เดินตามตรอกออกตามซอยแถวย่านเก่าเมืองสงขลาได้สักพักใหญ่ พลันสายตาสะดุดกับตึกสีหวาน ตัดกับแนวต้นไม้สีเขียวขนาดย่อมหน้าบ้าน บนผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกชิ้นเล็กสีฟ้า บรรจงต่อจนเป็นคำว่า ‘บ้านในนคร’ 

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

อดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นบ้านใคร เป็นบ้านคนพักหรือบ้านให้คนมาพัก เลยโผล่ใบหน้ายิ้มหวานเข้าไปในบ้าน เจอชายนั่งหลังโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้าชุดทักทายอย่างเป็นกันเอง แม-ดนัย โต๊ะเจ ชวนเราเข้าไปในบ้านอายุร้อยกว่าปี 

แม-ดนัย โต๊ะเจ

เรารับคำชวนของเจ้าบ้านด้วยการเดินสำรวจมุมนั้น

ผนังทาสีม่วงเข้ม สีน้ำเงินเข้ม สีฟ้าเข้ม ไปด้วยกันดีกับเฟอร์นิเจอร์ไม้วินเทจ 

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

เรารับคำชวนของเจ้าบ้านด้วยการเดินสำรวจมุมนู้น

จานเพนต์ลายดอกไม้จากต่างประเทศสวยสูสีกับปลอกหมอนผ้าปาเต๊ะพิมพ์ลายแมกไม้

เรารับคำชวนของเจ้าบ้านด้วยการเดินสำรวจมุมโน้น

ถ้วย ถัง กะละมัง หม้อ ของเจ้าบ้านคนเก่ากลายเป็นของตกแต่งพ่วงฟังก์ชันของเจ้าบ้านคนใหม่

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม
บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

ไม่ผิดหวัง

สวยตั้งแต่หน้าบ้านยันหลังบ้าน สวยตั้งแต่ชั้นล่างยันชั้นบน สวยตั้งแต่เป็นบ้านเก่ายันเป็นบ้านใหม่ในบ้านเก่า

ขออภัย เอ่ยชมไม่หยุดปากจนลืมเล่าให้คุณฟังว่าบ้านเก่าประวัติดีกลายมาเป็นบูติกโฮเต็ลสุดอบอุ่นได้อย่างไร

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

รักบ้าน

“เราไม่คิดจะมาอยู่สงขลา” 

หลายคนเคยพูดแบบนี้

“แต่ภรรยาเราเป็นคนสงขลา เราชอบสงขลามาตั้งนานแล้ว การมาอยู่หรือทำธุรกิจไม่เคยคิดมาก่อน คนเจอบ้านหลังนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ภรรยาเรา แต่เป็นเพื่อนเก่าไม่เจอกันนานเกือบ 20 ปี เขาโทรมาบอกว่าบ้านประกาศขาย ภรรยาได้ยินทางโทรศัพท์ว่าอยู่แถวถนนนางงามก็เลยชวนกันมาดูบ้าน ตอนเห็นบ้านเราชอบมาก ตัดสินใจว่าซื้อแน่นอน”

สุดท้ายก็หลงรัก

เจ้าบ้าน

ก่อนบ้านเก่าอายุมากกว่า 100 ปี จะตกมาถึงมืออดีตสจวร์ตการบินไทย เคยเป็นบ้านของ คุณพงษ์ศักดิ์ โชคสกุลนิมิตร ท่านเป็นคนนครปฐม มาเทียบท่าเรือสงขลาพร้อมกระเป๋าใบเดียวเพื่อมองหาทำเลทำธุรกิจ จนได้เป็นเจ้าของแพปลา สุดท้ายท่านตัดสินใจประกาศขายบ้านเพราะอยู่คนเดียวหลังภรรยาเสียชีวิต ส่วนลูกอาศัยอยู่กรุงเทพฯ กันส่วนใหญ่

“ท่านสัมภาษณ์น่าดู ไม่ใช่จะขายให้ง่าย ตอนซื้อมาแพงเหมือนกัน ไม่รู้เราซื้อได้ยังไง มันหลงไปแล้ว”

นายคล้าย ละอองมณี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา 8 สมัย

ก่อนบ้านเก่าอายุมากกว่า 100 ปี จะตกมาถึงมืออดีตเจ้าของแพปลา เคยเป็นบ้านของ นายคล้าย ละอองมณี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา 8 สมัย ท่านใช้บ้านเป็นสำนักงานทนายความและต้อนรับแขก ภายหลังท่านตัดสินใจประกาศขายบ้านเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือพรรคการเมืองของท่าน และย้ายบ้านไปอยู่บริเวณถนนนครนอก

“ตอนเรามาแถวนี้ยังเงียบอยู่เลย เราเป็นรายแรกก็ว่าได้ที่เข้ามาเปิดธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่พัก”

พระนิเทศโลหสถาน (วูดฮัล วุฒิภูมิ) เจ้าของบ้านคนแรก

ก่อนบ้านเก่าจะอายุมากกว่า 100 ปี จะตกมาถึงมืออดีตอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา 8 สมัย เคยเป็นบ้านของ พระนิเทศโลหสถาน (วูดฮัล วุฒิภูมิ) เจ้าของบ้านคนแรก ท่านเป็นชาวศรีลังกา ถูกว่าจ้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้มาทำงานเป็นช่างแผนที่และสำรวจแร่ดีบุก ท่านประจำการอยู่จังหวัดภูเก็ต จนกระทั่งช่วงต้นรัชกาลที่ 6 ถูกย้ายมาจังหวัดสงขลาและพบรักกับภรรยาชาวสงขลา ซึ่งท่านเป็นต้นตระกูล ‘วุฒิภูมิ’ ในปัจจุบัน

“คนเคยอยู่หรือมีประวัติเชื่อมโยงกับสงขลา เขามาแล้วตื่นเต้นทุกครั้ง ชอบพูดถึงอดีตกัน พอเราเล่า เขาจะเสริมตลอด”

แต่งบ้าน

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

จากบ้านพักอาศัยขนาด 3 ชั้น บริเวณหัวมุมถนนนางงามตัดกับถนนปัตตานีของพระนิเทศโลหสถาน กลายเป็นหน้าบ้านและห้องรับรองแขกของ ‘บ้านในนคร’ แมตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ปนเก่าปนใหม่ ผนังกระเบื้องสีหวานลายดอกไม้ เข้ากันกับจานสีขาวตัดลายเส้นสีน้ำเงิน เจ้าบ้านกระซิบว่าบรรดาจานล้วนเป็นของสะสมที่เขาหอบใส่กระเป๋ากลับมาด้วยเกือบทุกครั้งเวลาบินไปทำงานยังต่างประเทศ ด้วยราคาแสนถูก เขาขนกลับมาทีขนาดเต็มกระเป๋าเดินทาง 

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

การเลือกหยิบข้าวของมาใช้ตกแต่งภายในอาคารเลยง่ายไปเสียหมด เพราะของที่เลือกมาถูกรสนิยมแล้วทั้งสิ้น หลังจากผลัดมือเปลี่ยนเจ้าบ้านเป็นนายคล้าย เขาได้ซื้อที่ดินด้านหลังบ้านและสร้างห้องติดกับตึกเดิม แล้วเจาะประตูเชื่อมระหว่างตึก พื้นที่ทั้งหมดกลายเป็นห้องพักจำนวน 6 ห้อง บรรจุนักนอนเที่ยวได้ 12 คนถ้วน

ก่อนบ้านจะถูกส่งต่อถึงแม คุณพงษ์ศักดิ์ซื้อที่ดินเปล่าด้านข้างตึกเพิ่ม เพื่อทำเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ของครอบครัว แมแปลงโฉมพื้นที่นั้นเป็นสวนหย่อนใจขนาดย่อม ตกแต่งด้วยถ้วย ถัง กะละมัง หม้อแขวนเรียงยาวตามแนวผนัง สบายตาด้วยสีเขียวจากต้นไม้นานาพันธุ์ บรรยากาศดีมาก เหมาะแก่การนั่งหย่อนใจพร้อมหนังสือเล่มโปรดสักเล่มหรือจะนอนเหยียดขาบนเฟอร์นิเจอร์จากไม้เรือประมงเก่าสีซีด แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่จางหายตามกาลเวลา

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม
บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม
บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

ถ้าวันไหนโชคดีสายฝนไม่โปรยปราย คุณจะได้นั่งทานข้าวท่ามกลางความรื่นรมย์ ชมนก ชมไม้ ชมวิถีชุมชนย่านเมืองเก่าสงขลาที่ห่างเพียงรั้วไม้กั้น แมกระซิบบอกว่าโรตีทำเองของเขาหรอยอย่างแรง ต้องลองมาชิมด้วยตัวเองให้ได้!

ขอกาดอกจันตัวเบิ้มอีกนิด อาหารเช้าของแมเป็นอาหารฮาลาล เสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามฤดูกาลหวานฉ่ำ

ในบ้าน

เราปักหมุดบริเวณสวนหย่อนใจแล้วเดินทะลุผ่านห้องครัวประจำบ้านเพื่อเดินสำรวจห้องพักชั้นหนึ่ง ชั้นสองและชั้นสาม ช้าก่อน! ยังไม่อยากก้าวเท้าอีกสองสามก้าวเดินขึ้นบันได ขอแวะเชยชมความงามของห้องครัวสุดอบอุ่นเสียก่อน

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

ด้วยคนสงขลามีทั้งเชื้อสายไทย เชื้อสายจีน และเชื้อสายมุสลิม แมเลยใช้ผ้าปาเต๊ะลายดอกไม้คละสีเป็นสัญลักษณ์แทนพหุวัฒนธรรม เขาแปลงผ้านุ่งธรรมดาเป็นผ้าปูโต๊ะบ้าง แผ่นรองจานบ้าง ถ้าใครเห็นแล้วปิ๊ง อยากครอบครอง แมมีขายในราคามิตรภาพ เราสัมผัสด้วยมือและสายตาบอกเลยว่าการตัดเย็บเนี๊ยบมาก เหมาะกับการขนกลับบ้าน

ก่อนเดินสำรวจชั้นสอง เราแวะห้องสีม่วง ชั้นล่างซ้ายมือจากบันได้ไม้เก่า การตกแต่งตรงตัวตามชื่อห้อง เอาใจคนรักสีม่วงเป็นพิเศษ ขนาดห้องใหญ่กว่าห้องชั้นสองและชั้นสามสักหน่อย สะดวกกับคนมีอายุ เพราะไม่ต้องขึ้นบันได

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

ปิดประตูลงกลอนห้องแรกให้สนิท เราเดินสำรวจต่อชั้นสอง มีทั้งหมด 3 ห้องนอน ห้องสีแดง ห้องสีคราม และห้องริมระเบียง เป็นเตียงแบบดับเบิ้ลเบดทั้งหมด ส่วนชั้นสามมีทั้งหมด 2 ห้อง เราภูมิใจนำเสนอห้องเรือและห้องดอกไม้

บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม
บ้านในนคร บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

แน่นอน ตามสไตล์เจ้าบ้าน ตั้งชื่อห้องแบบไหนก็ย่อมตกแต่งแบบนั้น อย่างห้องเรือ ภายในห้องทาสีโทนเย็นหลากสี แถมอ่างล้างหน้ามีส่วนประกอบจากไม้เรือเก่าสีเคยสด พอผ่านกาลเวลาและแสงแดดก็หลุดลอกเผยให้เห็นเนื้อไม้ หรือทุ่นเรือสีจางจนเป็นสีพาสเทล แมแปลงกายให้ทุ่นเหลือใช้เป็นโคมไฟส่องสว่างสุดเก๋ประดับในห้องน้ำ

บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

ไม่เพียงแค่นอนพักให้สบายกาย แต่ยังเข้าใจและเรียนรู้วิถีชีวิตประมงท้องถิ่นของชาวสงขลาไปด้วยในตัว

ส่วนห้องดอกไม้ สาวเล็กสาวใหญ่ต้องถูกใจอย่างแน่นอน เต็มไปด้วยหมู่มวลดอกไม้สารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะผ้าม่าน โคมไฟสีหวาน ประตูจับทรงดอกไม้บาน และกระเบื้องโมเสกบริเวณเหนือกระจกอ่างล้างหน้า แมบรรจงประดิดประดอยจนเป็นดอกไม้สารพัดสีสันรอบกระจก เห็นแล้วก็อยากจะพูดออกไปว่า ‘กระจกวิเศษ บอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี’

บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

อ้อ! ไม่บอกไม่ได้ ความน่าเอ็นดูของห้องน้ำในทุกห้องนอน แมไม่เลือกใส่บานประตูห้องน้ำ เพราะต้องการประหยัดพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง เขาเลือกติดผ้าปาเต๊ะอเนกประสงค์เป็นประตูผ้ากั้นระหว่างด้านในกับด้านนอกแทน

เยี่ยมบ้าน

ความอบอุ่นไม่ใช่จุดขายของ ‘บ้านในนคร’ แต่ความอบอุ่นเป็นสิ่งที่แมตั้งใจมอบให้แขกผู้มาพักทุกคน เปรียบเสมือนมานอนพักบ้านญาติคนสนิท สิ่งพิเศษของบูติกโฮเต็ลหลังกะทัดรัดหลังนี้คือความครบถ้วนสมบูรณ์แบบของแม เขาบริการเป็นเลิศไม่แพ้เคาน์เตอร์ทัวร์ อย่างร้านอาหารท้องถิ่นควรชิม ของฝากไม่ควรพลาด สถานที่ต้องแวะ วัดไหนต้องไหว้ แมรู้จักดีพร้อมแนะได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะละแวกนั้นคนส่วนใหญ่รู้จักกันเกือบหมด ใจดีและเป็นกันเองมาก!

“สิ่งหนึ่งที่เราดีใจคือชาวต่างชาติเริ่มเข้ามาพัก เขามาเมืองไทยเป็นครั้งแรก แต่เลือกสงขลาเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทาง แล้วค่อยขยับไปพัทลุง ภูเก็ต เราว่าน่าภูมิใจมากนะ เหมือนเรามีสิ่งดีงามแต่ยังไม่เคยได้รับการพูดถึงเท่านั้นเอง

บ้านเก่าร้อยกว่าปีของช่างทำแผนที่สยาม ที่เป็นบูติกโฮเต็ลแห่งแรกบนถนนนางงาม

“ต่างชาติเขาว่าสงขลาเป็นเมืองเล็ก น่ารัก เหมาะแก่การเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทย” 

คุณว่าจริงอย่างแมว่าหรือเปล่า 

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามาสัมผัสด้วยตัวเอง 

แล้วคุณจะหลงรักเมืองเล็ก น่ารัก เหมือนชายหนุ่มเจ้าบ้านที่ส่งยิ้มหวานกลับมาให้เราหลังโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้าชุด

แม-ดนัย โต๊ะเจ

บ้านในนคร บูติกโฮเต็ล สงขลา

166 ถนนนางงาม ตำบลบ่อบาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000

Facebook : บ้านในนคร บูติกโฮเต็ล สงขลา

ติดต่อ : 09 5438 9323

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

หลังกินมื้อเที่ยงรสชาติจัดจ้านฝีมือคนตรัง เราก็เดินทางมาถึง ‘Sirichai Design Hotel’ อ.กันตัง ทันในช่วงบ่าย ด้วยฝีมือการขับรถลู่ลมของคนตรังอีกเช่นกัน

เราถือโอกาสระหว่างทางพูดคุยกับพี่คนขับ เพราะเห็นว่าศิริชัยเป็นโรงแรมเก่าแก่ที่อยู่คู่จังหวัดมานาน แต่กลับได้รับคำถามกลับมา เมื่อพี่คนขับไม่เข้าใจว่าเราจะเข้าไปคุยกับโรงแรมเก่าที่ดูร้างไร้ไปทำไม 

คำตอบคือ ก๊วง-เมธี สกุลส่องบุญศิริ ทายาทรุ่นสาม ได้ปัดฝุ่นโรงแรมเก่ากว่า 60 ปีของปู่ให้กลายเป็นที่พักสไตล์คนรุ่นใหม่ โดยคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณความเป็นเมืองท่ากันตังในอดีต ตั้งแต่การตกแต่ง ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่วางขายในคาเฟ่ ไปจนถึงเมนูอาหารจากร้านค้าในชุมชน

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

มีทายาทมากมายเลือกใช้ชีวิตต่อในเมืองหลวงเมื่อพบว่าตัวเองชื่นชอบอะไร 

แต่ก๊วงกลับบ้านเกิดมาพร้อมปริญญาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนปมวัยเด็กที่เคยถูกล้อว่าเป็นลูกหลานโรงแรมร้างให้กลายเป็นความภาคภูมิใจของชีวิต 

“ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว”

กลิ่นหอมของกาแฟเป็นตัวเริ่มต้นบทสนทนาของเราในวันนี้้ ส่วนก๊วงรับหน้าที่เป็นบาริสต้า

เขาชงกาแฟไปเล่าไปว่า คาเฟ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ แต่เป็นเพราะลูกค้าที่เข้าพักมักจะขอเครื่องดื่มรสชาติดีจากเจ้าของโรงแรมที่ชื่นชอบอเมริกาโน่

ทว่า กระป๋องชาไทยกลับเป็นเมนูที่เขาเลือกสรรให้คนกรุงชิม

“เพราะมันเป็นชาใต้” ก๊วงให้เหตุผล 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

เราพลิกเจ้ากระป๋องชาในมือไปมาอย่างงุนงง เพราะจำได้ว่าไม่กี่นาทีก่อนยังเห็นก๊วงขมักเขม้นชงชาใส่แก้ว เขาบอกว่านี่เป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่เขายึดมั่น คือการทำโรงแรมศิริชัยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด จึงเปลี่ยนแก้วพลาสติกให้กลายเป็นกระป๋องอะลูมิเนียมที่นำไปรีไซเคิลและกลับมาใช้ซ้ำได้

หลังได้ยินเรื่องราวที่คงเป็นแค่อินโทร เราพบว่าที่นี่น่าสนใจกว่าที่คิด และก๊วงคงไม่ได้ทำแค่ปัดฝุ่นแน่ ๆ

ความเก่าของศิริชัยแท้จริงแล้วเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1944 เป็นอาคารไม้จำนวน 12 ห้อง ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันนี้เอง ก่อนย้ายมาที่นี่เมื่อปี 1967 ในยุคที่ อ.กันตังเฟื่องฟูจากการเป็นเมืองท่าของคนใต้ แขกไปใครมาก็จะต้องแวะมานอนพักเพื่อรอขึ้นเรือไปค้าขาย รับส่งสินค้า ทั้งในและต่างประเทศ จนมีภาพจำคือขบวนรถไฟที่แน่นขนัดจนต้องนั่งบนหลังคา

“แต่ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว ไม่เคยเห็นยุครุ่งเรือง” เขาเบรกรถไฟดังเอี๊ยด พลางหัวเราะไปด้วย เพราะเวลาล่วงเลยไป อ.กันตังก็ได้รับความนิยมลดน้อยลง จากเมืองท่าเหลือเพียงเมืองทางผ่าน จากรถไฟเคยมาวันละ 4 รอบเหลือเพียงรอบเดียว ไม่มีเรือขนส่งมาเทียบท่า และไร้เงาของนักท่องเที่ยว

“ก่อนที่ผมจะกลับมาคือแทบจะไม่มีลูกค้ามาเข้าโรงแรมด้วยซ้ำ ไม่มีใครกล้าเข้า

“มันโทรมมาตั้งแต่เราเด็ก ตอนอยู่โรงเรียนเราโดนล้อว่าเป็นลูกหลานที่นี่ เหมือนเป็นปมในใจ ผมมีแผนไว้อยู่แล้วว่าจะปรับปรุง เรียนจบเริ่มคิดว่าอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง หาไปเรื่อย ๆ ก็ไม่เจอ จนมาขอที่บ้านว่า งั้นทำโรงแรมแล้วกัน เพราะไหน ๆ มันก็เป็นของเราอยู่แล้ว”

โรงแรมสุดหวงแหนที่โรยราไปตามความชราของปู่ ผ่านมือลูกชายที่ประกอบอาชีพรับราชการ จึงตกทอดมาสู่หลานในที่สุด เพียงแต่ไม่มีอะไรง่ายดังใจนึก

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“มันยังไม่ตอบโจทย์”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“ตอนแรกปู่ก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่” กะไว้แล้ว

งั้นคุณโน้มน้าวปู่ยังไง – เราถาม

“โน้มน้าวไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าลองเลย” เขาตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะเผยความลับ

“ครั้งแรก เรารีโนเวตเล็ก ๆ ก่อน อย่างหน้าตาโรงแรมยังเหมือนเดิมครับ แค่ปรับความสะอาด ขัดพื้นให้น่าพักขึ้น ปู่ก็เริ่มเห็นว่ามีคนเข้ามาพักเพิ่ม แต่ถามว่าเยอะไหม ก็ยังไม่เยอะ 

“แล้วถึงจะทาสีใหม่ คนกันตังก็ยังเห็นว่ามันเก่าเหมือนเดิม” คนขับรถเรายืนยันความจริงข้อนี้ได้ดี 

“มีคนมาจอดหน้าโรงแรม ดูอยากจะพักแหละ แต่ว่าไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นยังไง ผมเห็นบ่อยมาก รถมาจอดแล้วก็ขับไป เลยรู้สึกว่าการรีโนเวตนี้น่าจะยังไม่ตอบโจทย์ ผมเลยออกแบบใหม่”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

จากโรงแรมศิริชัยจึงแปลงโฉมเป็น Sirichai Design Hotel ด้วยความตั้งใจให้มีกลิ่นอายของเมืองท่า ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในท่าเรือและสถานีรถไฟ

ก๊วงปรับด้านหน้าโรงแรมให้โมเดิร์นขึ้นแต่ก็ไม่ถึงกับหรูหรา ส่วนชั้นล่างตกแต่งด้วยการนำเหล็กมากัดสนิม ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ร่วมกับบรรดาของเก่าที่ยังคงเก็บไว้ ทั้งพื้นเดิมจากยุคปู่ โต๊ะที่เราเห็นตรงหน้าก็มาจากวงกบประตู-หน้าต่างเดิม ที่รื้อและนำมาดีไซน์ใหม่โดยฝีมือช่างจากกันตังทั้งหมด

แต่ทั้งหมดนี้จะมากพอให้คนตรังเห็นการเปลี่ยนแปลงรึเปล่า 

“ผมเคยคิดจะเปลี่ยนชื่อโรงแรม” เขาบังเอิญพูดสิ่งที่เราสงสัยในใจ

“รู้สึกว่าจะทำยังไงให้คนเปลี่ยนไป เพราะคงคิดว่าจะเก่าแบบเดิม มีชื่อเสียงแบบเดิม แต่คำว่า ศิริชัย จริง ๆ ไม่ได้แย่ แล้วมันก็ขลังด้วย เพราะพระตั้งให้” 

โอเค เราเข้าใจแล้วว่าทำไม

อย่างต่อมาที่เขาลงมือเปลี่ยนหลังการปรับปรุงครั้งที่ 2 จึงหนีไม่พ้นความคิดของคนในชุมชน 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“เราต้องไปหาชุมชน”

“เพราะคนที่อยู่ในกันตังมันแคบ เขาเกิดมาก็เห็นโรงแรมนี้กันทุกคนแหละ แล้วเขาก็หลอนเรื่องผี” หลานชายเปิดอก

“โดยปกติของที่นี่ คือชาวบ้านเขาจะคุยกันว่าลูกหลานกลับมาหาไม่มีที่ให้นอน ตอนเย็นกินข้าวที่บ้าน นั่งคุยกันเสร็จ 3 – 4 ทุ่ม ก็กลับไปนอนโรงแรมในเมือง ไอ้เราก็สนใจว่าทำไมไม่นอนแถวนี้ โรงแรมเยอะแยะ เขาบอกว่ามันเก่าแล้ว เขาไม่อยากให้ใครมา”

ก๊วงจึงตัดสินใจเปลี่ยนความคิดตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว และนั่นทำให้คนตรังกลับบ้านเป็นลูกค้าหลักของเขาจนถึงตอนนี้

“เราไม่ได้ประชาสัมพันธ์อะไรเลย แต่ดึงคนในชุมชนเข้ามาดูว่าเปลี่ยนไปยังไงบ้าง คาเฟ่จะเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนแนวคิด เพราะถ้าเปิดแต่โรงแรมเฉย ๆ ไม่มีใครเดินเข้ามา แนวคิดมันก็จะไม่เปลี่ยน และเรามีโปรโมชันลด 10% ให้คนกันตังตลอดเวลา”

ภายในร้านเองก็มีการวางขายงานฝีมือของคนในชุมชน เราเห็นทั้งผ้าบาติก ผ้าทอ รวมถึงขนมที่ไม่ใช่ครัวซองต์ เบเกอรี่ แต่เป็นเหล่าขนมโบราณขึ้นชื่อของคนใต้ที่เขารวบรวมไว้ให้ ก๊วงบอกว่าหากอยากซื้อของกลับไปฝากใคร ก็ขอให้มาลองชิมที่ร้านเขาเสียก่อน 

“เมืองนี้มันเงียบลง ผมคนเดียวไม่มีทางทำให้อำเภอนี้กลับมาอีกครั้งหรอก เราต้องไปหาชุมชน หรือให้ชุมชนมาหาเราบ้าง ชวนเขาคุย ชวนเขาเสนอไอเดีย หรือมีผลิตภัณฑ์ก็เอามา เราตั้งขายให้ฟรีเลย แล้วก็เอาตังค์ไปให้เขา กลายเป็นว่าโรงแรมก็เหมือนร้านขายของ ลูกค้าเข้ามาก็ต้องเดินดูครับ” 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste
จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“เหมือนตายตาหลับ”

เราเดินขึ้นบันไดเก่าแก่ตามก๊วงไปชมห้องพักที่เขาบอกว่าโครงสร้างเดิมทำให้ปรับปรุงยากมาก แต่บัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ก็ทำจนสำเร็จ 

“รูปทรงมันดูก็รู้ว่าเก่าครับ คานเยอะมาก สร้างใหม่ไม่ได้ อย่างวิศวกรรุ่นใหม่เขาจะนิยมทำให้พอประมาณ คือคำนวณไว้แล้วว่าอันนี้รับน้ำหนักเท่านี้ ต้องสร้างแค่นี้พอ แต่นี่คนรุ่นเก่าเขาสร้างเผื่อไว้เยอะเลย ไม่รู้กี่เสาก็ตั้งเต็มไปหมด” ก๊วงหัวเราะร่วน 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ช่างเมื่อก่อนไม่มีแปลน เขาก็สร้างแบบแข็งแรงที่สุด ผมจะเดินท่อเชื่อมท่อน้ำใหม่ พอเจาะลงไปเจอคานด้านล่าง เราไม่รู้ท่ออยู่ตรงไหน สายไฟอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้” 

โรงแรมมีทั้งหมด 20 ห้อง จากห้องพัดลมเปลี่ยนเป็นแอร์ทั้งหมด เดินไฟและระบบน้ำใหม่ให้ปลอดภัยและทันสมัยขึ้น แม้จะแก้ไขโครงสร้างห้องไม่ได้ แต่ก็ปรับสัดส่วนใหม่ให้คล่องตัว แบ่งออกเป็นห้อง Deluxe มีระเบียงส่วนตัวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ห้อง Superior ตกแต่งในสไตล์มินิมอลกะทัดรัด ห้อง Standard เลือกได้ทั้งเตียงเดี่ยวหรือคู่ในราคาสบายกระเป๋า และห้อง Bunk Bed เตียง 2 ชั้น สำหรับวัยรุ่นสายลุยทุกท่าน 

และสิ่งสำคัญที่ทุกห้องมีร่วมกัน คือหนังสือของโรงแรม 

คุณเขียนเองเหรอ – เราสงสัย เพราะมันไม่ได้มีเพียงประวัติของศิริชัยเพียงเท่านั้น

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ใช่ครับ ผมรวบรวมร้านอาหาร ของอร่อยในกันตัง อยากกินแบบไหนก็็บอก จะอาหารตามสั่ง ข้าวต้ม หมูกระทะ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า อยากกินร้านไหนก็ได้เลย เราทำแผนที่ไว้ให้แล้ว โรงแรมอยู่ตรงนี้ลูกค้าไปไหนได้บ้าง แล้วส่วนใหญ่ลูกค้าจะถามหามื้อเช้า ซึ่งเราไม่ได้มีอาหารแบบในโรงแรมบริการ แต่ให้คนในชุมชนเอาเมนูของร้านเขามาวางไว้ตรงคาเฟ่ข้างล่าง แล้วเขาก็มาส่งให้”

มากไปกว่านั้น เป้าหมายต่อไปที่ก๊วงอยากไปให้ถึง คือการทำให้ศิริชัยเป็นโรงแรมปลอดขยะ เห็นได้จากเครื่องดื่มที่เขาเสิร์ฟในกระป๋องนั่นแหละ ซึ่งก๊วงบอกว่าเขาใช้หลอด Bioplastic ย่อยสลายได้เอง ถุงกระดาษ ไม่มีพลาสติกแม้แต่น้อย ส่วนภายในห้องพักของเขา คงมีเพียงถังขยะกับที่ห่อแก้วที่ยังต้องพึ่งพามันอยู่ ทั้งหมดนี้้เป็นไอเดียที่ซึบซับมาจากคุณพ่อคุณแม่ ข้าราชการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาก่อนเขาหลายปี

“โรงแรมเราแยกขยะหมดแล้วก็เอาไปขาย แล้วผมจบวิศวกรรมเครื่องกลพลังงานมา เลยคิดว่าหลังจากนี้จะทำโปรเจกต์จัดการพลังงาน ลดค่าไฟของโรงแรมลงด้วยครับ”

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

ก๊วงพาเราชมโรงแรม เล่าถึงรายละเอียดต่าง ๆ อย่างภาคภูมิใจ อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้ลงแรงปรับปรุงมันเพื่อแค่ให้ทันสมัยขึ้้น แต่ยังทำเพื่อขจัดปมวัยเยาว์ให้หายเป็นปลิดทิ้ง

“ตอนนี้หายแล้วนะครับ หายแล้วจริง ๆ” เขายืนยัน 

“เมื่อก่อนถ้าพูดถึงโรงแรมจะมีแต่ด้านลบ ตอนนี้มีแต่คนคุยกับเราเราในแง่บวกมากขึ้น โรงแรมเป็นยังไงบ้าง คนมาเยอะขึ้นนะ จากที่แทบไม่ทักกันเลย”

แล้วเจ้าของโรงแรมตัวจริงที่เห็นมันทั้งในวันที่รุ่งโรจน์สุดขีดและโรยราสุดขั้วอย่างปู่ล่ะ

“แกไม่ค่อยพูด แต่แกยิ้มแล้วบอกว่า เออ เหมือนตายตาหลับ”

3 Things
you should do

at Sirichai Design Hotel

01

ไหว้พระ 3 ศาลเจ้า กันตังมี 3 ศาลเจ้าหลักที่สายมูห้ามพลาด คือ ศาลเจ้าฮกเกี้ยนก๋งก้วน ศาลเจ้าเก่งจิวโฮ่ยก้วน และศาลปู่เจ้ากันตัง ครบทั้งเรื่องงาน ความรัก และโชคลาภ

02

กินมื้อเช้ารอบตลาดกันตัง รอบ ๆ โรงแรมมีทั้งติ่มซำ บะหมี่ อาหารอิสลาม ให้ได้เลือกทาน และใกล้กันยังมีสถานีรถไฟให้ไปถ่ายรูปชิก ๆ

03

เที่ยว 4 เกาะเมืองตรัง ห่างจากที่พักไปประมาณ 30 นาที จะเจอท่าเรือที่ออกไปดำน้ำ ดูปะการังน้ำตื้นได้ ทั้งที่เกาะกระดาน เกาะมุข และแวะชมความสวยงามของถ้ำมรกต สถานที่ติด 1 ใน 10 Unseen Thailand

Sirichai Design Hotel

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load