9 กุมภาพันธ์ 2562
19 K

เคยเห็นตึกร้างที่มีโครงสร้างภายนอกสวยๆ แล้วนึกเสียดายที่ตึกเหล่านั้นถูกทิ้งผ่านกาลเวลาไปเสียเฉยๆ กันบ้างมั้ย

แล้วถ้าจะมีใครสักคนหลงรักตึกร้างเก่าเพียงแค่พริบตาเดียวที่ขับรถผ่าน จนอยากจะเป็นผู้ดูแลตึกหลังนี้เสียเองจะดูเกินจริงไปหรือเปล่า

แต่ฉันว่า Love at first sight มักจะเกิดขึ้นตอนที่เราไม่ทันตั้งตัวอยู่เสมอ

ตรงหน้าฉันคือตึก 3 ชั้นสีเหลืองสบายตาตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางห้องแถวเก่า จิ๋ม-อรพิณ วิไลจิตร กำลังรอต้อนรับฉันเข้าสู่ ‘บ้านตลาดพลู’ สถานที่ที่เป็นบ้านของเธอ และเป็นบ้านของแขกผู้มาเยี่ยมเยือนเช่นเดียวกัน

บ้านตลาดพลู

บ้านตลาดพลู

“เราไม่ใช่เป็นคนตลาดพลู บ้านเก่าของเราที่เราเกิดแถวนั้นก็คือคลองเตย เราไม่เคยมาตลาดพลูเลย แล้วเรามาตลาดพลูครั้งแรกในชีวิตแล้วก็มาเจอบ้านหลังนี้” จิ๋มเล่าให้เราฟังถึงการพบกันครั้งแรกระหว่างเธอกับตึกที่สูงที่สุดในตลาดพลูสมัยก่อน

ห้องแถวอายุร้อยปีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ผู้ปลูกสร้างเป็นคหบดีชื่อ คุณชื่น มัฆวิบูลย์ ซึ่งตอนที่สร้างครั้งแรกตึกนี้ก็มีเพียง 2 ชั้นเท่าตึกอื่นๆ ในละแวกเดียวกัน แต่เกิดไฟไหม้บริเวณนี้ คุณชื่นจึงปลูกตึกใหม่บนพื้นที่เดิมแต่เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ชั้น ความพิเศษของอาคารนี้คือสร้างด้วยปูนซีเมนต์ ในยุคแรกๆ ที่มีการนำปูนซีเมนต์มาใช้ในประเทศไทย ผสมกับไม้เก่าโบราณอย่างลงตัว

บ้านตลาดพลู

“หลายๆ คนอาจจะบอกว่ามันเป็น Destiny สำหรับเรา แต่เราเชื่อว่าความปรารถนาแรงกล้าในตัวเราต่างหากที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในการได้ตึกนี้มา” ชาวตลาดพลูหน้าใหม่เล่าว่า เธอใช้เวลากว่า 5 เดือนในการติดต่อหาเจ้าของบ้านคนปัจจุบัน เพราะบ้านหลังนี้ปิดร้างมานานกว่า 10 ปี ไม่ได้รับการดูแลจนดูทรุดโทรมน่ากลัว จนในที่สุดเธอก็ได้พบกับทายาทรุ่นหลานของ คุณปู่ชิน เสริบุตร เจ้าของบ้านผู้เป็นหมอทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุที่บ้านหลังนี้กลายมาเป็นของหมอชินอาจเพราะคุณชื่นเห็นว่าหมอชินเสียสละ เพราะตึกนี้เป็นตึกที่สูงที่สุดในย่านตลาดพลู เป็นจุดที่อาจโดนทิ้งระเบิดได้ง่าย และหมอชินเข้ามาประจำการที่นี่พอดี ดังนั้น คุณชื่นอาจให้เซ้งหรือยกให้หมอชินก็เป็นได้

บ้านตลาดพลู

หลังจากใช้เวลารีโนเวตร่วม 8 เดือน จึงย้ายเข้าอยู่ที่ตึกนี้อย่างเต็มตัว ในช่วงแรกเธอตั้งใจไว้ว่าที่นี่จะเป็นเพียงที่อยู่อาศัยธรรมดาในชั้นสามของตึก แต่เธอเคยศึกษาเรื่องการทำโฮสเทลมาบ้าง ประกอบกับเรื่องราวความเป็นมาของที่แห่งนี้ยิ่งจุดประกายความฝันให้ชัดเจนขึ้น แม้จะยังลังเลใจเพราะบริเวณนี้ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่เธอก็ค่อยเริ่มๆ ลงมือทำจนเกิดเป็นโฮสเทลจำนวน 3 ห้องในบริเวณชั้นสองของตึกทั้งหมด

บ้านตลาดพลู บ้านตลาดพลู

อย่างที่นี่จะมีประตูอยู่ 1 บานที่มีตัวเขียนภาษาจีนอยู่ แปลได้ว่าเป็นที่พักที่รู้สึกผูกพันอาวรณ์ เชื่อมโยงกับตอนที่หมอชินย้ายออกไปในช่วงสงครามโลกได้พอดี หรือในอีกความหมายหนึ่งแปลเป็นคำอวยพรว่าที่พักนี้อยู่แล้วดี เธอมองตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าเล่าให้คนฟัง

“คือเราทำเองหมด การให้สีบ้านแต่ละห้องแต่ละชั้น เราก็จะคิดเองว่าสีนี้มันควรจะอยู่แบบนี้ เฟอร์นิเจอร์เป็นแบบนี้ เพราะว่าเราไม่อยากให้บ้านดูทันสมัยเกินไป แต่ก็ไม่อยากให้ดูน่ากลัวจนเกินไป หลายๆ จุดที่สามารถทำมือขึ้นมาได้เราจะทำเอง อย่างผ้าม่านหรือป้ายต่างๆ เพราะเรามีความรู้สึกว่ามันเข้ากับบ้าน” หญิงเจ้าของตึกเล่าเสริมว่ามีหลายสิ่งที่ยังคงเดิมเอาไว้ ทั้งประตู หน้าต่าง ราวบันได หรือพื้นกระเบื้องดินเผาเขียนลายที่ยังคงความสวยงามอยู่

บ้านตลาดพลู บ้านตลาดพลู

ในส่วนบริเวณชั้นล่างของตึกยังเปิดเป็นคาเฟ่เล็กๆให้แวะมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ มีเพียงโต๊ะไม้ยาว 1 ตัวให้คนที่มาได้ลองทำความรู้จักกันในระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างละเลียดไอศครีมโฮมเมดรสอร่อยที่ลูกสาวเธอเป็นคนเลือก จิบน้ำวุ้นใบเตยหอมๆ ที่ลงมือทำเอง หรือลิ้มรสน้ำตาลสดจากเมืองเพชรร้านเจ้าประจำของครอบครัว ถ้าวัยผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็มีคราฟต์เบียร์ที่สามีของเธอรับรองว่ารสชาติดีให้ลองเลือกชิม

บ้านตลาดพลู

บ้านตลาดพลู

บ้านตลาดพลู

ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่นี่เธอเคยเปิดร้าน pub & restaurant  จนถึงจุดหนึ่งที่รู้สึกอิ่มตัวกับธุรกิจจึงเลิกกิจการไป แต่เธอยังคิดถึงบรรยากาศการพบปะ แลกเปลี่ยนเรื่องราวกับผู้คนในแต่ละวัน ดังนั้น พื้นที่ตรงนี้จึงกลายเป็นที่พูดคุยกันอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

“ตอนแรกเราอยู่แต่บนชั้นสาม ไม่ลงมาข้างล่างเลย แต่เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูก เพราะทุกคนกำลังถามว่าเราทำอะไร บ้านหลังนี้ทำอะไร เราต้องลงมา เราต้องให้คนรู้ เราเลยเริ่มคิดว่าเราจะทำอะไร แล้วก็ค่อยๆ มาทีละอย่าง เราอยากมีคนเข้ามาคุยกับเรา มาถามเราว่าบ้านเป็นยังไง แล้วจะไปเที่ยวที่ไหนได้บ้างอะไรแบบนี้” เจ้าของบ้านเล่าถึงที่มาของการเปิดร้านชั้นล่างให้ฉันฟัง

ระหว่างนั้นฉันกวาดตามองไปรอบๆ และสะดุดตากับภาพสีน้ำที่ติดอยู่ตรงชั้นวางของ โมบายปลาทำจากผ้าที่แขวนอยู่กับหน้าต่าง หรือกี่เย็บผ้าขนาดกะทัดรัดที่อยู่ใกล้ประตูทางเข้า ฉันได้รับคำตอบของความสงสัยว่าที่นี่เป็นศูนย์รวมของคนที่มาทำกิจกรรมในชุมชนตลาดพลู ไม่ว่าจะเป็นการสอนวาดภาพพู่กันจีน การสอนเพนต์สีน้ำ การทอผ้า รวมไปถึงการพาเดินชิมของอร่อยรอบตลาดพลู ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นที่บริเวณชั้นล่างของตึกแห่งนี้

บ้านตลาดพลู

เจ้าของบ้านตลาดพลูเล่าว่า ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวที่รักงานศิลปะและงานคราฟต์ ตัวเธอเองจบเพาะช่างทำให้มีทักษะเกี่ยวกับงานศิลปะ ส่วนลูกสาวเรียนเกี่ยวกับการทอผ้ามาโดยตรง และสามีก็จบทางด้านสถาปัตยกรรม จึงเห็นหลายๆ มุมตกแต่งด้วยงานฝีมือของคนในบ้านเอง ถือเป็นความโชคดีที่ได้มาเจอคนชอบจัดกิจกรรม และตัวเธอเองก็ชอบทำความรู้จักคนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น เธอจึงยินดีถ้าที่นี่จะเป็นที่รวมผู้คนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือคนในชุมชนที่อยากเรียนรู้หรือแชร์สิ่งต่างๆ ให้แก่กัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอบอกว่าเกินจากเป้าหมายที่คิดไว้มาไกลทีเดียว

“จริงๆ มันไม่ใช่เป้าหมายแรกนะจากที่เราเคยคิดไว้ เราไม่ได้คิดมาไกลขนาดนี้ เพียงแต่ว่าพอดีว่าเรามาแล้วเราก็มาเจอน้องๆ กลุ่มยังธน เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยากพัฒนาฝั่งธนบุรี มาเจอเพื่อนๆ อย่างเพจถามสิอิฉันคนตลาดพลู ที่แนะนำเรื่องในชุมชน หรือ พี่พี-พีรวัฒน์ บูรณพงศ์ ที่มาสอนวาดภาพสีน้ำ เรามาเจอคนพวกนี้เราแฮปปี้ เรารู้สึกว่าเขาน่ารัก เขาจริงใจ เพราะบ้านเราค่อนข้างกว้าง จะรับแขกอะไรอย่างนี้ได้” จิ๋มกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

แขกของที่นี่มีทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย มากกว่าครึ่งเป็นคนที่เคยอยู่ตลาดพลูแล้วย้ายออกไปอยู่ที่อื่น บางกลุ่มเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนละแวกใกล้เคียงนัดกันมาพบปะสังสรรค์ หรือมาเดี่ยวๆ เพียงคนเดียวก็มี บ้านแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ที่คนมาใช้เวลาย้อนความทรงจำ และสร้างประสบการณ์ดีๆ ไปพร้อมกัน  

บ้านตลาดพลู

นอกจากตัวอาคารแล้ว จิ๋มยังแนะนำให้ฉันรู้จักซอยเทอดไท 27 ที่ตั้งของตึกเก่ามากขึ้น ในซอยเต็มไปด้วยของอร่อยคาวหวาน บางร้านเก่าแก่อายุมากกว่า 50 ปี สืบทอดกันมาหลายรุ่น ฉันเห็นร้านขายข้าวหมูแดงที่มีคนมาต่อแถวรอซื้อไม่ขาดสาย ถัดออกไปหน่อยเป็นร้านขายบะหมี่มะระชื่อดัง หรือร้านน้ำเต้าหู้ทรงเครื่องที่อยู่ตรงข้าม ฉันว่าก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ร้านเหล่านี้เปิดบ้านเป็นหน้าร้าน ที่สำคัญ ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นห้องแถวโบราณเอาไว้ อย่างการใช้ประตูบานเฟี้ยมไม้ หรือภายในบ้านก็จะเห็นผนังปูนเดิมๆ อยู่

แดดร่มลมตก จิ๋มเชื้อเชิญฉันเดินขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าของตึกนี้เพื่อพิสูจน์คำกล่าวของเธอที่ว่าข้างบนนั้นเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง ขณะยืนทอดสายตา ฉันนึกถึงเรื่องที่ได้ฟังก่อนหน้าเกี่ยวกับหนังสือที่เขียนโดยหลวงเมือง ผู้เป็นเด็กท้ายซอยในสมัยที่คุณชื่นยังอาศัยอยู่ที่นี่ หลวงเมืองเคยขึ้นมาเล่นว่าวกับคุณชื่นที่ชั้นดาดฟ้า เขาเห็นชุมชนตลาดพลูกว้างใหญ่ เห็นเรือกสวนไร่นาเขียวขจี ไม่มีตึกสูง เสาไฟฟ้าบดบังให้รกสายตา เห็นรางรถไฟสายแม่กลองที่ถูกใช้งานตลอดวันโดยขบวนรถไฟที่ผ่านไปขบวนแล้วขบวนเล่า เป็นช่วงเวลาที่แสนสุขใจ

บ้านตลาดพลู

บ้านตลาดพลู

แม้ภาพที่ฉันเห็นในวันนี้จะแตกต่างออกไป แต่กลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสบายใจแบบเดียวกัน ฉันเห็นชุมชนตลาดพลูที่มีตึกสูงรายล้อมอยู่รอบๆ ไม่มีทุ่งนาสีเขียวแต่มีถนนหลายสายตัดผ่าน รางรถไฟสายแม่กลองยังอยู่ที่เดิมแต่ห่างออกไปไม่ถึง 10 นาทีมีสถานีรถไฟฟ้าตั้งอยู่ ความเจริญกำลังเข้ามาสู่ชุมชนชานเมืองนี้ทีละน้อย และการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่น่ายินดีกว่าคือการที่ชุมชนปรับตัวตามแต่ไม่ได้ทิ้งเอกลักษณ์และวัฒนธรรมเดิม

จากการรีโนเวตตึกเก่าเป็นบ้านของครอบครัววิไลจิตร ขยับสู่การเป็นพื้นที่สื่อกลางระหว่างคนภายนอกและคนในชุมชน เป้าหมายของบ้านตลาดพลูไม่ใช่แค่แสวงหาผลกำไร แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้คนมาเยี่ยมเยียนและจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ทำความรู้จักย่านตลาดพลูให้มากขึ้น

และนั่นทำให้เรายังสามารถรู้สึกถึงเสน่ห์ของชุมชนเก่าแห่งนี้อย่างที่เคยเป็นมา

บ้านตลาดพลู

Facebook: บ้านตลาดพลู

คาเฟ่เปิดทุกวัน 17.00 – 22.00 น.

 

Writer

สิรามล เฮ็งรักษา

คนกรุงเทพฯ ที่ชอบเดินทางด้วยรถไฟมากกว่านั่งเครื่องบิน รักการกินนมจืดพอๆ กับกาแฟที่ไม่ขมและโกโก้ที่ไม่หวาน กำลังทำความรู้จักโลกใบที่ใหญ่ขึ้นและเรียนรู้การเขียนเล่าเรื่องไปพร้อมๆ กัน

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

09.00 – 10.00 น. บัวบานทั้งปางอุบล 

นัดครั้งนี้สำคัญมาก ไปสายไม่ได้เด็ดขาด 

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น ย้ำว่าต้องไปพบกันที่ ‘ปางอุบล’ 9 โมง ไม่เกิน 10 โมงเช้า เพราะเป็นช่วงเวลาที่บัวบานกลางวันเริ่มบาน และบัวบานกลางคืนยังไม่หุบ จึงเห็นทั้ง 2 ชนิดบานพร้อมกันได้

พอเดินเข้ารั้ว ทักทายคู่สามีภรรยาเจ้าของบ้านและสวนบัวปางอุบลได้ไม่กี่คำ ทั้งสองก็รีบพาไปดูบัว เพราะห่วงว่าบัวบานกลางคืนบางดอกจะหุบเสียก่อน

ภาพบัวบานเต็มอ่างทำให้เข้าใจเสียทีว่า ทำไมความงามของหญิงสาวในวรรณคดีมักถูกเปรียบเปรยกับความสวยของพืชชนิดนี้ และทำไมบัวจึงไปโผล่ในจินตภาพของศิลปินไทยและศิลปินระดับโลกมากมาย ไม่อยากเชื่อว่าไม่ไกลจากรุงเทพฯ มีสถานที่อนุรักษ์บัวหลากหลายสายพันธุ์เสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างที่นี่

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

แต่ดูเหมือนคนที่มีความสุขที่สุดที่ทำให้เราไม่พลาดช่วงเวลาพิเศษนี้คือหิวและพราว เพราะนี่คือช่วงเวลาที่บัวทุกดอกซึ่งเขาและเธออุทิศความรักให้เบ่งบาน 

มาดามดูบัวและลุงบัว 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวผัน ชื่อ จุลโกเมน

ก่อนที่จะนั่งลงคุยกัน หิวขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าล้างตัวเสียก่อน เพราะเขาใช้เวลาที่ตื่นก่อนบัวกลางวันจะบานไปกับการดูแลบัว และเพิ่งก้าวออกจากบ่อก็ตอนที่เราไปถึง ทุกเช้าเขาและพราวจะเดินรอบปางอุบลเพื่อสำรวจสุขภาพของบัว คอยใส่ปุ๋ยและคอยเด็ดดอกเด็ดใบที่โรยตามบ่อต่าง ๆ 

“ทำไปทำมาก็หมดวันแล้ว” 

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น เจ้าของ ‘ปางอุบล’

สิ่งที่หิวพูดไม่น่าแปลกใจเลย เพราะเมื่อเทียบอัตราส่วนของพื้นที่ขนาด 3,200 ตารางเมตร และบัวอีกกว่า 650 พันธุ์ ต่อกำลังพลของสองสามีภรรยา ทำอย่างไรก็คงดูแลไม่หมดในวันเดียว เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่ภาคเอกชน ซึ่งไม่ได้มีกำลังพลหรือกำลังทรัพย์อย่างหน่วยงานรัฐจะอนุรักษ์และเพาะพันธุ์บัวด้วยกำลังของตัวเองได้ จนเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศและต่างประเทศ

แต่สิ่งที่ทำให้แปลกใจคือ เขาพูดประโยคดังกล่าวด้วยรอยยิ้ม 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวผัน-เผื่อน กลุ่มบัวแคระและบัวบอนไซที่กำลังพัฒนาอยู่

สำหรับหิวและพราว ความเหนื่อยกายคุ้มค่ากับการที่ได้ดูแลบัวทุกดอกในปางอุบลอย่างใกล้ชิด จุดประสงค์ของที่นี่คือการอนุรักษ์พันธุ์บัวดั้งเดิม ซึ่งความละเอียดในทุกขั้นตอนการดูแลเป็นหลักสำคัญในการป้องกันการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์บัว 

“เราเลือกดูแลบัวในพื้นที่บ้านของเรา เพราะเราควบคุมสภาพแวดล้อมได้ระดับหนึ่ง และตื่นเช้ามาก็ลงมาดูแลเขาได้ทันที” 

หิวจึงมักบอกคนรู้จักว่า พวกเขาควรจะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘มาดามดูบัว’ และ ‘ลุงบัว’ คู่รักอนุรักษ์พันธุ์บัวแห่งปางอุบล เนื่องจากสมัครใจใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลราชินีแห่งไม้น้ำ

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น เจ้าของ ‘ปางอุบล’

หิวสารภาพว่าตัวเองไม่เคยนึกไม่เคยฝันเลยว่า วันหนึ่งเขาจะกลายเป็นลุงบัวแห่งปางอุบลที่อยู่เพื่อบัวเหมือนทุกวันนี้ 

“สมัยก่อนเราไม่รู้หรอกว่าบัวมีสายพันธุ์อะไรบ้าง เพราะไม่เคยเป็นเรื่องที่เราสนใจ”

ก่อนหน้านี้เขาเป็นเด็กสถาปัตย์จุฬาฯ ผู้รู้จักแต่บัวไหว้พระ และไม่เคยรู้ว่าบัวมีสีอื่นนอกจากชมพู ขาว และแดง 

เขาเริ่มรู้จักเพิ่มขึ้นก็ตอนที่ได้พบกับพราว ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่คณะ

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวสายหรือบัวกินสาย ชื่อ ปภัสราทร

“พอดีตอนนั้นคิดอยากลองเลี้ยงไม้น้ำ ก็เลยนึกถึงบัวขึ้นมา พราวเลยพามาที่ปางอุบลเพื่อหาดอกบัวไปปลูก” 

เจ้าของปางอุบลในตอนนั้นคือพ่อของพราว หรือ ดร.เสริมลาภ วสุวัต นักเกษตรศาสตร์ผู้มีคุณูปการต่อวงการยางพาราของไทย กระทั่งได้รับเลือกเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำ พ.ศ. 2555 และผู้เชี่ยวชาญด้านพรรณไม้ประเภทบัวคนแรกของประเทศ โดยก่อตั้งปางอุบลขึ้นใน พ.ศ. 2512 เพื่อให้เป็นสถานที่อนุรักษ์และศึกษาพันธุ์บัว 

“พอมาที่ปางอุบลก็ตกใจ ไม่เคยเห็นบัวหลากหลายขนาดนี้มาก่อน” เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หิวได้เห็นบัวหลวงไหว้พระขนาดสูงเกือบพ้นหัวคน บัวที่มีกลีบดอกหนาแข็งเหมือนหล่อจากเทียนไข และได้รู้ว่ามีบัวสายพันธุ์บานกลางคืน และสายพันธุ์ต่างประเทศด้วย

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
ถ่ายรูปกับบัวหลวงพระราชินีที่แหล่งดั้งเดิม ซึ่งปางอุบลยังปลูกอนุรักษ์ไว้

ความประทับใจครั้งนั้นก่อให้เกิดความใคร่สงสัยในเรื่องบัว เมื่อเริ่มศึกษาก็เริ่มเข้าใจ เมื่อเข้าใจก็เริ่มสนิทสนม รู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมรักพืชชนิดนี้เสียแล้ว 

เรามองเหล่าบัวนานาพันธุ์ที่รายล้อมอยู่รอบตัว สีสันและรูปร่างหลายดอกไม่เคยเห็นในภาพวาดหรือหนังสือเล่มไหนมาก่อน 

มีอะไรเกี่ยวกับบัวอีกมากที่ไม่รู้ และคำตอบอยู่ที่ปางอุบล

เดินชมบัว 

ในพื้นที่ของปางอุบลมีบ่อปลูกบัวหลายขนาด ตั้งแต่ที่เล็กและตื้นพอดีสำหรับการปลูกบัวจิ๋ว ไปจนกว้างและใหญ่พอดีสำหรับปลูกบัวขนาดใหญ่ เช่น บัวยักษ์ออสเตรเลียและบัวกระด้ง เหมือนเป็นการจำลองสภาพแวดล้อมลักษณะต่าง ๆ ไว้ในพื้นที่ 2 ไร่ 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

“เราตั้งใจให้ที่นี่เป็นสถานที่ทดลองปลูกเลี้ยง เราเลยขุดบ่อบัวให้มีระดับต่างกัน มีความลึกตั้งแต่ 60 เซนติเมตรจนถึงเกือบ 2 เมตร เพื่อจะได้รู้ว่าพันธุ์ไหนเติบโตดีในลักษณะสภาพแวดล้อมแบบไหน” 

เราเดินถึงบ่อบัวทุกบ่อได้โดยทางเท้า ซึ่งหิวและพราวงัดวิชาสถาปนิกมาออกแบบตามหลัก Universal Design 

“เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับทุกคน เลยออกแบบทางเดินให้ผู้สูงอายุที่ต้องนั่งวีลแชร์ใช้สะดวก เดินเท้าก็สบาย ถึงเข้าหน้าฝนก็ยังเดินชมบัวได้ปลอดภัย” 

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น เจ้าของ ‘ปางอุบล’

รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ที่มาเยี่ยมปางอุบลเป็นหลัก แม้แต่อ่างล้างหน้าล้างมือ ก็กำหนดระดับให้ทั้งเด็กและคนนั่งรถเข็นที่มาปลูกบัวใช้ได้ทุกคน 

พราวบอกว่าการเปิดบ้านให้คนทั่วไปเข้ามาศึกษาเรื่องบัวเป็นความตั้งใจของคุณพ่อของเธอตั้งแต่ต้น เพราะ ดร.เสริมลาภ เป็นทั้งนักวิชาการและอาจารย์ผู้รักการสอน 

“คุณพ่อบอกว่าอยากให้คนเข้าใจเรื่องบัวจริง ๆ เพราะถ้าเข้าใจก็จะปลูกได้ดี พอปลูกได้ดีก็จะมีความสุข” ไม่ว่าจะมีต้นทุนความรู้เรื่องบัวมากน้อยแค่ไหน บ้านปางอุบลก็ยินดีต้อนรับ 

สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานเรื่องบัวเลย ทั้งสองจะเริ่มจากการอธิบายให้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างคำว่า Waterlily กับ Lotus หรือ อุบลชาติกับปทุมชาติก่อน 

บัวที่ก้านอ่อนและใบอยู่ปริ่มน้ำ คือ Waterlily หรือที่คนไทยเรียก อุบลชาติ 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

ส่วนบัวที่ก้านแข็งและใบชูเหนือน้ำ คือ Lotus หรือที่คนไทยเรียก ปทุมชาติ

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

หลังจากที่เข้าใจหลักการดังกล่าวแล้ว เราก็ไม่สามารถมองบัวโดยไม่แยกแยะว่าเป็นอุบลชาติหรือ ปทุมชาติได้อีกเลย

ทั้งคู่ย้ำว่า หัวใจสำคัญของการให้ความรู้และคำปรึกษาของที่นี่คือการใช้ศัพท์ชาวบ้านที่ใครฟังก็เข้าใจ เพื่อตอบปัญหาคลาสสิกซึ่งผู้หัดเลี้ยงบัวมักจะเจอ 

บัวไม่ออกดอกเลย ทำไงดี!

บัวส่วนใหญ่ต้องการแดดค่อนข้างมาก มีบางพันธุ์เท่านั้นที่ปลูกในที่รำไรได้ เพราะฉะนั้น ท่องไว้ ไม่มีแดด ไม่มีดอก” หิวแนะนำ ถ้าเมื่อไหร่ปลูกบัวในที่ร่ม จะได้บัวต่างประเทศทันที คือ ‘บัว ดู ใบ’ เพราะจะมีแต่ใบให้ดู

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวผัน ชื่อ สโมคกรีน

อีกคำถามที่เจอบ่อย คือ ‘ต้องให้ปุ๋ยบ่อยแค่ไหน’

เขาบอกว่าวิธีจำกันลืม คือ “วันไหนหวยออก วันนั้นให้ปุ๋ย” ให้จำอย่างนี้จะลืมลงได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการให้คำแนะนำพื้นฐานอย่างคร่าวเท่านั้น จริง ๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้บัวไม่งามเป็นไปได้หลายปัจจัย เพราะฉะนั้น ‘การรับฟัง’ ปัญหาของผู้ปลูกบัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด 

“บางกรณี เราแนะนำให้เขาทำทุกวิถีทางแล้วบัวก็ยังไม่งาม เขาก็กลุ้มใจเพราะตัวเองก็ดูแลด้วยความใส่ใจทุกวัน สุดท้ายเขาพูดขึ้นมาแบบไม่ได้ตั้งใจว่า ยกบัวขึ้นมาเพื่อขัดตะไคร่ที่บ่อเป็นประจำเพราะกลัวตะไคร่จับ นั่นแหละที่ทำให้บัวตกใจ เราถึงได้รู้สาเหตุว่าทำไมบัวไม่งาม”

เพราะฉะนั้น ใครกำลังกังวลใจเกี่ยวกับบัวที่บ้าน สามารถต่อสายตรงมาที่ปางอุบล หรือจะมาปรึกษาด้วยตนเองก็ได้เหมือนกัน มาดามดูบัวและลุงบัวพร้อมตอบแต่ละคำถามจนกว่าผู้เลี้ยงจะสบายใจ

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

การเรียนของที่นี่ไม่ใช่แค่ผู้มาศึกษาที่ได้รู้เพิ่ม แต่ผู้สอนก็มักจะได้วิธีการคิดแบบใหม่จากผู้มาเรียนเช่นกัน 

“มีอยู่วันหนึ่ง เด็ก ๆ มาเรียนรู้” หิวเล่าถึงเหตุการณ์น่าจดจำระหว่างเขาและนักศึกษารุ่นจิ๋ว “ก็เริ่มด้วยการอธิบายวิธีแยกบัวบานกลางวันกับบัวบานกลางคืนเพียงแค่ดูที่ใบให้ฟัง”

 “บัวบานกลางคืน ขอบใบเป็นจักรแหลม เว้าห่างค่อนข้างเท่ากันนะ” หิวชี้ให้เด็ก ๆ สังเกต 

“หนูรู้แล้ว!” เด็กคนหนึ่งยกมือ “ลุงเอากรรไกรตัดเล็บมาตัดขอบบัวใช่มั้ย ขอบถึงเว้าเป็นจักรแบบนี้”

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บัวบานกลางคืนคือบัวที่ใบโดนกรรไกรตัดเล็บเล็ม กลายเป็นวิธีการจำแนกสายพันธุ์บัวแบบใหม่ของปางอุบล

“เวลาแขกไปใครมาเราก็สนุกไปด้วย” การได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันกับผู้มาศึกษาเป็นความสุขอย่างหนึ่งของพราว 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวบา ดอกขาว แม้เป็นคนละตระกูลกับบัว แต่เมื่อเรียกชื่อว่าบัว ปางอุบลก็นำมาปลูกเลี้ยงไว้

นั่งมองบัว 

Sanctuary (n.) = สถานที่คุ้มภัย, สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

‘Sanctuary’ เป็นคำที่ผุดขึ้นมาในหัวหลังจากเดินชมปางอุบลในตอนเช้า เพราะที่นี่ดูแลรักษาเหล่าอุบลชาติและปทุมชาติด้วยความเชี่ยวชาญและเอาใจใส่ ที่สำคัญ ปางอุบลไม่ได้ใช้กลยุทธ์เดียวในการอนุรักษ์พันธุ์บัว พวกเขาทั้งวิจัย เพาะพันธุ์ ให้ความรู้ และเน้นสร้างความผูกพันระหว่างคนกับบัวผ่านกิจกรรมสบาย ๆ โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งสองเพิ่งจะจัดกิจกรรม ‘ชมบัว วาดบัว ชิมบัว’ เชิญชวนคนมาวาดสีน้ำที่ปางอุบล

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวฝรั่งสัญชาติไทย ชื่อ สยามพีช

แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาพอให้เหล่าผู้เข้าร่วมกิจกรรม เห็นสีบนกระดาษของตัวเองไม่ผิดเพี้ยน แต่ละคนกระจายตัวกันนั่งตามมุมต่าง ๆ ของปางอุบล แล้วลงมือร่างบัวที่อยู่ตรงหน้าตามที่ตาเห็น ชาบัวสดอุ่น ๆ ที่มาดามดูบัวและลุงบัวชงให้จิบระหว่างการวาดรูป ทำให้ได้สัมผัสความสวยงามของบัวจากไอหอมซึ่งระเหยจากถ้วยชา

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวฝรั่งลูกผสม อยู่ระหว่างคัดเลือก

เมื่อวาดเสร็จ ต่างคนต่างนำภาพวาดของตัวเองมาแลกเปลี่ยนเพื่อเรียนรู้และเป็นแรงบันดาลใจของกันและกัน รูปที่สมบูรณ์คือผลลัพธุ์ของการใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่ 9.00 – 12.30 น. ของวันหยุด อยู่กับกระดาษ บัว และตัวเอง 

นอกจากจะเป็นสถานที่คุ้มภัยของเหล่าบัวแล้ว ดูเหมือนว่าปางอุบลจะเป็นสถานที่พักเหนื่อยจากการใช้ชีวิตปกติให้คนด้วยเช่นกัน 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวผัน ชื่อ ศรีสมบูรณ์

หายใจเป็นบัว 

นอกเหนือจากการแบ่งปันความรู้เรื่องบัวภายในพื้นที่ปางอุบล ทั้งคู่ยังกลั่นกรองประสบการณ์การศึกษาบัวเป็นสิบ ๆ ปีออกมาเป็นหนังสือเล่มล่าสุด ชื่อ ‘บัวสัญชาติไทยในปางอุบล’ ซึ่งเป็นหนังสือ 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) เกี่ยวกับบัวเล่มแรกที่เขียนโดยคนไทย มีภาพประกอบและความรู้เกี่ยวกับบัวละเอียดยิบถึงชื่อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ด้วยความที่อยากให้บัวไทยเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ 

ในระยะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีการติดต่อจากเกาหลี ญี่ปุ่น จีน อเมริกา และประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการนำบัวพันธุ์แท้จากปางอุบลไปศึกษาและเพาะพันธุ์อยู่เสมอ

ครั้งหนึ่ง ไม่กี่วันหลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ มีคนสิงคโปร์ติดต่อเข้ามาขอดูบัว หิวพบทีหลังว่า “เป็นคนดูแลสวนพฤษกศาสตร์ของสิงคโปร์ มาขอซื้อบัวไปปลูกที่นั่น” 

ปางอุบล สวนและพิพิธภัณฑ์บัวหายากย่านนนทบุรีของมาดามบัวและลุงดูบัว ที่มาชมได้ ซื้อได้ และเรียนรู้ได้
บัวยักษ์ออสเตรเลีย ข้ามสกุลย่อย (ISG) ชื่อ เอส.กาย

การที่ชาวต่างชาติเริ่มหันมาสนใจบัวไทย ถือเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจ แต่คงจะชื่นใจยิ่งกว่าถ้าหากคนไทยเห็นคุณค่าบัวของตัวเอง 

“คนชอบเอาบัวต่างถิ่นมาปลูกเพราะเห็นว่าบัวพื้นถิ่นไม่สวย” นี่เป็นประเด็นซึ่งนักอนุรักษ์ทั้งสองกังวลใจ ทั้งหิวและพราวจึงตื่นเต้นมากเมื่อเริ่มเห็นว่ามุมมองเช่นนี้กำลังจะเปลี่ยนไป 

“เราดีใจมากเลยตอนที่มีกลุ่มเยาวชนเชิญเราสองคนไปให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลบัวหลวงพระราชินี ซึ่งเป็นบัวพันธุ์พื้นถิ่นของบึงหนองจอก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เพราะทำให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาให้ความสนใจการอนุรักษ์พันธุ์บัวท้องถิ่นแล้ว”

ปางอุบล สวนและพิพิธภัณฑ์บัวหายากย่านนนทบุรีของมาดามบัวและลุงดูบัว ที่มาชมได้ ซื้อได้ และเรียนรู้ได้
บัวสายหรือบัวกินสาย ชื่อ ทับทิมธารา

บัวผูกพันกับคนไทยมายาวนาน ซึ่งความผูกพันดังกล่าวมีหลักฐานให้เห็นตั้งแต่สมัยสุโขทัย “ในไตรภูมิพระร่วง หรือวรรณคดีไทย มีการเปรียบเปรยถึงดอกบัวเสมอ” หิวหยิบยกตัวอย่างให้เราเห็นภาพ

แต่ถึงปลดความสลักสำคัญทางประวัติศาสตร์ของบัวออก แล้วมองว่าเป็นไม้น้ำธรรมดาชนิดหนึ่ง พราวและหิวก็ยังเห็นว่าจะต้องอนุรักษ์ เพราะตอนนี้บัวเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ถึงขั้นที่ทั้งคู่ยอมรับเองว่า “หายใจเป็นบัว” 

ปางอุบล สวนและพิพิธภัณฑ์บัวหายากย่านนนทบุรีของมาดามบัวและลุงดูบัว ที่มาชมได้ ซื้อได้ และเรียนรู้ได้
บัวผัน-เผื่อน ชื่อ นางกวักขาว

เวลาตื่นก็ตื่นตามเวลาบัว ทำกับข้าวก็พยายามสรรหาวิธีนำบัวมาใช้เป็นวัตถุดิบ ไปเที่ยวก็คิดห่วงบัว เรียกได้ว่า บัวคือลูก ๆ ของบ้านปางอุบลนั่นเอง 

เพราะผูกพันขนาดนี้ พวกเขาจึงคิดภาพไม่ออกเลยว่าจะเป็นอย่างไร หากวันหนึ่งประเทศไทยไม่มีบัว 

“คงหงอย ๆ เหมือนกันนะ” หิว ผู้ครั้งหนึ่งไม่เคยมีบัวในชีวิตสารภาพ เขานิ่งคิดสักครู่ก่อนจะพูดว่า

“เอาเป็นว่า ถ้าบัวหายไปจากโลกก็มาที่ปางอุบล เราจะยังคงรักษาเอาไว้อยู่” 

18.00 น. บัวกระด้งบาน 

 “วันนี้ตอนประมาณ 18.00 น. จะมีดอกบัวกระด้งบาน 1 ดอก” หิวก้มมองนาฬิกา “ถ้าต้องการดมกลิ่นอยู่ต่อถึง 6 โมงเย็นได้นะ” เขาเชิญชวนเหมือนพูดเล่น แต่ดูจากสีหน้าท่าทางแล้ว พร้อมจะนั่งเป็นเพื่อนคุยจริง ๆ ถ้าเราตกลงอยู่ต่อถึงเย็น 

การที่รู้ว่าดอกไหนจากจำนวนนับไม่ถ้วนบานกี่โมง ทำให้เห็นว่าเวลาชีวิตของทั้งสองหมุนตามเวลาของดอกบัว

 เรานัดพบและบอกลาด้วยชั่วโมงบัวบาน 

ปางอุบล สวนและพิพิธภัณฑ์บัวหายากย่านนนทบุรีของมาดามบัวและลุงดูบัว ที่มาชมได้ ซื้อได้ และเรียนรู้ได้
ในบ่อปลูกที่มีทั้งบัวกระด้งและบัวสายอยู่ร่วมกัน

ไม่จำเป็นต้องมาในฐานะนักอนุรักษ์หรือนักศึกษา แค่มาเดินชมบัว นั่งมองบัว หรือมาเป็นเพื่อนสนทนาที่ปางอุบล ก็ถือเป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวันของมาดามดูบัวและลุงบัวแล้ว 

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น เจ้าของ ‘ปางอุบล’

ปางอุบล

ที่ตั้ง : ปางอุบล 25 ซอยติวานนท์ 46 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2952 4243, 09 1295 6545

วัน-เวลาทำการ : วันอังคาร-อาทิตย์ 09.00 – 15.00 น.

Facebook : https://www.facebook.com/Pangubon1969

Website : http://thaiwaterlily.com/

Writer

จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา

ตอนเป็นเด็กหญิงคิดว่าถ้ามีพลังวิเศษไม่ได้ก็ขอเขียน ถ้าเขียนไม่ได้ก็ขอร้องเพลง ปัจจุบันเป็นนางสาวนักฝึกฝนตนเองให้ไวต่อความจริงใจ เพราะดันไปแอบชอบพลังวิเศษชนิดนี้ในตัวคน

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load