ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับโรงแรมดุสิตธานีหรือไม่ ข่าวการเปิด ‘บ้านดุสิตธานี’ พื้นที่ใหม่ในบ้านหลังเก่าย่านศาลาแดงน่าจะทำให้ชาวกรุงเทพฯ ดีใจมาก

จู่ๆ กลางย่านธุรกิจก็ปรากฏพื้นที่สีเขียวแสนสวยไว้พักผ่อนหย่อนใจ พร้อมร้านอาหาร คาเฟ่ ฟลอร์เต้นรำ และบาร์สวยข้างสระว่ายน้ำเสร็จสรรพ แถมอยู่ห่างจากโรงแรมดุสิตธานีเดิมเพียงระยะเดินถึง มองเห็นยอดแหลมสีทองที่คุ้นเคยได้ถนัดตา

บ้านสีขาวแสนสวยบนถนนศาลาแดงนี้เดิมชื่อ ‘บ้านศาลาแดง’

คุณสวัสดิ์ โอสถานุเคราะห์ ซื้อบ้านหลังนี้ต่อจากเศรษฐีชาวฮ่องกงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านหลังนี้จึงมีอายุอย่างน้อยราวๆ 80 ปี ออกแบบเป็น Fachwerk House โดยสถาปนิกชาวเยอรมัน พื้นที่ทั้งหมด 4.5 ไร่ ประกอบด้วยบ้าน 2 หลัง มีสนามหญ้า สนามเทนนิส และสระว่ายน้ำ

บ้านศาลาแดง

คุณสวัสดิ์ตั้งใจทำให้บ้านศาลาแดงเป็นคลับเฮาส์ของครอบครัว

ในอดีต กรุงเทพฯ มีสนามเทนนิสเพียง 4 สนาม ทุกที่เป็นสนามหญ้า มีเพียงบ้านศาลาแดงที่เป็นสนามคอนกรีต หากฝนตก ทุกคนต้องมาเล่นกีฬาที่นี่ เป็นกุศโลบายให้ญาติสนิทมิตรสหายมารวมตัวกัน โดยปัจจุบัน พื้นที่สนามถูกดัดแปลงเป็นลานจอดรถ 

บ้านศาลาแดง
บ้านศาลาแดง

บ้านศาลาแดงถูกปิดมานานเกือบ 40 ปี หลังจากที่ประมุขของบ้านเสียชีวิต ไม่มีใครอาศัยอยู่ต่อ แต่ทายาทก็ดูแลรักษาไว้ตลอด ต่อมาดุสิตธานีเช่าบ้านศาลาแดงเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยฟื้นฟูอาคารทั้งหมดให้อยู่ในสภาพดีใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด ขณะเดียวกันก็ตบแต่งอย่างสวยงาม บางส่วนถูกกะเทาะและปล่อยเปลือยให้เห็นโครงสร้างดิบเท่ ให้จิตวิญญาณของคฤหาสน์เก่าแก่และตัวตนของดุสิตธานีได้เฉิดฉายเคียงคู่กัน จนกว่าโครงการดุสิตธานีเซ็นทรัลพาร์คซึ่งเป็นกลุ่มอาคาร Mixed Use จะเสร็จสิ้น 

Dusit Gourmet

Dusit Gourmet
Dusit Gourmet

ส่วนด้านหน้าของบ้านคือ Dusit Gourmet คาเฟ่ที่กำลังป๊อปสุดๆ เปิดตั้งแต่ 7 โมงถึง 5 ทุ่มทุกวัน ตอนเช้าเปิดเป็นคาเฟ่ ร้านอาหารเบาๆ และเบเกอรี่ ส่วนตอนกลางคืน เคาน์เตอร์ขนมก็ปรับเป็นบาร์ได้ ซึ่งคนอุ่นหนาฝาคั่งตลอดทั้งวันธรรมดาและวันหยุด เนื่องจากนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาเที่ยวได้ด้วย มีทั้งพนักงานดูแล แถมมีเมนูอาหารสุนัขและแมวใส่จานพร้อมสรรพให้เลือกกินได้อร่อยพร้อมเจ้านาย เป็นพื้นที่ใจกลางเมืองที่ต้อนรับคนรักสัตว์

Dusit Gourmet
Dusit Gourmet

เดิมเป็นบ้านหนุ่มโสดที่ คุณสุรินทร์ โอสถานุเคราะห์ เจ้าของบ้านคนปัจจุบัน ผู้เป็นลูกชายของคุณสวัสดิ์ ปลูกแยกมาอยู่เองนอกเรือนหลักหลังกลับมาจากเรียนหนังสือที่เมืองนอก ทีมงานเก็บลักษณะสถาปัตยกรรมเดิมไว้ทั้งหมด แต่เติมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของโรงแรมดุสิตธานี เช่น ผนังกระเบื้องโมเสกสีเขียวที่ถอดแบบมาจากฟาซาด (Façade) ดั้งเดิม ซึ่งใช้กระเบื้องปีกแมลงทับกับทองคำแท้ นอกจากนี้ ยังมีโคมไฟ รูปถ่ายเก่าของโรงแรม ไปจนถึงตัวจับราวบันไดห้องนภาลัยที่กลายเป็นชิ้นส่วนประดับผนัง ถ้าอยากเห็นภาพเก่าของบ้านหลังนี้ก่อนรีโนเวต หน้าห้องน้ำที่สวยเก๋มีภาพอยู่เพียบ

Dusit Gourmet

ไกรทองและชาละวัน

กลางสนามหญ้าด้านหน้ามีประติมากรรมไกรทองและชาละวันกลางสระบัว เดิมจุดนี้เป็นหลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสิ้นสุดสงคราม เจ้าของบ้านจึงสั่งทำรูปหล่อชาละวันกับไกรทองมาปิดทางเข้าหลุมหลบภัย

บ้านดุสิตธานี : คาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ ในบ้านเก่าเกือบร้อยปีใจกลางศาลาแดง

ทางดุสิตธานีมีไอเดียเปลี่ยนหลุมหลบภัยเป็นห้องเก็บไวน์และชิมไวน์ สุดท้ายก็ล้มเลิกไป แต่สนามหญ้านี้พร้อมรองรับกิจกรรมหลายอย่างที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

Pool Bar

ถัดจาก Dusit Gourmet มีสระว่ายน้ำและบาร์กลางแจ้งที่จะเปิดในยามค่ำคืน มีดนตรีสดเบาๆ และพื้นที่สูบซิการ์กลางแจ้งที่บรรยากาศโปร่งสบาย ไม่ต้องสูบในห้องให้ต้องกลับบ้านไปสระผม ชาวดุสิตธานีแอบกระซิบว่า สมัยก่อนที่นี่มีสระว่ายน้ำอยู่แล้ว เพราะคุณสวัสดิ์จ้างครูจาก YMCA มาสอนว่ายน้ำให้ลูกหลานในบ้าน

บ้านดุสิตธานี : คาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ ในบ้านเก่าเกือบร้อยปีใจกลางศาลาแดง

เบญจรงค์

บ้านดุสิตธานี : คาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ ในบ้านเก่าเกือบร้อยปีใจกลางศาลาแดง

ห้องอาหารไทยเบญจรงค์ พระเอกของโรงแรม สถิตอยู่ในบ้านหลังใหญ่ และคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้อย่างดี โครงสร้างบ้านหลักๆ รีโนเวตจากแบบเดิมทั้งหมด แต่ตกแต่งด้วยโทนสีเขียวฟ้าหม่นและแดงตุ่นๆ ผนังแต่งลวดลายที่ลอกมาจากเสาเอก 2 ต้น ขนาดต้นละ 5 ตัน ในห้องอาหารเดิมของโรงแรมดุสิตธานี ซึ่งเป็นจิตรกรรมไทยร่วมสมัยฝีมือ ท่านกูฏ หรือ อาจารย์ไพบูลย์ สุวรรณกูฎ ศิลปินศิษย์เอกของ อาจารย์ศิลป์ พีระศรี เสา 2 ต้นนี้คือสมบัติล้ำค่าที่ชาวดุสิตธานีหวงแหน และตัดเก็บรักษาไว้เพื่อนำไปประดับในโรงแรมดุสิตธานีโฉมใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้า

บ้านดุสิตธานี : คาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ ในบ้านเก่าเกือบร้อยปีใจกลางศาลาแดง
บ้านดุสิตธานี : คาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ ในบ้านเก่าเกือบร้อยปีใจกลางศาลาแดง

ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์เดิมของโรงแรม บางชิ้นมาจากห้องอาหารเบญจรงค์ เช่น แจกันดอกไม้ทรงสูง ถ้วยเบญจรงค์ นกเป็ดน้ำแกะสลัก หรือภาพวาดห้องอาหาร บางชิ้นมาจากห้องอื่นๆ อย่างเครื่องเล่นแผ่นเสียงปากแตรแสนวินเทจจากห้อง Library 1918 

ห้องอาหารนี้มี 37 ที่นั่ง แต่จุคนได้เต็มที่จริงๆ ถึง 70 คน ส่วนชั้น 2 จัดเป็นพื้นที่จัดประชุม เลี้ยงอาหาร หรือจัดงานแบบส่วนตัวก็ได้

ศาลาเต้นรำ

บ้านดุสิตธานี : คาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ ในบ้านเก่าเกือบร้อยปีใจกลางศาลาแดง

ใครเกิดไม่ทันบับเบิ้ลส์คลับ ฟลอร์เต้นรำสุดเปรี้ยวที่ดุสิตธานี ก็ไม่ต้องห่วง เพราะ Dancing Hall กลับมามีชีวิตอีกครั้งในศาลาเต้นรำ ซึ่งเป็นเรือนไม้อเนกประสงค์ด้านหลัง ศาลานี้อยู่ติดกับเรือนพักคนงาน จะจัดงานเลี้ยงพระ งานหมั้น งานแต่งงาน ก็ทำได้ทั้งหมด 

เธียนดอง

บ้านดุสิตธานี : คาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ ในบ้านเก่าเกือบร้อยปีใจกลางศาลาแดง
บ้านดุสิตธานี : คาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ ในบ้านเก่าเกือบร้อยปีใจกลางศาลาแดง

ร้านอาหารเวียดนามด้านหลังที่เพิ่งเปิดเป็นลำดับสุดท้าย ปรับจากโกดังยาทัมใจของตระกูลโอสถานุเคราะห์ เป็นร้านที่เปลี่ยนจากแบบดั้งเดิมมากที่สุด ทางเข้าสะท้อนลักษณะของอินโดจีนยุคโคโลเนียลฝรั่งเศส ด้วยภาพวาดสาวเอเชียสวมชุดแบบฝรั่ง และสาวตะวันตกที่สวมชุดแบบเอเชีย ด้านในโปร่งโล่งด้วยเพดานสูงและโทนสีเขียวสบายตา มีเมนูใหม่ๆ น่าประทับใจ แต่ปลาทอดตะไคร้สูตรเด็ดจากห้องอาหารเดิมยังอร่อยไม่เปลี่ยน แถมของหวาน ‘รวมมิตรเวียดนาม’ ก็ดีงามลืมไม่ลง

บ้านดุสิตธานี : คาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ ในบ้านเก่าเกือบร้อยปีใจกลางศาลาแดง

ในโอกาสเปิดบ้านดุสิตธานีอย่างเป็นทางการ เราไม่ได้อยากให้ผู้อ่านรู้จักแต่เบื้องหน้าของร้านอาหารและแหล่งหย่อนใจในบ้านเก่าเกือบร้อยปี เมื่อได้โอกาสสนทนากับ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทดุสิตธานี เราพบว่าสิ่งที่น่าสนใจของบ้านดุสิตธานีไม่ใช่แค่แหล่งพักผ่อนหย่อนใจในย่านธุรกิจ แต่เป็นแนวคิดเบื้องหลังการสร้างสถานที่ที่ขับเคลื่อนทั้งธุรกิจและหัวใจของพนักงานไปข้างหน้า

คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทดุสิตธานี

คุณเพิ่งเล่าว่าไม่แน่ใจว่าบ้านดุสิตธานีจะได้กำไรมั้ย แต่ก็อยากทำ แถมทำโครงการนี้ในเวลาไม่ถึง 6 เดือน ด้วยซ้ำ เหตุผลที่ CEO ดุสิตธานีต้องทำบ้านนี้คืออะไร

เรื่องบางอย่างมีคุณค่ามากกว่าเงิน แล้วคุณค่าของสิ่งที่เราต้องการจะเก็บไว้มันมากกว่าเงินเยอะมาก 

สองสิ่งที่สำคัญมากๆ ของดุสิตก็คือตัวแบรนด์ดุสิตเอง ซึ่งเรายังอยากให้อยู่ในความทรงจำของคน ถึงแม้ว่าเราจะหายไป แต่คนก็ยังกลับมาสัมผัสได้ เป็นคุณค่าที่คิดว่าเงินก็คงหาซื้อไม่ได้

กับอีกเรื่อง คือคน เรื่องของพนักงาน ความเป็นดุสิตไม่ใช่เฉพาะลักษณะทางกายภาพ แต่มีการให้บริการ ความคุ้นเคย ความอบอุ่น ความจริงใจ ความเป็นมิตร เราเชื่อว่าถ้าเรารักคนของเราแล้วเราดูแลเขาอย่างดี เขาก็ต้องรักเรา พอมีโครงการที่รองรับเขาในช่วงเวลาที่เราปรับปรุงสถานที่เดิม เขาจะมีความรู้สึกว่าดุสิตธานีดูแลเขา และเขาจะอยากทำเต็มที่เพื่อดุสิตธานี

แรงขับให้คนทำงานมีหลายอย่าง แต่เราคิดว่าเรื่องพวกนี้เงินซื้อไม่ได้ ระหว่างสี่ปีที่รอคอยโรงแรม เราอาจจะไปซื้อป้ายคัตเอาต์ใหญ่ๆ ตามถนนแล้วเขียนว่า ดุสิตกำลังจะกลับมา หรือทำภาพอะไรให้คนสนใจก็ได้ แต่ก็สัมผัสตัวตน สัมผัสจิตวิญญาณไม่ได้ เราเลยเอาเรื่องเงินวางไว้ข้างๆ ไม่ใช่ไม่คิดนะ เพราะว่าเราเป็น CEO การทำให้ธุรกิจมีกำไรให้กับผู้ถือหุ้นก็เป็นหน้าที่หลักของ CEO เช่นกัน เลยขออนุญาตเอาเรื่องนี้ไว้ข้างๆ ก่อน ถ้าเอาสองเรื่องนี้มารวมกัน เราจะไปต่อไม่ได้เลย 

มาเจอบ้านหลังนี้ได้อย่างไร

พูดเรื่องจริงได้ไหม เราไม่ได้เริ่มจากหาบ้านเก่ามาทำเป็นบ้านดุสิตธานี ไม่อยากบอกแบบโลกสวยว่าเราฉลาดมาก

เราเข้าดุสิตธานีมาเป็น Group CEO ปี 2016 งานหลักงานแรกของเราคือ ทำยังไงกับโรงแรมเดิมซึ่งต้องปรับปรุงใหม่ พอรู้เรื่องราวแล้ว ความตั้งใจของเราคือเรื่องการเก็บพนักงาน เก็บตัวตนที่มีมาแต่เดิม สิ่งที่เราทำก็คือตามหาโรงแรมใหม่ในกรุงเทพฯ ให้พนักงานเราไปอยู่ ซึ่งเราหาเป็นปีแล้วหาไม่ได้ เจอโรงแรมสวยงามที่เราคิดว่าเหมาะกับดุสิตธานีมากเลย มันก็ไม่เป็นของเรา 

พอลองเปลี่ยนโจทย์ เก็บตัวตนบางส่วนของโรงแรมไว้ในรูปแบบร้านอาหาร ก็มีอันพลัดพรากจากกันหลายที่ จน คุณกลินท์ สารสิน แนะนำว่าศาลาแดงมีบ้านใหญ่หลังหนึ่งที่สวยเลย เจ้าของเขาปิดเอาไว้ไม่ได้ใช้ เราเลยเชิญพวกท่านมารับประทานอาหารที่เบญจรงค์ก่อนปิด เล่าเรื่องความเป็นมาของเสาเอก เรื่องความตั้งใจเก็บพนักงานไว้ แล้วพูดคุยกัน

กว่าจะได้ตกลงเช่าบ้านหลังนี้ก็ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน หลังจากที่เราปิดโรงแรมไปแล้ว เจ้าของเขารักและหวงบ้านหลังนี้มาก เพราะผูกพันกับที่นี่ และไม่ได้ต้องการเงินเลย เราเทียวไล้เทียวขื่อนานทีเดียวกว่าจะสำเร็จ

คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทดุสิตธานี

เอาชนะใจคนที่ไม่ต้องการเงิน ไม่ต้องการอะไรจากเราเลยได้ยังไง

ใจค่ะ เราบอกถึงความตั้งใจ เราทำเพราะต้องการจะเก็บแบรนด์ดุสิตธานี ซึ่งเป็นแบรนด์ที่หลายๆ คนรัก ท่านเจ้าของบ้านเองก็คุ้นเคยกับดุสิตอยู่แล้ว และการที่เราต้องการเก็บพนักงานของเราไว้ ท่านเห็นถึงความจริงใจ แล้วอีกสิ่งที่คิดว่าทำให้ท่านสบายใจคือเราให้คำมั่นว่าเราจะทำให้ที่นี่ดี จะเก็บเอกลักษณ์ของบ้านศาลาแดงไว้ทุกอย่าง จะไม่ทิ้งอะไรไปเลย

ก่อนเริ่ม เราทำ Archive ทุกอย่าง ต้นไม้ทุกต้น จดไว้หมดเลยว่ามีต้นอะไรบ้าง มีหินวางตรงไหน ถ่ายรูปบ้านเดิมเก็บไว้ทุกมุม แล้วทำแปลนไปให้ท่านดูว่าจะขออนุญาตปรับอะไรบ้าง โดยเราลงทุนใช้คนที่มีฝีมือที่สุดในประเทศไทยสองทีม คื บริษัทสถาปนิกชื่อ PIA ของ คุณเปี๊ยะ-รุจิราภรณ์ หวั่งหลี และทีมทำภูมิสถาปัตยกรรมจากสำนักงานออกแบบ PLA ของ คุณปุ้ย-วรรณพร พรประภา แน่นอน ของดีก็ต้องมีมูลค่า เพราะเขาเก่งจริงๆ

ท่านเจ้าของบ้านคงเห็นความตั้งใจจริงในการอนุรักษ์บ้าน ซึ่งเรารีโนเวตใหม่หมด สำหรับบ้านที่มีอายุขนาดนี้ และปิดไว้นานเป็นเวลาสามสิบถึงสี่สิบปี เปิดไปตรงไหนก็เจออะไรเยอะแยะมากมาย เพราะโครงสร้างผุพังไปตามกาลเวลา

เจออะไรบ้าง

ตัวอย่างเช่นหลังคา เหมือนอยู่ในสภาพดี แต่พอจะทำร้านอาหารก็ต้องปรับปรุงทำหลังคาใหม่ทั้งหมด ทีมงานเอากระเบื้องหลังคาเก่าไปให้ช่างดู ช่างบอกว่า เป็นของนำเข้าโบราณ ตอนนี้ไม่มีแล้ว ก็ไปเสาะหาช่างที่ทำกระเบื้องได้เหมือนเปี๊ยบและมีคุณภาพ ฝ้าก็ทำใหม่ให้คงสภาพเดิมไว้ ทุกอย่างยื่นแบบให้ท่านเจ้าของรับทราบหมดว่าเราจริงใจ และตั้งใจทำนุบำรุงให้เป็นอย่างที่เห็นในวันนี้ 

ทิศทางของบ้านดุสิตธานีที่คุณวางแผนไว้เป็นอย่างไร

เราตั้งใจตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคน บ้านดุสิตธานีมีกิจกรรมต่อเนื่องได้ตลอดตั้งแต่เช้าถึงดึกดื่น ใช้คอนเซปต์ของ Co-working Co-living จะมานั่งทำงานหรือใช้ชีวิตก็ได้ นั่งอยู่ในเบญจรงค์ อยากกินเฝอก็ได้ ถ้าอยู่เธียนดองแล้วอยากกินผัดไทยหรือเบเกอรี่ก็สั่งได้ หรือถ้าอยากกินเมนูเดิมที่ชอบ ทำไมจะทำไม่ได้ เพราะเป็นทีมเดิม

ความยากของการทำโครงการดุสิตธานี คือดุสิตธานีมีความผูกพันหลายอย่างเกินกว่าความเป็นโรงแรม ทั้งเป็นไอคอนของคนหลายคน มีคนไทยรักแล้วก็เสียดาย ดังนั้น เราต้องเก็บเรื่องที่ควรต้องเก็บ แต่ในขณะเดียวกัน โลกก็หมุนไปข้างหน้า ถ้าเรายังยืนอยู่ที่เดิม แล้วเรายังเก็บทุกอย่างเหมือนเดิม ก็อาจไม่ตอบโจทย์โลกข้างหน้าเรา การผสมผสานของที่มีอยู่และเติมของใหม่ๆ ให้พอดีมันไม่ง่าย

เราโชคดีมากที่มีบ้านหลังนี้ อย่างน้อยอีกสี่ปีกว่าจะมีโรงแรม ที่นี่เป็นที่เก็บข้อมูล ถ้ามันไม่ใช่ แล้วคุณให้ข้อมูลเรา เรายินดีที่จะปรับ แต่ถ้าเราทำดี ชมเรา เราก็จะได้มีความสุขและจะได้เอาไปเป็นกำลังใจ ดาต้าพวกนี้ทำให้พวกเราได้สังเคราะห์ วิเคราะห์ สำหรับเตรียมดุสิตธานีแห่งใหม่ ซึ่งเป็นผลงานของทุกคน ไม่ใช่ผลงานของศุภจีหรือผลงานของผู้บริหารของดุสิตธานี

คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทดุสิตธานี

นอกจากที่บ้านดุสิตธานี พนักงานโรงแรมคนอื่นๆ ไปอยู่ที่ไหนกันบ้าง

เราต้องหาธุรกิจใหม่มาเสริม เพราะการรับผิดชอบพนักงานหลายร้อยคนในช่วงที่ปิดโรงแรมยิ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่นช่วงที่ผ่านมาเราไปลงทุนธุรกิจการทำอาหาร วิธีการทำธุรกิจอาหารของเราไม่เหมือนคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ มันสร้างรายได้ให้เราเป็นพันล้านในเวลาสองถึงสามปี เพราะฉะนั้น ก็ตอบปัญหาเรื่องเงินของเราได้

เราแยกพนักงานให้ทำงานหลายๆ ส่วน กลุ่มที่ดูแลห้องพัก เราไปซื้อโรงแรมที่ถนนราชดำริ ตั้งชื่อว่า Dusit Suites ให้พนักงานเก้าสิบกว่าคนไปทำงานตรงนั้น 

กลุ่มแม่บ้านและช่าง เราตั้งทีม Dusit on Demand สำหรับให้บริการโรงแรมห้าดาวอื่นๆ ในกรุงเทพ โรงแรมห้าดาวปกติจะไม่ Outsource แม่บ้าน เพราะว่าแม่บ้านเจอแขกมากกว่าผู้จัดการอีก เขาต้องมีกิริยามารยาทดี มีวิธีดูแลแขกดี แล้วก็ต้องซื่อสัตย์ แต่พอรู้ว่ามาจากดุสิตธานีก็เชื่อถือ ตอนนี้เราให้บริการกว่าสิบโรงแรมในกรุงเทพฯ จนคนเริ่มไม่พอแล้ว ต้องจ้างเพิ่ม

 ทีม F&B มีไปลงโรงแรมและรับทำ Catering นอกสถานที่ ใครจะแต่งงานตามสโมสร ตามสถานที่ต่างๆ ก็รับจัดให้ ไม่ยึดติดกับสถานที่ ตอนนี้ทีม Catering ของเรางานเยอะกว่าสมัยอยู่ที่โรงแรมอีก

เหลือกลุ่มร้านอาหารเนี่ยทำยังไงดี จากที่เราปิดโรงแรมวันที่ 5 มกราคม มาจนถึงกลางปี วิธีทำงานของเขาคือนั่งเอาช้อนส้อม จาน มาเช็ด นับ เก็บ พักหนึ่งมันก็หมด เดี๋ยวสักพักก็ควักมาเช็ดใหม่เพราะฝุ่นเกาะ เห็นสภาพแล้วเราก็คิดว่าต่อให้เขามีใจ คนเราก็ต้องการทำอะไรที่มีคุณค่า มานั่งเช็ดช้อนนับช้อนอย่างเดียวคงไม่ไหว เลยต้องรีบเปิดร้านไล่ไปทีละหลัง ไม่รอให้เสร็จทีเดียว บ้านขนมง่ายสุดเพราะเล็กและไม่เก่ามาก เพราะฉะนั้น น้องเช็ดช้อนก็มีโอกาสจะได้ทำอะไรจริงๆ จังๆ

ระหว่างนี้ก็พูดคุยให้เขาปรับตัว จากที่อยู่แต่ในโรงแรมมาไม่รู้กี่สิบปี พอเจอแขกใหม่ๆ ต้องปรับอะไรบ้าง ก็ทำให้ที่เหลือเขามีความหวังว่าเดี๋ยวพอเบญรงค์เสร็จ เธียนดองเสร็จ ศาลาเต้นรำเสร็จ ก็น่าจะมีกิจกรรมที่ดีมากยิ่งขึ้น 

เคล็ดลับที่ทำให้พนักงานดุสิตธานีผูกพันกับบริษัทคืออะไร

เรากับทีมงานไม่ได้ผูกพันกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เราเป็น CEO ที่แปลกแยก เป็นคนนอกคนแรก ในขณะที่บริษัทนี้ตั้งมาเจ็ดสิบเอ็ดปี เริ่มมาจาก ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง คุณชนินทธ์ โทณวณิก เป็นทายาท พนักงานก็ผูกพันมาโดยตลอด เราเองเป็นพนักงานคนหนึ่งซึ่งได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร สายสัมพันธ์เรากับพนักงานอื่นๆ ไม่ได้ยาวนาน เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราทำได้อย่างเดียวคือความจริงใจ

ทุกครั้งที่อยู่เมืองไทย เรามาที่นี่ทุกสัปดาห์ เพราะต้องการให้กำลังใจพวกเขาถ้าเราทำได้ เราจะเดินไปกอด ถ้าเจอพนักงานอายุมากกว่าเราก็ไหว้เลย คำพูดติดปากของเราคือ ‘เป็นไง เหนื่อยไหม’ ‘ขอบคุณมากนะ อีกแป๊บเดียวนะ’ ตอนนี้พอเราเดินเข้ามา เราไม่ใช่คนแปลกหน้าของทีม

เรามีหลายสิบหลายร้อยเรื่องที่ต้องทำในขณะเดียวกัน เพราะฉะนั้น ต้องจัดวางลำดับความสำคัญให้ดี โฟกัสกับมัน แล้วการลงมือของเราต้องให้ทีมทำ ดังนั้น ใจจึงสำคัญ ดังนั้น อยู่กับพนักงาน เพราะสุดท้ายแล้วงานจะสำเร็จก็เพราะเขา ไม่ใช่เรา 

เงินเป็นปัจจัยพื้นฐานที่คนทุกคนต้องมี เราไม่ให้เงินเขา เขาคงไม่มาทำอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้คนเดินไปข้างหน้า แล้วยอมที่จะไป Extra Mile คือเงินเหรอ เราว่าไม่ใช่ เราตั้งใจทำเต็มที่ให้เขา เราก็คาดหวังให้เขาทำเต็มที่ให้เรา มันจะไปสุดทางได้

สิ่งที่คุณประทับใจเมื่อเปิดบ้านดุสิตธานีคืออะไร

วันที่เปิด Dusit Gourmet เป็นทางการ เราเข้ามาตอนบ่าย พนักงานเข้ามากอดเราแล้วร้องไห้ บอกว่า เราทำได้แล้วนะคะ ขอบคุณมากเลย มันดีกว่าที่หนูคิดอีก เราร้องไห้ตามเขาไปด้วยเลย นี่ไง มันเป็นอย่างนี้ เขารู้ว่าเราตั้งใจจริงๆ บางอย่างมันซื้อไม่ได้ด้วยเงิน

คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทดุสิตธานี

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เวลาเราเดินทางไปต่างประเทศ ไม่รู้ว่าเป็นกันมั้ยครับ ที่เราจะพยายามไปเยือนบ้านของคาแรกเตอร์ซึ่งมาจากดินแดนนั้นๆ

ถ้าไปเนเธอร์แลนด์เราก็อยากจะไปเยือนบ้านของ MIFFY ถ้าเราไปฟินแลนด์เราก็อยากจะไปหา Moomin

หรือถ้าเราไปญี่ปุ่นเราก็อยากไปเยือนบ้านของ Doraemon, Hello Kitty, One Piece (และอื่นๆ อีกมากมาย)

ในมุมกลับกันถ้าเราอยากจะไปหาบ้านของตัวการ์ตูนและเสื้อผ้าจากฝีมือคนไทยที่โด่งดังอยู่ในญี่ปุ่นอย่าง น้องมะม่วง และเสื้อผ้าอย่าง VL BY VEE ที่มาจากการสร้างสรรค์ของ ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร และ วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์ นั้น เราแทบอับจนปัญญาไม่รู้จะไปหาบ้านของน้องมะม่วงที่ไหน แม้แต่การจะหาซื้อตุ๊กตาน้องมะม่วงตัวเล็กๆสักตัวก็ดูจะเป็นเรื่องที่ยากมากๆ

แต่เราเพิ่งได้รับข่าวดีว่าโรงรับจำนำเก่าแก่บนถนนหลานหลวงกำลังจะถูกเปลี่ยนให้กลายมาเป็นบ้านหลังใหม่ให้กับน้องมะม่วงและเสื้อผ้าของ VL BY VEE ในตอนนี้แล้ว เราจึงอยากจะขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักบ้านของทั้งสองคนแห่งนี้ให้ดีมากขึ้นกัน

Mamuang Shop Official

Mamuang Shop Official

Mamuang Shop Official

ร้านเลขที่ 1 บนถนนหลานหลวง

ตึกแถวบนต้นถนนหลานหลวงบริเวณที่ตัดกับถนนราชดำเนินนั้นเคยซบเซาอยู่นาน จนเริ่มมีร้านค้าอย่าง EDEN‘S และโรงแรมอย่าง Bangkok Publishing Residence เปิดใหม่อีกครั้งเมื่อไม่นานนี้ ทำให้ย่านนี้เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง และคราวนี้โรงรับจำนำเก่าเจ้าของบ้านเลขที่ 1 ถนนหลานหลวงนั้นก็ว่างลง ก่อนที่เด่นซึ่งอยู่แถวนั้นจะบอกข่าวแก่ตั้มและวี จนออกมาเป็นร้าน ‘MAMUANG SHOP’ และ VL BY VEE Thailand ซึ่งตัวร้านนี้ถูกออกแบบและตกแต่งโดยฝีมือของวีเองอีกด้วย

ผนังสีขาวสะอาด พร้อมด้วยแสงไฟสีนวลตา ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ย้อนยุคตามมุมต่างๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยภาพตัวการ์ตูนเด็กหญิงหัวโตผมหน้าม้าที่มาในรูปแบบติดอยู่ตามผนังต่างๆ และเป็นสินค้ากระจุ๊กกระจิ๊กอีกมากมาย และเสื้อผ้าน่ารักมากมายที่แขวนอยู่บนราวแขวน ซึ่งพอองค์ประกอบทุกอย่างที่ว่ามาอยู่รวมกัน ทำให้บรรยากาศคล้ายกับเป็นบ้าน และที่นี่คือบ้านหลังแรกของมะม่วง และเป็นบ้านหลังใหม่ของแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง VL BY VEE ด้วย

Mamuang Shop Official Mamuang Shop Official

“ตอนที่ลิโดปิดเราต้องหาร้านใหม่ ทีแรกก็หาที่ว่างตามห้างในเมืองอย่างสยาม สุขุมวิท แล้วบ้านเราอยู่ค่อนข้างไกลจากเมือง เราก็กลัวว่าจะไม่สามารถเดินทางไปดูแลร้านได้ทุกวัน ทีนี้มีเพื่อนคือคุณเด่น (ที่เปิดร้าน EDEN’S) มาบอกว่าตึกแถวข้างๆ เขามีห้องว่าง เราก็สนใจเพราะชอบแถวนั้นอยู่แล้ว” วีเล่าให้เราฟัง ก่อนจะอธิบายต่อหลังจากเห็นหน้าตาประหลาดใจว่าร้านเสื้อผ้ามันไม่น่าจะมาตั้งอยู่แถวนี้ได้

“ทำร้านเสื้อผ้าบนถนนสายนั้นก็คิดว่ามันยากแหละ แต่ว่ามันใกล้บ้านมาก (หัวเราะ) คือลูกค้าของร้านเราเป็นคนญี่ปุ่นซะเป็นส่วนมาก ถ้าบอกให้เขานั่งเรือจากสยามมาลงที่ผ่านฟ้าแล้วเดินมาที่ร้านเราเขาน่าจะสนุก เพราะมาง่าย รถไม่ติด มีอะไรให้ดู แล้วก็เดินเที่ยวแถวนี้ต่อได้อีก

“ลูกค้าญี่ปุ่นหลายคนพยายามมาหาเรามากที่ร้านเก่าตรงลิโด ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ นะ บางคนหาทางขึ้นไม่เจอด้วย แต่อันนี้แค่ลงจากเรือหันมาก็เห็นแล้วนะ แล้วจริงๆ ในซอยแถวนั้นมีซอยเล็กซอยน้อยที่มีอะไรจุ๊กจิ๊กน่ารักอยู่เต็มไปหมด คาเฟ่ที่อร่อยก็มี แล้วพอเป็นสถานที่ที่ไม่ได้อยู่ในห้างมันก็กดดันน้อยกว่า เราเลยคิดว่าน่าจะไหว ก็เลยลองทำดู”

Mamuang Shop Official Mamuang Shop Official

บ้านของเรา

หลังจากเดินเล่นรอบร้านได้พักใหญ่ เราเห็นว่าตัวร้านมีทางเข้า 2 ทาง บรรยากาศสบายๆ ข้างใน เฟอร์นิเจอร์เก่าที่ดูไม่คุ้นตา ก็ชวนให้เราถามตั้มและวีว่ามีไอเดียหรือคอนเซปต์อะไรในการแต่งร้านเป็นพิเศษรึเปล่า

“เราอยากให้คนมาแล้วมีความสุข อยากให้มาแล้วได้เจอความเป็นออริจินัลของเราสองคน โดยเฉพาะพวกที่มาจากต่างประเทศ เหมือนเราไปฟินแลนด์ก็อยากไปเจอ Moomin ได้เจอตัวจริงอะไรแบบนั้น ไปอเมริกาก็อยากไปเจอดิสนีย์ตัวเป็นๆ อะไรแบบนั้น แล้วตอนที่ตกแต่งร้านเราไม่ได้คิดเรื่องธุรกิจอะไรเท่าไหร่เลย สิ่งที่คิดคือแค่เป็นที่ที่อยากให้คนที่เข้ามามีความสุขจริงๆ สะอาด สบาย ห้องน้ำนี่ตั้งใจทำมาก (เน้นเสียง)” ตั้มเริ่มอธิบายถึงที่มาของไอเดียการตกแต่งร้าน

Mamuang Shop Official Mamuang Shop Official

“ก่อนหน้านี้ที่วีทำร้านอยู่ที่ลิโด ตอนนั้นเป็นการแชร์พื้นที่กับร้านของเพื่อน ตอนแรกก็เริ่มจากขอแบ่งเช่ามามุมหนึ่ง ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นว่าเริ่มใช้พื้นที่เยอะกว่าร้านของเพื่อนที่ไปเช่าด้วยซ้ำ เราเริ่มเกรงใจเขาก็เลยคิดว่ามันคงถึงเวลาแล้วเหมือนกันที่ควรจะมีจุดนัดพบ ถ้ามีคนมาจากญี่ปุ่นถึงไทย มาถึงประเทศของมะม่วงกับ VL แล้ว แต่ดันไม่รู้จะไปหาทั้งสองอย่างนี้ได้ที่ไหน ทั้งที่เสื้อผ้าของวีนี่ก็ค่อนข้างมีชื่อเสียงเหมือนกัน มีทั้งดาราใส่เล่นในละคร และลงปกแมกกาซีนด้วย

“แล้วที่ผ่านมาของของมะม่วงกับเสื้อผ้า VL มันวางปนๆ กันมาตลอด ทำให้ภาพลักษณ์ของทั้งสองอันมันปนกันไปหมด ก็เลยอยากจะแบ่งกันให้ชัดเจนไปเลย อย่างวีนี่ทำเสื้อผ้ามาจะ 10 ปีแล้ว มะม่วงก็ 15 ปีแล้ว กลุ่มแฟนของวีเขาก็เริ่มชัดและแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยเลือกจะแบ่งกันโดยใช้คนละประตูไปเลย การตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ก็เป็นของที่เราสองคนชอบปนๆ กันอยู่ ทีนี้พอทำไปทำมาร้านมันก็เลยออกมาเหมือนกับบ้านของเราเลย ทั้งที่ทีแรกตั้งใจว่าจะให้ออกมาไม่เหมือนกันเลยนะ”

Mamuang Shop Official Mamuang Shop Official Mamuang Shop Official

ตั้มและวียังเล่าให้เราฟังอีกด้วยว่า เมื่อก่อนสมัยที่แชร์ร้านกับเพื่อน ถ้ามีจัดแสดงงานหรืออยากแต่งร้านใหม่ก็จะรู้สึกเกรงใจเพื่อนอยู่เสมอ แต่พอมีร้านและที่ทางเป็นของตัวเองแล้วก็ทำให้เกิดไอเดียขึ้นมาเต็มไปหมด อย่างชั้นล่างสุดทั้งสองคนก็วางให้เป็นร้านของมะม่วงและร้านเสื้อผ้า VL BY VEE

อาจจะปรับชั้นสองซึ่งเป็นตู้เซฟเก่าที่เอาไว้เก็บของมีค่าของโรงรับจำนำเป็นพื้นที่ขายขนมที่ทำให้คนมากินนั้นมีความสุข อย่างที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้คือไอติมน้องมะม่วง (ที่เราเห็นแล้วถึงกับกรีดร้องแม้จะยังไม่ได้ชิมเลยก็ตาม) ส่วนชั้นสามก็จะทำเป็นแกลเลอรี่ เอาไว้ใช้จัดงานนิทรรศการ เล่นดนตรี จัดฉายหนัง ทำเวิร์กช็อป วาดภาพพอร์เทรต ทั้งทำเองหรือจะชวนเพื่อนมาร่วมกันทำ

Mamuang Shop Official Mamuang Shop Official

นอกจากนี้แล้ว ทั้งตั้มและวีก็ยังเล่าให้เราฟังอีกว่า จะมีสินค้าพิเศษที่ไม่มีวางขายที่อื่นมาขายที่นี่อีกด้วย อย่างเสื้อผ้า VL BY VEE ที่จะมีคอลเลกชันพิเศษที่มีขายที่ร้านนี้อย่างเดียวเท่านั้น หรือสินค้าของมะม่วงที่เราอาจจะไม่ค่อยได้เห็นที่อื่นก็มีอยู่ที่นี่ ทั้งกระเป๋าต่างๆ ไปจนถึงกาชาปอง รวมไปจนถึงเราอาจจะได้เห็นการเพนต์น้องมะม่วงขนาดใหญ่ภายในร้านโดยฝีมือของตั้มเองอีกด้วย

ฟังแล้วก็น่าตื่นเต้นและรอคอยจะเห็นกิจกรรมน่าสนใจต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นที่นี่ และหลังจากนี้ไปเวลาคนต่างชาติมาไทยก็สามารถมาหาน้องมะม่วงได้อย่างเป็นทางการแล้ว

Mamuang Shop Official

Mamuang Shop Official

ร้าน MAMUANG SHOP และ VL BY VEE เปิดวันวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 11.00 – 19.00 น. ซึ่งคนที่ไปอาจจะได้ลองชิมไอติมใหม่น้องมะม่วงที่แค่เห็นก็ร้องว้าวแล้วล่ะ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ mamuangshopofficial

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load