอร์มคุณภาพดี และถูกต้องตามระเบียบโรงเรียน

หลายคนที่พ่อแม่จูงมือไปซื้อชุดในอดีต ตอนนี้ก็ได้เวลาพาเจ้าตัวน้อยของตัวเองไปซื้อชุดนักเรียนที่สมใจนึกเฮ้าส์ ร้านยูนิฟอร์มที่อยู่ยงคงกระพันคู่สถาบันการศึกษาทั่วย่านเมืองเก่าตลอดมา

ที่อยู่ : 203 ถนนพระสุเมรุ แขวงตลาดยอด

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.30 – 19.00 น. 

ติดต่อ : 0 2281 5663

สมใจ

ดินแดนแห่งสารพันเครื่องเขียน

สมใจ 7 ร้านรวงในพระนครที่ชวนคุณย้อนเวลา BACK TO SCHOOL

ร้านเครื่องเขียนขวัญใจเด็กวิทยาลัยเพาะช่างและโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยที่นี่เปิดเป็นสาขาแรกแต่ถูกเรียกว่า สมใจ 2 เสียอย่างนั้น

สมใจ 7 ร้านรวงในพระนครที่ชวนคุณย้อนเวลา BACK TO SCHOOL
สมใจ 7 ร้านรวงในพระนครที่ชวนคุณย้อนเวลา BACK TO SCHOOL

หัวใจสำคัญของร้านเครื่องเขียนอายุหกสิบกว่าปีคือราคามิตรภาพ ที่ลูกค้าซื้อได้ในราคาที่น่าพอใจ และอีกหนึ่งคือเรื่องบริการ ที่พนักงานให้คำแนะนำ รู้และเข้าใจความต้องการเรื่องเครื่องเขียนของลูกค้าได้เป็นอย่างดี รับรองว่าได้สินค้ากลับบ้านดั่งใจ ไม่ว่าจะวัยไหนก็มีอุปกรณ์เครื่องเขียนที่เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน

ร้านแห่งนี้โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์เครื่องเขียน ไม่ว่าจะปากกา ดินสอ กระดาษ ก็มีให้เลือกดูเป็นชั่วโมง ใครเป็นสาวก Stationery ถ้าเข้ามาที่ร้านนี้อาจล้มละลายได้ง่ายๆ 

ที่อยู่ : 131-139 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 07.00 – 18.30 น. 

ติดต่อ : 0 2221 1471

ร้านนานาภัณฑ์ ท่าพระจันทร์

คลังเครื่องเขียนครบครันของนักเรียนศิลปะ

7 ร้านรวงในพระนครที่ชวนคุณย้อนเวลา BACK TO SCHOOL

ร้านเครื่องเขียนในตึกแถวขนาด 1 คูหา ที่อยู่คู่กับท่าพระจันทร์มาเกือบ 50 ปี เป็นแหล่งจำหน่ายอุปกรณ์ศิลปะครบครันที่สุด เพราะได้ข้อมูลมาจากนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรโดยตรง จากแรกเริ่มที่ยังไม่มีสินค้าหลากหลาย จนมีขายทุกอย่างตามที่คนทำงานศิลปะต้องการ

โดยเฉพาะอุปกรณ์สีที่เราจะเห็นเรียงรายเต็มชั้น ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าร้าน ยาวจนสุดสายตา ที่หาซื้อค่อนข้างยากแต่ที่ร้านแห่งนี้มีขาย คือสีฝุ่นที่นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรม อย่างการพ่นสีชิ้นส่วนรถยนต์ หรือจะเป็นพู่กันคุณภาพดียี่ห้อต่างๆ ราคาหลักพัน ก็มีวางอยู่ในตู้กระจกให้ได้เลือกสรร

7 ร้านรวงในพระนครที่ชวนคุณย้อนเวลา BACK TO SCHOOL

นอกจากนี้ ยังได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นเป็นกันเอง เพราะที่นี่ทำเป็นธุรกิจครอบครัว เจ้าของร้านและลูกๆ จึงเป็นผู้ดูแลร้านและให้คำแนะนำกับลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาด้วยตัวเองเสมอ ใช้เวลาเลือกซื้อของในร้านได้ตามสะดวก และกลับไปสร้างสรรค์งานอย่างสบายใจ เป็นร้านเครื่องเขียนที่ให้บรรยากาศเก่าแก่ ไว้วางใจได้ แถมราคายังใกล้เคียงหรือย่อมเยากว่าซื้อในห้างสรรพสินค้า น่าอุดหนุนเป็นที่สุด

ที่อยู่ : 102 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ 08.00 – 19.00 (ปิดวันอาทิตย์)

ติดต่อ : 0 2221 4688

ที่อยู่ : 130 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 07.00 – 19.00 น. 

ติดต่อ : 0 2619 7621

ฉายาจิตรกร

ร้านถ่ายภาพในตำนาน ที่ถ่ายตั้งแต่นักเรียนยันนักการเมือง

7 ร้านรวงในพระนครที่ชวนคุณย้อนเวลา BACK TO SCHOOL

หนึ่งในหลักฐานความทรงจำของชีวิตในวัยเรียน ก็คือรูปเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดนักเรียน มีพื้นหลังเป็นสีฟ้าบ้าง สีน้ำเงินบ้าง แน่นอนว่า ‘ฉายาจิตรกร’ ร้านถ่ายรูปที่เปิดทำการมานานกว่า 81 ปีแห่งนี้ ได้บันทึกช่วงชีวิตสดใสของเด็กหญิงชายเอาไว้มากมาย

7 ร้านรวงในพระนครที่ชวนคุณย้อนเวลา BACK TO SCHOOL

ความพิเศษของที่นี่คือยังคงถ่ายด้วยกล้องฟิล์มสุดคลาสสิก ผ่านขั้นตอนที่ต้องใช้ทั้งฝีมือและความละเอียดอ่อน ตั้งแต่การกดถ่าย การแก้ฟิล์มก่อนนำไปล้าง และการแต่งรูปที่บอกเลยว่าแต่งด้วยปลายพู่กันทุกใบ ภาพที่ได้ออกมาจึงทั้งสวยงาม คมชัด เต็มไปด้วยรายละเอียดและแสงเงา สื่ออารมณ์ของความเป็นคนจริงๆ ไม่แข็งทื่อไร้ชีวิตชีวา เป็นเสน่ห์ที่ไม่มีร้านไหนเหมือน แม้จะใช้เวลารอนานกว่าการถ่ายรูปดิจิทัล แต่บอกเลยว่าคุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอน 

ไม่ต้องรอโอกาสถ่ายรูปติดบัตรที่ไหน ก็ไปถ่ายรูปที่ร้านสไตล์วินเทจนี้ได้ตลอด มีภาพฉายาจิตรกรติดบ้านน่ะ โก้ที่สุดแล้ว

ที่อยู่ : 32-4 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)ติดต่อ : 0 2221 8488


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

18 มิถุนายน 2565
13.13 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load