บ้านคะมะณา เป็นเกสต์เฮาส์ขนาดกะทัดรัดย่านหาดนาใต้ โดย เต๋า-ทรงพล ศักดาศักดิ์ สถาปนิกรุ่นใหม่ ผู้ตัดสินใจกลับไปปลุกบ้านเกิดของตัวเองให้มีชีวิตชีวา ผ่านงานสถาปัตยกรรมที่กลมกลืนกับชุมชนโคกกลอย

จากคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว มาเป็นเจ้าของเกสต์เฮาส์ขนาดย่อมในพื้นที่ทางผ่านของจังหวัดพังงา (เป็นทางผ่านไปเขาหลัก เสม็ดนางชี และจังหวัดภูเก็ต) แต่การอยู่ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ไม่ได้ทำให้ที่พักแห่งนี้เงียบเหงา เพราะการมานอนหย่อนใจที่นี่ มีดีทั้งบรรยากาศและผู้คน เรื่องอาหารการกินก็หรอยไม่แพ้กัน

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

บริบทแวดล้อมเดิมของโคกกลอยเคยเป็นศูนย์รวมของคนขุดเหมือง ที่มักไปขุดหาแร่แถบทะเล คนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน มีห้องแถวที่ซอยห้องแบ่งให้เช่า หน้าตาละม้ายคล้ายเมืองภูเก็ตขนาดย่อม

สิ่งที่หนุ่มพังงาคนนี้กำลังทำ เขาพยายามหยิบหัวใจของชุมชนบ้านเกิด ทั้งวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมที่เขาเห็น เขาอยู่ และเขาเคยชิน มาทำให้ชุมชนเกิดความภูมิใจ พื้นที่เล็ก ๆ นี้ก็เก๋ เท่ มีเสน่ห์ ไม่แพ้พื้นที่ไหน ๆ

แพ็กกระเป๋าลงใต้ ไปนอนเมืองสวยในหุบเขากันสักคืนสองคืนนะพี่บ่าว สาวนุ้ย ลุย!

คะ-มะ-ณา ที่เกิดจากการเดินทาง

โปรเจกต์นี้เกิดจากความร่วมมือของพี่สาวและแรงสนับสนุนจากคนทั้งบ้าน เดิมทีบ้านหลังนี้เป็นห้องแถวของตระกูลคุณพ่อ มีขนาด 2 ชั้น ตัวบ้านอายุมากกว่า 60 ปี หน้ากว้างเกือบ 6 เมตร และถูกเปลี่ยนให้เป็นที่พักจำนวน 9 ห้อง คอร์ตกลางบ้านกลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพบปะพูดคุยของผู้มาเยือนจากทั่วสารทิศ

เกสต์เฮาส์หลังนี้ เต๋านิยามการออกแบบว่า ‘ร้อนชื้นประยุกต์’ ด้วยความตั้งใจว่าอยากให้คุณพ่อและคุณแม่วัยเกษียณมีกิจกรรมทำยามว่าง และอยากเปลี่ยนพื้นที่ทำเลทางผ่านให้ไม่เป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

การมีทำเลที่ตั้งอยู่นอกศูนย์กลางการท่องเที่ยวเป็นข้อเสียเปรียบของกิจการที่พัก ถ้าหากที่นี่ไม่ใช่จุดหมาย ก็เท่ากับว่าต้องสร้างบางอย่างขึ้นมา นี่เป็นแนวคิดแรกเริ่มในการปรับปรุงห้องแถวเก่าของครอบครัว เต๋ามุ่งหมายให้นักเดินทางมาเจอกันแบบตั้งใจ ไม่ใช่แค่ผ่านมาเจอ จึงเกิดเป็นชื่อบ้าน คะ-มะ-ณา

“คะมะณา มาจากคมนาคม เพราะคมนาคมคือการเดินทาง” เต๋ารวบรัดใจความสำคัญ

ร้อนชื้นประยุกต์

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

การออกแบบบ้านคะมะณาค่อนข้างอิงกับวิถีท้องถิ่น กลมกลืน ไม่ขาดและไม่เกิน หากถามว่าร้อนชื้นประยุกต์มีที่มาอย่างไร เต๋าเฉลยให้ฟังว่า ‘ร้อนชื้น’ มาจากสภาพภูมิอากาศของภาคใต้ ฝน 8 แดด 4 ส่วน ‘ประยุกต์’ เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นท้องถิ่นกับโครงสร้างการออกแบบร่วมสมัย หากใครไปพักคงสังเกตเห็น ‘เล่าเต๊ง’ ผสมอยู่กับดีไซน์ร่วมสมัยใหม่อย่างลงตัว เขานำไม้เก่าของบ้านหลังเดิมมาใช้ในการก่อสร้างด้วย เต๋าว่าเป็นไม้นาคบุตร มีเนื้อไม้สีแดง แข็งแรงทนทาน ปลวกเจาะไม่เข้า พี่บ่าวชาวใต้มักเอาไม้ชนิดนี้ไปทำด้ามพร้า

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

ส่วนห้องพักมีทั้งหมด 9 ห้อง รองรับตั้งแต่นักเดินทางคนเดียว นักเดินทางเป็นคู่ นักเดินทางเป็นครอบครัว หรือเหมาเกสต์เฮาส์ยกหลัง (รองรับสมาชิก 20 คน) ก็ทำได้ ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบครัน

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
ภาพ : พราน มณีรัตน์

นอกจากรูปโฉมใหม่ สิ่งที่ยังเหลือไว้คือกลิ่นอายสถาปัตยกรรมของคนไทยเชื้อสายจีน บ้านคะมะณาจึงมี ‘ฉิ่มแจ้’ และ ‘จุ้ยตี๋’ พื้นที่โล่งกลางบ้านที่เคยมีบ่อเก็บน้ำและลานซักล้าง เพื่อให้แสงแดดส่องถึง บ้านไม่อับ ไล่ความชื้น สุขภาพความเป็นอยู่ของคนในบ้านดีขึ้น เพราะบ้านไม่ร้อนไป ไม่ชื้นไป เต๋าว่าเป็นการออกแบบจากประสบการณ์การอยู่บ้านจริง ๆ ของคนสมัยก่อน โดยคอร์ตพื้นที่ส่วนกลางมีขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับห้องพักขนาดกะทัดรัด 9 ห้อง ตามความตั้งใจของบ้านคะมะณา ที่อยากให้แขกออกมานั่งพบปะพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกัน ตอนนี้แขกที่ใช้คอร์ตยังมีแค่ 10 – 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่เต๋าตั้งใจถ่ายทอดไอเดียนี้จนกว่าพื้นที่ส่วนกลางจะคึกครื้นมีชีวิตชีวา

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

Welcome Fruit

นอกจากส่วนกลางของเกสต์เฮาส์ที่เหมือนห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ บ้านคะมะณายังเตรียมพื้นที่ครัวไว้สำหรับแขกที่อยากทำอาหารเอง มีโต๊ะตัวยาวไว้นั่งทานอาหารด้วย ที่น่ารักมากคือ คุณแม่และคุณพ่อเตรียม ‘Welcome Fruit’ ผลไม้ไทยจากสวนไว้ต้อนรับ แขกไปใครมาก็ต้องประทับใจ นอกจากแสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตรของเจ้าบ้าน ผลไม้ที่จัดไว้ต้อนรับยังเป็นผลไม้เจ้าถิ่นตามฤดูกาล อย่างเงาะและมังคุด รับรองกินกันแบบจุใจ!

“เราไม่รู้ว่าแขกจะชอบมั้ย แต่ตั้งไว้ทีไร ก็หมดทุกที” เต๋าเล่าความน่ารักของแขกด้วยเสียงหัวเราะ

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4
นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

ลูกค้าของที่นี่เป็นชาวต่างชาติ Welcome Fruit จึงดึงดูดความสนใจจากผู้มาเยือนไม่น้อย ชิมแล้วอร่อยถูกใจก็หาซื้อมากินตาม ๆ กัน ตะกร้าผลไม้เล็ก ๆ นี้นอกจากช่วยอุดหนุนชาวบ้าน ยังเกิดการขับเคลื่อนในชุมชนด้วย

ไม่เพียงแค่ผลไม้ที่เจ้าบ้านคัดสรร ขนมนมเนยก็ไม่เคยขาด ทุกครั้งที่จ่ายตลาด คุณแม่ของเต๋ามักมีขนมติดไม้ติดมือมาวางบนโต๊ะเสมอ ชวนให้รู้สึกถึงความกันเองเหมือนอยู่บ้าน หากจะพูดว่าการมาพักผ่อนในบ้านหลังนี้เปรียบเสมือนการมาหาเพื่อนสนิทก็คงไม่ผิดนัก เพราะที่นี่ต้อนรับทุกคนอย่างดี เหมือนลูกหลานที่กลับมาเยี่ยมบ้าน

อาหารเช้าจากชุมชน

หนุ่มพังงาเล่าวิถีฉบับพังงาให้เราฟังว่า คนที่นี่ตื่นเช้ามาต้องกินขนมจีน ไม่ก็ติ่มซำ ส่วนกลางวันกินเมนูง่าย ๆ ตกเย็นก็ล้อมวงทำกับข้าว น้ำชุบหยำ แกงส้ม ปลาทอด ลูกเนียง ลูกตอ อย่าให้ขาด พอตกดึกวัยคึกคักก็ชวนกันไปประจำการที่ร้านน้ำชาละแวกบ้าน สั่งโรตีกรอบ ๆ คู่กับชาร้อน ๆ เคล้าบทสนทนา พอได้ที่ก็แหลงกันหนุกหนัด!

เมื่อมีของดีล้อมรอบขนาดนี้ บ้านคะมะณาเลยอยากให้แขกออกไปสัมผัสวิถีชีวิตฉบับพังงา อุดหนุนร้านค้าชุมชน ลองนึกภาพว่า ตื่นเช้าไปกินติ่มซำ ตอนเย็นไปแฮงก์เอาต์กันที่ร้านน้ำชา แค่นี้ก็เป็นการพักผ่อนที่คุ้มค่าแล้ว

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

“เราไม่ได้มองเกสต์เฮาส์นี้เป็นแค่ธุรกิจ ถ้าเราอยู่ได้ แต่ร้านรอบข้างอยู่ไม่ได้ ชุมชนอยู่ไม่ได้ มันก็เท่านั้น”

บ้านคะมะณาตั้งใจกระจายรายได้ให้คนในชุมชนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การที่คนมาพักออกไปจับจ่ายสินค้าย่านนั้น นับเป็นหนึ่งในหมุดหมายของเต๋า เพราะเกสต์เฮาส์หลังนี้ไม่อยากเติบโตเพียงลำพังโดยปราศจากมิตรสหาย แต่อยากเติบโตไปพร้อม ๆ กับลุง ป้า น้า อา ผู้เป็นเจ้าของร้านรวงขนาดจิ๋วในละแวกโคกกลอยด้วย

อีกเหตุผลในการทำโรงแรม เต๋าอยากให้ที่นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกให้กับนักเดินทาง การันตีว่านอนอุ่น กินอิ่ม ในราคาสบายกระเป๋า เขาจะดีใจมาก ๆ หากที่พักแห่งนี้เป็นมิตรกับผู้คน ชุมชน และนักเดินทาง

โคกกลอยที่มีลมหายใจ

บ้านเกิดในมุมมองของเต๋าคือความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ หน้าร้อนทะเลสวย หน้าฝนต้นไม้เขียวชอุ่ม เต๋าออกปากชวนและกาดอกจันให้เรามาเที่ยวทะเลช่วงหน้าฝน จะได้สัมผัสกับความสดชื่นของพังงาอีกรูปแบบหนึ่ง

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

หากถามว่าสถาปนิกที่หลงรักการท่องเที่ยวหันมาทำกิจการที่พักได้อย่างไร ก็คงเพราะ

“เราไม่อยากเห็นเมืองตายไป โดยไม่มีใครเข้ามาทำอะไรเลย เราลองเปิดประตูแง้ม ๆ เอาไว้ เผื่อมีคนกลับบ้านมาทำโปรเจกต์สนุก ๆ เราว่าการเกิดขึ้นของบ้านคะมะณาอาจช่วยได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้ามีคนเข้ามา มันเกิดกิจกรรม เกิดงาน เกิดรายได้ แค่นั้นก็พอจะทำให้เมืองมีลมหายใจขึ้นมาบ้าง เราอยากเห็นเมืองยังมีชีวิต”

บ้านคะมะณาเป็นจุดเริ่มต้นให้คนอยากกลับบ้านเห็นโอกาสในบ้านเกิดและเป็นโอกาสสำคัญให้ท้องถิ่นเติบโต จากการมีอยู่ของกิจการเล็ก ๆ แห่งนี้, อนาคต เต๋าหวังว่าจะมีกิจการจากเพื่อนใหม่ที่กลับมาพัฒนาบ้านเกิดมากขึ้น

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
ภาพ : พราน มณีรัตน์

ก่อนบอกลากัน เต๋าทิ้งท้ายกับเราถึง ‘พังงา’ ไว้ว่า

“พังงา ถ้ารู้จักแล้วจะสนุก สนุกกับการดื่มด่ำธรรมชาติ ได้รีชาร์จพลังจากวันที่เหนื่อยล้า ถ้าอยากสัมผัสวิถีชุมชนไปพร้อม ๆ กับการพักผ่อน บ้านคะมะณายินดีต้อนรับเสมอ พร้อมตะกร้าผลไม้สด ๆ และขนมอร่อย ๆ”

นี่คือคำเชิญชวนที่จริงใจที่สุดจากเจ้าบ้าน, แล้วทำไมจะไม่ตกหลุมรักบ้านคะมะณา

Baan kamana

ที่ตั้ง : เลขที่ 1/1 ถนนเพชรเกษม ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 7278 8877

Facebook : Baan kamana

Writer

Avatar

ชัชชญา แสงสาคร

นักเขียนที่ชอบเที่ยวเชียงใหม่และรักแมวส้มเป็นชีวิตจิตใจ

Photographer

Avatar

ปฐมพร รุยันต์

ช่างภาพอิสระชาวตะกั่วป่า หลงรักการโต้คลื่นและการท่องเที่ยวไม่น้อยไปกว่าการถ่ายภาพ

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

เล็ก-หมิ่น

ใครนะ?

ผู้คนในวงการโรงแรมคงถามแบบนั้นเมื่อพูดถึงชื่อของ เล็ก-พรรษพล ลิมปิศิริสันต์ และ หมิ่น-วิบูลย์ ลีภักดิ์ปรีดา

แต่สำหรับคนในวงการโฆษณา เล็ก-หมิ่น คือครีเอทีฟระดับพี่ใหญ่ของวงการ

พวกเขาเป็นคู่หูครีเอทีฟ ก๊อปปี้ไรเตอร์-อาร์ตไดเรกเตอร์ ที่จับคู่ทำงานร่วมกันมานานหลายสิบปี และคว้ารางวัลโฆษณาระดับโลกร่วมกันมาไม่น้อย

20 ปีก่อน เล็ก-หมิ่น รับตำแหน่ง Executive Creative Director (ECD) หรือบอสใหญ่สายครีเอทีฟของเอเจนซี่โฆษณา Euro RSCG Flagship

10 ปีก่อน เล็ก-หมิ่น เปิดเอเจนซี่โฆษณา Monday ของตัวเอง พร้อมกับนั่งเก้าอี้นายกสมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอก (B.A.D) ร่วมกันในปีนั้น

ปีนี้พวกเขายังคงทำงานด้วยกันโฆษณาเช่นเดิม และข้ามสายงานมาร่วมกันเปิดโรงแรม

เป็นโรงแรมของคนที่ไม่เคยทำโรงแรมมาก่อน-ข้อมูลนี้ไม่ได้น่าตื่นเต้นนัก

และเป็นการลงทุนซื้อที่ดินผืนงามริมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงจุดที่โค้งน้ำสวยมาก เป็นที่ดินของอำแดงคลี่ในสมัยรัชกาลที่ 5 แล้วสร้างโรงแรมที่สวยสะดุดตาสมกับแนวคิดประติมากรรมริมแม่น้ำ และหวานสมสโลแกน The most romantic hotel in Bangkok ดาดฟ้าของที่นี่ออกแบบเป็นอัฒจันทร์เล่นระดับเอาไว้นั่งดูวิวแม่น้ำ มี Caferestaurant ริมน้ำที่บรรยากาศดี อาหารเก๋และอร่อย และที่นี่อยู่ใกล้ ล้ง 1919 แบบมองกันเห็น-ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เราถลามาขอเป็นแขกตั้งแต่วันที่ยังไม่เปิดให้บริการ

โรงแรมแห่งนี้ชื่อ Amdaeng อ่านว่า อำแดง

อำแดง

Hidden Hotel

การเดินทางมาอำแดงไม่ยาก ตั้งต้นจากหน้า ล้ง 1919 แล้วเดินมาตามถนนเชียงใหม่ สุดถนนให้เลี้ยวขวาเดินมาตามคลองเล็กที่จะไหลออกแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าเงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นตึกปูนทรงแปลกตาสีแดงชาด ขนาด 5 ชั้น คุณมาถูกทางแล้ว

โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนวนรอบด้วยตรอกซอกซอย มีต้นโพธิ์ที่สูงกว่าโรงแรม ยืนสยายพุ่มให้ความร่มรื่นชื้นเย็นเป็นฉากหลัง แล้วย่านนี้ก็คลี่คลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยอีกมากมาย

“เป็นโรงแรมแบบ hidden หน่อยนะ” เล็ก พรรษพล กล่าวทักทายพวกเราริมสระน้ำที่หน้าโรงแรม ถึงแม้ทำเลที่ตั้งจะดูซ่อนเร้นอยู่ในซอกหลืบของกรุงเทพฯ แต่หมิ่น วิบูลย์ ผู้ศึกษาเรื่องโรงแรมทั่วโลกบอกว่า ไม่ใช่ปัญหา

“เราไปพักโรงแรมที่ปักกิ่ง ต้องเดินเข้าไปตามซอกซอยในชุมชนเพื่อที่จะได้พักในอาคารเก่า ราคาก็ไม่ถูกนะ แต่เราชอบ แล้วก็น่าจะมีคนที่ชอบเหมือนเรา อยากจะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน อยากได้ประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่ใช่เชนโรงแรม ที่นี่ดูข้างนอกอาจจะเหมือนอะไรก็ไม่รู้ แต่เข้ามาแล้วจะว้าว” หมิ่นพูดจบก็เชิญพวกเราเข้ามาในโรงแรมที่ทาสีแดงทั้งหลัง

จับจองที่ริมน้ำ

“ว้าว”

พวกเรารู้สึกแบบนั้นเมื่อเดินเข้ามาในล็อบบี้ เหมือนที่หมิ่นบอก บรรยากาศในล็อบบี้ตกแต่งแบบย้อนยุคซึ่งผสานความเป็นไทย จีน และตะวันตก เข้าไว้ด้วยกัน ดูโอ้เจ้าของอำแดงพาเราเดินทะลุโรงแรมออกมานั่งคุยที่ชานไม้ริมแม่น้ำด้านหลังอาคาร มันเป็นที่นั่งที่น่าจับจองที่สุด เช่นเดียวกับที่ดินตรงนี้ที่หลายคนอยากจับจอง

โรงแรมอำแดง โรงแรมอำแดง

ที่ดินขนาด 100 ตารางวาผืนนี้มีโฉนดซื้อขายได้ อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ติดถนน และร่มรื่นมาก คุณสมบัติแบบนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ วันเจอประกาศขายที่ดินผืนนี้โดยบังเอิญ เขาชอบมาก มาวนดู 3 – 4 รอบก็ยิ่งชอบ แต่เหตุเดียวที่ทำให้ฝันฝ่อก็คือ ราคาที่สูงจนน่าตกใจ

วันหนึ่งเขากับเล็กผ่านมาทำธุระแถวนี้ เลยพาเล็กไปดูที่ผืนนี้เล่นๆ ปรากฏว่าเล็กชอบมาก ถึงขนาดเดินหน้าเจรจาต่อรองเต็มที่จนในที่สุดทั้งคู่ก็หุ้นกันก็ซื้อที่ดินผืนนี้มาจนได้ ซื้อทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาทำอะไร จนเมื่อดอกเบี้ยเริ่มมา พวกเขาก็คิดว่าน่าจะสร้างบ้านแล้วเปิดเป็น Airbnb จากนั้นก็ค่อยๆ ขยายไอเดียกลายมาเป็นโรงแรมในที่สุด

แมน้ำเจ้าพระยา 

อำแดง

โฉนดดินผืนนี้ออกสมัยรัชกาลที่ 5 เจ้าของที่ดินคนแรกคือ อำแดงคลี่ ครีเอทีฟทั้งสองเห็นว่าพื้นที่นี้เป็นที่ดินโบราณ จึงอยากสร้างอาคารให้ย้อนยุคตามไปด้วย และใช้ชื่อโรงแรมว่า ‘อำแดง’ ซึ่งเป็นคำนำหน้าชื่อหญิงสาวในสมัยโบราณ เพื่อระลึกถึงช่วงเวลาในยุคสมัยนั้น

แนวคิดในการออกแบบของที่นี่คือ ไทยประยุกต์ซึ่งย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ 5 ทีแรกทั้งคู่อยากประหยัดงบประมาณจึงตั้งใจออกแบบอาคารให้เป็นทรงกล่องๆ ง่ายๆ แล้วเก็บเงินไว้เน้นกับการตกแต่งภายในแทน แต่ทำงานไปสักพัก ติ๊ก-สุธิดา พงษ์ประยูร มัณฑนากรของงานนี้เสนอว่า โรงแรมแห่งนี้ไม่ควรสวยแต่ข้างใน ข้างนอกก็ต้องสวยด้วย มันเป็นประโยคที่แทงใจดำเจ้าของทั้งคู่มาก เพราะพวกเขาไม่อยากให้ตึกริมน้ำแห่งนี้เป็นจุดที่ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาสวยน้อยลง ก็เลยควักกระเป๋าเพิ่มแล้วชวน ก้อง-อานุภาพ อ่อนสอาด สถาปนิกชื่อดังมาออกแบบอาคารให้ ด้วยความคิดว่ากำลังทำงานประติมากรรมปูนปั้นริมแม่น้ำ

เล็ก หมิ่น ติ๊ก และก้อง เลยช่วยกันสร้างโรงแรมแห่งนี้เหมือนสร้างงานศิลปะ หาทางผสมผสานความเป็นไทยที่พวกเขาชอบให้ไปด้วยกันกับความโมเดิร์น อย่างเช่นใส่ลายขนมปังขิงไว้ตรงตำแหน่งกันสาด ทำให้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อมองจากระเบียงของอำแดงไม่เหมือนวิวที่อื่น เพราะมีลายขนมปังขิงเป็นส่วนหนึ่งของวิวด้วย

วิวแม่น้ำ

ไม่อยากให้เหมือนโรงแรม

หมิ่นสารภาพว่า งานนี้มีการแก้แบบตลอดเวลา ทั้งแบบตึก และแบบอินทีเรีย เพราะเจ้าของทั้งคู่เป็นนักโฆษณาที่รักความสมบูรณ์แบบ พอเห็นอะไรที่ไม่ใช่ก็ปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้จริงๆ อย่างแบบอินทีเรีย ติ๊กต้องทำมาเสนอแล้วโดนคอมเมนต์ให้กลับไปทำมาใหม่ถึง 6 รอบ จนอินทีเรียผู้คร่ำหวอดในวงการนี้มาหลายสิบปี ถึงกับครวญว่าไม่เคยวาดแบบเยอะขนาดเป็นร้อยๆ ชิ้นแบบนี้มาก่อน

หมิ่นอธิบายการแก้งานขนาดนั้นว่า “ไม่ใช่ไม่สวยนะ แต่มันดูเป็นโรงแรมมาก ถ้าฝรั่งเห็นแบบนี้เขาไปอยู่ที่อื่นก็ได้ เราอยากให้มันดูต่างไป อยากให้มีรายละเอียด ขนาดกระเบื้องชิ้นเล็กๆ ก็ยังมีเรื่องราว เป็นสิ่งที่เขาหาไม่ได้จากที่อื่น”

โรงแรมอำแดง โรงแรมอำแดง

ดูน้ำที่ดาดฟ้า

เล็ก-หมิ่น ชวนเราเดินไปดูภายในโรงแรม เริ่มต้นจากดาดฟ้า พื้นที่นี้คือ rooftop bar ของแขกที่มาพัก จุดเด่นอย่างที่ไม่มีตึกไหนเหมือนก็คือ เป็นดาดฟ้าที่ไล่ระดับความสูงของพื้นแบบอัฒจันทร์เพื่อให้ทุกคนเห็นวิวแม่น้ำโดยไม่บังกัน หลังคาของบาร์น้ำก็ออกแบบให้เช่นเหล็กเส้นขึ้นโครงคล้ายกับโครงของเจดีย์ เป็นการลดทอนที่เท่ แต่หลายคนก็สงสัยว่า สร้างเสร็จแล้วจริงๆ เหรอ พอมองที่นั่งและบาร์น้ำประกอบกัน ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบันไดที่กำลังขึ้นสู่ยอดเจดีย์

ด้วยความโค้งของแม่น้ำ ด้วยความเขียวของต้นไม้ และด้วยการไล่ระดับของที่นั่ง ทำให้วิวเหนือดาดฟ้าเป็นวิวระดับร้อยล้านที่สวยจนเจ้าของทั้งสองอยากจะชวนคนที่รักศิลปะเหมือนกันมาใช้พื้นที่ทำอะไรสนุกๆ ร่วมกัน อย่างเช่น ฉายหนังบนดาดฟ้า

ริมแม่น้ำ

Romantic Room

ด้วยความพิเศษของที่ดินผืนนี้ที่ตั้งอยู่ตรงโค้งน้ำ ทำให้ทุกห้องมองเห็นแม่น้ำ แม้ว่าจะเป็นห้องที่ไม่อยู่ติดแม่น้ำ ด้วยวิวสวยๆ ลมเย็นๆ เจ้าของทั้งคู่เลยตั้งธงว่าโรงแรมแห่งนี้จะเป็น The most romantic hotel in Bangkok กลุ่มเป้าหมายก็เลยเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มคู่รักมากกว่าครอบครัว การตกแต่งห้องพักทั้งหมด (ซึ่งแตกต่างกันทุกห้อง) จึงเป็นไปในทิศทางโรแมนติกปนเซ็กซี่

ห้องน้ำเป็นส่วนหนึ่งของห้องพัก กันด้วยผ้าม่านสีขาวเจาะลายลูกไม้ และไม่ได้ยาวถึงพื้น พอให้ได้มองเห็นกันแบบวาบหวิวนิดๆ

โรงแรมอำแดง

เฟอร์นิเจอร์ในท้องทั้งหมดเป็นของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า เพื่อไม่ให้ดูน่ากลัว เช่นเดียวกับภาพเขียนในห้อง ก็เป็นภาพวาดหญิงสาวชาวไทย จีน และตะวันตก ยุคโบราณ แต่ผสมผสานเรื่องราวใหม่ๆ ที่ดูเปรี้ยวเฉี่ยวลงไป เช่น เป่าหมากฝรั่ง และคาบไปป์ ภาพวาดบนกำแพงตรงบันไดก็เป็นภาพถนนเจริญกรุงสมัยรัชกาลที่ 5 และภาพสำเภาจีน ซึ่งเป็นเรื่องราวของยุคนั้น

โรงแรมอำแดง ระเบียงริมน้ำ

นอกจากวิวแม่น้ำแล้ว ห้องที่ไม่ติดแม่น้ำก็ยังมองเห็นต้นโพธิ์สูงกว่าตึก 5 ชั้น อายุร้อยกว่าปี ที่ร่มรื่นมาก

แดงชาด

การทาสีตึกริมน้ำทั้งหลังให้เป็นสีแดงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถ้าเลือกแดงผิดเฉดก็อาจจะกลายเป็นศาลเจ้าได้ สุดท้ายก็เลือกแดงชาด ออกตุ่นนิดๆ ซึ่งลงตัวมาก ส่วนการใช้สีแดงด้านในก็สร้างความปวดหัวให้กับอินทีเรียดีไซเนอร์พอสมควร สุดท้ายติ๊กจึงแก้ปัญหามวลของล็อบบี้ที่ดูเหมือนก้อนสีแดงขนาดใหญ่ด้วยการเลือกใช้โคมไฟที่เห็นรายละเอียดของแสง ทำให้เกิดลูกเล่นบนพื้นที่แดง

โรงแรมอำแดง โรงแรมอำแดง

เธอและนาย

พวกเราเดินมาถึงชั้นล่าง กลับมาที่ร้านอาหารริมน้ำชื่อ ‘นาย’

“ตัวโรงแรมมีความเป็นผู้หญิงมาก แต่เราอยากให้ร้านอาหารเป็นผู้ชาย” หมิ่นอธิบาย

โจทย์ของเขาคือ อยากให้แขกของโรงแรมเดินมาถึงร้านอาหารแล้วรู้สึกว่าเป็นคนละสถานที่กัน ไม่อยากให้รู้สึกว่านี่คือร้านอาหารในโรงแรม เพราะชีวิตคนส่วนใหญ่ไปกินข้าวในโรงแรมกันน้อยมาก ที่นี่จึงเป็น Caferestaurant ส่วนผสมระหว่าง cafe กับ restaurant บรรยากาศริมน้ำที่ชวนให้คนมานั่งจิบกาแฟ และกินอาหารเย็น อาหารส่วนหนึ่งเป็นอาหารสมัยรัชกาลที่ 5 อีกส่วนเป็นการออกแบบอาหารไทยขึ้นมาใหม่ด้วยลูกเล่นสนุกๆ เช่น เปาะเปี๊ยะห่อขาหมูทอดกรอบๆ หมูตุ๋นชานอ้อย หรือยำเป็ดที่เติมความเปรี้ยวด้วยมะนาวและกลิ่นหอมของลิ้นจี่สด

โรงแรมอำแดง

ความฝันริมน้ำ

ในวัยเกือบ 50 เล็ก-หมิ่นกำลังเรียนรู้ศาสตร์ใหม่อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารงานโรงแรม การไปเข้าคอร์สเรียนสร้างบ้าน ทำโรงแรม คอร์สบาริสต้า และคอร์สชงเหล้า พวกเขาบอกว่าชีวิตของทั้งคู่มักจะถูกเขย่าให้ทำสิ่งใหม่ๆ ทุกๆ 10 ปี และช่วงนี้พวกเขากำลังถูกเขย่าโดยงานโรงแรม

“ตอนที่คุยกับพนักงานใหม่ พวกเขาเคยทำโรงแรม เคยทำร้านอาหารมาก่อน เราเลยรู้ว่าโรงแรมเชนเป็นยังไง แล้วทำไมถึงคิดแบบนั้น เวลาที่พนักงานเสนอวิธีการทำงานแบบโรงแรมเชนนี่เราไม่เอาเลย ก็ไม่รู้ว่าเราจะรอดไหม แต่เราว่ารอด เพราะเรามั่นใจว่ามีคนชอบสิ่งเดียวกับเรา เราไม่ได้ต้องการแขกเยอะ ขอแค่คืนละ 20 คนก็พอ เป็นแขกที่รักศิลปะ ชื่นชมความงามแบบท้องถิ่น และอยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ เหมือนพวกเรา มันน่าจะต้องมีสิน่า” หมิ่นเล่าด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

โรงแรม

โรงแรมอำแดง

“เรามั่นใจว่าไปได้ ฝั่งตรงข้ามโรงแรมเราคือเยาวราช พอมีล้ง 1919 มาเปิดเรายิ่งมั่นใจ คนมาพักที่เราไปเที่ยวล้ง ไปเยาวราชได้ ทุกเช้าในซอยเชียงใหม่จะมีทัวร์จักรยานมา ฝรั่งมาขี่จักรยานเที่ยวหลายสิบคัน น่าจะมีคนชอบที่นี่นะ” เล็กเสริม

สิ่งที่ทั้งคู่คิดไม่น่าจะผิด เพราะตอนนี้มียอดจองเข้ามาตั้งแต่วันแรกที่เปิด (15 ธันวาคม 2560) และมียอดจองล่วงหน้าเข้ามาอย่างน่าพอใจ

“ถ้าเราฝืนเอานักท่องเที่ยวแมสเข้ามา เราว่าจะไม่รอด เพราะเขาจะติโน่นตินี่ มีแต่ความไม่พอใจ และคำถามว่าทำไม ทำไม” หมิ่นยืนยันจุดยืน

“ถ้าคนที่มารักศิลปะและชอบประสบการณ์ที่แตกต่าง เขาจะมีความสุขกับการพักที่อำแดง” เล็กสรุป

โรงแรมอำแดง

Amdaeng Hotel

ที่อยู่ : 12/1 ซอยเชียงใหม่ 1 ถนนเชียงใหม่ เขตคลองสาน กรุงเทพฯ
ราคา : คืนละ 6,500-9,500 บาท
Facebook : AMDAENG Bangkok riverside hotel
เว็บไซต์ : www.amdaeng.com

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load