เดินตามตรอกออกตามซอยแถวย่านเก่าเมืองสงขลาได้สักพักใหญ่ พลันสายตาสะดุดกับตึกสีหวาน ตัดกับแนวต้นไม้สีเขียวขนาดย่อมหน้าบ้าน บนผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกชิ้นเล็กสีฟ้า บรรจงต่อจนเป็นคำว่า ‘บ้านในนคร’ 

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

อดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นบ้านใคร เป็นบ้านคนพักหรือบ้านให้คนมาพัก เลยโผล่ใบหน้ายิ้มหวานเข้าไปในบ้าน เจอชายนั่งหลังโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้าชุดทักทายอย่างเป็นกันเอง แม-ดนัย โต๊ะเจ ชวนเราเข้าไปในบ้านอายุร้อยกว่าปี 

แม-ดนัย โต๊ะเจ

เรารับคำชวนของเจ้าบ้านด้วยการเดินสำรวจมุมนั้น

ผนังทาสีม่วงเข้ม สีน้ำเงินเข้ม สีฟ้าเข้ม ไปด้วยกันดีกับเฟอร์นิเจอร์ไม้วินเทจ 

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

เรารับคำชวนของเจ้าบ้านด้วยการเดินสำรวจมุมนู้น

จานเพนต์ลายดอกไม้จากต่างประเทศสวยสูสีกับปลอกหมอนผ้าปาเต๊ะพิมพ์ลายแมกไม้

เรารับคำชวนของเจ้าบ้านด้วยการเดินสำรวจมุมโน้น

ถ้วย ถัง กะละมัง หม้อ ของเจ้าบ้านคนเก่ากลายเป็นของตกแต่งพ่วงฟังก์ชันของเจ้าบ้านคนใหม่

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม
บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

ไม่ผิดหวัง

สวยตั้งแต่หน้าบ้านยันหลังบ้าน สวยตั้งแต่ชั้นล่างยันชั้นบน สวยตั้งแต่เป็นบ้านเก่ายันเป็นบ้านใหม่ในบ้านเก่า

ขออภัย เอ่ยชมไม่หยุดปากจนลืมเล่าให้คุณฟังว่าบ้านเก่าประวัติดีกลายมาเป็นบูติกโฮเต็ลสุดอบอุ่นได้อย่างไร

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

รักบ้าน

“เราไม่คิดจะมาอยู่สงขลา” 

หลายคนเคยพูดแบบนี้

“แต่ภรรยาเราเป็นคนสงขลา เราชอบสงขลามาตั้งนานแล้ว การมาอยู่หรือทำธุรกิจไม่เคยคิดมาก่อน คนเจอบ้านหลังนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ภรรยาเรา แต่เป็นเพื่อนเก่าไม่เจอกันนานเกือบ 20 ปี เขาโทรมาบอกว่าบ้านประกาศขาย ภรรยาได้ยินทางโทรศัพท์ว่าอยู่แถวถนนนางงามก็เลยชวนกันมาดูบ้าน ตอนเห็นบ้านเราชอบมาก ตัดสินใจว่าซื้อแน่นอน”

สุดท้ายก็หลงรัก

เจ้าบ้าน

ก่อนบ้านเก่าอายุมากกว่า 100 ปี จะตกมาถึงมืออดีตสจวร์ตการบินไทย เคยเป็นบ้านของ คุณพงษ์ศักดิ์ โชคสกุลนิมิตร ท่านเป็นคนนครปฐม มาเทียบท่าเรือสงขลาพร้อมกระเป๋าใบเดียวเพื่อมองหาทำเลทำธุรกิจ จนได้เป็นเจ้าของแพปลา สุดท้ายท่านตัดสินใจประกาศขายบ้านเพราะอยู่คนเดียวหลังภรรยาเสียชีวิต ส่วนลูกอาศัยอยู่กรุงเทพฯ กันส่วนใหญ่

“ท่านสัมภาษณ์น่าดู ไม่ใช่จะขายให้ง่าย ตอนซื้อมาแพงเหมือนกัน ไม่รู้เราซื้อได้ยังไง มันหลงไปแล้ว”

นายคล้าย ละอองมณี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา 8 สมัย

ก่อนบ้านเก่าอายุมากกว่า 100 ปี จะตกมาถึงมืออดีตเจ้าของแพปลา เคยเป็นบ้านของ นายคล้าย ละอองมณี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา 8 สมัย ท่านใช้บ้านเป็นสำนักงานทนายความและต้อนรับแขก ภายหลังท่านตัดสินใจประกาศขายบ้านเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือพรรคการเมืองของท่าน และย้ายบ้านไปอยู่บริเวณถนนนครนอก

“ตอนเรามาแถวนี้ยังเงียบอยู่เลย เราเป็นรายแรกก็ว่าได้ที่เข้ามาเปิดธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่พัก”

พระนิเทศโลหสถาน (วูดฮัล วุฒิภูมิ) เจ้าของบ้านคนแรก

ก่อนบ้านเก่าจะอายุมากกว่า 100 ปี จะตกมาถึงมืออดีตอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา 8 สมัย เคยเป็นบ้านของ พระนิเทศโลหสถาน (วูดฮัล วุฒิภูมิ) เจ้าของบ้านคนแรก ท่านเป็นชาวศรีลังกา ถูกว่าจ้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้มาทำงานเป็นช่างแผนที่และสำรวจแร่ดีบุก ท่านประจำการอยู่จังหวัดภูเก็ต จนกระทั่งช่วงต้นรัชกาลที่ 6 ถูกย้ายมาจังหวัดสงขลาและพบรักกับภรรยาชาวสงขลา ซึ่งท่านเป็นต้นตระกูล ‘วุฒิภูมิ’ ในปัจจุบัน

“คนเคยอยู่หรือมีประวัติเชื่อมโยงกับสงขลา เขามาแล้วตื่นเต้นทุกครั้ง ชอบพูดถึงอดีตกัน พอเราเล่า เขาจะเสริมตลอด”

แต่งบ้าน

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

จากบ้านพักอาศัยขนาด 3 ชั้น บริเวณหัวมุมถนนนางงามตัดกับถนนปัตตานีของพระนิเทศโลหสถาน กลายเป็นหน้าบ้านและห้องรับรองแขกของ ‘บ้านในนคร’ แมตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ปนเก่าปนใหม่ ผนังกระเบื้องสีหวานลายดอกไม้ เข้ากันกับจานสีขาวตัดลายเส้นสีน้ำเงิน เจ้าบ้านกระซิบว่าบรรดาจานล้วนเป็นของสะสมที่เขาหอบใส่กระเป๋ากลับมาด้วยเกือบทุกครั้งเวลาบินไปทำงานยังต่างประเทศ ด้วยราคาแสนถูก เขาขนกลับมาทีขนาดเต็มกระเป๋าเดินทาง 

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

การเลือกหยิบข้าวของมาใช้ตกแต่งภายในอาคารเลยง่ายไปเสียหมด เพราะของที่เลือกมาถูกรสนิยมแล้วทั้งสิ้น หลังจากผลัดมือเปลี่ยนเจ้าบ้านเป็นนายคล้าย เขาได้ซื้อที่ดินด้านหลังบ้านและสร้างห้องติดกับตึกเดิม แล้วเจาะประตูเชื่อมระหว่างตึก พื้นที่ทั้งหมดกลายเป็นห้องพักจำนวน 6 ห้อง บรรจุนักนอนเที่ยวได้ 12 คนถ้วน

ก่อนบ้านจะถูกส่งต่อถึงแม คุณพงษ์ศักดิ์ซื้อที่ดินเปล่าด้านข้างตึกเพิ่ม เพื่อทำเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ของครอบครัว แมแปลงโฉมพื้นที่นั้นเป็นสวนหย่อนใจขนาดย่อม ตกแต่งด้วยถ้วย ถัง กะละมัง หม้อแขวนเรียงยาวตามแนวผนัง สบายตาด้วยสีเขียวจากต้นไม้นานาพันธุ์ บรรยากาศดีมาก เหมาะแก่การนั่งหย่อนใจพร้อมหนังสือเล่มโปรดสักเล่มหรือจะนอนเหยียดขาบนเฟอร์นิเจอร์จากไม้เรือประมงเก่าสีซีด แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่จางหายตามกาลเวลา

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม
บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม
บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

ถ้าวันไหนโชคดีสายฝนไม่โปรยปราย คุณจะได้นั่งทานข้าวท่ามกลางความรื่นรมย์ ชมนก ชมไม้ ชมวิถีชุมชนย่านเมืองเก่าสงขลาที่ห่างเพียงรั้วไม้กั้น แมกระซิบบอกว่าโรตีทำเองของเขาหรอยอย่างแรง ต้องลองมาชิมด้วยตัวเองให้ได้!

ขอกาดอกจันตัวเบิ้มอีกนิด อาหารเช้าของแมเป็นอาหารฮาลาล เสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามฤดูกาลหวานฉ่ำ

ในบ้าน

เราปักหมุดบริเวณสวนหย่อนใจแล้วเดินทะลุผ่านห้องครัวประจำบ้านเพื่อเดินสำรวจห้องพักชั้นหนึ่ง ชั้นสองและชั้นสาม ช้าก่อน! ยังไม่อยากก้าวเท้าอีกสองสามก้าวเดินขึ้นบันได ขอแวะเชยชมความงามของห้องครัวสุดอบอุ่นเสียก่อน

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

ด้วยคนสงขลามีทั้งเชื้อสายไทย เชื้อสายจีน และเชื้อสายมุสลิม แมเลยใช้ผ้าปาเต๊ะลายดอกไม้คละสีเป็นสัญลักษณ์แทนพหุวัฒนธรรม เขาแปลงผ้านุ่งธรรมดาเป็นผ้าปูโต๊ะบ้าง แผ่นรองจานบ้าง ถ้าใครเห็นแล้วปิ๊ง อยากครอบครอง แมมีขายในราคามิตรภาพ เราสัมผัสด้วยมือและสายตาบอกเลยว่าการตัดเย็บเนี๊ยบมาก เหมาะกับการขนกลับบ้าน

ก่อนเดินสำรวจชั้นสอง เราแวะห้องสีม่วง ชั้นล่างซ้ายมือจากบันได้ไม้เก่า การตกแต่งตรงตัวตามชื่อห้อง เอาใจคนรักสีม่วงเป็นพิเศษ ขนาดห้องใหญ่กว่าห้องชั้นสองและชั้นสามสักหน่อย สะดวกกับคนมีอายุ เพราะไม่ต้องขึ้นบันได

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

ปิดประตูลงกลอนห้องแรกให้สนิท เราเดินสำรวจต่อชั้นสอง มีทั้งหมด 3 ห้องนอน ห้องสีแดง ห้องสีคราม และห้องริมระเบียง เป็นเตียงแบบดับเบิ้ลเบดทั้งหมด ส่วนชั้นสามมีทั้งหมด 2 ห้อง เราภูมิใจนำเสนอห้องเรือและห้องดอกไม้

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม
บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

แน่นอน ตามสไตล์เจ้าบ้าน ตั้งชื่อห้องแบบไหนก็ย่อมตกแต่งแบบนั้น อย่างห้องเรือ ภายในห้องทาสีโทนเย็นหลากสี แถมอ่างล้างหน้ามีส่วนประกอบจากไม้เรือเก่าสีเคยสด พอผ่านกาลเวลาและแสงแดดก็หลุดลอกเผยให้เห็นเนื้อไม้ หรือทุ่นเรือสีจางจนเป็นสีพาสเทล แมแปลงกายให้ทุ่นเหลือใช้เป็นโคมไฟส่องสว่างสุดเก๋ประดับในห้องน้ำ

บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

ไม่เพียงแค่นอนพักให้สบายกาย แต่ยังเข้าใจและเรียนรู้วิถีชีวิตประมงท้องถิ่นของชาวสงขลาไปด้วยในตัว

ส่วนห้องดอกไม้ สาวเล็กสาวใหญ่ต้องถูกใจอย่างแน่นอน เต็มไปด้วยหมู่มวลดอกไม้สารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะผ้าม่าน โคมไฟสีหวาน ประตูจับทรงดอกไม้บาน และกระเบื้องโมเสกบริเวณเหนือกระจกอ่างล้างหน้า แมบรรจงประดิดประดอยจนเป็นดอกไม้สารพัดสีสันรอบกระจก เห็นแล้วก็อยากจะพูดออกไปว่า ‘กระจกวิเศษ บอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี’

บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

อ้อ! ไม่บอกไม่ได้ ความน่าเอ็นดูของห้องน้ำในทุกห้องนอน แมไม่เลือกใส่บานประตูห้องน้ำ เพราะต้องการประหยัดพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง เขาเลือกติดผ้าปาเต๊ะอเนกประสงค์เป็นประตูผ้ากั้นระหว่างด้านในกับด้านนอกแทน

เยี่ยมบ้าน

ความอบอุ่นไม่ใช่จุดขายของ ‘บ้านในนคร’ แต่ความอบอุ่นเป็นสิ่งที่แมตั้งใจมอบให้แขกผู้มาพักทุกคน เปรียบเสมือนมานอนพักบ้านญาติคนสนิท สิ่งพิเศษของบูติกโฮเต็ลหลังกะทัดรัดหลังนี้คือความครบถ้วนสมบูรณ์แบบของแม เขาบริการเป็นเลิศไม่แพ้เคาน์เตอร์ทัวร์ อย่างร้านอาหารท้องถิ่นควรชิม ของฝากไม่ควรพลาด สถานที่ต้องแวะ วัดไหนต้องไหว้ แมรู้จักดีพร้อมแนะได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะละแวกนั้นคนส่วนใหญ่รู้จักกันเกือบหมด ใจดีและเป็นกันเองมาก!

“สิ่งหนึ่งที่เราดีใจคือชาวต่างชาติเริ่มเข้ามาพัก เขามาเมืองไทยเป็นครั้งแรก แต่เลือกสงขลาเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทาง แล้วค่อยขยับไปพัทลุง ภูเก็ต เราว่าน่าภูมิใจมากนะ เหมือนเรามีสิ่งดีงามแต่ยังไม่เคยได้รับการพูดถึงเท่านั้นเอง

บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

“ต่างชาติเขาว่าสงขลาเป็นเมืองเล็ก น่ารัก เหมาะแก่การเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทย” 

คุณว่าจริงอย่างแมว่าหรือเปล่า 

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามาสัมผัสด้วยตัวเอง 

แล้วคุณจะหลงรักเมืองเล็ก น่ารัก เหมือนชายหนุ่มเจ้าบ้านที่ส่งยิ้มหวานกลับมาให้เราหลังโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้าชุด

แม-ดนัย โต๊ะเจ

บ้านในนคร บูติกโฮเต็ล สงขลา

166 ถนนนางงาม ตำบลบ่อบาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000

Facebook : บ้านในนคร บูติกโฮเต็ล สงขลา

ติดต่อ : 09 5438 9323

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ที่พักหายใจ

คือคำที่เกิดขึ้นในความคิดหลังจากมา ‘บ้านกรอด้าย’ เกสต์เฮาส์เล็กๆ บนเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 

และไม่มีคำไหนจะเหมาะกับที่นี่ไปมากกว่านี้ เพราะความคิดที่แตกต่างของ อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์ ทำให้เธอและเขาตัดสินใจเปลี่ยนโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของครอบครัวบนเกาะเมืองอยุธยา เป็นเกสต์เฮาส์ที่ทำให้ผู้เข้าพักได้พบความสงบผ่านลมหายใจ และสงบมากพอที่ร่างกายและจิตใจได้หยุดพัก

อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์

อ้อ และ ป๊อน เป็นคู่รักที่ค้นพบความสงบผ่านแนวทางการเจริญสติและปฏิบัติธรรม เมื่อ 3 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ และกลับมาใช้ชีวิตสงบเรียบง่าย ด้วยการเปิดเกสต์เฮาส์ที่เมืองพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของอ้อ โดยนำหลักเจริญสติและปฏิบัติธรรมมาเป็นไอเดียหลักในการออกแบบที่พักของพวกเขาด้วย

“เราสองคนชอบเรื่องการปฏิบัติธรรม การเจริญสติ และต้องการใช้ชีวิตที่สงบ พอมีโอกาสกลับมาอยู่อยุธยา เราเลยอยากเลือกอาชีพที่ส่งเสริมกับแนวทางการปฏิบัติของเรา มองหาอาชีพที่ไม่ต้องใช้ความคิดเยอะ ไม่มีความซับซ้อนหรือมีกลยุทธ์อะไรมาก และมอบชีวิตที่เรียบง่ายให้กับเราได้ เลยเกิดความคิดที่จะทำเกสต์เฮาส์ขึ้นมา” 

ชายหนุ่มเริ่มต้นอธิบายจุดเริ่มต้นของบ้านกรอด้าย, เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของอยุธยา ซึ่งเคยผลิตผ้าขาวม้าและผ้าซิ่นจำนวนมากภายใต้ตรา ‘สิงห์เดี่ยว’ ก่อตั้งโดย คุณยายสุมล สุขปรีชา

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เดิมเคยเป็นโรงทอผ้าของคุณยายอ้อค่ะ ตอนแรกโรงงานเคยตั้งอยู่ที่ตลาดหัวรอ ชื่อโรงงานทอผ้าไทย ต่อมาเขาไม่ให้มีเครื่องจักรอยู่ตรงนั้น เลยย้ายโรงงานมาตั้งที่นี่ตอน พ.ศ. 2497 แล้วก็จดทะเบียนชื่อ ห้างหุ้นส่วนสุมลการทออยุธยา เป็นชื่อของคุณยายอ้อเอง ต่อมาทางจังหวัดประกาศห้ามไม่ให้ใช้สารเคมีย้อมผ้าบนตัวเกาะ ตัวโรงงานก็เลยต้องย้ายอีก

“คราวนี้ย้ายไปอยู่ที่ตลาดแกรนด์ พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บไม้และเก็บของต่างๆ จนช่วงประมาณ พ.ศ. 2538 ธุรกิจทอผ้าที่อยุธยาเริ่มซบเซา เพราะการนำเข้าผ้ามีราคาถูกกว่า หลายโรงงานก็เริ่มปิดตัว รวมถึงโรงงานของเราด้วย พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บของที่ถูกปล่อยรกร้างเกือบยี่สิบปี”

“ตอนอ้อยังเด็กก็เข้ามาช่วยงานคุณยายที่โรงงานบ่อยๆ คอยเป็นเด็กกรอด้าย ซึ่งเป็นคำที่ฟังแล้วไพเราะดีนะ เลยเอามาตั้งเป็นชื่อเกสต์เฮาส์ว่าบ้านกรอด้าย” อ้อเล่าความทรงจำของเธอต่อสถานที่นี่ให้ฟัง 

จนกระทั่งทั้งคู่นำไอเดียของบ้านกรอด้ายไปปรึกษากับสถาปนิก

“คอนเซปต์ใหญ่ๆ คือเราต้องการให้ที่นี่โปร่ง สบาย ประหยัดพลังงาน เป็นบ้านที่มีใต้ถุนสูง เพื่อใช้พื้นที่ด้านล่างปฏิบัติธรรม โดยสถานที่ก็ช่วยส่งเสริมการปฏิบัติธรรมด้วยงบเท่าที่เรามี” ป๊อนส่งไอเดียออกแบบให้สถาปนิก

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ในที่สุดความคิดของพวกเขาก็แปลงร่างให้กลายเป็นความจริง

บ้านกรอด้ายเป็นอาคารยกสูงสีขาวสะอาดตา เมื่อเดินผ่านโถงทางเดินเข้ามาข้างใน เราจะพบกับพื้นที่สีเขียวสงบกลางอาคารรูปทรงตัว L โดยมีบ้านไม้หลังเก่าตั้งอยู่ด้านในสุดของสวน หากตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ดี เราจะค่อยๆ ได้ยินเสียงน้ำไหล ประกอบกับเสียงนกนานาพันธุ์ที่ขับร้องอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ชนิดต่างๆ และหากลองตั้งใจสังเกตลมหายใจให้ดี เราจะค่อยๆ พบกับกลิ่นหอมบางๆ ของดอกชมนาดที่ปลูกไว้ในสวน ส่งกลิ่นหอมให้ชื่นหัวใจ

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เพราะผมเคยบวชมาก่อน ผมเลยพอจะเข้าใจว่าบรรยากาศแบบไหนเอื้อให้เกิดความสงบ ส่งเสริมการเจริญสติ ซึ่งส่วนตัวเราชอบฟังเสียงน้ำ ไม่จำเป็นต้องเห็นแม่น้ำหรือตัวน้ำก็ได้ ขอแค่ได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆ ก็ทำให้รู้สึกสงบลงได้ ส่วนสีเขียวก็ช่วยให้เกิดความสงบ เลยทำให้มีจุดที่มองออกจากตัวอาคารแล้วเห็นสวน ได้เจอกับสีเขียวของต้นไม้ บริเวณสวนตรงกลางเราก็ทำทางไว้เดินจงกรม เราตั้งใจให้ทางเดินเป็นดิน เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนวัดป่า

“สังเกตว่าที่นี่มีความโปร่ง นอกจากช่วยให้ลมพัดเย็นสบายแล้ว ยังทำให้พื้นที่ไม่ดูแน่นหรือวุ่นวายจนเกินไป ของบางอย่างที่วางชิดกัน ถ้าเราวางแยกให้มันเกิดพื้นที่ว่างระหว่างกัน มันก็เกิดเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง เราเลยพยายามให้ที่นี่มีพื้นที่ว่างค่อนข้างเยอะ” ป๊อนค่อยๆ อธิบายอย่างใจเย็น ขณะพาเราเดินชมส่วนต่างๆ ของเกสต์เฮาส์

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ด้วยความที่แต่เดิม สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโกดังเก็บไม้และของเก่าจากโรงงานมาก่อน ไม้และของหลายอย่างที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้างก็ถูกนำออกมาใช้ เหมือนชุบชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เผยให้เห็นความทรงจำที่เคยซ่อนอยู่ในพื้นที่ตรงนี้มาก่อน เราเลยได้เห็นป้ายของโรงงานทอผ้าในยุคต่างๆ นำมาแขวนประดับบนผนัง แถมตัวผนังก็เกิดจากการนำไม้ที่ใช้กับเครื่องสืบผ้า ซึ่งมีรอยบากให้แหว่งเป็นช่องสำหรับเส้นด้าย นำมาวางเรียงจนเกิดเป็นแพตเทิร์นสวยงาม แผ่นไม้ต่างๆ ที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้าง ก็นำมาประกอบเป็นตั่งและเป็นพื้นทางเดินต่างๆ ภายในเกสต์เฮาส์

“ตอนแรกเราและสถาปนิกอยากเก็บโครงสร้างเดิม เพื่อคงความเป็นโรงงานทอผ้าเอาไว้ แต่พอเข้ามาดูโครงสร้างแล้วทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะโครงสร้างเริ่มเก่าจนผุ รับน้ำหนักไม่ไหว เลยตัดสินใจเก็บไว้บางส่วน เช่น แนวเสาต่างๆ รวมถึงบ้านไม้ในสวนที่เราทำเป็นห้องพระ หรือ ‘ห้องไม่ปรุงแต่ง’ เพื่อให้คนเข้ามานั่งสมาธิหรือใช้พื้นที่สงบ 

“เดิมบ้านไม้หลังนั้นเคยเป็นที่พักคนงาน หน้าต่างที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นก็เป็นของเดิม แต่ก็มีบางบานที่เราต้องใช้ของใหม่เพิ่มเข้าไป เพื่อช่วยเสริมโครงสร้างให้แข็งแรง” ชายหนุ่มเล่าการทำงานร่วมกับสถาปนิก

บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้ายมีห้องพักทั้งหมด 6 ห้อง แบ่งเป็นห้องพักสำหรับ 2 คน จำนวน 4 ห้อง เลือกได้ทั้ง Twin Beds และ Double Bed ส่วนห้องพักครอบครัว สำหรับ 4 คน จำนวน 2 ห้อง ซึ่งทั้งหมดอยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร 

แต่ละห้องมีชื่อของตัวเองที่ป๊อนและอ้อตั้งใจตั้งชื่อเอาไว้

“เราตั้งชื่อห้องเรียงไปตั้งแต่ Peacefulness, Joyfulness, Happiness, Emptiness, Mindfulness และ Awareness” อ้ออธิบาย ก่อนป๊อนช่วยเสริม “คนที่เคยเจริญสติรู้ดีว่าการเจริญสติใหม่ๆ จะได้ความรู้สึกสงบก่อน แล้วเกิดความปีติ เกิดความสุขจากความว่าง เริ่มเกิดสติและความรู้ตัว ชื่อเหล่านี้เป็นลำดับการรับรู้จากการเจริญสติครับ”

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

นอกจากชื่อห้อง เรายังสังเกตว่าตามจุดต่างๆ ของบ้านกรอด้ายมีป้ายตัวอักษรที่มีกิมมิกน่ารักๆ ให้คนได้มีสติกับตัวเองผ่านลมหายใจ อย่างป้าย Breath Refill Here เป็นเหมือนจุดเติมลมหายใจ หรือตรงขั้นบันไดก่อนเดินเข้าห้องพักติดตัวอักษร Breath & Mind The Step ให้คนได้หยุดหายใจและมีสติกับตัวเอง ณ ขณะนั้น

ทุกรายละเอียดของทุกอย่างภายในบ้านกรอด้ายล้วนได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจ เพื่อให้ผู้มาพักได้หยุดอยู่กับลมหายใจตัวเอง และขณะที่เรากำลังพูดคุยกับอ้อและป๊อน จู่ๆ ก็มีเสียงระฆังไพเราะดังขึ้นเป็นเวลาชั่วครู่

เราทั้งหมดหยุดฟัง

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“เราได้ไอเดียจากหมู่บ้านพลัมครับ ที่นั่นทุกๆ สิบห้านาทีจะมีเสียงระฆังดัง ให้เราหยุดสิ่งที่ทำ เพื่อเตือนให้ตัวเรากลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ พอเสียงจบก็ค่อยกลับมาทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อ” ป๊อนเล่าที่มาให้ฟังหลังสิ้นเสียงระฆัง

ภายในห้องพักก็มีการออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสงบเช่นเดียวกัน 

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทุกห้องภายในบ้านกรอด้ายไม่มีโทรทัศน์เลยสักห้อง รวมถึงตู้เย็นก็เช่นกัน

“เหตุผลที่เราไม่มีตู้เย็นให้ในห้อง เพราะเราอยากให้ที่นี่มีความรู้สึกของบ้าน เราเลยวางตู้เย็นไว้ใต้ถุน ให้เกิดความรู้สึกการแบ่งปัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ภายในห้อง เราอยากให้มีการเดินมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง ขนมกับกาแฟที่วางไว้ตรงส่วนกลาง เราก็ให้ทุกคนที่มาพักหยิบทานได้ตลอด โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ บางทีก็มีน้ำผลไม้และน้ำผักที่อ้อทำมาวางไว้ หรือใครที่รู้สึกอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ ก็นำมาวางด้วยกันได้ 

“ส่วนของส่วนตัวที่ผู้พักต้องการนำมาแช่ในตู้เย็น เราก็มีสติกเกอร์แปะเลขห้องแยกไว้ให้ด้วยค่ะ อาหารของที่นี่เราจะซื้อจากร้านในอยุธยา เพราะเราพยายามแนะนำร้านดีๆ ของคนท้องถิ่นให้ผู้มาพักได้รู้จัก และลองไปทานด้วยตัวเองเมื่อมีโอกาส” อ้ออธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“ก่อนจะเปิดเกสต์เฮาส์ เรามีโอกาสเข้าไปขอคำปรึกษากับ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ถ้าเราจะทำธุรกิจอย่างนี้เราควรวางใจยังไง ท่านก็กรุณาแนะนำว่า หากเราปรารถนาให้คนมาที่นี่แล้วเกิดความสุข ทุกอย่างก็จะดีเอง เราก็จะโฟกัสกับความสุขของคนที่มาพัก ไม่ใช่โฟกัสว่าเราจะได้เงินจากเขาเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่โฟกัสที่ความสุขของเขาอย่างเดียวจนตัวเราต้องทุกข์ใจ ก็ไม่ใช่นะครับ ตัวเราต้องมีความสุขก่อนด้วย เราถึงจะทำให้คนอื่นมีความสุขได้ 

“เราต้องรักษาความสุขของเราไว้ด้วย เลยเป็นที่มาของคอนเซปต์การให้บริการของที่นี่ และที่นี่ไม่มีคนแปลกหน้า มีแต่กัลยาณมิตร สำหรับผมและอ้อ เรามองทุกคนที่มาที่นี่เป็นเพื่อน ทุกครั้งที่มีคนมาพัก เราเหมือนได้เพื่อนใหม่ครับ เขาเองก็รู้สึกเหมือนกันกับเรา 

“เด็กบางคนที่มาพักกับครอบครัวอยู่กันห้าถึงหกวัน บางคนเอาเกมมานั่งเล่นกับเรา พอจะกลับเขายกให้เราเลย บางคนช่วยงานแม่บ้านก็มีนะครับ ช่วยยกของต่างๆ เป็นบรรยากาศน่ารักๆ หลังจากเขากลับไปแล้ว บางคนก็ยังติดต่อกันตลอดเหมือนเพื่อน” ป๊อนพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนอ้อจะช่วยเสริม “บางคนส่งเมล็ดดอกไม้มาให้เราปลูกด้วย เราก็ไม่น้อยหน้า ส่งเมล็ดผักกลับไปให้เขาปลูกบ้าง” เจ้าบ้านหัวเราะอารมณ์ดี

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“แม้ว่าทุกๆ อย่างของที่นี่จะเกี่ยวข้องกับการเจริญสติ แต่เราก็ไม่ได้บังคับให้ผู้ที่มาพักต้องทำตามทุกคนนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่เขาเข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกสบายใจ การเจริญสติเบื้องต้นก็คือความสงบ แต่โจทย์ของมันจริงๆ คือการยอมรับในทุกๆ สถานการณ์ เพราะชีวิตจริงมีขึ้นมีลง ไม่ต่างอะไรกับธรรมชาติที่มีฝนตก มีแดดออก ซึ่งหลายอย่างเราก็ไม่อาจควบคุมได้ แต่เราสามารถกลับมาอยู่กับลมหายใจ เห็นความคิดของตัวเราเอง จะช่วยให้เรารู้สึกสงบลง ช่วยให้เรามองเห็นชัดขึ้น และเราหวังว่าคนที่มาพักกับเรา เขากลับจากบ้านกรอด้ายไป เขาจะเกิดความสบายใจ และใช้ชีวิตข้างหน้าต่อไปได้ดียิ่งขึ้น” ป๊อนพูดทิ้งท้าย ขณะเขาและอ้อเดินมาส่งเรากลับด้วยรอยยิ้ม

การค้นพบที่พักหายใจ ทำให้เราสงบลงและมีกำลังใจมากขึ้นกับการใช้ชีวิตในลมหายใจต่อๆ ไปเช่นกัน

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้าย

ที่ตั้ง : 23/5 ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครพระนครศรีอยุธยา 13000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 6771 7177

*บ้านกรอด้ายจัดกิจกรรมเจริญสติที่เกสต์เฮาส์ด้วย สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาลองปฏิบัติกันได้ ติดตามรายละเอียดและการสมัครได้ทาง Facrbook : บ้านกรอด้าย

Writer & Photographer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load