หลายเดือนก่อน The Cloud มีโอกาสสัมภาษณ์ ผู้ว่าฯ ปู-วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ขณะที่ยังดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ท่านผู้ว่าฯ นั่งคุยกับเราที่ห้องทำงานบนชั้น 5 ของศาลากลาง เป็นห้องทำงานที่โอ่โถ่ง เป็นระเบียบเรียบร้อย และมีบรรยากาศค่อนข้างเป็นทางการ

หุ่นเจ้าหนูอะตอมในห้องก็เลยสะดุดตาผู้มาเยือนอย่างจัง

เพราะหุ่นจากการ์ตูนเรื่องโปรดของท่านผู้ว่าฯ จำนวนสิบกว่าตัว จัดวางอยู่สวยงามทั้งบนโต๊ะทำงาน หลังโต๊ะทำงาน โต๊ะด้านข้าง หรือถ้าจะอธิบายง่ายๆ ก็ต้องบอกว่า วางโชว์อยู่ทั่วห้อง

ถ้าใครได้ดูท่านไลฟ์สดจากห้องโต๊ะทำงานที่จวนผู้ว่าฯ เราก็จะได้เห็นหุ่นเจ้าหนูอะตอมประกอบฉากอยู่ทุกครั้ง

ท่านสะสมหุ่นเจ้าหนูอะตอมน่าจะนับรวมได้สัก 50 ตัว ตั้งแต่หุ่นยุคเก่าถึงยุคใหม่ ตัวลิมิเต็ดระดับโลกก็มี เราเลยรบกวนท่านช่วยคัดสรรหุ่นที่ชอบมาเล่าสู่กันฟัง

รวมหุ่นเจ้าหนูอะตอม ของสะสมเติมพลังใจของ ผู้ว่าฯ ปู-วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี

ท่านหาเวลาว่างอยู่หลายสัปดาห์ก็ตอบรับ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนจะย้ายไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง

ประตููห้องทำงานเปิดออกแล้ว รอบนี้บนโต๊ะทำงานของท่านเต็มไปด้วยหุ่นเจ้าหนูอะตอมหลายแบบและหลายขนาด ท่านออกตัวว่า ช่วงนี้ยุ่งมากเลยไม่มีเวลาเลือกหุ่นตัวโปรดจากที่บ้านมาโชว์ เจออะไรใกล้มือก็หยิบมาก่อน

อะไรทำให้ท่านผู้ว่าฯ หลงใหลการ์ตูนเรื่องนี้ และมันมีความหมายกับท่านขนาดไหน ท่านถึงต้องหยิบมาตั้งประกอบตอนไลฟ์สดด้วยทุกครั้ง มาฟังคำตอบกัน

“ผมชอบ เจ้าหนูอะตอม มาตั้งแต่เด็ก” ท่านผู้ว่าฯ ย้อนความไปสมัยยังเป็นเด็กน้อยที่อาศัยแถวตลาดที่อ่างทอง “ผมชอบงานศิลปะ เลยชอบเรื่องนี้เพราะลายเส้นของ อาจารย์เทซูกะ โอซามุ (Tezuka Osamu) ที่แปลกกว่าเรื่องอื่นๆ จริงๆ คนที่ชอบเรื่อง เจ้าหนูอะตอม จะเป็นคนรุ่นที่โตกว่าผม คนรุ่นผมส่วนใหญ่เติบโตมากับ ไอ้มดแดง อุลตร้าแมน ไม่ค่อยมีคนติดตาม เจ้าหนูอะตอม แล้ว”

รวมหุ่นเจ้าหนูอะตอม ของสะสมเติมพลังใจของ ผู้ว่าฯ ปู-วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี

เทซูกะ โอซามุ คือผู้บุกเบิกมังงะญี่ปุ่นตั้งแต่ยุค ค.ศ. 1940 เขาคือผู้เขียนเรื่อง Tetsuwan Atom ใน ค.ศ. 1951 จากนั้นก็ถูกแปลเป็นหลายภาษาจนโด่งดังไปทั่วโลกในชื่อ Astro Boy

คนไทยรู้จัก ‘อะตอม’ หุ่นยนต์ผมแฉกตัวละครหลักของเรื่อง ผ่านการ์ตูนชื่อ เจ้าหนูปรมาณู

“ที่น่าทึ่งอีกอย่างคือ เจ้าหนูอะตอมเป็นหุ่นยนต์ที่นักวิทยาศาสตร์สร้างขึ้นมา เพื่อทดแทนลูกชายตัวเองที่เสียชีวิต” ท่านผู้ว่าฯ เล่าเรื่องย่อต่อด้วยน้ำเสียงเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

เรื่องนี้เขียนขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1951 โดยจินตนาการถึงโลกอนาคตในอีก 50 ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นอดีตไปแล้ว

อะตอมถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 2003 เป็นหุ่นยนต์ที่หยุดอายุไว้ที่ 9 ขวบ เมื่อ ดร.เท็นมะ ผู้เป็นพ่อพบว่า ยังไงก็ทดแทนลูกชายตัวเองไม่ได้ หุ่นยนต์ตัวนี้จึงถูกส่งต่อไปหลายทอดจนมี ดร. คนหนึ่งรับมาดูแล ให้การศึกษาเหมือนมนุษย์ อบรมสั่งสอนให้ใช้พลังและสมองกลในทางที่ถูกต้อง

“จากนั้นเจ้าหนูอะตอมก็มีบทบาทในการปกป้องโลกตามจินตนาการของการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหลาย มีสถานการณ์ให้ต่อสู้กับหุ่นยนต์ต่างๆ สุดท้ายเจ้าหนูอะตอมก็เอาชนะได้”

รวมหุ่นเจ้าหนูอะตอม ของสะสมเติมพลังใจของ ผู้ว่าฯ ปู-วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี

โอซามุเลือกตั้งชื่อตัวละครว่า ‘อะตอม’ เพราะเป็นคำที่ทุกคนพูดถึงในสมัยนั้น และชาวญี่ปุ่นยุคหลังสงครามโลกเชื่อว่า จะมีการใช้พลังงานปรมาณูไปในทางสันติ และความตั้งใจอีกอย่างคือ ท่ามกลางภาพสังคมอันหดหู่ของญี่ปุ่นหลังการแพ้สงคราม ควรมีการ์ตูนแนวฮีโร่เรื่องนี้ที่ช่วยให้เด็กในวัยเรียนได้อ่านเพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความหวัง และความกล้าหาญที่จะยืนหยัดชีวิตต่อไปในอนาคต เนื้อหาที่พูดถึงหุ่นยนต์ใจดี น่ารัก เปี่ยมคุณธรรม และเชื่อว่าหุ่นยนต์กับมนุษย์เป็นเพื่อนกัน ไม่ว่าจะต่างกันแค่ไหนก็อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ จึงได้รับความนิยมทั่วญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว

“เจ้าหนูอะตอมจะมีความสุขเมื่อทุกคนมีรอยยิ้ม จะทุกข์เมื่อทุกคนเศร้า ผมชอบคาแรกเตอร์นี้มาก” ท่านผู้ว่าฯ พูดถึงสิ่งที่บังเอิญเหมือนกับความรู้สึกของท่าน ขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด

ยุคนั้นท่านติดตามเรื่องราวของเจ้าหนูอะตอมผ่านหนังสือการ์ตูนซึ่งยังไม่แพร่หลายนัก ท่านเล่าว่าตอนเด็กๆ บ้าเรื่องนี้ขนาดร้านขายขนมไข่เต่าหน้าโรงเรียนให้เด็กๆ เอาแป้งไปปั้นเป็นรูปอะไรก็ได้ ท่านก็ปั้นเป็นรูปเจ้าหนูอะตอมแล้วเอามาทอดกิน

พอโตขึ้นท่านก็กลับมาย้อนซื้อหนังสือการ์ตูนเก็บสะสมอีกครั้ง และเมื่อมีโอกาสได้เห็นโลกกว้างขึ้น ท่านก็เริ่มสะสมของเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนี้ทุกรูปแบบ บางส่วนซื้อเอง ทั้งจากการไปเยือนพิพิธภัณฑ์ Tezuka Osamu Manga Museum ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น บางส่วนซื้อจากร้านในเมืองไทย และบางส่วนก็ได้รับจากคนใกล้ชิด

ท่านบอกว่า ราคาของหุ่นแต่ละตัวก็ไม่กี่ร้อยบาท ไม่ได้แพงอะไร แต่ก็มีคุณค่าทางจิตใจมากมาย ในช่วงโควิด-19 ที่ท่านไลฟ์สดคุยกับชาวสมุทรสาคร ท่านอยากให้กำลังใจทุกคน จึงตั้งหุ่นเจ้าหนูอะตอมนักสูู้ผู้ไม่เคยยอมแพ้ในทุกสถานการณ์ประกอบฉากไว้ด้วยเสมอ

นี่คือของสะสมสุดที่รัก 8 ตัว ที่ผู้ว่าฯ ปูเอามาให้เราชม

01 หุ่นยุคคลาสสิก

รวมหุ่นเจ้าหนูอะตอม ของสะสมเติมพลังใจของ ผู้ว่าฯ ปู-วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี

“เห็นแบบนี้อาจดูล้าสมัย นี่คือคือหุ่นยุคแรกๆ ตั้งแต่สมัยอาจารย์เทซูกะยังมีชีวิต เป็นหุ่นในยุคที่ยังเป็นกางเกงเขียว ค่อนข้างหายาก ในโลกนี้มีอยู่ยี่สิบกว่าตัวเท่านั้น ผมได้มาตอนเป็นผู้ว่าฯ ที่ศรีสะเกษ”

02 หุ่นเปลือย

รวมหุ่นเจ้าหนูอะตอม ของสะสมเติมพลังใจของ ผู้ว่าฯ ปู-วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี
รวมหุ่นเจ้าหนูอะตอม ของสะสมเติมพลังใจของ ผู้ว่าฯ ปู-วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี

“รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่เปลือยให้เห็นอวัยวะข้างในของเจ้าหนูอะตอม หุ่นยุคหลังทำออกมาหลายรูปแบบ เปิดหน้าอกได้สองข้าง แต่รุ่นนี้ยังเปิดได้แค่ข้างเดียว เป็นหุ่นที่หนักมาก”

03 เจ้าหนูตัวเขียว

รวมหุ่นเจ้าหนูอะตอม ของสะสมเติมพลังใจของ ผู้ว่าฯ ปู-วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี
ผู้ว่าฯ ปู เปิดคลังของสะสมหุ่นเจ้าหนูอะตอมกว่า 50 ตัว เลือกตัวโปรดที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการไม่ยอมแพ้มาให้ชม

“ตัวนี้ค่อนข้างเก่า เป็นรุ่นลิมิเต็ด มีแค่ห้าสิบตัวเท่านั้น”

04 หุ่นอาจารย์เทซูกะ

ผู้ว่าฯ ปู เปิดคลังของสะสมหุ่นเจ้าหนูอะตอมกว่า 50 ตัว เลือกตัวโปรดที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการไม่ยอมแพ้มาให้ชม

“เป็นหุ่นรูปอาจารย์เทซูกะ มีของเกี่ยวกับเจ้าหนูอะตอมแล้วก็น่าจะมีของที่เกี่ยวกับคนเขียนบ้าง เป็นหุ่นที่ผมภูมิใจมากนะ ตัวนี้เพิ่งทำเมื่อไม่นานนี้เอง ตอนผมไปที่มิวเซียมเมื่อสิบกว่าปีก่อนยังไม่มีตัวนี้เลย”

05 เจ้าหนูตัวใหญ่

ผู้ว่าฯ ปู เปิดคลังของสะสมหุ่นเจ้าหนูอะตอมกว่า 50 ตัว เลือกตัวโปรดที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการไม่ยอมแพ้มาให้ชม

“ตัวนี้ค่อนข้างใหญ่ ผมวางไว้หลังโต๊ะทำงาน หน้าห้องผมตัดหน้ากากผ้ามาใส่ให้ด้วย เวลาไลฟ์จะได้บอกประชาชนว่า ขนาดเจ้าหนูอะตอมยังใส่แมสก์เลย”

06 เจ้าหนูในชุดนักเรียน

ผู้ว่าฯ ปู เปิดคลังของสะสมหุ่นเจ้าหนูอะตอมกว่า 50 ตัว เลือกตัวโปรดที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการไม่ยอมแพ้มาให้ชม

“ตัวนี้มีคนซื้อมาฝากผม เป็นเจ้าหนูอะตอมในชุดนักเรียนซึ่งไม่ค่อยได้เห็นกัน แล้วก็เป็นอีกตัวที่หน้าห้องผมตัดแมสก์มาใส่ให้”

07 เจ้าหนูกับเจ้าหมู

ผู้ว่าฯ ปู เปิดคลังของสะสมหุ่นเจ้าหนูอะตอมกว่า 50 ตัว เลือกตัวโปรดที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการไม่ยอมแพ้มาให้ชม
ผู้ว่าฯ ปู เปิดคลังของสะสมหุ่นเจ้าหนูอะตอมกว่า 50 ตัว เลือกตัวโปรดที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการไม่ยอมแพ้มาให้ชม

“ของที่เขาทำออกมาขายไม่ได้มีแค่หุ่นเจ้าหนูอะตอม แต่ยังมีตัวละครอื่นๆ ในเรื่องด้วย ผมก็เก็บพวกนี้ด้วยเหมือนกัน ตัวนี้เป็นเจ้าหมูที่เป็นตัวละครหนึ่งในเรื่อง เป็นรุ่นลิมิเต็ดเหมือนกัน”

08 เจ้าหนูอะตอมในชุดทีมชาติญี่ปุ่น

ผู้ว่าฯ ปู เปิดคลังของสะสมหุ่นเจ้าหนูอะตอมกว่า 50 ตัว เลือกตัวโปรดที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการไม่ยอมแพ้มาให้ชม
ผู้ว่าฯ ปู เปิดคลังของสะสมหุ่นเจ้าหนูอะตอมกว่า 50 ตัว เลือกตัวโปรดที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการไม่ยอมแพ้มาให้ชม

“ตัวนี้แปลกดีคือสวมฟุตบอลชุดทีมชาติญี่ปุ่น แต่งตัวเป็นนักฟุตบอลเต็มรูปแบบ คนที่จังหวัดเห็นว่าเราชอบฟุตบอลเลยซื้อมาฝาก ผมก็เอามาวางคู่กับลูกฟุตบอลที่มีตราสโมสรลิเวอร์พูล เพราะเวลาที่ผมเห็นเจ้าหนูอะตอม มันเป็นเหมือนกำลังใจชั้นดีให้เราไม่ยอมแพ้ เหมือนทีมลิเวอร์พูลที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เรื่องราวความไม่ยอมแพ้ของทีมลิเวอร์พูลมันสร้างแรงบันดาลใจให้ผมมาก ผมก็เลยเอามาวางเป็นกำลังใจไว้คู่กัน”

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

นี่คือภาคต่อจากบทสัมภาษณ์ ฮั่น หรือ Lee Hyunkyung สาวเกาหลีผู้หลงรักเครื่องเขียนทุกอย่างบนโลก จนเธอมีโอกาสย้ายมาอยู่ประเทศไทย เพื่อนคนแรกของเธอที่นี่คือร้านเครื่องเขียน เธอตระเวนเข้า-ออกร้านเครื่องเขียนทั่วประเทศไทย จนเลือก 20 ร้านที่ชอบและเขียนเป็นหนังสือออกมา 1 เล่ม ชื่อว่า ร้านเครื่องเขียนไทย (태국문방구) ตีพิมพ์เป็นภาษาเกาหลี และขายดีมากที่ประเทศบ้านเกิด

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ก่อนจะนั่งสนทนาภาษาคนรักเครื่องเขียน (ฮั่นยินดีถามตอบกับเราเป็นภาษาไทย) เรามอบของสะสมหนึ่งชิ้นให้เธอ เป็นแผ่นลอกอักษรภาษาไทยที่ฟอนต์คล้ายคลึงกับฟอนต์บนปกหนังสือเล่มแรกของเธอ เราเก็บสะสมมาตั้งแต่สมัยเรียน ขอย้อนถึงเหตุการณ์สักนิด ตอนเช้าอาจารย์พิเศษบรรยายหัวข้อ Letterpress อย่างสนุก พร้อมชี้พิกัดร้านเครื่องเขียนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ยังขายแผ่นลอกอักษร บ่ายคล้อย นักศึกษารวมกลุ่มกันซ้อนรถมอเตอร์ไซต์ตามหาแผ่นลอกอักษร เราเลือกมาหลายแผ่น และหนึ่งในนั้นตกอยู่ในกรุเครื่องเขียนของฮั่นเรียบร้อย 

ฮั่นเริ่มสะสมเครื่องเขียนมาตั้งแต่ 8-9 ขวบ เธอแวะเวียนเข้าร้านเครื่องเขียนข้างโรงเรียนบ่อยที่สุด เธอเล่าให้ฟังว่ามีครั้งหนึ่งไปเดินร้านเครื่องเขียนในนิวยอร์ก ใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการเลือกของ รอบแรกเธอสำรวจภาพรวมสินค้า รอบสองพินิจจริงจังว่าชิ้นไหนถูกตาต้องใจจะพากลับบ้าน และวันรุ่งขึ้นเธอก็กลับมายังร้านเดิม

เธอกระซิบว่าเสียทรัพย์ให้กับร้านเครื่องเขียนไปกว่า 20,000 บาท

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

แม้วัยเด็กเธอยังไม่รู้จักคำว่า ‘นักสะสม’ แต่เธอก็เข้าใจคำนี้อย่างลึกซึ้งตอนเรียนมหาลัย

“ตอนเด็ก ๆ ฮั่นชอบเก็บเครื่องเขียนค่ะ พอคุยกับเพื่อนมหาลัยถึงรู้ว่าหลายคนเป็นนักสะสม สะสมไม่เหมือนกัน ฮั่นชอบเครื่องเขียนก็สะสมเครื่องเขียน บางคนสะสมแผ่นเสียง การสะสมทำให้ฮั่นมีความสุข

“จริง ๆ ตอนย้ายมาอยู่ไทย ของไม่เยอะค่ะ เสื้อผ้าฮั่นน้อยมากแต่เครื่องเขียนเยอะมาก ฮั่นคิดว่าเครื่องเขียนที่ฮั่นสะสมมาทั้งหมด ถ้าคิดเป็นเงินน่าจะซื้อรถเบนซ์ได้หนึ่งคัน” เธอเล่าด้วยเสียงหัวเราะ

เธอมีของสะสมเยอะจนคุณพ่อคุณแม่แซวว่า “ทำไมไม่เปิดร้านเครื่องเขียนไปซะเลย”

ไม่เกินจริง เธอบอกว่ามีแพลนจะเปิดร้านเครื่องเขียนในไทยด้วย! 

ร้านเครื่องเขียนในอุดมคติที่ว่า จะเป็นร้านที่คัดสรรเครื่องเขียนจากทั่วโลกมาขาย เพียงคุณเดินเข้ามาบอกความต้องการ ฮั่นจะเลือกสินค้าให้ตรงใจคุณ พร้อมเล่าเรื่องราวและคำแนะนำอย่างคนรู้จริง 

เราแซวเธอว่า ฮั่นไม่ได้แค่ชอบเครื่องเขียน แต่ฮั่นรักเครื่องเขียนไปแล้ว 

“สิบกว่าปีที่แล้ว ฮั่นไปเที่ยว พกเครื่องเขียนไปเยอะ แล้วดันเกิดอุบัติเหตุรถชน ฮั่นไม่เชคคนข้าง ๆ ก่อน ฮั่นเชคเครื่องเขียนที่เอาไปด้วยก่อน เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่ารักเครื่องเขียนจริง ๆ ค่ะ” เธออมยิ้ม

ไม่ลวดลายลีลาเยอะ ขอเผยโฉมหน้า 10 เครื่องเขียนที่ฮั่นภูมิในจำเสนอ 

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ที่คั่นหนังสือจากหอยมุก เป็นสินค้าทำมือจากดีไซเนอร์และช่างฝีมือประเทศเกาหลี เธอซื้อมาจาก Dongdaemun Design Plaza เป็นพิพิธภัณฑ์ในกรุงโซล เธอว่ามันสวยดี ซื้อมานับ 10 ชิ้นเพื่อเป็นของขวัญให้เพื่อน และฮั่นบอกว่า ถ้านึกถึงสินค้าทำมือของเกาหลีใต้ ก็ต้องเจ้าหอยมุกแกะสลักนี่แหละ

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

‘เรียบง่าย คุ้มค่า เขียนสบาย แพ็กเกจจิงสวย’ ฮั่นนิยามดินสอตราม้ากล่องเหลืองอ๋อยที่นักเรียนไทยคุ้นตา และนี่เป็นเครื่องเขียนไทยชิ้นแรกที่เธอสะสม ฮั่นชอบดินสอมากกว่าปากกา เพราะเธอเป็นดีไซเนอร์ ดรออิ้งด้วยดินสอลบง่ายกว่า และเธอมักซื้อดินสอตราม้าไปฝากเพื่อนเกาหลี คนที่นั่นชอบมาก มีครั้งหนึ่งเธอซื้อดินสอตราม้าเยอะมาก จนเจ้าหน้าที่สนามบินเห็นความผิดปกติจากเครื่องเอกซเรย์ เลยขอตรวจสอบอย่างละเอียด (ฮา) 

นอกจากดินสอแบรนด์ไทย ฮั่นก็สะสมแบรนด์ต่างประเทศด้วย อย่างกล่องสีเหลืองตรงนั้น เป็นดินสอวินเทจจากประเทศเยอรมนี เธอซื้อมาจาก Flea Market เดนมาร์ก

เธอซื้อมา 2 กล่อง กล่องหนึ่งใช้ กล่องหนึ่งเก็บ และดินสอทุกกล่อง ฮั่นใส่ซองกันชื้นไว้ด้วยเสมอ เพราะประเทศไทยฝนตกทีอากาศชื้น ป้องกันดินสอและไส้ดินสอแตก-หัก-เปราะ 

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

นี่คือปากกาแก้วพร้อมน้ำหมึกจากประเทศญี่ปุ่น ฮั่นว่าการเขียนเป็นการผ่อนคลายจากความเครียดและงานหนัก เธอจะเขียนครั้งละ 1 – 2 ชั่วโมง เธอชอบความหมายของเพลง วาฬเกยตื้น เลยค้นหาเนื้อเพลงภาษาไทยแล้วเขียนตาม เป็นกิจกรรมบำบัด แถมเรียนภาษาไทยไปด้วยในตัว

“ถ้าเหนื่อย บางคนไปกิน บางคนไปดูหนัง บางคนไปออกกำลังกาย แต่ฮั่นเขียน

“ฮั่นเขียนทั้งภาษาไทยและภาษาเกาหลี เขียนแล้วสบายใจดีค่ะ” เธอว่าอย่างนั้น

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

นี่คือแรร์ไอเทมจากร้านนานมี สาขาเจริญกรุง 

“ฮั่นชอบยี่ห้อตราม้ามาก ๆ ค่ะ เจ้าของร้านบอกว่า นี่เป็นกล่องสุดท้ายของร้าน มีอายุ 40 ปีกว่า ๆ เขาเลยลดราคาให้ด้วย จาก 800 เหลือ 500 บาท ฮั่นชอบไม้ กล่องนี้น้ำหนักเบา เก็บของได้เยอะ แบ่งช่องได้ด้วย เวลาฮั่นไปต่างจังหวัด ก็จะเอาเครื่องเขียนใส่กล่องนี้ไปด้วย หิ้วไปเลย”

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ฮั่นสะสม Marking Tape เธอมีหลายลวดลายจากหลากประเทศ ที่ชอบเป็นพิเศษคือ ลายผัดไทย ซื้อจากมิวเซียมสยาม เป็นผลิตภัณฑ์ของศิลปินไทย จริง ๆ มีลายข้าวเหนียวมะม่วงด้วย เธอชอบมาก ใช้หมดใน 2 สัปดาห์

“อยากซื้ออีกค่ะ แต่ไม่มีแล้ว เสียใจมาก ๆ เพราะฮั่นชอบกินข้าวเหนียวมะม่วง” – เธอเล่าเสียงเศร้า

ลายที่เธอหยิบมาอวดมีทั้งยันต์ไทย น้องมะม่วง แพ็กแมน ฯลฯ เธอบอกว่าใช้มาร์กกิงเทปคู่กับการจดบันทึกแล้วสนุกดี หน้าสมุดดูน่ารักขึ้น และบอกอารมณ์ความรู้สึกของวันนั้น ๆ ได้ด้วย

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

อุปกรณ์เขียน Round Hand รวมหัวปากกา 10 หัว ในกล่องไม้ เป็นรุ่นเฉลิมฉลองจากแบรนด์ Manuscript ประเทศอังกฤษ ฮั่นได้มากจากร้านเครื่องเขียนในประเทศเกาหลี เธอบอกว่าชอบหยิบมาเขียน Calligraphy 

เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

แท่นวางปากกาจากร้าน Blackheart Pencil ประเทศเกาหลี เธอบอกว่าเจ้าของร้านมอบให้เป็นของขวัญ ซึ่งเราชวนฮั่นเป็นล่ามเกาหลีแปลไทย มาร่วมวงสนทนาสัมภาษณ์เจ้าของ Blackheart Pencil (กดอ่านได้นะ) ความพิเศษของ Blackheart Pencil คือ ร้านเครื่องเขียนที่ขายเฉพาะดินสอ โดยการคัดสรรดินสอวินเทจจากรอบโลก และผลิตดินสอแท่งจิ๋วของตัวเองด้วย ที่สำคัญ 2 เพื่อนซี้ที่เป็นเจ้าของร้านก็เนิร์ดเรื่องดินสอสุด ๆ ไม่ว่าหยิบแท่งไหนขึ้นมา เธอทั้งสองก็บรรยายประวัติศาสตร์ฉบับย่อส่วนและความดีงามของมันได้คล่องปร๋อ 

เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

ฮั่นเปิดกรุปากกาแบรนด์ Kaweco จากเยอรมนี ให้เราชม เธอมีหลายด้าม หลายสี ฮั่นบอกว่านี่คือสิ่งที่เธอพกทุกวัน การเลือกสีปากกาติดตัวออกจากบ้านขึ้นอยู่กับอารมณ์ ไม่มีเหตุผลตายตัว

ส่วนซองหนังทำมือใส่ปากกา Kaweco เป็นแบรนด์จากประเทศตรุกี ชื่อ Galen Leather Co. ก่อตั้งในอิสตันบูล แบรนด์นี้น่าสนใจตรงที่หญิงสาวผู้ก่อตั้งป่วยเป็นโรคมะเร็งศีรษะและคอ (ชนิดหายาก) ผลพวงของโรคและการรักษาทำให้เธอพูดไม่ได้ราว 1 ปี เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสุดยอดเซลล์อย่างเธอ ทำให้เธอมองหาอาชีพใหม่ที่ทำงานโดยไม่ต้องพูด เธอเล็งหาช่างฝีมือและงานหนังเพื่อผลิตสินค้าของตัวเอง งานนี้เธอพูดคุยกับลูกค้าผ่านอีเมล จนตั้งแบรนด์ในปี 2012 แบรนด์ Galen Leather Co. ได้รับการตอบรับดีมาก ขยายกิจการ และผลิตสินค้าเอง ด้วยการเรียนรู้การทำเครื่องหนังกับปรมาจารย์ในพื้นที่ ท้ายที่สุด หญิงแกร่งเจ้าของแบรนด์ก็เสียชีวิตอย่างสงบในปี 2019 แต่แบรนด์เครื่องหนังทำมือยังเดินหน้าส่งต่อความตั้งใจของเธอโดยสามีและน้องชาย

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

การเขียนเป็นงานอดิเรกที่ฮั่นชอบ แล้วจะขาดสมุดไปได้อย่างไร เหล่านี้คือโฉมหน้าสมุดบันทึกของฮั่น เธอถูกใจสมุดจาก Zequenz เป็นพิเศษ นี่คือสมุดทำมือแบรนด์ไทย เปิดกางสมุดได้ 360 องศา

ฮั่นบอกว่าเธอพกสมุดแบรนด์นี้ไปด้วยทุกที่ เพราะขนาดกะทัดรัด สีสวย กระดาษดี เขียนลื่น และเธอยังชอบห่อเป็นของขวัญไปฝากเพื่อนชาวเกาหลีหลายสิบเล่ม ยังมีสมุดบันทึกจากเกาหลี ญี่ปุ่น (แบรนด์ MIDORI) ที่เธอหยิบมาอวดโฉม และสมุดเย็บมือ ที่ฮั่นไปเรียนเย็บสมุดกับ ดิบดี สตูดิโอ ถึง 3 วัน และเย็บสมุดรวม 10 เล่ม

เหตุที่เธอมีสมุดบันทึกหลายเล่ม เพราะชอบบันทึก ยิ่งบันทึกเยอะ ยิ่งหมดไว เลยจำเป็นต้องซื้อบ่อย 

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

นี่คือสิ่งที่สนุกที่สุด ทันทีที่เราเห็นเธอหอบบรรดาเครื่องเขียนมาวางบนโต๊ะ สติกเกอร์โคตรไทยทำตาเราเป็นประกาย ฮั่นเริ่มต้นจากสะสมสติกเกอร์อักษรไทยก่อน ตามมาด้วยตัวเลขไทย แล้วขยับเป็นสติกเกอร์หลากหลายแบบ มาจากทุกสารทิศทั่วไทย ทั้งสติกเกอร์งานอีเวนต์ สติกเกอร์ผัดไทยทิพย์สมัย สติกเกอร์จุฬา ฯลฯ 

ฮั่นชอบสติกเกอร์เด็กใส่ชุดไทยยกมือสวัสดีที่สุด เธอได้มาจากรถขายสติกเกอร์ 

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
ฮั่นไม่เคยคิดถึงวันที่โลกใบนี้ไม่มีเครื่องเขียน เครื่องเขียนคือเพื่อนที่สำคัญที่สุดในชีวิต

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load