ที่พักหายใจ

คือคำที่เกิดขึ้นในความคิดหลังจากมา ‘บ้านกรอด้าย’ เกสต์เฮาส์เล็กๆ บนเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 

และไม่มีคำไหนจะเหมาะกับที่นี่ไปมากกว่านี้ เพราะความคิดที่แตกต่างของ อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์ ทำให้เธอและเขาตัดสินใจเปลี่ยนโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของครอบครัวบนเกาะเมืองอยุธยา เป็นเกสต์เฮาส์ที่ทำให้ผู้เข้าพักได้พบความสงบผ่านลมหายใจ และสงบมากพอที่ร่างกายและจิตใจได้หยุดพัก

อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์

อ้อ และ ป๊อน เป็นคู่รักที่ค้นพบความสงบผ่านแนวทางการเจริญสติและปฏิบัติธรรม เมื่อ 3 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ และกลับมาใช้ชีวิตสงบเรียบง่าย ด้วยการเปิดเกสต์เฮาส์ที่เมืองพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของอ้อ โดยนำหลักเจริญสติและปฏิบัติธรรมมาเป็นไอเดียหลักในการออกแบบที่พักของพวกเขาด้วย

“เราสองคนชอบเรื่องการปฏิบัติธรรม การเจริญสติ และต้องการใช้ชีวิตที่สงบ พอมีโอกาสกลับมาอยู่อยุธยา เราเลยอยากเลือกอาชีพที่ส่งเสริมกับแนวทางการปฏิบัติของเรา มองหาอาชีพที่ไม่ต้องใช้ความคิดเยอะ ไม่มีความซับซ้อนหรือมีกลยุทธ์อะไรมาก และมอบชีวิตที่เรียบง่ายให้กับเราได้ เลยเกิดความคิดที่จะทำเกสต์เฮาส์ขึ้นมา” 

ชายหนุ่มเริ่มต้นอธิบายจุดเริ่มต้นของบ้านกรอด้าย, เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของอยุธยา ซึ่งเคยผลิตผ้าขาวม้าและผ้าซิ่นจำนวนมากภายใต้ตรา ‘สิงห์เดี่ยว’ ก่อตั้งโดย คุณยายสุมล สุขปรีชา

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เดิมเคยเป็นโรงทอผ้าของคุณยายอ้อค่ะ ตอนแรกโรงงานเคยตั้งอยู่ที่ตลาดหัวรอ ชื่อโรงงานทอผ้าไทย ต่อมาเขาไม่ให้มีเครื่องจักรอยู่ตรงนั้น เลยย้ายโรงงานมาตั้งที่นี่ตอน พ.ศ. 2497 แล้วก็จดทะเบียนชื่อ ห้างหุ้นส่วนสุมลการทออยุธยา เป็นชื่อของคุณยายอ้อเอง ต่อมาทางจังหวัดประกาศห้ามไม่ให้ใช้สารเคมีย้อมผ้าบนตัวเกาะ ตัวโรงงานก็เลยต้องย้ายอีก

“คราวนี้ย้ายไปอยู่ที่ตลาดแกรนด์ พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บไม้และเก็บของต่างๆ จนช่วงประมาณ พ.ศ. 2538 ธุรกิจทอผ้าที่อยุธยาเริ่มซบเซา เพราะการนำเข้าผ้ามีราคาถูกกว่า หลายโรงงานก็เริ่มปิดตัว รวมถึงโรงงานของเราด้วย พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บของที่ถูกปล่อยรกร้างเกือบยี่สิบปี”

“ตอนอ้อยังเด็กก็เข้ามาช่วยงานคุณยายที่โรงงานบ่อยๆ คอยเป็นเด็กกรอด้าย ซึ่งเป็นคำที่ฟังแล้วไพเราะดีนะ เลยเอามาตั้งเป็นชื่อเกสต์เฮาส์ว่าบ้านกรอด้าย” อ้อเล่าความทรงจำของเธอต่อสถานที่นี่ให้ฟัง 

จนกระทั่งทั้งคู่นำไอเดียของบ้านกรอด้ายไปปรึกษากับสถาปนิก

“คอนเซปต์ใหญ่ๆ คือเราต้องการให้ที่นี่โปร่ง สบาย ประหยัดพลังงาน เป็นบ้านที่มีใต้ถุนสูง เพื่อใช้พื้นที่ด้านล่างปฏิบัติธรรม โดยสถานที่ก็ช่วยส่งเสริมการปฏิบัติธรรมด้วยงบเท่าที่เรามี” ป๊อนส่งไอเดียออกแบบให้สถาปนิก

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ในที่สุดความคิดของพวกเขาก็แปลงร่างให้กลายเป็นความจริง

บ้านกรอด้ายเป็นอาคารยกสูงสีขาวสะอาดตา เมื่อเดินผ่านโถงทางเดินเข้ามาข้างใน เราจะพบกับพื้นที่สีเขียวสงบกลางอาคารรูปทรงตัว L โดยมีบ้านไม้หลังเก่าตั้งอยู่ด้านในสุดของสวน หากตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ดี เราจะค่อยๆ ได้ยินเสียงน้ำไหล ประกอบกับเสียงนกนานาพันธุ์ที่ขับร้องอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ชนิดต่างๆ และหากลองตั้งใจสังเกตลมหายใจให้ดี เราจะค่อยๆ พบกับกลิ่นหอมบางๆ ของดอกชมนาดที่ปลูกไว้ในสวน ส่งกลิ่นหอมให้ชื่นหัวใจ

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เพราะผมเคยบวชมาก่อน ผมเลยพอจะเข้าใจว่าบรรยากาศแบบไหนเอื้อให้เกิดความสงบ ส่งเสริมการเจริญสติ ซึ่งส่วนตัวเราชอบฟังเสียงน้ำ ไม่จำเป็นต้องเห็นแม่น้ำหรือตัวน้ำก็ได้ ขอแค่ได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆ ก็ทำให้รู้สึกสงบลงได้ ส่วนสีเขียวก็ช่วยให้เกิดความสงบ เลยทำให้มีจุดที่มองออกจากตัวอาคารแล้วเห็นสวน ได้เจอกับสีเขียวของต้นไม้ บริเวณสวนตรงกลางเราก็ทำทางไว้เดินจงกรม เราตั้งใจให้ทางเดินเป็นดิน เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนวัดป่า

“สังเกตว่าที่นี่มีความโปร่ง นอกจากช่วยให้ลมพัดเย็นสบายแล้ว ยังทำให้พื้นที่ไม่ดูแน่นหรือวุ่นวายจนเกินไป ของบางอย่างที่วางชิดกัน ถ้าเราวางแยกให้มันเกิดพื้นที่ว่างระหว่างกัน มันก็เกิดเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง เราเลยพยายามให้ที่นี่มีพื้นที่ว่างค่อนข้างเยอะ” ป๊อนค่อยๆ อธิบายอย่างใจเย็น ขณะพาเราเดินชมส่วนต่างๆ ของเกสต์เฮาส์

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ด้วยความที่แต่เดิม สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโกดังเก็บไม้และของเก่าจากโรงงานมาก่อน ไม้และของหลายอย่างที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้างก็ถูกนำออกมาใช้ เหมือนชุบชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เผยให้เห็นความทรงจำที่เคยซ่อนอยู่ในพื้นที่ตรงนี้มาก่อน เราเลยได้เห็นป้ายของโรงงานทอผ้าในยุคต่างๆ นำมาแขวนประดับบนผนัง แถมตัวผนังก็เกิดจากการนำไม้ที่ใช้กับเครื่องสืบผ้า ซึ่งมีรอยบากให้แหว่งเป็นช่องสำหรับเส้นด้าย นำมาวางเรียงจนเกิดเป็นแพตเทิร์นสวยงาม แผ่นไม้ต่างๆ ที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้าง ก็นำมาประกอบเป็นตั่งและเป็นพื้นทางเดินต่างๆ ภายในเกสต์เฮาส์

“ตอนแรกเราและสถาปนิกอยากเก็บโครงสร้างเดิม เพื่อคงความเป็นโรงงานทอผ้าเอาไว้ แต่พอเข้ามาดูโครงสร้างแล้วทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะโครงสร้างเริ่มเก่าจนผุ รับน้ำหนักไม่ไหว เลยตัดสินใจเก็บไว้บางส่วน เช่น แนวเสาต่างๆ รวมถึงบ้านไม้ในสวนที่เราทำเป็นห้องพระ หรือ ‘ห้องไม่ปรุงแต่ง’ เพื่อให้คนเข้ามานั่งสมาธิหรือใช้พื้นที่สงบ 

“เดิมบ้านไม้หลังนั้นเคยเป็นที่พักคนงาน หน้าต่างที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นก็เป็นของเดิม แต่ก็มีบางบานที่เราต้องใช้ของใหม่เพิ่มเข้าไป เพื่อช่วยเสริมโครงสร้างให้แข็งแรง” ชายหนุ่มเล่าการทำงานร่วมกับสถาปนิก

บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้ายมีห้องพักทั้งหมด 6 ห้อง แบ่งเป็นห้องพักสำหรับ 2 คน จำนวน 4 ห้อง เลือกได้ทั้ง Twin Beds และ Double Bed ส่วนห้องพักครอบครัว สำหรับ 4 คน จำนวน 2 ห้อง ซึ่งทั้งหมดอยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร 

แต่ละห้องมีชื่อของตัวเองที่ป๊อนและอ้อตั้งใจตั้งชื่อเอาไว้

“เราตั้งชื่อห้องเรียงไปตั้งแต่ Peacefulness, Joyfulness, Happiness, Emptiness, Mindfulness และ Awareness” อ้ออธิบาย ก่อนป๊อนช่วยเสริม “คนที่เคยเจริญสติรู้ดีว่าการเจริญสติใหม่ๆ จะได้ความรู้สึกสงบก่อน แล้วเกิดความปีติ เกิดความสุขจากความว่าง เริ่มเกิดสติและความรู้ตัว ชื่อเหล่านี้เป็นลำดับการรับรู้จากการเจริญสติครับ”

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

นอกจากชื่อห้อง เรายังสังเกตว่าตามจุดต่างๆ ของบ้านกรอด้ายมีป้ายตัวอักษรที่มีกิมมิกน่ารักๆ ให้คนได้มีสติกับตัวเองผ่านลมหายใจ อย่างป้าย Breath Refill Here เป็นเหมือนจุดเติมลมหายใจ หรือตรงขั้นบันไดก่อนเดินเข้าห้องพักติดตัวอักษร Breath & Mind The Step ให้คนได้หยุดหายใจและมีสติกับตัวเอง ณ ขณะนั้น

ทุกรายละเอียดของทุกอย่างภายในบ้านกรอด้ายล้วนได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจ เพื่อให้ผู้มาพักได้หยุดอยู่กับลมหายใจตัวเอง และขณะที่เรากำลังพูดคุยกับอ้อและป๊อน จู่ๆ ก็มีเสียงระฆังไพเราะดังขึ้นเป็นเวลาชั่วครู่

เราทั้งหมดหยุดฟัง

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“เราได้ไอเดียจากหมู่บ้านพลัมครับ ที่นั่นทุกๆ สิบห้านาทีจะมีเสียงระฆังดัง ให้เราหยุดสิ่งที่ทำ เพื่อเตือนให้ตัวเรากลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ พอเสียงจบก็ค่อยกลับมาทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อ” ป๊อนเล่าที่มาให้ฟังหลังสิ้นเสียงระฆัง

ภายในห้องพักก็มีการออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสงบเช่นเดียวกัน 

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทุกห้องภายในบ้านกรอด้ายไม่มีโทรทัศน์เลยสักห้อง รวมถึงตู้เย็นก็เช่นกัน

“เหตุผลที่เราไม่มีตู้เย็นให้ในห้อง เพราะเราอยากให้ที่นี่มีความรู้สึกของบ้าน เราเลยวางตู้เย็นไว้ใต้ถุน ให้เกิดความรู้สึกการแบ่งปัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ภายในห้อง เราอยากให้มีการเดินมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง ขนมกับกาแฟที่วางไว้ตรงส่วนกลาง เราก็ให้ทุกคนที่มาพักหยิบทานได้ตลอด โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ บางทีก็มีน้ำผลไม้และน้ำผักที่อ้อทำมาวางไว้ หรือใครที่รู้สึกอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ ก็นำมาวางด้วยกันได้ 

“ส่วนของส่วนตัวที่ผู้พักต้องการนำมาแช่ในตู้เย็น เราก็มีสติกเกอร์แปะเลขห้องแยกไว้ให้ด้วยค่ะ อาหารของที่นี่เราจะซื้อจากร้านในอยุธยา เพราะเราพยายามแนะนำร้านดีๆ ของคนท้องถิ่นให้ผู้มาพักได้รู้จัก และลองไปทานด้วยตัวเองเมื่อมีโอกาส” อ้ออธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“ก่อนจะเปิดเกสต์เฮาส์ เรามีโอกาสเข้าไปขอคำปรึกษากับ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ถ้าเราจะทำธุรกิจอย่างนี้เราควรวางใจยังไง ท่านก็กรุณาแนะนำว่า หากเราปรารถนาให้คนมาที่นี่แล้วเกิดความสุข ทุกอย่างก็จะดีเอง เราก็จะโฟกัสกับความสุขของคนที่มาพัก ไม่ใช่โฟกัสว่าเราจะได้เงินจากเขาเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่โฟกัสที่ความสุขของเขาอย่างเดียวจนตัวเราต้องทุกข์ใจ ก็ไม่ใช่นะครับ ตัวเราต้องมีความสุขก่อนด้วย เราถึงจะทำให้คนอื่นมีความสุขได้ 

“เราต้องรักษาความสุขของเราไว้ด้วย เลยเป็นที่มาของคอนเซปต์การให้บริการของที่นี่ และที่นี่ไม่มีคนแปลกหน้า มีแต่กัลยาณมิตร สำหรับผมและอ้อ เรามองทุกคนที่มาที่นี่เป็นเพื่อน ทุกครั้งที่มีคนมาพัก เราเหมือนได้เพื่อนใหม่ครับ เขาเองก็รู้สึกเหมือนกันกับเรา 

“เด็กบางคนที่มาพักกับครอบครัวอยู่กันห้าถึงหกวัน บางคนเอาเกมมานั่งเล่นกับเรา พอจะกลับเขายกให้เราเลย บางคนช่วยงานแม่บ้านก็มีนะครับ ช่วยยกของต่างๆ เป็นบรรยากาศน่ารักๆ หลังจากเขากลับไปแล้ว บางคนก็ยังติดต่อกันตลอดเหมือนเพื่อน” ป๊อนพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนอ้อจะช่วยเสริม “บางคนส่งเมล็ดดอกไม้มาให้เราปลูกด้วย เราก็ไม่น้อยหน้า ส่งเมล็ดผักกลับไปให้เขาปลูกบ้าง” เจ้าบ้านหัวเราะอารมณ์ดี

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“แม้ว่าทุกๆ อย่างของที่นี่จะเกี่ยวข้องกับการเจริญสติ แต่เราก็ไม่ได้บังคับให้ผู้ที่มาพักต้องทำตามทุกคนนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่เขาเข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกสบายใจ การเจริญสติเบื้องต้นก็คือความสงบ แต่โจทย์ของมันจริงๆ คือการยอมรับในทุกๆ สถานการณ์ เพราะชีวิตจริงมีขึ้นมีลง ไม่ต่างอะไรกับธรรมชาติที่มีฝนตก มีแดดออก ซึ่งหลายอย่างเราก็ไม่อาจควบคุมได้ แต่เราสามารถกลับมาอยู่กับลมหายใจ เห็นความคิดของตัวเราเอง จะช่วยให้เรารู้สึกสงบลง ช่วยให้เรามองเห็นชัดขึ้น และเราหวังว่าคนที่มาพักกับเรา เขากลับจากบ้านกรอด้ายไป เขาจะเกิดความสบายใจ และใช้ชีวิตข้างหน้าต่อไปได้ดียิ่งขึ้น” ป๊อนพูดทิ้งท้าย ขณะเขาและอ้อเดินมาส่งเรากลับด้วยรอยยิ้ม

การค้นพบที่พักหายใจ ทำให้เราสงบลงและมีกำลังใจมากขึ้นกับการใช้ชีวิตในลมหายใจต่อๆ ไปเช่นกัน

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้าย

ที่ตั้ง : 23/5 ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครพระนครศรีอยุธยา 13000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 6771 7177

*บ้านกรอด้ายจัดกิจกรรมเจริญสติที่เกสต์เฮาส์ด้วย สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาลองปฏิบัติกันได้ ติดตามรายละเอียดและการสมัครได้ทาง Facrbook : บ้านกรอด้าย

Writer & Photographer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ท่ามกลางที่ราบสูงสลับภูเขา อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบาย แถมระดับโอโซนดีติดอันดับโลก

เรากำลังพูดถึงอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ที่หลายคนหลงรัก ใครมาก็ไม่อยากกลับ ด้วยเหตุผลข้างต้นก็ดี ด้วยเหตุผลอื่นก็ดี, ป้าติ๋ม-ธนพร ไฮนซ์ ก็เช่นกัน หญิงเปรี้ยวซ่าวัย 61 จากเมืองกรุงที่ตกหลุมรักอำเภอปากช่องเมื่อ 15 ปีก่อน แวบแรกเธอครองผืนดินเพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศ จนท้ายสุดกลายเป็นโฮมสเตย์

ป้าติ๋ม-ธนพร ไฮนซ์

Rosemary House โฮมสเตย์ 5 หลัง รายล้อมด้วยโรสแมรี่หลายสายพันธุ์ มีลาเวนเดอร์ สน ฯลฯ แทรกตัวอยู่ทั่วบริเวณ สารภาพตามตรงว่าเราไม่เคยอยากให้หน้าจอส่งกลิ่นหอมได้เท่านี้มาก่อน ความหอมของเฮิร์บอวลอยู่รอบพื้นที่ สีเขียวฉ่ำตาหลังฝนตกก็ชวนให้หัวใจสดชื่น วันนี้โชคดีเป็นพิเศษ นั่นเป็นความจริงที่อยากหยอกคุณให้อิจฉาเล่น

  ย่างเข้าสู่ปีที่ 3 ที่ป้าติ๋มแบ่งปันความสุขด้วยที่พักแสนอบอุ่น โรสแมรี่ คิทเช่น และ โรสแมรี่ การ์เดน สถานที่หลีกหนีความวุ่นวายเหมือนมาแอบอิงบ้านคอตเทจแถบชนบทต่างประเทศ ที่เจ้าบ้านหน้าตายิ้มแย้ม พูดคุยอย่างเป็นมิตร สวมผ้ากันเปื้อนลูกไม้ หมวกสานสีน้ำตาลอ่อน และรองเท้าบูตทำสวน ไม่ยืนตัดแต่งกิ่งกุหลาบ ก็กำลังชงชาสมุนไพรใส่แก้วสีขาวฉลุลาย ฉากหลังเป็นภาพสวนสีเขียวไกลสุดสายตา แซมดอกไม้สีเหลือง ม่วง ชมพู มีลมเย็นพัดลู่ผิว

แต่ภาพตรงหน้าเกิดขึ้นในเมืองย่าโม ประตูสู่ภาคอีสานของประเทศไทย 

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

รอช้าอยู่ไย ชวนคุณหอบเสื้อผ้ายัดลงกระเป๋าหวายทรงสี่เหลี่ยม มาทำความรู้จักกับป้าติ๋ม เจ้าของกิจการ แม่ครัว คนสวน และ Rosemary House ที่กลายเป็นบั้นปลายของหญิงผู้มีเสียงหัวเราะในทุกบทสนทนาของชีวิต

จากซิดนีย์มา

ป้าติ๋มเป็นสาวกรุงเทพฯ เคยประกอบอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และใช้ชีวิตฉันท์ครอบครัวกับชายผู้ครองหัวใจอยู่ที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นเวลากว่า 10 ปี ก่อนจะย้ายกลับดินแดนเกิด ‘ประเทศไทย’

“ป้ามาเที่ยวปากช่องครั้งแรกที่ภูพิมาน อากาศดีมาก” เสียงลากยาวของเจ้าตัวยืนยันความจริง

“จากนั้นป้าก็วิ่งหาซื้อที่ แต่พอดีช่วงนั้นต้องไปเที่ยวมิวนิก แล้วพี่สาวที่มาส่งเราที่สนามบินจะมาปากช่อง พอป้าลงเครื่องที่นู่นไม่ถึงห้าวัน พี่สาวก็โทรมา ‘ฉันเจอที่ สวยมากเลย เอามั้ย’ ป้าซื้อกลางอากาศเลย ไม่เห็นที่ด้วย 

“พอกลับมาดูก็เป็นที่เปล่าๆ ข้างหนึ่งสูง ข้างหนึ่งต่ำ เพราะสมัยก่อนเจ้าของที่เขาขุดดินขาย ด้วยความที่ป้ารักษาธรรมชาติเลยไม่ถม กลับมาไม่นานก็สร้างบ้านเลย อยู่สักพักมันก็เพิ่มหลายหลัง ป้าก็ให้เพื่อนฝูงมาพัก จนกระทั่งมีคนบอกให้ทำเป็นเรื่องเป็นราว ก็เลยกลายเป็นเรื่องเลย ทำเป็นเรื่องเป็นราวย่างเข้าปีที่สามแล้วค่ะ” ป้าติ๋มยิ้มหวาน

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

3 ปีเป็นเวลาที่เปลี่ยนบ้านเป็นโฮมสเตย์ และ 15 ปีเป็นเวลานานพอที่จะเปลี่ยนปากช่องเป็น ‘บ้าน’

“ตอนแรกป้านึกว่าอยู่ไม่กี่ปี ไปรู้จากหมาข้างบ้าน เขาเพิ่งตาย เราถามเจ้าของว่า หมาเธออายุเท่าไหร่ เขาบอกว่าอายุสิบสาม ตายละ ฉันอยู่นี่มาสิบห้าปีแล้วหรอ (หัวเราะ) ยังเข้าใจว่าเพิ่งมาอยู่แค่เจ็ดแปดปีเอง”

บนพื้นที่หนึ่งไร่ มีบ้าน 5 หลัง แรกเริ่มเดิมทีป้าติ๋มปลูกดอกกุหลาบบริเวณลานหญ้าหน้าบ้าน จนกระทั่งเพื่อนบ้านมาจากออสเตรเลียปลูกโรสแมรี่อยู่ก่อน ประจวบกับคนสวนแบ่งขายให้ป้าติ๋มราคามิตร เธอเหมาหมด!

“ป้าเหมามาปลูก เริ่มตัดชำ ทำมาเรื่อยๆ จนมันเยอะขนาดนี้ ก็ยังงงชีวิตอยู่เลย เมื่อก่อนเที่ยวอย่างเดียว พอได้ปลูกโรสแมรี่ก็เลยชอบปลูกต้นไม้ไปในตัว ตอนนี้เป็นเรื่องเป็นราวเพราะเรารักเขาแล้ว มันน่ารักจะตาย”

และ 8 ปีเป็นเวลาที่ป้าติ๋มค่อยๆ ปลูกและฟูมฟักเจ้าโรสแมรี่แสนรัก ให้หอมอวลทั่วเมืองปากช่อง

โรสแมรีที่รัก

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

“สมัยป้าเริ่มปลูกมีพันธุ์ออสเตรเลียอย่างเดียว ตอนนี้เขาเล่นสายพันธุ์กัน มีพันธุ์ทัสแคนบลู พันธุ์บาร์บีคิว แล้วก็มีออสเตรเลีย จริงๆ โรสแมรี่มีหลายสายพันธุ์นะ กลิ่นต่างกันนิดหน่อย แต่ที่เห็นโดดเด่นคือทรงพุ่มกับทรงเลื้อย

“เมื่อสองวันก่อนฝนตก ป้าเปิดประตูออกมากลิ่นมันอวล มันสารพัดหอมเลย โรสแมรี่ ลาเวนเดอร์ รัสเซียนเสจ เป็นสมุนไพรหมดเลย กลิ่นมันมิกซ์กันเหมือนอโรม่า อย่างต้นสนไซเปรสข้างหน้าก็หอมนะ” ป้าติ๋มอธิบาย

ป้าติ๋มพยายามสร้างวาไรตี้ให้กับสวน คัดสรรพันธุ์ใหม่และสนุกกับการลงมืออยู่เสมอ แถมมีลาเวนเดอร์ช่วยเติมสีให้สวน นักปลูกใจเย็นกระซิบว่า รัสเซียนเสจ ไม้ทรงพุ่มดอกจิ๋วสีม่วงแกมน้ำเงิน เป็นไม้ประดับที่กำลังมา

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

หลังจากนี้เอาใจคนรักโรสแมรี่ เตรียมจดเคล็ดลับการปลูกที่ป้าติ๋มบอกว่า ‘รู้ใจ’ เท่านั้นถึงจะรอด

 “การปลูกต้นไม้ต้องสังเกต ใช้ทฤษฎีอย่างเดียวไม่ได้ อย่างโรสแมรี่ คนบอกว่าเขาไม่ชอบน้ำ มันก็ได้นะ ถ้าภูมิอากาศแบบฝรั่งเศส แต่ที่เห็นว่าตาย ก็เพราะวัสดุปลูกบ้านเราส่วนใหญ่ใช้มะพร้าวสับ ใช้ทราย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่โปร่งที่สุด พอโปร่งก็เป็นปัญหา เพราะน้ำในกระถางจะแห้งเร็วมาก รดน้ำไม่กี่ชั่วโมงก็แห้งแล้ว แห้งปั๊บเชื้อราก็เข้า เป็นโรคโคนเน่า เราต้องอัดน้ำให้ฉ่ำเลย ให้เขากินให้อิ่ม ป้าอยู่กับเขามาเจ็ดแปดปี อดนอนยังไงก็ต้องตื่นหกโมงมารดน้ำ

“เช้ามาป้ารดฉ่ำเลย รดนานๆ ซ้ำไปซ้ำมา ให้น้ำมันถึง แล้วก็ฉีดสเปรย์แรงๆ ที่ยอด มันก็ไม่ค่อยมีโรค แมลงก็หาย อีกอย่างเวลาฝนตก คนจะเข้าใจว่าไม่ต้องรดน้ำ ยิ่งไม้กระถางต้องยิ่งดูอย่างดีเลย เพราะบ้านเราตกตอนเช้า ตอนบ่ายแดดเปรี้ยง พวกสมุนไพรจะอันตรายมาก มันจะมีเชื้อโรคชนิดหนึ่งเกิดระหว่างที่อุณหภูมิไม่เสถียร ขนาดอากาศหนาวบ้าง ร้อนบ้าง เรายังเป็นหวัด ต้นไม้ก็เหมือนกัน พอซัมเมอร์เดือนเมษาฯ ช่วงสามสี่โมงป้าจะพรมน้ำให้เขาอีก”

ป้าติ๋มบอกว่าฝนตกหนักมากก็ต้องระวังรา ปีก่อนปากช่องฝนตกทุก 3 ชั่วโมงตลอดหนึ่งเดือน ปราศจากแดด มองเห็นแต่หมอก ชวนให้คนปลูกเกาหัวแกรกด้วยความเครียด ใบที่ร่วงหล่นจะพาต้นกลับมารอดหรือเปล่า

“ปีที่แล้วจะเป็นลม ตกแบบไม่เห็นอะไรเลยหนึ่งเดือนเต็ม ใบร่วงหมดเลย ป้าก็ดึงทิ้ง แต่จริงๆ ผิดนะ ไม่ต้องดึง เดี๋ยวเขาก็ฟูกลับมาเหมือนเดิม เราดันใจร้อนกว่าเขา แต่อย่างว่า ธรรมชาติควบคุมไม่ได้ ป้าก็ต้องคอยดู อยู่กันจนรู้ใจ ป้ารักเขานะ เพราะเห็นการเจริญเติบโตเขา ป้าถึงรู้ว่าเขาเริ่มผิดปกติ ทั้งหมดป้าศึกษาเขาด้วยประสบการณ์

“อย่างฝนตกแบบวันนี้นางจะชอบ ยอดนางจะสะดิ้งเลยแหละ” ป้าติ๋มพูดถึงสาวๆ ด้วยน้ำเสียงสดใส

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

ฝนตั้งเค้าดำมืดตั้งแต่ออกเดินทาง เริ่มโปรยปรายระหว่างบทสนทนา และหยุดชะงักราวบ่ายแก่ๆ ป้าติ๋มกวาดสายตาดูบรรดาโรสแมรี่สีเขียวชุ่มฉ่ำ ภาพตรงหน้าสวยสะดุด ไม่ว่าใครบอกก็เชื่อแล้วว่าฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ

บอกแล้ว วันนี้โชคดีเป็นพิเศษ

โฮมสเตย์ โฮมมี่ โฮมเมด

เราพักครึ่งด้วยการซดน้ำกุหลาบมอญสกัดฝีมือป้าติ๋ม น้ำในแก้วใสกิ๊ง ทว่าส่งกลิ่นหอมตราตรึง, หลังดื่มเข้าไปอึกใหญ่  สีหน้าก็แช่มชื่น เจ้าบ้านยิ้มพิมพ์ใจและชวนคุยถึงบ้านพักที่บรรยากาศคล้ายชนบทต่างประเทศ

“เคยมีเพื่อนบ้านมานั่งดื่มไวน์ เขาบอกว่าเหมือนโพรวองซ์เลย” ป้าติ๋มหัวเราะร่วน

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

“มันเล็กแค่นี้เนาะ ป้าเลยใช้คำว่าโฮมสเตย์ มันดู Cozy ดูอบอุ่น มีความเป็นกันเอง ตอนโควิดคนหลบมาพักเยอะเลย ป้าอยากให้คนที่มาพักเขาได้ชาร์จแบตเตอรี่ร่างกาย อาหารป้าก็มีเสิร์ฟ ป้าเคยทำสเต็กปลาแซลมอนให้ฝรั่งที่มาพักนางชม แล้วก็บอกว่า ‘ฉันเหมือนมาหาแกรนด์มัม ตื่นมาเหมือนฉันอยู่ในสกอตแลนด์’ เขาบอกป้าว่า ‘ติ๋ม ฉันทำเบคอนเก่งมากนะ’ ป้าเลยบอกให้เขาสอนหน่อยสิ นางก็บอกว่า ‘ฉันมาฮอลิเดย์’ รุ่งขึ้นนางก็ขับรถไปเที่ยว ตกเย็นหอบเบคอน หอบเครื่องมาหมดเลย นางบอกว่า ‘พรุ่งนี้เช้าฉันจะสอนเธอนะ’ มันน่ารักมากเลย” เจ้าบ้านเล่าความประทับใจ

แขกที่เคาะประตูเยือน Rosemary House มีหลายกลุ่ม มีทั้งมาคนเดียว มาเป็นคู่ มากับเพื่อน มากับครอบครัวและยกทั้งออฟฟิศมาจัดกิจกรรมสร้างไมตรีต่อกัน เพราะบ้านพัก 5 หลัง รองรับได้มากถึง 20 – 27 คน แล้วที่น่าสนุกคือ มีกลุ่มคนหัวใจออร์แกนิกและรักธรรมชาติรวมกันมาแบ่งปันประสบการณ์กับป้าติ๋ม เวิร์กช็อปบ้าง ทำอาหารบ้าง

“ดิฉันเป็นเจ้าแม่โปรเจกต์ สารพัดทำเลย แยมกลีบกุหลาบดิฉันก็ทำอร่อยมาก แล้วกวนแยมต้องกวนหน้าหนาวด้วยนะ อารมณ์มันมา ส่วนหน้าร้อนป้าก็มีเล่ห์เหลี่ยมของป้า ป้าทำแอบเปิ้ลครัมเบิ้ลกินกับไอศกรีม วันนี้ป้ามีพาสต้าบีทรูทกับพอร์กริบ เมื่อคืนทำครัมเบิ้ลแต่ไม่มีไอศกรีม กินมั้ยๆ” ป้าติ๋มชวนด้วยแววตาใสวิ๊งเป็นประกาย

มีหรือจะปฏิเสธ เพียงครู่ก็มีแอปเปิ้ลครัมเบิ้ลอยู่ตรงหน้า แม้จะผ่านวันคืนแต่รสยังเลิศ

“ทำสนุกๆ ค่ะ” เธอยิ้ม “พาสต้าป้าก็อร่อยนะ ป้าได้บีทรูทจากแถวนี้มาทำ ทุกอย่างที่ครีเอตต้องมีโรสแมรี่ของป้าด้วย ตอนนี้ถึงจุดอิ่มตัวในการปลูกแล้ว ป้าไปอีกสเต็ปหนึ่งคือคิดต่อยอด ตอนนี้ทำเครื่องสำอางจากโรสแมรี่แล้วด้วย เมื่อก่อนก็ใช้โรสแมรี่ทำชา ทำไซรัป ป้ามีเคล็ดลับของป้านะ” หลังพูดจบ ป้าติ๋มชวนเข้าครัวขนาดจิ๋ว

Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง
Rosemary House โฮมสเตย์ในสวนของป้าติ๋มวัย 61 ที่ใช้เวลา 8 ปี ปลูกโรสแมรีที่ อ.ปากช่อง

เธอเตรียมวัตถุดิบสำหรับปรุงพาสต้าบีทรูท แม่ครัวว่าเคล็ดลับคือเตรียมทุกอย่างให้พร้อม พอกระทะร้อนก็ใส่ทุกอย่างตามลำดับ ป้าติ๋มเริ่มจากผัดกุ้งและหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวเบิ้มให้สุก ใส่เส้นพาสต้า ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยเติมบีทรูทพูเร (ป้าติ๋มทำเอง) คลุกเคล้าให้เข้ากันจนบีทรูทสีแดงเคลือบเส้นสีเหลืองนวลจนหมด พร้อมเสิร์ฟ!

ก่อนจานถึงโต๊ะ ป้าติ๋มฉีดสเปรย์โรสแมรี่สกัดลงในจานเพิ่มกลิ่นหอมทวีคูณ กระซิบเสียงดังเลยว่ารสมือของเธอไม่ธรรมดา ส่วนพอร์กริบที่ทานคู่กันก็ละลายในปาก ยิ่งตัดรสกับบีทรูทดองโฮมเมดเนื้อกรุบกรอบ ขอยกนิ้วเยี่ยม

ถ้าอยากลิ้มเมนูโฮมเมด ป้าติ๋มเปิดให้จองล่วงหน้า คุณจะประทับใจจนต้องขออีก (หลาย) จาน

นอนโฮมสเตย์กลางสวนโรสแมรี่ กินอาหารโฮมเมด ในบรรยากาศโฮมมี่แบบชนบทนอกเมืองโคราช

61 ยังแจ๋ว

“ตอนนี้หกสิบเอ็ดแล้วค่ะ แต่พออายุมากขึ้นมันก็จะมีโมเมนต์กังวลนะ สามสิบยังชิลล์อยู่ พอห้าสิบเริ่มละ หกสิบป้าก็คงตายแล้ว ป้าไม่ได้กลัวนะ แต่มันเหลือเวลาน้อยมาก ในชีวิตนี้สนใจอยู่สองอย่าง กินกับต้นไม้ เรื่องต้นไม้ป้าสู้ตาย มีครั้งหนึ่งจะซื้อไม้ที่มันออกลูก คนขายบอกสามปีออกลูก ป้าเดินหนีเลย จะอยู่ถึงมั้ยเนี่ย แต่พอเราได้เจอคนเยอะขึ้น คนนี้อายุเจ็ดสิบ คนนี้อายุแปดสิบ เฮ้ย เขาก็ยังอยู่กันได้ หลังจากนั้นป้าซื้อแหลกเลยค่ะ จะออกลูกอีกสามปีป้าก็ซื้อ

“มีหนหนึ่งคนมาเที่ยวบ้านเรา อายุเจ็ดสิบสอง เดินปร๋อเลย นี่คือกำลังใหญ่หลวงของป้าเลย”

นอนโฮมสเตย์กลางสวนโรสแมรี่ กินอาหารโฮมเมด ในบรรยากาศโฮมมี่แบบชนบทนอกเมืองโคราช

ทุกบทสนทนาล้วนมีแต่เสียงหัวเราะและพลังบวกที่ป้าติ๋มปันมาให้เรา และหวังว่าจะปันถึงผู้อ่านด้วยเช่นกัน เพราะความเริงร่าท้าเลข 6 เราชวนเธอเล่าถึงเคล็ดลับเกษียณยังไงให้สดใส แถมกระปรี้กระเปร่าเกินวัย (มาก)

“ป้ามีโฮมสเตย์ มีโรสแมรี่ คิทเช่น มีโรสแมรี่ การ์เด้น สามอย่างนี้มันก็เหนื่อยสำหรับผู้หญิงวัยหกสิบนะ แต่พอมีคนมาหาเราเรื่อยๆ วัยเกษียณก็สนุกขึ้น ซึ่งคนอายุหกสิบบางคนต้องนั่งเลี้ยงลูก เลี้ยงหลาน มันสร้างความกดดันให้คนวัยนี้ แทนที่เขาจะได้เห็นสีเขียว ได้ปลูกต้นไม้ ก็ต้องมานั่งเครียดกับครอบครัว ซึ่งป้าก็เข้าใจนะ

“แต่สิ่งที่ป้าพูดเสมอคือคุณต้องทำ ลูกต้องไม่ห้าม แม่อย่า แม่อย่า เขาอยากทำอะไรก็ให้เขาทำ ให้เขามีกิจกรรม ถ้าเหนื่อยเขาก็นอนเอง เพราะเขาจะรู้กำลังของเขา คนวัยหกสิบ อย่าคิดผูกพันมาก อยู่กับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด หากิจกรรมทำให้มากที่สุด เพื่อ Killing the Time คำนี้ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็แล้วแต่ มีความหมายมากที่สุด

“แล้วก็ Think Positive ป้าไม่คิดลบนะ คิดทำนู่นทำนี่ไปเรื่อยๆ จะเจ๊งหรือจะอะไร ทำไปก่อน ต้องลุย ถ้าป้าอายุขนาดนี้ ป้าลุยแหลกเลย (ชี้มาทางเรา) ที่พูดมาเนี่ยมันคือประสบการณ์ชีวิตที่หาด้วยตัวเองง่ายกว่าในหนังสือ”

แล้วตอนอยู่ซิดนีย์ป้าติ๋มมีวิถีแบบนี้มั้ยคะ ทำสวน ปลูกผัก เข้าครัวทำอาหาร-เราถาม

“ไม่ ไม่” เธอตอบเสียงสูง “คนละเรื่องเลย ไม่มีการปลูกผัก ปลูกหญ้า เพิ่งมาชอบตอนอยู่ที่นี่ (แล้วกลิ่นอายแบบนี้มาจากไหน) อ๋อ เที่ยวเก่ง เป็นคนชอบเที่ยว ตั้งแต่มีบ้านหลังนี้ไม่ไปไหนเลย ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป ป้ารักตรงนี้ รักอากาศรักโรสแมรี่ แค่ออกไปปากซอยก็คิดถึงบ้านแล้ว แทนที่ป้าจะเสียตังค์ไปต่างประเทศ ป้าเสียตังค์มาปลูกต้นไม้ดีกว่า

“ป้าติดนิสัยฝรั่งอยู่อย่าง ช่วงซัมเมอร์เขาจะออกมาทำบ้านให้สวย ทำสวนให้สวย แต่ประเทศเราทำได้ทั้งปีไม่ต้องรอซัมเมอร์ ความสุขของป้าคือทำสวนให้สวย ทำบ้านให้สวย ทำอาหารอร่อยให้ลูกค้ากิน ป้าเสพความสุขจากตรงนั้น และป้าเชื่อว่าคนที่รักโรสแมรี่ รักสมุนไพร ทุกคนน่ารักหมดเลย เท่าที่ป้าเห็นจากการปลูกโรสแมรี่มาแปดปีนะ 

“คงเป็นเพราะเสน่ห์ของโรสแมรี่ Bring the People ที่ดีมาให้ป้า เรื่องจริงนะ ป้าเลยรักใหญ่เลย” 

เราเชื่อว่าบรรดาโรสแมรี่คงรับรู้ถึงความรักที่ป้าติ๋มมอบให้ ไม่เช่นนั้นคงไม่สะดิ้งสู้ฝนขนาดนี้

นอนโฮมสเตย์กลางสวนโรสแมรี่ กินอาหารโฮมเมด ในบรรยากาศโฮมมี่แบบชนบทนอกเมืองโคราช

Rosemary House

ที่ตั้ง : 888/10 หมู่ 5 บ้านหนองมะค่า ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา (แผนที่)

Facebook : Rosemary HOUSE โฮมสเตย์

โทรศัพท์ : 08 2164 2859

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load