“บางทีทำงานเยอะ ๆ จะรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่กับเขา”

แม่ทุกคนที่เลี้ยงลูกไปด้วย ทำงานไปด้วย เป็นแบบนั้น 

วิ-วิชชุกร โชคดีทวีอนันต์ ก็เช่นกัน เธอคืออดีตขุมกำลังนักออกแบบ Greyhound สู่การเป็น Co-founder โครงการ The Bound House ร่วมกับสามี บอน-วีรภัฎ โชคดีทวีอนันต์ สู่เจ้าของร้านขายของที่ระลึก LIFE SHOP Nakhon Pathom

ฝากเลี้ยงตอนนี้ อยากเล่าเรื่องคุณแม่ที่ชอบทำงาน ชอบอยู่กับลูก เลยชวนลูกมาทำงานด้วยกัน ด้วยการออกแบบหนังสือนิทานที่มีต้นทางจากหนังสือเล่มเล็กของลูกที่วาดเล่นในบ้าน กลายมาเป็นนิทานที่เด็กและผู้ใหญ่อ่านแล้วยิ้มทุกคน

ก่อนให้ลูกจับ iPad และ Apple Pencil พ่อแม่หลายคนนิยมให้ลูกจับดินสอและกระดาษจริง ๆ วาดเขียน เพื่อฝึกกล้ามเนื้อมือ และอีกนัยหนึ่ง ทุกคนรู้สึกดีกว่าอยู่แล้วถ้าเห็นลูกอยู่กับกระดาษมากกว่าหน้าจอ

กระดาษคือโลกใบใหม่ของเด็ก เขาเอาภาพในหัวมาสร้างให้ปรากฏจริงได้ นั่นคือความยิ่งใหญ่ของกระดาษสำหรับเด็ก

หากเราพับกระดาษครึ่งหนึ่ง จับมาทบรวมกัน เย็บด้วยแม็กหรือเทปกาว เด็กน้อยจะได้รู้จักสิ่งที่เรียกว่า หนังสือ ครั้งแรกด้วยตัวเอง

ลูกชายและลูกสาวของแม่วิก็เช่นเดียวกัน ทั้ง 2 คนเป็นเหมือนต้นไม้คนละสายพันธุ์ เติบโตคนละรูปแบบ 

มี โชคดีทวีอนันต์ แทบจะโตในออฟฟิศ อยู่ด้วยกันกับแม่ตลอดเวลา ซึมซับงานออกแบบตั้งแต่เด็ก แต่กลับหันความสนใจไปทางการคำนวณและการลงทุน ส่วน เวลา โชคดีทวีอนันต์ ลูกสาวโตในบ้านมากกว่าออฟฟิศ แต่จินตนาการของลูกสาวดูจะเป็นรูปเป็นร่างไวกว่าคนอื่น เธอชอบวาดและขีดเขียนหนังสือเล่มเล็กเป็นประจำ

เวลาเล่าเรื่องจริงระหว่างตัวเองและแมวที่บ้านใส่สมุดเล่มเล็ก ตั้งชื่อเสร็จสรรพว่า แมวกัดฉัน เมื่อคนเป็นแม่ผ่านมาเห็นเข้า ก็สะดุดใจในบางเรื่องที่ลูกสาวซ่อนไว้

“ตอนแรกเราไม่ได้คิดอะไร แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ มันมีจุดพีก ลูกบอกเราว่า ถ้าเราดูแลแมวให้ดี เขาก็จะนิสัยดีขึ้น จริง ๆ มันไม่ใช่แค่แมว แต่คือทุกอย่างในชีวิตที่เราต้องรู้จักแบ่งเวลา 

“มันมีเหตุผลที่แมวนิสัยไม่ดี บางอย่างเราก็เปลี่ยนได้ ที่แมวไม่ดีก็เพราะเราเปลี่ยนไป ถ้าแมวนิสัยดีขึ้นก็เพราะเราเปลี่ยนไปเหมือนกัน เป็นมุมมองที่เราอยากแชร์” แม่วิยิ้ม

ความจริงวิชชุกรเก็บความอยากทำนิทานไว้นานแล้ว มันเริ่มจากการซื้อนิทานให้ลูกอ่าน ด้วยความเชื่อว่านิทานคือสิ่งที่สร้างตัวตนของลูก คนเป็นพ่อแม่ก็ควรเลือกให้ดี 

แต่นิทานหลายเรื่องก็ถูก Curate ให้ไม่เหมาะกับเด็กเท่าไหร่ บางเรื่องก็โตเกินไป ยัดคำสอนเกินไป อ่านแล้วไม่ถูกใจ ทำเองดีกว่า เป็นทางออกที่ดีที่สุด

เวลาผ่านไปจนวิชชุกรได้มาดูแลโครงการ LIFE SHOP ที่นครปฐม ร้านขายของที่ระลึกแห่งนี้มีพื้นที่มากพอให้เธอได้ทดลองทำสินค้าใหม่ ๆ ตอนนั้นเองที่ไอเดียการเอาเรื่องวาดเล่นของลูกมาทำเป็นนิทานจริง ๆ เกิดขึ้น

ข้อได้เปรียบของแม่วิคือเป็นนักออกแบบ รู้จักคนที่จะเสกนิทานเรื่องนี้ให้ตรงใจ หวยมาออกที่เพื่อนรุ่นน้อง เป็ด-ภาคภูมิ ลมูลพันธ์ และ ยูน-พยูณ วรชนะนันท์ ที่วงการภาพประกอบรู้จักดีมาร่วมงานกัน 

แมวกัดฉัน ตีพิมพ์เป็นหนังสือปีที่แล้ว ขายกันเองในโซเชียลมีเดีย ต่อมาก็พิมพ์ครั้งที่ 2 จากนั้นก็มีเล่มที่ 2 แมวน้อยตามหาบ้าน ตามมา ไปฝากขายที่งานหนังสือ วางขายที่ร้าน Kinokuniya และจดเป็นบริษัท ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงปี 

แม่ ๆ อ่านถึงตรงนี้อย่าเพิ่งคิดว่า ใช่สิ เป็นนักออกแบบก็ทำได้ 

หัวใจความสำเร็จ คือการให้ลูกสาวมีส่วนร่วมในการ QC นิทานเล่มนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ ยังไม่นับเรื่องพาไปออกงานหนังสือ ให้เขาได้เห็นปลายทางของเรื่องวาดเล่นนั้นว่าไปไกลแค่ไหน 

“เราอยากให้เขารู้ว่าสิ่งที่เราทำ ถ้าตั้งใจก็จะได้รับการยอมรับเป็นขั้น ๆ ไปขายหนังสือที่งานหนังสือก็พาเขาไป พอพาไปบูท เขาก็ถามว่าน้องเขียนใช่มั้ยเพราะเห็นในปกหลัง เขาก็ดีใจ เป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดไว้” แม่เล่า 

ยิ่งให้ลูกมีส่วนร่วม ยิ่งน่าตื่นเต้น

“เขาบอกว่าจะทำ 30 เล่ม” ผมสังเกตว่าตอนที่เราหัวเราะ เวลาแอบฟังอยู่

“เราจะเปลี่ยนคาแรกเตอร์ไปเรื่อย ตอนแรกแมวชื่อ โมจิ โนริ เล่ม 3 จะเป็น กะทิ เปลี่ยนเป็นขนมไทยบ้าง เหมือนเราสอนเด็กผ่านแมว อยากให้เขาเห็นสิ่งที่ไม่ยากมาก 

“เรามีเพื่อนที่เป็นนักจิตวิทยาเด็ก เคยขอคำปรึกษาเรื่องเนื้อหานิทาน ส่วนหนึ่งคือกังวลเพราะมันคือนิทานเด็ก เขาก็บอกว่าการเล่าที่ดีที่สุดคือเล่าให้เรียบง่าย เราก็ไม่อยากให้นิทานเป็นเหมือนกับหนังสือที่เรากลัวตอนที่เราอ่านให้ลูกฟัง”

สาเหตุที่แม่วิจดเป็นบริษัท ไม่ได้จะกดดันลูก ไม่ได้อยากเติบโตยิ่งใหญ่ในวงการ เธอแค่มองเห็นโอกาสในการทำงานคาแรกเตอร์ใหม่ ๆ ไม่ได้เจาะจงอยู่กับงานนิทานฝ่ายเดียว

แต่พูดก็พูดเถอะ วิชชุกรยอมรับว่าเวลาเห็นนิทานบนกระดาษปรู๊ฟ ใจฟูกว่าใคร เป็นความรู้สึกที่งานออกแบบประเภทอื่นทำไม่ได้

สำนักพิมพ์ชื่อว่า ‘บ้านแมวแมว’ ในอนาคตคงมีผลงานให้พ่อแม่ติดตามอีกมาก ผลพลอยได้ส่วนหนึ่งคือทำให้นักออกแบบสาวที่ไม่เคยคิดจะเลี้ยงแมวกลายเป็นทาสไปเรียบร้อย

“แมวมันแอบรักษาข้างในเราด้วย” เธอยิ้ม

“มันช่วยให้เรามีเรื่องคุยกันมากขึ้นด้วย ไหนเวลาเรามาประชุมเรื่องนิทานกันซิ มา ๆ มาช่วยแม่คิดหน่อยว่าอะไรต่อ บางทีรู้สึกว่าดีเหมือนกันนะ เหมือนเราทำงาน แล้วลูกมาอยู่ในงานของเราด้วย มาสเกตช์เสื้อให้แม่หน่อย เขาก็เอาไปวาดกลับมา ลงสีให้แม่หน่อย” แน่นอนว่าตอนนี้แม่วิอนุญาตให้ลูกใช้ iPad เรียบร้อย 

อย่างที่บอก ไม่จำเป็นที่แม่ต้องลุกขึ้นมาเอาเรื่องวาดเล่นของลูกมาทำเป็นนิทานกันหมด

สิ่งสำคัญ คือการให้เวลากัน อยู่ด้วยกัน ถ้ามากพอ เราจะรู้สึกว่าควรใช้ชีวิตร่วมกับลูกอย่างไร

คุยเสร็จ ผมกระซิบถามว่า งานลูกสาวดังแบบนี้ แล้วน้องมี ลูกชาย ไม่งอนเหรอ

“เขาไม่ว่าอะไรค่ะ แค่บอกว่า ถ้าดัง ขอหุ้นด้วยคนนะ” แม่วิยิ้มกว้าง

Writer

ศิวะภาค เจียรวนาลี

ศิวะภาค เจียรวนาลี

บรรณาธิการที่ปั่นจักรยานเป็นงานหลัก เขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์