17 กรกฎาคม 2562
16 K

เรานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเขา 

เขานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเรา

เขาสวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีขาว กางเกงทรงแปลกตาสีดำขลับ

เราสวมเสื้อยืดพอดีตัวสีขาว กางเกงยีนส์ทันสมัยสีดำสนิท

“เราเป็นเด็กบ้านนอก” เขาเปิดบทสนทนา

“เด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่มีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ประเทศสวีเดน มีโอกาสทำงานด้านออกแบบแฟชั่น 

“และมีโอกาสทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง”

นั่นแหละ เขา

โชค วันมาละ จากหนุ่มตำบลศรีดอนมูล เชียงราย สู่ดีไซเนอร์ที่เปิดแบรนด์ผ้าไทยในสวีเดน

โชค วันมาละ นักออกแบบแฟชั่น เจ้าของ Aspire by Choke แบรนด์เสื้อผ้าอันเดอร์กราวนด์แนวสตรีทแวร์ ที่พาช่างเย็บผ้าจากตำบลศรีดอนมูล จังหวัดเชียงราย และผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติจากภาคเหนือของประเทศไทย ไปทำความรู้จักกับเมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ผ่านเสื้อผ้าสีพื้นลวดลายแสนเรียบง่าย ทว่าเต็มไปด้วยเรื่องราวเบื้องหลัง 

Aspire by Choke

“คงเป็นเพราะพรหมลิขิตหรือเปล่า” เขาตั้งคำถามเจือเสียงหัวเราะ ราวกับไม่เชื่อว่าเป็น ‘เขา’ ที่ได้ไปอยู่ที่นั่น 

ดูเหมือนบทสนทนาเบื้องหลังกำลังจะเริ่มต้นขึ้นเบื้องหน้า หลังจากเขาขยายความประโยคแรก

“พรหมลิขิตหรือเปล่าที่ทำให้เราได้ไปอยู่ตรงนั้น เราเคยยากจนมาก พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เรียนจบแค่ป.6 พอดีคุณพ่ออุปถัมภ์เขามาเจอเรา เขาเห็นว่าเราอยู่แบบนี้ไม่ได้หรอก เลยรับเราไปอยู่ด้วยกันที่ประเทศสวีเดน”

1

คุณค้นพบตัวเองตอนไหนว่าอยากจะเป็นอะไร

สำหรับโชค เสรีภาพทำให้เขาค้นพบตัวเองตั้งแต่เรียนระดับมัธยมศึกษา 

“ตอนเช้าเราตื่นขึ้นมา เปิดตู้เสื้อผ้า เราอยากแต่งตัวแบบไหนก็ใส่เสื้อผ้าแบบนั้นแล้วไปโรงเรียนแบบ Cool cool เพราะโรงเรียนเขาไม่สนใจว่าคุณต้องผมสั้น เขาไม่สนใจว่าคุณต้องใส่เครื่องแบบนักเรียน แต่เขาให้อิสระในการเป็นตัวเรา เสรีภาพเลยไม่ใช่แค่การเดินไปไหน-มาไหนก็ได้

“เราเลยค้นพบตัวเองว่าอยากเป็น ‘ดีไซเนอร์’ ตั้งแต่ตอนนั้น” เขาเล่าด้วยแววตาเป็นประกาย

โชค วันมาละ จากหนุ่มตำบลศรีดอนมูล เชียงราย สู่ดีไซเนอร์ที่เปิดแบรนด์ผ้าไทยในสวีเดน

 จากเด็กมัธยมปลายกลายเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เขาเจอกลุ่มเพื่อนคอเดียวกัน เมื่อบวกกับความชอบศิลปะเป็นทุนเดิม ยิ่งตอกย้ำความอยากเป็นนักออกแบบของเขา จนต้องหอบคำถามสำคัญกลับบ้านไปถามคุณพ่อ

“อยากเป็นดีไซเนอร์ต้องทำยังไง” – เขาเตรียมตัวเข้าจุดสตาร์ท 

“คุณพ่อบอกให้เราไปศูนย์แนะแนว” – คำตอบของคุณพ่อเป็นเหมือนสัญญาณนกหวีดจากกรรมการ 

“ศูนย์ฯ แนะนำให้เราไปเก็บความรู้ตรงนู้นตรงนี้ เราศึกษานานเกือบ 10 ปี จนครบหลักสูตรวิชาตามรัฐกำหนด ถึงจะเปิดบริษัทเป็นของตัวเองได้ เราพยายามหนักมาก จนวันหนึ่งเรามาถึงจุดนี้” – เสมือนนักวิ่งที่มุ่งสู่เป้าหมาย ฝีเท้าของเขาแทบไม่ติดพื้น จนเขาทำได้ เสียงเฮลั่นขอบสนาม

2

โชคมีความเป็นตัวเองค่อนข้างสูง เขาจึงไม่เลือกเป็นดีไซเนอร์ให้กับบริษัทอื่น แต่กลับสร้างแบรนด์ขึ้นมาแทน

“เราทำงานเป็นทีมได้ แต่มันใช้พลังงานมากและเรารู้สึกไม่เป็นตัวเอง ประกอบกับเรามีอุดมการณ์ 

“เรามาจากเด็กบ้านนอก เราเข้าใจดีว่าคนบ้านนอกเขาขาดอะไรบ้างและเขาต้องการอะไรบ้าง เราเห็นแล้วว่าเขามักย้ายถิ่นฐานด้วยความจำเป็นเพราะไม่มีงานทำ ชีวิตลำบาก ถ้าในประเทศไทยจะย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ หรือแหล่งท่องเที่ยวอย่างหัวหิน พัทยา ภูเก็ต ถ้าพื้นที่ใหญ่ขึ้นระดับโลก เขาก็ย้ายข้ามประเทศกัน เลยเกิดปัญหาการแย่งงาน แย่งที่อยู่อาศัย ค่าแรงไม่เป็นธรรม

โชค วันมาละ จากหนุ่มตำบลศรีดอนมูล เชียงราย สู่ดีไซเนอร์ที่เปิดแบรนด์ผ้าไทยในสวีเดน

“เราเคยผ่านมาก่อน การย้านถิ่นฐานทำให้คน Racist ทำให้คนไม่รักกัน เราเลยทำแบรนด์เสื้อผ้าขึ้นมาเพื่อตอบสนองอุดมการณ์และมีจุดประสงค์เพื่อลดการย้ายถิ่นฐานโดยเราสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับเขา ให้เขาประกอบอาชีพในบ้านเกิดของตัวเองได้อย่างเสรี”

โดยโชคเข้าไปทำงานกับกลุ่มชาวบ้านตำบลศรีดอนมูล จังหวัดเชียงราย ถ้าถามว่าทำไมต้องเจาะจงศรีดอนมูล เพราะเขามาจากที่นั่น

“เราให้ชาวบ้านศรีดอนมูลเย็บผ้า เขาทำได้ทุกอย่างเลย แต่ต้องใช้เวลามากหน่อย เพราะเขาไม่เคยเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นมาก่อน แล้วแพทเทิร์นของเราก็ไม่ง่าย เขาเก่งกันมากนะ เราดีใจกับเขามาก” โชคเล่าด้วยน้ำเสียงเป็นปลื้ม

3

เสื้อผ้าแนวสตรีทแวร์ เรียบง่าย แต่มีสไตล์ของชายหนุ่มมีอุดมการณ์ เริ่มต้นจากศูนย์ เขาไม่รู้แม้กระทั่งว่าต้องซื้อผ้าจากแหล่งไหน ต้องติดต่อกับใคร แต่ด้วยใจรัก เขาพยายามทุกทาง จนมีคอลเลกชันแรกอวดสายตาชาวสวีเดน

Aspire by Choke
Aspire by Choke

เขายังไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง จำต้องไปออกงานตามแฟชั่นแฟร์ เพื่อให้บายเออร์กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียมาซื้อเสื้อผ้าจากเขาไปจำหน่ายและตีตราแบรนด์ของพวกเขาเอง แน่นอนโชคขายดิบขายดี แต่ตามมาด้วยปัญหา

ไม่ว่าจะขนาดของเสื้อผ้าเล็กไป จับฐานลูกค้าผิดกลุ่ม จากกลุ่มวัยรุ่นสดใส กลายเป็นคนทำงานอายุ 20 ตอนปลายถึงอายุ 60 ปี เพราะด้วยราคา ทำให้วัยรุ่นสตอกโฮล์มเลือกช้อปเสื้อผ้ามือสองมากกว่าจะเดินมาซื้อเสื้อผ้าของโชค “ตอนนั้นเราท้อแล้ว มีแต่ลูกค้าเดิม ไม่มีกำไร คงไปต่อไม่ได้แล้ว เสื้อผ้าของเรามีแต่ Buyer มาซื้อไปขายร้านเขาเอง ช่วงนั้นเราไม่กินข้าวกินน้ำเลยนะ จนครอบครัวเห็นแล้วเขาเป็นห่วง เช้าวันรุ่งขึ้นคุณพ่อมาปลุกเราขึ้นรถ แล้วพาไปดูหน้าร้าน มันมีอยู่ 2 สถานที่ เราตัดสินใจเลือกอีกสถานที่หนึ่ง บทจะง่ายก็ง่าย เหมือนของมันจะเป็นของเราอยู่แล้ว

โชค วันมาละ จากหนุ่มตำบลศรีดอนมูล เชียงราย สู่ดีไซเนอร์ที่เปิดแบรนด์ผ้าไทยในสวีเดน

“หลังจากทำเรื่องกู้เงินสำหรับทำร้านผ่าน เราเซอร์ไพรส์เหมือนกัน จากไม่ค่อยมั่นใจก็กลายเป็นอีมั่นขึ้นมา” แม้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่ด้วยปัญหาและความต้องการของลูกค้าทำให้โชคกลายเป็นตัวจริง พร้อมลงสนามอีกครั้ง

4

วัฒนธรรมล้านนา วัฒนธรรมเอเชีย วัฒนธรรมสแกนดิเนเวีย เป็นข้อได้เปรียบของดีไซน์เนอร์วัฒนธรรมผสมอย่างโชค เพราะเขาทำเสื้อผ้าออกมาได้หลากหลายรูปแบบ จากการซึบซับทั้งสามวัฒนธรรมมาเป็นเวลานาน

“วัฒนธรรม เราต้องอยู่กับเขา แล้วจะซึบซับและหล่อหลอมให้เราเป็นเรา แล้วมันก็ตอบโจทย์กับงานที่เราทำอยู่ กลายมาเป็นงานออกแบบเสื้อผ้า บางทีดูคล้ายสแกนดิเนเวียน มองอีกทีเหมือนเอเชียน น่าสนใจนะ เราดึงวัฒนธรรมออกใช้ประโยชน์ได้มากมาย แต่สำคัญเลย วัฒนธรรมต้องพัฒนาและก้าวให้ทันกับยุคสมัย” เขาอธิบายอย่างออกรสชาติ

คุณเอาทั้งสามวัฒนธรรมมาออกแบบเป็นเสื้อผ้าได้อย่างไร เราถามต่อด้วยความสงสัยคิ้วขมวด

Aspire by Choke

“ตอนเราเป็นเด็ก ยุค 90 ทีวีเมืองไทยมีการ์ตูนจากประเทศญี่ปุ่นเยอะมาก เราชอบดูนินจา ส่วนหนังจีนเราก็ชอบ พอมาออกแบบเสื้อผ้าเราเลยหยิบกลิ่นอายตรงนั้นมาผสมเข้าไป อย่างกางเกงเป็นทรงล้านนา เสื้อเป็นทรงกิโมโนในแบบของแบรนด์เราเอง

“เสื้อผ้าของเราส่วนใหญ่จะต้องสวมเป็นเลเยอร์ ก็มาจากหนังจีนโปเยโปโลเย เสื้อผ้าเขาสวย มีเสื้อด้านใน มีเสื้อด้านนนอก ทำให้เราค้นพบว่าการแต่งกายแบบมีเลเยอร์เก๋กว่าการใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์แบบธรรมดา

“ส่วนสแกนดิเนเวียน เน้นความเรียบง่าย แต่มีสไตล์ คนสตอกโฮล์มแต่งตัวเก่งมาก เวลาเราเดินตามท้องถนน จะเห็นคนแต่งตัวด้วยสตรีทแวร์เยอะมาก อาจเป็นเพราะเขามีเสรีภาพ เขาเลยกลายเป็นคนที่มีตัวตน มีสไตล์เป็นของตัวเอง เขารู้ว่าเขาชอบอะไร เขาซื้อ การแต่งกายจึงเป็นเหมือนการบอกเล่าตัวตนของเขา

Aspire by Choke
Aspire by Choke

“ถ้าเป็นเรา คนจะไม่ถามว่าทำงานอะไร บางคนเขารู้เองจากเสื้อผ้าที่เราใส่ออกไป ความเป็นตัวตนของเราได้บ่งบอกอาชีพเราไปหมดแล้ว ก็วกกลับมาเสรีภาพอีก” เขาอมยิ้มก่อนจะพูดต่อ “เสรีภาพทำให้เราค้นพบตัวเอง นี่แหละฉัน!”

5

ก่อนจะออกคอลเลกชัน เขาหาแรงบันดาลใจด้วยการนั่งร้านกาแฟ เดินเข้ามิวเซียม มองสีเสื้อคนนั้นที ทรงกางเกงคนนู้นที แถมยกกล้องขึ้นมาถ่ายเพื่อบันทึกเป็นแนวทางในการออกแบบและต่อยอดเสื้อผ้าของเขาเองด้วย  

“การท่องเที่ยวสำคัญนะ” 

สำคัญอย่างไร

“เราได้เห็นคนท้องถิ่นแต่ละประเทศ เขาแต่งตัวยังไง สไตล์เขาเป็นแบบไหน ถ้าได้ไปร้านกาแฟเราจะนั่งริมหน้าต่างทั้งวันเลย คอยมองคนแต่งตัวเก๋ ถ้าชอบเราก็กดถ่าย เราพกกล้องติดตัวตลอด มันมีส่วนทำให้เราได้เห็นการมิกซ์เสื้อผ้า ความละเอียดของการตัดเย็บ

“บางทีความไม่เข้ากันแต่เข้ากันของสี สีนั้นกับสีนี้จับคู่กันแล้วสวย เราไม่ได้ไปลอกเขา มันเป็นแนวทางการออกแบบของเรามากกว่า บางทีกางเกงขาเต่อเขาทำแล้วสวย ถ้าเป็นแบรนด์เราจะทำออกมายังไง”

เขาเฉลยหมดเปลือก แม้กระทั่งขั้นตอนการจับคู่สี โชคจะเอาสีที่เขาต้องการจะมิกซ์ไปแมตช์กับสารพัดสีที่เขามี เทียบแล้วเทียบอีก เพราะเขาคิดแทนลูกค้าเรียบร้อย

“สมมติลูกค้าเปิดตู้เสื้อผ้า อยากใส่กางเกงสีดำ ก็ต้องเอาสีดำไปเทียบกับสีเสื้อว่าสีไหนจะเข้ากัน แต่ถ้าคุณเดินเข้า Aspire by Choke เขาจะแนะนำคุณได้อย่างละเอียดยิบว่ากางเกงสีดำควรจะสวมกับเสื้อสีไหน”

Aspire by Choke

ทำไมคุณถึงสนุกกับมันได้มากมายขนาดนี้ เราถาม 

เพราะแววตาเขาส่องประกายทุกครั้งเวลาบทสนทนาดำเนินไปถึงเรื่องแฟชั่น

“เราคิดว่าความอยาก เป็นเพราะแพสชัน เรากระหายอยากจะทำตลอดเวลา” 

สีหน้าและน้ำเสียงของเขาแสดงถึงความกระหายจนเราเชื่อสนิทใจ

“เราจะไม่มีวันเหนื่อย ถ้าได้ทำในสิ่งที่รัก เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าปราศจากความรักเราคงทำต่อมาถึง 5 ปีไม่ได้”

6

Aspire by Choke

คอลเลกชันล่าสุด ด้วยสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) เขาเล็งเห็นปัญหา เลยอยากชวนคนสตอกโฮล์มมาเห็นปัญหาด้วยกัน เจ้าของแบรนด์จึงเลือกผ้าทอมือจากจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผ้าฝ้ายผสมกับลินินสีจากธรรมชาติบ้าง เป็นผ้าฝ้ายผสมใยกัญชงบ้าง

“ถ้าต้องมีสีเขาเลือกย้อมด้วยครามสีสวย เพื่อหลีกเลี่ยงและลดการใช้สารเคมีให้ได้มากที่สุด มาทำเป็นกางเกงทรงเก๋ เสื้อคลุมกิโมโนย้อมครามสีน้ำเงินตุ่นใส่ได้ทั้งชายและหญิง เราชอบมากต้องยกให้เสื้อและกางเกงลายทางเข้าชุด ซื้อครบลุคทั้งกางเกงและเสื้อ เอาไปมิกซ์แอนด์แมชต์ได้อีกหลายแบบแน่นอน คุ้มค่า!

7

เรายังคงนั่งตรงข้ามกับเขา 

เขายังคงนั่งตรงข้ามกับเรา

เขาสวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีขาว กางเกงทรงแปลกตาสีดำขลับ

เราสวมเสื้อยืดพอดีตัวสีขาว กางเกงยีนส์ทันสมัยสีดำสนิท

“เป็นเพราะพรหมลิขิตทำให้เราได้มาอยู่สวีเดน เรารู้สึกว่าโลกเรากว้างขึ้น เราเห็นมากกว่าคนอื่น เราเรียนรู้ชีวิต เราเคยผ่านความยากลำบากมาแล้ว เราผ่านทุกอย่างมาจนเรา Strong เราไม่เคยกลัวถ้าจะต้องกลับไปยืนตรงจุดเดิม เพราะประสบการณ์สอนให้เราแข็งแกร่ง เราภูมิใจในความเป็นตัวเรามากและไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อยใดในชีวิต”

ก่อนจบบทสนทนาเขาย้ำจุดประสงค์ของ Aspire by Choke อีกครั้ง   

โชค วันมาละ จากหนุ่มตำบลศรีดอนมูล เชียงราย สู่ดีไซเนอร์ที่เปิดแบรนด์ผ้าไทยในสวีเดน

“อนาคตเรามีแนวโน้มจะขยายวงกว้างไปไกลกว่าศรีดอนมูล ตอนนี้เรายังช่วยคนได้น้อย เราอยากช่วยคนได้มากขึ้น อยากให้เขามีรายได้มั่นคง พ่อแม่ได้ตื่นขึ้นมาเห็นหน้าลูก ได้อยู่กันพร้อมหน้าครอบครัว มีเงินส่งลูกเรียนโรงเรียนดีๆ

“การได้ทำตามอุดมการณ์ของตัวเอง สำคัญที่สุด คนที่ไม่มีอุดมการณ์คือคนตายไปแล้ว” 

นั้นแหละ เขา

โชค วันมาละ

Aspire by Choke 

Götgatan 31, 116 21 Stockholm, Sweden

Website: aspirebychoke.com

Facebook: Aspire by Choke

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

1 พฤศจิกายน 2565
2 K

“ไม่ได้เป็น Expert ทางด้านไหนซะทีเดียว แต่เรียนรู้ด้วยตัวเองจนรวบรวมพอมาเป็นผลงานได้”

เนตร พันธุมสินชัย หรือที่รู้จักกันในฐานะ ‘Wayward Gods’ บ้าง ‘Create! Nate! Create!’ บ้าง อธิบายความชอบอันมากมายหลากหลายของเขา 

ความชอบไม่จำเป็นต้องมีอย่างเดียว เป็นเรื่องปกติที่คนเรามักมีความชอบหลายแนวทางและรูปแบบ มีความสามารถมากกว่าหนึ่ง แม้อาจไม่ถึงขั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่อย่างน้อยทุกความชอบและความหมกมุ่นเหล่านั้น คงนำทางเราไปสู่เส้นทางไหนสักทาง ไม่ต่างกับเนตรที่เรียกตัวเองว่าเป็น Film Maker แต่สิ่งที่เราเห็นเขาทำในวันนี้ช่างมากกว่าสิ่งที่เขานิยามตัวเอง

เขาทำตั้งแต่วาดการ์ตูน เขียนบท กำกับ ออกแบบฉาก ออกแบบตัวละคร ออกแบบกราฟิก 3D ไปจนถึงคนทำ CG ซึ่งเพจ Wayward Gods เป็นโปรเจกต์ล่าสุดของเขาที่เกิดจากความชอบศิลปะไทยนำมาผสมผสานกับความเป็น Cyberpunk ผ่านคาแรกเตอร์ยักษ์ที่โลดแล่นบนโลกของ CG

มีโอกาสได้คุยกับเนตรทั้งที เขาเล่าเรื่องความชอบในแต่ละช่วงวัยให้ฟัง เริ่มจากฉากความฝันวัยเยาว์ของการอยากเป็นนักวาดการ์ตูน ฉากวัยรุ่นทำหนัง ฉากวัยทำงานด้านออกแบบ รวมไปถึงผลงาน 4 ชิ้นที่เนตรได้เรียนรู้ 

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

ฉากเปิด

เนตรเติบโตที่อเมริกาตั้งแต่เด็ก ในครอบครัวที่พ่อเป็นนักธุรกิจ แม่เป็นวิศวกร

ตัวเขาย้ายกลับมาเมืองไทยอีกครั้งตอนประถมศึกษาปีที่ 6 เรียนโรงเรียนอินเตอร์จนจบการศึกษามัธยมปลาย แล้วย้ายกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยในด้านการตลาดที่อเมริกา ฟังยังไงก็ดูไม่มีตรงไหนเกี่ยวกับวงการศิลปะเลย

แต่เบื้องหลังของการอยู่กับตัวเลข คลุกคลีในด้านการตลาด เขาชื่นชอบการวาดรูปมาตั้งแต่จำความได้ และเสพติดการดูการ์ตูนในทุกรูปแบบ ดูการ์ตูนญี่ปุ่นตอนประถม อ่านการ์ตูนคอมมิกตอนมัธยม เขาโตมากับพวกซูเปอร์ฮีโร่ สไปเดอร์แมน แบทแมน Marvel ต่าง ๆ ตามประสาเด็กผู้ชาย จนกลายเป็นความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักวาดการ์ตูนตั้งแต่ยังเล็ก

“จำได้ตอน ป.5 คุณครูถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ก็เขียนไปว่าอยากเป็นนักวาดการ์ตูน พ่อชอบเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง” เขาหัวเราะ

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

ดูเหมือนว่าแววศิลปะเขาจะเฉิดฉายตั้งแต่วัยเยาว์ ความชอบของเขาตะโกนออกมาผ่านทางสิ่งที่ทำอย่างไม่รู้ตัว เพียงแต่ถูกผลักดันไปอีกทางหนึ่ง จึงเป็นทางแยกระหว่างสิ่งที่ชอบกับสิ่งที่เรียน ถึงแม้ว่าเขาจะหันกลับไปทางแยกตรงนั้น เลือกเรียนในสิ่งที่ชอบอีกครั้ง แต่ก็…

“เราตั้งใจจะไปเรียน Film School ที่อเมริกาต่อ ก็สมัครไป แต่ไม่เข้ารอบสักอันเลย” เนตรขำตัวเอง “ก็เราไม่ได้เรียนทางด้านนี้อยู่แล้วเนอะ มีแต่แบกกราวนด์ธุรกิจ” 

ดูเหมือนจังหวะของโชคชะตาจะไม่เข้าข้าง แล้วเรียนรู้จากที่ไหน ถ้าไม่ได้เรียนรู้ทางด้านนี้โดยตรง เราถามเขา

“จริง ๆ YouTube เป็นอันที่เรียนรู้เองมากที่สุด เพราะไม่ได้ไป Film School ไม่ได้ไป Art School พยายามเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ด้วยการเรียนกราฟิก เรียน CG เรียนวาดรูปผ่านสิ่งรอบตัว

“เมื่อหลายปีที่แล้วเรามีโอกาสไปสอนที่ธรรมศาสตร์ ไปสอน Storytelling เด็กที่เรียนพวก 3D เราก็ไปสอนเป็นคอร์สเลย รู้สึกอิจฉาพวกน้อง ๆ นะที่ได้เรียน ในวัยนั้นเราก็อยากเรียนอะไรแบบนี้บ้าง แต่ไม่ได้เรียนเลย”

ดำเนินเรื่อง

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube
Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

แล้วก็มาถึงก้าวสำคัญของเนตร จากคนที่ชื่นชอบการวาดการ์ตูน เขาเลือกเดินทางตามใจตัวเองหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ด้วยการหันหลังให้กับด้านการตลาดที่เรียนมา แล้วหันมาทางสายครีเอทีฟมากขึ้นเรื่อย ๆ 

เหมือนเส้นทางสู่ Film Maker จะเริ่มชัดเจนแล้ว

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

“ผมวาดการ์ตูนเล่มนี้ ใช้เวลาทำประมาณ 1 ปี เขียนด้วยตัวเอง ไม่ได้พิมพ์กับสำนักพิมพ์ไหน เสร็จแล้วก็ลองส่งไปที่ค่ายหนังเมืองไทย ส่งไปทางกันตนา แล้วค่ายก็เรียกเราไปคุย จากนั้นเราก็ได้ทำงานที่กันตนาในด้านเขียนบท เริ่มจากการทำด้าน Storytelling วาดการ์ตูน และขยับไปทางแอนิเมชัน

“ตอนนั้นไปคุยกับ คุณจาฤก กัลย์จาฤก ที่เป็นหัวหน้าใหญ่ของกันตนา เขาบอกว่าลองไปทางแอนิเมชันไหม เราก็เลยโอเค แล้วก็ได้สนิทกับ พี่คำป้อน-คมภิญญ์ เข็มกำเนิด ผู้กำกับ ก้านกล้วย ผมทำงานกับเขาตลอดเวลาที่ทำกันตนา ได้ช่วยเขียนเรื่อง Echo Planet ที่เป็นหนังของเขาด้วย เป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน 3 มิติ เป็นการ์ตูนที่เขาลงทุนเยอะเหมือนกัน”

ตอนนั้นเส้นทาง Film Maker ของเนตรเหมือนจะไปได้สวย และได้ต่อยอดฝีมือมากมายจากการเข้าไปอยู่ที่กันตนาในฐานะฟรีแลนซ์เป็นเวลาหลายปี

จนเขาเริ่มหันมาทำของตัวเองอย่างเต็มตัว โดยไม่ได้พึ่งทางค่ายไหน แสดงผลงานผ่านทางยูทูบชาแนล Create! Nate! Create! ใน 3 ปีหลัง เนตรมีความสนใจทาง CG มากกว่าเดิม จึงลองฝึกฝนด้วยตัวเอง เน้นการเรียนรู้ผ่านทางยูทูบอย่างที่เคยทำ

“เพราะยูทูบเต็มไปด้วยคนเก่ง ๆ เป็นแรงบันดาลใจว่า ผมเองก็น่าจะทำแบบนั้นได้เหมือนกันนะ!”

เขาเริ่มจากงานชิ้นแรก ๆ ด้วยการลองทำ MV เพลง Enough for Loneliness and Internet Today ของวง TELEX TELEXS

“MV นี้เป็นชิ้นแรกที่เราพยายามจะทำ 3D ผสมกับภาพถ่าย ออกไปถ่ายตอนตี 2 ตี 3 ที่สยาม ไม่มีรถ ไม่มีอะไรเลย ก็เลยถ่ายกลางถนนได้ ถ่ายเป็นวิดีโอประมาณ 2 คืน มันเป็นฟีล ๆ เพลงเหงา ลองทำเล่น ๆ เฉย ๆ ไม่ได้หาตังค์กับเรื่องพวกนี้เลย ทำเพื่อเรียนรู้ ฝึกทำ”

ฉากไคลแมกซ์

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

เส้นทางการมาสาย CG ของเนตรเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ จนล่าสุดโปรเจกต์ที่ชื่อว่า Wayward Gods ก็ปรากฏขึ้น นั่นทำให้คนส่วนใหญ่รู้จักเขาในชื่อนี้

“Wayward Gods เป็นเทพที่บิดเบี้ยวไปในทางที่เพี้ยนหน่อย ๆ เหมือนเทพที่ไม่ธรรมดา ไม่ได้ตามเส้นทางปกติ เพราะมัน Cyberpunk” เนตรเล่าอย่างอารมณ์ดี

จุดเริ่มต้นของ Wayward Gods เกิดจากความชอบเช่นเคย ไม่ต่างจากชิ้นงานอื่น ๆ ที่เขาเริ่มต้นทำด้วยความอยากลองในสิ่งที่สนใจ ถึงแม้ว่าเขาจะเติบโตที่เมืองนอก แต่ก็ยังชื่นชอบความเป็นไทย

“เราชอบยักษ์ จำได้ตั้งแต่เด็กเลย มาเมืองไทยก็เห็นรูปปั้นใหญ่ของยักษ์ เป็นไอคอนที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับความเป็นไทย เราก็เลยติดใจพวกยักษ์มาก”

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

“นี่คือสิ่งแรกที่ทำ หมวกหัวโขนเทสสึกัณฐ์ ได้แรงบันดาลใจมาจากทศกัณฐ์แหละ แต่เราอยากได้ชื่อญี่ปุ่น ๆ เลยตั้งว่าเทสสึ! ตั้งใจอยากได้หมวกหัวยักษ์ออกมาเป็นของจริง เป็นหมวกแบบ Cyberpunk ตอนแรกเรามีแค่ความอยากลองเลย จากนั้นก็ค่อย ๆ พัฒนาเป็นโลกของ CG ซึ่งมีหมวกหนุมานด้วย”

แล้วทำไมต้องนำมาผสมกับความ Cyberpunk – เราสานบทสนทนาต่อ

“Cyberpunk เป็นที่นิยมกันมากนะในตอนนี้ ดูบนอินสตาแกรมก็เต็มไปด้วยสไตล์ Cyberpunk หรือเกม Cyberpunk ก็มี  เลยคิดว่าเราลองเอาความเป็นไทยเข้ามาตรงนี้ได้ด้วยเหมือนกัน

“เรานำความชอบมาใส่ ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ แต่ก็รู้ว่าการทำด้วยตัวเองจะต้องไปฝึกเรียนกราฟิกให้มาก ๆ ถึงจะออกมาได้ตามแบบที่ต้องการ และทำได้แบบที่ไม่ต้องเสียตังค์ ยกเว้นซื้อคอมเนี่ยแหละ” เขาพูดติดตลก “เพราะทำจริง ๆ แล้วมันหลายล้านเหรียญ หลายล้านบาท แต่โอเค นั่งทำเองก็ได้ มันแค่ต้องใช้เวลา แต่ข้อดีของเทคโนโลยีในปัจจุบันคือทำได้ด้วยตัวเอง”

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube
Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

“นั่งปั้นจากโปรแกรม Blender ปัจจุบันในเมืองไทยคนหันมาใช้โปรแกรมนี้เยอะมาก ผมว่าดีที่สังคมออนไลน์ของคนทำ 3D มีเยอะขึ้น ประเทศไทยมีคนเก่งเยอะมากจริง ๆ โดยเฉพาะเรื่องโมเดลลิ่ง หลายคนเก่งระดับโลก ต้องยอมรับว่าเขาเก่งกว่าเราหลายเท่าเลย เราเป็นแค่มือสมัครเล่น

“จริง ๆ ถ้ามีความใส่ใจและความพยายาม จะทำหนัง ทำเพลง ทำกราฟิก ก็ทำได้หมดด้วยตัวเอง แต่บางอันผมก็ใช้เวลาทำเยอะมาก เช่น คลิป 2 นาที ทำไป 3 เดือน” เขาแซวตัวเอง

ผสมผสาน

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube
Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

ผลงานจากนิทรรศการ ’10 ปีแรงบันดาลไทย’ ที่เพิ่งจบไป มีส่วนทำให้คนรู้จัก Wayward Gods มากขึ้น โดยเป็นการเล่าเรื่องยักษ์ พญานาค ในรูปแบบ Cyberpunk ผ่านการทำ CG ทั้งหมด ไม่ได้ผสมภาพจริง ซึ่งเป็นผลงานที่เนตรทำคนเดียว และใช้ระยะเวลานานหลายเดือน

“มันต้องปั้นโมเดล พวกโมเดลตึกผมปั้นเอง ส่วนโมเดลคนซื้อมาได้ หรือไม่ผมก็ทำงานร่วมกับศิลปินที่เป็นนักปั้นโมเดลจริง ๆ พวกเขาเก่งมาก ผมไม่ได้เชี่ยวชาญแต่ก็ทำงานร่วมกันได้ จึงเป็นเรื่องดีในแง่ว่าทำให้เราได้เจอและได้ทำงานกับคนเก่ง ๆ”

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

เนตรค้นคว้าเรื่องยักษ์อย่างหนักและนำมาดัดแปลงในฉบับตัวเอง ซึ่งเบื้องหลังของความเป็น Cyberpunk ล้ำสมัยเหล่านี้ เขาได้แรงบันดาลใจมาจากวรรณคดีและตำนานที่คนไทยคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็น รามเกียรติ์ หรือ นางสิบสอง

“เราชอบเรื่องยักษ์มาก ยิ่งยักษ์วัดแจ้ง ยักษ์วัดโพธิ์ อะไรแบบนี้ มียักษ์ที่ปลอมเป็นคน ใช้ชีวิตอยู่กับคนได้ ซึ่งผมชอบไอเดียนี้”

เมื่อได้ยินว่าเนตรมีความสุขแค่ไหน ที่ได้นำความเป็นไทยมาดัดแปลงให้เป็นศิลปะสมัยใหม่อย่าง Cyberpunk เราจึงสงสัยว่าเขาคิดเห็นอย่างไรที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้านำความเป็นไทยมาเล่นกับศิลปะ เพราะกลัวดราม่าที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง และการทำงานศิลปะไทยอยู่ในความสนใจของคนในปัจจุบันมากน้อยแค่ไหน

“ผมว่ามันเป็นความสร้างสรรค์ของศิลปินนะ ในช่วงนี้มีศิลปะแนวนี้ออกมาเรื่อย ๆ ผมก็ตามศิลปินหลายคนบนโซเชียลมีเดีย ศิลปะแบบนี้มีเยอะขึ้น ส่วนใหญ่เขาก็ทำเป็น NFT เนี่ยแหละ เขาเอาความแฟนตาซีมาบวกกับความเป็นไทย ผมเลยคิดว่าน่าจะมีคนชื่นชอบไอเดียแบบนี้ น่าจะมีตลาดในแง่นั้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี”

ผลของการเรียนรู้

ผลงานที่มากมาย ความชอบที่หลากหลาย วันเวลาที่เปลี่ยนไป นำไปสู่การต่อยอดที่ประกอบกลายเป็นเนตรในเวอร์ชันปัจจุบัน เราจึงนำ 4 ผลงานที่เปลี่ยนผ่านแต่ละช่วงวัยของเขามาให้ชาว The Cloud ได้ชมกัน

01 Rainbow Girl Storyboard TRAILER

เป็นหนึ่งในผลงานที่มีสตอรี่เบื้องหลัง เพราะเป็นงานชิ้นแรก ๆ หลังจากที่เขาจบจากกันตนา ผลงานชิ้นนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของหลายอย่าง ซึ่งเทคนิคที่ใช้สร้างสรรค์เริ่มจากความชอบและความถนัดเหมือนเดิม คือการวาดการ์ตูนและการเล่าเรื่อง เหมือน Back to Basic อีกครั้งหนึ่ง เขาเริ่มทำ Trailer สตอรี่บอร์ด ‘Rainbow Girl’ ที่ในอนาคตตั้งใจสร้างเป็นหนังแฟนตาซีแฝงไปด้วยดราม่า

“เรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มีปัญหา ทุกอย่างที่เขาชอบ ที่เขารักในโลกนี้ จะระเบิดกลายเป็นสายรุ้ง” ฟังจากที่เนตรเล่ารู้เลยว่าจะแฟนตาซีแค่ไหน แต่ความดราม่าของเรื่องนี้ก็ไม่แพ้กัน

“เพราะเขาอยู่กับครอบครัวไม่ได้ อยู่กับคนรักไม่ได้ ไม่งั้นทุกคนจะกลายเป็นสายรุ้ง เมื่อผู้หญิงคนนี้รักใคร ทุกอย่างก็จะหายไป ๆๆ จนเหลือแค่ตัวเขาเอง ความทรงจำดี ๆ ที่เขาพยายามเก็บเอาไว้ก็ยังหายไปด้วย มันแย่สำหรับตัวละครนี้มาก ๆ ในแง่หนึ่งเหมือนเป็นหนังสยองขวัญ เป็นความโดดเดี่ยวของเขา”

เส้นทางสร้างโลกจินตนาการของ เนตร พันธุมสินชัย ที่เน้นทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่า Film, CG, 3D และ Animation

“ได้แรงบันดาลใจมาจากความคิดในใจเราเอง มีบางช่วงในชีวิตที่รู้สึกโดดเดี่ยว เลยตั้งคำถามกับตัวเองว่า มีอะไรที่พอจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตได้บ้าง

“ถ้าวันหนึ่งอะไรที่เราชอบหรือเราใช้ชีวิตอยู่กับมันมานาน แล้วความสุขของเราหายไปทีละนิด ๆ แล้วเราจะเหลืออะไร เหมือนทุกสิ่งที่เรารัก ทีวี แฟน สัตว์เลี้ยงหายไป ก็อยากให้คนดูตั้งคำถามว่าถ้าฉันอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ฉันจะทำยังไง เพราะเป็นคำถามที่เราถามตัวเองด้วยว่า เราอยู่แบบนั้นได้รึเปล่า อยู่แบบที่ของที่เรารักหายไปเรื่อย ๆ”

02 “Unfortunately, I’m in love with the Angel of Solitude…” / HARUKA Short Film

ผลงานที่ทำตามกันมาติด ๆ กับผลงานชิ้นแรก เป็นหนังสั้นที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปถ่ายถึงลอสแอนเจลิส ทำงานกับนักแสดงและทีมงานชาวอเมริกาทั้งกอง ซึ่งเรื่องนี้รวมความชอบของเนตรเอาไว้มากมาย ทั้งเขียนบท ทำสตอรี่บอร์ด กำกับ ตัดต่อ และเป็นอีกหนึ่งเรื่องในการเริ่มทำ CG แถมเป็นผลงานที่ได้ส่งเข้า Festival อีกด้วย

“เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่รักผู้หญิงซึ่งเป็นนางฟ้าแห่งความโดดเดี่ยว ความโดดเดี่ยวอีกแล้ว” เขาหัวเราะ “ถึงจะเหงาเหมือนกัน แต่เธอก็ไม่ต้องการอยู่กับคน ใกล้ชิดกับคนไม่ได้ มันมีความขัดแย้งในตัว ผู้ชายพยายามจะทำความเข้าใจกับผู้หญิงคนนี้ ว่าจะอยู่ด้วยกันยังไง จะอยู่ได้ไหม

“เรื่องนี้ก็มีความยากเหมือนกัน เพราะทีมงานเป็นชาวต่างชาติ เขามีสังคมและวิธีทำงานที่ต่างจากเมืองไทย ที่ไทยจะทำงานแบบสบาย ๆ เพื่อน ๆ กัน แต่ที่อเมริกาเขาจะมีกฎเกณฑ์เยอะมาก กว่าจะออกกองได้คือเครียดมาก แต่พอได้ความร่วมมือของคนมากขึ้นมันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระ”

03 TEEN ยักษ์ / Teaser Trailer (2015)

หนึ่งในผลงานที่เริ่มทำ CG ปั้นโมเดลเยอะขึ้นกว่าเรื่องก่อน ๆ

“เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กที่โตมาแบบไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นยักษ์ พ่อของเขาเป็นยักษ์ แต่ไม่ได้บอกแม่ และการที่เขาแตกต่างจากสังคม กลายเป็นความโกรธที่ทำให้เขาเป็นยักษ์ปล่อยพลังทำลายบ้านเมือง ผมจับอินเนอร์ของเด็กที่มีความโมโหต่อโลก คิดว่ามันเหมาะกับความเป็นยักษ์ในแง่ที่บางทีเขาก็เป็นฮีโร่ แต่บางทีเขาก็เป็นผู้ร้าย

“เนื้อเรื่องมีความขัดแย้งกัน มีความวุ่นวาย น่าสนใจมาก เพราะในสังคมทุกวันนี้ก็มีปัญหา เราจึงพยายามถ่ายทอดออกมาในเรื่องที่มีความดราม่า คอเมดี พยายามมีทุกอย่างเพื่อให้คนดูรู้สึกสนุกและได้อะไรกลับไป

“ตอนเด็ก ๆ ผมก็มีความโมโหต่อโลกนี้เหมือนกัน ความที่เราไม่ได้ป๊อปปูลาร์ ไม่ได้เป็นคนเก่ง ไม่ได้เป็นคนดีอะไร เราเป็นคนธรรมดาที่โดนบุลลี่ ก็เลยคิดว่าถ้านำเสนอออกมาในรูปแบบยักษ์จะเชื่อมโยงกับคาแรกเตอร์นี้ได้”

แล้วปล่อยพลังได้เหมือนยักษ์ไหม – เราถาม

“ตอนเด็ก ๆ ก็แค่ระเบิดในหัว” เนตรพูดขำ ๆ “มันเต็มไปด้วยความเกลียดโลกและเกลียดตัวเอง พอโตขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็โอเค ยอมรับโลก ยอมรับตัวเองได้มากขึ้น แต่ความทรงจำนั้นยังอยู่ในตัวเรา แล้วก็พยายามถ่ายทอดมันออกมา”

“มันเป็นแค่ Trailer นะ ยังไม่เป็นหนัง ผลงานชิ้นนี้ส่งไปให้ Netflix ด้วย แต่ไม่ผ่าน (หัวเราะ) เป็นเรื่องของจังหวะด้วย ในชีวิตผมเจอจังหวะที่พลาดมาหลายครั้งแล้ว เช่น เราเกือบจะไปได้กับโปรเจกต์หนึ่ง แต่โปรเจกต์ที่มาก่อนหน้าเราเจ๊ง พอเจ๊ง เราก็เลยอดได้งบทั้งหมดที่กำลังมา”

เส้นทางสร้างโลกจินตนาการของ เนตร พันธุมสินชัย ที่เน้นทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่า Film, CG, 3D และ Animation

“แต่ยอดวิว Trailer อันนี้ก็เป็นแสนแล้ว เคยแชร์ในเพจ Drama Addict เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งผลตอบรับดีมาก มีแต่คนเข้ามาชื่นชม บูมมากในช่วงนั้น”

04 WAYWARD GODS / DIVINE CYBERPUNK PROJECT – CINEMA 4D/AFTER EFFECTS SHORT

“พระเอกเป็นวิญญาณของยักษ์ที่ถูกจับไปอยู่ในร่างคน แต่ก็ไม่ได้มีพลังของความเป็นยักษ์ 100% แล้วเขาต้องหาทางปราบผู้ร้าย

“จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องง่ายที่สุดจากบรรดาเรื่องทั้งหมดที่เราทำมา คอนเซ็ปต์เหมือนพวกเรื่องไอ้มดแดงอะไรแบบนี้ แต่พระเอกใช้ความรุนแรงไม่ได้ ผมเลยให้เขามีกีตาร์ที่ใช้ต่อสู้กับผู้ร้ายได้

“ผลงานชิ้นนี้เป็นชิ้นที่ผมปั้นเองทุกอย่างเลย ยักษ์ พญานาค กีตาร์ แต่โมเดลคนยังไม่ได้ปั้นเพราะยังไม่เก่ง ตรงมอเตอร์ไซค์ผมก็ยังไม่ได้ทำ แต่มันเป็นความท้าทายของตัวเองในแง่นั้นด้วยว่าทำได้รึเปล่า ใช้เวลา 3 เดือนกว่าจะออกมาแบบนี้ เรานั่งทำด้วยตัวเอง

“ถือว่าเป็นงานที่สุดความสามารถของผมในตอนนี้เหมือนกัน จากการที่เรียนรู้มาทั้งหมดในชีวิต ได้รวมการทำวิดีโอ กราฟิก การตัดต่อ เล่าเรื่องภาพ ถึงเรื่องนี้จะไม่มีความอินเนอร์ใด ๆ แต่เน้นความสนุก” เนตรเน้นน้ำเสียงคำว่าสนุก!

“และในอนาคตก็อยากให้มันดีขึ้นกว่านี้ ดีขึ้นในแง่คุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นโมเดลลิ่งหรืออะไร อันนี้ก็เป็นข้อด้อยของเราที่ไม่ได้เก่งทุกอย่าง เราพยายามจะฝึกต่อไป”

เส้นทางสร้างโลกจินตนาการของ เนตร พันธุมสินชัย ที่เน้นทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่า Film, CG, 3D และ Animation
เส้นทางสร้างโลกจินตนาการของ เนตร พันธุมสินชัย ที่เน้นทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่า Film, CG, 3D และ Animation

ฉากต่อไป

สิ่งที่เนตรทำอยู่ในปัจจุบัน ไปไกลกว่าความใฝ่ฝันอยากเป็นนักวาดการ์ตูนของเด็กชายเนตรเมื่อตอน ป.5 มาก แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังยอมรับว่าตอนนี้มาไกลกว่าที่คิด

“จริง ๆ วงการนี้ยากกว่าการเขียนการ์ตูนอีกนะ คนเก่ง 3D มีเยอะมาก แต่ใจเราไปในทางนี้แล้ว รักการ์ตูน รักหนัง รักแอนิเมชัน 

“เราคิดว่าศิลปะภาพยนตร์เป็นอันเดียวที่รวบรวมความชอบของเราไว้ได้ทั้งหมด เพลง แอกติ้ง เขียนบท เลยคิดว่าตัวเองเหมาะกับคำว่า Film Maker มากกว่าจึงเลือกเดินทางสายนี้”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เราจึงอยากรู้มุมมองของเนตรเสียหน่อยก่อนจากลากันไป

ในฐานะที่เรียกตัวเองว่าเป็น Film Maker เขาอยากให้วงการหนังไทยดีขึ้นอย่างไร ในเมื่อบอกว่าวงการนี้มีคนเก่ง 3D เยอะ

“ความสามารถคนไทยมีกันอยู่เยอะมาก เพียงแค่ไม่มีโอกาส ค่ายหนังไทยส่วนใหญ่มักจะหลีกเลี่ยงการทำอะไรที่ดูแพง ๆ เพราะเสี่ยง ซึ่งมันก็เสี่ยงจริง ๆ อันนี้ต้องยอมรับว่าต้องใช้เวลา ใช้คน และใช้ทุนเยอะมาก โอกาสที่จะหากำไรมันก็น้อย

“คนที่เก่งมาก ๆ ส่วนใหญ่ที่ปั้นโมเดลลิ่งในเมืองไทย เขาทำงานให้ฝรั่งด้วย เขาเก่งถึงขนาดที่ไปทำโมเดลให้กับค่ายหนังอเมริกาเลย

“การทำหนังที่ดี จะไม่มีจุดไหนที่ด้อยได้เลย ต้องมีทั้งบท แอกติ้ง ภาพ กราฟิก และเพลง หนังที่ดีต้องดีทุกอย่าง แค่กราฟิกอย่างเดียวไม่พอในการดึงดูดคนมาดู ถ้าคุณบทไม่ดีก็จบแล้วถูกไหม ปัญหาของไทยคือทำให้ทุกอันดีหมดได้ยากมาก มันยังไม่ไปถึงในแง่นั้น”

เกี่ยวกับเรื่องงบด้วยไหม – เราถามต่อ

“ใช่ แต่แค่งบก็ไม่พอ คือคุณมีตังค์ แต่คุณไม่มีตรงนี้ มันก็ยังล้มเหลวได้ ลงทุนมหาศาลได้แต่ถ้าบทไม่ดีคนก็จะยังด่าอยู่ มันโหดมาก วงการหนังคือศิลปะที่แพงที่สุดในโลกนะ ทำเพลงถูกกว่า ทำการ์ตูนถูกกว่า หนังมันเลยไม่ค่อยมีโอกาส ค่ายหนังก็พยายามจะเซฟงบ เพราะไม่ยิงนกไม่ได้หลายนัด”

เส้นทางสร้างโลกจินตนาการของ เนตร พันธุมสินชัย ที่เน้นทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่า Film, CG, 3D และ Animation

เมื่อถึงเวลาต้องลากันจริง ๆ เราขอให้ Film Maker เอ่ยคำลาในฉากจบปิดท้าย

“แค่หวังว่าคนจะชอบงานที่เราทำ แค่ได้คอมเมนต์ที่คนชื่นชอบ เราก็แฮปปี้ แค่นี้ก็ดีใจแล้ว” เนตรอมยิ้มพร้อมเล่าด้วยน้ำเสียงเคอะเขิน เป็นคำตอบเรียบง่าย จริงใจ และจริงจังของ Wayward Gods

ติดตามและรับชมผลงานได้ที่ : www.waywardgods.net

Writers

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load