ฉาก 1 

สถานที่ : โต๊ะหน้าบ้าน (กลางวัน)

ตัวละคร : หญิงวัย 30 กว่าๆ สองคน คนหนึ่งแต่งตัวแต่งหน้าพริ้ง อีกคนผมกระเดียดไปทางไม่ได้หวี รวบไว้อย่างยุ่งๆ และอุ้ม 

(หญิง 1) เป็นอะไรมากมั้ย

(หญิง 2) กลุ้ม คุยกับลูกไม่รู้เรื่อง อยากได้อะไรก็ไม่บอก ทำอะไรไม่ถูกใจก็ร้องไห้ลงไปดิ้นกับพื้น หนักเข้าก็เขวี้ยงปาข้าวของ

(หญิง 1) ฟังแล้วเครียดแทนเลย นี่ลูกอายุเท่าไหร่แล้วนะ

(หญิง 2) สิบสอง เกือบสิบสาม

(หญิง 1) กำลังเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเลย

(หญิง 2) เดือน

(หญิง 1) หืมมมม…

(หญิง 2) เดือน เกือบสิบสามเดือน

– กล้องตัดฉับมาที่อุ้มเดินเข้าฉาก ใส่เสื้อสูทกางเกงสแล็ก เหมือนอยู่ในแล็บครีมทาผิวไม่ระบุประเทศ หญิงสองคนหันมามองหน้าตาแปลกใจปนงง

(อุ้ม) ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ถ้าคุณได้หัดใช้ภาษามือกับลูกตั้งแต่ยังเล็กค่ะ (ยิ้ม) Baby Sign Language ช่วยคุณได้ ลูกไม่ต้องร้อง พ่อแม่ไม่ต้องหมดปัญญา

Baby Sign Language ภาษามือทารก ตัวช่วยให้พ่อแม่คุยกับเบบี๋รู้เรื่องแม้ลูกยังพูดไม่ได้
Baby Sign Language ภาษามือทารก ตัวช่วยให้พ่อแม่คุยกับเบบี๋รู้เรื่องแม้ลูกยังพูดไม่ได้

– หญิง 1&2 จับมือกัน หน้าตาเหมือนสามีเพิ่งให้ไอโฟน 12 โปรแม็กซ์

(อุ้ม) อย่าลืมนะคะ ภาษามือสำหรับเด็กทารก ฝึกวันนี้ เพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างคุณและลูกรัก

– จิงเกิ้ลเบิกบาน

ฉาก 2

สถานที่ : โต๊ะกินข้าว (กลางวัน แฟลชแบ็กไป 8 ปีก่อน)

ตัวละคร : เด็กเล็กวัย 8 เดือน กับหญิงวัย 39 ผมกระเดียดไปทางไม่ได้หวี หน้ากระเดียดไปทางสิ้นหวัง มือข้างหนึ่งกุมขมับ

(หญิงแม่) เอาอะไรคะลูก

(ลูก) อื๊อๆ (หน้าเริ่มเบะ มือปัดชามข้าวตกกระจาย) ฮึ..ฮึ..ฮือๆๆๆๆ

(หญิงแม่) โอย อีกแล้วเมตตา คุณแม่ไม่รู้หนูจะเอาอะไร (เอาสองมือปิดหน้า) ฮึ..ฮึ..ฮือๆๆๆๆ

– Dissolve หน้าอุ้มร้องไห้ กลับกลายเป็นหน้าตาเชื่อมั่นยิ้มแย้ม 

ฉาก 3 

สถานที่ : ห้องให้สัมภาษณ์ (กลางวัน ต่อเนื่อง)

ตัวละคร : อุ้ม พิธีกร 

(อุ้ม) นั่นแหละค่ะ ชีวิตจริงของอุ้มเมื่อแปดปีก่อน ตอนเมตตายังพูดไม่ได้ แม่มือใหม่อย่างอุ้มก็เลยต้องใช้วิธีดูหน้า ดูท่าทางลูก แล้วเดาเอาว่าต้องการอะไร ก็ผิดบ้าง ถูกบ้าง แต่ส่วนใหญ่ค่อนข้างกลุ้มใจ แล้วก็คิดตลอดว่าถ้าลูกพูดกับเราได้คงดี 

จนกระทั่งไปคุยกับเพื่อนแม่อีกคน เขาเลยแนะนำว่ามีคลาสสอน Baby Sign Language ซึ่งเอา American Sign Language มาดัดแปลงให้ทำง่ายขึ้น เด็กเล็กๆ จะได้ทำได้ ก็เลยตัดสินใจไปเรียน

– มีคนถามคำถามมาจากหลังกล้อง เสียงคล้ายก้อง ทรงกลด มาก

(พิธีกร) แล้วได้ผลไหมครับ

(อุ้ม) ก็ดีนะคะ เพราะก่อนหน้านี้อุ้มเคยลองดูวิดีโอแล้วเอามาทำให้ลูกดู ลูกก็แบบ แม่ทำอะไร เลยนั่งดูวิดีโอด้วยกัน เมตตาก็ไม่ค่อยสนใจ เราเลยเลิกไป แต่พอไปคลาส ครูเขามีวิธีการสอนเหมือนไม่ได้สอน เหมือนไปเล่นสนุกกันมากกว่า แต่ว่าเห็นผลมากเลย

(พิธีกร) เขาสอนยังไงครับ

(อุ้ม) เขาจะเริ่มคลาสจากร้องเพลงเล่นกันก่อนค่ะ เสร็จแล้วถึงเริ่มสอนภาษามือประมาณสิบห้าคำ มีธีมว่าวันนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร จำได้เลยว่าคลาสแรกเป็นท่าง่ายๆ แล้วก็เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน พวกคำที่ใช้บ่อยๆ อย่างเช่น พอแล้ว/หมดแล้ว พ่อ แม่ กิน เอาอีก เพลง เบบี้ ลูกบอล อยู่ที่ไหน อะไรเงี้ยค่ะ

Baby Sign Language ภาษามือทารก ตัวช่วยให้พ่อแม่คุยกับเบบี๋รู้เรื่องแม้ลูกยังพูดไม่ได้

(พิธีกร) แล้วเขาทำให้สนุกได้ยังไงครับ

(อุ้ม) ครูที่สอนดีมากเลยค่ะ เขาบอกว่าเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กเนี่ย เขาจะเรียนได้ดีที่สุดจากการได้จับ ได้เล่น แล้วก็ฟังเพลง เพราะฉะนั้น พอเขาสอนแต่ละคำเสร็จแล้ว ก็จะเอาของเล่นออกมาเป็นลังๆ เลยค่ะ เทไปรอบห้อง ให้เด็กคลานไปเล่นเอง เด็กสนใจคำไหน พ่อแม่ก็ทำท่าแล้วพูดไปด้วย เพราะพ่อแม่เองก็ต้องเริ่มเรียนไปพร้อมลูก

Baby Sign Language ภาษามือทารก ตัวช่วยให้พ่อแม่คุยกับเบบี๋รู้เรื่องแม้ลูกยังพูดไม่ได้
ภาพ : https://portlandearlylearning.com

(พิธีกร) ทำไมต้องทำท่าแล้วพูดไปด้วย

(อุ้ม) เพราะภาษาเป็นเรื่องของสัญลักษณ์และการเชื่อมโยงค่ะ การได้เห็น หยิบจับ แล้วใช้ภาษามือกับพูดไปพร้อมกัน เขาก็จะค่อยๆ เข้าใจว่านั่นคือการสื่อสาร เช่น ลูกเล่นตุ๊กตาหมี เราก็พูดว่า “นี่ตุ๊กตาหมี” พร้อมทั้งทำท่าหมี เสร็จแล้วลองเอาไปซ่อนข้างหลัง ถามแล้วทำท่า “อยู่ที่ไหน” พอเจอก็ทำท่าหมีอีก “เจอแล้วตุ๊กตาหมี!”

(พิธีกร) แล้วทำไมต้องใช้ภาษามือเพิ่มเข้ามาอีกล่ะครับ พูดอย่างเดียวไม่ได้หรือ

(อุ้ม) ลองมานึกอะไรเล่นๆ กันนะคะ สมมติว่าเราไปเที่ยวญี่ปุ่น แล้วไปเมืองเล็กๆ อยากซื้อข้าวเกรียบปิ้งมากเลย แต่คนขายไม่พูดภาษาอังกฤษและเราไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น เราทำไงคะ

(พิธีกร) เอามือชี้

(อุ้ม) ถ้าอยากได้สามอัน

(พิธีกร) (ชูสามนิ้ว)

(อุ้ม) ง่ายกว่าไปเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อออกเสียงคำว่า さん個 มั้ยคะ

(พิธีกร) (หัวเราะ) ง่ายกว่าครับ

(อุ้ม) คือกว่าผู้ใหญ่อย่างเราจะเรียนภาษาใหม่ได้อย่างแตกฉานนี่ยังใช้เวลาเป็นปีๆ ใช่มั้ยคะ แล้วนึกถึงเด็กเล็กๆ ว่าสมองกับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ที่ใช้ในการเปล่งเสียงยังพัฒนาไม่เต็มที่เลย เพราะฉะนั้น ในระหว่างที่ยังพูดไม่ได้ แต่อยากจะกินข้าวเกรียบปิ้งแล้วเนี่ย จะทำยังไงที่จะช่วยให้ลูกได้กินข้าวเกรียบปิ้ง

Baby Sign Language ภาษามือทารก ตัวช่วยให้พ่อแม่คุยกับเบบี๋รู้เรื่องแม้ลูกยังพูดไม่ได้

(พิธีกร) แต่อย่างนี้ลูกจะใช้แต่ภาษามือ แล้วไม่พูด หรือพูดช้ามั้ยครับ

(อุ้ม) ตรงข้ามเลยค่ะ เมตตานี่พูดเร็วพูดเยอะมาก ขวบครึ่งพูดได้เป็นหลายร้อยคำแล้วค่ะ อนีคาเริ่มพูดช้ากว่า แต่ก็พูดได้เยอะตั้งแต่ยังไม่สองขวบ แต่ก่อนนี้อุ้มก็กลัว เพราะมีคนมาพูดว่า พูดสองภาษาทั้งไทยทั้งอังกฤษ หรือใช้ภาษามือ จะทำให้ลูกสับสน เลยไม่ยอมพูด อันนี้อุ้มกล้ายืนยันเลยค่ะว่าไม่จริง เด็กจะพูดช้าพูดเร็ว มันอยู่ที่ตัวเขาเองด้วย

(พิธีกร) แล้วตอนที่ยังใช้ภาษามือควบคู่ไปด้วยนี่ เมตตาใช้แต่ภาษามือจนพูดได้เลยหรือเปล่าครับ

(อุ้ม) ปนๆ กันค่ะ คำไหนภาษามือทำง่ายก็ใช้ทำท่าเอา คำไหนพูดง่ายกว่าก็ใช้พูด ที่อุ้มอยากจะย้ำเรื่องหนึ่งนะคะ ว่าการใช้ภาษามือ เป็นเพียงสะพานไปสู่การพูด เพราะฉะนั้น ไม่ต้องเอาเป็นเอาตาย ท่าไม่ต้องเป๊ะ ลูกไม่ทำก็ไม่ต้องไปเครียด สำคัญที่สุดคือทำท่าแล้วพูดไปด้วย เหมือนพูดคุยกันสบายๆ แล้วก็ไม่ต้องยัดเยียดทำทั้งวัน เดี๋ยวจะเบื่อกันก่อนได้เรื่อง

(พิธีกร) อ้าวทำเยอะๆ ไม่ดีเหรอครับ จะได้เป็นเร็วๆ

(อุ้ม) โอ้โหภาษามือทำเยอะไปก็หนวกหูได้นะคะ (หัวเราะ) อุ้มเคยไปงานวันเกิดเพื่อนอนีคาตอนที่ยังเล็กๆ มีแม่คนหนึ่งพยายามจะใช้ภาษามืออยู่นั่น คือพูดอะไรทำท่าหมด ลูกก็ไม่ได้สนใจด้วยนะคะ อุ้มนี่อยากจะหันไปบอกว่า (มือซ้ายแบ มือขวาสับลงไปตรงๆ)

(พิธีกร) แปลว่า

(อุ้ม) Stop! (หัวเราะ)

(พิธีกร) (หัวเราะ) มีอะไรอยากบอกอีกบ้าง

(อุ้ม) ขออีกเรื่องเดียวค่ะ อย่างที่บอกว่าภาษาเป็นเรื่องของสัญลักษณ์ คือการใช้คำหรือท่าทาง แทนอีกสิ่งหนึ่งที่อยากพูดถึง เพราะฉะนั้น ก็อย่าให้ลูกไปใช้ภาษามือเป็นการแสดง เช่น ตื่นเต้นมาก อาทิตย์นี้ลูกทำท่า “ขออีก” บ่อยมากเลย ปรากฏบ่ายวันนั้นพาไปเยี่ยมคุณตาคุณยาย เลยบอกว่า “ทำท่า ขออีก ให้คุณตาคุณยายดูหน่อยสิคะลูก” ลูกก็จะงงๆ ว่าให้ขออะไรอีก แล้วเกิดลูกทำขึ้นมาจริงๆ แล้วไม่ได้ให้อะไรเขา “อีก” ลูกก็จะยิ่งงงใหญ่เลย

(พิธีกร) แล้วที่บอกว่าครูสอนแบบใช้เพลงประกอบ ลองทำให้ดูหน่อยได้มั้ยครับ

(อุ้ม) เอาเพลงนี้ก็แล้วกันนะคะ ลูกๆ อุ้มชอบมาก มีภาษามือสี่คำ คือ More, Together, Happy แล้วก็ Friends

(พิธีกร) ทำวิดีโอแบบนี้เยอะๆ ได้ไหมครับ เผื่อใครหาคลาสเรียนไม่ได้

(อุ้ม) ก็อยากทำนะคะ น่าสนุกดี จริงๆ อุ้มเขียนเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียดในหนังสือ เลี้ยงลูกทางเลือก ด้วยนะคะ เผื่อใครอยากอ่านเพิ่มเติม

(พิธีกร) โฆษณาแฝงเหรอครับ

(อุ้ม) (ยิ้ม แล้วเอานิ้วชี้แตะที่ปาก)

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

เมื่อวันก่อนเห็นคุณป้าอายุ 60 กว่า ๆ 4 คนตีกันอยู่ค่ะ

อุ้มไปยืนดูด้วยความตื่นเต้น เกิดมาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน!

แบบตีกันผัวะ ๆ เลยค่ะ ไม่มีใครยอมใคร

อุ้มดูสักพักแอบอาย เลยเดินหนีมาดูห่าง ๆ แต่สุดท้ายอดใจไม่ไหว พอป้าทำท่าจะเลิก เลยไปขอร่วมวงตีกับคุณป้าแกด้วย!

คุณป้าคนหนึ่งดูเป็นหัวหน้าสุด บอกเอา ๆ มาเล้ย เคยตีมาก่อนหรือเปล่า พออุ้มส่ายหน้า ป้าเลยยื่นไม้มา บอกไม่ต้องคิดมาก ลองเลย ไม่ยาก ว่าแล้วป้าก็ยกพวกอีก 2 คนมาตีด้วย

อุ้มยังกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ถามไปว่า “เอ่อ คุณป้าเล่นอะไรกันอยู่คะ” ป้าบอกเนี่ยเหรอ มันเรียก ‘Pickleball’ อุ้มเลยอ๋อ ได้ยินชื่อมาตั้งนานแล้ว ของจริงเป็นแบบนี้นี่เอง!

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : playnettie.com
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com

อ้าวตายจริง ตกใจกันหมดเลยสิเนี่ย (หัวเราะ) ไม่ได้ไปดูคนยกพวกตีกันหรอกค่า แค่พาลูกไปสนามเด็กเล่น แล้วเห็นคุณป้า 4 คนเล่นกีฬาอะไรกันอยู่สักอย่าง หน้าตาก้ำ ๆ กึ่ง ๆ ระหว่างเทนนิส แบดมินตัน และปิงปอง ก็เลยเกิดความสงสัย (ปนเผือก) ขึ้นมา ว่านี่มันคือกีฬาอะไรกันนะ ไม่เคยเห็นมาก่อนเล้ย

ทีนี้อารามคนอยู่ไม่สุข ก็เลยต้องไปขอเล่นสิคะ เพราะทั้งปิงปองและแบดมินตันนี่คือกีฬาโปรดของอุ้มอยู่แล้วตั้งแต่อยู่เมืองไทย ส่วนเทนนิสเล่นไม่ค่อยได้เพราะปวดข้อศอก แต่กีฬาคุณป้า ๆ นี่ดูช้าและไม่รุนแรงต่อข้อแขน แล้วก็ดูเล่นง่ายดีนะ ลูกบอลก็เป็นพลาสติกมีรู ๆ ตกลงคอร์ตแล้วดังแป้ก ๆ แอบเพี้ยนดีด้วยอะ ชอบ!

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com

ลองเล่นไปแป๊บหนึ่ง มันสนุกดีล่ะค่ะ! คือพอมีพื้นเล่นแบดฯ เล่นปิงปองอยู่บ้างก็ช่วยได้มากเหมือนกัน เพราะคอร์ตมันขนาดเท่าคอร์ตแบดฯ แต่เน็ตเตี้ยเหมือนเทนนิส แล้วพอลูกบอลเป็นพลาสติก มันก็เลยไม่พุ่งเร็วเท่าไหร่ ไม่ต้องวิ่งพรวดพราด เล่นแล้วสวยสมวัย (ทอง) แต่ได้เหงื่อนิด ๆ

กำลังเริ่มสนุกอยู่ดี ๆ ป้าเก็บเน็ตกลับบ้านกันหมดค้า (เขาจะกลับอยู่แล้ว เราน่ะไปขอเล่น จำได้ไหม) ทางนี้ก็เลยต้องรีบกลับบ้านมาหาข้อมูล เพราะอยากรู้ว่าอุปกรณ์หาซื้อที่ไหน แล้วมีคอร์ตอยู่ตำบลอะไร จะได้ไปเล่นอีก

ก็เลยพบว่า มันเป็นกีฬาใหม่มาแรงและกำลังฮอต เติบโตเร็วที่สุดในอเมริกาเชียวนะ เน็ต ลูกบอลอะไรก็สั่งได้ทาง Amazon หรือเว็บอุปกรณ์กีฬาทั่ว ๆ ไป แต่ที่เด็ดสุดคือ มีไม้ 2 ยี่ห้อสวยมากจะเป็นลม! ยี่ห้อแรกชื่อว่า Recess ส่วนยี่ห้อที่ 2 ชื่อว่า Nettie มีความเรโทรบวกเอาศิลปินมาออกแบบ ทำไมทำกันแบบนี้! วิปัสสนามานานก็ช่วยไม่ได้ อยากได้หนอ แต่แพงหนอ สมคิดจะซื้อให้ไหมหนอ คิดวน ๆ ไปก่อนนะโยม

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : playnettie.com

แต่ว่าจะวกวนคลิกดูแต่ไม้ก็ใช่ที่ เพราะเกิดสงสัยขึ้นมาว่ากีฬานี้มันคืออะไร ใครเป็นคนคิด ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเพิ่งฮิต ข่าวว่ามันมีต้นกำเนิดแถว ๆ Pacific Northwest บ้านเฮานี่เองจริงหรือเปล่า

สรุปว่าจริงค่ะ นี่คือกีฬาที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 1965 นี้เอง ที่เกาะ Bainbridge วอชิงตัน ห่างจากซีแอตเทิลแบบนั่งเรือเฟอร์รี่ไปสักครึ่งชั่วโมงนิด ๆ บ้านอุ้มยังเคยนั่งไปเลยค่ะ เป็นเกาะเงียบ ๆ น่ารักดี มีคนเก่าคนแก่และศิลปินนักเขียนจากซีแอตเทิลไปสร้างบ้านตากอากาศและบ้านอยู่อาศัยกันแยะ อารมณ์เหมือนหัวหินสมัยยังไม่พลุกพล่าน

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.facebook.com/livingonbainbridge

ทีนี้มีสองสามครอบครัวที่วงการกีฬาต้องจารึกไว้ค่ะ บ้านหนึ่งของ Joe Pritchard อีกบ้านของ Bill Bell และอีกบ้านของ Barney McCallum ทั้งสามเป็นเพื่อนบ้านกันและรวมตัวสังสรรค์กันอยู่เสมอในช่วงวันหยุด อยู่มาวันหนึ่ง ลูกชายของโจ ชื่อ Frank ที่ตอนนั้นอายุ 13 ปี เกิดเบื่อขึ้นมาเพราะว่าฝนตก ไม่มีอะไรจะทำ บ่นหมุ ๆ หมิ ๆ เป็นหมีกินผึ้ง จนโจรำคาญ ก็เลยไปค้นห้องเก็บของจะหาอะไรให้ทำ เจอไม้ปิงปองกับลูกเบสบอลพลาสติก (ที่เรียกว่า Wiffle Ball) ก็เลยเอาออกมาชวนลูกชายออกไปเล่นกัน เพราะมีคอร์ตแบดมินตันเก่าอยู่หลังบ้านพอดี

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
คอร์ต Pickleball แห่งแรกของโลก
ภาพ : usapickleball.org

ทีแรกมีแค่โจกับลูกชายและบิลจากอีกบ้านหนึ่ง ก็ไม่รู้จะเล่นกันยังไง เพราะอุปกรณ์ที่มีมันไม่เข้ากันสักอย่าง เลยต้องคิดกติกาขึ้นมาใหม่ เน็ตแบดฯ ตี ๆ ไปแล้วไม่ค่อยเวิร์กเพราะสูงไป ก็เลยต้องลดลงมาให้เตี้ยติดพื้น แล้วความสูงมาตรฐานที่ตอนนี้กำหนดอยู่ที่ 36 นิ้วก็ไม่ใช่เพราะอะไรที่ไหน แต่เป็นเพราะเน็ตมันหย่อนอยู่เรื่อย โจเลยใช้วิธีก่อนจะเล่น เอาตัวเองนี่แหละเดินไล่ไปให้เน็ตสูงเสมอเอว ซึ่งคือ 36 นิ้ว! (ขำเนอะ เหมือนไทยมีหน่วยวัดเป็นวา เป็นคืบ เป็นศอก แต่อันนี้เป็นเอว)

ทีนี้เล่น ๆ กันไปชักเริ่มสนุก กลายเป็นพวกพ่อ ๆ 3 บ้านนี่ล่ะเล่นกันใหญ่ แต่ไม้ปิงปองท่าจะเอาไม่อยู่เพราะเล็กไป ตีแล้วเดี๋ยวก็สึกพังหมด บาร์นีย์มีเวิร์กชอปทำงานไม้อยู่ เลยร่างแบบในกระดาษเป็นรูปไม้สำหรับตีพร้อมมือจับเป็นทรงง่าย ๆ แล้วก็ไปเลื่อยไม้อัดออกมาตามแบบเอาไปเล่นกัน หน้าตาบ้าน ๆ แต่เทียบกับไม้ปิงปองก็ถือว่าดีถม

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ไม้รุ่นแรก (ซ้ายสุด)
ภาพ : www.pickleballchannel.com

นัยว่ากติกากับอุปกรณ์ที่อิมโพรไวซ์กันขึ้นมาใช้ได้อยู่ไม่น้อย เกมหลังบ้านของโจเลยมีสมาชิกบ้านโน้นบ้านนี้มาเล่นกันอยู่ไม่ขาด จนถึงขนาดหมดฤดูร้อนต้องกลับมาอยู่ซีแอตเทิล สมาชิก Pickleball ก็ยังพากีฬาใหม่นี้ตามขึ้นฝั่งมาด้วย

เริ่มแรกเล่นกันที่ถนนหน้าบ้านของบาร์นีย์ เพราะความกว้างถนนราว 20 ฟุตเสมอด้วยคอร์ตแบดฯ (ภาพพี่ยิมกับน้องโด่งตีแบดอยู่หน้าบ้านลอยมาเลย) ทีนี้เพื่อนบ้านมาเห็นเข้าก็สนใจ จนถึงขนาดไปสร้างคอร์ตไว้หลังบ้านเพื่อตีกันจริงจัง

ความดังของ Pickleball มาขจรขจายเอาตอนที่โจไปลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ ของรัฐวอชิงตันนี่แหละค่ะ เพราะเวลาไปหาเสียงที่ไหน โจก็จะเอา Pickleball ไปชวนคนเล่นด้วย แล้วหนึ่งในคนที่ได้เล่น ดั๊นเป็นเจ้าของและบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ The New York Times เอาละพ่อ จะดังไปใหญ่ไปโตกันก็คราวนี้เอง

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
บทความเรื่อง Pickleball ในหนังสือพิมพ์ The New York Times
ภาพ : www.pickleballchannel.com

เขาส่งนักข่าวมาสัมภาษณ์บาร์นีย์ลงในหนังสือพิมพ์ คนอ่านแล้วก็อยากเล่น ถามกันเข้ามาว่าอุปกรณ์จะหาซื้อได้ที่ไหน บาร์นีย์ตอบไปว่าสั่งมาก็ได้ เดี๋ยวจัดเน็ต ไม้ 4 อัน กับลูกบอล 4 ลูก ส่งให้ในราคา 29.50 เหรียญฯ โอ้โห ยอดสั่งเข้ามาถล่มทลายเลยค่ะ จนบาร์นีย์ โจ และบิลต้องตั้งบริษัท Pickle-ball Inc. ขึ้นมาเพื่อสั่งวัตถุดิบและรับเงิน คือเล่นกันอยู่ดี ๆ หลังบ้าน กลายเป็นธุรกิจขึ้นมาซะงั้น พนักงานคนแรกของบริษัทก็ไม่ใช่ใครที่ไหน David ลูกชายของบาร์นีย์นั่นเอง ครัวเรือนมาก

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
กล่องอุปกรณ์ Pickleball รุ่นแรก
ภาพ : www.nwfdailynews.com

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ พวกเขาเลยออกแบบกล่องใส่ซะสวย แล้วก็เริ่มเดินสายโปรโมตการเล่น Pickleball ตามโรงเรียนในรัฐวอชิงตัน ออริกอน ไอดาโฮ เรื่อยไปจนถึงงานมหกรรมพละครั้งใหญ่ในมิสซูรี มีการปรับปรุงกติกาและเขียนเป็น Rule Book ออกมาจริงจัง คอร์ตก็กำหนดให้มีขนาดมาตรฐาน เริ่มมีการตั้งสมาคม USA Pickleball รวมทั้งมีการแข่งขันชิงแชมป์ใหญ่โตระดับประเทศหลายรายการ

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.ppatour.com

ไม้ตี Pickleball เอง (เรียกว่า Paddle นะคะ ไม่ใช่ Racket) ถึงแม้หน้าตาจะยังเหมือนกับที่บาร์นีย์วาดใส่กระดาษเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ไม้ที่เป็น Composite และมี Nomex Honeycomb Core แบบที่คนใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เพิ่งมาเกิดขึ้นเมื่อราว ๆ ปี 1984 นี่เองค่ะ เหตุเพราะคนเล่นคนหนึ่งที่ชื่อ Arlen Paranto บังเอิญเป็นวิศวกรของบริษัทเครื่องบินโบอิ้งด้วย (แหม คนเล่น Pickleball นี่จอมยุทธ์ทั้งนั้นเลยวุ้ย) เขาคิดว่าน่าจะมีไม้ที่เบากว่าเดิม ก็เลยไปซื้อวัสดุเหลือ ๆ จากทำภายในเครื่องบินโบอิ้งมาดัดแปลงทำเป็นไม้ขาย แล้วตั้งชื่อว่า PROLITE กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของไม้ตีรุ่นต่อ ๆ มาทั้งหมด

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ไม้รุ่น PROLITE
ภาพ : pickleballhalloffame.blogspot.com

ก็ถึงว่า ตอนหยิบไม้ขึ้นมาทีแรกยังคิดอยู่เลยว่ามันเหมือนอะไรน้า อ้อ เหมือนผนังเครื่องบินนี่เอง (หัวเราะ)

อยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่าตกลงไอ้เจ้ากีฬาแตงกวาดองนี่มันเล่นยังไง อุ้มดูไปหลายคลิป คิดว่าดูจากคลิปนี้อธิบายได้เข้าใจง่ายสุดค่ะ

คืออาจจะยังงง ๆ นิดหน่อยนะคะ แต่พอเล่นไปแล้วก็เข้าใจเอง ข่าวดีก็คือในเมืองไทยมีสนาม Pickleball แล้วนะคะ ตั้งหลายที่แน่ะ กรุงเทพฯ ก็มี เชียงใหม่ก็มี ได้ยินว่ามีแข่งที่หัวหินกับภูเก็ตด้วย มีสมาคมไทยพิคเคิลบอลอีกต่างหาก เข้าไปดูในเพจจะได้รู้ว่ามีสนามเปิดใหม่ มีแข่งที่ไหนให้ตามไปดูได้บ้าง รับรองค่ะว่าจากนี้จะได้ยินเรื่อง Pickleball มากขึ้นเยอะแน่ ๆ เพราะที่อเมริกาเอง ตอนนี้มาแรงมากจริง ๆ ค่ะ มีแต่คนพูดถึง ยังแอบคิดเลยว่าที่ไหนมีคอร์ตแบดฯ อยู่แล้ว ก็แค่ลดเน็ตลงมาก็เป็นสนาม Pickleball ได้แล้วเนี่ย

อุ้มไปอ่านประวัติศาสตร์ของกีฬาอย่างเทนนิส แบดมินตันหรือปิงปองมา พบว่าต้นกำเนิดมันก็คล้าย ๆ กันแบบนี้แหละค่ะ คือหาอะไรเล่นกันเองก่อน ตีด้วยมือก็ยังมี ใช้ลูกเป็นไม้ เป็นไม้คอร์กที่ปิดขวดไวน์บ้างอะไรบ้าง แล้วถึงค่อย ๆ พัฒนามาเป็นลูกสักหลาด ลูกพลาสติก มีกฎกติกาที่พัฒนาตบแต่งกันมาเรื่อย ๆ

แต่เรื่องคือ กีฬาพวกนั้นมันเกิดขึ้นมานานมากแล้วเป็นร้อยเป็นพันปี แต่ Pickleball เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงอายุคนเดียวนี่เอง อุ้มเลยว่ามันน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นเกมหลังบ้านกลายเป็นกีฬาระดับโลก ได้ฟังบาร์นีย์เล่าถึงไม้ที่เขาตัดเองหน้าตาสุดจะบ้าน ผ่านไปไม่กี่ปี มีไม้ยี่ห้อดัง ๆ อย่าง Wilson หรือ HEAD ที่ทำออกมาขาย ใช้เทคโนโลยีสุดจะล้ำ ถึงตอนนี้ทั้งโจและบาร์นีย์จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทั้งสองคนก็ได้ทันเห็นความมาไกลของ Pickleball ที่พวกเขาคิดกันขึ้นมาเล่น ๆ น่าภูมิใจแทนจริง ๆ เลย

อ้อ เกือบลืมเล่าว่าทำไมกีฬานี้ถึงมีชื่อตลก ๆ ว่า Pickleball อันนี้ยืนยันจากปากคำของแฟรงก์ ลูกชายโจที่อยู่ในเหตุการณ์เลยค่ะ เขาบอกว่าแม่ของเขา (Joan Pritchard) เป็นแฟนเหนียวแน่นของกีฬาแข่งเรือพาย เพราะสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่โอไฮโอบ้านเกิด มีทีมแข่งเรือที่เก่งอันดับต้น ๆ ของประเทศ พอแต่งงานกับโจแล้วย้ายมาอยู่ซีแอตเทิล ก็พบว่ามหาวิทยาลัยวอชิงตันมีทีมแข่งเรือที่เก่งเหมือนกัน และมีการแข่งเรือทุกปี

โจแอนชอบไปดูการแข่งเรือประจำปีนี้มาก แต่ปกติเขาก็จะเลือกฝีพายตัวท็อป ๆ มาแข่งกัน ฝีพายมือรอง ๆ ที่ว่างอยู่ ก็เลยไปพายแข่งกันเองในอีกการแข่งขันหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีรางวี่รางวัลอะไร แค่แข่งกันเล่น ๆ ในหมู่คนที่เหลือ ๆ การแข่งนี้มีชื่อว่า Pickle Boat ค่ะ

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.presstelegram.com

พอมีการถกเถียงกันระหว่างบ้าน Pritchard กับบ้าน Bell ว่าตกลงจะตั้งชื่อเกมที่เล่นกันอยู่นี้ว่าอะไรดี โจแอนเลยโพล่งออกมาว่า “Pickle Ball!” เพราะเอาอุปกรณ์และกติกาจากกีฬาโน้นนี้มารวม ๆ กัน มั่ว ๆ ขำ ๆ แต่สนุกดี อารมณ์มันเหมือน Pickle Boat เลย ชื่อนี้ถูกใจทุกคน ก็เลยเรียกกันมาแต่นั้น ภายหลังถึงมาเปลี่ยนเป็น Pickleball แบบเขียนติดกันไปเลย

ในอินเทอร์เน็ตมีอีกทฤษฎีเรื่องชื่อ ว่ามาจากหมาของครอบครัวชื่อ Pickles ที่ชอบมากระโดดไล่งับลูกบอล แต่ไล่ไปในความเป็นจริงแล้ว หมาพิคเคิลนี่เพิ่งมาถูกเก็บได้เมื่อปี 1968 ซึ่งเป็น 3 ปีหลังจากโจแอนตั้งชื่อเกมไว้แล้วเมื่อปี 1965 (คือจริง ๆ แล้วตั้งชื่อหมาตามกีฬาต่างหาก)

แต่เหตุที่ทุกวันนี้เสิร์ชเว็บไหนก็ยังเล่าว่าตั้งชื่อตามหมา เพราะโจเองนั่นแหละที่เป็นคนไปให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ทีแรกเขาเล่าเรื่องจริงว่าโจแอนได้ชื่อมาจากไหน แต่จู่ ๆ ก็พูดเล่น ๆ ว่า เอ๊ะ หรือจะบอกว่าตั้งชื่อตามหมาดี ปรากฏว่านักข่าวชอบทฤษฎีหลังมากกว่า เพราะตลกและจำง่ายดี โจและบาร์นีย์ก็เลยตัดสินใจเล่าแบบนี้มาตั้งแต่นั้น

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.thestar.com

เอาเป็นว่านี่คือกีฬาใหม่ล่าสุดที่โตเร็วที่สุดในอเมริกา อุ้มไปเล่นมาแล้วสนุกดี วันนี้เลยจะมาชวนให้คนหาไม้มาตีกัน เพราะตีแบบนี้มีประโยชน์กว่าไปตีกันในสภาฯ เนอะ (อ้าวทำไมจบงี้ล่ะตัว)

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.recesspickleball.com

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load