ในห้วงเวลาที่เราเติบโต การ์ตูนเป็นเรื่องของเด็ก ซึ่งหมายถึงการไม่ได้รับความสนใจหรือให้คุณค่ามากเท่าที่ควร บางครั้งถูกกีดกันให้ออกไปจากชีวิต เพราะสมัยก่อนผู้ใหญ่มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ต่อการเติบโต มีงานดีๆ มีเงินเดือนสูงๆ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เด็กในวันนั้นได้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่วัยมีกำลังซื้อ Pop Culture เบ่งบาน กลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้ให้ประเทศหนึ่งๆ ได้ไม่น้อยไปกว่าการค้าขายหรือส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค แถมทิศทางในการสร้างเงินจากทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property-IP) เหล่านี้ก็พัฒนาการอย่างรวดเร็วเสียด้วย

คอลัมน์ In Design ตอนนี้ มอบโอกาสให้เราได้นั่งคุยกับหนึ่งในเด็กเหล่านั้น เธอเติบโตมาพร้อมการ์ตูนกับความฝันที่อยากเป็นแอนิเมเตอร์ แรงขับเคลื่อนภายในพาให้เธอแหวกว่ายผ่านวงการที่แห้งแล้งในเมืองไทย ไปเรียนรู้และเบ่งบานในอเมริกา ได้ทำงานเบื้องหลัง Lil Miquela (Virtual Influencer) ชื่อดังที่ไม่มีตัวตนจริงๆ แต่มีคนติดตาม 3 ล้านในอินสตาแกรม อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ

อะตอม หนึ่งในนักออกแบบ Virtual Influencer ที่มีคนตาม 3 ล้านคน ผู้ผลักดันวงการ 3D ไทย

เจ้าหนูอะตอม

วันหนึ่งเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เด็กหญิงอะตอมในวัย 14 ปีต้องเลือกว่าจะเรียน ม.ปลาย สายไหนดี เพื่อต่อไปยังมหาวิทยาลัยและโลกของการทำงานได้ ในระหว่างที่กำลังตัดสินใจ เพื่อนของเธอชี้ชวนให้ไปห้องสมุดญี่ปุ่นแห่งหนึ่งไม่ไกลจากโรงเรียน 

ณ ที่แห่งนั้น เธอได้พบกับความฝัน

“เพื่อนเปิดการ์ตูนของ Studio Ghibli ให้ดู” อะตอมย้อนอดีตให้เราฟัง 

“เป็นเรื่อง Spirited Away พอดูแล้วเรารู้สึกว่าอยากเป็นแอนิเมเตอร์ (Animator) เราไม่เคยรู้ว่ามีแอนิเมชันที่มีเนื้อหาแบบผู้ใหญ่ เท่ๆ อย่างนี้มาก่อน หลังจากนั้นเราเลยค้นหาว่าจะเป็นแอนิเมเตอร์ได้ต้องเรียนอะไร”

อะตอม หนึ่งในนักออกแบบ Virtual Influencer ที่มีคนตาม 3 ล้านคน ผู้ผลักดันวงการ 3D ไทย
อะตอม หนึ่งในนักออกแบบ Virtual Influencer ที่มีคนตาม 3 ล้านคน ผู้ผลักดันวงการ 3D ไทย

แต่วงการการ์ตูนแอนิเมชันไทยในวันนั้นแทบไม่มีทางเลือกอะไรให้กับเธอ ไม่ต้องพูดถึงมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนวาดการ์ตูนตรงๆ แถมยังมีกรอบค่านิยมในสังคมที่ต้องเรียนมหาวิทยาลัยของรัฐถึงจะน่าภาคภูมิใจ เธอจึงตัดสินใจสมัครเรียนภาควิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เพราะดูเหมือนนักวาดหลายๆ คนในไทยจะมาจากที่นั่น

“ตอนเรียนเรามีความเป้าหมายใหญ่ว่าเราอยากเจอ อาจารย์มิยาซากิ ฮายาโอะ (Miyazaki Hayao) ผู้ก่อตั้ง Studio Ghibli เขาเหมือนเป็นศาสดา เราตั้งใจมากๆ เรียนจบมาก็ทำงานสาย 2D มาตลอด และคิดว่าถ้าเราดัง เราอาจได้เจอเขาก็ได้” อะตอมเล่าติดตลก

ความตั้งใจนั้นพาอะตอมเข้าสู่การประกวดออกแบบตัวละครประจำจังหวัด โครงการของรัฐบาลไทย ภายใต้ความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีที่มีรางวัลล่อตาล่อใจแฟน Ghibli อย่างอะตอมมากๆ คือการได้ไปเยือนสตูดิโอของ Ghibli นั่นเอง

หลังจากที่ไปเข้าค่ายอบรมเพื่อพัฒนาแบบอย่างเข้มข้นจนเป็นหนึ่งในผู้ได้รับคัดเลือก ความฝันของอะตอมในการได้พบกับอาจารย์มิยาซากิเป็นความจริงขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่เมื่อได้จับมือกับไอดอลของเธอ เธอกลับรู้สึกเหมือนว่าเป้าหมายในชีวิตสำเร็จแล้ว 

แล้วไงต่อ-เธอคิด

แต่เด็กหญิงอะตอมในวันนั้นยังไม่รู้ว่า การประกวดนั้นเป็นเพียงบทแรกของการเดินทางในสายอาชีพของเธอเท่านั้น

อะตอม หนึ่งในนักออกแบบ Virtual Influencer ที่มีคนตาม 3 ล้านคน ผู้ผลักดันวงการ 3D ไทย

เปลี่ยนฉาก

นอกจากพาอะตอมไปเจอกับอาจารย์มิยาซากิที่ญี่ปุ่นแล้ว งานประกวดนั้นยังส่งเธอไปขายแรงงานที่เกาหลีด้วย ซึ่งกลายเป็นการเปิดมุมมองเกี่ยวกับการทำตลาดใหม่ให้กับคาแรกเตอร์ที่เธอออกแบบ

เพราะเป้าหมายของการประกวดไม่ใช่เพียงคาแรกเตอร์ตัวหนึ่งแล้วจบ แต่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากคาแรกเตอร์นั้น ซึ่งเป็นโมเดลที่ประเทศอย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลี ใช้สร้างรายได้ให้ท้องถิ่นและสร้างชาติให้มั่งคั่ง

คาแรกเตอร์หลายตัวที่เราเห็นกันจนชินตา ไม่ว่าจะเป็น เจ้าแมว Hello Kitty เจ้าหมีดำ Kumamon หรือถ้าเป็นฝั่งเกาหลีคงหนีไม่พ้นเจ้าเพนกวิน Pororo นั้น ไม่ได้ดังขึ้นมาแบบไร้เหตุผล แต่คาแรกเตอร์เหล่านี้ถูกนำไปทำ Spin-off เป็นสินค้า บริการ หรือคอนเทนต์จำนวนนับไม่ถ้วน รวมถึงกลายเป็นธีมในการตกแต่งคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และหมายถึงรายได้มหาศาล

ซึ่งหนึ่งในกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังก็หนีไม่พ้นดีไซเนอร์ผู้สร้างรูปแบบในการออกแบบ (Style Guide) ให้เจ้าคาแรกเตอร์เหล่านี้เป็นที่จดจำได้ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ทั้งสีสัน ลวดลาย รูปแบบการจัดวาง ล้วนแต่ผ่านกระบวนการคิด-ออกแบบมาแล้วทั้งนั้น

และนั่นคือสิ่งที่อะตอมเก็บเกี่ยวกลับมาจากเกาหลี

อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ
อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ

“โครงการประกวดนั้น ทำงานร่วมกับสตูดิโอผู้สร้างคาแรกเตอร์เพนกวิน Pororo ที่ดังมาก ถ้าไปเดินตามซูเปอร์มาร์เก็ตมีอยู่ทุกแห่ง เขาส่งเราเพื่อไปขัดเกลาตรงนี้ รวมถึงเรียนรู้การพัฒนา Licensing (การอนุญาติให้ใช้สิทธิ์) ตอนนั้นเราไม่ได้ทำ Pororo นะ แต่ทำโปรเจกต์ร่วมทุนกับจีน เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของเด็ก ทำทั้ง Style Guide สำหรับ Licensing ทำแบรนดิ้งให้ตัวละคร ให้ลูกค้านำไปทำสินค้าได้เลย”

การได้ไปเปิดหูเปิดตาเรื่องการพัฒนา Licensing ที่เกาหลี ทำให้อะตอมหันกลับมามองวงการออกแบบงานภาพในเมืองไทยอีกครั้ง และมองเห็นปัญหามากมายที่ทำให้อุตสาหกรรมในไทยไม่เติบโต ไม่อาจสร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะประเด็นที่หน่วยงานรัฐขาดการประสานงานกัน ทำให้มาสคอตที่นักออกแบบจำนวนมากผลิตออกมาผ่านงานประกวดในทุกปี มี Style Guide พร้อมใช้ แต่กลับไม่เคยได้ใช้งานจริง

เมื่อความฝันเดิมลุล่วงไป และค้นพบว่าไม่อาจเติบโตไปได้ไกลกว่านี้ในประเทศไทย อะตอมจึงตัดสินใจพาตัวเองย้ายสายงาน ข้ามจากนักออกแบบภาพที่ทำงาน 2D (สองมิติ) เป็นหลัก ไปเรียนต่อด้านการทำ 3D (สามมิติ) ที่อเมริกา 

และหวังใจว่าจะมีความท้าทายใหม่รอเธออยู่

อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ
อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ

จัดแสงไฟ

Gnomon คือโรงเรียน Visual Effect ที่อะตอมเลือกตามคำแนะนำของรุ่นพี่ผู้มีประสบการณ์ทำงานในสตูดิโอของดิสนีย์ นอกจากโรงเรียนจะตั้งอยู่ในใจกลางของอุตสาหกรรมอย่างฮอลลีวูดแล้ว ว่ากันว่านี่คือโรงเรียนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับคนทำงานภาพอีกด้วย

ประสบการณ์การทำงาน 2D ช่วยให้อะตอมเปลี่ยนผ่านมาทำงาน 3D ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก และการเรียนการสอนที่เน้น Peer-learning หรือการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน ช่วยให้เธอพัฒนาฝีมือขึ้นในระยะเวลา 2 ปี อีกทั้งอุตสาหกรรมงานภาพ (Visual Effect) ในอเมริกายังเปิดกว้างสำหรับศิลปิน เรียกว่าแทบจะมีงานมารออยู่สำหรับทุกคน

และประตูที่อะตอมเลือกเปิดเข้าไป คือโอกาสในการทำงานกับ Brud สตูดิโอหน้าใหม่ที่มีโปรเจกต์น่าสนใจอย่างการปั้น Virtual Influencer ซึ่งกลายเป็นไฮไลต์ในชีวิตการทำงานของเธอ

อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ
อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ

“ขอบเขต 3D มันกว้าง” อะตอมอธิบาย เมื่อเราถามว่าเธอไปทำอะไรกับ Brud 

“เวลาพูดถึง 3D เราจะคิดว่ามีใครสักคนทำภาพสามมิติ แต่จริงๆ มันย่อยลงไปเยอะมาก ในหนึ่งโปรเจกต์มีหลายแผนก ไม่ใช่ทุกคนทำได้ทุกอย่าง บางคนปั้นเป็นอย่างเดียว บางคนทำเท็กซ์เจอร์เป็นอย่างเดียว บางคนทำเอฟเฟกต์ระเบิดเป็นแต่ปั้นอะไรไม่ได้เลย

“ส่วนเราเองเป็น Generalist คือคนที่ทำทุกอย่าง ทำเป็นหมดเลยแต่ไม่ได้ลงลึก แต่ที่เราสนใจเป็นพิเศษคือ Lighting หรือการจัดแสง ตอนนั้น Brud กำลังสร้างอินฟลูเอนเซอร์ชื่อ Lil Miquela ขึ้นมา แล้วต้องการคนที่จัดแสงพอดี เลยลองเข้าไปคุย แล้วเขาก็จ้าง”

Virtual Influencer เป็นคอนเซ็ปต์ที่ใหม่มากสำหรับอเมริกาในตอนนั้น และแม้แต่ตอนนี้ก็ยังใหม่อยู่ เราอาจยังไม่คุ้นเคยนักหากมีไอดอลสักคนซึ่งไม่มีตัวตนในโลกจริง แต่กลับสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียต่างๆ มากมายราวกับมีชีวิต

แต่คอนเซ็ปต์คล้ายๆ กันนี้ ทำกันมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Gorillaz วงดนตรีแบบ Virtual Band หรือนักร้อง 2D จากฝั่งญี่ปุ่นอย่าง ฮัตสึเนะ มิคุ (Hatsune Miku) เจ้าของฉายาน้องต้นหอมกับผมสีเขียวอันโด่งดัง แนวคิด ‘ตัวตนสมมติ’ เหล่านี้ พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนเลื้อยไหลออกจากแค่บนหน้าจอ มาอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา

อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ
อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ

“Lil Miquela เป็นโปรเจกต์ที่เปิดโลกมาก” อะตอมเล่าอย่างตื่นเต้น

“งาน Visual ที่เคยแยกกับโลกของเราโดยสิ้นเชิง มีคอนเทนต์เป็นเกม เป็นหนัง เราดูแล้วมันก็จบอยู่ตรงนั้น แต่พอมี Virtual Influencer ขึ้นมา เส้นแบ่งระหว่างโลก Virtual กับโลกจริงมันบางลงมาก เรามองเห็นความเป็นไปได้ของการสร้างคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ และไม่ได้อยู่แค่ในจออีกต่อไป”

Lil Miquela เริ่มต้นจากการเป็นไอดอลในอินสตาแกรม โพสต์ของเธอเป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน มีฉากหลังเป็นอเมริกา ไปเที่ยวบ้าง แฮงก์เอาต์กับเพื่อนบ้าง ในมู้ดภาพสีสันจัดจ้าน สนุกสนาน จนผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กิจกรรมของ Lil Miquela ก็เริ่มเข้าไปเกี่ยวข้องกับแบรนด์เสื้อผ้าหรู อีเวนต์งานสังคมสุดป๊อป และล่าสุดมีการทำงานเพลงออกมาเองด้วย

“Lil Miquela เล่าว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์ ไม่ใช่มนุษย์” อะตอมแชร์กระบวนการทำงานปั้น Lil Miquela ให้ฟัง

“หน้าที่หลักของเราคือการจัด Lighting สำหรับภาพนิ่งในอินสตาแกรมของน้อง ถ้ามีบรีฟมาว่า สัปดาห์นี้ Lil Miquela จะไป Coachella ซึ่งเป็นงานเทศกาลศิลปะดนตรีระดับโลก ทีมต้องหาตั๋วเข้างานเพื่อไปถ่ายภาพอีเวนต์มาเป็นฟุตเทจ ส่วนฝั่งเรามีหน้าที่ปั้นภาพนิ่ง หรือวิดีโอสั้นๆ ให้เหมือน Lil Miquela ไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ” 

 Lighting Designer เล่าต่อว่า ตอนนี้ Brud ทำงานคล้ายกับเอเจนซี่ของนักแสดง มีฝั่งครีเอทีฟคอยคิดเรื่องราวของ Lil Miquela มีคนคอยดูแลเสื้อผ้าหน้าผม โดยฝั่งอาร์ตแปลสิ่งที่ครีเอทีฟคิดให้เป็นจริง เรื่องสนุกยังมีอีกมาก แต่อะตอมบอกกับเราว่าเสียดายที่เธอแชร์รายละเอียดกระบวนการทำงานมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะติดสัญญาการรักษาความลับกับบริษัท แค่ฟังเท่านี้เราก็รู้สึกว่างานสร้าง Lil Miquela เป็นงานในฝันสำหรับเธอ ทั้งในแง่ของสเกล ความท้าทาย และผลลัพธ์

คราวนี้ก็มาถึงคำถามสำคัญว่า อะไรคือสาเหตุที่เธอเลือกจะก้าวลงมาจากตำแหน่งงานที่ทั้งสนุกและมั่นคง และปั้นบริษัท Visual Effect ของตัวเอง ทั้งที่เห็นๆ กันอยู่ว่าวงการนี้ในไทยยังไม่ได้ขยับไปจากเมื่อ 10 ปีก่อนมากเท่าไหร่นัก

ใส่ฟังก์ชัน ปั้นกระดูก

หากมองย้อนกลับไปในระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่อะตอมเหยียบขาไปทำงานมาแล้วทั้งฝั่ง 2D, Character Design, Licensing, 3D, Lighting การขยับมาเป็นผู้ประกอบการน่าจะเป็นบทบาทใหม่ที่ท้าทายไม่น้อย

อะตอมว่า นี่เป็นสิ่งที่ยากก็จริง แต่สำหรับเธอก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ

“เมื่อสิบปีก่อนกับปัจจุบัน สิ่งที่ทำค่อนข้างแตกต่างกันนะ วงการนี้เปลี่ยนเร็วมาก มีเทคนิคใหม่ๆ ให้เราได้เรียนรู้ทุกวัน และตอนนี้ขาเหยียบๆ ไปฝั่งผู้ประกอบการด้วย ไม่ได้เป็นนักออกแบบอย่างเดียว จริงๆ เราชอบทำงานฝั่งอาร์ตมากกว่า ไม่ได้ชอบทำหลาย หรือคุยกับผู้คนขนาดนั้น แต่คิดว่าถ้าเราอยากโตในสายงานนี้ ก็ต้องสร้างอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา”

สตูดิโอชื่อ ‘Magic Fox’ ของอะตอมจึงไม่ได้รับแค่งานจ้าง ทำ Visual Effect ตามสั่งเท่านั้น แม้งานโปรเจกต์ต่างๆ ที่เข้ามาทั้งจากลูกค้าไทยและต่างชาติจะมีหลากหลาย ตั้งแต่การปั้น V-tuber (คาแรกเตอร์ที่รับบทบาทเป็นสตรีมเมอร์ เล่นเกมไปคุยกับผู้ชมไป) สร้างคาแรกเตอร์ มาสคอต ไปจนถึงทำสติกเกอร์ไลน์ แต่เธอก็ยังไม่วายเจียดเวลามาพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเอง

อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ
อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ

“ในอุตสาหกรรมของไทย เราไม่ได้เห็น Original Content จริงๆ ออกมามากนัก ต่อให้มูลค่าของอุตสาหกรรมจะโตขึ้น แต่ไม่ใช่การสร้างมูลค่าด้วยตัวเอง อาศัยว่าค่าแรงของเราถูก แล้วก็ใช้ช่องว่างตรงนั้นเพื่อสร้างกำไร แต่แบบนี้พอถึงจุดหนึ่งมันจะไปต่อไม่ได้ เพราะค่าแรงมันจะติดเพดาน และมีคนอื่นมาแข่งกับเราในที่สุด ตอนนี้คนที่จ้างฝั่งไทยก็เริ่มย้ายไปเวียดนามแล้วเพราะถูกกว่า

“Original Content ของบริษัทที่กำลังปั้นเป็นการ์ตูนเด็กชื่อ Cocomoco เพิ่งเอาไปพิตช์ได้ทุนมาเมื่อเช้านี้เอง”

อะตอมเล่าอย่างอารมณ์ดีว่าพัฒนากันมาพักหนึ่งแล้ว ซึ่ง Cocomoco เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับภูติในป่า น้องเป็นต้นโอ๊คที่มีพลัง สร้างของขึ้นมาจากดินหรือธรรมชาติ และมีตัวละครอื่นๆ คอยหาปัญหามาให้แก้

ความเชื่อว่าต้องสร้างและพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองในใจอะตอม น่าจะถูกหว่านเมล็ดไว้ตั้งแต่วันที่เธอชนะการประกวด ได้ไปทำงานที่เกาหลี ผ่านประสบการณ์ทำงานในทีมสร้าง Lil Miquela และได้เห็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ว่าสิ่งเหล่านี้สร้างมูลค่าได้มากมายมหาศาลแค่ไหน

และสำหรับอะตอมแล้ว แม้ทุกวันนี้การ์ตูนหรือโลกเสมือนจริงยังคงถูกสังคมไทยบางส่วนมองว่าเป็นเรื่องของเด็กก็ไม่เป็นไรเลย ดีเสียอีก เพราะเด็กวันนี้ก็คือผู้ใหญ่ในวันหน้า เหมือนที่ผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อในวันนี้ ก็คือเด็กที่รักการ์ตูนในอดีตนั่นเอง

อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ
อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ

“เรารู้สึกว่าการมีคอนเทนต์เด็กที่มีคุณภาพดีเป็นสิ่งสำคัญ มันปลูกฝังอะไรหลายอย่างให้กับเด็ก รวมถึงมาตรฐานในการเสพคอนเทนต์ ถ้าเด็กชินกับงานคุณภาพ เขาก็จะเลือกเสพงานคุณภาพต่อไปเรื่อยๆ ทำให้ตลาดต้องผลิตงานที่ดีออกมาเพิ่มขึ้น มันช่วยรันวงการได้ 

“การสร้างงานคุณภาพดีออกมาให้เด็ก เป็นหน้าที่ของเราอย่างหนึ่งในฐานะคนทำงานออกแบบ เราเชื่อว่าหลายคนที่ทำงานอยู่ในวงการนี้ ในประเทศนี้ ก็มีความคิดแบบเดียวกัน เราต่างเห็นศักยภาพของมัน และใช้วิธีการของตัวเองในการผลักดันให้อุตสาหกรรมเติบโตต่อไป”

หากสรุปว่าการกลับมาเปิดบริษัท Magic Fox ของอะตอม ไม่ได้แค่ผลักดันให้ตัวเองโตเท่านั้น แต่เป็นก้าวเล็กๆ ในการผลักดันวงการ Visual ในไทยให้เติบโตไปด้วยก็คงจะไม่ผิดนัก

ในฐานะหนึ่งคนที่มีฝันและแพสชันด้านการ์ตูนเหมือนกัน เราเป็นกำลังใจให้นะ เจ้าหนูอะตอม!

อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ

5 ผลงานที่มีความหมายต่อ อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ

01 บัวแต้ม (Buatam)

งานประกวดชนะเลิศ Character Design ของ SIPA (Software Industry Promotion Agency) เป็นงานเปิดโลกด้าน Character Design และธุรกิจ Character Licensing แบบรอบด้าน ตั้งแต่มุมของนักออกแบบ มุมการตลาด การนำไปใช้งาน และมูลค่าที่งานออกแบบคาแรกเตอร์ชิ้นหนึ่งสร้างได้ ทำให้อะตอมหันมาสนใจจับงานคาแรกเตอร์แบบเต็มตัว

อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ

02 Star Collector

เป็นเหตุการณ์สำคัญหนึ่งของอะตอม จากที่เคยวาดภาพนี้แบบ 2D แล้วชนะการประกวด เมื่อขยับจาก 2D ไปจับงาน 3D เลยหยิบชิ้นนี้มาปัดฝุ่นใหม่ จนกลายเป็นหลักฐานของการเปลี่ยนผ่าน เป็นหมุดแรกในการทำ 3D เต็มตัว 

อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ
อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ

03 Lil Miquela

 ตอนที่เข้าไปทำงานกับบริษัท Brud ต้นสังกัดของ Miquela ไอเดียเรื่องอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องใหม่มาก การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในทีมทำให้อะตอมได้เห็นกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่แรกเริ่ม ได้เห็นการเติบโต จนในปัจจุบัน Miquela มีผู้ติดตามเฉพาะในอินสตาแกรมร่วม 3 ล้านคน งานที่ตนมีส่วนร่วมได้ออกไปสู่สายตาคนจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องน่าภูมิใจในฐานะคนทำงานอาร์ต

อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ

04 Bull Ranger

งานออกแบบคาแรกเตอร์ภายใต้บริษัท Magic Fox Studio ร่วมงานกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เธอว่าน่าดีใจที่ได้เห็นองค์กรใหญ่เริ่มสนใจใช้คาแรกเตอร์มาสื่อสารร่วมกับอัตลักษณ์องค์กร

อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ

05 Coco Moco and the Children of the Forest

งานที่บริษัท Magic Fox Studio พัฒนาเอง และยังอยู่ในกระบวนการทำงาน เป็นงานที่เปลี่ยนบทบาทของอะตอมจากลงมือทำเองทั้งหมด เป็น Art Director ควบ Director ทั้งดูแลทีม ออกแบบบางส่วน คอยตบงานให้เข้าที่ และดูแลคุณภาพงาน เหมือนเป็นการตกผลึกทักษะตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพทั้งหมดมาอยู่ในงาน Animated Series หนึ่งโปรเจกต์

อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ
อะตอม-นวรรณ ชุณหสิริ แอนิเมเตอร์ผู้ปั้นความฝันวัยเด็กเป็น 3 มิติ และเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการผลักดันวงการ

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ฝีแปรงเฉียบคมใน Benedict Studio สตูดิโอถ่ายแบบชื่อดัง

โลโก้สุดวินเทจของโรงแรม Mustang Nero

ภาพหมู่นกในสวนดอกไม้ประจำ Coffee Beans by Dao

ลวดลายไทโปกราฟีแสนยียวนแห่ง Another Hound

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง
Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง
Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวผลงานของ Junejirapart แห่ง Cabret Moon บริษัท “รับทำงานทุกอย่างเกี่ยวกับศิลปะ” อย่างที่เจ้าตัวให้นิยามเอาไว้

ย้อนเวลากลับไป

จูนในวัยละอ่อนคือเด็กชายผู้หลงใหลลายเส้นวินเทจตามภาพประกอบในหนังสือปืนของคุณตาผู้เป็นตำรวจอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

จูนในวัยรุ่นคือเด็กหนุ่มผู้มีปากกาคอแร้งเป็นทั้งของเล่นและของสะสมชิ้นโปรด ยามว่างก็เรียนเขียนแบบจากคุณอาผู้เป็นสถาปนิก เขายังหัดคัดตัวหนังสือแบบต่างๆ เป็นงานอดิเรก มีมุมเล็กๆ ใต้โต๊ะ จำลองเป็นห้องส่วนตัวที่ใช้เล่นสนุก ตกแต่งตามจินตนาการและเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ของเล่นไปมาอยู่บ่อยๆ

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

โตขึ้น

รู้ตัวอีกทีก็ต้องมนต์ของศิลปะเข้าอย่างจัง เห็นอะไรว่าเป็นอาร์ตก็สนใจไปเสียหมด

ไม่รอช้า

คอลัมน์ In Design มีโอกาสคุยกับ Junejirapart ในงาน Bangkok Illustration Fair 2021 คราวนี้เราชวนเลยเขามานั่งลงสนทนายาวๆ อีกครั้ง เพื่อถอดสูตรเบื้องหลังลายเซ็นสุดวินเทจซึ่งสอดแทรกอยู่ในงานทุกชิ้น คู่กันกับไทโปกราฟีสุดโดดเด่นจนหาตัวจับได้ยากในไทย เส้นทางชีวิตจากนักเรียนเซรามิกสู่นักแบรนดิ้งมืออาชีพ รวมถึงการคิดงานอย่างคนแฟชั่น มองภาพโปรเจกต์แต่ละจ๊อบเสมือนหนึ่งคอลเลกชันเสื้อผ้า อย่างไม่เหมือนนักออกแบบคนใด และไม่มีนักออกแบบคนใดเหมือน

 01

เบื่อ

“พื้นฐานเป็นคนขี้เบื่อ ไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆ นานๆ”

ชายหมวกแดงตรงข้ามเรายกปากกาขึ้นวาดรูปเล่นกลางอากาศ พร้อมกล่าวเปิดบทสนทนาได้อย่างไม่น่าเบื่อ

จูนเลือกเรียนคณะมัณฑนศิลป์ สาขาเครื่องเคลือบดินเผา มหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยเหตุเพียงว่าอยากปั้นอะไรก็ได้อย่างอิสระ ทั้งๆ ที่ความฝันเดิมคืออาชีพคนปั้นโมเดลรถทำมือ แต่เพราะมีรายละเอียดจุกจิกซับซ้อน ซึ่งคอยตีกรอบความคิดสร้างสรรค์เอาไว้ ประกอบกับรูปแบบการทำงานไม่ได้เปิดกว้างสำหรับอะไรใหม่ๆ มากมาย เขาจึงตัดตัวเลือกนี้ทิ้งออกจากใจไปได้อย่างไม่เสียดาย

แปลว่าพอเรียนเซรามิกแล้วคุณเล่นสนุกได้สมอยากล่ะสิ-เราถาม

“เปล่าครับ เรียนไปถึงจุดหนึ่งกลับรู้สึกอยากย้ายเอกด้วยซ้ำ พองานที่ต้องทำส่งถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องไปทิศทางไหน จึงเริ่มอิ่มตัวกับมันจนหมดสนุก เคยเข้าไปคุยเพื่อขอย้ายเอกด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้โทษอาจารย์นะครับ ไม่ใช่ว่าเบื่อเพราะทำไม่ได้นะ แต่เพราะอยากลองทำอย่างอื่นดูบ้าง”

สิ่งหนึ่งที่สะท้อนชัดเจนผ่านน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่แพ้อรรถรสอันจริงใจ คือนิสัยขี้เบื่อของเจ้าของลายเส้นสุดวินเทจคนนี้ มันไม่ได้เป็นความหน่ายอย่างคนขี้แพ้คิดถอดใจ แต่เป็นความเบื่ออย่างคนไฮเปอร์ผู้มีความสนใจกว้างขวาง เปี่ยมล้นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์เกินกว่าไม้บรรทัดใดจะตีกรอบทางเดินอย่างตายตัวได้ต่างหาก

“เราพยายามบิดหาแง่งามของมันให้เจอ จึงนำลูกเล่นอื่นมาผสมผสานกับงานเซรามิก มีครั้งหนึ่งปั้นเป็นซูเปอร์ฮีโร่แปดตัว เราเอาพวก Joint Mechanic และอาร์ตเวิร์กอื่นๆ อย่างลายแพตเทิร์น ซึ่งแอบไปฝึกทำด้วยตัวเองนอกห้องเรียนมาเล่นด้วย เลยพอจะอยู่กับมันไปได้จนเรียนจบ”

02

Engraving Drawing

คู่สนทนาของเราไม่ได้เรียนวาดภาพโดยตรง จึงไม่ได้ค้นพบสไตล์ของตัวเองตั้งแต่ตอนเรียนเหมือนศิลปินคนอื่นๆ

แต่ความรักและการฝึกฝนหล่อหลอมเส้นสายอันทรงพลังของ Junejirapart ขึ้น โดยไม่รู้ตัว

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“เริ่มจากภาพนี้ เป็นชิ้นแรกที่วาดหลังเรียนจบ” เขาพูดพลางหยิบผลงานอันเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญในชีวิตออกจากแฟ้ม

“เป็นคล้ายๆ ภาพประกอบบทเรียนที่มีดรรชนีบอกชื่อสามัญและชื่อวิทยาศาสตร์ของปลากำกับอยู่ข้างล่าง สไตล์มาจากการชอบดูภาพตามหนังสือปืนของคุณตา และหนังสือภาพประกอบเชิงชีววิทยาพวกต้นไม้และสัตว์ต่างๆ ตั้งแต่เด็ก เราดูตัวอย่างเยอะมากและฝึกเขียนอยู่ตลอด นานๆ เข้าก็เริ่มหลงใหลสไตล์ของมัน แต่ไม่ค่อยมีใครรู้จักวิธีนี้เลย”

วิธีที่ว่านี้คือการวาดภาพแบบ Engraving Drawing

เดิมเทคนิคการพิมพ์ภาพนิยมใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ซึ่งต้องผลิตคราวละมากๆ จึงแกะสลักแท่งเหล็กสลับด้านซ้าย-ขวา ใช้ปั๊มลงบนกระดาษเพื่อทุ่นแรงทุ่นเวลา ภาพจะมีลายเส้นสีดำหนาเป็นเอกลักษณ์ ส่วน Engraving Drawing นั้นสวนทางกับการพิมพ์ เป็นการวาดภาพด้วยหมึกสีเข้มเส้นคม เลียนแบบภาพซึ่งได้จากการประทับแท่งเหล็กแกะลายอีกทีหนึ่ง

ตัวตนของจูนค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นทุกครั้งที่หยิบปากกาคอแร้งจรดน้ำหมึกลงบนกระดาษ เสกสรรลวดลายตามต้องการ นี่เป็นขณะเดียวกันที่เด็กหนุ่มวัย 21 เปิดโรงเรียนสอนศิลปะ เพื่อดันหลังนักเรียนมัธยมปลายผู้อยากเรียนต่อด้านนี้เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในฝัน

“รู้ตัวว่าทำงานออฟฟิศไม่ได้แน่ๆ เลยมาสอนเด็กๆ แทน ตอนนั้นเปิดตึกติวแถวสี่พระยาเพราะคิดว่าใกล้โรงเรียนอัสสัมชัญ นักเรียนเลิกเรียนตอนเย็นก็มาเรียนพิเศษต่อได้เลย แต่เราคิดน้อยไปนิด พออยู่ติดไปเด็กจะไม่ชอบ สู้มาเรียนที่สยามดีกว่า ได้เถลไถลหน่อยด้วย” ประสบการณ์ในวันวานค่อยๆ พรั่งพรูออกมาพร้อมเสียงหัวเราะจากปากซึ่งมีรอยยิ้มประทับอยู่

“ไม่นานก็เจ๊ง” อดีตครูพี่จูนยอมรับพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ “คงคิดน้อยไปแหละ คิดแค่อยากทำงานเกี่ยวกับศิลปะอย่างเดียว ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องธุรกิจเลย คงเพราะไม่มีหัวด้านนั้นด้วยมั้ง คนทำงานศิลปะเป็นแบบนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะ เหมือนคิดออกแค่ด้านเดียวเลยจริงๆ” เจ้าตัวยืนยันพร้อมยอมรับในที

03

เคล็ดลับจากวงการแฟชั่น

ถ้าความสามารถรอบด้าน ตั้งแต่วาดภาพ ออกแบบไปจนถึงทักษะกราฟิกที่ได้จากการฝึกงานสมัยเรียน เป็นกุญแจดอกสำคัญไขเปิดประตูต้อนรับจูนเข้าสู่แวดวงศิลปะ ความสนใจใคร่รู้คงเป็นไฟฉายคอยส่องนำทางให้เขากระโจนเข้าไปเล่นสนุกกับงานหลากรูปแบบ

“ช่วงนั้นทำอะไรเยอะมาก มีคนขอให้วาดโลโก้ก็ทำ ขอคำปรึกษาเรื่องการออกแบบหรือตกแต่งภายในก็ช่วย ถึงได้รู้จักสไตลิสต์หลายคน พี่ๆ เขาชวนไปช่วยดูแลพร็อพและเซ็ตติ้งในงานแฟชั่น เรากระโดดเข้ามาทำเพราะว่าอยากรู้อยู่แล้ว และงานพวกนี้ไม่ได้ยากเลยเพราะเรียนศิลปะมา รู้เรื่ององค์ประกอบศิลป์ จัดคอมโพสได้สบายๆ”

โลกเบื้องหลังที่จูนในวัยหนุ่มกำลังผจญภัยหลังโรงเรียนสอนพิเศษไม่ประสบความสำเร็จ คือ ปัญหากับครอบครัว พอสูญทุนรอนซึ่งที่บ้านอุดหนุนมาไม่น้อยไปฟรีๆ จึงถูกตัดหางปล่อยวัดโดยปริยาย

“เขาเป็นห่วงนะ ถามตลอดว่าทำอะไรอยู่ แต่มันอธิบายไม่ถูก ช่วงนั้นทำงานเพื่อหาข้าวกล่องทีมงานกินอย่างเดียวเลย งานฟรีเราก็ไป ทำเพราะอยากเรียนรู้ล้วนๆ เพิ่งเข้าใจที่ผ่านมาทั้งหมดว่านี่แหละคือแพสชัน ไม่ได้แค่ในการวาดรูปอย่างเดียว แต่เป็นการชอบทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน เราไม่เคยมองภาพตัวเองอยู่ในแกลเลอรี่อย่างเดียวเลย แค่คิดก็เบื่อแล้ว”

ใครสักคนเคยกล่าวไว้ว่า ช่วงเวลาอันโหดร้ายมักให้บทเรียนอันสวยงามเสมอ

ประสบการณ์การได้เข้ามาสัมผัสโลกแฟชั่น คือส่วนผสมสำคัญที่ปรุงรสวิธีการทำงานฉบับ Junejirapart

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“เราชอบวิธีการมองโปรเจกต์แต่ละครั้งเป็นหนึ่งคอลเลกชัน คือรวบก่อนว่าเซ็ตนี้มีเนื้อหาอะไร ใช้เทคนิควิธีการอะไรบ้าง สีอะไร โทนไหน เราคิดว่าการตีกรอบงานเป็นก้อนแบบนี้ทำให้สื่อสารกันง่ายขึ้น เพราะมีจุดตรงกลางร่วมกัน ถ้าคุยแต่ภาษากราฟิกหรือภาษาศิลปะล้วนๆ ไม่น่าจะเข้าใจกันง่ายแน่ๆ” จูนแบไต๋เคล็ดลับวิชาเฉพาะตัวออกมาอย่างไม่หวง

ระหว่างนี้เขาได้รู้จักคนในวงการแฟชั่นมากมาย จนได้รับโอกาสวาดฝีไม้ลายมือ ออกแบบโลโก้ให้แก่โรงแรม Mustang Nero ซึ่งนับได้ว่าเป็นผลงานสร้างชื่อชิ้นแรกๆ

“ไอเดียมาจากเจ้าของโรงแรม เขาเป็นคนรสนิยมดีมาก และชอบของเก่าแต่แฝงกลิ่นอายของโมเดิร์นเล็กน้อย งานแฟชั่นของเขามักเจือความเป็น Avant-garde เล็กๆ เลยวาดโลโก้ให้เป็นวินเทจ ใส่ไอรอนนิด สนิมหน่อย และสมัยที่ยังมีแค่ไม่กี่ห้อง เรามีโอกาสไปเพนต์ในห้องพักให้ด้วย”

ไม่ทันสุดเสียงเราก็คิดสงสัยทันที ทำไมคนคนหนึ่งเล่าเรื่องราวด้วยแววตาเปี่ยมพลังขนาดนี้ได้

04

ใบเบิกทาง

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“เราได้เข้าไปวาดภาพให้ Benedict Studio เพราะรูปนกรูปนี้” คู่สนทนาของเราหยิบภาพที่สองออกมาจากแฟ้มอันเดิม

“เราวาดเล่นๆ แล้วถ่ายลงอินสตาแกรมพร้อมแคปชันว่า ‘Test my work in new technique! For spring summer #ss16’ เหมือนเป็นคอลเลกชันเสื้อผ้า เพราะตอนนั้นยังทำงานแฟชั่นอยู่ แล้วเจ้าของสตูดิโอมาเห็น เลยติดต่อขอให้เราไปเพนต์ผนังให้” เขาค่อยๆ อธิบายงานครั้งสำคัญครั้งหนึ่งอย่างตั้งใจ

“ตอนแรกที่ไปเห็นหน้างาน รู้เลยว่าทำไม่ได้แน่ๆ” จูนเผยความลับข้อแรก

“แต่พอลงมือทำจริงแล้ว เลยรู้ว่าไม่ยากและทันกำหนดเวลาแน่ๆ” จูนเผยความลับข้อสอง

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง
Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“ความสนุกของงานชิ้นนี้คือนอกจากเข้าไซต์ได้เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น เรายังต้องเข้าใจงานอย่างลึกซึ้งจริงๆ ด้วย แล้วฝาผนังพวกนี้ไม่ได้ใช้ดูด้วยตา แต่จะไปปรากฏบนภาพถ่าย ฉะนั้น ต้องกำหนดความสมดุลของภาพให้ดี อย่าให้ฉากเด่นกว่าแบบ เยอะเกินไปไม่ได้ น้อยไปโดนกลืน เราดูคอมโพสด้วยตาทีหนึ่งแล้ว ต้องดูคอมโพสด้วยกล้องอีกทีหนึ่งด้วย

“อีกอย่าง ผนังของแต่ละห้องมีเรื่องราวไม่เหมือนกัน นอกจากต้องแม่นธีมแล้ว ยังต้องสร้างความลื่นไหลในเรื่องราว งานชิ้นนี้ทำให้รู้ว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจจริงๆ”

ฝีแปรงอันฉกาจฉกรรจ์ของจูนใน Benedict Studio เป็นเหมือนใบเบิกทางต้อนรับให้เขาก้าวเข้าสู่สายอาชีพนี้เต็มตัว

05

นักรีแบรนดิ้งมืออาชีพ

“จูนสนุกกับการรีแบรนด์มากที่สุด เพราะมีเรื่องอดีตเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างการทำแบรนด์ใหม่ เป็นแค่การเล่าเรื่องให้ตรงกับกระแสกับตัวตนของเขาเท่านั้น แต่นี่จะปรับวิธีการสื่อสารยังไงให้ยังคงตัวตนและสนุกสนานไปพร้อมกัน”

การได้ร่วมงานกับ Coffee Beans by Dao คือเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เขาเลือกกาช้อยส์รีแบรนดิ้งอย่างไม่ลังเล เมื่อเราถามว่าชอบออกแบบโลโก้ วาดไทโปกราฟี ทำแบรนดิ้ง หรือรีแบรนด์มากกว่ากัน 

หลังจากวาดภาพให้ Benedict Studio ไม่นาน ก็ได้รับการติดต่อจากทายาทรุ่นสองของแบรนด์อาหารสัญชาติไทยที่เปิดมากว่า 25 ปี ให้ช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์คอลเลกชันใหม่ แต่ในใจลึกๆ อยากได้ศิลปินคนเก่งคนนี้มาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการยกเครื่องธุรกิจครอบครัวเสียด้วยซ้ำ ติดตรงที่ยังไม่ได้ไฟเขียวจากรุ่นหนึ่ง

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“เราต้องสื่อสารให้เป็นด้วย ผมรู้ว่าถ้าศิลปินไม่เอาอะไรมาสนับสนุน คำพูดจะไม่มีน้ำหนักทันที เพราะมันเป็นแค่ศิลปะ ภาพวาด ลงสี เราเลยใช้เทคนิคการเปรียบเทียบ เอาโลโก้มาวางเทียบกับร้านอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ให้เห็นจะจะเลยว่าถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว และยอมให้เราช่วยรีแบรนด์”

ศิลปินหนุ่มทำรีเสิร์ชอย่างหนัก วางกรอบโครงเรื่องที่จะสื่อสารอย่างชัดเจน จนได้ภาพประกอบซิกเนเจอร์ที่เล่าเรื่องของครอบครัวผู้ก่อตั้ง ถ่ายทอดผ่านครอบครัวนกในสวนดอกไม้แบบฉบับ Coffee Beans by Dao ลงบนฝาหนังของร้านสาขาต่างๆ ไปจนถึงกล่อง ถุง และกระดาษรองจาน แฝงความหมายนกแต่ละตัวเป็นสมาชิกครอบครัวแต่ละคนได้อย่างลึกซึ้ง แถมใครได้เห็นเป็นต้องตกหลุมรัก 

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

และไม่ลืมใส่เทคนิค Engraving Drawing แบบเฉพาะตัวลงไปอย่างเต็มที่ มองเผินๆ อาจไม่ต่างจากภาพวาดแนววินเทจธรรมดาทั่วไป แต่ถ้าขยับเข้าไปใกล้อีกนิด เขยิบชิดเข้าไปใกล้อีกหน่อย จะเห็นว่าภาพมี 2 เลเยอร์ซ้อนกันอยู่อย่างแนบเนียน มีแนวเส้นหมึกสีดำขลับซึ่งวาดด้วยเทคนิคนี้เป็นกรอบภาพ พร้อมลงสีโทนตุ่นเสริมความคลาสสิกเหนือกาลเวลาลงไป

งานนี้เรียกได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจสุดพิเศษของจูน เพราะทำให้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด คาแรกเตอร์อันชัดเจนของแบรนด์ สาขาจำนวนมาก และรายละเอียดปลีกย่อยอีกมหาศาล สอนให้รู้จักวิธีการจัดการที่เหมาะสม ทั้งยังได้ร่วมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการวางกลยุทธ์แบรนด์ใหม่ทั้งหมด อย่างจัดกลุ่มใหม่ให้หลายประเภทหลากไซส์ให้ง่ายขึ้น หรือการแปลงโฉมตัวตนของแบรนด์ใหม่ทุกอย่าง จนเจ้าตัวเปรียบเทียบว่าเหมือน “จับคุณย่าแต่งหน้าทำผมเพื่อพามาเดินห้าง” 

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

จากนั้นไม่นานบริษัท Cabret Moon ถือกำเนิดขึ้นด้วยความตั้งใจอยากยึดเป็นอาชีพอย่างจริงจัง

“จูนช่วยได้หมด ขอแค่เป็นเรื่องศิลปะ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็แนะนำคนรู้จักให้ได้” เรายืนยันได้ว่า Illustrator หนุ่มคนนี้ไม่ได้โม้เกินความสามารถแต่อย่างใด

Cabret Moon แทบจะถอดดีเอ็นเอของจูนมาร้อยเปอร์เซ็นต์ เส้นสายสีสันสุดวินเทจเจือกลิ่นร่วมสมัยมานิดๆ จัดองค์ประกอบภาพแบบ Maximalism หน่อยๆ เป็นลายเซ็นที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

ส่วนลูกค้าในดวงใจของ Cabret Moon คือแบรนด์ที่รู้จักตัวเองดีจริงๆ ตอบโต้และโต้ตอบกันอย่างตรงไปตรงมาเสมอ ชอบก็บอก ไม่ชอบก็บอก (ไม่ต้องกลัวร้อกเรื่องราคงราคา)

“บางคนชอบพูดว่า ดีค่ะ สวยค่ะ แต่พอเอาเข้าจริงไม่ถูกใจ แปลว่ายังไม่รู้จักตัวตนอย่างถ่องแท้พอ จนบอกไม่ได้ว่าแบบไหนคือใช่หรือไม่ใช่ แล้วแบรนด์เหล่านี้มักอยู่ได้ไม่ค่อยนานเท่าไหร่

“มีครั้งหนึ่งร่วมงานกับ Wild & Co. เป็นร้านขายอาหารป่า เราให้เขาแต่งนิทานสั้นๆ ให้ฟังว่า ลูกค้าที่มาร้านนี้จะเป็นยังไง เขาเล่าว่าเป็นคนที่บังเอิญเข้าป่ามาแล้วรถเสีย ลงมาจากรถโฟร์วีลพร้อมชุดซาฟารีและกระเป๋าหลุยส์ วิตตอง เข้ามาทานอาหารป่า พอรถซ่อมเสร็จกลับเข้าเมืองแล้วชวนเพื่อนมาอีกคราวหน้า อันนี้ดีมากเลยเพราะลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับเรา ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น ได้งานตรงกับตัวตนตามต้องการ”

แค่ฟังคู่สนทนาเล่าแล้วคิดตาม ก็สนุกจนอยากกรอกใบสมัครเป็นลูกค้า Cabret Moon เดี๋ยวนี้เลย

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง
05

อาจารย์

หมวกอีกใบของจูนคือบทบาทอาจารย์พิเศษวิชา Creative Drawing ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“ตอนนั้นคณะเพิ่งเปิดวิชาใหม่พอดี เราเลยได้เข้าไปช่วยสอนครีเอทีฟดรอว์อิ้ง โชคดีเด็กจุฬาฯ มีไอเดียดีกันอยู่แล้ว แค่ช่วยแนะนำเล็กน้อย จัดให้อยู่ในรูปในรอยเท่านั้น

“แก่นของวิชาคือความคิดสร้างสรรค์ แต่ต้องเป็นความคิดสร้างสรรค์ตามกำหนดนะ เพราะเป็นวิชาศิลปะ ไม่มีอะไรถูกผิด เลยฝึกให้ทำตามโจทย์ พอออกไปเผชิญโลกจริงจะได้เข้าใจว่าต้องตามลูกค้าถ้าอยากได้เงินจากเขา”

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่จูนพยายามสอดแทรกไปกับบทเรียน คือการกระตุ้นให้นิสิตค้นหาตัวตนของตัวเองให้เจอ

“เราแนะนำเด็กทุกคนตลอดทุกครั้งที่ตรวจงาน ลองไปเติมอันนี้มาสิ หรือถ้าชอบรูปแบบนี้ ลองเอามาผสมดูไหม เพราะคิดว่าถ้ายิ่งหาสไตล์ของตัวเองเจอเร็ว จะยิ่งไม่เสียเวลาหลงทาง ถ้าไม่ได้เราก็ไม่กดดันนะ เพราะจูนยังเพิ่งมาเจอตอนเรียนจบเลย

“มีคนหนึ่งชอบวาดการ์ตูนญี่ปุ่นตาหวาน ซึ่งยากต่อการใช้ต่อยอดกับงานอื่นๆ ในอนาคต เราแนะนำให้ประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเรื่องราว ถ้าจะเอามาใส่กับโปสเตอร์หนังบู๊คงไม่เหมาะ แต่ถ้าต้องทำงานนี้จริง ลองสำรวจดูว่าเราถนัดอย่างอื่นอีกหรือเปล่า ไทโปกราฟีดีไหม วาดรูปไม่เก่งงั้นทำเป็น Silhouette ดีไหม เชื่อว่าเด็กทุกคนมีจุดแข็งของตัวเอง แต่แค่ไม่รู้จะถ่ายทอดออกมายังไงมากกว่า ในฐานะอาจารย์ต้องช่วยไกด์”

สิ่งที่ได้กลับคืนจากการนำประสบการณ์มาถ่ายทอดเป็นทางลัดให้แก่นิสิตคือการได้ฝึกทักษะการสื่อสาร ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นอุปสรรคสุดหินของคนทำงานศิลปะ

“จริงๆ แล้วศิลปินหลายคนเจ๋งมาก แต่เล่าเรื่องออกมาไม่เป็น เพราะไปติดกับมายาคติจากรุ่นสู่รุ่นว่าถ้างานดี จะใส่รองเท้าแตะไปคุยก็ได้ แต่โลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น งานสวยแต่ขายไม่เป็นก็จบ การได้มาสอนจึงเป็นการฝึกให้เราสื่อสารได้เก่งขึ้น ยังจำได้เลยว่าวันแรกเรายังอัดเสียงตัวเองกลับไปฟังด้วยซ้ำ” จูนจบประโยคพร้อมเสียงหัวเราะร่า แฝงความตลกขบขัน เจือความภาคภูมิใจ

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง
Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง
06

เป็ด

ผลงานของจูนมีเอกลักษณ์เฉพาะ แตกต่างจากคนอื่นอย่างเด็ดขาด

แต่ความสามารถและความสนใจของเขานั้นหลากหลายและกว้างขวางมาก

“คิดว่าบางคนทำงานด้านเดียวจนได้ดีไปเลยก็มี บางคนลองทำหลายอย่างแล้วมั่วก็มี ถ้าคุมตัวเองไม่อยู่ เห็นเงินสำคัญกว่างาน หรือเข้าไปทำโดยไม่รู้จริง อย่างนี้ก็เสียเหมือนกัน จูนตั้งอยู่บนพื้นฐานของความอยากรู้ก็จริง แต่ประเมินตามความจริงเสมอว่าทำได้ไหม

“ข้อสำคัญคือต้องเข้าใจตัวเอง ยอมรับว่าเราเปลี่ยนทำหลายอย่างเพราะเบื่อ แต่ไม่ได้เบื่อไปเสียทุกทางนะ แค่เบื่อเพราะรู้ตัวว่าความชอบของเราย้ายไปอยู่กับอันอื่นแล้ว ถ้าของใหม่แฮปปี้กว่าของเดิมจะย้ายไปทำ ไม่ใช่เบื่อเพราะเรารู้จนเจนจบถ่องแท้เสมอไป”

คือคำตอบอันลึกซึ้ง เมื่อถามว่าอยากเป็นเหมือนปลาที่ว่ายน้ำได้เก่งอย่างเดียว หรือเป็ดที่ทำได้หลายอย่าง แต่ไม่เก่งได้สุดสักทางมากกว่ากัน

“แต่รู้อะไรไหมครับ” ขณะบทสนทนาเดินทางมายาวไกลจนใกล้เข้าสู่ชั่วโมงที่ 2 ดีไซเนอร์คนเก่งดึงความสนใจเรากลับมาได้ภายในคำถามเดียว

“กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้จูนลำบากมาก ครอบครัวไม่สนับสนุนเลยเพราะเป็นข้าราชการกันหมด พอวันหนึ่งที่อดทนจนผ่านอะไรๆ มาได้ เราพาพ่อซึ่งเป็นตำรวจไปดูร้าน Coffee Beans by Dao ที่เพิ่งรีโนเวตเสร็จ แล้วมีแขกเข้าไปใช้บริการอย่างล้นหลาม เราเห็นเลยว่าพ่อน้ำตาซึม เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาหรอกนะ ยิ้มๆ แล้วเดินออกมา”

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

5 ผลงานสุดภาคภูมิใจของ Junejirapart

1st Avenue Pizza

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“1st Avenue Pizza เป็นก้าวแรกสู่โลกแห่งการแบรนดิ้ง นอกจากต้องสื่อสารเรื่องราวที่เจ้าของร้านสองคนเจอกันครั้งแรกในร้านพิซซ่าบนถนนหมายเลข 1 ที่อเมริกาแล้ว เรายังแนะนำเพิ่มเติมด้วย เช่น ไม่ควรขายแค่หน้าธรรมดาๆ เหมือนเจ้าอื่น หรือลองขายพิซซ่าแป้งดำดูไหม แล้วเราก็วาดภาพโฆษณาจากวัตถุดิบต่างๆ ด้วย โชคดีที่เจ้าของแบรนด์มีหัวธุรกิจ เลยไปได้ไกลเลยตอนนี้”

Benedict Studio

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“ชิ้นนี้เป็นความภาคภูมิใจชิ้นหนึ่งเลย มีความสุขที่ได้ทำมาก เพราะเราสร้างตั้งแต่บนแผ่นกระดาษสู่รูปแบบสามมิติ สเกลจริงใหญ่ขึ้นมาก เราได้ฝึกการจัดการทุกอย่างทั้งแผนการ เวลา การเดินทาง เข้มงวดกับตัวเองมากๆ จนเรียกได้ว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญในการทำงาน”

Another Hound

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“นี่เป็นชิ้นหนึ่งซึ่งผ่านหูผ่านตาคนเยอะพอสมควร เลือกเพราะได้ลองการเขียนไทโปกราฟีแบบ Brush Stroke ที่ล้อจากเวลาเชฟแต่งจานอาหาร จนกลายเป็นลายซิกเนเจอร์ของร้านเพื่อเพิ่มความสนุกให้กับแบรนด์”

Coffee Beans by Dao

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“งานนี้เราได้เรียนรู้เรื่องการจัดการค่อนข้างเยอะ จนเป็นจุดเปลี่ยนให้ตัดสินใจเปิดบริษัท Cabret Moon ขึ้นมา นับเป็นก้าวสำคัญของชีวิต”

Ta Lak Kia

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“เราประทับใจคุณพ่อเล็ก เจ้าของ ตั๊ก หลัก เกี้ย เพราะเป็นคนมีอายุแต่มีความเป็นวัยรุ่นและหัวสมัยใหม่มากๆ เขาคิดอยากอนุรักษ์ตลาดน้อยไว้ พอได้คุยกันเลยมีไอเดียจะวาดของดีของตลาดน้อยเก็บไว้ เราเลยได้ไปเดินเก็บข้อมูลจนตกหลุมรักที่นี่ เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ในรูปแบบกราฟิก”

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load