9 กุมภาพันธ์ 2562
20 K

เคยเห็นตึกร้างที่มีโครงสร้างภายนอกสวยๆ แล้วนึกเสียดายที่ตึกเหล่านั้นถูกทิ้งผ่านกาลเวลาไปเสียเฉยๆ กันบ้างมั้ย

แล้วถ้าจะมีใครสักคนหลงรักตึกร้างเก่าเพียงแค่พริบตาเดียวที่ขับรถผ่าน จนอยากจะเป็นผู้ดูแลตึกหลังนี้เสียเองจะดูเกินจริงไปหรือเปล่า

แต่ฉันว่า Love at first sight มักจะเกิดขึ้นตอนที่เราไม่ทันตั้งตัวอยู่เสมอ

ตรงหน้าฉันคือตึก 3 ชั้นสีเหลืองสบายตาตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางห้องแถวเก่า จิ๋ม-อรพิณ วิไลจิตร กำลังรอต้อนรับฉันเข้าสู่ ‘บ้านตลาดพลู’ สถานที่ที่เป็นบ้านของเธอ และเป็นบ้านของแขกผู้มาเยี่ยมเยือนเช่นเดียวกัน

บ้านตลาดพลู

บ้านตลาดพลู

“เราไม่ใช่เป็นคนตลาดพลู บ้านเก่าของเราที่เราเกิดแถวนั้นก็คือคลองเตย เราไม่เคยมาตลาดพลูเลย แล้วเรามาตลาดพลูครั้งแรกในชีวิตแล้วก็มาเจอบ้านหลังนี้” จิ๋มเล่าให้เราฟังถึงการพบกันครั้งแรกระหว่างเธอกับตึกที่สูงที่สุดในตลาดพลูสมัยก่อน

ห้องแถวอายุร้อยปีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ผู้ปลูกสร้างเป็นคหบดีชื่อ คุณชื่น มัฆวิบูลย์ ซึ่งตอนที่สร้างครั้งแรกตึกนี้ก็มีเพียง 2 ชั้นเท่าตึกอื่นๆ ในละแวกเดียวกัน แต่เกิดไฟไหม้บริเวณนี้ คุณชื่นจึงปลูกตึกใหม่บนพื้นที่เดิมแต่เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ชั้น ความพิเศษของอาคารนี้คือสร้างด้วยปูนซีเมนต์ ในยุคแรกๆ ที่มีการนำปูนซีเมนต์มาใช้ในประเทศไทย ผสมกับไม้เก่าโบราณอย่างลงตัว

บ้านตลาดพลู

“หลายๆ คนอาจจะบอกว่ามันเป็น Destiny สำหรับเรา แต่เราเชื่อว่าความปรารถนาแรงกล้าในตัวเราต่างหากที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในการได้ตึกนี้มา” ชาวตลาดพลูหน้าใหม่เล่าว่า เธอใช้เวลากว่า 5 เดือนในการติดต่อหาเจ้าของบ้านคนปัจจุบัน เพราะบ้านหลังนี้ปิดร้างมานานกว่า 10 ปี ไม่ได้รับการดูแลจนดูทรุดโทรมน่ากลัว จนในที่สุดเธอก็ได้พบกับทายาทรุ่นหลานของ คุณปู่ชิน เสริบุตร เจ้าของบ้านผู้เป็นหมอทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุที่บ้านหลังนี้กลายมาเป็นของหมอชินอาจเพราะคุณชื่นเห็นว่าหมอชินเสียสละ เพราะตึกนี้เป็นตึกที่สูงที่สุดในย่านตลาดพลู เป็นจุดที่อาจโดนทิ้งระเบิดได้ง่าย และหมอชินเข้ามาประจำการที่นี่พอดี ดังนั้น คุณชื่นอาจให้เซ้งหรือยกให้หมอชินก็เป็นได้

บ้านตลาดพลู

หลังจากใช้เวลารีโนเวตร่วม 8 เดือน จึงย้ายเข้าอยู่ที่ตึกนี้อย่างเต็มตัว ในช่วงแรกเธอตั้งใจไว้ว่าที่นี่จะเป็นเพียงที่อยู่อาศัยธรรมดาในชั้นสามของตึก แต่เธอเคยศึกษาเรื่องการทำโฮสเทลมาบ้าง ประกอบกับเรื่องราวความเป็นมาของที่แห่งนี้ยิ่งจุดประกายความฝันให้ชัดเจนขึ้น แม้จะยังลังเลใจเพราะบริเวณนี้ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่เธอก็ค่อยเริ่มๆ ลงมือทำจนเกิดเป็นโฮสเทลจำนวน 3 ห้องในบริเวณชั้นสองของตึกทั้งหมด

บ้านตลาดพลู บ้านตลาดพลู

อย่างที่นี่จะมีประตูอยู่ 1 บานที่มีตัวเขียนภาษาจีนอยู่ แปลได้ว่าเป็นที่พักที่รู้สึกผูกพันอาวรณ์ เชื่อมโยงกับตอนที่หมอชินย้ายออกไปในช่วงสงครามโลกได้พอดี หรือในอีกความหมายหนึ่งแปลเป็นคำอวยพรว่าที่พักนี้อยู่แล้วดี เธอมองตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าเล่าให้คนฟัง

“คือเราทำเองหมด การให้สีบ้านแต่ละห้องแต่ละชั้น เราก็จะคิดเองว่าสีนี้มันควรจะอยู่แบบนี้ เฟอร์นิเจอร์เป็นแบบนี้ เพราะว่าเราไม่อยากให้บ้านดูทันสมัยเกินไป แต่ก็ไม่อยากให้ดูน่ากลัวจนเกินไป หลายๆ จุดที่สามารถทำมือขึ้นมาได้เราจะทำเอง อย่างผ้าม่านหรือป้ายต่างๆ เพราะเรามีความรู้สึกว่ามันเข้ากับบ้าน” หญิงเจ้าของตึกเล่าเสริมว่ามีหลายสิ่งที่ยังคงเดิมเอาไว้ ทั้งประตู หน้าต่าง ราวบันได หรือพื้นกระเบื้องดินเผาเขียนลายที่ยังคงความสวยงามอยู่

บ้านตลาดพลู บ้านตลาดพลู

ในส่วนบริเวณชั้นล่างของตึกยังเปิดเป็นคาเฟ่เล็กๆให้แวะมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ มีเพียงโต๊ะไม้ยาว 1 ตัวให้คนที่มาได้ลองทำความรู้จักกันในระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างละเลียดไอศครีมโฮมเมดรสอร่อยที่ลูกสาวเธอเป็นคนเลือก จิบน้ำวุ้นใบเตยหอมๆ ที่ลงมือทำเอง หรือลิ้มรสน้ำตาลสดจากเมืองเพชรร้านเจ้าประจำของครอบครัว ถ้าวัยผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็มีคราฟต์เบียร์ที่สามีของเธอรับรองว่ารสชาติดีให้ลองเลือกชิม

บ้านตลาดพลู

บ้านตลาดพลู

บ้านตลาดพลู

ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่นี่เธอเคยเปิดร้าน pub & restaurant  จนถึงจุดหนึ่งที่รู้สึกอิ่มตัวกับธุรกิจจึงเลิกกิจการไป แต่เธอยังคิดถึงบรรยากาศการพบปะ แลกเปลี่ยนเรื่องราวกับผู้คนในแต่ละวัน ดังนั้น พื้นที่ตรงนี้จึงกลายเป็นที่พูดคุยกันอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

“ตอนแรกเราอยู่แต่บนชั้นสาม ไม่ลงมาข้างล่างเลย แต่เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูก เพราะทุกคนกำลังถามว่าเราทำอะไร บ้านหลังนี้ทำอะไร เราต้องลงมา เราต้องให้คนรู้ เราเลยเริ่มคิดว่าเราจะทำอะไร แล้วก็ค่อยๆ มาทีละอย่าง เราอยากมีคนเข้ามาคุยกับเรา มาถามเราว่าบ้านเป็นยังไง แล้วจะไปเที่ยวที่ไหนได้บ้างอะไรแบบนี้” เจ้าของบ้านเล่าถึงที่มาของการเปิดร้านชั้นล่างให้ฉันฟัง

ระหว่างนั้นฉันกวาดตามองไปรอบๆ และสะดุดตากับภาพสีน้ำที่ติดอยู่ตรงชั้นวางของ โมบายปลาทำจากผ้าที่แขวนอยู่กับหน้าต่าง หรือกี่เย็บผ้าขนาดกะทัดรัดที่อยู่ใกล้ประตูทางเข้า ฉันได้รับคำตอบของความสงสัยว่าที่นี่เป็นศูนย์รวมของคนที่มาทำกิจกรรมในชุมชนตลาดพลู ไม่ว่าจะเป็นการสอนวาดภาพพู่กันจีน การสอนเพนต์สีน้ำ การทอผ้า รวมไปถึงการพาเดินชิมของอร่อยรอบตลาดพลู ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นที่บริเวณชั้นล่างของตึกแห่งนี้

บ้านตลาดพลู

เจ้าของบ้านตลาดพลูเล่าว่า ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวที่รักงานศิลปะและงานคราฟต์ ตัวเธอเองจบเพาะช่างทำให้มีทักษะเกี่ยวกับงานศิลปะ ส่วนลูกสาวเรียนเกี่ยวกับการทอผ้ามาโดยตรง และสามีก็จบทางด้านสถาปัตยกรรม จึงเห็นหลายๆ มุมตกแต่งด้วยงานฝีมือของคนในบ้านเอง ถือเป็นความโชคดีที่ได้มาเจอคนชอบจัดกิจกรรม และตัวเธอเองก็ชอบทำความรู้จักคนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น เธอจึงยินดีถ้าที่นี่จะเป็นที่รวมผู้คนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือคนในชุมชนที่อยากเรียนรู้หรือแชร์สิ่งต่างๆ ให้แก่กัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอบอกว่าเกินจากเป้าหมายที่คิดไว้มาไกลทีเดียว

“จริงๆ มันไม่ใช่เป้าหมายแรกนะจากที่เราเคยคิดไว้ เราไม่ได้คิดมาไกลขนาดนี้ เพียงแต่ว่าพอดีว่าเรามาแล้วเราก็มาเจอน้องๆ กลุ่มยังธน เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยากพัฒนาฝั่งธนบุรี มาเจอเพื่อนๆ อย่างเพจถามสิอิฉันคนตลาดพลู ที่แนะนำเรื่องในชุมชน หรือ พี่พี-พีรวัฒน์ บูรณพงศ์ ที่มาสอนวาดภาพสีน้ำ เรามาเจอคนพวกนี้เราแฮปปี้ เรารู้สึกว่าเขาน่ารัก เขาจริงใจ เพราะบ้านเราค่อนข้างกว้าง จะรับแขกอะไรอย่างนี้ได้” จิ๋มกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

แขกของที่นี่มีทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย มากกว่าครึ่งเป็นคนที่เคยอยู่ตลาดพลูแล้วย้ายออกไปอยู่ที่อื่น บางกลุ่มเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนละแวกใกล้เคียงนัดกันมาพบปะสังสรรค์ หรือมาเดี่ยวๆ เพียงคนเดียวก็มี บ้านแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ที่คนมาใช้เวลาย้อนความทรงจำ และสร้างประสบการณ์ดีๆ ไปพร้อมกัน  

บ้านตลาดพลู

นอกจากตัวอาคารแล้ว จิ๋มยังแนะนำให้ฉันรู้จักซอยเทอดไท 27 ที่ตั้งของตึกเก่ามากขึ้น ในซอยเต็มไปด้วยของอร่อยคาวหวาน บางร้านเก่าแก่อายุมากกว่า 50 ปี สืบทอดกันมาหลายรุ่น ฉันเห็นร้านขายข้าวหมูแดงที่มีคนมาต่อแถวรอซื้อไม่ขาดสาย ถัดออกไปหน่อยเป็นร้านขายบะหมี่มะระชื่อดัง หรือร้านน้ำเต้าหู้ทรงเครื่องที่อยู่ตรงข้าม ฉันว่าก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ร้านเหล่านี้เปิดบ้านเป็นหน้าร้าน ที่สำคัญ ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นห้องแถวโบราณเอาไว้ อย่างการใช้ประตูบานเฟี้ยมไม้ หรือภายในบ้านก็จะเห็นผนังปูนเดิมๆ อยู่

แดดร่มลมตก จิ๋มเชื้อเชิญฉันเดินขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าของตึกนี้เพื่อพิสูจน์คำกล่าวของเธอที่ว่าข้างบนนั้นเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง ขณะยืนทอดสายตา ฉันนึกถึงเรื่องที่ได้ฟังก่อนหน้าเกี่ยวกับหนังสือที่เขียนโดยหลวงเมือง ผู้เป็นเด็กท้ายซอยในสมัยที่คุณชื่นยังอาศัยอยู่ที่นี่ หลวงเมืองเคยขึ้นมาเล่นว่าวกับคุณชื่นที่ชั้นดาดฟ้า เขาเห็นชุมชนตลาดพลูกว้างใหญ่ เห็นเรือกสวนไร่นาเขียวขจี ไม่มีตึกสูง เสาไฟฟ้าบดบังให้รกสายตา เห็นรางรถไฟสายแม่กลองที่ถูกใช้งานตลอดวันโดยขบวนรถไฟที่ผ่านไปขบวนแล้วขบวนเล่า เป็นช่วงเวลาที่แสนสุขใจ

บ้านตลาดพลู

บ้านตลาดพลู

แม้ภาพที่ฉันเห็นในวันนี้จะแตกต่างออกไป แต่กลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสบายใจแบบเดียวกัน ฉันเห็นชุมชนตลาดพลูที่มีตึกสูงรายล้อมอยู่รอบๆ ไม่มีทุ่งนาสีเขียวแต่มีถนนหลายสายตัดผ่าน รางรถไฟสายแม่กลองยังอยู่ที่เดิมแต่ห่างออกไปไม่ถึง 10 นาทีมีสถานีรถไฟฟ้าตั้งอยู่ ความเจริญกำลังเข้ามาสู่ชุมชนชานเมืองนี้ทีละน้อย และการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่น่ายินดีกว่าคือการที่ชุมชนปรับตัวตามแต่ไม่ได้ทิ้งเอกลักษณ์และวัฒนธรรมเดิม

จากการรีโนเวตตึกเก่าเป็นบ้านของครอบครัววิไลจิตร ขยับสู่การเป็นพื้นที่สื่อกลางระหว่างคนภายนอกและคนในชุมชน เป้าหมายของบ้านตลาดพลูไม่ใช่แค่แสวงหาผลกำไร แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้คนมาเยี่ยมเยียนและจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ทำความรู้จักย่านตลาดพลูให้มากขึ้น

และนั่นทำให้เรายังสามารถรู้สึกถึงเสน่ห์ของชุมชนเก่าแห่งนี้อย่างที่เคยเป็นมา

บ้านตลาดพลู

Facebook: บ้านตลาดพลู

คาเฟ่เปิดทุกวัน 17.00 – 22.00 น.

 

Writer

Avatar

สิรามล เฮ็งรักษา

คนกรุงเทพฯ ที่ชอบเดินทางด้วยรถไฟมากกว่านั่งเครื่องบิน รักการกินนมจืดพอๆ กับกาแฟที่ไม่ขมและโกโก้ที่ไม่หวาน กำลังทำความรู้จักโลกใบที่ใหญ่ขึ้นและเรียนรู้การเขียนเล่าเรื่องไปพร้อมๆ กัน

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load