แม้ไม่ใช่คนจีนเต็มขั้นแบบที่ต้องไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษจากแผ่นดินใหญ่ แต่ศาลเจ้าสีแดงเตะตาที่พื้นก็อยู่ในชีวิตมาตลอดตั้งแต่จำความได้ ทุกครั้งที่เดินเข้าบ้านหรือร้านในห้องแถวที่มีเจ้าของเป็นคนจีน

แม่เคยบอกว่านั่นคือ ‘ตี่จู้เอี๊ยะ’

“อาจารย์ มีร้านตี่จู้สวยเรียบ ๆ แนะนำมั้ย บ้านหนูสวย หนูไม่อยากตั้งเป็นมังกร”

วันเวลาผ่านไป ลูกหลานบ้านคนจีนเหล่านั้นเติบใหญ่และอยากมีบ้านโมเดิร์นตามสมัย ก็ไม่อยากมีศาลหน้าตาจีนจ๋า แดงแจ๋ ตั้งไว้ที่กลางบ้าน 

‘Aviva Spirit’ แบรนด์ตี่จู้เอี๊ยะโมเดิร์น เรียบหรู ของ อาจารย์สุภชัย วิวัฒนะประเสริฐ ผู้เป็นซินแสหัวใหม่จึงถือกำเนิดขึ้นมาตอบความคิดเหล่านั้น

ณ ร้านห้องแถวที่มีศาลเจ้าจีนเรียงรายทั้งสองข้างทาง วันนี้ อ.สุภชัย พาภรรยา ธนพร พิชญาจิตติพงษ์ และลูก ๆ อย่าง แมค-ณัฐพงศ์ วิวัฒนะประเสริฐ และ มิว-ธัญนันท์ วิวัฒนะประเสริฐ มาคุยกับเราอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

Aviva Spirit ตี่จู้เอี๊ยะที่เข้ากับบ้านโมเดิร์น และทำให้คนรุ่นใหม่ไหว้ได้สะดวกสบายขึ้น

เพื่อให้ตี่จู้ยังคงเป็นตี่จู้

ดั้งเดิมทีเดียว ครอบครัวนี้ทำธุรกิจสเตนเลส จากนั้น 20 กว่าปีที่แล้ว อ.สุภชัย ผู้เป็นพ่อก็เริ่มเป็นซินแส เขาเป็นลูกศิษย์ อาจารย์เกรียงไกร บุญธกานนท์ ประธานชมรมภูมิโหราศาสตร์ ต่อมาจึงได้เป็นผู้ช่วยสอนในชมรม

ภายหลังเมื่อเริ่มมีคนให้ความสนใจในศาสตร์ฮวงจุ้ยมากขึ้น จึงได้เปิดเพจ Fengshui Balance – ฮวงจุ้ยสมดุล เพื่อแชร์ประสบการณ์ เคล็ดลับหลักฮวงจุ้ยให้ผู้ติดตาม และลูกศิษย์ได้อ่านเป็นความรู้

“แรงบันดาลใจในการทำตี่จู้นี่เริ่มแรกมาจากลูกศิษย์ แล้วก็ลูกค้าฮวงจุ้ยของอาจารย์นะ” ธนพรเริ่มเล่า “เวลาที่ไปดูฮวงจุ้ยให้ลูกค้า ก็ต้องมีการตั้งตี่จู้ กำหนดจุดตั้งตี่จู้แล้วเนี่ย ลูกศิษย์ก็จะถามถึงร้านตี่จู้สวย ๆ พออาจารย์บอกว่า ไม่มี ไม่รู้จะแนะนำที่ไหน ลูกศิษย์ก็ขอให้ออกแบบให้ เลยเป็นจุดเริ่มต้น

“ถ้าเป็นการออกแบบของอาจารย์ก็มั่นใจได้ว่า ถึงแม้จะฉีกแนวจากเดิม ก็ยังสอดคล้องกับศาสตร์ฮวงจุ้ย”

Aviva Spirit ตี่จู้เอี๊ยะที่เข้ากับบ้านโมเดิร์น และทำให้คนรุ่นใหม่ไหว้ได้สะดวกสบายขึ้น

ตี่ แปลว่าดิน ส่วน จู้ ก็คือเจ้าที่ ตี่จู้จึงแปลว่าเทพแห่งดิน หรือเจ้าที่ในบ้าน หลายคนเข้าใจว่าตี้จู้ต้องเป็นเรือนไม้ แต่แรกเริ่มเดิมทีคนจีนเอากระดาษมาแปะไว้ที่ข้างฝา บางคนก็เอาไม้มาแกะเป็นป้ายชื่อ แล้วนำกระถางธูปหรือกระป๋องนมมาตั้งไหว้ หากเป็นเรือนคนมีเงินจะใช้ไม้สักสวย ๆ แต่หากไม่มี ก็จะใช้ไม้ฉำฉา แล้วทาสีแดงกลบความไม่เรียบร้อย จึงเป็นที่มาของค่านิยมว่าตี่จู้เอี๊ยะจะต้องเป็นสีแดง

“ตี่จู้เอี๊ยะท่านเป็นเทพที่อยู่ในบ้านเรา การบูชาก็คือ เราจะหาจุดที่เป็นตัวกำหนดว่า เราจะต้องกราบไหว้ท่านในบ้านหลังนี้ แต่ถึงเราจะตั้งหรือไม่ตั้ง ท่านก็อยู่ในบ้านหลังนี้อยู่แล้ว”

เนื่องจาก ตี่ แปลว่าดิน และดินกับหินคือธาตุเดียวกัน เมื่อไปปรึกษา อ.เกรียงไกร ผู้เป็นครู จึงได้คำแนะนำว่า ‘ศาลเจ้าโมเดิร์น’ ที่ อ.สุภชัย จะทำควรใช้หินอ่อน

Aviva Spirit ตี่จู้เอี๊ยะที่เข้ากับบ้านโมเดิร์น และทำให้คนรุ่นใหม่ไหว้ได้สะดวกสบายขึ้น

อ.สุภชัย มองต่อมาว่า คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยมีเวลา หากจะให้มาเช็ดทำความสะอาดร่องก็คงเป็นไปไม่ได้ จึงพยายามทำให้ทุกอย่าง ‘เรียบ’ มากที่สุด มังกรที่ อ.เกรียงไกร บอกว่าไม่จำเป็นก็ตัดออก ของแต่งกระจุกกระจิกก็ตัดออกทั้งหมด เพราะไม่ต้องการให้รก เก็บฝุ่น และใช้เวลาทำความสะอาดให้น้อยที่สุด

“ทีนี้เราก็คิดว่าลูกค้าไม่ต้องการความยุ่งยาก ไม่อยากลืมดับไฟ ข้าง ๆ เรือนก็เลยมีกล่องสวิตช์ที่ใส่ Timer ตั้งเวลา 8 ชั่วโมงดับ” อ.สุภชัย กล่าว

เปลี่ยนไปขนาดนี้ แล้วอะไรทำให้ตี่จู้ยังเป็นตี่จู้ล่ะ?

“ดั้งเดิมเป้าไม่ได้อยู่ที่ตัวเรือนอยู่แล้ว เป้าอยู่ที่ความตั้งใจของคนในการไหว้ ทีนี้ทุกคนก็พัฒนาขึ้นมาว่าต้องมีตัวเรือน เราก็ตามนั้น หลัก ๆ ก็จะมีแท่น มีตัวเรือน แล้วก็หลังคา”

ซึ่งขนาดของตัวเรือนก็ไม่ได้กำหนดขึ้นมามั่ว ๆ แต่ความกว้าง ความลึก ความสูง ต้องถูกหลักสัดส่วนมิติมงคลหลูปัง 18 24 27 35 42 นิ้ว นอกจากนี้ อ.เกรียงไกร ยังกำหนดจำนวนอักษรภาษาจีนที่เรียงรายอยู่บนเรือนไว้ให้ด้วยว่าต้องมีแถวละ 5 ตัว แล้วจำนวนทั้งหมดที่นับได้ ต้องหารตัวเลขลงตัวมงคล ทั้ง ๆ ที่ร้านทั่วไปจะไม่นับ และมีแถวละ 4 ตัวเท่านั้น

Aviva Spirit ตี่จู้เอี๊ยะที่เข้ากับบ้านโมเดิร์น และทำให้คนรุ่นใหม่ไหว้ได้สะดวกสบายขึ้น

“ตัวอักษรตรงกลางนั่นเป็นลายมืออาจารย์เกรียงไกร” ธนพรอธิบายเพิ่ม “อันนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคลของเรา ดั้งเดิมเราจะเห็นองค์อากงอยู่ในตัวเรือน หรือบางบ้านก็จะมีทั้งอากงอาม่าใช่มั้ยคะ เหตุผลที่เราใช้ตัวอักษรแทน เพราะเจ้าที่ในแต่ละหลัง ท่านอาจจะเป็นเทพชายหรือเทพหญิงก็ได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นอากงอย่างเดียว ถ้าเราตั้งอากง แล้วเจ้าที่เป็นอาม่าก็ไม่ตรง

“เหตุผลที่มีอากงกับอาม่าคือบางร้านเขาแนะนำว่า ไม่ว่าบ้านเราจะเป็นอากงหรืออาม่าก็ตาม พอตั้งไปแล้วให้ท่านแต่งงานไปเลย” เธอหัวเราะ “คือถ้าเป็นอากงก็จับอาม่าไปอยู่ ถ้าเป็นอาม่าก็จับอากงไปอยู่ ซึ่งจริง ๆ มันไม่ถูกต้อง”

อ.สุภชัย เล่าเสริมว่า เจ้าที่ของบ้านแต่ละหลังจะมีหลายคน แต่คนใหญ่ที่สุดจะได้เข้าเรือน ฉะนั้นจึงไม่ได้เกี่ยวว่าเจ้าที่จะมีหรือไม่มีคู่ หากแต่เป็นการเข้าตามสิทธิ ซึ่งสิ่งที่ Aviva Spirit ทำก็คือการเขียนคำว่า ‘ตี่ซิ้ง’ ซึ่งแปลว่าเจ้าที่ (ตี่ แปลว่าดิน ซิ้ง แปลว่าเทพ) ไว้กลางเรือน ตามโบราณทำกันมา

นอกจากนี้ ตี่จู้เอี๊ยะที่นี่ยังมี ‘หินไหม’ เป็นเอกลักษณ์พิเศษด้วย

Aviva Spirit ตี่จู้เอี๊ยะที่เข้ากับบ้านโมเดิร์น และทำให้คนรุ่นใหม่ไหว้ได้สะดวกสบายขึ้น

“สมัยเริ่มต้นทำใหม่ ๆ เราถูกโจมตีจากเจ้าที่เขาเป็นแนวเดิม ๆ นะ ว่าเราจะขายไม่ได้ เพราะไม่ถูกหลักฮวงจุ้ย

“เขาบอกว่าเจ๊งแน่นอน” อ.สุภชัย เล่าอย่างร่าเริง

แต่อย่างที่เราเห็น นอกจากยังไม่เจ๊ง 10 ปีผ่านไป กิจการที่นี่กำลังไปได้สวยทีเดียว ถึงตอนแรกจะทำเพื่อต้องการสนับสนุนความต้องการของลูกศิษย์ ไม่ได้คิดว่าจะขยายใหญ่โต ทุกวันนี้ Aviva Spirit กลายเป็นธุรกิจที่เลี้ยงทั้งครอบครัวได้เป็นอย่างดี

เชิญรับชมสินค้ามากมี

หลังจากที่เริ่มทำ พวกเขาออกแบบกันอยู่เป็นปีกว่าแบบจะลงตัว โมเดิร์น เข้ากับบ้านหลาย ๆ แบบ จากตอนแรกที่มีแต่ไซส์ 18 นิ้ว เพราะคิดไปเองว่าคนสมัยใหม่คงไม่ต้องการศาลเจ้าใหญ่โต ไป ๆ มา ๆ ก็เพิ่มไซส์ 24 27 35 และ 42 นิ้ว มาด้วย ตามสัดส่วนของบ้าน (หรือโรงงาน) แต่ละที่

“สำหรับสี” อ.สุภชัย พูด “แรกเริ่มเรามีแต่สีขาวก่อน แล้วเราก็มองว่าถ้าเป็นผู้ใหญ่โบราณหน่อยเขาจะรับสีขาวได้ยาก เขาจะรู้สึกว่าสีขาวเป็นสีคนตาย เราก็เลยเพิ่มสีเบจขึ้นมา”

Aviva Spirit ตี่จู้เอี๊ยะที่เข้ากับบ้านโมเดิร์น และทำให้คนรุ่นใหม่ไหว้ได้สะดวกสบายขึ้น

สินค้าอีกอย่างที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยคือเครื่องไหว้ ที่นี่ใช้สเตนเลส เกรด 304 ที่เงางามเสมอ ไม่หมอง ไม่ดำ ไม่ต้องขัด ทั้งยังมีสีสวย ๆ อย่างสีโกลด์หรือโรสโกลด์ให้เลือกสรร นี่จึงเป็นสินค้าที่ขายดีเรื่อย ๆ ลูกค้าบางคนซื้อตี่จู้จากที่อื่น แต่ก็ชอบชุดเครื่องไหว้ Aviva Spirit

“เราเริ่มต้นที่ศาลเจ้าที่ก่อน แล้วก็มามีตู้ครอบศาลเจ้า ส่วนตอนนี้ก็มีศาลพระภูมิ ศาลตายาย ซึ่งทำด้วยหินอ่อนเหมือนกัน” อ.สุภชัย กล่าว และเล่าต่อว่าศาลตายายที่นี่ใช้หลังคาอ้างอิงจากสัดส่วนพีระมิดกีซ่า ประเทศอียิปต์ พีระมิดที่คนเชื่อว่ามีพลังที่สุดในโลก โดยระดับความเอียง 50 กว่าองศา ไม่ถึง 60

Aviva Spirit ตี่จู้เอี๊ยะที่เข้ากับบ้านโมเดิร์น และทำให้คนรุ่นใหม่ไหว้ได้สะดวกสบายขึ้น

ที่นี่เชื่อเรื่องศาลพระภูมิหรือศาลตายายด้วยเหรอ – เราถามด้วยความสงสัย นึกว่าซินแสจะเกี่ยวข้องแต่กับศาสตร์จีน

“เชื่อครับ จริง ๆ ศาลตายายกับศาลตี่จู้นี่เป็นเรื่องเดียวกัน เพียงแต่ว่าคนละแนว อันนี้แนวจีน อันนี้แนวไทย แต่ถ้าเป็นพระภูมิจะเป็นเทพที่อยู่ลำดับขั้นสูงกว่า ศาลตายายกับตี่จู้เป็นวิญญาณอยู่ในบ้าน แต่พระภูมิเราเชิญข้างบนมา

“สมมติเวลาเราซื้อบ้าน ตำแหน่งที่วางศาลตายายก็มีความหมาย เราก็ดูให้ด้วย”

ปัจจุบัน อ.สุภชัย ทั้งทำงานซินแสและบริหารงาน Aviva Spirit ซึ่งแต่ละอย่างที่ทำเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ลูกค้าตี่จู้หลายท่านมาจากงานฮวงจุ้ย ลูกค้าฮวงจุ้ยหลายท่านก็มาจากงานตี่จู้ เนื่องจากในการตั้งตี่จู้ ตำแหน่งโชคลาภบารมีก็สำคัญ

หากเป็นการดูฮวงจุ้ยจะพิจารณา 4 หลัก คือ ชัยภูมิ ดวงดาว ดวงชะตาของคน และฤกษ์ยาม

หากเป็นการจัดส่งอย่างเดียว ไม่ได้ดูฮวงจุ้ย อาจารย์จะให้คำแนะนำเบื้องต้นตามหลักชัยภูมิ คือ เบื้องต้นให้หันออกหน้าบ้าน หน้าเรือน 1 – 2 เมตรไม่ควรมีสิ่งกีดขวาง ด้านหลังตี่จู้ควรจะเป็นผนังเรียบ ห้ามเป็นเตาไฟ ซิงก์น้ำ โถส้วม ไม่ควรมีสิ่งเคลื่อนไหวอย่างตู้เย็นหรือคอมเพรสเซอร์แอร์ และตี่จู้ไม่ควรอยู่ใต้คาน

Aviva Spirit ตี่จู้เอี๊ยะที่เข้ากับบ้านโมเดิร์น และทำให้คนรุ่นใหม่ไหว้ได้สะดวกสบายขึ้น

“อนาคตเราก็จะมีวิหารเทพ เป็นแท่นขึ้นมา สำหรับวางเทพจากศาสนาต่าง ๆ เช่น พระพิฆเนศ เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่หลายไร่

“อีกหนึ่งผลงานที่กำลังพัฒนาอยู่เป็นหิ้งพระไม้ติดผนัง เรามีพาร์ตเนอร์กับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ถนัดเรื่องไม้สักพม่า เหมาะกับการใช้ในบ้านหรือคอนโด สาเหตุที่เลือกใช้ไม้สักพม่าเพราะเป็นวัสดุพรีเมียม คงทน สง่างาม ตรงกับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ที่อยากให้คุณภาพงานออกมาดีที่สุด” ลูกเสริมขึ้นมา

ทั้ง 2 โปรดักต์นี้ใช้ได้กับความเชื่อที่หลากหลาย เป็น Universal Concept ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นพุทธเท่านั้น จะเป็นรูปปั้น พราหมณ์ ฮินดู คริสต์ อิสลาม หรือศาสนาอื่น ๆ ก็ไม่มีปัญหา 

นอกจากนี้ยังมีอีก 3 – 4 โปรดักต์ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนดีไซน์ และพิจารณาความเป็นไปได้ในการวางขายในอนาคต

Aviva Spirit มีคอนเซ็ปต์เป็น ‘ศาสตร์และศิลป์แห่งศรัทธา’ คือการนำหลักวิชาความรู้ในศาสตร์ความเชื่อผสานเข้ากับดีไซน์ที่ Timeless ทันสมัย ร่วมยุค หรือถ้าจะให้เรียกสั้น ๆ คงเป็น ‘ความเชื่อที่เข้าถึงได้’ เข้าถึงได้ทั้งกับคนรุ่นก่อนและคนรุ่นใหม่ คนรุ่นก่อนเห็นก็ไม่ขัดตา คนรุ่นใหม่เห็นก็ชอบ พวกเขาต้องการตอบโจทย์ลูกค้าอย่างครอบคลุม ทั้งความเชื่อและลักษณะพื้นที่-การใช้งาน

ไปข้างหน้าตลอดเวลา

Aviva Spirit เป็นแบรนด์ศาลเจ้าจีนโมเดิร์นแบรนด์แรกในไทย และปัจจุบันก็เป็นร้านเดียวที่มีบริการหลังการขายโดยไม่คิดค่าบริการลูกค้า คิดแต่ค่าอะไหล่ตามจริง

“ล่าสุด ลูกค้าที่ชลบุรีซื้อไป 8 ปีแล้ว ทักมาว่าไฟเขาเสีย เนื่องจากเราไปเปลี่ยนให้ที่ชลบุรีไม่ได้ เราก็เลยส่งอะไหล่และทำคลิปส่งไป แต่เขาก็เปลี่ยนไม่ได้ เพราะมันเป็นรุ่นเก่าที่ไฟหน้า 2 ดวง ต้องกะเทาะออกถึงจะเปลี่ยนได้ เลยบอกไปว่าไว้ถ้าเรามีทริปไปชลบุรีเมื่อไหร่ จะให้น้องเขาแวะไปเปลี่ยนตรงนี้ให้ ซึ่งลูกค้าประทับใจมาก” ธนพรเล่าถึงลูกค้า “เราวาง Positioning สินค้าเราไว้ค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้น บริการหลังการขายของเรามันก็ต้องพรีเมียมกว่าเจ้าอื่น ๆ เหมือนกัน”

Aviva Spirit ตี่จู้เอี๊ยะที่เข้ากับบ้านโมเดิร์น และทำให้คนรุ่นใหม่ไหว้ได้สะดวกสบายขึ้น

ทุกวันนี้ Aviva Spirit จดลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรการออกแบบเรียบร้อยแล้ว ตามคำแนะนำของมิวผู้เป็นลูกสาวคนเล็กที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ตอนแรกทาง อ.สุภชัย และธนพร ไม่คิดว่านี่เป็นสินค้าที่จะมีใครมาลอกเลียนแบบ แต่ก็เกิดเหตุขึ้น ซึ่งพวกเขาชนะคดี ตอนนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์อีกต่อไป

แรกเริ่ม อ.สุภชัย ทำธุรกิจนี้เพียงคนเดียว แต่เมื่องานฮวงจุ้ยเริ่มเยอะขึ้น ๆ ภรรยาจึงเข้ามาเป็นผู้จัดการดูแลการผลิต การขาย และล่าสุดลูกชายคนโตผู้เรียนจบ BBA อย่างแมคก็เริ่มเข้ามาช่วยเรื่องการพัฒนาธุรกิจ

“เมื่อก่อนเราขายในเฟซบุ๊กเป็นหลัก แต่ปัจจุบันขายในเว็บไซต์เป็นหลัก เพราะเราก็รู้กันอยู่ว่าเฟซบุ๊กมันไม่ได้ดีเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เราก็พัฒนาเฟซบุ๊ก ไลน์ออฟฟิเชียล อินสตาแกรมขึ้นมา เพิ่มช่องทางการขายใหม่ ๆ” แมคเล่างานในส่วนของตัวเอง “แล้วเราก็รีแบรนด์เล็กน้อย ทำให้โมเดิร์นยิ่งขึ้น แต่ก่อนแบรนด์มีแท็กไลน์อยู่แล้ว แต่ไม่ได้โฆษณา เราก็ใส่แท็กไลน์ ‘ศาสตร์และศิลป์แห่งศรัทธา’ ออกแบบให้ทุกอย่างดูโมเดิร์นขึ้น ดูเป็นแบรนด์ออฟฟิเชียลขึ้น”

Aviva Spirit ตี่จู้เอี๊ยะที่เข้ากับบ้านโมเดิร์น และทำให้คนรุ่นใหม่ไหว้ได้สะดวกสบายขึ้น

งานของแมคเกี่ยวข้องกับการพัฒนาในเชิงหลังบ้าน เชิงยอดขาย โปรดักต์ไลน์ใหม่ ๆ รวมถึงการเริ่มมีพาร์ตเนอร์ ตอนนี้แมคได้ติดต่อบริษัทสถาปนิกที่สอดคล้องกับแบรนด์ไปหลายเจ้า โดยมีจำนวนหนึ่งที่ให้ความสนใจจะนำโปรดักต์ไปสเปกให้ลูกค้า

“บางคนเขาไม่รู้ว่าตี่จู้มีมุมโมเดิร์นด้วย เพราะว่าตลาดเรายังเฉพาะกลุ่มอยู่ประมาณหนึ่ง ทำให้บางทีเรายังไม่เห็น พอส่งไปเขาก็เริ่มเห็นว่ามีสิ่งนี้”

เห็นว่าล่าสุดได้ไปออกบูทที่ TCDC ด้วย?

“ใช่ครับ อันนี้เป็นครั้งแรกที่เราไปออกงานเลย” แมคตอบ “เขามีจัด Product Exhibition ธีมมูเตลู จริง ๆ ตอนแรกเราว่าไม่ได้ตรงคอนเซ็ปต์ขนาดนั้น แต่มองว่าเป็นโอกาสดีที่จะทำให้สินค้าเราถูกมองเห็นในวงกว้างมากขึ้น

“ตอนนี้ Position ให้เราเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าเรื่องความเชื่อที่เข้าถึงได้จริง ๆ อาจจะเป็นโปรดักต์รูปแบบไหน จะเป็นของตกแต่งบ้านหรือสินค้าอื่นก็ได้ที่ลูกค้าใช้แล้วสบายใจ เห็นผล แล้วก็ไม่ได้ขัดการชีวิตประจำวันเขา ใช้แล้วกลมกลืน ผสานไปด้วยกัน”

คุยกับ ซินแสสุภชัย วิวัฒนะประเสริฐ และครอบครัว เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจน่าสนใจอย่างศาลเจ้าจีน ศาลพระภูมิ ศาลตายายโมเดิร์น

ว่าด้วยความเชื่อ

“ลูกค้านี่จริง ๆ จะมี 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคืออากงอาม่า กลุ่มที่ 2 คือวัยระดับเดียวกับอาจารย์สุภชัย อายุ 40 – 55 กลุ่มที่ 3 คือหนุ่มสาวที่เพิ่งจะสร้างครอบครัวใหม่” ธนพรแจกแจงให้ฟัง

“ถ้าในระบบออนไลน์ที่ผมดูอยู่ ช่วงอายุที่เยอะที่สุด คือ 35 – 45” แมคให้ข้อมูลเพิ่มจากแม่ “เป็นวัยที่เริ่มมีฐานะ มีความมั่นคง พอเริ่มซื้อบ้านหลังแรก ก็อยากได้การดีไซน์ที่ร่วมสมัยมากขึ้น”

เขาบอกว่ามีลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ คือกลุ่มที่ไม่รู้ว่าตี่จู้คือบ้านของเจ้าที่ รู้เพียงว่าสิ่งนี้อยู่ในบ้านมานาน เมื่อพ่อแม่บอกให้ตั้งก็ยอมตั้ง เพราะตั้งแล้วก็ดูสวยดี บ้านดูเด่นขึ้นมา

“หลายท่านไม่อยากตั้งเพราะกลัวจะดูแลไม่ได้” ธนพรพูด Pain Point ของธุรกิจศาลเจ้าจีนในปัจจุบัน “แต่อยากจะบอกว่า เราไม่ต้องอะไรมากเลย เช้ามาก็แค่ชงน้ำชา 5 ถ้วย ตั้งหน้าเรือน แล้วกดปุ่มเปิดไฟไหว้ท่าน ภายในเวลา 5 นาทีก็ทำเสร็จ แล้วอีกอย่างก็คือพอไหว้ปุ๊บ ไม่ต้องมากังวลว่า ปิดไฟทันทีได้มั้ย หรือทิ้งไว้ได้มั้ย ไปข้างนอกได้เลย เพราะเดี๋ยว 8 ชั่วโมงก็ตัดเอง มันไม่ร้อนค่ะ 

“ตรงนี้เป็นจุดที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ว่า อยากไหว้ แต่ก็อยากบริหารเวลาไม่ให้มันใช้เวลาชีวิตกับตรงนี้มากเกินไปด้วย”

คุยกับ ซินแสสุภชัย วิวัฒนะประเสริฐ และครอบครัว เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจน่าสนใจอย่างศาลเจ้าจีน ศาลพระภูมิ ศาลตายายโมเดิร์น

คิดเห็นยังไงกับอนาคตของธุรกิจด้านความเชื่อ – เราถามครอบครัวซินแส

“มันเป็นคำถามที่ตั้งกับตัวเองเหมือนกันว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน” แมคตอบ “แต่พอโควิดนี่ทำให้เห็นชัดว่ามันไปได้อีกเยอะเลย เราดูพวกสร้อย หิน เขาทำแบรนด์ยิ่งใหญ่มาก แล้วคนที่ใช้จริง ๆ Persona ก็เป็นคนรุ่นใหม่ อายุประมาณเรา 20 กว่า ๆ เขามองเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ไม่ได้เคอะเขินในการใส่ด้วยซ้ำ อุตสาหกรรมนี้มันไปได้อยู่แล้วแหละ อยู่ในตลาดคนไทย ยังไงคนไทยก็มีความเชื่อเรื่องนี้”

“ตราบใดที่คนเรายังต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ไม่ว่าจะจากปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจ หรือปัจจัยภายใน เช่น ความมั่นใจ ธุรกิจความเชื่อก็ยังอยู่ได้ แต่แบรนด์จะอยู่ได้นานไหม ขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ความเชื่อมั่น ความศรัทธาที่เราสร้างให้เกิดกับลูกค้า” แม่เสริมลูกชาย

แล้วตัวแมคเองมองความเชื่อในเรื่องพวกนี้ยังไงบ้าง?

“บางทีก็ตอบยากแหละว่าตามหลักวิทยาศาสตร์มันเป็นไปได้ยังไง แต่เรารู้สึกว่าสิ่งนี้มันมีผล” แมคตอบเรา เขาบอกว่าตอนเด็ก ๆ ก็ไม่เข้าใจ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เมื่อพ่อมาเล่าฟีดแบ็กของลูกค้าให้ฟังบ่อย ๆ เขาก็รับฟังเป็นอย่างดี

“บางทีเรามองเรื่องพวกนี้ในมุมของสถิติได้ ถ้าวิธีการที่เราใช้ ถูกนำไปใช้กับคนจำนวนมากแล้วได้ผลจริง ดูว่าก่อนปรับฮวงจุ้ยกับหลังปรับฮวงจุ้ยแล้วผลเป็นอย่างไร มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นไหม เราก็พอจะพิสูจน์ได้ว่าสิ่งพวกนี้ให้ผลลัพธ์ในทางที่ดีกับคนที่มาขอคำปรึกษานะ

“ผลลัพธ์พวกนี้ ส่วนมากมาจากลูกค้าทักหลังไมค์มาบอกเราทางเฟซบุ๊กเองนี่แหละ เวลาเขาเจอเรื่องน่ายินดี เขาก็อยากแชร์ให้เราฟังอยู่แล้ว” อ.สุภชัย เสริม

คุยกับ ซินแสสุภชัย วิวัฒนะประเสริฐ และครอบครัว เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจน่าสนใจอย่างศาลเจ้าจีน ศาลพระภูมิ ศาลตายายโมเดิร์น

“อย่างตอนนั้นเตือนแมคไปว่าปีนี้ตั้งใจเรียนให้มาก เพราะปีนี้ดวงแย่มาก เขาก็เลยตั้งใจอ่านหนังสือเป็นพิเศษ” อ.สุภชัย เล่าถึงความหลัง

“คือตอนนั้นเรียน Finance แล้วปี 3 เป็นปีที่ยากที่สุด เพราะต้องเรียนวิชาที่ยากหลายวิชา เนื้อหาไม่ค่อยเข้าหัว ก็เลยอ่านเยอะกว่าปกติ สุดท้ายก็ออกมาได้เกรดแบบที่เราพอใจ จากที่ตอนแรกคิดว่าจะสอบตก ต้องเรียนซ้ำอีกรอบแล้ว” แมคกล่าวพลางหัวเราะไป “ฮวงจุ้ยเหมือนเป็นเข็มทิศ ช่วยไกด์ให้เราคร่าว ๆ ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่คุณพ่อบอกเสมอว่า Action สำคัญกว่า ดวงคนอาจจะแค่ 30 – 40% ที่เหลือก็การกระทำเราเองนี่แหละ”

อ.สุภชัย บอกกับเราว่า หลายคนทำให้ฮวงจุ้ยเสียหายด้วยการพูดจาอย่างไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์และการแก้ปัญหาที่สุดโต่ง ไม่ประนีประนอม หากเป็น อ.สุภชัย จะเน้นหาวิธีแก้ที่ปรับใช้กับชีวิตจริงได้

เราฟังอาจารย์พูดอย่างสนใจ เมื่อถามตัวเองว่าเชื่อเรื่องเหล่านี้มากแค่ไหนก็ไม่ได้คำตอบที่แน่นอนนัก แต่ก็คิดว่าหากจะมีอะไรที่พอจะชี้แนะแนวทางให้ชีวิตได้อีกอย่าง ฟังไว้ก็คงไม่เสียหลาย วันนั้นเรากลับบ้านไปพร้อมกับแบงก์ 1 ดอลลาร์ที่มีพลังของ Angel สถิตอยู่ข้างใน 

อ.สุภชัย เป็นซินแสที่สนใจหลายศาสตร์ดีจริง ๆ

คุยกับ ซินแสสุภชัย วิวัฒนะประเสริฐ และครอบครัว เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจน่าสนใจอย่างศาลเจ้าจีน ศาลพระภูมิ ศาลตายายโมเดิร์น

Lesson Learned

  • ตอนแรก Aviva Spirit คิดไปเองว่าคนรุ่นใหม่ไม่ต้องการศาลไซส์ใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วลูกค้าแต่ละคนมีความต้องการที่หลากหลาย
  • ดูเผิน ๆ เหมือนแบรนด์นี้ขายแค่ศาลเจ้า แต่จริง ๆ แล้วขายแค่ตัวเรือนยังไม่พอ บางทีลูกค้าเขาเลือกซื้อเพราะความใส่ใจของคนขาย โปรดักต์สำคัญ แต่เซอร์วิสก็สำคัญเช่นกัน
  • จงปรับตัวเสมอ แม้จะได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี แต่ก็ต้องหามุมอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้เพิ่มเติม การพยายามเข้าใจลูกค้า พยายามพัฒนา ทำให้ธุรกิจไปได้เรื่อย ๆ
  • ควรจดสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตรช้าไป เมื่อโดนคนอื่นลอกเลียนแบบจะเป็นคดีความอยู่นานจึงจะคลี่คลาย ไม่คุ้มกับการเสียเวลาในชั้นศาล
  • อะไรก็ตามที่เราทำด้วยแพสชัน สิ่งที่ตามมาจะให้ผลเกินคาดไว้

Aviva Spirit

Website : www.avivaspirit.com

Facebook : Aviva Spirit – ศาลพระภูมิ ตี่จู้ หินอ่อน Modern Luxury ถูกหลักฮวงจุ้ย

Instagram : avivaspirit.th

Writer

พู่กัน เรืองเวส

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

2 กุมภาพันธ์ 2566
2 K

การประกาศยุติบทบาทการเป็นบริษัทพัฒนาและดูแลศิลปินของ บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 หลังจากดำเนินธุรกิจอย่างโดดเด่น สร้างผลงานและศิลปินผู้เป็นที่รักมาประดับวงการบันเทิงไทยมากมายตลอด 12 ปี ทิ้งคำถามให้หลายคนสงสัยว่า ทีมงานนาดาวบางกอกจะไปทำอะไรกันต่อ

วันนี้ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ในบทบาท Chief Executive Officer จับมือกับผู้บริหารอีก 3 คน ทั้ง แท๊ด-รดีนภิส โกสิยะจินดา Chief Commercial Officer, ปรุง-ทัชระ ล่องประเสริฐ Artist Strategy Director (SONRAY MUSIC Co., Ltd.) และ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร Managing Director (5×6 House Co., Ltd.) มาแถลงข่าวเปิดตัวบริษัทใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 บริษัทย่อย ภายใต้บริษัทแม่ที่ชื่อว่า ‘TADA Entertainment (ทาดา เอ็นเทอร์เทนเมนท์)

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ชื่อ ‘ทาดา’ พ้องเสียงกับ ‘ธาดา’ ที่แปลว่าผู้สร้าง 

และเป็นเสียงประกอบเวลาที่ใครมีอะไรภูมิใจนำเสนอ

เราเคยคุยกับย้งเมื่อครั้งยังเป็นนาดาวบางกอก แล้วประทับใจกับความเป็นบริษัทที่พัฒนาศิลปินให้เป็น ‘คนมีคุณภาพ’ แบบที่คิดว่าให้วันหนึ่งศิลปินอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีนาดาวบางกอก และวันนั้นเขาก็ตั้งใจอยากหาคนมารับช่วงต่อในการบริหาร แต่ติดว่าต้องหาคนที่เชื่อและคิดเหมือนกัน เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าผู้บริหารคนใหม่จะดูแลศิลปินเหล่านี้ได้อย่างที่เขาตั้งใจ

ในบทบาทการเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรรอบที่ 2 ของย้ง เขาจึงอยากสร้างทั้งผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่และศิลปินไอดอลคุณภาพสูง มาประดับวงการบันเทิงไทยแบบที่เขาภูมิใจนำเสนอ

แต่ก่อนจะคุยเรื่องการเปิดประตูบานนี้ เราเชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้สาเหตุที่แท้จริงของการปิดประตูบ้านนาดาวบางกอกจากปากของย้ง ซึ่งเขายังไม่เคยพูดเรื่องนี้กับสื่อไหน เขายินดีจะพูดวันนี้ เพราะเขาบอกว่าฝุ่นหายตลบและทุกอย่างตกตะกอนแล้ว จึงมั่นใจว่าจะตอบคำถามนี้ได้ตรงกับใจจริง ๆ

เขาเล่าว่าก่อนยุติบทบาทของนาดาวบางกอก ทีมผู้บริหารใช้เวลาพิจารณา วางแผน และเตรียมตัวมาร่วม 3 ปี และยืนยันว่าไม่ได้มีใครในบริษัทหมดแพสชัน

“การปิดนาดาวฯ คือการไปต่อ ไม่ใช่การสิ้นสุด เพราะนาดาวฯ คือหมู่มวลคนซึ่งรักจะทำสิ่งที่สนใจเหมือนกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่พอถึงเวลาที่ต่างคนต่างมีเป้าหมายใหม่ น้อง ๆ นักแสดงเติบโตในวงการบันเทิงได้ดี หลายคนเรียนจบแล้ว บางคนก็แข็งแรงจนเปิดบริษัทเองได้ บางคนมีแนวคิดในการบริหารศิลปินหรือนักแสดงในแบบของตัวเอง เราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการเป็นนาดาวบางกอกต่อไป เราแยกกันไปสนุกกับทางที่ตัวเองสนใจดีกว่า ซึ่งก็หมายถึงการต้องยุติธุรกิจเดิม เพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่”

การเลือกปิดประตูบานเก่าอันโด่งดังและมั่นคงเพื่อเปิดประตูบานใหม่นี้ ย้งบอกว่าไม่มีอะไรที่เขาเสียดายเลย 

“มีแต่กลัวจะเสียดายเวลาและโอกาสของทุกคน ถ้าเราไม่ได้ให้อิสระพวกเขาไปเติบโตงอกงามในผืนดินของตัวเอง” ย้งบอก

สำหรับย้งและพนักงานบางส่วน เป้าหมายใหม่ของพวกเขาคือการสร้างศิลปินไอดอลชาวไทยประดับวงการบันเทิงไทยที่พวกเขารัก เพื่อเป็นความสุขและแรงบันดาลใจให้กับผู้คน 

“มันน่าสนุกดี” ย้งบอกเหตุผลที่คิดจะทำงานนี้

“ตอนเปิดออดิชัน เราได้เจอน้อง ๆ หลายคนที่มีความฝันอยากเป็นศิลปิน แต่เขาไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์หรือเก่งมาแล้ว พวกเขาเป็นเด็กที่ยังอยู่ในจุดเริ่มต้น มีความฝันและมีความพยายาม ผมว่ามันน่าสนุกที่เราจะได้เริ่มต้นกับคนที่มีความฝัน แล้วเราก็ฝึกหัดไปด้วยกัน เพื่อไปสู่ปลายทางซึ่งเขาเป็นศิลปินที่มีมาตรฐานที่ดีได้”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ยุคนี้เป็นยุคของคนที่พยายามและตั้งใจ

SONRAY MUSIC (ซันเรย์ มิวสิค) ลูกชายที่สดใสเหมือนแสงแดด และ ILY LAB (ไอลี่ แล็บ) กลุ่มเด็กสาวที่เรียบง่ายและงดงาม เป็นบริษัทลูกของ TADA Entertainment สำหรับสร้างและพัฒนากลุ่มศิลปินไอดอล 

SONRAY MUSIC ผลิตศิลปินไอดอลชาย และ ILY LAB ผลิตศิลปินไอดอลหญิง ย้งเล่าว่าจากประสบการณ์ การดูแลศิลปินชายและหญิงมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงอยากแยกการบริหารออกเป็น 2 บริษัท แต่ศิลปินจาก 2 ค่ายก็จะได้ทำงานร่วมกันในบางโอกาส

สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนไอดอล เราขอชวนมาแวะฟังนิยามคำว่าศิลปินไอดอลจากย้งกันสักนิด

“ศิลปินไอดอลเป็นศิลปินที่มีการฝึกหัดและพัฒนาให้มาเป็นศิลปิน บอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปสมัยก่อนอาจอาศัยหน้าตาดี ความสามารถกลาง ๆ ได้ แต่ยุคนี้ผู้บริโภคต้องการศิลปินที่นอกจากภาพลักษณ์และบุคลิกดีแล้ว เขายังต้องมีความสามารถสูง ทั้งด้านการร้องเพลง การแสดง และการเต้นด้วย”

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ย้งผู้ติดตามและชื่นชอบศิลปินไอดอลต่างชาติ มองไอดอลเหล่านั้นด้วยสายตานักปั้นดาวแล้วฟันธงว่า มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่มีเสน่ห์ความเป็นไอดอลอยู่ในตัว 

“วัยรุ่นไทยมีจุดเด่นอย่างความสนุกสดใส ไม่ซีเรียสกับชีวิตมากเกินไป แต่ถ้าเขาจะเอาจริงกับอะไร เขาก็ตั้งใจและจริงจังกับมันได้ ความทะเล้น ความกวนที่มากับความมุ่งมั่นนี่แหละเป็นบุคลิกที่ผมอยากทำงานด้วย อยากเห็นพวกเขาค่อย ๆ เก่ง ค่อย ๆ เติบโต จนเป็นศิลปินที่ชนะใจแฟนเพลงหรือคนดูได้” 

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ความฝันของหนุ่มสาวกับหน้าที่การสร้างความสุขและแรงบันดาลใจ

ศิลปินไอดอลกลุ่มแรกที่ TADA Entertainment จะเปิดตัว เป็นกลุ่มศิลปินหญิงนามว่า ‘MXFRUIT (มิกซ์ฟรุต)’ ภายใต้สังกัด ILY LAB (ซึ่งย่อมาจาก I Love You)

ย้งไม่คิดแบบ Fail Fast, Fail Cheap และเราก็เห็นด้วยว่า ความฝันของเด็กสาวไม่ควรถูกเอามาใช้เป็นการทดลองทางธุรกิจ ศิลปินไอดอลหญิงกลุ่มนี้จึงเป็นเด็กที่เทรนมาแล้วเกือบ 2 ปี และพวกเธอกำลังจะได้เดบิวต์ในเดือนมีนาคมนี้

ย้งเล่าว่าเขาชวนสมาชิกทั้ง 5 ที่ตอนแรกต่างคนต่างมามารวมเป็น Girl Group และทำวงด้วยกัน เพื่อใช้พื้นที่นี้ค้นหาแนวทางของตัวเองในวัยที่เพิ่งเริ่มต้น และผนึกกันเป็นทีมที่แข็งแรงมากพอจะพากันไปสู่ความสำเร็จ 

“จริง ๆ ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองและมีความสามารถในการเป็นศิลปินเดี่ยว แต่โชคดีที่เด็ก 5 คนนี้มีความแตกต่างที่อยู่ด้วยกันแล้วลงตัว และยอมที่จะเปิดตัวร่วมกัน วันหนึ่งถ้าพวกเขามีประสบการณ์และความสามารถมากพอ มีอะไรที่อยากเล่าจากตัวเอง หรือมีแนวทางของตัวเองแล้ว อาจจะได้ทำเพลงแบบโซโล่ก็ได้” ย้งวางแผนแบบเล่นเกมยาวเอาไว้

ศิลปินไอดอลอีกกลุ่มที่พวกเขาปลุกปั้นอยู่เป็นกลุ่มศิลปินไอดอลชาย ชื่อ 789 TRAINEE ภายใต้สังกัด SONRAY MUSIC

ด้วยจุดแข็งการเป็นคนทำคอนเทนต์ของย้ง และประสบการณ์ในบริษัท SM Entertainment ของปรุง กลุ่มศิลปินฝึกหัดชายที่เปิดตัวบนโลกออนไลน์มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 จึงเป็นสีสันใหม่ในวงการที่น่าจับตามอง ศิลปินหนุ่มฝึกหัด 24 คนกำลังจะมีโปรเจกต์รายการ 789 SURVIVAL เป็นเรียลิตี้โชว์ ออกอากาศทางช่อง ONE31 พวกเขาจะได้ทำบททดสอบต่าง ๆ เพื่อแสดงความมุ่งมั่น ความตั้งใจพัฒนาตัวเองและทีม เพื่อเดบิวต์เป็นวงบอยกรุ๊ปวงต่อไป ซึ่งจำนวนคนในวงนั้นยังไม่แน่นอน อาจจะเป็น 7 8 หรือ 9 คนก็ได้ ย้งบอกไว้อย่างนั้น

สิ่งที่ย้งหมายมั่นปั้นมือในตัวศิลปินไอดอลก็คือ อยากให้พวกเขาสร้างความสุขให้แฟน ๆ และอยากให้เก่งพอที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ได้

“ผมหมายมั่นปั้นมือที่ 2 อย่างนี้ เพราะเชื่อว่ายุคนี้มีคนไม่น้อยที่มีศิลปินเป็นกำลังและแรงบันดาลใจ ไม่รู้จะเรียกว่ายกระดับวงการบันเทิงไทยไหม แต่น่าจะทำให้คนไทยมีความสุข และในมุมคนทำงาน ผมคิดว่าผลลัพธ์จากความพยายามที่สังคมจะได้เห็น อาจไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ให้ทำงานดี ๆ เหมือนที่เราเคยได้แรงบันดาลใจจากคนรุ่นพี่ที่ทำงานดี ๆ ออกมาก่อนหน้านี้ก็ได้ ผมอยากทำศิลปินให้วงการบันเทิงไทย ให้คนไทยดู แล้วถ้าวันหนึ่งจะไประดับสากล เราก็จะไปแบบเป็นศิลปิน T-POP ของไทย”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

โครงสร้างบริษัทย่อยที่เป็นอิสระ และมีบริษัทแม่ดูแลแบบไม่กำกับ

นอกจาก SONRAY MUSIC และ ILY LAB ซึ่งเป็นธุรกิจที่ย้งโฟกัสอยู่แล้ว TADA Entertainment ยังมีบริษัทโปรดักชันชื่อ 5×6 House ทำงานด้านคอนเทนต์อย่างที่พวกเขาถนัด ดูแลโดย ปิง เกรียงไกร 

3 บริษัทย่อยนี้บริหารในแบบของตัวเอง โดยมีบริษัทแม่เป็นหน่วยกลางดูแลเรื่องส่วนรวมต่าง ๆ เช่น การตลาด กฎหมาย บัญชี เป็นต้น 

ย้งบอกว่า “นี่อาจจะเป็นช่วงท้าย ๆ ในชีวิตการทำงานของผมแล้ว การมีบริษัทยิบย่อยคือการให้คนอื่นได้ขึ้นมาลองบริหารบริษัทนั้นในมุมมองของเขาเอง เขากำหนดทิศทางที่อยากเป็นได้เอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เรามีอิสระมากขึ้นหลังจากมาเปิดบริษัทใหม่”

5×6 House เป็นบริษัทโปรดักชันเฮาส์ที่ย้งบอกว่าให้อิสระปิงออกแบบได้เต็มที่ ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นงานที่เข้ากับศิลปินไอดอล หรือเป็นงานที่เน้นสร้างนักแสดงจากศิลปินในค่าย ซึ่งทำให้ปิงสร้างสรรค์และบริหารบริษัทของตัวเองได้เต็มที่ยิ่งขึ้น

ย้งบอกอีกว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นบริษัทภายใต้ TADA Entertainment เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย หากมีคนสนใจอยากมาร่วมทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน “ถ้าใครทำดี ความสำเร็จก็จะเป็นของเขา โดยมีพวกผมเป็นเบื้องหลัง ซัพพอร์ตและให้ความช่วยเหลือ แนะนำในพาร์ตหลังบ้าน” 

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

สุดท้าย ผู้บริหารที่โดดเด่นคนหนึ่งในยุคสมัยของเรายังยืนยันว่า เขาอยากเป็นคนทำงานมากกว่าเป็นผู้บริหารมืออาชีพ เขายังรอวันที่จะได้สร้างศิลปินไอดอลและผู้บริหารรุ่นใหม่ให้แข็งแรงพอที่เขาจะปล่อยมือจากงานบริหารและหันไปจับกล้อง จับงานกำกับที่รักได้อีกครั้ง

“ผมโชคดีที่ได้ใช้ชีวิตในงานที่ผมรัก สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคือ การให้อิสระกับทุกคนในการบริหารงานและชีวิตของตัวเอง

“การปิดนาดาวบางกอกทำให้เรียนรู้ว่า อย่าไปยึดติดกับทั้งความทุกข์และความสุข เพราะในช่วง 2 – 3 ปีที่ต้องตัดสินใจและเตรียมการปิดนาดาวฯ เป็นช่วงเวลาที่กังวลมาก เป็นห่วงอะไรเต็มไปหมด แต่พอตัดสินใจได้แล้ว ใกล้เวลาที่จะปิดแล้วจริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ยากขนาดนั้น การไม่มีนาดาวฯ ไม่ได้ทำโลกแตกสลาย ไม่ได้จะทำให้เด็กนักแสดงไปต่อไม่ได้ หรือแม้กระทั่งน้อง ๆ พนักงานเขาก็จะเดินต่อไปได้ด้วยตัวเองกันทั้งนั้น”

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

เขาเล่าด้วยว่าแม้แต่งานฉลองเพื่อร่ำลาอย่างการไป Outing นาดาวฯ ที่ย้งต้องพลาดเพราะติดโควิด สุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าฟูมฟายอย่างที่เขารู้สึกในตอนแรก เพราะมิตรภาพที่ชาวนาดาวฯ ยังมีให้กันและกันก็เห็นได้ชัดว่ามันยังอยู่ 

“เท่านั้นก็พอแล้วมั้ง” ย้งกล่าวปิดท้ายก่อนขอพุ่งตัวไปดูน้องซ้อมและมีประชุมต่อ

Lessons Learned

  • อย่ายึดติดกับความสำเร็จหรือไม่สำเร็จที่เคยเป็นมาก่อน เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยน ยิ่งถ้าเราเคยล้มมาก่อนแล้วลุกขึ้นมาได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
  • สร้างงานแล้ว อย่าลืมสร้างคนทำงานด้วย เพราะการจะทำให้ธุรกิจที่เราฝันอยู่เป็นไปได้อย่างยั่งยืน วันหนึ่งจำเป็นต้องมีคนรับช่วงต่อ
  • เลือกทำสิ่งที่อยากทำให้ดีจนกลายเป็นธุรกิจได้ เป็นหนทางแห่งความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมไปกับงาน

ภาพ : TADA Entertainment

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load