17 กรกฎาคม 2562
16 K

เรานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเขา 

เขานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเรา

เขาสวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีขาว กางเกงทรงแปลกตาสีดำขลับ

เราสวมเสื้อยืดพอดีตัวสีขาว กางเกงยีนส์ทันสมัยสีดำสนิท

“เราเป็นเด็กบ้านนอก” เขาเปิดบทสนทนา

“เด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่มีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ประเทศสวีเดน มีโอกาสทำงานด้านออกแบบแฟชั่น 

“และมีโอกาสทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง”

นั่นแหละ เขา

โชค วันมาละ จากหนุ่มตำบลศรีดอนมูล เชียงราย สู่ดีไซเนอร์ที่เปิดแบรนด์ผ้าไทยในสวีเดน

โชค วันมาละ นักออกแบบแฟชั่น เจ้าของ Aspire by Choke แบรนด์เสื้อผ้าอันเดอร์กราวนด์แนวสตรีทแวร์ ที่พาช่างเย็บผ้าจากตำบลศรีดอนมูล จังหวัดเชียงราย และผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติจากภาคเหนือของประเทศไทย ไปทำความรู้จักกับเมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ผ่านเสื้อผ้าสีพื้นลวดลายแสนเรียบง่าย ทว่าเต็มไปด้วยเรื่องราวเบื้องหลัง 

Aspire by Choke

“คงเป็นเพราะพรหมลิขิตหรือเปล่า” เขาตั้งคำถามเจือเสียงหัวเราะ ราวกับไม่เชื่อว่าเป็น ‘เขา’ ที่ได้ไปอยู่ที่นั่น 

ดูเหมือนบทสนทนาเบื้องหลังกำลังจะเริ่มต้นขึ้นเบื้องหน้า หลังจากเขาขยายความประโยคแรก

“พรหมลิขิตหรือเปล่าที่ทำให้เราได้ไปอยู่ตรงนั้น เราเคยยากจนมาก พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เรียนจบแค่ป.6 พอดีคุณพ่ออุปถัมภ์เขามาเจอเรา เขาเห็นว่าเราอยู่แบบนี้ไม่ได้หรอก เลยรับเราไปอยู่ด้วยกันที่ประเทศสวีเดน”

1

คุณค้นพบตัวเองตอนไหนว่าอยากจะเป็นอะไร

สำหรับโชค เสรีภาพทำให้เขาค้นพบตัวเองตั้งแต่เรียนระดับมัธยมศึกษา 

“ตอนเช้าเราตื่นขึ้นมา เปิดตู้เสื้อผ้า เราอยากแต่งตัวแบบไหนก็ใส่เสื้อผ้าแบบนั้นแล้วไปโรงเรียนแบบ Cool cool เพราะโรงเรียนเขาไม่สนใจว่าคุณต้องผมสั้น เขาไม่สนใจว่าคุณต้องใส่เครื่องแบบนักเรียน แต่เขาให้อิสระในการเป็นตัวเรา เสรีภาพเลยไม่ใช่แค่การเดินไปไหน-มาไหนก็ได้

“เราเลยค้นพบตัวเองว่าอยากเป็น ‘ดีไซเนอร์’ ตั้งแต่ตอนนั้น” เขาเล่าด้วยแววตาเป็นประกาย

โชค วันมาละ จากหนุ่มตำบลศรีดอนมูล เชียงราย สู่ดีไซเนอร์ที่เปิดแบรนด์ผ้าไทยในสวีเดน

 จากเด็กมัธยมปลายกลายเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เขาเจอกลุ่มเพื่อนคอเดียวกัน เมื่อบวกกับความชอบศิลปะเป็นทุนเดิม ยิ่งตอกย้ำความอยากเป็นนักออกแบบของเขา จนต้องหอบคำถามสำคัญกลับบ้านไปถามคุณพ่อ

“อยากเป็นดีไซเนอร์ต้องทำยังไง” – เขาเตรียมตัวเข้าจุดสตาร์ท 

“คุณพ่อบอกให้เราไปศูนย์แนะแนว” – คำตอบของคุณพ่อเป็นเหมือนสัญญาณนกหวีดจากกรรมการ 

“ศูนย์ฯ แนะนำให้เราไปเก็บความรู้ตรงนู้นตรงนี้ เราศึกษานานเกือบ 10 ปี จนครบหลักสูตรวิชาตามรัฐกำหนด ถึงจะเปิดบริษัทเป็นของตัวเองได้ เราพยายามหนักมาก จนวันหนึ่งเรามาถึงจุดนี้” – เสมือนนักวิ่งที่มุ่งสู่เป้าหมาย ฝีเท้าของเขาแทบไม่ติดพื้น จนเขาทำได้ เสียงเฮลั่นขอบสนาม

2

โชคมีความเป็นตัวเองค่อนข้างสูง เขาจึงไม่เลือกเป็นดีไซเนอร์ให้กับบริษัทอื่น แต่กลับสร้างแบรนด์ขึ้นมาแทน

“เราทำงานเป็นทีมได้ แต่มันใช้พลังงานมากและเรารู้สึกไม่เป็นตัวเอง ประกอบกับเรามีอุดมการณ์ 

“เรามาจากเด็กบ้านนอก เราเข้าใจดีว่าคนบ้านนอกเขาขาดอะไรบ้างและเขาต้องการอะไรบ้าง เราเห็นแล้วว่าเขามักย้ายถิ่นฐานด้วยความจำเป็นเพราะไม่มีงานทำ ชีวิตลำบาก ถ้าในประเทศไทยจะย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ หรือแหล่งท่องเที่ยวอย่างหัวหิน พัทยา ภูเก็ต ถ้าพื้นที่ใหญ่ขึ้นระดับโลก เขาก็ย้ายข้ามประเทศกัน เลยเกิดปัญหาการแย่งงาน แย่งที่อยู่อาศัย ค่าแรงไม่เป็นธรรม

โชค วันมาละ จากหนุ่มตำบลศรีดอนมูล เชียงราย สู่ดีไซเนอร์ที่เปิดแบรนด์ผ้าไทยในสวีเดน

“เราเคยผ่านมาก่อน การย้านถิ่นฐานทำให้คน Racist ทำให้คนไม่รักกัน เราเลยทำแบรนด์เสื้อผ้าขึ้นมาเพื่อตอบสนองอุดมการณ์และมีจุดประสงค์เพื่อลดการย้ายถิ่นฐานโดยเราสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับเขา ให้เขาประกอบอาชีพในบ้านเกิดของตัวเองได้อย่างเสรี”

โดยโชคเข้าไปทำงานกับกลุ่มชาวบ้านตำบลศรีดอนมูล จังหวัดเชียงราย ถ้าถามว่าทำไมต้องเจาะจงศรีดอนมูล เพราะเขามาจากที่นั่น

“เราให้ชาวบ้านศรีดอนมูลเย็บผ้า เขาทำได้ทุกอย่างเลย แต่ต้องใช้เวลามากหน่อย เพราะเขาไม่เคยเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นมาก่อน แล้วแพทเทิร์นของเราก็ไม่ง่าย เขาเก่งกันมากนะ เราดีใจกับเขามาก” โชคเล่าด้วยน้ำเสียงเป็นปลื้ม

3

เสื้อผ้าแนวสตรีทแวร์ เรียบง่าย แต่มีสไตล์ของชายหนุ่มมีอุดมการณ์ เริ่มต้นจากศูนย์ เขาไม่รู้แม้กระทั่งว่าต้องซื้อผ้าจากแหล่งไหน ต้องติดต่อกับใคร แต่ด้วยใจรัก เขาพยายามทุกทาง จนมีคอลเลกชันแรกอวดสายตาชาวสวีเดน

Aspire by Choke
Aspire by Choke

เขายังไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง จำต้องไปออกงานตามแฟชั่นแฟร์ เพื่อให้บายเออร์กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียมาซื้อเสื้อผ้าจากเขาไปจำหน่ายและตีตราแบรนด์ของพวกเขาเอง แน่นอนโชคขายดิบขายดี แต่ตามมาด้วยปัญหา

ไม่ว่าจะขนาดของเสื้อผ้าเล็กไป จับฐานลูกค้าผิดกลุ่ม จากกลุ่มวัยรุ่นสดใส กลายเป็นคนทำงานอายุ 20 ตอนปลายถึงอายุ 60 ปี เพราะด้วยราคา ทำให้วัยรุ่นสตอกโฮล์มเลือกช้อปเสื้อผ้ามือสองมากกว่าจะเดินมาซื้อเสื้อผ้าของโชค “ตอนนั้นเราท้อแล้ว มีแต่ลูกค้าเดิม ไม่มีกำไร คงไปต่อไม่ได้แล้ว เสื้อผ้าของเรามีแต่ Buyer มาซื้อไปขายร้านเขาเอง ช่วงนั้นเราไม่กินข้าวกินน้ำเลยนะ จนครอบครัวเห็นแล้วเขาเป็นห่วง เช้าวันรุ่งขึ้นคุณพ่อมาปลุกเราขึ้นรถ แล้วพาไปดูหน้าร้าน มันมีอยู่ 2 สถานที่ เราตัดสินใจเลือกอีกสถานที่หนึ่ง บทจะง่ายก็ง่าย เหมือนของมันจะเป็นของเราอยู่แล้ว

โชค วันมาละ จากหนุ่มตำบลศรีดอนมูล เชียงราย สู่ดีไซเนอร์ที่เปิดแบรนด์ผ้าไทยในสวีเดน

“หลังจากทำเรื่องกู้เงินสำหรับทำร้านผ่าน เราเซอร์ไพรส์เหมือนกัน จากไม่ค่อยมั่นใจก็กลายเป็นอีมั่นขึ้นมา” แม้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่ด้วยปัญหาและความต้องการของลูกค้าทำให้โชคกลายเป็นตัวจริง พร้อมลงสนามอีกครั้ง

4

วัฒนธรรมล้านนา วัฒนธรรมเอเชีย วัฒนธรรมสแกนดิเนเวีย เป็นข้อได้เปรียบของดีไซน์เนอร์วัฒนธรรมผสมอย่างโชค เพราะเขาทำเสื้อผ้าออกมาได้หลากหลายรูปแบบ จากการซึบซับทั้งสามวัฒนธรรมมาเป็นเวลานาน

“วัฒนธรรม เราต้องอยู่กับเขา แล้วจะซึบซับและหล่อหลอมให้เราเป็นเรา แล้วมันก็ตอบโจทย์กับงานที่เราทำอยู่ กลายมาเป็นงานออกแบบเสื้อผ้า บางทีดูคล้ายสแกนดิเนเวียน มองอีกทีเหมือนเอเชียน น่าสนใจนะ เราดึงวัฒนธรรมออกใช้ประโยชน์ได้มากมาย แต่สำคัญเลย วัฒนธรรมต้องพัฒนาและก้าวให้ทันกับยุคสมัย” เขาอธิบายอย่างออกรสชาติ

คุณเอาทั้งสามวัฒนธรรมมาออกแบบเป็นเสื้อผ้าได้อย่างไร เราถามต่อด้วยความสงสัยคิ้วขมวด

Aspire by Choke

“ตอนเราเป็นเด็ก ยุค 90 ทีวีเมืองไทยมีการ์ตูนจากประเทศญี่ปุ่นเยอะมาก เราชอบดูนินจา ส่วนหนังจีนเราก็ชอบ พอมาออกแบบเสื้อผ้าเราเลยหยิบกลิ่นอายตรงนั้นมาผสมเข้าไป อย่างกางเกงเป็นทรงล้านนา เสื้อเป็นทรงกิโมโนในแบบของแบรนด์เราเอง

“เสื้อผ้าของเราส่วนใหญ่จะต้องสวมเป็นเลเยอร์ ก็มาจากหนังจีนโปเยโปโลเย เสื้อผ้าเขาสวย มีเสื้อด้านใน มีเสื้อด้านนนอก ทำให้เราค้นพบว่าการแต่งกายแบบมีเลเยอร์เก๋กว่าการใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์แบบธรรมดา

“ส่วนสแกนดิเนเวียน เน้นความเรียบง่าย แต่มีสไตล์ คนสตอกโฮล์มแต่งตัวเก่งมาก เวลาเราเดินตามท้องถนน จะเห็นคนแต่งตัวด้วยสตรีทแวร์เยอะมาก อาจเป็นเพราะเขามีเสรีภาพ เขาเลยกลายเป็นคนที่มีตัวตน มีสไตล์เป็นของตัวเอง เขารู้ว่าเขาชอบอะไร เขาซื้อ การแต่งกายจึงเป็นเหมือนการบอกเล่าตัวตนของเขา

Aspire by Choke
Aspire by Choke

“ถ้าเป็นเรา คนจะไม่ถามว่าทำงานอะไร บางคนเขารู้เองจากเสื้อผ้าที่เราใส่ออกไป ความเป็นตัวตนของเราได้บ่งบอกอาชีพเราไปหมดแล้ว ก็วกกลับมาเสรีภาพอีก” เขาอมยิ้มก่อนจะพูดต่อ “เสรีภาพทำให้เราค้นพบตัวเอง นี่แหละฉัน!”

5

ก่อนจะออกคอลเลกชัน เขาหาแรงบันดาลใจด้วยการนั่งร้านกาแฟ เดินเข้ามิวเซียม มองสีเสื้อคนนั้นที ทรงกางเกงคนนู้นที แถมยกกล้องขึ้นมาถ่ายเพื่อบันทึกเป็นแนวทางในการออกแบบและต่อยอดเสื้อผ้าของเขาเองด้วย  

“การท่องเที่ยวสำคัญนะ” 

สำคัญอย่างไร

“เราได้เห็นคนท้องถิ่นแต่ละประเทศ เขาแต่งตัวยังไง สไตล์เขาเป็นแบบไหน ถ้าได้ไปร้านกาแฟเราจะนั่งริมหน้าต่างทั้งวันเลย คอยมองคนแต่งตัวเก๋ ถ้าชอบเราก็กดถ่าย เราพกกล้องติดตัวตลอด มันมีส่วนทำให้เราได้เห็นการมิกซ์เสื้อผ้า ความละเอียดของการตัดเย็บ

“บางทีความไม่เข้ากันแต่เข้ากันของสี สีนั้นกับสีนี้จับคู่กันแล้วสวย เราไม่ได้ไปลอกเขา มันเป็นแนวทางการออกแบบของเรามากกว่า บางทีกางเกงขาเต่อเขาทำแล้วสวย ถ้าเป็นแบรนด์เราจะทำออกมายังไง”

เขาเฉลยหมดเปลือก แม้กระทั่งขั้นตอนการจับคู่สี โชคจะเอาสีที่เขาต้องการจะมิกซ์ไปแมตช์กับสารพัดสีที่เขามี เทียบแล้วเทียบอีก เพราะเขาคิดแทนลูกค้าเรียบร้อย

“สมมติลูกค้าเปิดตู้เสื้อผ้า อยากใส่กางเกงสีดำ ก็ต้องเอาสีดำไปเทียบกับสีเสื้อว่าสีไหนจะเข้ากัน แต่ถ้าคุณเดินเข้า Aspire by Choke เขาจะแนะนำคุณได้อย่างละเอียดยิบว่ากางเกงสีดำควรจะสวมกับเสื้อสีไหน”

Aspire by Choke

ทำไมคุณถึงสนุกกับมันได้มากมายขนาดนี้ เราถาม 

เพราะแววตาเขาส่องประกายทุกครั้งเวลาบทสนทนาดำเนินไปถึงเรื่องแฟชั่น

“เราคิดว่าความอยาก เป็นเพราะแพสชัน เรากระหายอยากจะทำตลอดเวลา” 

สีหน้าและน้ำเสียงของเขาแสดงถึงความกระหายจนเราเชื่อสนิทใจ

“เราจะไม่มีวันเหนื่อย ถ้าได้ทำในสิ่งที่รัก เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าปราศจากความรักเราคงทำต่อมาถึง 5 ปีไม่ได้”

6

Aspire by Choke

คอลเลกชันล่าสุด ด้วยสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) เขาเล็งเห็นปัญหา เลยอยากชวนคนสตอกโฮล์มมาเห็นปัญหาด้วยกัน เจ้าของแบรนด์จึงเลือกผ้าทอมือจากจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผ้าฝ้ายผสมกับลินินสีจากธรรมชาติบ้าง เป็นผ้าฝ้ายผสมใยกัญชงบ้าง

“ถ้าต้องมีสีเขาเลือกย้อมด้วยครามสีสวย เพื่อหลีกเลี่ยงและลดการใช้สารเคมีให้ได้มากที่สุด มาทำเป็นกางเกงทรงเก๋ เสื้อคลุมกิโมโนย้อมครามสีน้ำเงินตุ่นใส่ได้ทั้งชายและหญิง เราชอบมากต้องยกให้เสื้อและกางเกงลายทางเข้าชุด ซื้อครบลุคทั้งกางเกงและเสื้อ เอาไปมิกซ์แอนด์แมชต์ได้อีกหลายแบบแน่นอน คุ้มค่า!

7

เรายังคงนั่งตรงข้ามกับเขา 

เขายังคงนั่งตรงข้ามกับเรา

เขาสวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีขาว กางเกงทรงแปลกตาสีดำขลับ

เราสวมเสื้อยืดพอดีตัวสีขาว กางเกงยีนส์ทันสมัยสีดำสนิท

“เป็นเพราะพรหมลิขิตทำให้เราได้มาอยู่สวีเดน เรารู้สึกว่าโลกเรากว้างขึ้น เราเห็นมากกว่าคนอื่น เราเรียนรู้ชีวิต เราเคยผ่านความยากลำบากมาแล้ว เราผ่านทุกอย่างมาจนเรา Strong เราไม่เคยกลัวถ้าจะต้องกลับไปยืนตรงจุดเดิม เพราะประสบการณ์สอนให้เราแข็งแกร่ง เราภูมิใจในความเป็นตัวเรามากและไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อยใดในชีวิต”

ก่อนจบบทสนทนาเขาย้ำจุดประสงค์ของ Aspire by Choke อีกครั้ง   

โชค วันมาละ จากหนุ่มตำบลศรีดอนมูล เชียงราย สู่ดีไซเนอร์ที่เปิดแบรนด์ผ้าไทยในสวีเดน

“อนาคตเรามีแนวโน้มจะขยายวงกว้างไปไกลกว่าศรีดอนมูล ตอนนี้เรายังช่วยคนได้น้อย เราอยากช่วยคนได้มากขึ้น อยากให้เขามีรายได้มั่นคง พ่อแม่ได้ตื่นขึ้นมาเห็นหน้าลูก ได้อยู่กันพร้อมหน้าครอบครัว มีเงินส่งลูกเรียนโรงเรียนดีๆ

“การได้ทำตามอุดมการณ์ของตัวเอง สำคัญที่สุด คนที่ไม่มีอุดมการณ์คือคนตายไปแล้ว” 

นั้นแหละ เขา

โชค วันมาละ

Aspire by Choke 

Götgatan 31, 116 21 Stockholm, Sweden

Website: aspirebychoke.com

Facebook: Aspire by Choke

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ไม่นานมานี้ทาง รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าสุด CB150R ซึ่งเป็นรถรุ่นใหม่เอี่ยมที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก นอกจากรูปลักษณ์ที่ดูดีเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ยุโรปแล้ว มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ยังออกแบบโดยคนไทยที่เดินทางไปดูแลโปรเจกต์นี้ที่ญี่ปุ่น 1 ปีเต็ม

นับเป็นเรื่องน่ายินดี แล้วอีกเรื่องที่น่ายินดีย้อนหลังก็คือ มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเกือบทุกรุ่นที่ใช้งานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ล้วนออกแบบโดยคนไทย และรถส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้ก็ผลิตในประเทศไทย

แล้วพวกเขาไปออกแบบรถมอเตอร์ไซค์ให้ชาวโลกใช้กันได้อย่างไร

ผมเดินทางมายังซอยเล็ก ๆ แถวสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากแลกบัตรผ่านประตูเข้ามาในตึกสำนักงานใหญ่โต ก็เห็นมอเตอร์ไซค์มากมายที่จอดอยู่ตรงโถง พร้อม ๆ กับป้ายโลโก้ปีกสีแดงขนาดใหญ่ ที่นี่คือ Honda RESEARCH & DEVELOPMENT SOUTHEAST ASIA ผมมาพบกับ คุณพีช-ณัฐพัชร์ จรรยาพาณิชย์ ผู้ออกแบบมอเตอร์ไซค์รุ่น CB150R คนที่ทำงานออกแบบรถมอเตอร์ไซค์ทันทีตั้งแต่เรียนจบ

และเรียนจบด้วยการทำวิทยานิพนธ์ออกแบบมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเขาได้เกรด D

Honda CB150R

มอเตอร์ไซค์

มีวันนี้เพราะของเล่นให้

ครอบครัวของพีชอยากให้เขาเป็นเภสัชกร แต่เขาก็ตัดสินใจเลือกเรียนสาขาวิชาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ส่วนหนึ่งก็เพราะชีวิตวัยเด็กของเขาเติบโตมากับการวาดรูปและสะสมโมเดลรถเด็กเล่น พอโตขึ้นมาอีกนิดก็ติดตามซื้อนิตยสารรถยนต์

“ผมชอบรถยนต์จากเส้นสายและผิวพรรณของรถแต่ละคัน ตอนเด็ก ๆ ไม่เข้าใจหรอกว่าความสวยคืออะไร รู้แค่เราชอบคันนี้ แต่อธิบายคนอื่นไม่ได้ว่าทำไมถึงชอบ คันนี้สวยยังไง ทำให้เรายิ่งสนใจขึ้นไปอีก แล้วก็เริ่มวาดรูปรถ พอรู้ว่ามีนักออกแบบวาดแบบรถพวกนี้ขึ้นมาแล้วส่งต่อให้วิศวกรไปทำให้เป็นรถจริง ๆ ผมก็ขัดใจพ่อแม่เลือกเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ หลัก ๆ เพราะชอบวาดรูป พอรู้ว่าคณะนี้สอนออกแบบยานยนต์โดยอาจารย์ที่จบด้านนี้จากอังกฤษ ก็ตั้งเป้าว่าต้องเรียนออกแบบยานยนต์ให้ได้ ผมเลยตั้งใจเรียนและมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองเต็มที่” พีชย้อนเล่าที่มาของความสนใจ

ล้มบ้างก็ได้

เมื่อถึงช่วงที่ต้องทำโปรเจกต์เพื่อจบการศึกษา พีชเริ่มเปลี่ยนความสนใจจากการออกแบบรถยนต์มาเป็นรถจักรยานยนต์แทน ส่วนหนึ่งเพราะเคยมีคนออกแบบรถยนต์เป็นโปรเจกต์จบแล้วหลายคน และเขามองว่า การออกแบบมอเตอร์ไซค์ท้าทายกว่า

“รถยนต์มีเหล็กมาคลุมทุกชิ้นส่วน เหลือแค่ล้อที่พ้นตัวถังออกมา เราออกแบบเหล็กที่คลุมทุกอย่างนั้นไว้ให้สวยงาม ออกแบบยังไงก็ได้ ส่วนมอเตอร์ไซค์ไม่ได้มีแค่บอดี้อย่างเดียว แต่มีเรื่องเครื่องยนต์กลไกที่ไม่ได้ถูกครอบไปทั้งหมด มีถังน้ำมัน เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ตัวครีบระบายความร้อน หรือท่อต่าง ๆ ล้วนต้องการการออกแบบให้ดูเรียบร้อยและสวยงาม เลยท้าทายกว่า”

พีช-นันท์นภัส จรรยาพาณิชย์

“ผมทำวิทยานิพนธ์เรื่องการออกแบบมอเตอร์ไซค์ที่มีกลิ่นอายของรถสปอร์ต ปรากฏว่าได้เกรด D โคตรห่วยแตกเลยครับ” พีชเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ “แต่ผมไม่ได้เข็ดหรือแหยงเลย เพราะผมชอบและหลงใหลการออกแบบมอเตอร์ไซค์มาก ๆ การที่ได้เกรดไม่ดีจากงานที่เรียนแค่ชิ้นเดียวมันวัดผลทุกอย่างเกี่ยวกับเราไม่ได้ ผมเชื่อเรื่องการเรียนรู้ ถ้าเรามีประสบการณ์มากกว่านี้ก็จะทำออกมาได้ดีกว่านี้ แค่นั้นล่ะครับ”

หลังจากส่งวิทยานิพนธ์ เขาก็รู้ว่าฮอนด้า R&D (RESEARCH & DEVELOPMENT) เปิดรับนักออกแบบ เลยลองสมัคร ปรากฏว่าได้งาน เลยเริ่มทำงานที่ฮอนด้าตั้งแต่ตอนนั้น

ขี่แล้วภาคภูมิใจ รถคนไทยออกแบบเอง

เรา-ในที่นี้หมายถึงคนไทย ออกแบบมอเตอร์ไซค์กันเอง รวมไปถึงผลิตใช้เองมานานแล้ว แล้วก็ยังออกแบบให้เพื่อนบ้านของเราใช้ด้วย

ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่มีสภาพถนน เศรษฐกิจ ผังเมือง รวมไปจนถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิตไม่ต่างกันมาก และมีความต้องการใช้มอเตอร์ไซค์มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก การให้คนญี่ปุ่นที่ขึ้นรถไฟไปทำงานมาออกแบบมอเตอร์ไซค์ให้คนไทยใช้ คงเข้าไม่ถึงความต้องการของคนไทยแน่ ๆ ค่ายมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่อย่างฮอนด้าจึงตั้งบริษัท Honda R&D Southeast Asia Co.,Ltd. ขึ้นมาเพื่อพัฒนามอเตอร์ไซค์ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในภูมิภาคนี้

“ตอนแรกผมเข้าใจว่าหลัก ๆ คนญี่ปุ่นคงออกแบบเป็นหลัก แล้วให้คนไทยช่วยบ้าง แต่ได้มาทำถึงรู้ว่า ทางญี่ปุ่นให้คนไทยออกแบบมอเตอร์ไซค์แทบทั้งคัน เขาเชื่อมือทีมดีไซเนอร์ไทยมากเลยให้ดูแลตลาดในแถบละแวกนี้ด้วยทั้งหมด”

พีช-นันท์นภัส จรรยาพาณิชย์

ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ

ภารกิจของ Honda R&D Southeast Asia คือการออกแบบมอเตอร์ไซค์ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด ส่วนที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การออกแบบหรือการผลิต แต่เป็นการทำความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานจริงๆ ทีมงานจึงต้องลงพื้นที่ไปสำรวจความต้องการของผู้ใช้ว่าคนในเมืองขี่รถไปทำอะไร คนนอกเมืองใช้รถทำอะไร แล้วก็วิเคราะห์ออกมาเป็นรูปธรรมหรือฟังก์ชัน เช่น ช่องเก็บของที่ใหญ่พอจะวางหมวกกันน็อกลงไปได้เพื่อป้องกันหมวกหาย จากนั้นก็นำไปสู่กระบวนการออกแบบรถ แม้จะศึกษามาเป็นอย่างดี แต่บางทีก็มีสิ่งที่คาดไม่ถึงเหมือนกัน

“มอเตอร์ไซค์รุ่นเล็ก ๆ ในบ้านเรามี 2 ระบบคือ เปลี่ยนเกียร์เองหรือแมนวล กับเกียร์ออโต้ เราคิดว่ากลุ่มผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์เพื่อส่งของซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ ใช้เวลาบนรถนานต้องชอบเกียร์ออโต้แน่ ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าทุกคนชอบเกียร์ธรรมดามากกว่า เพราะรถเกียร์ออโต้พอเตะขาตั้งลงแล้วเครื่องจะดับ แต่พวกเขาชอบจอดติดเครื่องไว้ ส่งของ เสร็จก็ขี่ต่อได้เลย นี่เป็นประเด็นสำคัญสำหรับนักออกแบบ บางอย่างที่เราคิดกลับไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้”

แต่งทุกอย่างให้เธอแล้ว

“จุดเด่นของบ้านเราน่าจะเป็นเรื่องการแต่งรถครับ”

พีชเล่าถึงความต้องการพิเศษของผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ในประเทศไทย

“เราแต่งรถโดยไม่สนใจราคารถเลย ซื้อมาสามสี่หมื่นบาท แต่งกันจนไปจบที่ห้าหรือหกหมื่นบาท เพราะผู้ใช้ต้องการความโดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่นเวลาอยู่บนถนน ผมมองเป็นข้อดีนะครับ ทางญี่ปุ่นเห็นว่าเรามีความคิดสร้างสรรค์และรสนิยมมากกว่าชาติอื่น ๆ แถวนี้ สิ่งนี้ส่งผลต่อการออกแบบเยอะเหมือนกัน เราต้องออกแบบรถให้พอดี ๆ สวยโดดเด่น แต่ยังให้คนที่ซื้อจินตนาการต่อได้ว่าจะแต่งรถยังไงได้อีก เป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์ผู้ใช้อีกแบบหนึ่ง”

อาวุธของนักออกแบบคือการสังเกต

พีชเล่าถึงขั้นตอนการออกแบบมอเตอร์ไซค์หนึ่งคันตั้งแต่ต้นจนจบว่า หลังจากได้ข้อมูลจากการรีเสิร์ชและสำรวจตลาดมาแล้ว จะมีการประชุมเพื่อสรุปเรื่องสไตล์รถให้เหล่าดีไซเนอร์ลงมือสเกตช์รูปรถมอเตอร์ไซค์ออกมา พอวาดได้จำนวนหนึ่งแล้วจะนำเอาแบบทั้งหมดแปะบนผนังให้ดีไซเนอร์แต่ละคนโหวตแบบที่ชอบ แบบที่ได้คะแนนน้อยที่สุดจะถูกหยิบลงทีละใบ ๆ จนสุดท้ายได้แบบที่ทุกคนในทีมชอบ จะนำแบบนั้นไปพัฒนาต่อจนเสร็จ แล้วส่งให้ทีมเคลย์โมเดลลิ่งปั้นขึ้นรูปรถมอเตอร์ไซค์จากดินที่เอาไว้ขึ้นแบบยานยนต์โดยเฉพาะ

จากนั้นดีไซเนอร์จะมาตรวจโมเดลดินนี้ ถ้าผ่านก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการเอากล้องสามมิติมาถ่ายโมเดลเพื่อแปลงเป็นไฟล์ในคอมพิวเตอร์ แล้วส่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายในบริษัทต่อไป

ผมเข้าใจมาตลอดว่าเหล่าดีไซเนอร์คงใช้โปรแกรมสามมิติหรือโปรแกรมเขียนแบบเพื่อเขียนดรอว์อิ้งยาก ๆ แต่พีชตอบว่าโปรแกรมที่เขาใช้ในการออกแบบคือโปรแกรมที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดีอย่าง Photoshop แถมบางครั้งก็ใช้วิธีวาดบนกระดาษ

พีช-นันท์นภัส จรรยาพาณิชย์ สเกตช์

พีชกลัวผมไม่เชื่อ เลยหยิบกระดาษมาวาดให้ดูต่อหน้า ระหว่างที่นักออกแบบกำลังวุ่นกับการวาดรถ ผมถามเขาถึงหัวใจของการออกแบบมอเตอร์ไซค์

“สิ่งที่ยากที่สุดคือ การศึกษาเทรนด์ให้ชัดเจน เพื่อออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้ได้ ผมมักจะเข้าไปเป็นสมาชิกในกลุ่ม Facebook ของผู้ใช้มอเตอร์ไซค์รุ่นต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ จะได้เห็นว่าคนแต่งรถกันแบบไหน สังเกตมาก ๆ ก็จะพอเห็นแนวโน้มในการแต่งรถช่วงนั้น ๆ

“ตอนเริ่มออกแบบรุ่น CB150R เมื่อ 2 ปีก่อน เราเริ่มเห็นว่าการแต่งรถจะเป็นไปในแนวที่ทำให้รถดูมินิมอลขึ้น เปิดโครงสร้างที่ติดบังพาร์ทต่าง ๆ ออกให้เห็นถังน้ำมัน เครื่องยนต์ หม้อน้ำ อย่างชัดเจน การแต่งรถเหล่านี้คือการแต่งสไตล์ที่เรียกว่า Cafe เรามั่นใจว่ารถสไตล์นี้ต้องมาแน่ ๆ เลยออกแบบให้ออกมาสอดคล้องกับเทรนด์ที่เราคาดการณ์ไว้”

สเกตช์

รถรุ่นที่ไม่เคยมีมาก่อน

“การออกแบบรถรุ่น CB150R ทีมดีไซน์ได้รับบรีฟว่าอยากให้ออกแบบรถรุ่นใหม่สำหรับตลาดภูมิภาคนี้ โดยมีประเทศไทยเป็นตลาดหลัก และเปิดตัวเป็นที่แรก ให้มองถึงผู้ใช้ที่มีรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่อยู่แล้ว แต่ต้องการหารถเล็กอีกสักคันเพื่อใช้ในเมือง ทีมดีไซน์เลยโฟกัสขอบเขตการออกแบบให้เป็นรถที่มีขนาดเล็กลง เพื่อความคล่องตัวในการใช้งานในเมือง ซอกแซกเข้าช่องเล็กช่องน้อย เบาะที่นั่งซึ่งปกตินั่งได้ 2 คนก็หดลงมาเหลือแค่คนขับเป็นหลัก แต่ถึงรถจะมีขนาดเล็กลงแต่ก็ยังมีประสิทธิภาพที่ดีอยู่ เพราะเราอยากให้ผู้ใช้ขี่รถคันนี้ด้วยความสนุก คีย์เวิร์ดที่เราใช้ออกแบบคือคำว่า Modern Café

คำว่า Café ในที่นี้คือรถมอเตอร์ไซค์แบบ Naked หรือเปลือยในช่วงยุค 60 มีจุดเริ่มต้นจากประเทศอังกฤษ ยุคนั้นอังกฤษได้รับอิทธิพลจากวงร็อกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น The Rolling Stones, Pink Floyd, Bob Dylan (บ้านเราคือยุคโก๋หลังวัง) อิทธิพลของเพลงร็อกก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของแฟชั่นเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงความขบถ ความห้าว และชีวิตอิสระเสรี การแข่งขันมอเตอร์ไซค์เลยเริ่มต้นจากจุดนั้น จุดรวมตัวของเหล่านักแข่งคือคาเฟ่ต่าง ๆ มีการหยอดเหรียญเปิดเพลงร็อกที่ชอบจากตู้เพลงก่อนเริ่มแข่งขัน ผู้ชนะคือคนที่กลับมาถึงคาเฟ่ก่อนเพลงจบ หรือบางทีก็มีเส้นชัยเป็นคาเฟ่อีกที่หนึ่งแทน

“ตัวมอเตอร์ไซค์ Café เป็นการเอามอเตอร์ไซค์ที่มีในยุคนั้นมาดัดแปลงเพื่อเอามาแข่งขันบนถนนจริง ๆ มีคาแรกเตอร์รวม ๆ คือ ไฟหน้าเป็นดวงกลม ๆ แฮนด์ต่ำเพื่อให้ควบคุมรถได้ดีขึ้น ถังน้ำมันที่เว้ารับเข่าช่วยให้กระชับในการขี่ เอาพาร์ทอุปกรณ์ที่ติดรถซึ่งไม่จำเป็นออกเพื่อลดน้ำหนักลง ด้านหลังรถก็สั้นขึ้น บางคนก็เอาฝากลม ๆ ที่เรียกว่าตูดมดมาครอบด้านหลังสุดไว้ ผมเอาคอนเซปต์นี้มาทำใหม่เป็น Modern Café รูปทรงและชิ้นส่วนของพาร์ตต่าง ๆ ยังคงมีกลิ่นอายแบบรถวินเทจ แต่ใส่เทคโนโลยีใหม่เข้าไปให้เข้ายุคเข้าสมัยมากขึ้น รวมถึงออกแบบโดยคำนึงถึงสรีระของคนไทยเป็นหลักด้วย”

Honda CB150R Honda CB150R

เลือกฉันอย่าหลงไปเลือกใคร

หลังจากที่ทีมดีไซเนอร์ลองสเกตช์รถรุ่นนี้หลายสิบรูป ผ่านการถกเถียงและวิจารณ์หลายที แบบที่ได้คะแนนสูงสุดคือแบบที่พีชเป็นคนวาด เขาจึงได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพัฒนาโปรเจกต์ต่อจนจบ พีชเดาเหตุผลที่คนส่วนใหญ่เลือกแบบของเขาว่า “คงเพราะตรงกับโจทย์ที่ได้รับมา ผมเห็นเทรนด์การแต่งรถสไตล์นี้มานานแล้ว เห็นมามาก ก็เลยรู้ว่าคนที่ชอบรถสไตล์นี้เขาชอบอะไรกันมั่ง ผมก็ออกแบบไปในทิศทางแบบนั้น พอพัฒนารถคันนี้ไปได้สักพักก็เจอปัญหาว่า รถที่เราออกแบบต้องพัฒนาเฟรมขึ้นมาใหม่ (โครงสร้างของรถมอเตอร์ไซค์ที่เป็นเหมือนกระดูก โดยยึดบอดี้กับเครื่องยนต์ไว้ด้วยกัน)

ในประเทศไทยยังมีข้อจำกัดในการออกแบบและผลิตเฟรมมอเตอร์ไซค์อยู่ ทางบริษัทต้องเอาเฟรมไปพัฒนาต่อที่ญี่ปุ่น ผมเลยย้ายไปทำงานที่ญี่ปุ่นประมาณปีหนึ่ง เพราะนักออกแบบต้องทำงานร่วมกับวิศวกร

“หลายคนอาจคิดว่าดีไซเนอร์ออกแบบเฉพาะตัวบอดี้อย่างเดียว แต่เราต้องออกแบบตั้งแต่ตัวเฟรม ตัวถังน้ำมัน ฝาปิดถังน้ำมัน ดิสก์เบรก ล้อ ทุกอย่างที่เห็นผ่านการดีไซน์ทั้งหมด วิศวกรจะเอาแบบที่เราวาดไปพัฒนาให้ออกมาแข็งแรงรองรับการใช้งานได้อย่างปลอดภัย และใกล้เคียงกับแบบที่วาดมาให้มากที่สุด โชคดีที่ทาง R&D ของบ้านเรามีวิธีการทำงานและขั้นตอนไม่แตกต่างกับ R&D ที่ญี่ปุ่น เลยไม่ต้องปรับตัวเยอะ”

Honda CB150R

อยู่ที่เรียนรู้อยู่ที่ยอมรับมัน

สิ่งที่พีชได้เรียนรู้จากการทำงานถึงญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 ปีคือ

“ระบบการทำงานของที่ญี่ปุ่นคล้ายกับของไทยมาก ๆ ผมเลยตื่นเต้นที่ได้เรียนรู้ความแตกต่างทางความคิดในการออกแบบของดีไซเนอร์คนอื่น ๆ มากกว่า เพราะที่ญี่ปุ่นมีดีไซเนอร์จากหลากหลายประเทศ มีทั้งคนญี่ปุ่นและคนยุโรป เวลาวิจารณ์แบบกันเลยได้เห็นวิธีแก้ปัญหาทางการออกแบบใหม่ ๆ ซึ่งไม่เหมือนที่เห็นในบ้านเรา แต่ไม่ใช่ว่าดีไซเนอร์ไทยไม่เก่ง หรือรสนิยมไม่ดีสู้ฝรั่งไม่ได้นะครับ เพราะตอนนี้เป็นยุคของอินเทอร์เน็ต สิ่งที่เราเสพเราชอบก็เป็นของแบบเดียวกันกับของที่คนอื่น ๆ ในโลกเสพเช่นเดียวกัน คนทั่วโลกก็ได้ใช้ของแบบเดียวกันในเวลาไล่เลี่ยกัน รสนิยมของคนทั้งโลกจึงสอดคล้องไปในทางเดียวกัน เดี๋ยวนี้นักออกแบบไทยหรือต่างประเทศจึงไม่ค่อยแตกต่างกันมากเหมือนในอดีตแล้วครับ”

พีช-นันท์นภัส จรรยาพาณิชย์

หัวใจนักออกแบบ

“เราควรศึกษาเรื่องเทรนด์ไว้เยอะ ๆ ดูรูปของที่เราจะออกแบบไว้ให้มาก ๆ ในคอมพิวเตอร์ผมมีอยู่โฟลเดอร์หนึ่งเก็บภาพมอเตอร์ไซค์ไว้มากกว่า 3 – 4 พันรูป เวลาผมคิดงานไม่ออกก็จะเปิดรูปดูไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ลอกนะครับ แต่เพื่อดูว่าคนอื่น ๆ ทำอะไรไปแล้วบ้าง หรือมีแง่มุมไหนที่ยังไม่มีคนทำบ้าง ข้อดีอีกอย่างก็คือ เวลาที่เราเห็นรถรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งมีดีไซน์แตกต่างออกไปปุ๊บ เราจะรู้ทันทีว่าเทรนด์ในอนาคตต่อจากนี้จะเป็นยังไง เพราะเราเห็นภาพรวมของทั้งหมดที่มีแล้ว จะช่วยให้เรารู้ว่าเทรนด์การออกแบบต่อไปจะไปในทิศทางไหน”

อุปกรณ์จำเป็นบนโต๊ะทำงานของนักออกแบบยานยนต์

  1. กระดานวาด

เนื่องด้วยงานที่นี่ถือว่าเป็นความลับ ผมเลยไม่สามารถเอางานกลับไปทำที่บ้านได้ ดังนั้นถ้าช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่มีไอเดียเกิดขึ้นมา ผมก็จด ๆ วาด ๆ ไว้บนกระดาษแล้วมาทำต่อที่ออฟฟิศ

  1. หูฟัง

ในบางช่วงที่เรามีไอเดียขึ้นมา เราก็จะใช้หูฟังมาช่วย เพื่อให้เรามีสมาธิจดจ่ออยู่กับการออกแบบมากกว่าของรอบ ๆ ตัวครับ

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load