จากกรุงเทพฯ – อุทัยธานี รถยนต์คันใหญ่ขับแล่นมาตามป้ายบอกทาง ‘บ้านสวนจันทิตา’ 

เราเปิดประตูลงจากรถเพื่อเปิดประตูไม้บานใหญ่ เข้าไปยังโฮมสเตย์ท่ามกลางธรรมชาติที่เจ้าบ้านปลูกต้นไม้กว่า 30 ปีจนมีป่าเป็นสวนหลังบ้าน แถมใจดีแบ่งปันพื้นที่สีเขียวให้เพื่อนต่างถิ่นแวะหย่อนกายสบายใจ

บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ของครูวัยเกษียณที่ปลูกต้นไม้ไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน

บ้านสวนตรงหน้าเป็นความคิดหลังเกษียณของหนุ่มนครสวรรค์และสาวกรุงเทพฯ ที่ปักหลักอยู่เมืองอุทัยฯ และอยากมีกิจการขนาดเล็กบรรเทาความหน่าย เป็นเวลา 5 ปี ที่บ้านกลางป่าแห่งนี้ต้อนรับแขกด้วยความอบอุ่นเหมือนครอบครัว ทว่ากว่าจะมาเป็นที่พักที่คนติดใจ มีเบื้องหลังสนุกและความบังเอิญน่ารักที่เราอยากให้คุณรู้จัก

ทำไมต้องตั้งชื่อว่า ‘บ้านสวนจันทิตา’ เราถามด้วยความสงสัย

“ผู้ชายเขาก็ตั้งชื่อเพื่อผู้หญิงกันทั้งนั้นแหละ” ชายวัยค่อน 70 ตอบพร้อมเขินม้วนเหมือนเจอรักครั้งแรก

เพียงสบตา

“ครูจันเป็นคนกรุงเทพฯ แกบรรจุหลังผมสองปี ตอนมีครูผู้หญิงมาใหม่ตื่นเต้นกันใหญ่ เผอิญมีคนโสดอยู่สองคน อีกคนอายุน้อยกว่าผม พอครูจันลงจากรถปุ๊บ เขาสละสิทธิ์เลย” เสียงหัวเราะและรอยยิ้มตาหยีระคนความสุขของ ลุงสาน-ไพศาล กุศลวัฒนะ บอกเราทันทีว่ารักแรกพบระหว่างเขากับ ป้าจัน-จันทิตา กุศลวัฒนะ มีจริง

บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ของครูวัยเกษียณที่ปลูกต้นไม้ไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน

ลุงสานและป้าจันเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ประจำที่โรงเรียนบ้านหูช้าง จังหวัดอุทัยธานี จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ ก็ตัดสินใจปักหลักอยู่อุทัยฯ ที่ผูกพัน ราว 30 กว่าปีก่อน เขาและเธอตัดสินใจซื้อที่ดินขนาด 3 ไร่ เพื่อปลูกต้นไม้และบ้านพักอยู่อาศัย ชายหนุ่มหว่านเมล็ดพันธุ์ที่รับแจกจากศูนย์เพาะชำกล้าไม้ เวลา 30 ปีให้หลัง ต้นไม้หลากพันธุ์สูงใหญ่ให้ร่มเงา อาทิ ประดู่ป่า ชิงชัน ยางนา เต่าร้าง เฟิร์น เสลา หมากแดง ฯลฯ

“ตรงนั้นต้นนนทรี เพราะครูจันเขาจบจาก ม.เกษตร” หนุ่มนครสวรรค์พูดพลางยิ้มเขิน 

“ผมเป็นพวกเพ้อเจ้อ โรแมนติก อยากปลูกป่าไว้หลังบ้าน ผมไม่มีประสบการณ์ปลูกต้นไม้นะ มีอย่างเดียวคือความชอบ ตอนเด็กผมชอบอ่าน ล่องไพร ของน้อย อินทนนท์ มาอยู่บ้านไร่ก็ชอบขึ้นเขา ตอนเด็กบ้านอยู่นครสวรรค์ เวลานั่งรถผ่านทุ่งนา ใจผมอยากจะกระโดดลงจากรถแล้วไปเลี้ยงควายในนา” ลุงสานเล่าอย่างอารมณ์ดี แถมเฉลยว่าป่าดงดิบเป็นป่าในฝันที่ชอบมากที่สุด ซึ่งสวนทางกลับป้าจัน สาวเมืองกรุงนิสัยเด็ดขาด ถ้าจะปลูกพืชต้องได้ผล

ครูวัยเกษียณสองคนทำสัญญาใจด้วยการแบ่งพื้นที่กันปลูก ด้านหลังปลูกป่าตามความต้องการของลุงสาน ด้านหน้าปลูกผักและผลไม้ตามความต้องการของป้าจัน อิจฉานกแถวนั้นที่มองลงมาเห็นสีเขียวสบายตาเต็มสามไร่

บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ของครูวัยเกษียณที่ปลูกต้นไม้ไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน

ยินดีที่ได้รู้จัก

หลังเกษียณอายุ ครูจันคันไม้คันมืออยากหากิจการและกิจกรรมยามว่างบรรเทาความหน่าย จึงคิดอยากใช้พื้นที่ว่างกลางป่าส่วนตัวทำเป็นห้องพักรายเดือน แต่ลุงสานปะเหลาะให้เปลี่ยนความคิดมาทำโฮมสเตย์กันดีกว่า

สำเร็จ! ป้าจันตกลงใจเปลี่ยนพื้นที่บริเวณป่าหลังบ้านเป็นบ้านไม้แสนอบอุ่นจำนวน 4 หลัง

บั๊ม-ประกิจ กัณหา เจ้าของ Studiomiti เป็นสถาปนิกที่ออกแบบ ‘บ้านสวนจันทิตา’ ด้วยความสมัครใจ

“สมัยก่อนผมเล่นมัลติพลาย เอาไว้ลงภาพถ่าย คุณประกิจดันชอบภาพที่ผมถ่าย แกก็ส่งคำขอเป็นเพื่อนมา ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแกเป็นสถาปนิก ผมถ่ายอะไรแกชอบหมด จนผมลงภาพบ้านที่เพิ่งทำเสร็จ แกตอบกลับมาว่า ‘ผมอยากมีบ้านแบบนี้จัง’ สุดท้ายก็คุยกัน แกก็มาดูสถานที่และถ่ายภาพพื้นที่เอาไว้” เจ้าบ้านเล่าย้อนความหลัง

บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ของครูวัยเกษียณที่ปลูกต้นไม้ไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน

บั๊มเขียนความคิดของที่พักท่ามกลางป่าที่ใช้เวลาปลูกด้วยความรักกว่า 30 ปีลงกระดาษ เขาเกริ่นกับเจ้าบ้านว่าจะทำบ้านสูง-ต่ำไม่เท่ากัน ทุกหลังเชื่อมกันด้วยลานกว้าง เขาจะรักษาต้นไม้รอบบ้านให้ได้มากที่สุดและบ้านจะต้องกลมกลืนกับธรรมชาติมากที่สุด เจ้าบ้านได้ฟังเพียงไอเดียก็ถูกใจและไม่คิดขัดคอ ให้บั๊มเป็นตัวเองเต็มที่

“ผมบอกคุณประกิจว่าเงินไม่ค่อยมีนะ กลุ้มใจว่าจะมีเงินสร้างให้สำเร็จมั้ย คิดไปคิดมาผมโทรยกเลิกเขาเลย สงสัยคงไม่ได้สร้างแล้ว แต่แกบอกว่าจะทำให้ได้ อยากทำมากเลย ผมเลยตกลง คิดว่าไปตายเอาดาบหน้า

“ตอนบ้านเสร็จเราชอบนะ คุณประกิจออกแบบไม่เหมือนใคร เหมือนแกหาสไตล์ของแกเจอและสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ในใจแกมาตลอด เราเปิดโอกาสให้แกทำ จนกลายเป็นลายเซ็นของแกไปแล้ว” ลุงสานยิ้มยินดีกับลายเซ็นของสถาปนิกหนุ่มที่ตัวอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ทว่ายังระลึกถึงเสมอผ่านสถาปัตยกรรมที่สวยงามเคียงคู่กับธรรมชาติ

ซ่อมได้

“จะเล่าถึงปัญหาที่มีผลต่อการออกแบบนะ” เจ้าบ้านบอกกับเราแบบนั้น 

ปัญหาแรก ช่างตีฝาบ้านแนวตั้งมีช่องห่าง ป้าจันเกรงว่าถ้าติดเครื่องปรับอากาศ ความเย็นจะทะลุช่องนั้นออกมาด้านนอก บั๊มซ่อมได้ เขาแก้ปัญหาด้วยการเอาแผ่นฝ้ายิปซั่มมาติดทับ กลายเป็นดีเสียอีก ภายในห้องพักดูเหมือนบ้านของคนญี่ปุ่นอย่างบังเอิญ, ปัญหาที่สอง เนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นตรงพื้นที่ที่จะวางเสา จากระยะห่างระหว่างเสาขนาด 3 เมตรตามสากล เขาปรับลงมานิดเหลือ 2.70 เมตร เพื่อรักษาต้นไม้ต้นนั้นเอาไว้ บั๊มซ่อมได้!

บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ของครูวัยเกษียณที่ปลูกต้นไม้ไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน

หากสังเกตบ้านทุกหลังจะไร้ชายคา สาเหตุมาจากต้นไม้ที่เจ้าบ้านและสถาปนิกไม่อยากตัด แต่อาศัยการออกแบบที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน, ปัญหาที่สาม ฝนตกที่หน้าต่าง น้ำฝนไหลจากด้านนอกเข้าด้านใน เพราะไม่มีชายคา แต่นั้นไม่ใช่ปัญหา บั๊มซ่อมได้ เขาติดเหล็กชิ้นเล็กเหนือหน้าต่างเพื่อกันน้ำฝนไหลเข้าบ้าน

บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ของครูวัยเกษียณที่ปลูกต้นไม้ไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน

ปัญหาที่สี่ ทัศนียภาพด้านล่างไม่สวยงาม เป็นปัญหาที่อยู่นอกแปลนและสถาปนิกหนุ่มไม่ทันฉุกคิด ลุงสานบอกว่าซ่อมได้ ยกมือขอช่างทำเพิ่มอีกชั้น กลายเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ใต้ถุนบ้านที่ทุกคนใช้งานร่วมกัน

ส่วนข้อสงสัยที่หลายคนแคลงใจ ทำไมบ้าน 4 หลังขนาดสูง-ต่ำไม่เท่ากัน สถาปนิกบอกว่าเกี่ยวกับการระบายอากาศ ทว่าลุงสานคิดว่าเกี่ยวกับมุมมอง ถ้าบ้านทุกหลังเท่ากันหมด จะไม่มีบ้านหลังไหนรับบทพระเอก ถ้าถอยออกมาตรงสนามหญ้าหน้าบ้าน จะเห็นทันทีว่าบ้างหลังที่สามฉายแววความหล่อพุ่งออกมามากกว่าหลังอื่น

บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ของครูวัยเกษียณที่ปลูกต้นไม้ไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน

นอนได้แล้ว

เราสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอดและกดบันทึกเสียงนกตัวน้อยร้องเพลงเอาไว้เต็มสองหู ก่อนเจ้าบ้านผมแซมสีดอกเลาจะพาเดินสำรวจด้วยท่าทียังแข็งแรง ลุงสานบอกว่าหากมานอนพักจะแถมอาหารเช้าจากเจ้าอร่อยในท้องถิ่นและกระซิบว่าห้ามเปิดประตูห้องไว้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นสัตว์เลื้อยคลานเพื่อนยากจะมาหาถึงหน้าประตู

บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ของครูวัยเกษียณที่ปลูกต้นไม้ไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน

ลุงสานเดินนำ ก่อนจะเปิดประตูห้องพักให้เข้าไปยลโฉมความน่ารัก ภายในมีเตียงนุ่มสำหรับแขก 2 คน (กดเพิ่มที่นอนเสริมได้นะ) มีโต๊ะไม้พร้อมเบาะสีอุ่นที่ขับให้ห้องนี้ดูเป็นบ้านฉบับญี่ปุ่นมากกว่าเดิม เราชอบความเรียบง่าย มีเพียงข้าวของจำเป็น ไม่หวือหวา เพราะเป้าหมายหลักคือการชวนแขกมาพักและดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบตัว

บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ของครูวัยเกษียณที่ปลูกต้นไม้ไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน
บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ของครูวัยเกษียณที่ปลูกต้นไม้ไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน

รายละเอียดอีกจุดที่แสดงถึงความใส่ใจของสถาปนิกคือหน้าต่างกระจกรอบห้องพักที่อยู่ระดับสายตาพอดิบพอดี มองเห็นสีเขียวของต้นไม้นานาชนิด ช่างผ่อนคลายสบายตาเสียจริง น่าเอนกายหย่อนหลังเป็นที่สุด ลุงสานบอกว่าบางคนติดใจ ‘บ้านสวนจันทิตา’ มาก มาอยู่หลายวันไม่ยอมกลับก็มี ขอซื้อไว้เป็นของตัวเองสักหลังก็มี

“ผมว่าเขาอาจจะชอบธรรมชาติ บางคนบอกว่ามาเพราะต้นไม้ ผมว่าไม่น่าใช่ ถ้าไปพักบนภูเขาต้นไม้เยอะกว่าอีก ผมมองว่าคงเกี่ยวกับงานออกแบบและดีไซน์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เหมือนว่าคุณประกิจแกทำในสิ่งที่คนไม่กล้าทำ แล้วบ้านผมมีต้นไม้เยอะมากอยู่แล้ว ภาพที่ออกมาคนเลยตื่นตะลึง” เจ้าบ้านยิ้มด้วยความภูมิใจ

บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ของครูวัยเกษียณที่ปลูกต้นไม้ไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน

คนมาพักส่วนใหญ่มากันแบบปากต่อปาก คณะแรกเป็นนักเขียน ตามด้วยสถาปนิก คนทำงานดีไซน์ หมอ (ลุงสานแซวว่าหมอมาแทบจะทุกโรงพยาบาลแล้ว) นอกจากความสวยงามระหว่างสมดุลธรรมชาติกับสิ่งก่อสร้างที่มัดใจให้นักนอนเที่ยวมาแล้วก็อยากมาอีก คงด้วยพื้นที่อุทัยฯ เข้าถึงง่าย เดินทางสะดวก ขับรถไม่ไกลจากกรุงเทพฯ 

“เข้ามาก็เป็นป่า ออกไปก็เป็นเมือง” ลุงสานอธิบายหมัดเด็ดด้วยใจความเพียงหนึ่งประโยค

บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ของครูวัยเกษียณที่ปลูกต้นไม้ไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน

จันทิตา (ที่รัก)

ลุงสานชวนเราเดินมาตรงสนามหญ้าเนินหลังเต่า (อดีตสระน้ำ) เราถอยหลังออกมานิด จนสายตามองเห็นบ้านไม้หลังงามถูกโอบกอดด้วยป่าธรรมชาติจากน้ำพักน้ำแรงของชายที่ยืนถัดจากเรา สวยสะกดใจเหลือเกิน

เจ้าบ้านพูดขึ้นมาท่ามกลางสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยที่กำลังส่งเสียงบรรเลงอยู่สักมุมในพื้นที่สีเขียวกว้างใหญ่

“พูดถึงก็มีความสุขดีนะ เราจะเอาความสุขมากกว่านี้ไม่ได้” เขาระเบิดความสุขผ่านเสียงหัวเราะ “ความจริงครูจันเขาทำเพื่อลูกนะ เมื่อก่อนลูกสาวอยู่กรุงเทพฯ แกอยากให้ลูกกลับบ้าน ความรู้สึกของคนเป็นแม่ แกห่วงลูก”

ไม่ว่าจะคิด ทำ หรือพูด ชายคนนี้ยังคงเอ่ยถึงหญิงอันเป็นที่รักของเขาตั้งแต่ประโยคแรกจนประโยคสุดท้าย

บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ของครูวัยเกษียณที่ปลูกต้นไม้ไว้ตั้งแต่ 30 ปีก่อน

บ้านสวนจันทิตา

ที่อยู่ : 32/9 หมู่ 5 ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี  (แผนที่)

เบอร์โทรศัพท์ : 08 1114 1988

เฟซบุ๊ก : บ้านสวนจันทิตา

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ทุก ๆ วันของการลืมตาตื่น เราเชื่อว่าหลายคนปรารถนาความสุข บ้างสุขที่ได้เจอ บ้างสุขที่ได้กิน บ้างสุขที่ได้เดินทาง และบ้างสุขที่ได้พักผ่อน ถ้าคุณกำลังมองหาสิ่งที่เราว่ามาทั้งหมด ‘SOOK HOTEL’ แห่งนี้พร้อมเปิดประตูบ้านต้อนรับ และมอบความสุขตั้งแต่เช้าตรู่ยันหลับฝันดี ด้วยเรื่องราวสุดอบอุ่นของครอบครัวโรงไม้ในเมืองเล็ก ๆ จังหวัดระนอง 

สุข โฮเทล เป็นโรงแรมบูทีกขนาดกะทัดรัดในเมืองรองขนาดกะทัดรัด ระนองมีเสน่ห์ไม่เป็นสองรองใคร ด้านประมงต้นแบบก็โดดเด่น สวนทุเรียนติด Top 5 ของประเทศ ปลูกกาแฟลำดับต้น ๆ แวดล้อมด้วยทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทั้งหมู่เกาะ ทะเล ป่าไม้ ป่าชายเลน น้ำตก ภูเขา จนถึงน้ำพุร้อนปราศจากกลิ่นกำมะถัน 

สาธยายความดีงามของเมืองรองแดนใต้ให้คุณฟังมาขนาดนี้ จะไม่ให้เผลอตกหลุมรักอย่างไรไหว

นี่ยังไม่รวมเรื่องราวของ โต-ประกิต และ โอ-สุวัชชรินทร์ ตันโสภณ สองพี่น้องทายาทโรงไม้ ลูกหลานเมืองระนองแท้ ๆ ผู้เป็นเจ้าของ SOOK HOTEL ที่จะทำให้คุณเทใจให้เมืองน่ารักแห่งนี้คูณสอง เกริ่นมาแล้วก็ขอคุยโวสักนิด

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

โรงแรมสุข ตั้งใจนำเสนอความเป็นท้องถิ่นของเมืองระนอง ผ่านตราสัญลักษณ์ของโรงแรม อาหารรสหรอย ห้องพัก ฯลฯ ที่น่าสนใจ คือ การใช้สภาพภูมิอากาศแดนด้ามขวาน อย่าง ‘ฝน 8 แดด 4’ เป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบ แถมตัวอาคารสร้างสรรค์ด้วยกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ประจำจังหวัด อย่างจวนเจ้าเมืองระนอง บ้านร้อยปี เทียนสือ บ้านบูรพาทิศอาทร และข้าวของเครื่องใช้ ประตู หน้าต่าง รวมถึงอิฐโบราณ โรงแรมแห่งนี้จึงดูกลมกลืนเป็นมิตรกับหมู่มวลอาคารเก่าและเพื่อนบ้านบนถนนเรืองราษฎร์ 

ความดีงามอีกอย่าง ที่นี่สร้างขึ้นด้วยแนวคิด Eco-friendly พ่วงด้วยการออกแบบเพื่อทุกคน หรือ Universal Design เป็นการผนึกกำลังเปลี่ยนภาพความคิดเป็นความจริง ระหว่างสองพี่น้องโต-โอ, Code Green Design, PASA Architects และ ซิกมา​ ดีไซน์​แอนด์คอนสตรัคชัน

ความเป็น ‘ระนอง’ ที่ถ่ายทอดผ่าน ‘คนระนอง’ ถูกก่อสร้างอย่างยั่งยืนพร้อมกับ SOOK HOTEL ที่หวังเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ส่งต่อความสุขให้คนมาอยู่และคนมาเยือน ขณะเดียวกันก็เติมชีวิตชีวาและสีสันให้กลับคืนสู่ท้องถิ่นอีกครั้ง

เตรียมเสื้อผ้า จัดกระเป๋า มุ่งหน้าลงใต้ แล้วดื่มด่ำเสน่ห์เมืองระนองให้หรอยจังฮู้ด้วยกัน

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

สุขสร้างได้ ณ บ้านเรา

ครอบครัวตันโสภณเป็นเจ้าของกิจการโรงไม้และนำเข้าไม้จากประเทศพม่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายหลังพี่ชายคนโตตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อพักกายและรักษาตัว ขณะเดียวกันน้องชายคนเล็กก็ตัดสินใจจะทำที่พัก

เดิมที พื้นที่ไร่เศษ ๆ นี้เป็นที่ดินผืนเก่าที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ในเมืองรองเล็ก ๆ มีวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ไม่เล็กซ่อนอยู่ ระนองเป็นเมือง 3 ยุค จากยุคเหมืองแร่สมัยคอซูเจียง ผ่านยุคป่าไม้ สู่ยุคประมง และปรับตัวสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งดิน น้ำ ลม แร่ธาตุ เหมาะเป็นเมืองประกอบอาชีพ เมืองอยู่ และเมืองท่องเที่ยว

“ระนองเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีทรัพยากรทุกอย่างครบ ทั้งภูเขา ป่าไม้ ทะเล ป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ น้ำแร่ น้ำพุร้อน ใต้ทะเลก็ยังมีปะการัง เรียกว่ามีแหล่งท่องเที่ยวครบทุกอย่าง” พี่ชายเปรย ก่อนน้องชายเสริมต่อ “อาหารก็อร่อย มีเอกลักษณ์ด้วย เพราะการทำประมงของระนองเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ทะเลที่นี่เลยมีทั้งปลาพม่า ปลาระนอง”

สองพี่น้องสลับกันแบ่งปันมุมมองของบ้านเกิดที่เขาอยู่มาทั้งชีวิตด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน และเมื่อเราถามถึงจุดเริ่มต้นของ SOOK HOTEL ก็ได้รับคำตอบแสนเรียบง่ายจากผู้เป็นน้องชายว่า “ผมอยากกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น” 

“คำว่าสุขคำเดียวก็เลยครอบคลุมทุกอย่าง เป็นสิ่งที่ทุกคนตามหา” พี่ชายคน ‘โต’ เฉลยสุขในแบบของสุข

 “อ้อ อีกอย่าง คุณแม่ชื่อ สุขใจ ทุกอย่างลงตัวหมดเลย เราเลยไม่ลังเลที่เลือกใช้ชื่อนี้” 

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

อาริยสุข 4

คอนเซ็ปต์ประกอบ สุข โฮเทล มีด้วยกันทั้งหมด 4 ประการ

แรกริเริ่ม คือ บอกเล่าตัวตนตัวเอง ครอบครัว และบ้าน “ครอบครัวเราเป็นคนจีน ทำไม้มาเยอะ เราก็อยากเอาตรงนี้มาเล่า ข้าวของเครื่องใช้ในโรงแรมเป็นงานไม้ซะส่วนใหญ่ เพราะเราอยากเสนอลายไม้ เช่น ไม้สะเดาเขา ตะเคียนทองพม่า เราเอาไม้ที่เหลือจากธุรกิจครอบครัวมาใช้ พวกของสวยงามที่โชว์ในล็อบบี้ เป็นของสะสมของเรา น้องชาย และคุณแม่” 

สองสานฝัน คือ ตอบโจทย์ความชอบส่วนตัว คนน้องชอบความมินิมอล คนพี่ชอบความเป็นศิลปะ มีเนื้อหาในนั้น จึงออกมาเป็นที่พักที่อยู่ตรงกลางระหว่างความชอบของทั้งคู่ น้อยแต่มากแห่งนี้ และโตยังเสริมดีเทลอีกว่า “ความมินิมอลแรกที่น่าจะสะดุดตาคือชื่อโรงแรม เราใช้ฟอนต์เรียบง่าย สงบสุข ตามคาแรกเตอร์เลย” 

สามสำคัญ คือ ถ่ายทอดความเป็นระนองทุกซอกทุกมุมบนที่ดินผืนนี้ ประเดิมด้วยโลโก้ รูปลักษณ์คล้ายตราประทับประจำตระกูล ณ ระนอง ต้นตระกูลเก่าแก่สมัยก่อน วงกลมวงนี้เติมเต็มด้วยลวดลายโชว์ความเป็นระนอง ทั้งน้ำตก ภูเขา น้ำพุร้อน ต้นโกงกาง และที่ขาดไม่ได้เลยคือ สายฝนและพระอาทิตย์ นอกจากรูปตราประทับจะเป็นโลโก้ด้วยแล้ว ยังมีกิมมิกสนุก ๆ อีกอย่างคือ 

“เราใช้เป็นตราประทับเวลาส่งจดหมายหรือโปสการ์ด เราชอบความคลาสสิกของโปสการ์ด ชอบเวลาได้รับสิ่งที่เราสแนปส่งกลับมาที่บ้าน เราเลยทำโปสการ์ดให้ลูกค้า เพื่อให้เขาได้สัมผัสความรู้สึกนั้นเหมือนกัน” เราอยากเขียนโปสการ์ดแล้วประทับตราขึ้นมาทันทีที่ฟังผู้เป็นพี่ชายเล่า

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

ความเป็นระนองถ่ายทอดต่อไปในส่วนสำคัญ สิ่งที่เป็นหัวใจของที่นี่ ก็คือสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในโรงแรม ได้กลิ่นอายความเป็นระนองเต็ม ๆ ผ่านตึกที่แฝงสไตล์จีนระนอง ได้แรงบันดาลใจมาจากบ้านร้อยปี เทียนสือ บ้านเก่าอายุ 150 ปีในระนอง ถ่ายทอดผ่านภายนอก อย่างโครงสร้างตึก หลังคา ทางเดิน และภายในตกแต่งด้วยสิ่งที่โชว์ความเป็นระนอง ทั้งเก้าอี้แบบแบบโรงเตี๊ยมเอย ประตูล็อบบี้ทรงคล้ายประตูจีนเอย รูปทรงหน้าต่างตามแบบฉบับบ้านเก่าในระนองเอย เจ้าบ้านยังฝากไว้ว่า “ที่นี่มีความเป็นระนองอยู่ในทุกก้าวที่คุณเดิน”

และ สี่สุดท้าย คือ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Eco-friendly ความตั้งใจของเจ้าบ้านคือ อยากลดขยะเหลือทิ้งจำนวนมากจากสิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง ที่นี่จึงไม่มีขวดน้ำพลาสติก สบู่แชมพูเป็นขวดแบบรีฟิล มีการคัดแยกขยะในกระบวนการสุดท้ายก่อนนำไปทิ้ง

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

สุขใจ สบายกาย

จวนเจ้าเมืองระนอง เป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง สองพี่น้องจึงตัดสินใจร่วมกับนักออกแบบ ถอดแบบความเป็นจวนใส่เข้าไปในล็อบบี้ อาคารทรงจีนโบราณ ตรงกลางเป็นห้องโถงใหญ่ มีหลังคาสูง ประตูสูง ประตูหน้าต่างเปิดต้อนรับผู้มาเยือน โดดเด่นด้วยโคมไฟสานด้วยต้นคุ้ม​ พืชท้องถิ่นในป่า​คล้ายหวาย ที่ประดับไว้บนเพดานจากฝีมือจักสานของช่างท้องถิ่น

ใบไม้เขียวขจีจากต้นไม้โดยรอบคอยให้ร่มเงา สวนขนาดย่อมทั้งหมดนี้เกิดจากความรักต้นไม้ของสองพี่น้อง จึงให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว ไม้เล็ก ไม้ใหญ่ ไม้เลื้อย ไม้ประดับส่ายใบอ่อนเริงระบำไปกับสายลม ทั้งคู่เล่าให้เราฟังว่า มีต้นไม้ที่โปรดปรานของเขาทั้งสองด้วย

“เราภูมิใจนำเสนอต้นยางอินเดียมาก ซื้อมาในระนอง มันเหลือ 3 – 4 ต้น เขาเลยขายให้ เราก็ซื้อมาชำ ได้เพิ่มมาเพียบเลย” พี่ชายเล่าอย่างมีความสุขถึงเนอสเซอรี่ต้นไม้ของเขา

“แล้วก็มีมอนสเตอร่า เอามาปลูกให้เลื้อยกำแพงตรงทางเดิน เราว่าน่าจะเหมาะกับภูมิอากาศ เพราะตรงนั้นอากาศชื้น” น้องชายแนะนำให้เรารู้จักพันธุ์ไม้อีกต้น และบรรยากาศโดยรอบยังเต็มไปด้วยแมกไม้ท้องถิ่นที่เริ่มหายากในปัจจุบัน เช่น ต้นกันเกราหรือเรียกอีกอย่างว่าต้นตำเสา กับกล้วยไม้โกมาชุมในจังหวัดประดับแซมต้นไม้ใหญ่

ต่อไปเป็นส่วนสำคัญ นั่นก็คือห้องพักที่จะทำให้ทุกคนได้ Have a Nice Stay ไปกับสัญลักษณ์ความเป็นเมืองระนอง อย่างแนวคิด ‘ฝน 8 แดด 4’

“เราอยากหยิบความเป็นระนองมาใส่ ก็นั่งนึกว่าระนองมีอะไรบ้าง มีฝนตกมากกว่าแดดออก อันนี้ชัดที่สุด” พี่ชายคนโตเผยที่มาพร้อมเสียงหัวเราะ

SOOK HOTEL ประกอบด้วยห้องพักทั้งหมด 41 ห้อง แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ประจันหน้าเข้าหากัน ทั้งฝั่งฝนเย็นฉ่ำชุ่ม และฝั่งแดดแสนอบอุ่น

ลองจินตนาการไปพร้อม ๆ กับเรา เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ล็อบบี้โรงแรมแล้วเหลียวไปทางขวาจะพบกับฝั่งฝน ชั้นสองจวบจนชั้นสามเป็นที่อยู่ของห้องสแตนดาร์ดฝน ภายในห้องพักคุมโทนด้วยสีฟ้าเบบี้บลู สัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผ่านประตูเข้ามาในห้อง ถึงกลิ่นอายความชุ่มฉ่ำ ความเย็นของสายน้ำ ช่วยปลอบประโลมและให้ความรู้สึกผ่อนคลาย 

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

เมื่อพักกายพักใจได้พักหนึ่ง เราขอพาทุกคนเดินลงบันไดมาสำรวจห้องพักในชั้นล่างสุดต่อ (อ้อ แอบกระซิบว่าที่นี่ไม่มีลิฟต์สักตัว เพราะไม่ต้องการก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงาน รวมทั้งอยากให้คนสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง) แต่ไม่ต้องกังวลใจแม้ไม่มีลิฟต์ เพราะบันไดที่นี่ออกแบบขั้นไม่ให้สูงชัน ลูกนอนบันไดกว้าง และลูกตั้งไม่สูงมาก ออกแบบเพื่อรองรับทุกคน ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้เดินอยู่บนบันได และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้สูงอายุให้เดินสนุก ไม่สะดุดทุกย่างก้าว

พื้นที่ชั้นแรกแต่เป็นห้องโซนสุดท้ายของฝั่งฝน คือห้องซูพีเรียร์ฝนและห้องวิวสระว่ายน้ำ สำหรับใครที่ชอบกิจกรรมว่ายน้ำและรักความสดชื่นขั้นสุด เราขอแนะนำ 3 ห้องนี้ ขมิ้น มังคุด อัญชัน ความพิเศษอยู่ที่ดีไซน์ของแต่ละห้อง โทนสีแตกต่างกันออกไปตามชื่อ เราเชื่อว่าทุกคนคงแอบเดากันบ้างแล้ว จะเฉลยให้ว่า ขมิ้นจะเป็นโทนเหลืองสดใส ให้พลังงานดี ๆ มังคุดโดดเด่นด้วยสีโทนม่วงอ่อน หวานอ่อนโยนอย่างมีมิติ และอัญชันโทนฟ้า สีไม่ผิดแผกจากกลีบดอก เพียงแต่เจือจางให้เหลือความสบายตา เพียงไม่กี่สิบก้าวจากประตูห้อง ก็เปลี่ยนอิริยาบถลงสระน้ำได้เลย

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

ข้ามมาที่ฝั่งตรงข้ามขนานกับฝั่งฝน ก็คือฝั่งแดด ชั้นสองชั้นสามเป็นห้องสแตนดาร์ดแดด ภายในห้องตกแต่งด้วยสีประจำตัวของดวงอาทิตย์ สีเหลืองเรืองรองอำไพถูกปรับลดความเปล่งประกาย เป็นเหลืองนวลอำพัน เจ้าบ้านเลือกใช้ไม้โทนเหลืองประดับหัวเตียง มุมแดดจึงอบอุ่น เหมาะกับการพักกายเพื่อพักใจอย่างแท้จริง

ห้องริมสุดของสองชั้นนี้ ประกอบด้วย ห้องดีลักซ์สุข และ ดีลักซ์สบาย ทั้งสองตกแต่งด้วยโทนสีขาว เหมาะสำหรับคู่รัก บรรยากาศหวาน ๆ ไม่หวือหวา เพียงแต่ห้องดีลักซ์จะกว้างสบายกว่า และผ่อนคลายได้ด้วยการแช่จากุซซี่

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ
โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

ชั้นแรกของฝั่งแดดเป็นพื้นที่สำหรับครอบครัว มีห้อง Family Standard และ ห้อง Family Deluxe ออกแบบตามหลัก Universal Design คำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้สูงอายุและผู้พิการเป็นสำคัญ มีทางลาดสำหรับรถเข็น แยกออกจากประตูทางเข้าหลักจนถึงห้องพัก ประตูบานใหญ่เปิดออกจะพบกับขนาดพื้นที่ 50 ตร.ม. พร้อมกับทางเดินที่กว้างกว่าห้องทั่วไป เพื่อให้รถเข็นเข้าออกได้โดยไร้สิ่งกีดขวาง พื้นที่ในห้องไม่มีสเต็ป เสมอกันทุกตารางเมตร ภายในห้องน้ำมีราวจับ มีที่นั่งอาบน้ำสำหรับผู้สูงอายุ

ที่นี่รองรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง เพราะนอกจากดีไซน์ที่พักจะเน้นความสุขสงบ รวมทั้งมีสระว่ายน้ำสำหรับผู้คนที่อยากทำกิจกรรมแล้ว ยังมี Public Space ข้างสระว่ายน้ำ เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการนั่งทำงานรับลมอ่อน ๆ หรือถ้าหากมีประชุมด้วย ก็ปิดประตูแล้วเปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้บรรยากาศความเป็นส่วนตัวสำหรับการประชุมได้

พื้นที่ส่วนนี้เหมาะสำหรับนั่งชมไอแดดกระทบผิวน้ำ ระยิบระยับบางเบาในตอนเย็นเป็นที่สุด

กินดี มีสุข

คนเราเริ่มต้นวันใหม่ดี ๆ ได้ง่าย ๆ แค่ได้มื้อเช้ามาเติมเต็ม

มื้อเช้าในแบบของสุข จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สองพี่น้องตั้งใจสื่อความเป็นระนองผ่านความพิถีพิถันในทุกจาน

“เราอยากให้เขามากินแล้วได้รสชาติความเป็นระนอง” พี่ชายเปรย

เจ้าบ้านสุข จึงเลือก ‘หมูฮ้อง’ หรืออีกหนึ่งชื่อที่คนระนองนิยมเรียกกันติดปากว่า ‘หมูค้อง’ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่ ประหนึ่งว่าถ้าไม่กินคือมาไม่ถึงเสิร์ฟเป็นจานหลัก หมูฮ้องสูตรลับ ๆ ฉบับสุขปรุงตามตำราสูตรเก่าแก่ ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เติมรสด้วยซีอิ๊วสูตรโบราณ (ถ้าชิมซีอิ๊วแล้วติดใจ อย่ารอช้า! ขอให้ตามมาดูต่อได้ที่สุขคัดสรร) 

อีกหนึ่งเมนูที่ชาวระนองนิยมทานกันเป็นอาหารเช้าคู่กับปาท่องโก๋ คือ ขนมจีนน้ำยาปลา กลิ่นเครื่องแกงคลอด้วยสมุนไพรในน้ำยาร้อน ๆ รสชาติถึงเครื่องด้วยพริกแกงใต้ เข้มข้นด้วยเนื้อปลาเน้น ๆ ชนิดที่ตักไปก็เจอแต่ปลา ๆๆ ถ้าได้ทานสักจานเป็นมื้อเช้า คงมีแบตเตอรี่ชีวิตเต็มร้อยไปทั้งวัน

อาหารเช้าของ SOOK HOTEL มีทั้งบุฟเฟต์และอาหารเซ็ต ขึ้นอยู่กับจำนวนแขกที่มาพักในแต่ละซีซั่น เพื่อลดปริมาณอาหารเหลือทิ้งโดยไม่จำเป็น แต่ไม่ว่าจะเป็นการเสิร์ฟในรูปแบบใด เมนูอาหารหลักก็ไม่ต่างกัน หมูฮ้องและขนมจีนน้ำยา เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ที่เจ้าบ้านอยากให้ทุกคนได้ลอง ส่วนเรื่องปริมาณหายห่วงได้เลย แม้ว่าจะเป็นอาหารเซ็ต ก็มีทั้งจานหลัก จานรอง ข้าว 1 อย่าง แกง 2 อย่าง ตบท้ายด้วยสลัดบาร์หรือชากาแฟ อิ่มหนำไม่แพ้บุฟเฟต์หลักเช่นกัน

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ
โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

สุขคัดสรร

“ในละแวกโรงแรมเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง แถวนี้มีร้านอาหาร ข้างหน้าก็เป็นถนนคนเดิน ที่พักเราไม่มีร้านอาหาร คาเฟ่ หรือของฝากเยอะ ๆ เพราะงั้นแขกที่มา เขาก็จะออกไปข้างนอก ไปใช้บริการร้านอาหารท้องถิ่น เราจะมีคำแนะนำให้ และมีของหายากที่คัดมาให้แขก ซึ่งก็มาจากคนในชุมชนอีกเหมือนกัน” ของหายากที่โตว่านั้น มีมาแนะนำ 3 อย่างหลัก ๆ ได้แก่ ซีอิ๊วโฮมเมดโบราณตรานกแก้ว กาแฟโรบัสต้า และชาพม่า

ซีอิ๊วโบราณสูตรดั้งเดิมกว่า 80 ปีของระนอง เป็นซีอิ๊วโฮมเมดที่มีฤดูบ่มเฉพาะ แต่สุขคัดสรรได้สั่งตุนเอาไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว 

กาแฟโรบัสต้า ที่ปลูกตามชุมชนระนอง อันนี้ได้มาจากดีเจนักข่าวคนหนึ่งที่พยายามโปรโมตกาแฟระนอง เขาไปตระเวนตามชุมชนที่ปลูกกาแฟระนอง และเอากาแฟมาคั่วเอง แบ่งเปลือกกาแฟมา เป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผลผลิต” โตเล่าถึงเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีที่หอมและเข้มข้น หาไม่ได้จากถิ่นอื่น

ในแต่ละห้องพัก เจ้าบ้านจะเตรียมชาพม่าไว้รับแขก ส่วนมากที่ได้ชิมติดใจ ต้องกลับมาถามหา สุขจึงคัดสรรชาพม่ามาไว้ ให้สะดวกสำหรับทุกคน

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่สุขคัดสรรมาแล้วนั้น ที่นี่ยังคัดสรรที่กินที่เที่ยวบริเวณโดยรอบเมืองมาบอกต่อด้วย ชนิดว่าใครอยากกินอาหารแบบไหน ท่องเที่ยวสไตล์ใด ขอแค่เดินมาถามไถ่ ทุกคนในสุขจะเลือกร้านมาตอบโจทย์ทุกคนได้ทั้งหมด 

“เราอยากให้แขกออกไปใช้ชีวิต ไปสำรวจ ไปซื้อหาของชาวบ้าน ไปเยี่ยมเยือนร้านต่าง ๆ ในชุมชน อยากไปไหนมาถามเราได้เลย เรามีความสุขที่ได้แนะนำมาก ๆ” ความตั้งใจของโตส่งผ่านน้ำเสียงที่จริงใจ

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ
โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

สุขทริป

ถ้าใครอยากสุข พักที่ สุข โฮเทล รับรองว่าครบครัน เพราะนอกจากเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ยังมีทริปท่องเที่ยวมากมาย พร้อมชวนทุกคนรับบทนักเดินทาง ออกสำรวจสิ่งเล็ก ๆ รอบเมืองระนอง

“ถ้าไปเสิร์ชหาในกูเกิล มันก็ขึ้นแค่จังหวัดหนึ่ง ยังมีหลาย ๆ อย่างที่เรายังไม่เห็นอีกเยอะ ซึ่งหลายคนบอกว่า มาระนองอาจจะมาครั้งเดียวไม่หมด อาจจะครั้งหนึ่งลงเกาะ อีกครั้งไปภูเขา ไปเดินป่าก็มีนะ” โตเกริ่นก่อนแนะนำสุขทริป

มาเยือนจังหวัดที่รายล้อมไปด้วยหมู่เกาะอย่างระนองทั้งที พลาดไม่ได้กับทริปดำน้ำ (บุคคลผู้จัดทริปพิเศษนี้ เป็นเพื่อนของเจ้าบ้านที่ทำทัวร์ท่องเที่ยวด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม) พิเศษสุดที่สุขทริป จะพาทุกคนไปดำน้ำ 3 เกาะ ทั้งเกาะกำ เกาะค้างคาว เกาะญี่ปุ่น รวมเรียกว่าหมู่เกาะกำ หมู่เกาะรักสันโดษ ห่างจากทะเลระนองออกไป อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน อำเภอกะเปอร์ ขับรถจากตัวเมืองเพียง 45 นาที ก็จะได้เข้าสู่โลกทางทะเล กิจกรรมสุดแสนสนุกรออยู่เพียบทั้งดำน้ำ สน็อกเกิ้ล ว่ายน้ำแข่งกับปลาการ์ตูน ชมหมู่มวลปะการัง  

“ถ้าไปที่นี่ห้ามพลาด มีไฮไลต์คือ ถึงเกาะปุ๊บจะมีทางเดินขึ้นไปจุดชมวิว มองลงมาเห็นหาดเป็นพระจัทร์ครึ่งเสี้ยว” ถ้าอยากรู้ว่าสวยงามขนาดไหน คงต้องมาชมด้วยตาตัวเองตามที่โตแนะนำ

มาต่อกันอีกทริปสำหรับสายชิลล์ กับการเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ที่แหลมนาว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่บนเกาะ ต้องนั่งเรือไป  ไม่มีถนนเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านอยู่กันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ และต้องการรักษาความสงบ  แต่คนที่แวะเวียนมาสามารถเข้าไปชมบรรยากาศบ้าน ชมวัฒนธรรม นั่งเรือ กินอาหารทะเล ตกปลา ไปลองใช้ชีวิตได้

หรือสำหรับสายสำรวจธรรมชาติ สุขทริปก็ได้เตรียม ทริปคลองลัดโนด ไปลุยโคลนปลูกป่าชายเลน นั่งเรือชมธรรมชาติ ดูป่าโกงกาง เล่นน้ำ ตบท้ายด้วยล่องแพใหญ่ ทานข้าวจากกลุ่มแม่บ้านชาวลัดโนด มีกุ้ง หอย ปู ปลา ทำสดพร้อมเสิร์ฟ

“กินข้าวเที่ยงเสร็จนั่งแพกลับ ระหว่างเรือลากแพ จะเล่นน้ำตรงไหนก็บอกให้จอดได้เลย” โตเสริมความสนุก

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

สุขสู่ชุมชน

“ความตั้งใจที่เราอยากนำเสนอทุกอย่างที่เป็นท้องถิ่น เราก็อยากให้มาจากคนในท้องถิ่นด้วยเช่นกัน” น้องชายย้ำ

อาหารและวัตถุดิบท้องถิ่นที่เราเล่าไป เป็นเพียงหนึ่งส่วนเล็ก ๆ 

“มันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนเราสร้าง เราพยายามใช้ช่างท้องถิ่น ผู้รับเหมาท้องถิ่น งานไม้ก็ท้องถิ่น เพราะต้องการให้เกิดการกระจายรายได้” โอเผยกุญแจสำคัญในการเกิดขึ้นของสุข

นอกจากให้ความสำคัญกับเรื่องราวความเป็นเมือง SOOK HOTEL ยังไม่ละเลยกลุ่มคนผู้เป็นพลังสำคัญ นั่นก็คือพนักงานและคนในชุมชน ผู้คนในจังหวัดมีโอกาสในเส้นทางการทำงานที่หลากหลายขึ้นจากการเกิดขึ้นของสุข มีพื้นที่สำหรับคนรักงานบริการและงานโรงแรม แม่บ้านก็เป็นคนเก่าแก่ของที่นี่ตั้งแต่สมัยทำโรงไม้ โตและโอไม่ทอดทิ้งทุกคนในเมืองระนองแห่งนี้ ทุกคนอยู่กันเหมือนเพื่อน เหมือนพี่ เหมือนน้อง

“คนระนองใจดี เป็นมิตร พึ่งพาอาศัยกันได้” คำบอกเล่าจากโต ทำให้เราสัมผัสสิ่งที่เขาบอกได้จริง จากตัวเขาเอง

แม้ในยามวิกฤตโควิดที่ผ่านมา สองพี่น้องก็ละเว้นการเก็บค่าเช่าพื้นที่ในส่วนสุขปาร์คด้านหน้าโรงแรม เพราะเห็นใจผู้เช่าที่ขาดแคลนรายได้ จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม สุข โฮเทล ถึงเป็นที่รักและสร้างความสุขให้คนในพื่นที่และนักท่องเที่ยว

“ถ้าได้มาสัมผัส แล้วจะรู้ว่าระนองเป็นเมืองน่ารัก มันมีความหลากหลายจริง ๆ ถึงเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายท้องถิ่น” โอเสริมความน่ารักของบ้านเกิดของเขา

“คุณไปเที่ยว ได้ใช้เวลาเข้าไปอยู่กับชาวบ้าน แต่ละชุมชนมีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน ด้วยตัวพี่และพี่โอเป็นคนระนองตั้งแต่เกิด เรารู้ว่าระนองเป็นยังไง เรามีแหล่งข้อมูลของเรา ตรงนี้มีเสน่ห์แบบนี้นะ เราเลยพยายามชูตรงนี้ขึ้นมา” โตเชิญชวนทิ้งท้ายอีกครั้ง เพราะอยากให้ทุกคนได้ไปสัมผัสชีวิตที่ระนองแบบที่เขาประทับใจ ซึ่งบอกเล่าวันนี้พรุ่งนี้ หรือเขียนสิบหน้ากระดาษ A4 ก็คงแจงดีเทลสุขนี้ไม่หมด

“รายละเอียดยังมีอีกเยอะ ต้องมาลองพักดู เรายินดีต้อนรับเสมอ”

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

SOOK HOTEL

ที่ตั้ง : 283 ถนนเรืองราษฎร์ ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 093 581 2500

เว็บไซต์ : www.sookhotel.com

Facebook : SOOK HOTEL

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

อรรถชัย สมเพชร

อาชีพช่างภาพ ความสุขของผมคือการถ่ายภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load