อัสสัมชัญได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ. 1885 โดย บาทหลวงเอมิล กอลมเบต์ (Pere Emile Colombet) ชาวฝรั่งเศส โดยตั้งชื่อว่า College de L’ Assomption ด้วยจำนวนนักเรียน 33 คน มาจนถึงปัจจุบัน มีนักเรียนสำเร็จการศึกษามา 50,000 กว่าคน จากเลขประจำตัวนักเรียนล่าสุด 58484 

บาทหลวงกอลมเบต์ ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากแผ่นดินแม่มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอาสนวิหารอัสสัมชัญ บริเวณที่เรียกว่าบางรัก อันมีชุมชนชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวตะวันตกตั้งถิ่นอาศัยมาช้านาน และมีโบสถ์อัสสัมชัญเป็นศูนย์กลางในสมัยนั้น และต่อมาได้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนอบรมสั่งสอนให้กับนักเรียนโดยไม่เลือกเชื้อชาติ ฐานันดร ศาสนา รวมถึงเด็กกำพร้าที่ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1885 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาโรงเรียนอัสสัมชัญ 

จากนักเรียนที่มาเรียนไม่กี่สิบคน เพียงไม่นานมีเด็กมาเรียนมากขึ้นตามลำดับ จากชื่อเสียงของโรงเรียนที่ผลิตเด็กนักเรียนมีคุณภาพ โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมและความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสจากครูต่างชาติ ในขณะเดียวกันทางโรงเรียนก็ขาดแคลนทุนทรัพย์และครูสอน บาทหลวงกอลมเบต์จึงเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด และติดต่อคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ให้มาสืบทอดกิจการของโรงเรียนต่อไป และทางคณะเซนต์คาเบรียลได้ส่งภราดาชุดแรกห้าท่านลงเรือมากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 1901 เพื่อมาดูแลการบริหารโรงเรียนอัสสัมชัญต่อไป 

หนึ่งในนั้นคือ ฟ.ฮีแลร์ (F. Hilaire) ภราดาผู้เป็นเสาหลักและสร้างความเจริญรุ่งโรจน์ให้แก่โรงเรียนมาตลอดระยะเวลา 60 กว่าปีที่ท่านอยู่ที่โรงเรียนตราบจนวาระสุดท้าย และเป็นผู้แต่งหนังสือ ดรุณศึกษา ตำราเรียนชั้นประถมศึกษา แบบเรียนภาษาไทยเก่าแก่ชื่อดังที่ได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลายมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมาคณะเซนต์คาเบรียลที่บริหารโรงเรียนอัสสัมชัญเล็งเห็นว่า โรงเรียนอัสสัมชัญบางรักคงไม่สามารถรองรับความต้องการของผู้ปกครองที่อยากส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ จึงได้ขยายโรงเรียนในเครือออกไปอีกนับ 10 แห่งทั่วประเทศ อาทิ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี โรงเรียนมงฟอร์ต โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชย์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ฯลฯ

ตลอดระยะเวลา 100 กว่าปี โรงเรียนอัสสัมชัญได้อบรมนักเรียนจนสำเร็จการศึกษาหลายหมื่นคน และหลายคนทำชื่อเสียงให้แก่สังคม อาทิ เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร, พระยามโนปกรณ์นิติธาดา อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรก, นายควง อภัยวงศ์, นายสัญญา ธรรมศักดิ์, ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ,พระยาอนุมานราชธน บุคคลสำคัญของโลก โดย UNESCO , นายป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน อาทิ พระไพศาล วิสาโล, นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์, นายวัลลภ เจียรวนนท์, นายชาติศิริ โสภณพานิช, นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายปิยบุตร แสงกนกกุล ฯลฯ

เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก

เมื่อเร็วๆ นี้ ทางสมาคมอัสสัมชัญได้ผลิตหนังสือสมุดภาพเล่มใหญ่ชื่อ ‘Unseen Assumption บันทึกไว้ในแผ่นดิน’ ในวาระครบรอบ 135 ปีแห่งการก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญ ภายในหนังสือเล่มนี้มีภาพเก่าหายากอายุนับร้อยปี ทางทีมกองบรรณาธิการได้สืบหาข้อมูลจากหลายแหล่ง และไม่เคยเปิดเผยมาก่อน และทางผู้เขียนได้ขออนุญาตทางสมาคม เพื่อคัดภาพบางส่วนมาตีพิมพ์เผยแพร่

 ภาพเหล่านี้สามารถสะท้อนเรื่องราวของสังคม และชวนให้รำลึกอดีตของสยามนับร้อยปีก่อนว่า มีสภาพเป็นอย่างไร

เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
ภาพถ่ายนักเรียนอัสสัมชัญทางเข้าหน้าประตูใหญ่ ประมาณ ค.ศ. 1900
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
 ผู้แทนสันตะปาปาจากวาติกันมาเยี่ยมโรงเรียนใน ค.ศ. 1938 
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
รูปหมู่นักเรียนอัสสัมชัญ ค.ศ. 1888 หลังจากเปิดการสอนได้ 3 ปี ถ่ายพร้อมกับ ม.ปาวี กงสุลฝรั่งเศสประจำกรุงเทพฯ ผู้มีบทบาทสำคัญในวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
ภาพถ่ายภราดา ครู และนักเรียนชั้นมูล ราว ค.ศ. 1912 สังเกตเห็นมีทั้งเด็กไทยและเด็กต่างชาติมาเรียนรวมกัน
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
ภาพถ่ายนักเรียนใน ค.ศ. 1917 พระเจ้าพี่ยาเธอกรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย) เสด็จเยี่ยมโรงเรียนอัสสัมชัญ 
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
 นักเรียนอัสสัมชัญที่ท้องสนามหลวง ในงานฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 2 ใน ค.ศ. 1911 สังเกตธงช้าง ธงชาติในสมัยนั้น และป้าย Christian High School
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
บาทหลวงเอมิล ออกุสต์ กอลมเบต์ (ค.ศ. 1849 – 1933) ผู้ก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญและสมุดบันทึกของท่าน
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
สมณทูตเล กรอ อาร์ต (คนกลาง) มาเยี่ยมโรงเรียนเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1923 ท่านได้อบรมนักเรียนที่มีจำนวนประมาณ 1,600 คน
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
ทีมฟุตบอลสมาคมอัสสัมชัญ ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลชิงเครื่องบินจำลองของกรมอากาศยานเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1935 ได้รับรางวัลเครื่องบินจำลองรุ่นนิเออปอร์ต
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
วงเครื่องเป่า AC Band เป็นวงดุริยางค์เก่าแก่ที่สุดวงหนึ่งของประเทศ ภาพถ่ายก่อน ค.ศ. 1913

หมายเหตุ : สนใจหนังสือที่ระลึก Unseen Assumption ติดต่อสมาคมอัสสัมชัญ โทรศัพท์ 08 6990 1488

อัสสัมชัญได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ. 1885 โดย บาทหลวงเอมิล กอลมเบต์ (Pere Emile Colombet) ชาวฝรั่งเศส โดยตั้งชื่อว่า College de L’ Assomption ด้วยจำนวนนักเรียน 33 คน มาจนถึงปัจจุบัน มีนักเรียนสำเร็จการศึกษามา 50,000 กว่าคน จากเลขประจำตัวนักเรียนล่าสุด 58484 

บาทหลวงกอลมเบต์ ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากแผ่นดินแม่มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอาสนวิหารอัสสัมชัญ บริเวณที่เรียกว่าบางรัก อันมีชุมชนชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวตะวันตกตั้งถิ่นอาศัยมาช้านาน และมีโบสถ์อัสสัมชัญเป็นศูนย์กลางในสมัยนั้น และต่อมาได้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนอบรมสั่งสอนให้กับนักเรียนโดยไม่เลือกเชื้อชาติ ฐานันดร ศาสนา รวมถึงเด็กกำพร้าที่ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1885 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาโรงเรียนอัสสัมชัญ 

จากนักเรียนที่มาเรียนไม่กี่สิบคน เพียงไม่นานมีเด็กมาเรียนมากขึ้นตามลำดับ จากชื่อเสียงของโรงเรียนที่ผลิตเด็กนักเรียนมีคุณภาพ โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมและความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสจากครูต่างชาติ ในขณะเดียวกันทางโรงเรียนก็ขาดแคลนทุนทรัพย์และครูสอน บาทหลวงกอลมเบต์จึงเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด และติดต่อคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ให้มาสืบทอดกิจการของโรงเรียนต่อไป และทางคณะเซนต์คาเบรียลได้ส่งภราดาชุดแรกห้าท่านลงเรือมากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 1901 เพื่อมาดูแลการบริหารโรงเรียนอัสสัมชัญต่อไป 

หนึ่งในนั้นคือ ฟ.ฮีแลร์ (F. Hilaire) ภราดาผู้เป็นเสาหลักและสร้างความเจริญรุ่งโรจน์ให้แก่โรงเรียนมาตลอดระยะเวลา 60 กว่าปีที่ท่านอยู่ที่โรงเรียนตราบจนวาระสุดท้าย และเป็นผู้แต่งหนังสือ ดรุณศึกษา ตำราเรียนชั้นประถมศึกษา แบบเรียนภาษาไทยเก่าแก่ชื่อดังที่ได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลายมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมาคณะเซนต์คาเบรียลที่บริหารโรงเรียนอัสสัมชัญเล็งเห็นว่า โรงเรียนอัสสัมชัญบางรักคงไม่สามารถรองรับความต้องการของผู้ปกครองที่อยากส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ จึงได้ขยายโรงเรียนในเครือออกไปอีกนับ 10 แห่งทั่วประเทศ อาทิ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี โรงเรียนมงฟอร์ต โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชย์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ฯลฯ

ตลอดระยะเวลา 100 กว่าปี โรงเรียนอัสสัมชัญได้อบรมนักเรียนจนสำเร็จการศึกษาหลายหมื่นคน และหลายคนทำชื่อเสียงให้แก่สังคม อาทิ เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร, พระยามโนปกรณ์นิติธาดา อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรก, นายควง อภัยวงศ์, นายสัญญา ธรรมศักดิ์, ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ,พระยาอนุมานราชธน บุคคลสำคัญของโลก โดย UNESCO , นายป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน อาทิ พระไพศาล วิสาโล, นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์, นายวัลลภ เจียรวนนท์, นายชาติศิริ โสภณพานิช, นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายปิยบุตร แสงกนกกุล ฯลฯ

เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก

เมื่อเร็วๆ นี้ ทางสมาคมอัสสัมชัญได้ผลิตหนังสือสมุดภาพเล่มใหญ่ชื่อ ‘Unseen Assumption บันทึกไว้ในแผ่นดิน’ ในวาระครบรอบ 135 ปีแห่งการก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญ ภายในหนังสือเล่มนี้มีภาพเก่าหายากอายุนับร้อยปี ทางทีมกองบรรณาธิการได้สืบหาข้อมูลจากหลายแหล่ง และไม่เคยเปิดเผยมาก่อน และทางผู้เขียนได้ขออนุญาตทางสมาคม เพื่อคัดภาพบางส่วนมาตีพิมพ์เผยแพร่

 ภาพเหล่านี้สามารถสะท้อนเรื่องราวของสังคม และชวนให้รำลึกอดีตของสยามนับร้อยปีก่อนว่า มีสภาพเป็นอย่างไร

เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
ภาพถ่ายนักเรียนอัสสัมชัญทางเข้าหน้าประตูใหญ่ ประมาณ ค.ศ. 1900
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
 ผู้แทนสันตะปาปาจากวาติกันมาเยี่ยมโรงเรียนใน ค.ศ. 1938 
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
รูปหมู่นักเรียนอัสสัมชัญ ค.ศ. 1888 หลังจากเปิดการสอนได้ 3 ปี ถ่ายพร้อมกับ ม.ปาวี กงสุลฝรั่งเศสประจำกรุงเทพฯ ผู้มีบทบาทสำคัญในวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
ภาพถ่ายภราดา ครู และนักเรียนชั้นมูล ราว ค.ศ. 1912 สังเกตเห็นมีทั้งเด็กไทยและเด็กต่างชาติมาเรียนรวมกัน
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
ภาพถ่ายนักเรียนใน ค.ศ. 1917 พระเจ้าพี่ยาเธอกรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย) เสด็จเยี่ยมโรงเรียนอัสสัมชัญ 
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
 นักเรียนอัสสัมชัญที่ท้องสนามหลวง ในงานฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 2 ใน ค.ศ. 1911 สังเกตธงช้าง ธงชาติในสมัยนั้น และป้าย Christian High School
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
บาทหลวงเอมิล ออกุสต์ กอลมเบต์ (ค.ศ. 1849 – 1933) ผู้ก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญและสมุดบันทึกของท่าน
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
สมณทูตเล กรอ อาร์ต (คนกลาง) มาเยี่ยมโรงเรียนเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1923 ท่านได้อบรมนักเรียนที่มีจำนวนประมาณ 1,600 คน
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
ทีมฟุตบอลสมาคมอัสสัมชัญ ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลชิงเครื่องบินจำลองของกรมอากาศยานเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1935 ได้รับรางวัลเครื่องบินจำลองรุ่นนิเออปอร์ต
เปิดหนังสือ Unseen Assumption ชมภาพถ่ายเก่าหายากของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก
วงเครื่องเป่า AC Band เป็นวงดุริยางค์เก่าแก่ที่สุดวงหนึ่งของประเทศ ภาพถ่ายก่อน ค.ศ. 1913

หมายเหตุ : สนใจหนังสือที่ระลึก Unseen Assumption ติดต่อสมาคมอัสสัมชัญ โทรศัพท์ 08 6990 1488

Writer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

Small is Beautiful

เรื่องราวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมแต่ทว่าสวยงามและมีพลังโดย ‘วันชัย ตัน’

ตั้งแต่เป็นเด็ก แม่มักไปซื้อน้ำเต้าหู้หรือน้ำนมถั่วเหลืองมาให้กินเสมอๆ เช่นเดียวกับอาหารจานโปรดคือเต้าหู้ผัดถั่วงอก พอเข้าครัวทีไรก็เห็นขวดซีอิ๊ว ขวดเต้าเจี้ยววางอยู่ แต่ไม่เคยเอะใจว่ามีที่มาจากถั่วชนิดเดียวกันคือถั่วเหลือง 

ถั่วเหลืองเป็นอาหารที่มนุษย์ปลูกกินกันมานานกว่า 5,000 ปีแล้ว โดยสันนิษฐานว่าเริ่มปลูกในประเทศจีน ถั่วเหลืองได้รับฉายาว่าเป็น ‘ราชาแห่งถั่ว’ จากคุณประโยชน์มากมายทางโภชนาการ ทำอาหารนานาชนิด และนำไปแปรรูป ผลิตน้ำมันพืช อาหารสัตว์ ฯลฯ

วัยเด็กก็ไม่เคยเห็นถั่วเม็ดเหลือง ยังแปลกใจว่า ทำไมไม่เอาถั่วเหลืองมาต้มน้ำตาลกินเป็นของหวานเหมือนถั่วเขียว พอโตขึ้นมา เราก็คุ้นเคยกับอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองหลากหลายชนิดมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาช่วงกินเจ ถั่วเหลืองเอามาทำโปรตีนเกษตร ทำเนื้อเทียมได้อร่อยมากจริงๆ แถมยังเป็นพืชที่มีโปรตีนสูงรองจากเนื้อสัตว์ทีเดียว

แต่ก็ไม่เคยเห็นถั่วเหลืองเป็นเม็ดๆ ในเมนูอาหารเลย จนโตขึ้นมามีโอกาสปลูกข้าวอินทรีย์ และพอช่วงเก็บเกี่ยวข้าวผ่านไป เราปลูกถั่วเหลืองพันธุ์พื้นเมืองที่ปราศจาก GMO บนผืนนาเพิ่มแร่ธาตุไนโตรเจนในดินด้วยถั่วเหลือง เราปลูกตามธรรมชาติ ไม่ใส่ยาฆ่าวัชพืชใดๆ และจ้างชาวบ้านเก็บเมล็ดถั่วเหลือง เพื่อกระจายรายได้สู่คนท้องถิ่น ปลูกถั่วเหลืองจึงช่วยฟื้นฟูดินและได้อาหาร 

ชีวิตในต่างจังหวัด การทำอาหารพึ่งตัวเองเป็นสิ่งจำเป็น เราจึงเริ่มทดลองหัดทำน้ำนมถั่วเหลืองและเต้าหู้จากวัตถุดิบอยู่หลายครั้ง จนอยากแบ่งปันว่าไม่ยากอย่างที่คิด และเหมาะกับช่วงเวลา COVID-19 ที่ต้องสรรหาเมนูทำกินเอง

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

มาเริ่มกันเลยครับ

นอกจากถั่วเหลืองแล้ว อุปกรณ์คือ เครื่องปั่น ดีเกลือ พิมพ์เต้าหู้

1. นำถั่วเหลืองประมาณ 300 กรัมมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วแช่น้ำข้ามคืนทิ้งไว้ ประมาณ 8 ชั่วโมง ถั่วเหลืองจะบานขึ้นมาเกือบเท่าตัว

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

2. ล้างถั่วเหลืองให้สะอาด แล้วตักถั่วใส่เครื่องปั่น เติมน้ำ อัตราส่วน ถั่ว 1 ส่วน ต่อน้ำ 2.5 ส่วน ปั่นจนเหลวละเอียด เทใส่ผ้าขาวบางที่วางไว้เหนือกะละมังหรือหม้อ ให้น้ำถั่วเหลืองไหลออกมาจนหมด

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

3. รวบผ้าขาวบางขึ้นเป็นถุง (หรืออาจใช้แบบที่เย็บเป็นถุงสำเร็จก็ได้) แล้วบิดเกลียวเหมือนขันชะเนาะแน่นๆ เพื่อคั้นน้ำนมถั่วเหลืองออกมาให้ได้มากที่สุด เสร็จแล้วแยกกากออกไป เราเก็บกากถั่วเหลืองนี้ไว้ทำอาหารและขนมได้มากมายหลายสูตร

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

4. ปั่นเมล็ดและคั้นน้ำถั่วเหลืองเช่นนี้หลายๆ รอบจนถั่วหมด เสร็จแล้วนำเอาน้ำถั่วเหลืองที่คั้นมาต้มให้เดือด ควรใช้หม้อใบใหญ่ๆ เพราะฟองจะเดือดฟอดขึ้นมาล้นหม้อ ที่สำคัญ อย่าลืมหมั่นคนน้ำถั่วเหลืองขณะตั้งไฟ เพราะจะไหม้ก้นหม้อง่ายมาก 

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

พอเดือดก็ปิดไฟ แล้วช้อนฟองฟอดๆ ออกทิ้ง เราจะได้นมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้พร้อมดื่มได้เลย หรือนำมากรอกใส่ขวด ขวดควรฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำเดือดจัดก่อน และใส่ตู้เย็นดื่มได้หลายวัน

5. แต่สำหรับคนที่ต้องการทำเต้าหู้ ก่อนตั้งไฟเราก็เตรียมสารจับก้อนไว้ อันนี้เราใช้ดีเกลือ (Magnesium Sulphate) ซึ่งเป็น By Product จากการทำนาเกลือทะเล ละลายน้ำเตรียมไว้ สัดส่วนประมาณดีเกลือ 1 ช้อนชาต่อถั่วเหลือง 100 กรัม (สารจับก้อนอื่นๆ ที่นิยมใช้กันก็มีเจี๊ยะกอ (Magnesium Chloride) หรือกรดผลไม้ อาทิ น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก พอได้น้ำถั่วเหลืองร้อนๆ ก็เทน้ำดีเหลือคนให้ทั่วถึงอย่างรวดเร็ว เนื้อนมจะค่อยๆ จับตัวกัน แยกออกจากน้ำ

ข้อสังเกต : เมื่อมันจับก้อนแล้ว (Curdle) น้ำควรจะค่อนข้างใส ถ้ายังข้นขาวเป็นนมอยู่ แสดงว่าใส่ดีเกลือ / สารจับก้อนไม่พอ ใส่เพิ่มได้

สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
  1. เตรียมพิมพ์เต้าหู้ วางไว้บนถาด นำผ้าขาวบางมารองพิมพ์ ถ้าให้ดีผ้าควรจะเปียกหมาดๆ เพราะจะช่วยลอกออกมาได้ง่ายขึ้นทีหลัง แล้วก็เทเต้าหู้ที่จับตัวเป็นก้อนลงใส่พิมพ์ น้ำจะไหลซึมออกด้านล่าง นองอยู่บนถาด พับผ้าปิดเต้าหู้ ปิดฝาพิมพ์บนผ้า นำของหนักๆ มากดทับลงบนฝา ความหนักขึ้นอยู่กับว่าเราอยากได้เต้าหู้เนื้อแน่นแค่ไหน ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ลอกผ้าออกมา
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

แค่นี้ก็ได้เต้าหู้กินแล้ว

เพียงซอยขิง ซอยหอม เหยาะซีอิ๊วญี่ปุ่น เราจะได้อาหารโปรตีนแสนอร่อย หรือจะนำมาทอดไฟอ่อนๆ ก็จะได้เต้าหู้ผิวกรอบเนื้อในอ่อนนุ่ม

การทำเต้าหู้ ควรเลือกซื้อถั่วเหลืองพันธุ์พื้นเมืองที่ปราศจาก GMO ถั่วเหลือง GMO เป็นพืชที่ไม่มีอันตราย แต่เป็นพืชที่ตัดต่อพันธุกรรมเพื่อให้ทนต่อสารไกลโฟเสต ยาปราบวัชพืช แต่มันจะดูดซึมสารนี้เข้าไปในเนื้อของถั่วเหลืองเอง ทำให้สารพิษนี้ปนเปื้อนในอาหารของมนุษย์ และเกิดโรคต่างๆ ตามมา 

ถั่วเหลือง นอกจากมีโปรตีนแล้ว ยังอุดมด้วยเลซิทินและกรดแอมิโน รวมทั้งมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ไนอะซิน วิตามินบี 1 และบี 2 วิตามินเอและอี ซึ่งกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูก และบำรุงระบบประสาทในสมอง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ 

จึงไม่แปลกใจที่ถั่วเหลืองได้รับการขนานนามว่า ‘ราชาแห่งถั่ว’

สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

หากสนใจรายละเอียด เข้าชมได้ที่นี่

ตั้งแต่เป็นเด็ก แม่มักไปซื้อน้ำเต้าหู้หรือน้ำนมถั่วเหลืองมาให้กินเสมอๆ เช่นเดียวกับอาหารจานโปรดคือเต้าหู้ผัดถั่วงอก พอเข้าครัวทีไรก็เห็นขวดซีอิ๊ว ขวดเต้าเจี้ยววางอยู่ แต่ไม่เคยเอะใจว่ามีที่มาจากถั่วชนิดเดียวกันคือถั่วเหลือง 

ถั่วเหลืองเป็นอาหารที่มนุษย์ปลูกกินกันมานานกว่า 5,000 ปีแล้ว โดยสันนิษฐานว่าเริ่มปลูกในประเทศจีน ถั่วเหลืองได้รับฉายาว่าเป็น ‘ราชาแห่งถั่ว’ จากคุณประโยชน์มากมายทางโภชนาการ ทำอาหารนานาชนิด และนำไปแปรรูป ผลิตน้ำมันพืช อาหารสัตว์ ฯลฯ

วัยเด็กก็ไม่เคยเห็นถั่วเม็ดเหลือง ยังแปลกใจว่า ทำไมไม่เอาถั่วเหลืองมาต้มน้ำตาลกินเป็นของหวานเหมือนถั่วเขียว พอโตขึ้นมา เราก็คุ้นเคยกับอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองหลากหลายชนิดมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาช่วงกินเจ ถั่วเหลืองเอามาทำโปรตีนเกษตร ทำเนื้อเทียมได้อร่อยมากจริงๆ แถมยังเป็นพืชที่มีโปรตีนสูงรองจากเนื้อสัตว์ทีเดียว

แต่ก็ไม่เคยเห็นถั่วเหลืองเป็นเม็ดๆ ในเมนูอาหารเลย จนโตขึ้นมามีโอกาสปลูกข้าวอินทรีย์ และพอช่วงเก็บเกี่ยวข้าวผ่านไป เราปลูกถั่วเหลืองพันธุ์พื้นเมืองที่ปราศจาก GMO บนผืนนาเพิ่มแร่ธาตุไนโตรเจนในดินด้วยถั่วเหลือง เราปลูกตามธรรมชาติ ไม่ใส่ยาฆ่าวัชพืชใดๆ และจ้างชาวบ้านเก็บเมล็ดถั่วเหลือง เพื่อกระจายรายได้สู่คนท้องถิ่น ปลูกถั่วเหลืองจึงช่วยฟื้นฟูดินและได้อาหาร 

ชีวิตในต่างจังหวัด การทำอาหารพึ่งตัวเองเป็นสิ่งจำเป็น เราจึงเริ่มทดลองหัดทำน้ำนมถั่วเหลืองและเต้าหู้จากวัตถุดิบอยู่หลายครั้ง จนอยากแบ่งปันว่าไม่ยากอย่างที่คิด และเหมาะกับช่วงเวลา COVID-19 ที่ต้องสรรหาเมนูทำกินเอง

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

มาเริ่มกันเลยครับ

นอกจากถั่วเหลืองแล้ว อุปกรณ์คือ เครื่องปั่น ดีเกลือ พิมพ์เต้าหู้

1. นำถั่วเหลืองประมาณ 300 กรัมมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วแช่น้ำข้ามคืนทิ้งไว้ ประมาณ 8 ชั่วโมง ถั่วเหลืองจะบานขึ้นมาเกือบเท่าตัว

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

2. ล้างถั่วเหลืองให้สะอาด แล้วตักถั่วใส่เครื่องปั่น เติมน้ำ อัตราส่วน ถั่ว 1 ส่วน ต่อน้ำ 2.5 ส่วน ปั่นจนเหลวละเอียด เทใส่ผ้าขาวบางที่วางไว้เหนือกะละมังหรือหม้อ ให้น้ำถั่วเหลืองไหลออกมาจนหมด

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

3. รวบผ้าขาวบางขึ้นเป็นถุง (หรืออาจใช้แบบที่เย็บเป็นถุงสำเร็จก็ได้) แล้วบิดเกลียวเหมือนขันชะเนาะแน่นๆ เพื่อคั้นน้ำนมถั่วเหลืองออกมาให้ได้มากที่สุด เสร็จแล้วแยกกากออกไป เราเก็บกากถั่วเหลืองนี้ไว้ทำอาหารและขนมได้มากมายหลายสูตร

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

4. ปั่นเมล็ดและคั้นน้ำถั่วเหลืองเช่นนี้หลายๆ รอบจนถั่วหมด เสร็จแล้วนำเอาน้ำถั่วเหลืองที่คั้นมาต้มให้เดือด ควรใช้หม้อใบใหญ่ๆ เพราะฟองจะเดือดฟอดขึ้นมาล้นหม้อ ที่สำคัญ อย่าลืมหมั่นคนน้ำถั่วเหลืองขณะตั้งไฟ เพราะจะไหม้ก้นหม้อง่ายมาก 

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

พอเดือดก็ปิดไฟ แล้วช้อนฟองฟอดๆ ออกทิ้ง เราจะได้นมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้พร้อมดื่มได้เลย หรือนำมากรอกใส่ขวด ขวดควรฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำเดือดจัดก่อน และใส่ตู้เย็นดื่มได้หลายวัน

5. แต่สำหรับคนที่ต้องการทำเต้าหู้ ก่อนตั้งไฟเราก็เตรียมสารจับก้อนไว้ อันนี้เราใช้ดีเกลือ (Magnesium Sulphate) ซึ่งเป็น By Product จากการทำนาเกลือทะเล ละลายน้ำเตรียมไว้ สัดส่วนประมาณดีเกลือ 1 ช้อนชาต่อถั่วเหลือง 100 กรัม (สารจับก้อนอื่นๆ ที่นิยมใช้กันก็มีเจี๊ยะกอ (Magnesium Chloride) หรือกรดผลไม้ อาทิ น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก พอได้น้ำถั่วเหลืองร้อนๆ ก็เทน้ำดีเหลือคนให้ทั่วถึงอย่างรวดเร็ว เนื้อนมจะค่อยๆ จับตัวกัน แยกออกจากน้ำ

ข้อสังเกต : เมื่อมันจับก้อนแล้ว (Curdle) น้ำควรจะค่อนข้างใส ถ้ายังข้นขาวเป็นนมอยู่ แสดงว่าใส่ดีเกลือ / สารจับก้อนไม่พอ ใส่เพิ่มได้

สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
  1. เตรียมพิมพ์เต้าหู้ วางไว้บนถาด นำผ้าขาวบางมารองพิมพ์ ถ้าให้ดีผ้าควรจะเปียกหมาดๆ เพราะจะช่วยลอกออกมาได้ง่ายขึ้นทีหลัง แล้วก็เทเต้าหู้ที่จับตัวเป็นก้อนลงใส่พิมพ์ น้ำจะไหลซึมออกด้านล่าง นองอยู่บนถาด พับผ้าปิดเต้าหู้ ปิดฝาพิมพ์บนผ้า นำของหนักๆ มากดทับลงบนฝา ความหนักขึ้นอยู่กับว่าเราอยากได้เต้าหู้เนื้อแน่นแค่ไหน ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ลอกผ้าออกมา
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

แค่นี้ก็ได้เต้าหู้กินแล้ว

เพียงซอยขิง ซอยหอม เหยาะซีอิ๊วญี่ปุ่น เราจะได้อาหารโปรตีนแสนอร่อย หรือจะนำมาทอดไฟอ่อนๆ ก็จะได้เต้าหู้ผิวกรอบเนื้อในอ่อนนุ่ม

การทำเต้าหู้ ควรเลือกซื้อถั่วเหลืองพันธุ์พื้นเมืองที่ปราศจาก GMO ถั่วเหลือง GMO เป็นพืชที่ไม่มีอันตราย แต่เป็นพืชที่ตัดต่อพันธุกรรมเพื่อให้ทนต่อสารไกลโฟเสต ยาปราบวัชพืช แต่มันจะดูดซึมสารนี้เข้าไปในเนื้อของถั่วเหลืองเอง ทำให้สารพิษนี้ปนเปื้อนในอาหารของมนุษย์ และเกิดโรคต่างๆ ตามมา 

ถั่วเหลือง นอกจากมีโปรตีนแล้ว ยังอุดมด้วยเลซิทินและกรดแอมิโน รวมทั้งมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ไนอะซิน วิตามินบี 1 และบี 2 วิตามินเอและอี ซึ่งกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูก และบำรุงระบบประสาทในสมอง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ 

จึงไม่แปลกใจที่ถั่วเหลืองได้รับการขนานนามว่า ‘ราชาแห่งถั่ว’

สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

หากสนใจรายละเอียด เข้าชมได้ที่นี่

Writer & Photographer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load