ตะวันยามเช้าทอดไออุ่นลงบนพื้นหญ้าเขียวที่แผ่อาณาบริเวณไปจรดตลิ่ง น้ำในคลองไร้ชื่อสงบนิ่งราวไม่รู้สึกรู้สาต่อนกกระยางที่บินร่อนเหนือใบบัวชูก้าน คู่ตุนาหงันผมแดงจูงมือกันมานอนเอนหลัง กินลมชมบรรยากาศรุ่งอรุณในกรุงเก่า ในเวลาเดียวกับที่เราหิ้วกระเป๋าเดินทางใบน้อยตรงไปที่รถ พลันแว่วเสียงจากโต๊ะกินข้าวของครอบครัวเจ้าของรีสอร์ตว่า

“วันไหนว่างก็แวะมาทานน้ำนะลูก มาเที่ยวอยุธยา”

ถ้อยคำแสดงความอารีจากปากชายสูงวัยที่ผู้เข้าพักต่างเรียกว่า ‘ลุง’ ทำให้เราต้องหยุดนิ่งเพื่อคิดทบทวนถึงทุกความทรงจำดี ๆ ที่ได้รับจาก ‘โรงแรมบ้านท้ายวัง’ – ที่พักโดยครอบครัวพลทรัพย์ซึ่งให้แขกทุกคนได้กินอยู่หลับนอนในรั้วบ้าน ‘คนยุดยา’ ยุคใหม่ที่ยังรักษาวิถีชีวิตแบบใต้ถุนสูงริมน้ำไว้

เริ่มตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่พาตัวเราเข้ามาอยู่กลางวงล้อมของพืชพรรณอันเขียวขจี โดยมีลูกชาย ‘ลุง’ อย่าง กฤษฎา พลทรัพย์ นำชมบ้านของครอบครัวเขาทีละส่วน

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

บ้านใกล้วัง

ก่อนจะมี ‘บ้านท้ายวัง’ กฤษฎาบอกกับเราว่าบ้านเดิมของตระกูลเขาอยู่ใกล้เขตวังเก่าของกรุงศรีอยุธยามาก กระทั่งองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ลงมติให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี พ.ศ.2534 ผู้ที่มีบ้านเรือนอยู่ในแหล่งมรดกโลกอย่างพวกเขาจึงต้องย้ายออกจากพื้นที่ตามข้อกำหนด

และเพื่อเป็นการชดเชยให้กับชาวบ้านที่ถูกเวนคืนที่ รัฐจึงส่งที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์มาให้ครอบครัวของกฤษฎาและญาติพี่น้องได้เลือกอยู่

“เขาก็ย้ายทุกคนโดยให้กลุ่มบ้านผมมาเลือกที่ในซอยนี้ ในซอยนี้เป็นญาติผมหมดเลย ก็ย้ายมาประมาณปี พ.ศ.2535 เป็นที่เช่าจากราชพัสดุ”

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

ย่านใหม่ที่ คุณพ่อวิชัย กับ คุณแม่ลัดดาวัลย์ พลทรัพย์ ย้ายมาตั้งรกรากใหม่ ชาวบ้านขนานนามให้ที่นี่ว่า ‘ชุมชนโรงสุรา’ เหตุเพราะเคยมีโรงสุราอยู่ แต่ก็ถูกย้ายออกไปเพื่อเปิดทางให้ผู้คนจากแหล่งโบราณสถานได้มาตั้งบ้านเรือนใหม่นี่เอง

“พอจะเป็นมรดกโลก เขาก็มองว่าโรงสุราไม่ควรอยู่ที่นี่ ทุบไซโลทิ้ง แล้วก็ให้ที่ตรงนี้เป็นที่สำหรับย้ายคนมา” กฤษฎาเล่าก่อนชี้ชวนเราดูคลองที่เป็นไฮไลต์สำคัญของบ้าน “คลองนี้มันไม่มีชื่อ เหมือนเป็นคลองในโรงสุรา ขุดขึ้นมาเพื่อขนเหล้าออกไปแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งไปกรุงเทพฯ แค่นี้เอง”

บ้านท้ายวัง

เมื่อมองย้อนไปในวันนั้น กฤษฎายืดอกพูดได้อย่างไม่อายว่า มันเป็นที่ดินแปลงที่ญาติพี่น้องทุกคนไม่เลือก เนื่องจากถูกทิ้งร้างมานานจนกลายเป็นที่หมักหมมของขยะ นั่นคือยุคที่คนอยุธยายังไม่พิสมัยที่ริมน้ำ เพราะทุกคนเชื่อว่าหมดยุคบ้านริมน้ำแล้ว จะให้ดีต้องได้อยู่บ้านติดถนนซึ่งจะเอื้อต่อการค้า

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

“พอเรามาปุ๊บ เราก็ลองถางที่ ปรากฏว่ามันมีคลอง ทำแล้วสวยนะ แล้วเราก็โชคดีว่าแต่ก่อนคลองกว้างกว่านี้ กว้างเป็น 30 – 40 เมตรเลย บ้านที่อยู่ติดกันเขาก็สร้างชิดคลอง แล้วปรากฏว่ามันสไลด์ บ้านเขาจะพัง เทศบาลหรือกรมศิลป์ไม่รู้ที่ตัดสินใจเอาดินมาถมให้ คลองก็เลยแคบเหลือแค่นี้ บ้านผมทำตามกฎหมายคือร่นที่ ผมก็เลยได้ที่เพิ่มมาด้วย”

ปรับสภาพที่ดินแล้ว อีกจุดหนึ่งซึ่งต้องให้เครดิตคุณพ่อวิชัย คือการบูรณะบ้านทรงตะวันตกหลังเก่าจนกลายเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง เป็นที่สะดุดตาของบรรดาลูกค้าต่างชาติที่มาพักที่นี่

“เดิมเป็นบ้านทรงฝรั่ง มีจั่วสูง สโลปเยอะ พื้นที่สโลปต้องใช้ พ่อเลยทำห้องใต้หลังคา เวลาญาติมากันเยอะ ๆ ก็ไปนอนข้างบนได้ แต่ก่อนหลังนี้มันเป็นบ้านชั้นเดียว แต่พื้นที่ใช้สอยมันไม่พอ พ่อผมก็ตัดสินใจรื้อเป็นชิ้น ๆ แล้วเอามาทำใหม่ ประตูยกมาจากบ้านเก่า บางชุดก็ซื้อใหม่ แล้วก็ยกข้างล่างให้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ข้างบนก็เก็บไว้เป็นพื้นที่พักอาศัย”

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

มากไปกว่านั้น ความเป็นนักปลูกต้นไม้ตัวยงของคุณแม่ลัดดาวัลย์ ก็ส่งผลให้ที่เคยถูกทิ้งร้างแห่งนี้กลายเป็นสวนสวยติดคลองอันร่มรื่นระดะตาด้วยพุ่มพฤกษ์นานาพันธุ์ อย่างเช่นไทรต้นใหญ่ที่กางก้านให้ร่มเงาแก่ชานบ้าน ที่กฤษฎานั่งเล่าความเป็นมาของที่พักให้เราฟังอยู่นี้

“ต้นไม้สวย ใคร ๆ มาก็บอกว่าสวย ตอนที่ยังไม่มีโรงแรม ทุกคนมาก็บอกว่าต้องทำ ๆ เราก็มองว่าที่เราเหลือ เราก็เลยทำโรงแรม”

เมื่อตกลงปลงใจได้แล้วว่าจะเปิดบ้านเป็นโรงแรม ทั้งครอบครัวก็มาหารือกันว่าจะตั้งชื่อให้โรงแรมของพวกตนว่าอย่างไร ก่อนจะผุดไอเดียว่าที่ตั้งของชุมชนโรงสุราทางตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเคยเป็นพระราชวังหลังสมัยกรุงศรีอยุธยามาก่อน นั่นคือที่มาของชื่อ ‘บ้านท้ายวัง’ ที่เรียกกันอยู่นี้

“ถ้าคุณดู Layout ก็จะเห็นว่าเราอยู่ส่วนท้ายของเกาะเมือง บางยุคเขาเรียกว่า ‘วังหลัง’ บางยุคไม่มีตำแหน่งวังหลัง ก็จะกลายเป็นแค่สวน ตำแหน่งมันอยู่หลังจากวังหลวง ก็เลยตั้งชื่อง่าย ๆ ว่า ‘บ้านท้ายวัง’”

บ้านของแขก

25 ธันวาคม พ.ศ.2553 คือวันแรกที่รีสอร์ตของ ‘บ้านท้ายวัง’ เริ่มกิจการ

แต่กว่าที่ตึกสองชั้นหลังนี้จะเปิดให้บริการได้ ต้องใช้เวลานานถึง 4 ปีถ้วน

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

“ลูก ๆ ทุกคนตอนนั้นเพิ่งเริ่มทำงาน น้องสาวผมเป็นแอร์โฮสเตสมาก่อน ก็ลงเงินเยอะสุด ตัวผมทำงานแล้วก็ใช้ชีวิต ก็เลยลงน้อยหน่อย ใช้แรงเยอะหน่อย มันเสร็จปี 2553 ก็เริ่มทำตั้งแต่ 2549 เราไม่ได้เก็บเงินเข้าธนาคาร เอาเงินทุกคนในบ้านมารวมเงินลงทุน เป็น Saving ของเรา”

นับว่าโชคเข้าข้างกฤษฎาและครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง เพราะปีแรกที่เปิดบ้านท้ายวัง มีเว็บไซต์เอเจนซีจองโรงแรมผุดขึ้นทั่วอินเทอร์เน็ตแล้ว การจะเปิดโรงแรมที่พักใหม่จึงทำได้ง่ายยิ่ง ไม่จำเป็นต้องง้อทัวร์เหมือนแต่ก่อน เพียงวันแรกที่เปิดโรงแรมมา เขาก็มีลูกค้ามาพักแล้ว อีกหนึ่งปีให้หลังเมื่อพระนครศรีอยุธยาประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ แม้ว่าบ้านท้ายวังจะถูกน้ำท่วมขังอยู่แรมเดือน แต่ครั้นปิดปรับปรุงใหม่ได้ไม่นาน ลูกค้าก็ไหลมาเทมาเช่นเดิม

อาคารส่วนที่เป็นที่พักสำหรับแขกสร้างจากคอนกรีตเสริมเหล็ก ตกแต่งด้วยไม้

ชั้นล่างมี 4 ห้อง แต่ละห้องมีสีสันและวัสดุที่ใช้ในการทำเครื่องเรือนที่ไม่เหมือนกัน ส่งผลให้ห้องทั้ง 4 ได้รับการตั้งฉายาตามสี ได้แก่ ห้องแดง ห้องเขียว ห้องฟ้า และห้องทอง เกิดจากการรังสรรค์ด้วยชาดเขียวไข่กา คราม และทอง เรียงมาตามลำดับ

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

ฝักบัวอาบน้ำในห้องพักทุกห้องอยู่ด้านนอก เพื่อให้ผู้เข้าพักกำซาบลมเย็นได้เต็มผิวกาย ฟังดูน่าสยิวใจไม่ใช่น้อยสำหรับแขกชาวไทยที่ติดจะขี้อาย แต่ไม่ต้องกังวลใจว่าจะมีใครเห็น เพราะผนังด้านหลังโบกปูนทึบ ซ้ำหลังคาเหนือที่อาบน้ำยังเป็นบานเกล็ดที่ปิดบังสายตาไม่ให้คนจากด้านบนมองลงมาได้

ชมห้องวิวคลองชั้นล่างจนหนำใจ กฤษฎาจึงพาเราเดินขึ้นชั้นบนไปยลห้องสวีทที่รวบห้องพัก 2 ห้องเข้าเป็นห้องเดียว นอกจากชุดรับแขกซึ่งประกอบด้วยตั่งและเก้าอี้ไม้ อีกจุดที่น่าสะดุดตาเป็นพิเศษของห้องนี้คือการมีที่อาบน้ำถึง 3 จุดในห้องเดียว ทั้งด้านนอก ด้านใน รวมทั้งอ่างจากุซซี่ติดหัวเตียงอันเป็นที่โปรดปรานของผู้เข้าพักทุกราย

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

จะเป็นห้องมาตรฐานหรือห้องสวีท สิ่งที่เจ้าของบ้านภูมิใจนำเสนอมากที่สุดคือการที่ทุกห้องมีเพียงกระจกเงาบานเล็กติดไว้ข้างอ่างล้างหน้า กับเตียงทุกหลังที่ออกแบบมาให้เป็นเตียงใหญ่

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

“ที่ไม่มีกระจกนี่เป็นเรื่องดื้อด้านของเรา เพราะติดแล้วมันไม่สวย บังวิว คือถ้าคุณยืนแปรงฟันตรงนี้แล้วมองไปเห็นวิว เห็นคลอง สนามหญ้า มันน่าจะสวยกว่าเห็นหน้าตัวเองหรือเปล่า ตั้งแต่ปี 2553 ที่เปิดโรงแรมมาก็ไม่มีคนบ่นเรื่องนี้ ก็เลยคิดว่าถ้าจะทำโรงแรมบูติก คุณก็ควรจะต้องเลือก ถ้าทำทุกอย่างตามแบบโรงแรมมาตรฐาน มันก็จะไม่มีอะไรน่าสนใจ”

บ้านใหม่ของครอบครัวพลทรัพย์ในย่านวังหลังสมัยกรุงศรีฯ ที่น่าอยู่จนต้องเปิดรีสอร์ตที่พักรับคนนอกเข้ามาอยู่ในชีวิตพวกเขา

ส่วนเรื่องเตียงนั้นก็เป็นสิ่งที่ทุกคนในครอบครัวกำหนดไว้แล้วเช่นกัน

“ห้องเราเป็นเตียงใหญ่หมด ไม่มีเตียงแยก เราเลือกมาตั้งแต่แรกแล้วครับว่าจะรับคู่รัก ถ้าเป็นเพื่อนก็ต้องเป็นเพื่อนสนิท แต่ถ้าคุณจะนอนแยก ผมไม่มีเตียงแบบนั้นให้ ต้องซื้อเตียงเสริมเพิ่มเพื่อจะนอนแยกกันครับ”

บ้านของลุงกับป้า

หากเสิร์ชชื่อ ‘บ้านท้ายวัง’ ในอินเทอร์เน็ต สิ่งที่คุณจะเจอคือคำสร้อยต่อท้ายซึ่งระบุที่พักต่างชนิดกัน บางแห่งเรียก ‘บ้านท้ายวัง โฮเทล’ บางแห่งเรียก ‘บ้านท้ายวัง รีสอร์ต’ ชวนสับสนว่าที่สุดแล้วที่พักในย่านท้ายวังหลวงของกรุงเก่าแห่งนี้จะนิยามว่าเป็นอะไรดี

“ไม่รู้สิ ผมก็เรียกบ้านตัวเองยาก” นี่คือคำตอบของกฤษฎา 

“พอเป็นรีสอร์ต มันก็ดูยิ่งใหญ่ไป จะเป็นเกสต์เฮาส์ มันก็ดูไม่ส่งเสริมต่อธุรกิจเรา เหมือนเป็นอีกเกรดหนึ่ง เราก็เลยเรียกรีสอร์ตเป็นหลัก เพราะหมวดหมู่ตามเว็บไซต์มันไม่มีให้เลือกอย่างอื่น เลยต้องเรียกรีสอร์ต”

ทว่าตามความรู้สึกส่วนตัวของเขาแล้ว ที่นี่ควรจะเป็น Lifestyle Hotel มากกว่าชื่ออื่นใดในสารบบ

“เพราะมันเหมือนกับคุณเข้ามาในชีวิตชาวอยุธยา ถ้าคุณมาพักที่นี่ คุณได้เห็นของที่คุณพ่อผมสะสม มาชมสวนที่คุณแม่ผมปลูกไว้ เข้ามาอยู่ในชีวิตพวกผม”

นั่นไม่ใช่คำกล่าวเกินจริงแม้แต่น้อย เพราะคุณพ่อวิชัยกับคุณแม่ลัดดาวัลย์ยังคงดำเนินชีวิตประจำวันเป็นปกติ พักอยู่ในบ้านใต้ถุนหลังเดิมที่อยู่มาแต่ครั้งย้ายมาที่นี่แรก ๆ กินดื่มเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด จะมีที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง ก็แค่เนื้อที่ครัวซึ่งต้องเพิ่มขนาด ให้มีแพนทรีสำหรับเก็บเครื่องครัวและเตรียมเครื่องดื่ม  กับชั้นสองที่ปรับเป็นแกลเลอรีสะสมวัตถุโบราณให้ลูกค้าเดินชมได้

บ้านใหม่ของครอบครัวพลทรัพย์ในย่านวังหลังสมัยกรุงศรีฯ ที่น่าอยู่จนต้องเปิดรีสอร์ตรับคนนอกเข้ามาอยู่ในชีวิตพวกเขา

“พ่อแม่ผมไม่ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตเลย ลูกค้าก็จะเห็นชีวิตปกติ คอนเซ็ปต์ของเราก็คือ ‘ให้คุณเข้ามาอยู่ในชีวิตเรา’ อันนี้คือชีวิตมนุษย์จริง ๆ ในอยุธยา…มันไม่มีแล้วอยุธยาที่คุณเห็นในหนัง พวกบ้านทรงไทยแบบนั้น มันอยู่นอกเกาะเมืองออกไปนู่น อยุธยาวันนี้ที่ยังมีวิถีเดิมอยู่คือใต้ถุน ซึ่งมันก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับชีวิตสมัยใหม่แบบนี้” กฤษฎาพูดขณะพาเรากลับจากแกลเลอรีมายังครัวชั้นล่าง 

บ้านใหม่ของครอบครัวพลทรัพย์ในย่านวังหลังสมัยกรุงศรีฯ ที่น่าอยู่จนต้องเปิดรีสอร์ตรับคนนอกเข้ามาอยู่ในชีวิตพวกเขา

หัวแรงสำคัญที่ดูแลบ้านท้ายวังคือเป็นบุพการีทั้งสองของกฤษฎา ทั้งคู่ดูแลแขกทุกกลุ่มทุกเชื้อชาติเป็นอย่างดีดุจดังลูกหลานแท้ ๆ ของพวกท่านเอง

“เซนส์ของคนไปเที่ยวคืออยากไปมีประสบการณ์แบบคนที่นั่น อย่างถ้าคุณไปเกียวโต คุณก็คงอยากใส่ชุดยูกาตะ นอนในเรียวกัง ถ้าคุณไปอักราในอินเดีย คุณก็อาจจะอยากนอนในอาคารที่เป็นหิน ส่วนที่นี่ถ้าคุณไปดูใน’เน็ต คุณจะเห็นว่าทุกคนจะเรียก ‘ลุง’ กับ ‘ป้า’ ก็เหมือนกับมานอนบ้านผม คุณมาที่บ้านผม พ่อแม่ผมกินอะไร คุณก็จะได้กินแบบนั้น”

ลูกชาย ‘ลุง’ กับ ‘ป้า’ ยังเล่าอีกว่าเมนูอาหารเช้าอย่างข้าวต้ม หมูปิ้ง และไส้กรอก ที่เราได้เลือกกินเมื่อเช้านี้เป็นฝีมือของคุณแม่ลัดดาวัลย์ หรือป้าของบรรดาแขกบ้านท้ายวัง เป็นด้วยระยะทางจากที่พักที่ค่อนข้างไกลจากร้านอาหาร ป้าจึงอาสาทำอาหารให้เติมพลังก่อนออกไปเที่ยวชมโบราณสถานในวันใหม่ และก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจำนวนผู้เข้าพักยังมีมากกว่านี้ ป้าก็ทำอาหารขายให้แขกที่มาพักเพื่ออำนวยความอิ่มหนำถึงปากท้องหลาน ๆ ทุกคน

ไม่แปลกเลยที่กฤษฎาจะคุยให้ฟังว่า Lifestyle Hotel ของครอบครัวเขามีแขกมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาพักผ่อนไม่เคยขาด วันธรรมดาที่นี่จะได้รับการเติมเต็มด้วยลูกค้าฝรั่งมังค่า และในวันหยุดสุดสัปดาห์ ห้องพักที่ว่างอยู่ก็มักจะถูกจองเกลี้ยงด้วยลูกค้าคนไทยที่มาเที่ยวไหว้พระ 9 วัด บางคนติดอกติดใจถึงกับมาเป็นลูกค้าขาประจำเลยก็มี

บ้านใหม่ของครอบครัวพลทรัพย์ในย่านวังหลังสมัยกรุงศรีฯ ที่น่าอยู่จนต้องเปิดรีสอร์ตรับคนนอกเข้ามาอยู่ในชีวิตพวกเขา

“วันไหนว่างก็แวะมาทานน้ำนะลูก มาเที่ยวอยุธยา”

เสียงลุงวิชัยเลือนหายไปพร้อมกับลมเอื่อยที่นำเรากลับสู่ปัจจุบันขณะอีกครั้ง ภาพใบบัวที่ลอยเกลื่อนคลอง ตุ๊กตากระเบื้องรูปช้างเรียงรายบนขั้นบันได ไม้ใหญ่ในสวน เครื่องเรือนล่องชาด และอื่น ๆ อีกมากมายที่พบได้เฉพาะที่นี่ กำลังจะเป็นอดีตไปในทันทีที่เราก้าวผ่านรั้วบ้านนี้ไป

เราโบกมือลาบ้านทรงจั่วหลังใหญ่ พลันให้สัญญาใจกับครอบครัวพลทรัพย์ว่าไม่ช้าก็เร็ว เราจะต้องหวนกลับมาที่บ้านท้ายวังแห่งนี้อีกแน่นอน

บ้านท้ายวัง (Baan Tye Wang)

ที่ตั้ง : ชุมชนโรงเหล้า ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา (แผนที่)

โทรศัพท์ : 088 695 7320 , 035-323-001

Facebook : Baan Tye Wang 

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

4 กุมภาพันธ์ 2566
386

การเลือกที่พักของคนยุคนี้ รีสอร์ตขนาดใหญ่สไตล์ที่พักครอบครัวซึ่งเปิดบริการมาหลายสิบปี เหมือนจะน่าสนใจน้อยกว่าโรงแรมบูติกยุคใหม่ที่ตั้งใจออกแบบมาให้เต็มไปด้วยมุมถ่ายรูป

แต่ ‘คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท’ จังหวัดกาญจนบุรี ดูจะเป็นข้อยกเว้น

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

ที่นี่คือที่พักสไตล์วินเทจบนพื้นที่ 120 ไร่ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น จนถือเป็นที่พักกลางป่าแห่งเดียวที่อยู่กลางตัวเมืองกาญจนบุรี แถมยังอยู่ติดแม่น้ำแควใหญ่แบบมีหาดส่วนตัวให้เราเดินลงไปแช่น้ำเล่นได้ จะพายเรือ ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ สปา ดูนก ศึกษาธรรมชาติ ล่องแพ เล่นบ้านต้นไม้ ก็ได้

และที่ตอกย้ำความวินเทจแบบที่คนยุค Y2K ต้องกรี๊ดก็คือ ที่นี่เป็นโลเคชันถ่ายโฆษณาชาเขียวของญี่ปุ่นที่ ทาเคชิ คาเนชิโร (Takeshi Kaneshiro) พระเอกลูกครึ่งไต้หวัน-ญี่ปุ่นสุดเท่แห่งยุคนั้น บินมาเข้าฉาก จนท่าน้ำที่เขายืนในโฆษณาถูกเรียกว่า ‘สะพานทาเคชิ’ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท จึงกลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรม ‘อ่านเถิดหนา 07 : Best of 2022’ ของ The Cloud เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และกำลังจะเป็นสถานที่จัด ‘อ่านเถิดหนา 08 : อ่านเอาแรง’ ในช่วงวันแรงงานที่จะถึงนี้

มาทำความรู้จักที่พักสไตล์ย้อนยุคท่ามกลางธรรมชาติซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้กัน

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท เปิดตัวประมาณ พ.ศ. 2534 โดย คุณลัดดาวัลย์ เผ่าวิบูลย์ ซึ่งมีธุรกิจร้านอาหารอยู่ในตัวเมืองกาญจนบุรี “คุณน้าเป็นคนชอบเที่ยวป่า เลยอยากสร้างรีสอร์ตที่เป็นสวนป่า คนขายที่ดินบอกว่า ที่นี่เป็นที่แปลงที่สวยที่สุดในแม่น้ำแควใหญ่ คุณน้ามาดูแล้วชอบก็เลยซื้อค่ะ เริ่มต้นจากปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ริมแม่น้ำ แล้วขยายมาเรื่อย ๆ” คุณเอิ๊ก-ผศ.ดร.อรลัชชา ศิวรักษ์ หลานสาวที่ปัจจุบันเข้ามาช่วยดูแลกิจการเล่าถึงที่มา แล้วอธิบายต่อว่า สามีของคุณน้าเป็นสถาปนิก ส่วนคุณน้าเองก็เป็นคนชอบออกแบบตกแต่งบ้านอยู่แล้ว เลยสนุกกับการทำรีสอร์ตแห่งนี้

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

ช่วงที่เปิดตัวใหม่ ๆ รีสอร์ตแห่งนี้ถือว่าใหญ่โตและหรูหรามาก มีการทำประชาสัมพันธ์ใหญ่โต ถึงขนาดมีการจัดอีเวนต์ใหญ่ ๆ อย่างเวทีประกวดนางงามระดับประเทศที่นี่ด้วย ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ที่นี่ในช่วงเปิดตัว ก็อยู่ในตลาดกลุ่มเดียวกับรีสอร์ตสุดหรูที่เขาใหญ่ในยุคนี้

ในส่วนของที่พักมีทั้งหมด 4 โซน รวมแล้วประมาณ 90 ห้อง บรรยากาศในห้องพักตกแต่งด้วยไม้ ซึ่งถ้าพูดกันในยุคนี้ก็ต้องบอกว่า เป็นสไตล์วินเทจที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบเคร่งขรึม ห้องที่ถูกใจนักออกแบบทั้งหลายมากเป็นพิเศษคือห้องสวีต มีลูกเล่นในการแบ่งพื้นที่ภายในห้อง และรายละเอียดของงานไม้ที่หาไม่ได้จากที่พักยุคใหม่

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น
คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

เช่นเดียวกับล็อบบี้ย้อนยุคที่ตกแต่งด้วยไม้เป็นหลัก สวยคลาสสิกแบบสร้างความประทับใจแรกให้กับแขกทุกคน

ภายในรีสอร์ตแห่งนี้ไม่ได้มีแค่โรงแรมเท่านั้น ยังมีการจัดสรรพื้นที่บางส่วนขายเป็นบ้านจัดสรรให้เพื่อน ๆ และญาติ ๆ มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติด้วยกัน

“ด้วยความที่คุณน้าชอบต้นไม้ เลยปลูกต้นไม้เพิ่มเยอะมาก จนทำให้พื้นที่ 120 ไร่ของเรามีต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น เป็นรีสอร์ตกลางเมืองกาญจนบุรีแห่งเดียวที่มีต้นไม้ใหญ่มากขนาดนี้” คุณเอิ๊กอธิบายต่อว่า “ด้วยความที่คุณน้าชอบต้นไม้ รีสอร์ตของเราเลยมีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวกับห้องพักเยอะมาก คือมีห้องพักน้อยมาก เมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมด”

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น
คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

สิ่งนั้นดูจะไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือ ระบบนิเวศขนาดย่อม ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เป็นบ้านของนกประมาณ 12 ชนิด และแหล่งผลิตอากาศที่สดชื่น โดยเฉพาะในช่วง PM 2.5 อากาศในนี้ก็ไม่แย่เหมือนข้างนอก

แล้วที่นี่ยังตั้งใจดูแลต้นไม้ใหญ่ทั้งหมดอย่างดีให้ยืนยงอีกยืนยาว ไม่หักหรือโค่นล้มลงมาสร้างความเสียหาย ด้วยการใช้บริการรุกขกรมืออาชีพภายใต้คำแนะนำของ BIG Trees

“สถานที่ไฮไลต์ของที่นี่คือหาดกรวด” คุณเอิ๊กพูดถึงพื้นที่ริมแม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งเป็นหาดที่ค่อย ๆ ลาดลง พื้นล่างเป็นหินกรวดมน ในช่วงน้ำลง เราเดินลงไปท่องน้ำเล่นในแม่น้ำได้สบาย รวมไปถึงการเล่นน้ำแบบจริงจัง หรือการล่องแพที่ทางรีสอร์ตมีให้บริการ “เวลาอยู่ที่นี่ เอิ๊กชอบมานั่งสอนหนังสือออนไลน์แถวนี้ มันชิลล์มาก ถ้ามีแขกมา เราก็จัดตรงนี้ให้เป็นที่นั่งรับประทานอาหารเย็น อยากกินหมูกระทะพร้อมดูวิวพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำ ที่นี่ก็มีให้บริการ”

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น
คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

ในเมื่อเป็นวิวเด็ด ตรงนี้ก็เลยถูกใช้เป็นโลเคชันถ่ายหนัง ถ่ายละครมากมาย รวมไปถึงถ่ายโฆษณาชาเขียวซึ่งฉายในประเทศญี่ปุ่นด้วย

ในช่วงโควิด หลานวัย 10 ขวบ เอ่ยปากว่าอยากได้บ้านต้นไม้ ก็เลยเกิดพื้นที่ใหม่ในรีสอร์ตแห่งนี้ เป็นโครงเหล็กสูง 3 ชั้นที่ประกบอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ พอเดินขึ้นไปก็เหมือนเราได้ใช้ชีวิตอยู่บนต้นไม้ ให้ความรู้สึกพิเศษไปอีกแบบ

ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างก็คือ ที่นี่เริ่มปลูกผักและสมุนไพรมากขึ้น เพื่อนำมาผลิตเป็น Welcome Drink และขายเป็นสินค้า ตอนนี้มีแปลงเก๊กฮวยขนาดใหญ่ รวมไปถึงการเลี้ยงผึ้งอย่างจริงจัง แต่สินค้าที่ถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่คือ ดอกปีบ คุณเอิ๊กเล่าว่า “ถนนเส้นหลักของเรามีต้นปีบขึ้นสองข้างทางเยอะมาก มีดอกปีบร่วงลงมาตลอด เราเลยเก็บมาตากแล้วทำเป็นชาดอกปีบ ใช้เป็น Welcome Drink จากนั้นก็เอาไปทำสบู่ แชมพู เจลแอลกอฮอล์ เพื่อให้บริการกับแขก ถ้าใครใช้แล้วติดใจ เราก็มีขายนะคะ”

จากรีสอร์ตสุดหรูในช่วงเปิดตัวเมื่อ 30 ปีก่อน พอเวลาเปลี่ยนไปก็เกิดการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งโดยมากจะปรับตามความถนัดของผู้จัดการโรงแรม จากรีสอร์ตสุดหรูกลายมาเป็นที่พักแนวกรุ๊ปสัมมนา จนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการปรับตัวเรื่องความยั่งยืน ทั้งการวางระบบแยกขยะ เอาเศษอาหารไปทำแก๊สหุงต้ม จนได้รางวัลศาสตร์พระราชา มีคนมาขอดูงานตลอด

‘คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท’ ที่พักสไตล์วินเทจบนที่ดิน 120 ไร่ มีต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น จนเป็นป่ากลางตัวเมืองกาญจนบุรี
‘คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท’ ที่พักสไตล์วินเทจบนที่ดิน 120 ไร่ มีต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น จนเป็นป่ากลางตัวเมืองกาญจนบุรี

“ตอนนี้กลุ่มคนที่มาที่นี่แล้วจะชอบคือกลุ่มครอบครัว คนวัย 40 ขึ้นไป กับเด็ก ๆ” คุณเอิ๊กพูดถึงตลาดในยุคปัจจุบันของที่นี่ “ด้วยบรรยากาศของที่พักทำให้คนสูงอายุคุ้นเคย บางคนมาอยู่เป็นเดือนเลย เราก็มีบริการทำอาหารเพื่อสุขภาพให้ ถ้ามาเป็นกลุ่มเราก็จัดกิจกรรมเต้นรำ คาราโอเกะเพลงเก่าให้ได้ ส่วนเด็ก ๆ เขาจะได้ดูนก ปีนต้นไม้ ขี่จักรยาน ไปดูรอยเท้าสัตว์”

“Family Outing ด้วย” คุณเอิ๊กพูดถึงอีกตลาดที่น่าสนใจมาก “พอเพื่อน ๆ เรามีครอบครัว เวลานัดเจอกันก็ต้องพาลูกไปด้วย ไม่รู้จะไปรวมตัวกันที่บ้านใครถึงจะพอ ก็มาที่นี่ มากี่บ้านก็ได้ พ่อแม่ก็สังสรรค์กันไป ลูกก็มีพื้นที่ให้วิ่งเล่น ไม่ต้องห่วง เคยมีกลุ่มผู้ปกครองจากโรงเรียนเดียวกัน ชวนกันไปชวนกันมา มากัน 140 คน เราก็รับได้สบาย”

ช่วงนี้ คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท กำลังเตรียมวางแผนเรื่องการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อให้เข้ากับธุรกิจที่พักในยุคนี้ ส่วนจะออกมาอย่างไร ต้องติดตาม

3 Things
you should do

at Comsaed River Kwai Resort&Spa

01

ล่องแพที่หาดกรวด แค่นั่งชิลล์หรือเดินเล่นริมตลิ่งคงไม่พอ ที่นี่มีบริการล่องแพสัมผัสธรรมชาติดื่มด่ำกับแม่น้ำแควใหญ่แบบใกล้ชิดจากหาดหน้ารีสอร์ต และมีรถรับกลับมาส่งถึงที่พัก

02

ไปเยี่ยมสะพานทาเคชิ ถ้าคุณเป็นคนยุค Y2K ที่มี ทาเคชิ คาเนชิโร เป็นดาราคนโปรด นี่คือฉากที่คุณต้องไปเยือน

03

ใช้ผลิตภัณฑ์ดอกปีบ ถึงแม้ว่าที่นี่จะมีดอกคำแสดเป็นชื่อ แต่ดอกปีบก็เป็นไฮไลต์ไม่แพ้กัน ชาปีบนั้นหาชิมไม่ง่าย เช่นเดียวกันสบู่แชมพูดอกปีบที่ใช้กลิ่นจากดอกปีบจริง ๆ ก็หาไม่ง่ายเช่นกัน

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท

Writer & Photographer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load