บ้านคะมะณา เป็นเกสต์เฮาส์ขนาดกะทัดรัดย่านหาดนาใต้ โดย เต๋า-ทรงพล ศักดาศักดิ์ สถาปนิกรุ่นใหม่ ผู้ตัดสินใจกลับไปปลุกบ้านเกิดของตัวเองให้มีชีวิตชีวา ผ่านงานสถาปัตยกรรมที่กลมกลืนกับชุมชนโคกกลอย

จากคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว มาเป็นเจ้าของเกสต์เฮาส์ขนาดย่อมในพื้นที่ทางผ่านของจังหวัดพังงา (เป็นทางผ่านไปเขาหลัก เสม็ดนางชี และจังหวัดภูเก็ต) แต่การอยู่ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ไม่ได้ทำให้ที่พักแห่งนี้เงียบเหงา เพราะการมานอนหย่อนใจที่นี่ มีดีทั้งบรรยากาศและผู้คน เรื่องอาหารการกินก็หรอยไม่แพ้กัน

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

บริบทแวดล้อมเดิมของโคกกลอยเคยเป็นศูนย์รวมของคนขุดเหมือง ที่มักไปขุดหาแร่แถบทะเล คนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน มีห้องแถวที่ซอยห้องแบ่งให้เช่า หน้าตาละม้ายคล้ายเมืองภูเก็ตขนาดย่อม

สิ่งที่หนุ่มพังงาคนนี้กำลังทำ เขาพยายามหยิบหัวใจของชุมชนบ้านเกิด ทั้งวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมที่เขาเห็น เขาอยู่ และเขาเคยชิน มาทำให้ชุมชนเกิดความภูมิใจ พื้นที่เล็ก ๆ นี้ก็เก๋ เท่ มีเสน่ห์ ไม่แพ้พื้นที่ไหน ๆ

แพ็กกระเป๋าลงใต้ ไปนอนเมืองสวยในหุบเขากันสักคืนสองคืนนะพี่บ่าว สาวนุ้ย ลุย!

คะ-มะ-ณา ที่เกิดจากการเดินทาง

โปรเจกต์นี้เกิดจากความร่วมมือของพี่สาวและแรงสนับสนุนจากคนทั้งบ้าน เดิมทีบ้านหลังนี้เป็นห้องแถวของตระกูลคุณพ่อ มีขนาด 2 ชั้น ตัวบ้านอายุมากกว่า 60 ปี หน้ากว้างเกือบ 6 เมตร และถูกเปลี่ยนให้เป็นที่พักจำนวน 9 ห้อง คอร์ตกลางบ้านกลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพบปะพูดคุยของผู้มาเยือนจากทั่วสารทิศ

เกสต์เฮาส์หลังนี้ เต๋านิยามการออกแบบว่า ‘ร้อนชื้นประยุกต์’ ด้วยความตั้งใจว่าอยากให้คุณพ่อและคุณแม่วัยเกษียณมีกิจกรรมทำยามว่าง และอยากเปลี่ยนพื้นที่ทำเลทางผ่านให้ไม่เป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

การมีทำเลที่ตั้งอยู่นอกศูนย์กลางการท่องเที่ยวเป็นข้อเสียเปรียบของกิจการที่พัก ถ้าหากที่นี่ไม่ใช่จุดหมาย ก็เท่ากับว่าต้องสร้างบางอย่างขึ้นมา นี่เป็นแนวคิดแรกเริ่มในการปรับปรุงห้องแถวเก่าของครอบครัว เต๋ามุ่งหมายให้นักเดินทางมาเจอกันแบบตั้งใจ ไม่ใช่แค่ผ่านมาเจอ จึงเกิดเป็นชื่อบ้าน คะ-มะ-ณา

“คะมะณา มาจากคมนาคม เพราะคมนาคมคือการเดินทาง” เต๋ารวบรัดใจความสำคัญ

ร้อนชื้นประยุกต์

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

การออกแบบบ้านคะมะณาค่อนข้างอิงกับวิถีท้องถิ่น กลมกลืน ไม่ขาดและไม่เกิน หากถามว่าร้อนชื้นประยุกต์มีที่มาอย่างไร เต๋าเฉลยให้ฟังว่า ‘ร้อนชื้น’ มาจากสภาพภูมิอากาศของภาคใต้ ฝน 8 แดด 4 ส่วน ‘ประยุกต์’ เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นท้องถิ่นกับโครงสร้างการออกแบบร่วมสมัย หากใครไปพักคงสังเกตเห็น ‘เล่าเต๊ง’ ผสมอยู่กับดีไซน์ร่วมสมัยใหม่อย่างลงตัว เขานำไม้เก่าของบ้านหลังเดิมมาใช้ในการก่อสร้างด้วย เต๋าว่าเป็นไม้นาคบุตร มีเนื้อไม้สีแดง แข็งแรงทนทาน ปลวกเจาะไม่เข้า พี่บ่าวชาวใต้มักเอาไม้ชนิดนี้ไปทำด้ามพร้า

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

ส่วนห้องพักมีทั้งหมด 9 ห้อง รองรับตั้งแต่นักเดินทางคนเดียว นักเดินทางเป็นคู่ นักเดินทางเป็นครอบครัว หรือเหมาเกสต์เฮาส์ยกหลัง (รองรับสมาชิก 20 คน) ก็ทำได้ ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบครัน

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
ภาพ : พราน มณีรัตน์

นอกจากรูปโฉมใหม่ สิ่งที่ยังเหลือไว้คือกลิ่นอายสถาปัตยกรรมของคนไทยเชื้อสายจีน บ้านคะมะณาจึงมี ‘ฉิ่มแจ้’ และ ‘จุ้ยตี๋’ พื้นที่โล่งกลางบ้านที่เคยมีบ่อเก็บน้ำและลานซักล้าง เพื่อให้แสงแดดส่องถึง บ้านไม่อับ ไล่ความชื้น สุขภาพความเป็นอยู่ของคนในบ้านดีขึ้น เพราะบ้านไม่ร้อนไป ไม่ชื้นไป เต๋าว่าเป็นการออกแบบจากประสบการณ์การอยู่บ้านจริง ๆ ของคนสมัยก่อน โดยคอร์ตพื้นที่ส่วนกลางมีขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับห้องพักขนาดกะทัดรัด 9 ห้อง ตามความตั้งใจของบ้านคะมะณา ที่อยากให้แขกออกมานั่งพบปะพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกัน ตอนนี้แขกที่ใช้คอร์ตยังมีแค่ 10 – 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่เต๋าตั้งใจถ่ายทอดไอเดียนี้จนกว่าพื้นที่ส่วนกลางจะคึกครื้นมีชีวิตชีวา

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

Welcome Fruit

นอกจากส่วนกลางของเกสต์เฮาส์ที่เหมือนห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ บ้านคะมะณายังเตรียมพื้นที่ครัวไว้สำหรับแขกที่อยากทำอาหารเอง มีโต๊ะตัวยาวไว้นั่งทานอาหารด้วย ที่น่ารักมากคือ คุณแม่และคุณพ่อเตรียม ‘Welcome Fruit’ ผลไม้ไทยจากสวนไว้ต้อนรับ แขกไปใครมาก็ต้องประทับใจ นอกจากแสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตรของเจ้าบ้าน ผลไม้ที่จัดไว้ต้อนรับยังเป็นผลไม้เจ้าถิ่นตามฤดูกาล อย่างเงาะและมังคุด รับรองกินกันแบบจุใจ!

“เราไม่รู้ว่าแขกจะชอบมั้ย แต่ตั้งไว้ทีไร ก็หมดทุกที” เต๋าเล่าความน่ารักของแขกด้วยเสียงหัวเราะ

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4
นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

ลูกค้าของที่นี่เป็นชาวต่างชาติ Welcome Fruit จึงดึงดูดความสนใจจากผู้มาเยือนไม่น้อย ชิมแล้วอร่อยถูกใจก็หาซื้อมากินตาม ๆ กัน ตะกร้าผลไม้เล็ก ๆ นี้นอกจากช่วยอุดหนุนชาวบ้าน ยังเกิดการขับเคลื่อนในชุมชนด้วย

ไม่เพียงแค่ผลไม้ที่เจ้าบ้านคัดสรร ขนมนมเนยก็ไม่เคยขาด ทุกครั้งที่จ่ายตลาด คุณแม่ของเต๋ามักมีขนมติดไม้ติดมือมาวางบนโต๊ะเสมอ ชวนให้รู้สึกถึงความกันเองเหมือนอยู่บ้าน หากจะพูดว่าการมาพักผ่อนในบ้านหลังนี้เปรียบเสมือนการมาหาเพื่อนสนิทก็คงไม่ผิดนัก เพราะที่นี่ต้อนรับทุกคนอย่างดี เหมือนลูกหลานที่กลับมาเยี่ยมบ้าน

อาหารเช้าจากชุมชน

หนุ่มพังงาเล่าวิถีฉบับพังงาให้เราฟังว่า คนที่นี่ตื่นเช้ามาต้องกินขนมจีน ไม่ก็ติ่มซำ ส่วนกลางวันกินเมนูง่าย ๆ ตกเย็นก็ล้อมวงทำกับข้าว น้ำชุบหยำ แกงส้ม ปลาทอด ลูกเนียง ลูกตอ อย่าให้ขาด พอตกดึกวัยคึกคักก็ชวนกันไปประจำการที่ร้านน้ำชาละแวกบ้าน สั่งโรตีกรอบ ๆ คู่กับชาร้อน ๆ เคล้าบทสนทนา พอได้ที่ก็แหลงกันหนุกหนัด!

เมื่อมีของดีล้อมรอบขนาดนี้ บ้านคะมะณาเลยอยากให้แขกออกไปสัมผัสวิถีชีวิตฉบับพังงา อุดหนุนร้านค้าชุมชน ลองนึกภาพว่า ตื่นเช้าไปกินติ่มซำ ตอนเย็นไปแฮงก์เอาต์กันที่ร้านน้ำชา แค่นี้ก็เป็นการพักผ่อนที่คุ้มค่าแล้ว

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

“เราไม่ได้มองเกสต์เฮาส์นี้เป็นแค่ธุรกิจ ถ้าเราอยู่ได้ แต่ร้านรอบข้างอยู่ไม่ได้ ชุมชนอยู่ไม่ได้ มันก็เท่านั้น”

บ้านคะมะณาตั้งใจกระจายรายได้ให้คนในชุมชนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การที่คนมาพักออกไปจับจ่ายสินค้าย่านนั้น นับเป็นหนึ่งในหมุดหมายของเต๋า เพราะเกสต์เฮาส์หลังนี้ไม่อยากเติบโตเพียงลำพังโดยปราศจากมิตรสหาย แต่อยากเติบโตไปพร้อม ๆ กับลุง ป้า น้า อา ผู้เป็นเจ้าของร้านรวงขนาดจิ๋วในละแวกโคกกลอยด้วย

อีกเหตุผลในการทำโรงแรม เต๋าอยากให้ที่นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกให้กับนักเดินทาง การันตีว่านอนอุ่น กินอิ่ม ในราคาสบายกระเป๋า เขาจะดีใจมาก ๆ หากที่พักแห่งนี้เป็นมิตรกับผู้คน ชุมชน และนักเดินทาง

โคกกลอยที่มีลมหายใจ

บ้านเกิดในมุมมองของเต๋าคือความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ หน้าร้อนทะเลสวย หน้าฝนต้นไม้เขียวชอุ่ม เต๋าออกปากชวนและกาดอกจันให้เรามาเที่ยวทะเลช่วงหน้าฝน จะได้สัมผัสกับความสดชื่นของพังงาอีกรูปแบบหนึ่ง

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

หากถามว่าสถาปนิกที่หลงรักการท่องเที่ยวหันมาทำกิจการที่พักได้อย่างไร ก็คงเพราะ

“เราไม่อยากเห็นเมืองตายไป โดยไม่มีใครเข้ามาทำอะไรเลย เราลองเปิดประตูแง้ม ๆ เอาไว้ เผื่อมีคนกลับบ้านมาทำโปรเจกต์สนุก ๆ เราว่าการเกิดขึ้นของบ้านคะมะณาอาจช่วยได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้ามีคนเข้ามา มันเกิดกิจกรรม เกิดงาน เกิดรายได้ แค่นั้นก็พอจะทำให้เมืองมีลมหายใจขึ้นมาบ้าง เราอยากเห็นเมืองยังมีชีวิต”

บ้านคะมะณาเป็นจุดเริ่มต้นให้คนอยากกลับบ้านเห็นโอกาสในบ้านเกิดและเป็นโอกาสสำคัญให้ท้องถิ่นเติบโต จากการมีอยู่ของกิจการเล็ก ๆ แห่งนี้, อนาคต เต๋าหวังว่าจะมีกิจการจากเพื่อนใหม่ที่กลับมาพัฒนาบ้านเกิดมากขึ้น

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
ภาพ : พราน มณีรัตน์

ก่อนบอกลากัน เต๋าทิ้งท้ายกับเราถึง ‘พังงา’ ไว้ว่า

“พังงา ถ้ารู้จักแล้วจะสนุก สนุกกับการดื่มด่ำธรรมชาติ ได้รีชาร์จพลังจากวันที่เหนื่อยล้า ถ้าอยากสัมผัสวิถีชุมชนไปพร้อม ๆ กับการพักผ่อน บ้านคะมะณายินดีต้อนรับเสมอ พร้อมตะกร้าผลไม้สด ๆ และขนมอร่อย ๆ”

นี่คือคำเชิญชวนที่จริงใจที่สุดจากเจ้าบ้าน, แล้วทำไมจะไม่ตกหลุมรักบ้านคะมะณา

Baan kamana

ที่ตั้ง : เลขที่ 1/1 ถนนเพชรเกษม ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 7278 8877

Facebook : Baan kamana

Writer

ชัชชญา แสงสาคร

นักเขียนที่ชอบเที่ยวเชียงใหม่และรักแมวส้มเป็นชีวิตจิตใจ

Photographer

ปฐมพร รุยันต์

ช่างภาพอิสระชาวตะกั่วป่า หลงรักการโต้คลื่นและการท่องเที่ยวไม่น้อยไปกว่าการถ่ายภาพ

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ถ้านึกถึงเชียงราย หลายคนอาจนึกถึงความเงียบสงบของป่าเขาลำเนาไพร แต่ถ้าขยับเข้ามาในตัวเมืองสักหน่อย อีกบรรยากาศหนึ่งที่เราจะเห็นคือความคึกคักในย่านการค้าและโรงเรียน 

คึกคักมากเสียจนวันที่เรามาหยุดยืนตรงหน้าที่พักขนาดย่อมอย่าง ‘บ้านนอนเพลิน’ บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ที่โอบล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่และเสียงนกร้อง เราก็ตกอยู่ในภวังค์ เพราะนอกจากที่นี่จะเงียบสงบแล้ว ตัวบ้านยังชวนให้นึกถึงบ้านสวนที่ถ้าเหนื่อยเมื่อไหร่ก็อยากวาร์ปไปพักใจทุกที

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

ถ้าถามคนรุ่นปู่รุ่นย่า หลายคนอาจเรียกไม่ถนัดนักว่านี่คือ ‘บ้านนอนเพลิน’ แต่คนเชียงรายรู้จักกันดีว่าที่นี่คือ ‘โรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์’ นอกจากสถานที่แห่งนี้จะเป็นโรงเรียนเตรียมอนุบาลแห่งแรก ๆ ของเมืองแล้ว โรงเรียนแห่งนี้ยังดูแลเด็กได้ดีตั้งแต่รุ่นย่าอย่าง คุณย่าศรีพันธุ์ กิตติศัพท์ จนรุ่นหลานสาวอย่าง กุ้ง-ภชฤมน หาญพิพัฒน์ หรือ ครูกุ้ง ที่ผู้ปกครองและเด็ก ๆ เรียกขาน

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

โรงเรียนเตรียมอนุบาลที่ว่าอยู่ภายใต้การดูแลของคุณย่าศรีพันธุ์กว่า 40 ปี ก่อนที่กุ้งจะรับช่วงต่ออีก 26 ปี และหันมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นที่พักสุดอบอุ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2554 เอกลักษณ์ที่ใครมาก็หลงคือความอบอุ่นคล้ายมานอนบ้านเพื่อนหรือบ้านญาติจนหลายคนต้องกลับมาซ้ำ 

พูดถึงตรงนี้อาจจะสงสัยกันว่า บ้านนอนเพลินนั้นน่าหลงใหลและนอนเพลินแค่ไหน เรื่องราวของโรงเรียนศรีพันธุ์เป็นยังไง ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ครูกุ้งรอพาไปชมอยู่กลางสวนเขียวแล้ว

โรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 70 กว่าปีก่อน เชียงรายปราศจากศูนย์เด็กเล็กที่รับเลี้ยงดูเด็กก่อนประถมเพื่อช่วยแบ่งเบาพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องทำมาหากิน เพราะเสียงเรียกร้องของผู้ปกครองเหล่านี้เอง คุณย่าศรีพันธุ์ซึ่งเคยเป็นคุณครูเก่ามาก่อนจึงเปลี่ยนผืนดินที่มีให้เป็นโรงเรียนเตรียมอนุบาลที่รับดูแลลูกเด็กเล็กแดง

“เมื่อก่อนเป็นอาคารโล่งกว้าง มีลานดิน ลานของเล่นทั้งในและนอกอาคาร ส่วนชั้นบนก็เป็นที่พักของคุณย่า เราก็มานอนที่โรงเรียนนี่แหละ เช้ามาก็เห็นเด็กวิ่งเล่นกันแล้ว” ครูกุ้งเล่าภาพความทรงจำในอดีต

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

โรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์ดูแลเด็กได้ดีจนเป็นที่วางใจของคนเชียงรายแค่ไหน คงการันตีได้ด้วยอายุโรงเรียน 40 ปีแรก คุณย่าเป็นคนดูแลทั้งหมด ส่วน 26 ปีหลัง หลานสาวอย่างครูกุ้งซึ่งไม่เคยเป็นครูมาก่อนเข้ามาปรับเปลี่ยนระบบ และกลับมาเปิดให้โรงเรียนเตรียมอนุบาลแห่งนี้เดินหน้าต่อไปได้

“ความตั้งใจในการกลับมารับช่วงต่อคือ หนึ่ง เราไม่อยากไปทำงานที่อื่น สอง สมัยนั้นที่ต่างจังหวัดมีอาชีพไม่เยอะ จะไปทำงานธนาคารก็ไม่ใช่ตัวเรา จะไปขายของเหมือนเด็กสมัยนี้ ก็ไม่รู้จะขายอะไรดี หรือจะไปรับราชการ เราก็ดันเป็นคนไม่ชอบทำอะไรในกรอบ เลยคิดว่าการกลับมารับช่วงต่อก็คงเป็นทางเลือกที่ดี” 

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

หลังคุณย่าปิดโรงเรียนไป 4 ปี หลานสาวพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปรับเปลี่ยนระบบโรงเรียนให้มีมาตรฐาน ปรับหลักสูตรให้เหมาะกับวัยของเด็ก และเพิ่มอาคารบางส่วนเพื่อรองรับนักเรียน

“รากฐานที่คุณย่าสร้างนั้นแข็งแรงมาก พอกลับมาเปิดโรงเรียนอีกครั้ง พ่อแม่ผู้ปกครองที่เคยเรียนที่นี่โตจนมีลูกหลานหมดแล้ว เขาก็ไว้วางใจพาลูก ๆ มาฝากเรียนกับเราเหมือนเดิม

“เวลาพ่อแม่มาส่งเด็ก เขาจะเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนเขาเรียนที่นี่ ถ่ายรูปตรงนั้น เล่นตรงนี้” ครูกุ้งหัวเราะ พลางเล่าประสบการณ์การเป็นผู้อำนวยการยังสาวให้เราฟัง

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา

“เราไม่เคยคิดเรื่องการทำโรงแรมเลยแม้แต่น้อย” ครูกุ้งเกริ่น “คิดว่าคงทำโรงเรียนแบบยาว ๆ ไปเลยแต่ 26 ปี อาจนานเกินพอ เลยอยากเปลี่ยนไปทำอะไรใหม่ ๆ มีอยู่วันหนึ่ง เราเดินออกจากที่นี่ ไปเจอร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่รู้จักกัน เราแนะนำให้เขาเปลี่ยนห้องว่าง ๆ ข้างบนเป็นที่พัก เขาก็สวนมาว่า โรงเรียนของเราต่างหากที่เหมาะกับการเป็นที่พัก” 

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

ได้ยินแบบนั้น เมื่อเดินกลับมาพิจารณาอาคารตรงหน้าและเริ่มเห็นความเป็นไปได้

แต่ก่อนจะตัดสินใจทำจริงจัง เธอเลือกไปพูดคุยกับเจ้าของโฮมสเตย์ใกล้ ๆ นี้ก่อน

“เขาตาเป็นประกายมาก เขาบอกว่าทำแล้วสนุกนะ ได้คุยกับแขก ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แล้วเชียงรายกำลังพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยว ถ้าวันนั้นเขาไม่ตาวิบวับขนาดนั้น ไฟที่มอดของเราคงไม่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง” แม้คนในครอบครัวบางส่วนจะคัดค้านเพราะกลัวทำแล้วไม่รุ่ง แต่ครูกุ้ง หญิงแกร่งที่ชอบความท้าทายก็ยืนกรานว่าเธออยากลอง

“ถ้าไม่ทำแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ” เพราะแบบนั้น บ้านนอนเพลินจึงเกิดขึ้น

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

จากโรงเรียนที่คนไว้ใจ สู่โรงแรมที่คนอยากพักใจ

28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 คือวันสุดท้ายของโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์ที่ครูกุ้งเฝ้าดูแลมานานกว่า 26 ปี ในปีเดียวกันนั้นเอง ‘บ้านนอนเพลิน’ ที่พักขนาดย่อมใจกลางเมืองเชียงรายก็ถือกำเนิดขึ้น

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

การรีโนเวตมาเป็นที่พักแบบบ้านนอนเพลินนั้นไม่ยุ่งยาก ด้วยความที่เคยเป็นโรงเรียนมาก่อน ห้องหับหลับนอนจึงมีมากโข แถมแต่ละห้องเรียนก็ยังมีห้องน้ำในตัวอีก 2 ห้อง เมื่อแบ่งพื้นที่ใหม่ บ้านนอนเพลินจึงมีห้องพักมากถึง 14 ห้องแบบลงตัวพอดี ชนิดไม่ต้องเพิ่มโครงสร้างอะไรมากนัก ซึ่งปัจจุบันห้องพักเหลือเพียง 9 ห้องเท่านั้น เพื่อจะได้ดูแลแขกอย่างทั่วถึง ส่วนห้องชั้นบนก็เปลี่ยนเป็นที่พักของครอบครัว

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย
ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

แรกเริ่ม ครูกุ้งเลือกธีมโรงเรียนอนุบาลเป็นไฮไลต์หลัก แต่ละห้องมีป้ายเลขห้องติดอยู่ บางห้องก็มีโต๊ะไม้นักเรียนประดับด้วย แต่ท้ายที่สุดกลิ่นอายความเป็นโรงเรียนอนุบาลก็เหลือเพียงป้ายเลขห้องและรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น 

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

และสิ่งที่ทำให้บ้านนอนเพลินอบอุ่น คล้ายกับบ้านสวนของคุณย่ายังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะเธอเลือกเก็บต้นไม้เก่าอายุหลายสิบปีของคุณย่าไว้ และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เก่าของครอบครัวมาตกแต่งมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เช่น ชั้นวางหนังสือตรงทางเข้า เก้าอี้โรงหนังจากโรงหนังเก่าของบ้านสามีมาจัดวาง หรือบริเวณครัวกลาง เธอก็เลือกเฟอร์นิเจอร์เดิมของโรงเรียนมาประดับ ชวนให้นึกถึงเวลาพักกลางวันที่เด็ก ๆ ต่อแถวเข้าคิวรับอาหารยังไงยังงั้น

ความอบอุ่นที่ชวนให้กลับมาพักแล้วพักอีก

“เชื่อไหมว่าคืนก่อนเปิดบ้านนอนเพลิน เรานอนไม่หลับ” 

ครูกุ้งเล่าแล้วอธิบายว่า ความที่สมัยก่อนยังไม่มีช่องทางโซเชียลมีเดียมากนัก การประชาสัมพันธ์ให้โลกรู้ว่ามีบ้านนอนเพลินอยู่ตรงนี้จึงเป็นเรื่องยาก แต่เหมือนเธอจะมากับดวง เพราะบ้านนอนเพลินเปิดพร้อมสถานที่ท่องเที่ยวอย่างสิงห์ปาร์คพอดี แถมยังมีคนมารีวิวบ้านนอนเพลินควบคู่กับสิงปาร์คหรือไร่บุญรอดลงเว็บไซต์ให้ด้วย 

“ตอนแรกคาดว่าจะต้องใช้เวลา 6 เดือนในการประชาสัมพันธ์ ปรากฏว่าเดือนแรกแขกก็เต็มแล้ว” 

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

จากวันนั้นจนวันนี้ ครูกุ้งยังคงดูแลแขกเหมือนเพื่อนและญาติผู้ใหญ่จริง ๆ โดยเฉพาะช่วงก่อนโควิด-19 ครูกุ้งและแขกสนิทกันแบบสุด ๆ เรียกว่าถ้าไม่มีแขก ก็คงไม่มีเพจเฟซบุ๊กบ้านนอนเพลิน 

“แขกคนแรกๆ เขามาทำเพจให้ แต่เขาพักคืนเดียวเลยยังทำไม่เสร็จ พออีกคืน แขกอีกคนเลยมาทำต่อจนเสร็จ” เธอเล่าขำ ๆ ความเป็นกันเอง ความน่ารักของห้องพัก และความสงบของบ้านนี้เอง ทำให้บ้านนอนเพลินยังคงเป็นอีกหมุดหมายหนึ่งที่คนอยากมาเข้าพักแม้จะเปิดตัวมานานกว่า 1 ทศวรรษ 

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

“มีคนบอกว่าทำไมเราไม่ทำเป็นตึกหลายชั้น จะได้คุ้มค่ากับที่ดินดี ๆ ที่อยู่ใจกลางเมืองเช่นนี้ แต่เรามองว่าบ้านนอนเพลินก็คงจะเป็นแบบนี้แหละ เป็นแบบที่เราชอบ เป็นที่ที่มีต้นไม้เขียว ๆ แล้วก็เป็นบ้านของเราด้วย

“เราอยากให้แขกสัมผัสความรู้สึกเดียวกันกับที่เรารู้สึก ทุกคนบอกว่าที่นี่อบอุ่นและสงบเหมือนมาพักบ้านเพื่อนหรือบ้านญาติผู้ใหญ่ หลายคนมาพักแล้วก็กลับมาอีก บางคนถึงขั้นบอกเลยว่า ถ้าไม่ใช่ที่นี่ เขาไม่อยากพัก และมีคนที่มาพักทุกเดือน พอมาถึงก็บอกว่า ‘ผมกลับมาบ้านผมแล้วนะครับ’”

บ้านนอนเพลินนอนเพลินแค่ไหน คำตอบที่ได้คงชัดเจนแล้วในตอนนี้

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

บ้านนอนเพลิน

ที่ตั้ง : 382 ถนนบรรพปราการ ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4669 7926

Facebook : บ้านนอนเพลิน Baan Norn Plearn

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

ปฏิเวธ ยืนธรรม

สถาปนิกอิสระ ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ชื่นชมแสงธรรมชาติสวยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load