12 กุมภาพันธ์ 2563
8 K

Artteller (ɑːt ˈteləʳ)

[N] a person who tells stories about art.

คำศัพท์ข้างบนไม่มีบนดิกชันนารี แต่เห็นครั้งแรกก็เข้าใจความหมายได้เลยโดยไม่ต้องพึ่งพจนานุกรมสำนักใด และยังเป็นชื่อของเพจศิลปะที่มีวิธีการเล่าเรื่องได้น่าสนใจมาก

Artteller เพจของนักศึกษาเภสัชฯ ที่อยากให้ศิลปะเป็นเรื่องเข้าใจง่าย

เพจนี้แหละที่ทำให้เรารู้เรื่องเหตุการณ์การหายสาบสูญของโมนาลิซ่า ที่ทำให้กลายเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซภายในข้ามคืน

เพจนี้แหละที่ทำให้เรารู้จักช่างภาพเก่งๆ หลายคนผ่านผลงาน ความคิด และเรื่องราวของเขา

เพจนี้แหละที่ทำให้เรารู้ข่าวว่าภาพยนตร์สารคดีของ เดวิด ฮอกนีย์ (David Hockney) นักวาดภาพประกอบชาวอังกฤษ จะมาฉายที่กรุงเทพฯ โดยไม่ได้บอกแค่วันเวลาสถานที่ แต่เล่าถึงภูมิหลังชีวิตของศิลปิน

และเป็นเพจนี้อีกเช่นกันที่ทำให้เราได้อ่านบทสัมภาษณ์ บงจุนโฮ (Bong Jun Ho) ที่บรรจงแปลทันทีหลังจากประกาศรางวัลออสการ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

Artteller คือเพจเกี่ยวกับศิลปะที่อยากให้คนเข้าใกล้และเข้าใจศิลปะมากขึ้น เนื้อหาส่วนใหญ่เล่าถึงงานวาดและภาพถ่ายทั้งในไทยและต่างประเทศด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมเล่าถึงบริบทอื่นๆ ที่ทำให้เกิดงานชิ้นนั้น เพื่อให้คนอ่านเข้าถึงมันได้ง่ายขึ้น 

เตย-ภาสินี ประมูลวงศ์ เจ้าของเพจ Artteller

ถ้าไม่ได้เจอกับ เตย-ภาสินี ประมูลวงศ์ ในวันนั้น เราคงยังคิดว่าเจ้าของ Artteller เป็นคนที่กำลังเรียนหรือทำงานในแวดวงศิลปะ คนที่คลุกคลีกับงานสร้างสรรค์หรือแม้กระทั่งเป็นศิลปินเองด้วยซ้ำ

เราคิดผิดถนัด…

เพราะผู้หญิงที่นั่งตรงหน้า คือนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ปี 5 ที่สะสมแต้มความรู้และความรักในศิลปะตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา เธอสร้างเพจจากบันทึกในไดอารี่ที่ตั้งใจไว้อ่านคนเดียว เปลี่ยนบทสนทนาและข้อถกเถียงในชีวิตประจำวันให้เป็นโพสต์เกี่ยวกับศิลปะที่มีคนกดไลก์หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน

เธอยังไปเยี่ยมชมงานแสดงศิลปะมามากมาย เพื่อให้ได้เห็นผลงานที่เธอรักเพียงสักครั้ง และนำเรื่องราวเหล่านั้นมาเล่าต่อให้คนอื่นๆ ฟัง

“เรียนเภสัชฯ แล้วมาทำเพจศิลปะได้ยังไง”

“นั่นสิ แต่เราเชื่อว่าอะไรที่เราอินเราจะเล่าได้ดี”

เตย-ภาสินี ประมูลวงศ์ เจ้าของเพจ Artteller

Art Introduction

วัยเด็กของเตยแตกต่างจากวัยเด็กของคนอื่นอยู่สักหน่อย เธอเติบโตมาพร้อมความผูกพันกับงานศิลปะจากที่พ่อแม่พาไปชมงานศิลปะและหมั่นซื้อหนังสือรวบรวมภาพอยู่เสมอ เธอสะสมความชอบศิลปะในตัวเองมาเรื่อยๆ ความฝันในวัยเด็กของเตยมี 2 อย่าง ถ้าไม่เป็นนักเขียน ก็ฝันอยากทำงานในพิพิธภัณฑ์

นิสัยการรักเขียนรักอ่านของเธอเริ่มมาจากสมัยประถมหนึ่ง ครั้งแรกที่เธออ่านหนังสือได้ ซึ่งนับว่าช้ากว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน พอเริ่มอ่านได้ เธอก็อ่านมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเก็บความอยากนี้ไว้มานาน จากนิทานเด็ก เป็นวรรณกรรม จากวรรณกรรม เป็นประวัติศาสตร์ แล้วก็มาเจอกับประวัติศาสตร์ศิลป์จนได้

“ในตอนเด็กเราศึกษาแต่ภาพถ่าย ภาพวาด เราได้แต่เพียงเห็นแต่ยังไม่เข้าใจความหมายของภาพขนาดนั้น พอโตมา หอสมุดที่โรงเรียนมีหนังสือเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นพวกหนังสือศิลปะ เราจึงได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ศิลป์เยอะขึ้น ทำให้เข้าใจเรื่องศิลปะมากขึ้น 

“เมื่อย้อนกลับไปในสิ่งที่เราเข้าใจและสิ่งที่คิดมาตลอดเราก็รู้สึกท่วมท้นในใจ จึงเริ่มเขียนเกี่ยวกับงานศิลปะภาพถ่ายตอนเรียนมัธยม แต่ก็เป็นงานแบบเด็กๆ เขียนอ่านเล่นอยู่คนเดียว สนุกๆ

“สำหรับเรา การเขียนหนังสือเหมือนดูซีรีส์ เหมือนกระโดดหนังยาง เล่นเกม เพราะมันสนุกมากที่ได้ทำสิ่งเหล่านี้”

เตย-ภาสินี ประมูลวงศ์ เจ้าของเพจ Artteller

Art Telling

“เราเขียนหนังสือเยอะมากและเก็บไว้เป็นแคตตาล็อก”

เตยมีสมุดโน๊ตหลายเล่มที่เขียนมาตั้งแต่วัยเด็ก รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะผ่านมุมมองของตัวเอง งานส่วนใหญ่เป็นภาพวาด ในขณะเดียวกันบทสนทนาในชีวิตของเธอกับแฟนก็ยังวนเวียนเกี่ยวข้องกับศิลปะ ด้วยความที่มีแฟนเป็นช่างภาพ หัวข้อที่คุยกันระหว่างวันจึงหนีไม่พ้นศิลปะภาพถ่าย เทคนิคการถ่ายภาพ และช่างภาพ

“วันหนึ่งแฟนถามว่าทำไมไม่ทำเพจ สิ่งที่เธอเขียนควรนำไปถ่ายทอดคนอื่นต่อไม่ใช่เก็บไว้คนเดียว ในช่วงแรกๆ ที่ทำเพจมันจึงเป็นเรื่องภาพถ่ายส่วนใหญ่เพราะเราคุยกันเรื่องนี้อยู่แล้ว หลังๆ มาเราจึงค่อยเลือกอะไรที่เป็นภาพวาดมากยิ่งขึ้น”

จุดประสงค์หลักของเพจ Artteller คือต้องการให้คนมองว่าศิลปะเป็นเรื่องเข้าใจง่ายสำหรับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน กราฟิกดีไซเนอร์ นักบัญชี นักโบราณคดี สถาปนิก ทนาย หรือนักศึกษาเภสัชฯ เหมือนเตยเองก็ตาม

“มนุษย์มีภาษา แต่พอถึงจุดหนึ่งเราพบว่าภาษามันอธิบายไม่ได้ เช่น ความรู้สึกโกรธ เราโกรธเราจะใช้ภาษากายในการสื่อสารหรือเขียนออกมาว่าเราโกรธแค่ไหน แต่บางคนบอกว่าแค่นี้มันยังไม่พอที่จะอธิบายความโกรธ เขาจึงเอาความโกรธไปลงกับศิลปะ จากการใช้แปรงระบายสี ฉันโกรธภาพนั้นจึงกลายเป็นภาพแบบพอลล็อค (Jackson Pollock) สิ่งนี้คือภาษาใหม่ในการอธิบายสิ่งต่างๆ ที่รู้สึกอยู่ข้างใน ซึ่งบางครั้งอาจจะอธิบายยาก 

“มันยังมีคนกลุ่มใหญ่ที่รู้สึกว่าศิลปะเป็นเรื่องเข้าใจยาก เป็นเรื่องนามธรรม ซึ่งในมุมมองเรา ศิลปะทุกงานก็มีเหตุผล ทุกงานพูดถึงชีวิต พูดถึงวิธีการบางอย่างที่จะแสดงตัวเองออกมา สิ่งหนึ่งเลยที่จะทำให้คนกับศิลปะห่างกันได้ คือภาษา แต่อุปสรรคทางภาษาก็มีมากขึ้น บางทีเราไปพิพิธภัณฑ์เวลาอ่าน Artist Statement แล้วงง ซึ่งจริงๆ มันมีวิธีการเล่าให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย มันเลยต้องมีสื่อกลางที่จะทำให้คนมองศิลปะเป็นเรื่องเข้าใจได้ สนุกกับมันได้ ไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าเป็นของสูง และเมื่อไหร่ที่เราเข้าใจวิธีการ วิธีคิดของมัน เราก็จะอินมันมากขึ้น”

เตย-ภาสินี ประมูลวงศ์ เจ้าของเพจ Artteller
เตย-ภาสินี ประมูลวงศ์ เจ้าของเพจ Artteller

Art Appreciation

ถ้าพูดถึงการเดินทางของศิลปะ ในศตวรรษที่ 18 ศิลปะคือความงามหยดย้อย ความสมบูรณ์แบบ ภาพวาดนางในฝันวีนัสกลายเป็นตัวแทนของศิลปะในยุคนั้น ถัดมาในศตวรรษที่ 19 คนเริ่มตั้งคำถามว่า ศิลปะจำเป็นต้องละเอียดละออ ไร้ที่ติอย่างนั้นเลยเหรอ จึงเข้าสู่ช่วง Impressionism กำเนิดโกลด มอแน (Claud Monet) เจ้าของภาพที่ไม่เน้นเรื่องความเหมือน แต่เน้นที่อารมณ์ความรู้สึก ศิลปะเดินทางมาเรื่อยๆ จนถึงยุคที่ชายชื่อ มาร์แซล ดูว์ช็อง(Marcel Duchamp) นำโถส้วมไปวางในพิพิธภัณฑ์แล้วบอกว่า นี่คือศิลปะเหมือนกัน

แม้แต่ตัวศิลปะเองยังมีคอนเซปต์และรูปแบบที่แตกต่างไปตามยุคสมัย จึงไม่แปลกที่มันควรเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจและดื่มด่ำได้ และยิ่งไม่แปลกเข้าไปใหญ่ที่เจ้าของเพจที่ตั้งขึ้นเพื่อลดช่องว่างตรงนั้นจะไม่ใช่นักเรียนศิลปะ แต่เป็นนักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่ตั้งใจจะเป็นเภสัชกรในอนาคต

“ศิลปะสำหรับเราเป็นอะไรก็ได้ที่พยายามอธิบายตัวเองออกมาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง รูปแบบของมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง สำคัญคือมันผ่านวิธีคิดมาหรือเปล่าว่าจะแสดงความเป็นตัวตนของศิลปินออกมาอย่างไร”

คอนเทนต์ของ Artteller จึงไม่ได้บอกแค่เทคนิคหรือคอนเซปต์ของงานศิลปะ แต่จะเล่าไปถึงภูมิหลัง แนวคิดของศิลปิน บทสัมภาษณ์เก่าๆ ไปจนถึงบริบทสังคมในยุคนั้นๆ เพื่อให้คนอ่านเข้าใจผลงานชิ้นนั้นมากขึ้น

Artteller เพจของนักศึกษาเภสัชฯ ที่อยากให้ศิลปะเป็นเรื่องเข้าใจง่าย

“โพสต์ที่ได้รับเสียงตอบรับดีมากๆ คืองานชื่อ Family In Print ของ แนนซี โบโรวิก (Nancy Borowick) เขาถ่ายภาพพ่อแม่ที่กำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่มันกลับไม่เศร้า มันทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตคือสิ่งที่ดี แฟนเราที่ทำงานอยู่ที่นิวยอร์กติดต่อเขาไปเพื่อขอสัมภาษณ์ แล้วเราเอาบทสัมภาษณ์มาเรียบเรียงใหม่เพื่อลงเพจ ฟีดแบ็กที่ได้กลับมาคือมันทำให้คนอ่านนึกถึงพ่อแม่ ทำให้คิดถึงหลายๆ คน สิ่งนี้ทำให้เราได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเขา และดีใจที่เราได้เผยแพร่สิ่งเหล่านี้ออกไป ทั้งในมุมของเราที่เป็นผู้ชม และมุมของช่างภาพเองที่สร้างผลงาน”

Art in the Future

“เราเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าวงการศิลปะจะไปต่อได้ไกล ต้องประกอบด้วยหลายส่วน เราต้องมีศิลปินที่สร้างงาน ผู้ซื้อ ผู้รวบรวม เราต้องมีคนที่มาช่วยสนับสนุน เราต้องมีคนมีนักวิจารณ์ศิลปะ หรือนักประวัติศาสตร์ศิลปะ นักบอกเล่าทางศิลปะที่จะช่วยให้การสื่อสารศิลปะกว้างขึ้นและเข้าใจได้มากขึ้น เรากำลังทำในส่วนที่พยายามพูดคุยกับคนนอกวงการมากขึ้น และเราเชื่อว่ามันจะขับเคลื่อนวงการศิลปะให้เดินไปข้างหน้าได้ ถ้าเกิดว่าเราทำให้มันดี

“เรารู้สึกว่าเราอยากเล่าเรื่องเกี่ยวกับศิลปะที่มันไม่ได้มีแค่สิ่งที่ทุกคนเห็นอยู่ทุกวัน เป็นการใช้ศิลปะในการเล่าเรื่องใหม่ๆ ด้วยการใช้วิธีการใหม่ๆ เพื่อให้คนเข้าใจมากขึ้น อยากเห็นงานจากผู้เสพงานศิลปะมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่เราต้องการจริงๆ คืออยากสร้างกลุ่มที่คนที่รักงานศิลปะได้มานั่งคุยกัน มานั่งถกเถียง เรื่องความเชื่อ เรื่องความคิด เรื่องแนวคิด”

Artteller และเตยไม่ได้ต้องการให้คนเข้าใจศิลปะจากแค่รูปร่างสุดท้ายที่เราเห็น แต่เธออยากให้เราเข้าใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการกดชัตเตอร์ของภาพบางภาพ การลงแปรงพู่กันของศิลปินบางคน อยากให้เราสัมผัสถึงความรู้สึกที่แฝงอยู่ในผลงานที่หลายครั้งเราอาจมองข้ามไป

“เพจนี้เป็นพื้นที่ที่เราได้เล่าเรื่องสิ่งที่เราสนใจในวันนี้ วันหนึ่งในอนาคตมันก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามเรา โตไปตามเราที่เป็นคนทำ เราไม่รู้หรอกว่าในอนาคตมันจะเป็นอะไรได้บ้าง แต่เราอยากให้มันเป็นเพื่อนกับทุกคนได้ ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนแก่”

“เพราะแค่ทำเพจในทุกวันนี้ก็มีความสุขแล้วถูกไหม” เราถามเตย แม้จะเดาคำตอบในใจเธอจากการพูดคุยตลอดหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาได้อยู่แล้ว

“ใช่ เรามีความสุข เพราะเพจนี้เหมือนเป็นการเล่าให้เพื่อนฟังและก็ดีใจที่มีเพื่อนมากขึ้น ถ้าเพจสร้างแรงบันดาลใจให้ใครได้เราก็ดีใจแหละ แต่จะดีใจมากกว่าถ้าเขาได้ไปสนุกกันต่อ ได้เข้าใจสิ่งอื่นๆ มากขึ้นในทุกๆ วัน สิ่งนี้แหละที่สำคัญ เมื่อคุณเข้าใจสิ่งหนึ่งมากขึ้น คุณจะอยู่กับมันได้มากขึ้น ได้เปิดโลกใหม่ๆ มากขึ้น”

เตย-ภาสินี ประมูลวงศ์ เจ้าของเพจ Artteller

Writers

พิมพ์อร นทกุล

อดีตเด็กบัญชี เชื่อในบทสนทนาที่ดี และมีความสุขกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ส่วนใหญ่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

พิชญาภัค เจริญวัง

ชอบอ่านเรื่องความรัก ชอบคิดเรื่องเพ้อฝัน ชอบเขียนคำคมและบทกลอน วันว่างๆ ชอบวาดรูปธรรมชาติเก็บไว้เป็นไดอารี่ของตัวเอง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“ผมเป็นมือใหม่ YouTube มาก”

“แต่ทั้งช่อง BoomTharis, Slot Machine, 9arm, YARDPIRUN , Koendanai ก็มาคอมเมนต์คุณนะ”

“เขาบอกว่ามีคนดังมาคอมเมนต์หลายคน ผมก็ไม่รู้ตัวนะว่าพวกเขามากัน เพราะว่ามันเยอะมาก ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง มีคนดังมาให้ความสนใจอย่างนี้” เขาเล่าพร้อมร้อยยิ้มอารมณ์ดีที่ส่งผ่านโปรแกรม Zoom

หนุ่มโคราชวัย 30 เจ้าของเพจ ‘เพลงอร่อยมาก’ ตั้งใจร้องเพลงพร้อมกับทำอาหารในห้องครัว ให้คุณผู้ดูโขลกเครื่องทำกินได้ที่บ้านด้วยเมนูง่ายๆ จะยากก็เพียงแค่การร้องตามแต่ละเพลง เพราะมันช่างโหดเหลือหลาย

เขาไม่ใช่นักร้อง แล้วก็ไม่ใช่พ่อครัว ต่อคือช่างภาพเวดดิ้งมืออาชีพ ถ่ายภาพบ่าวสาวบันทึกความรักของผู้คนมานักต่อนัก พร้อมขายภาพสต็อกในเว็บไซต์ต่างๆ มาหลายปี ปัจจุบันเขาอยู่ที่เมืองย่าโมกับครอบครัวและลูกน้อย ชอบทำกับข้าวกินเองอยู่บ่อยๆ

เรื่องราวชีวิตผู้ชายคนนี้สนุก หลายอย่างในชีวิตบางทีก็ไม่เหมือนที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ดันไปได้ดีและทำให้เขาค้นพบความสามารถตัวเองมาเรื่อยๆ

หรือแม้กระทั่งวันนี้ที่คลิปของเขาแตะล้านวิวเป็นที่เรียบร้อย ต่อเองก็ไม่คิดว่าจะไปถึงขนาดนั้น เขาแค่ชอบร้องเพลงเล่นๆ สนุกๆ มาตั้งแต่สมัยเรียน

และไม่เคยคิดจะหยุดร้องเพลงเลยแม้แต่วันเดียว

เบื้องหลังจังหวะกระเทียม ที่ไม่ว่ากี่เมนูก็ร้องให้ไพเราะได้ของ TORWAI เพลงอร่อยมาก

ตัวต่อ

ต่อเล่าว่าเขาเริ่มร้องเพลงตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ในวันปฐมนิเทศ นักศึกษาทุกคนจะโดนบังคับให้เลือกชุมนุมสังกัดเพื่อทำกิจกรรมตลอดเทอม แน่นอนว่าชายผู้นี้เลือกชมรมดนตรี

“ผมไปเจอเพื่อนคนหนึ่งเล่นกีตาร์ ส่วนผมก็ตีกลองเป็น เลยชวนๆ เพื่อนคนอื่นมารวมตัวกันลองเล่นดนตรีดูก่อน ยังไม่ต้องมีนักร้องก็ได้ ผมลองตีกลองเพลง ขาหมู Tattoo Color แต่ตีไม่ลงจังหวะสักที เลยสลับตำแหน่งกับเพื่อนอีกคนไปร้องเพลง เพื่อนในวงบอก ‘มึงร้องเพลงได้นี่หว่า งั้นไปเป็นนักร้องเลยแล้วกัน’ แล้วสมัยนั้นยังพรินต์เนื้อร้องจากร้านถ่ายเอกสารอยู่เลย”

ต่อเล่าถึงจุดเริ่มต้นสู่ห้องซ้อมดนตรีพร้อมเสียงหัวเราะ ถ้าวันนั้นเขาตีกลองลงจังหวะ วันนี้คงไม่มียูทูเบอร์ชื่อ TORWAI นี่คงเป็นจังหวะดีอย่างแรกที่เขาได้เจอความสามารถของตัวเอง

“เหมือนงานอดิเรกของเราคือเรียน แต่งานหลักคือเล่นดนตรี ผมกับเพื่อนเริ่มออกงานร้องเพลงบ่อยขึ้นจนเก็บตังค์ได้ถึงหลักหมื่น แล้วช่วงนั้นผมก็ฟีลเด็กมหาลัยที่มีโลกส่วนตัวสูง ชอบออกไปขับรถเล่นแล้วก็ถ่ายรูป มุมไหนสวยก็อยากถ่ายเก็บไว้ พ่อเลยซื้อกล้องถ่ายรูปไว้ให้ พอถ่ายรูปได้เงินดีก็มุ่งไปในสิ่งที่เลี้ยงตัวได้ จนกลายเป็นว่าผมไม่ได้ยุ่งกับการร้องเพลงอีกเลย เน้นพัฒนาฝีมือถ่ายภาพของตัวเอง เข้าสู่วงการถ่ายภาพเวดดิ้งเต็มตัว เหลือร้องเพลงเล่นๆ เวลาขับรถเดินทางแค่นั้น”

แม้ชีวิตของต่อจะพลิกเส้นถนนกันอยู่หลายตลบ จากเด็กเรียนวิศวะ มาจับไมค์ร้องเพลง จับพลัดจับพลูมาเป็นช่างภาพอาชีพ

แต่ดนตรียังอยู่กับเขาในทุกจังหวะชีวิต

ร้องเพลงต่อ

ต่อชอบร้องเพลงแบบเน้นเอาสนุกและสร้างความสุขให้กับตัวเอง แต่การร้องเล่นนั้น ทำให้ตัวเขาได้ฝึกฝนอยู่ตลอด เป็นทักษะที่ค่อยๆ บ่มเพาะไว้ ราวกับรอเวลาสุกงอม โดยที่ต่อเองก็ไม่ได้คิดถึงวันเก็บเกี่ยวผลผลิต

ช่างภาพเวดดิ้ง มีกล้องคุณภาพไว้ถ่ายงาน พร้อมไมโครโฟนสำหรับอัดวิดีโอบ่าวสาว วันหนึ่งอุปกรณ์เลี้ยงชีพที่ว่า ได้ผันตัวมาเป็นเครื่องมือสร้างคลิปร้องเพลงในห้องครัว

“เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมอธิบายไม่ถูกว่ามันมาได้ไง เราไม่ได้กะจะเป็นนักร้องอาชีพนะ เพราะคิดว่าเราไม่เก่งพอ แล้วก็ไม่ได้อยู่ในแวดวงของนักดนตรีแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมร้องเพลงเอาความสนุกสนานเฉยๆ อย่างเพลง สักวันหนึ่ง ผมเคยคัฟเวอร์เมื่อสมัยเรียน แต่ไฟล์มันหายเลยทำใหม่

“ช่วงอยู่บ้านนานๆ เราเกิดไอเดียว่าอยากลองร้องคัฟเวอร์เพลงหลายๆ แบบ แล้วทำกิจกรรมอื่นๆ ไปด้วย ตอนแรกว่าจะขับรถ จะปั่นจักรยาน หรือล้างจานไปด้วย แต่มาเริ่มจากทำกับข้าวก่อน แล้วมันก็พีกเลย คนดูชอบ”

ส่วนตัวเรารู้จัก TORWAI จากเพลง ยื้อ ตั้งแต่ดูคลิปครั้งแรก ก็ค่อนข้างทึ่งในสกิลล์การร้องเพลงของเขา มือทำกับข้าวไป ปากก็ร้องเพลงยากๆ ไปด้วย ไกวตะหลิว ผัดไก่ ใส่เครื่องปรุง ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันโดยที่เสียงไม่ดรอป ไม่แกว่ง และยังทรงพลัง

ในฐานะชาวเน็ตคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลง ยอมรับสารภาพมา ณ ที่นี้ว่าเปิดคลิปเขาฟังบ่อยมากระหว่างทำงานที่บ้าน แล้วก็สงสัยว่าเขาเลือกจับคู่เพลงกับเมนูอย่างไร 

“ผมจะเลือกเพลงที่เวลาร้องแล้วไม่ปวดหัวมาก แรงร้องยังไหว และเลือกเมนูที่ทำเป็นอยู่แล้ว กินได้แน่นอน พวกผัดกะเพรา ข้าวผัด ต้มยำ ขอแค่เล็งเครื่องปรุงให้โดนก็พอแล้ว เพราะเวลาร้องเพลงจะมีจังหวะมอนิเตอร์ในหูฟัง ป๊อกๆๆๆ เราก็เล็ง โป๊ะ พอดี เป็นเทคนิคในการลงกระเทียมให้ตรงจังหวะเพลง

“จริงๆ ไม่มีแผนอะไรมากมาย เพราะเมนูกับเพลงมันไม่เข้ากันเลย ไม่เกี่ยวกับเนื้อเพลงด้วย อย่างเพลง ยื้อ คู่กับกระเพราหมูชิ้น เพลง จันทร์เจ้า มาอยู่กับข้าวผัดทะเลกับต้มยำไก่ ด้วยความที่ว่าเพลงจันทร์เจ้า มันง่ายกว่าเพลง ยื้อ เพราะมันไม่มีท่อนบ้าพลัง เพลง จันทร์เจ้า มีท่อนที่เสียงสูงขึ้นไปนิดหนึ่ง เพลง ยื้อ จะเป็นต่ำแล้วก็สูง ต่ำแล้วก็สูง

“คอร์ดเพลงไหนง่ายก็ทำเมนูยากขึ้น เพลงไหนยากก็ทำเมนูง่ายๆ ไว้” ต่ออธิบายถึงวิธีการปรุงอาหารและร้องเพลงให้ได้ในเวลาเดียวกันด้วยเสียงขำขัน

วัตถุดิบที่ลงตัว

นอกจากร้องเพลงตอนทำอาหารแล้ว ถ้าสังเกตดูจะพบว่ามี มือกีตาร์นาม BOMOSTIN อีกหนึ่งคนที่เขาชวนมาเล่นดนตรีโซโล่เทพๆ ในคลิป ความสำเร็จของต่อจึงมีรุ่นน้องคนนี้ร่วมเป็นแบ็กอัป

“เราคิดว่าถ้าทำคัฟเวอร์แล้วทำไม่ดีก็ไม่รู้จะทำทำไม เลยชวนน้องบอม (ยุทธชัย วงศ์กาไสย) มือกีตาร์มาเล่นให้ด้วย เขาเก่งพอสมควรเลย คือเราลากคอมาอัดคลิปเลยแหละ แต่ไม่ค่อยออกสื่อเท่าไหร่ เพราะเขาเขินกล้อง ตอนแรกเขาจะไม่ลงคลิปด้วย ไม่กล้าเล่นโชว์ ผมเชียร์ให้น้องลองดูสักคลิป เดี๋ยวตัดต่อให้เอง ไม่ต้องเห็นหน้าเต็มก็ได้ ทุกคลิปเลยมีแต่มุมข้างๆ ทั้งนั้นเลย” ต่อเล่าก่อนหัวเราะดัง

“บอมเขามิกซ์ซาวนด์ดีมาก จัดบาลานซ์เสียงไม่ให้สูง-ต่ำ กังวาน หรือทุ้มบี้ จนเกินไป การอัดในห้องครัวมันมีหลายปัจจัยมาก มีเสียงกระทะที่ท่อนไหนเยอะไปก็ต้องลด ไม่งั้นคนฟังจะเกิดความรำคาญได้เหมือนกัน เพราะเสียงมาเข้าไมค์ตัวเดียวพร้อมกัน เราไม่ได้อัดแยก”

เรื่องการถ่ายทำของเขาไม่มีอะไรมาก เน้นตั้งกล้องนิ่งๆ ถ่ายภาพกว้างเข้าไว้ แต่ให้มีหลายมุมหน่อย เพื่อเพิ่มอรรถรสสำหรับคนดูได้ชมการทำอาหารอย่างเต็มตา เผื่อนำไปทำตามได้ง่ายๆ

ส่วนการอัดเสียงร้อง เขาเลือกใช้ไมค์คอนเดนเซอร์ที่เก็บเสียงได้กว้าง และชัดกว่าไมค์ไดนามิกที่เหมาะกับการถือร้องตรงๆ เสร็จแล้วก็จัดไฟให้แสงพอดีกับการถ่ายคลิป เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ เอ้ย! เตรียมอุปกรณ์ พร้อมกด Record  

อุปกรณ์พร้อมตั้งรับ ผสานด้วยเสียงร้องเกินต้านของต่อ มีควันอิมโพรไวซ์มาจากกระทะอย่างลงจังหวะทำนองราวกับถูกปล่อยคิว

มินิคอนเสิร์ตก้นครัว เริ่มแล้ว!

“หลังปล่อยเพลง ใจหนอใจ ผมก็คิดนะว่าใครจะมาดูเรา ไม่มีหรอก แต่กลายเป็นว่ากระแสตอบรับดีใช้ได้ ผมเองยังตกใจ ยังไงก็ต้องขอบคุณคนดูมากเลย จริงๆ ผมเองคนเดียวก็ฟังหลายพันรอบเหมือนกัน” เขาหยอก

ทำตามสูตรต้นตำรับ

ในฐานะคนร้องคัฟเวอร์ ต่อมีกฎของตัวเองอยู่ 2 ข้อ

ข้อแรก ต้องปรับปรุงตนเองไปเรื่อยๆ ในแต่ละคลิป แม้เล็กน้อยก็ควรทำ

“เราอยากให้เกิดความแตกต่างไปเรื่อยๆ ผมชอบท้าทายตัวเองว่า คลิปต่อไปเราจะทำอย่างไรดี หรือปรับตรงไหนได้อีก สมมติว่ารอบนี้แสงไม่สวย คลิปหน้าก็ทำให้สวยขึ้นด้วยการจัดไฟให้พร้อม สังเกตดูได้ คลิปแรกๆ ของผมไม่มีอะไรเลย แสงแบนๆ เรียบๆ มีมุมกล้องเดียว ผมทดลองทำไปเรื่อยๆ ในคลิปถัดไป ใส่ความครีเอทีฟเข้ามาหน่อย เราก็ได้พัฒนาตนเองไปด้วย”

ข้อสอง ไม่แปลงเนื้อเพลงเด็ดขาด เพราะกว่านักเขียนเพลงจะบรรจงแต่งเพลงขึ้นมาได้ มันคือการสั่งสมประสบการณ์มาทั้งชีวิต

“ในแง่การร้องเพลง ผมคิดว่าสิ่งที่คนร้องคัฟเวอร์ไม่ควรทำเลย ก็คือดัดแปลงเนื้อร้องต้นฉบับ เราเอาเพลงของคนอื่นมาร้อง ก็ต้องให้เกียรติกับเจ้าของเพลงด้วย เพราะไม่รู้ว่าต้นฉบับเขาจะโอเคไหม เขาสร้างสรรค์ผลงานมาก็ยาก กว่าจะเขียนเนื้อร้อง แต่งทำนองกันได้ เราไม่ควรไปเปลี่ยนแปลงอะไรและต้องทำออกมาให้ที่สุด จะได้ Win-Win ทั้งเราและศิลปิน การไปแปลงเพลงต้นฉบับมันอาจทำให้ผลงานของเขาดรอปลงก็ได้”

นับเป็นกฎ 2 ข้อที่ให้เกียรติทั้งตนเองและผู้อื่น

*เคล็ดลับ* รู้จักรสชาติที่เราชอบ

หากถามใครต่อใครว่าทำไมถึงชอบทำอาหาร ก็มักพบคำตอบว่า อยากปรุงรสชาติเอง ได้เลือกวัตถุดิบดีๆ อย่างพิถีพิถัน เน้นปริมาณผักหรือเน้นเนื้อสัตว์ได้ตามใจ ไม่มีใครรู้จักรสชาติที่เราชอบได้ดีเท่าตัวเรา

ชีวิตของต่อก็เป็นแบบนั้น ได้เลือกหลายสิ่งอย่างด้วยตัวเอง และเขาก็มีความสุขในพื้นที่ของตัวเอง

“ตัวผมเองไม่ได้ทำอาหารเก่งระดับเชฟ เรื่องร้องเพลงคัฟเวอร์ก็ไม่ได้มีสตูดิโออัดเสียงดีๆ แต่ขอแค่ลองเอาทั้งสองอย่างมารวมกันดูว่ามันจะเป็นยังไง โดยตั้งต้นจากความถนัดที่เรามี” เขาอธิบายถึงวิธีคิดที่เรียบง่าย ตกผลึกจากการรู้จักความสามารถของตนเอง และเริ่มลงมือทำในวันว่าง

“แต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน ผมว่าต้องหาสิ่งที่เป็นตัวเองให้เจอ ลองสังเกตดูก็ได้ว่าสิ่งใกล้ตัวเราคืออะไร เรามีจุดเด่นอะไรบ้าง ตรงนี้แหละคือความยาก เพราะใครหลายคนมองไม่เห็นกัน แล้วต้องคิดว่าอะไรที่คนอื่นเขายังไม่ทำหรือยังมีคนทำน้อย เราก็ทำให้ดี

“คนเก่งในประเทศนี้มีเยอะ เรายังไม่เห็นอีกมาก”

แน่นอนว่าความดังมาต้องมาพร้อมกับการมีสปอนเซอร์เข้า ต่อเล่าว่าตอนนี้มีลูกค้าติดต่อมาหาทุกวัน มีกระทะจากหลายแบรนด์ส่งตรงมาให้เขา รวมถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่สนใจจ้าง ซึ่งต่อตั้งใจจะลงให้ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย  

“มีคนติดต่อมาทุกวัน ผมบอกไม่ต้องจ้างผมหรอกนะ เดี๋ยวทำให้ฟรีเลย เพราะเราไม่ได้มาหาเงินจากการร้องเพลง เรารู้สึกว่าถ้ายิ่งตั้งความหวังกับมัน จะยิ่งเครียด สิ่งนี้เราชอบมาตั้งนาน แต่พอเราไปตั้งความหวังว่าต้องได้เงิน ต้องได้ยอดวิว บอกเลยว่าเครียด ให้เป็นความชอบของเราแบบนี้ตลอดไปดีกว่า ไม่ต้องทำให้เราเป็นเศรษฐีอะไรก็ได้ 

“ผมมีความสุขกับการเป็นช่างภาพอยู่แล้ว อยากทำงานถ่ายรูปไปตลอด ไม่ได้คาดหวังว่าการร้องเพลงต้องทำให้เราดังอะไรมากมาย ตอนนี้ผมอยากทำแค่นี้แหละ”

 ของอร่อยต้องอดใจรอ

ต่อบอกว่าเขาตั้งใจอัปโหลดวิดีโอเดือนละ 3 คลิปเท่านั้น

หากทำมากกว่านี้จะฝืนตัวเองเกินไปจนไม่สนุก เขาอยากรักษาจังหวะการปล่อยงานที่เขากับบอมทำไหว โดยไม่รบกวนเวลาชีวิตของกันและกันมากนัก

“ตอนแรกตั้งใจว่าจะปล่อยทุกวันอาทิตย์ แต่เราปรึกษากัน พบว่าปล่อยคลิปทุกๆ เจ็ดวันมันเร็วไปนะ มันแน่นไป รบกวนเวลาทำงานมากเลย เขาเป็นวิศวกร เราก็มีงานถ่ายภาพ เลยต้องให้เวลากันหน่อย สิบวันปล่อยคลิปหนึ่งแล้วกัน เราไม่ได้ทำเป็นอาชีพ ทำสนอง Need ตัวเอง

“ที่ลงล่าสุดเป็นเพลง บ้าบอ ของ Silly Fools อีกวงหนึ่งที่อยากร้อง หลังจากนี้จะมีเพลงช้า เป็นเมนูที่คนคาดไม่ถึงแน่ๆ ผมบอกได้เลย รอดูนะ”

ขอชวนคุณผู้อ่านกด Subscribe และกดกระดิ่งแจ้งเตือนโดยเร็วพลัน รอติดตามดูไปด้วยกัน

สมมติว่าเย็นนี้จะต้องร้องเพลงและทำอาหารไปด้วย คุณจะเลือกเมนูไหนและเพลงอะไร-เราทิ้งทวนคำถามสุดท้าย

“ช่วงนี้หน้าฝน ต้องมีเมนูปิ้งย่างกับของทอดพวกเฟรนช์ฟรายส์ คิดแล้วก็หิวเลยเนี่ย ผมอยากทำบาร์บีคิวมาก กินตอนเย็นๆ บรรยากาศชิลล์ที่สุด แล้วก็ร้องเพลงที่เกี่ยวกับฝน อย่าง ฤดูที่ฉันเหงา ของวง Flure ร้องเพลงไป ปิ้งบาร์บีคิวไป พอท่อนโซโล่ให้บอมเล่นกีตาร์ไป ระหว่างนั้นผมก็จิบเบียร์ แค่นี้แหละ แฮปปี้แล้วครับ”

TORWAI เพลงอร่อยมาก : YouTuber คนใหม่แห่งวงการทำอาหารไปร้องเพลงไป ที่ต้มยำทำแกงเสียงอย่างเทพ จนหลายแชนแนลชื่อดังขอคารวะความโหด

ภาพ : ต่อวัย สืบศรี

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load