ใครที่มาลำปางจนเชี่ยวย่อมรู้ดีว่าเมืองแห่งนี้มีอาคารบ้านเรือนเก่าแก่และทรงคุณค่าให้เที่ยวชมมากมาย โดยเฉพาะที่ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล ยืนโดดเด่นเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์และยืนยันคำกล่าว “คนงามต้องลำพูน แม่บุญต้องเชียงใหม่ ทันสมัยต้องลำปาง” ที่สะท้อนความรุ่งเรืองเฟื่องฟูในยุคสัมปทานป่าไม้ ซึ่งส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในชุมชนกาดกองต้าและท่ามะโอ

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง

แต่จากนี้ไปบรรดานักท่องเมืองเก่าอาจต้องจับรถม้า คว้ารถสองแถวไปแอ่วฝั่งสบตุ๋ยกันบ้าง เพราะเมื่อไม่นานมานี้ เรือนโบราณระดับเพชรเม็ดงามที่อยู่คู่ลำปางมานานร่วมศตวรรษ อดีตเคหสถานของ มหาอำมาตย์ตรี พระยาสุเรนทรราชเสนา (เจิม จารุจินดา) ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางคนแรกได้ฟื้นคืนความมีชีวิตชีวาสู่บทบาทร้านอาหาร ‘บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์’ ให้เราตามไปสัมผัสความทรงจำวันวาน ละเลียดอาหารคาวหวานเลิศรสท่ามกลางมนตร์เสน่ห์ของอาคารประวัติศาสตร์รายละเอียดสมบูรณ์แบบ และกลิ่นอายบรรยากาศลำปางแห่งความหลังครั้งสมัยที่วิศกรชาวเยอรมันยังเดินปะปนกับชาวบ้านร้านตลาด บริติชคลับริมแม่น้ำวังคลาคล่ำไปด้วยนายห้างชาวอังกฤษ และพ่อค้าชาวจีนตะแคงนอนสูบฝิ่นกันอย่างเสรี

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง

1

เรือนผู้ว่า

ผมพยายามนึกภาพตามถ้อยความทรงจำของ ป้าเล็ก-พยอม ตุ่นแจ้ ผู้ดูแลบ้าน ขณะย้อนเล่าถึงสภาพแวดล้อมรอบรั้วในอดีตซึ่งแตกต่างสิ้นเชิงกับปัจจุบัน จากท้องทุ่งหน้าบ้านกลายเป็นย่านธุรกิจ ใกล้เคียงกันคือโรงยาฝิ่นแปรสภาพเป็นอาคารร้านค้า หรือบริเวณคอกม้าท้ายบ้านทุกวันนี้ก็ผุดขึ้นเป็นสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล 5

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง

ทุกสิ่งผันเปลี่ยนไปตามกาล แต่มีสิ่งหนึ่งที่ป้าเล็กยืนยันว่าไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่วัยแรกขวบจวบจน 67 ปี คือ ‘บ้านเจิมสุข’ หลังนี้ ที่ แม่เลี้ยงกิมเนย ดวงรัตน์ แม่บุญธรรมของท่านตัดสินใจซื้อและย้ายครอบครัวมาอยู่อาศัยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

หากย้อนกลับไปสมัยแผ่นดินในรัชกาลที่ 6 ย่อมไม่มีชาวลำปางคนไหนไม่รู้จักบ้านเจิมสุข เรือนทรงโคโลเนียล 2 ชั้นหลังโตโอ่อ่า สวยสง่าด้วยหลังคาทรงปั้นหยาพร้อมมีมุขยื่นหกเหลี่ยมและระเบียงกว้างตามสมัยนิยม เพราะไม่เพียงเป็นสถาปัตยกรรมกลิ่นอายตะวันตกแบบดั้งเดิมที่สร้างมาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 5 ทว่ายังเป็นบ้านพักของมหาอำมาตย์ตรี พระยาสุเรนทรราชเสนา (เจิม จารุจินดา) บุตรของพระยารัตนสมบัติ (แป๊ะ จารุจินดา) และคุณเปลี่ยน จารุจินดา ปลัดมณฑลประจำจังหวัดลำปาง เมื่อ พ.ศ. 2453 ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่ากับผู้ว่าราชการคนแรกของจังหวัด

โดยพระยาสุเรนทรราชเสนานี่เองที่เป็นที่มาของชื่อ ‘ถนนสุเรนทร์’ สายจากสามแยกโรงน้ำแข็งมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟนครลำปาง และเป็นหัวหน้าเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีพระนางเจ้ารำไพพรรณี ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลฝ่ายเหนือและมลฑลพายัพ อันถือเป็นอีกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญของลำปาง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมราชจักรีวงศ์เสด็จฯ สู่นครลำปางหลังพระบรมราชาภิเษก รวมทั้งเป็นผู้แทนรับพระราชทานพระแสงราชศัสตราประจำเมือง สัญลักษณ์แทนพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2469 ซึ่งยังคงประดิษฐาน ณ สำนักงานคลังจังหวัดลำปางมาจนถึงทุกวันนี้

2

สู่บ้านแม่เลี้ยง

ภายหลังจากพระยาสุเรนทรราชเสนาถึงแก่อนิจกรรม สถานการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ในลำปางก็ครุกรุ่นรุนแรงขึ้นจากการเข้ามาของกองทัพญี่ปุ่นเพื่อปักหลักตั้งกองบัญชาการ ยึดกิจการของชาวตะวันตกและอาคารสำคัญต่างๆ พร้อมกับฝ่ายสัมพันธมิตรที่โปรยระเบิดโจมตีทางอากาศ เวลาเดียวกันนั้นเองที่บ้านเจิมสุขถูกขายต่อให้กับแม่เลี้ยงกิมเนย ดวงรัตน์ เจ้าของโรงงานน้ำแข็งแห่งแรกๆ ของจังหวัด เรือนหลังงามจึงผลัดเปลี่ยนผู้อยู่อาศัยมาสู่ตระกูลดวงรัตน์นับแต่นั้นเป็นต้นมา

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง

“ยาย (แม่เลี้ยงกิมเนย) ขายบ้านเก่าแถวตลาดจีนแล้วซื้อบ้านหลังนี้มาในราคาสองหมื่นบาท เพราะคุณบุญทอง สามีของท่านอยากมีพื้นที่บ้านกว้างหน่อยเอาไว้เลี้ยงม้า แล้วก็ให้ลูกหลานและคนงานรับใช้ได้อยู่กันอย่างสุขสบาย”

ป้าเล็กยิ้มพลางเล่าต่อว่า สมัยนั้นตัวท่านเองอยู่อาศัยในเรือนหลังใหญ่กับแม่เลี้ยงกิมเนย คอยปรนนิบัติแม่เลี้ยงและดูแลคุณนนท์ ดวงรัตน์ หลานชายที่น่ารักคนที่ 3 ส่วนเรือนหลังเล็กที่มีทางเดินเชื่อมอาคารบริเวณชั้นสอง เป็นห้องพักของครอบครัวคนขับรถ และเรือนไม้ท้ายบ้านเป็นของคนสวน

แต่แล้วจู่ๆ แววตาแจ่มใสของป้าเล็กกลับระคนเศร้า เมื่อพลั่งพรูเรื่องราวมาจนถึงช่วงประเพณีปีใหม่เมือง (สงกรานต์ล้านนา) ที่บรรยากาศในบ้านแสนจะสนุกสนาน ครื้นเครง เมื่อส่งสวัสดิ์ ดวงรัตน์ ลูกชายคนเดียวของแม่เลี้ยงพาหลานทั้ง 4 จากกรุงเทพฯ ขึ้นมารดน้ำดำหัวคุณย่ากันพร้อมหน้าพร้อมตา เจ้าตัวน้อยวิ่งเล่นบนลานสนามหญ้า ส่งเสียงเจื้อยแจ้วลั่นบ้านให้ทุกคนหัวเราะกันจนเหนื่อยอ่อน นี่คือเหตุการณ์ที่ป้าเล็กบอกว่าสุขใจทุกคราวยามได้นึกย้อน เป็นความสุขที่ชวนเปล่าเปลี่ยวเมื่อผันผ่าน ไม่ต่างกับบรรยากาศเคว้งคว้างของบ้านในวันที่แม่เลี้ยงจากไป

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง
บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง

พ.ศ. 2546 ผ่านงานโศกของแม่เลี้ยงกิมเนยได้ 1 ปี ป้าเล็กก็ตัดสินใจหอบสัมภาระเข้าเมืองกรุงมาร่ำเรียนวิชาอาหารไทยที่โรงเรียนศิลปศาสตร์การอาหารไทย หม่อมหลวงพวง ทินกร ก่อนสบโอกาสเริ่มงานเป็นเชฟอาหารไทยในโรงแรมหรู ตลอดจนตระเวนเก็บเกี่ยวประสบการณ์งานครัวอยู่ต่างแดน แน่นอน คงไม่มีใครคาดคิดว่าเรือนโบราณที่ถูกปิดประตูไปนานเกือบ 2 ทศวรรษจะถูกผลักบานออกอีกครั้ง กระทั่งเมื่อป้าเล็กได้รับคำไหว้วานจาก นนท์ ดวงรัตน์ ให้ช่วยกลับมาดูแลบ้าน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการปลุกปั้นทำร้านอาหาร ‘บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์’

3

เปิดปรับปรุง

“เรากับป้าเล็กเป็นรู้จักกันมาประมาณสิบกว่าปี ตั้งแต่สมัยที่ยังทำงานอยู่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท ตอนนั้นป้าเล็กเป็น Executive Thai Chef พอเราออกมาเปิดธุรกิจร้านอาหาร ‘มาดามมูเซอร์’ สาขาแรกแถวถนนพระอาทิตย์ เลยชวนป้ามาเป็นเชฟและช่วยกันทำร้าน จนทุกอย่างเข้าที่ ป้าจึงขอออกเดินทางท่องเที่ยวและไปเก็บประสบการณ์ทำอาหารอยู่ต่างประเทศ

“ผ่านไปหลายปี วันหนึ่งป้าก็แวะมาหาเราที่ร้านแล้วเอ่ยปากชวนให้ไปเที่ยวบ้านที่จังหวัดลำปาง ซึ่งเราเองไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะอยู่บ้านใหญ่โตขนาดนี้ พอได้มาเห็นและฟังเรื่องราวของบ้านก็หลงรักทันที พร้อมกับผุดความคิดชวนป้าว่าน่าจะลองเปิดเป็นร้านอาหารดู”

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง

ด้วยความที่เติบโตมาในครอบครัวของสล่า (ช่างฝีมือ) ล้านนาและธุรกิจค้าของโบราณ ทำให้ น้อง-พัชริน วรรณวิจิตร ซึมซับความหลงใหลในมรดกทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และข้าวของเครื่องใช้จากยุคอดีต ประกอบกับประสบการณ์ทำงานในโรงแรมระดับไฮเอนด์ที่จุดประกายมุมมองให้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการยกระดับคุณค่าอัตลักษณ์ท้องถิ่น ธุรกิจของเธอจึงประสบความสำเร็จในการเนรมิตเรือนไม้เก่าให้กลายเป็นร้านอาหาร ที่ยังคงรักษามนตร์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมเดิมอย่างสร้างสรรค์ สิ่งนี้ช่วยยืนยันความเชื่อมั่นของเจ้าของบ้านผู้เป็นทายาทรุ่นหลานของแม่เลี้ยงเนย และทำให้เธอได้รับโอกาสชุบชีวิตอาคารประวัติศาสตร์หลังนี้ขึ้นอีกครั้ง

“เราค่อนข้างให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดั้งเดิม บริบทแวดล้อม และพื้นที่สีเขียว แนวคิดหลักในการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารจึงต้องคำนึงทั้งเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน การผสานงานระบบสมัยใหม่ให้กลมกลืนและไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร”

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง
บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง

คุณน้องเสริมต่อว่า งานหนักที่ต้องใส่ใจไม่แพ้กัน คือการปรับปรุงภูมิทัศน์และการออกแบบตกแต่งภายใน ซึ่งทำให้เธอต้องทำการบ้านค้นคว้าประวัติศาสตร์ของอาคารและเมืองลำปาง ก่อนร่วมงานกับนักออกแบบสร้างสรรค์พื้นที่ใช้สอยกว่า 8 ไร่ รวมถึงปรับโฉมภายในให้อบอวลบรรยากาศวันวาน เพื่อเสริมรายละเอียดของอาคารเสมือนได้กลับมามีลมหายใจใกล้เคียงกับยุคสมัยของมันมากที่สุด

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง

4

รักที่จะรักษา

พุ่มกุหลาบจากสวนสไตล์อังกฤษยังรำเพยกลิ่นอ่อนหวานมาถึงใต้ชายคา สิ่งแรกที่สะดุดตาทันทีที่ก้าวเข้ามาภายในอาคารสีเหลืองนวล คือโต๊ะไม้รูปทรงคล้ายเปียโนสำหรับเด็ก ป้าเล็กบอกผมว่านี่คือโต๊ะที่เธอรักมาก เพราะเป็นโต๊ะบัญชีตัวโปรดของแม่เลี้ยงกิมเนย หญิงสาวใบหน้ายิ้มแย้มข้างชายหนุ่มมาดสุขุมในกรอบแขวนบนผนังฝั่งขวา

ปัจจุบันห้องหับต่างๆ ในบ้านหลังนี้ถูกปรับเปลี่ยนการใช้งานใหม่เพื่อรองรับการให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม โดยชั้นล่างประกอบด้วยห้องรับรองสไตล์วิกตอเรียน หรูหรา ระยิบระยับ และค็อกเทลบาร์บรรยากาศแบบทรอปิคอล ซึ่งประดับตกแต่งด้วยต้นปาล์มสิบสองปันนาและต้นจั๋ง รวมถึงรูปภาพรวมไลฟ์สไตล์ของชาวต่างชาติในยุคสัมปทานป่าไม้ที่ได้รับการอนุเคราะห์สำเนาภาพมาจากอาจารย์สุวภรณ์ ชูโต

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง
บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง

ถัดมาบริเวณบันไดทางขึ้นชั้นสองมี ‘ตู้มั่นคง’ หรือตู้เซฟสุดคลาสสิก พร้อมภาพชุดเกี่ยวกับวิถีชีวิตนายห้างค้าไม้ให้ชื่นชม โดยบางส่วนได้รับการอนุเคราะห์สำเนาภาพจาก ศ.ดร.กิตติชัย วัฒนานิกร และจัดว่าเป็นภาพหาชมยากยิ่ง เนื่องจากต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ ซึ่งเป็นทายาทของ หลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์ นายห้างค้าไม้และลูกชายแหม่มแอนนา เลียวโนเวนส์ ครูสอนภาษาอังกฤษในราชสำนักสยามในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่อาศัยอยู่ประเทศอังกฤษ

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง

เมื่อเดินขึ้นมายังชั้นสอง ก็จะพบกับห้องรับรองหกเหลี่ยมกึ่งห้องสมุดและแกลเลอรี่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้

 นอกจากนี้ด้านนอกอาคารยังมีจุดห้ามพลาด อย่างโคมไฟสนามเก่าแก่จากอังกฤษระบุ ค.ศ. 1903 และห้องอาหารกลาสเฮาส์ที่เหมาะนั่งหย่อนอารมณ์จิบชายามบ่าย ลิ้มลองสารพัดเมนูอาหารไทยชาววังและอาหารไทยต้นตำรับรสเลิศ

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง
บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ย้อนวันวานในร้านอาหารจากจวนผู้ว่าฯ คนแรกของลำปาง

ก่อนกลับผมมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้สึกประทับใจหลังจากที่ได้เดินสำรวจจนทั่วบ้านให้คุณน้องฟัง และสนใจว่าเธอนั้นคิดอย่างไรจึงกล้าลงเงินทุนจำนวนมหาศาลในเมืองท่องเที่ยวรอง ที่ว่ากันตามตรงคงมีความเสี่ยงสูงกว่าการทำธุรกิจในเมืองใหญ่หลายเท่า 

 “สำหรับเราเรื่องมูลค่ามาหลังคุณค่านะ” เธอตอบพร้อมขยายความให้ฟังว่า ทุกครั้งที่เริ่มต้นทำธุรกิจ สิ่งที่เธอจะให้น้ำหนักมากที่สุดคือสิ่งที่เธอรัก เพราะเชื่อว่านั่นเป็นสิ่งที่มีคุณค่ากับชีวิต และจากประสบการณ์เธอทำมันออกมาได้ดีเสมอ

“การที่เรามาลงทุนที่นี่ส่วนหนึ่งเกิดจากความรักในสถาปัตยกรรมโบราณมากกกว่ามองว่ามาทำธุรกิจ เราแค่อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสคุณค่าของอาคารสวยๆ หลังนี้ด้วยกัน เพื่อรักษามันไว้ให้อยู่คู่กับเมืองไปนานๆ และอยากเป็นก้าวเล็กๆ ของการทำให้ลำปางกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง”

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ตั้งอยู่บนถนนสุเรนทร์ ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง พร้อมเปิดประตูต้อนรับทุกท่านภายในปลายเดือนตุลาคมนี้ ดูรายละเอียดหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 08 9111 4305 และ Facebook : Baan Phraya Suren by Madame Musur

Writer

คุณากร

เป็นคนอ่านช้าที่อาศัยครูพักลักจำ จับพลัดจับผลูจนกลายมาเป็นคนเขียนช้า ที่อยากแบ่งปันเรื่องราวบันดาลใจให้อ่านกันช้าๆ เวลาว่างชอบวิ่งแต่ไม่ชอบแข่งขัน มีเจ้านายเป็นแมวโกญจาที่ชอบคลุกทราย นอนหงาย และกินได้ทั้งวัน

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

5 พฤศจิกายน 2561
33 K

นั่งหลบแดดอยู่ในศาลาท่าน้ำสรรพวุธบางนา รอขึ้นเรือโดยสารสาธารณะข้ามไปยังฝั่งบางกะเจ้า จุดมุ่งหมายที่จะไปมีชื่อว่า ‘Hiddenwoods’

เรือแล่นตัดแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังฝั่งตรงข้าม ไม่กี่นาทีก็ถึง พอขึ้นไปบนฝั่งก็ไม่น่าเชื่อว่าแค่ไม่กี่นาทีจากอากาศที่อบอ้าวและความจ้อกแจ้กจอแจทั้งหลาย จะกลายเป็นอากาศเย็นสบายและได้ยินเสียงนกร้องคลอระหว่างเดินเท้าต่อไปยัง Hiddenwoods แมน-ปัญญา เต็มคำขวัญ เจ้าของสถานที่ออกมาต้อนรับผม และพาเดินดูรอบๆ แมนบอกว่าเราเป็นคนแรกๆ ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่แห่งนี้

พื้นที่ขนาด 3 ไร่นี้กำลังจะเปิดเป็นโฮมสเตย์ คาเฟ่ และพื้นที่จัดกิจกรรม รวมถึงเป็นบ้านของแมน แยม และอลัน ลูกชายวัยขวบเศษๆ

Hiddenwoods

ชื่อ Hiddenwoods ได้มาจากความเขียวครึ้มของต้นไม้ที่ปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่อย่างไม่ต้องสงสัย ทางเข้ามาสู่ที่นี่มีอยู่ 2 ทาง คือทางเรือโดยสารสาธารณะจากท่าสรรพวุธบางนามาขึ้นยังท่าเรือตาเลื่อน แล้วเดินด้วยทางเท้าชุมชนเล็กสำหรับให้คนเดิน หรือขี่จักรยานเข้ามาจนถึง Hiddenwoods ส่วนอีกทางหนึ่งคือมาทางรถยนต์ แต่หาที่จอดจากทางด้านนอก แล้วเดินมายังเส้นทางเท้าของชุมชนเช่นเดียวกัน

“การใช้เรือสาธารณะและใช้ทางเข้าที่ให้คนได้ผ่านชุมชนเข้ามาก่อนน่าจะเป็นการช่วยสร้างเรื่องราวของคนที่จะเข้ามา เราต้องการให้เขาเดินดูบรรยากาศของบางกะเจ้าก่อน เราแค่ติดป้ายเล็กๆ บอกว่า Hiddenwoods แล้วเปิดประตูไว้ ใครเดินหรือขี่จักรยานผ่านมาผ่านไปถ้าสังเกตเห็นก็เข้ามาได้ ให้ความรู้สึกมันเหมือนเป็นป่าลับๆ อย่างที่ต้องการ” สมาชิกใหม่ของบางกะเจ้าเล่าให้ผมฟังด้วยท่าทีนอบน้อม

Hiddenwoods Hiddenwoods

พื้นที่ของบางกะเจ้าที่เรียกกันจนคุ้นหูแล้วว่า เป็นปอดของกรุงเทพฯ เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนและโอโซนขนาดใหญ่ที่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด หลายหน่วยงานและชุมชนต้องการอนุรักษ์ให้บางกะเจ้าไม่ถูกทำลายไปมากกว่านี้ เลยจะเห็นว่าผู้ประกอบการหลายรายทำธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก รวมถึง Hiddenwoods ด้วย

“ที่ตรงนี้เดิมเป็นป่าจากและป่าหญ้า วัชพืชขึ้นรกไปหมด มีต้นไม้ใหญ่คือต้นจามจุรีกับต้นไทร เราเริ่มสร้างที่นี่โดยคำนึงถึงต้นไม้ ถางพวกวัชพืชออก เก็บต้นไม้ที่มีประโยชน์ไว้ รวมถึงต้นไม้ใหญ่ด้วย แล้วก็เอาต้นไม้ใหม่มาปลูกเพิ่ม ปลูกตั้งแต่เป็นต้นกล้าเล็กๆ ซื้อกล้ามาปลูกเป็นพันๆ ต้น เพราะทางเข้าที่แคบทำให้ล้อมต้นไม้ใหญ่เข้ามาปลูกไม่ได้ ผมได้คำแนะนำจากพี่วิทย์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องต้นไม้แห่ง Little Tree Garden เรื่องการปลูกต้นไม้เสริม คำแนะนำจากพี่วิทย์คือให้ใช้ต้นไม้ท้องถิ่น เพราะดินที่บางกะเจ้าเป็นดินน้ำกร่อย ต้นไม้ที่จะนำมาปลูกเสริมก็ควรจะอยู่ในดินแบบนี้ได้ เลยเลือกต้นขี้เหล็ก ต้นสะเดา และต้นตีนเป็ดน้ำ มาเสริม”

Hiddenwoods

“ดินที่ใช้ปลูกต้นไม้ก็เหมือนกัน ผมกับลุงรีย์แบกดินขนปุ๋ย เลือกเอาพวกปุ๋ยธรรมชาติ เอามูลไส้เดือน มาบำรุงพื้นที่ แบกเข้ามาก็หลายตันอยู่ มีแค่รถเข็นที่ทุ่นแรง วิ่งเข้าวิ่งออกหลายรอบใช้เวลาขนกัน 2 วัน ค่อยๆ ทำกัน ถึงวันนี้ก็ 3 ปีแล้ว ต้นไม้ที่ปลูกโตบ้าง ตายบ้าง แต่ต้นที่โตก็เห็นผลดีทีเดียว” แมนเล่าถึงการเริ่มรักษาพื้นที่สีเขียวแห่งนี้

อาคารหลักของ Hiddenwoods มีอยู่ 4 อาคาร แมนแบ่งสัดส่วนใช้เป็นบ้านของตัวเอง ด้านบนสุดมีดาดฟ้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยกิ่งก้านต้นจามจุรีใหญ่

Hiddenwoods Hiddenwoods

ด้านหน้าริมน้ำเป็นคาเฟ่ ด้านในสุดเป็นอาคารเล็กๆ 2 หลังที่เตรียมทำให้เป็นโฮมสเตย์

ว่ากันตามกฎหมาย การสร้างอาคารในบางกะเจ้าถูกกำหนดไว้ค่อนข้างละเอียด โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม อาคารแต่ละหลังจะต้องสร้างไม่เกิน 200 ตารางเมตร และจะต้องมีพื้นที่ของอาคารแค่ 25 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด ความสูงของอาคารจะต้องไม่เกิน 12 เมตร

Hiddenwoods Hiddenwoods

“Hiddenwoods สร้างทุกอย่างตามที่กำหนดมา ทำตามระเบียบกติกาที่กำหนดไว้สำหรับชุมชนทุกอย่าง ซึ่งนั่นไม่ยากเลยถ้าเทียบกับโจทย์จากธรรมชาติ เราออกแบบตามบริบทของพื้นที่ บริบทที่หมายถึงคือ ต้นไม้ โจทย์ที่เราตั้งใจทำคือเก็บต้นไม้เอาไว้ให้มากที่สุด ตรงไหนที่เหลือค่อยสร้างอาคาร โจทย์จากธรรมชาติยากกว่ากฎหมายเสียอีก อาจจะคิดว่านี่คือการออกแบบ แต่ที่จริงแล้วตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มันคือการแก้ปัญหา”

เส้นทางเดินใน Hiddenwoods จะเห็นว่าบางทีก็คดเคี้ยวผิดธรรมชาติทางเดิน แต่ที่จริงแล้วมันก็เป็นไปตามธรรมชาติ เป็นทางที่สร้างจากช่องว่างของต้นไม้ และแก้ปัญหาการมีพื้นที่ในการสร้างทางเดินข้างล่างได้ยากด้วยการสร้างทางเชื่อมระหว่างอาคารต่างๆ แบบลอยฟ้าแทน

Hiddenwoods

“เราอยากมีดาดฟ้าใต้ต้นจามจุรีเป็นพื้นที่ร่มรื่นที่เอาไว้ใช้ทำกิจกรรม ตอนที่ยังไม่ได้สร้างตึกเราตั้งนั่งร้านแล้วลองปีนขึ้นมาเล็งดูว่าความสูงระดับนี้ มุมประมาณนี้น่าจะสวยพอดี แล้วค่อยสร้างอาคารขึ้นมา ตามกฎแล้วอาคารในบางกะเจ้าสูงได้ถึง 12 เมตร แต่อาคารนี้สูงแค่ 7 เมตร ที่ได้เท่านี้เพราะกิ่งใหญ่ๆ ที่แผ่ออกของต้นจามจุรีสูงให้เราแค่นี้ ถ้าเราสร้างสูงกว่านี้อีก 1 ฟุตก็ต้องตัดกิ่งออกแล้ว แต่เราก็ทำเท่าที่ธรรมชาติให้โจทย์มา

“บ้านที่เราอยู่จะเพดานเตี้ยกว่าบ้านคนปกติทั่วไป เพราะความสูงมันถูกจำกัดด้วยความสูงของต้นไม้ที่อยู่เหนือดาดฟ้า แต่เราก็อยู่ได้โดยไม่มีปัญหา ส่วนพื้นที่ด้านล่างตั้งใจจะใช้เป็นแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะ ตรงชั้น 1 สามารถใช้เป็นแกลเลอรี่ได้ด้วยเช่นกัน และเปิดเชื่อมออกไปเป็นลานหินกับระเบียงไม้ริมแม่น้ำ รวมถึงคาเฟ่”

Hiddenwoods Hiddenwoods

มองออกไปที่ระเบียงริมแม่น้ำ เปิดโล่งรับลมเย็นพัดมาอย่างเต็มที่ พื้นที่รอบๆ ด้านในยังเต็มไปด้วยต้นจากอยู่เต็มไปหมด แมนบอกว่า ตอนพายุเข้า ต้นจากพวกนี้เป็นกำแพงกันลมโดยธรรมชาติ ลมแรงมาก แต่ต้นไม้ข้างในบ้านกิ่งไม่หักและต้นไม้ไม่โค่นเลยสักต้น

ผมสังเกตเห็นกอจากกอใหญ่ที่เหลืออยู่กอเดียวริมฝั่ง แมนบอกว่า เขาต้องเอาหินมากันเอาไว้เพื่อไม่ให้กอจากพังทลาย ผมสงสัยว่าต้นจากที่เหมือนเป็นกำแพงแข็งแรงตามธรรมชาติขนาดนี้ ทำไมต้องให้คนช่วยเอาหินมาป้องกันด้วย

“เมื่อก่อนไม่ได้มีเรือใหญ่มากเหมือนปัจจุบัน พอมีเรือใหญ่ คลื่นก็ซัดเข้าฝั่งแรงขึ้น ต้นจากก็ร่วงจากไปเร็วกว่าธรรมชาติของมัน เลยต้องเอาหินมากันคลื่นรักษามันไว้” แมนตอบ

Hiddenwoods

ด้วยความตั้งใจที่อยากจะให้เป็นพื้นที่ที่เป็นมิตรกับชุมชน แมนเลยบอกผมว่า ในช่วงแรก Hiddenwoods จะเริ่มเปิดให้คนเข้าเฉพาะกิจกรรมพิเศษเท่านั้น ประเดิมกิจกรรมแรกด้วยเวิร์กช็อปตามหารสอุมามิของเชฟแบล็ก จากร้าน Blackitch เชฟแบล็กจะสอนเรื่องการหารสชาติอุมามิจากของใกล้ตัว และปรุงรสอุมามิเป็นของตัวเอง พร้อมเอามาต่อยอดทำเป็นเชฟส์เทเบิ้ลริมแม่น้ำเจ้าพระยาในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้

และอาทิตย์ถัดไปในวันที่ 24 พฤศจิกายน ลุงรีย์ร่วมกับฟาร์มโตะจะลงพื้นที่เสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่น
มาสร้างสรรค์เป็นเมนู ‘รสบางกะเจ้า’ ชวนนักกินมาลิ้มรสเมนูใหม่ๆ และส่งต่อสูตรอาหารให้กลายเป็นของชุมชนต่อไป

Hiddenwoods Hiddenwoods

การเปิดเฉพาะกิจกรรมพิเศษทำให้เราได้จำกัดจำนวนคนด้วย เมื่อพร้อมในการจัดการค่อยเปิดคาเฟ่เล็กๆ ที่ดูแลกันเอง คาดว่าจะเปิดให้คนทั่วไปเข้ามานั่งอยู่ในบรรยากาศป่าลึกลับแห่งนี้ในช่วงปลายปี ใครอยากไปสัมผัสพื้นที่สีเขียวแหล่งใหม่ก่อนใคร ลองติดตามรายละเอียดรวมถึงกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่จะจัดขึ้นได้ทาง Instagram | @Hiddenwoods_bkk

Hiddenwoods

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load