“ความจริงเราตกเพนต์นะ เป็นข้อเสียอย่างหนึ่งที่ดันอยากมาทำสีเพนต์” 

วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี เจ้าของ Artistic แบรนด์สีเขียนรูปของคนไทยเฉลยความลับสวรรค์ด้วยเสียงหัวเราะ

เขาจั่วบทสนทนาเรียกความสนใจและความไม่มั่นใจให้เราในคราเดียว หลังจากได้นั่งลงฟังเรื่องราวและเดินดูรอบแล็บผลิตสีขนาดย่อมบริเวณบ้านของเขา ทำเอาเราตกตะลึงกับชายที่ขลุกอยู่กับสีกว่าสิบปี ทดลองทำสีเองตั้งแต่สูตรหมายเลข 1 จนปัจจุบันเขาสร้างสูตรสีของแบรนด์มากถึง 332 สูตร และมีแววว่าเขาจะไม่หยุดทดลอง

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

ทำความรู้จัก Artistic กันสักนิดก่อนจะตะลุยโลกของสี เดิม Artistic เป็นแบรนด์ของฝากที่รังสรรค์ความงามผ่านลายเส้นของวิชชุ จน พ.ศ. 2554 เป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ให้เจ้าของแบรนด์ต้องหันหน้ามาหาสี ทำแบรนด์สีเขียนรูปที่ผลิตด้วยมือทุกขั้นตอน มีให้เลือกระบายทั้งสีอะคริลิก สีมัสก์ สีน้ำมัน สีโลหะ และสีน้ำ ความพิเศษอยู่ตรงสีน้ำเฉดไทยโทนกว่า 50 สีที่เขา Collaborate กับ ดร.ไพโรจน์ พิทยเมธี นักวิจัยสีไทยโทน จากมหาวิทยาลัยศิลปากร

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

ความมุ่งมั่นในการทำสีไทยโทนของเขา ก็เพื่อลดขั้นตอนการผสมสีของช่างเขียนภาพจิตรกรรมไทยที่ต้องผสมให้เหมือนสีโบราณ และเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับคนใช้สีทุกเพศทุกวัย มากไปกว่านั้น อดีตนักเรียนศิลปะคนนี้ยังเข้าใจหัวอกนักเรียน-นักศึกษาหัวใจศิลป์ ที่ต้องควักเงินอุดหนุนสีจากเมืองนอกราคาไม่สบายกระเป๋า ด้วยการผลิตสีราคาประหยัด ทว่าคุณภาพเต็มหลอด เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้สีระดับวัยเยาว์ เขาใส่ใจทุกส่วนจริงๆ

ยังมีเรื่องราวสารพัดสีที่เราแต้มลงบนผืนผ้าใบสีขาว รอคุณมาเสพงานศิลป์ของชายหนุ่มคนทำสี ไม่ว่าจะสีเฉพาะบุคคลที่สั่ง Custom เป็นของตัวเอง การทำการตลาดแบบซื้อใจและขายสีราคาเดิมตลอด 10 ปีไม่เคยลดราคา

ถ้าพร้อมแล้ว สวมผ้ากันเปื้อนและหมวกเบเรต์อย่างศิลปินดัง หยิบพู่กันและวาดเรื่องราวไปพร้อมกัน

สีลปิน

“ตอนเรียนศิลปะ เราเกิดคำถามขึ้นกับตัวเอง จบแล้วจะทำอะไร อย่างศิลปินเขาชัดเจนว่าทำงานศิลปะ ส่วนตัวเรามองว่ามันยังมีอาชีพอะไรอีกบ้าง อาจารย์ ศิลปินอิสระ บางทีเรารู้สึกว่ายังไม่พอ ตัวเราก็ไม่ได้เก่งขนาดที่จะเลี้ยงตัวเองด้วยงานศิลปะ ตอนเรียนก็คิดว่าเรามาถูกทางแล้วหรือเปล่า” วิชชุเล่าความสงสัยอย่างอารมณ์ดี

เขาหาคำตอบของคำถามเจอตอนลงเรียนปริญญาโท วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุมการมอง ‘ศิลปะ’ ของเขาเปลี่ยนไป ศิลปะน่าจะกลายเป็นธุรกิจขึ้นมาได้ เข้าทาง ศิลป์อยู่ในตัวและหัวใจของเขาอยู่แล้ว 

ก่อนจะเจอะหนทางที่ใช่ ระหว่างทางเขาแวะทำงานที่ชอบ ‘ศิลปะไทย’ 

วิชชุเปิด Artistic ร้านขายภาพเขียนและภาพพิมพ์ลวดลายไทยด้วยฝีไม้ลายเส้นของเขาบริเวณย่านสวนลุม ลูกค้ากลุ่มหลักเป็นนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากได้สินค้าแสดงความเป็นไทยกลับบ้านไว้เป็นของขวัญ-ของฝาก

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

จนกระทั่งเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่มาเยือน ปี 54 เขาต้องนั่งแกร่วเพราะกิจการซบเซาจากผลพวงของภัยธรรมชาติ หันมองทางไหน (ในร้าน) ก็เจอแต่สี ทางนั้นก็สี ทางนู้นก็สี เหตุที่มีมากเพราะเขาต้องสร้างงานศิลป์ ประจวบเหมาะกับความอินสมัยเรียนปริญญาโท วิชชุเลือกทำธุรกิจที่อยู่รอดได้โดยที่ยังเป็นตัวเอง เขาปิ๊งไอเดียจากการนั่งมองสี เอาเลย! ถ้าอย่างนั้นทำสีขาย คิดปุ๊บเขาทำปั๊บอย่างไม่รีรอ เขาว่าตรงนี้เป็นข้อดีของการทำธุรกิจ

แบรนด์ Artistic เปลี่ยนจากงานคราฟต์ไทยสำหรับซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน มาเป็นแบรนด์สีเขียนรูปที่ผลิตด้วยมือตั้งแต่ขั้นตอนแรกยันขั้นตอนสุดท้าย ใช่! เขาผสมสีเองทั้งหมด แต่นั่นยังไม่ทึ่งเท่าสิ่งที่เขากำลังทำต่อจากนี้

จากสีหมายเลข 1 ถึงสีหมายเลข 332

ถ้าคุณสงสัยว่าความน่าทึ่งของชายสร้างสีคนนี้คืออะไรกันแน่ เราเฉลยให้ว่า เขาทดลองทำสีด้วยตัวเอง คนตรงหน้าเดินสาละวนตรงเชลฟ์วางสี เขาชี้ชวนและหยิบสีทดลองออกมาให้เราดู พร้อมเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า

“เราทดลองด้วยความรู้เท่ากับศูนย์ ไม่รู้ล่ะเราอยากทำสี ก็เอาสี TOA ผสมกับกาวลาเท็กซ์”

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

ยังไม่น่าทึ่งหรอกเหรอ ถ้าอย่างนั้นขอลองอีกสักที

ปีแรก วิชชุทดลองทำสีหมายเลข 1 จากความอยากรู้อยากลอง ด้วยการจับต้นชนปลายว่าคงผสมแค่สีกับกาว จนเริ่มเรียนรู้ด้วยตนเองว่าส่วนประกอบไม่ได้มีเพียงเท่านั้น ต้องมีกาวยึดเกาะตามประเภทสี มีพิกเมนต์ มีสารกันเชื้อรา บางคืนคึกมาก แพสชันทำให้เขาตื่นกลางดึกมาผสมสี เพิ่มสีดำ หยดสีขาว เข้มบ้าง อ่อนบ้าง จนกว่าจะพึงใจ

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

“อันนี้ทำปี 55 เบอร์สิบสาม เบอร์สิบสี่ ทำแล้วต้องวางทิ้งไว้ ตัวนั้นสูตรที่ห้าสิบสาม สีไม่แข็งตัว ยังใช้ได้

“มันมีสูตรนะ เราต้องจดเอาไว้” วิชชุกางสมุดเล่มใหญ่ที่มีรอยแต้มสีและสัดส่วนการผสมสีอยู่ด้านข้าง เขาต้องเป็นคนแบบไหนกันนะถึงคราฟต์ได้ใจขนาดนี้ “ทำสักพักเราเริ่มค้นคว้ามากขึ้น พออยากจริงจังเราก็เริ่มปรึกษาพี่ชายของแฟนที่เขาทำเกี่ยวกับสีทาอาคาร เหมือนทำกาแฟนะ ต้องมีกาแฟ มีครีม มีน้ำตาล สัดส่วนเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเรา

“ข้อดีอย่างหนึ่งคือเราอยู่ในวงการศิลปะ มีกลุ่มเพื่อนที่เริ่มกลายเป็นอาจารย์ผู้ใหญ่ เราก็ส่งสีของเราไปให้เขาใช้ เขาก็จะช่วยคอมเมนต์กลับมาว่าสีเราดีหรือไม่ดี ถ้าเกิดมันดี เพื่อนก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้คนรู้จักแบรนด์เรา”

วิชชุบอกว่า เขาแบ่งข้อติชมออกเป็น 2 หมวดใหญ่ หนึ่ง คำติเกี่ยวกับคุณภาพ เช่น เนื้อสีเหลว เนื้อสีข้น ความสดของสี บางทีเขาเพิ่ม-ลดสูตรสีให้เหมือนสีต้นแบบ บางทีทดลองแล้ววางทิ้งไว้เพียง 5 เดือน สีแข็งใช้งานไม่ได้ ก็ต้องปรับสูตรจูนหากันยกใหญ่ สอง คำติจากความรู้สึก เช่น ส่งสีเขียวให้ทดลองใช้ ถูกแจ้งกลับว่าเขียวต้องเข้มอีกหน่อย ซึ่งเป็นความรู้สึกส่วนตัวและสายตาคนเรามองเห็นสีไม่เท่ากัน เขาจึงให้ความสำคัญกับคำติชมประเภทที่หนึ่งมากกว่า 

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

ตลอดการทดลอง เขาไม่ได้ทดลองเฉพาะสีอะคริลิกเพียงอย่างเดียว ลามไปถึงสีมัสก์ สีน้ำมัน สีมุก และสีน้ำ แถมสีเฉพาะทางสำหรับงานศิลปะประเภทเทราด เขาก็ทำ ทำสีอะคริลิกให้มีเท็กเจอร์แบบสีน้ำมัน เขาก็ทำ สีพิเศษเฉพาะบุคคล เขาก็ทำ วิชชุบอกไม่เคยหยุดทดลอง มันเป็นความท้าทายที่ไม่เคยเหยียบเบรก เขาทำ ทำ และทำ

การทดลองตลอดระยะเวลา 10 ปี ทำให้วิชชุสร้างสูตรสีเฉพาะของแบรนด์ได้มากถึง 332 สี 

และ Artistic เป็นแบรนด์เดียวที่มีเฉดสีไทยโทนให้เลือกใช้กว่า 50 สี และอนาคตจะครบ 144 สี

เท่านี้ก็ทึ่ง! จนอยากเหมาทุกสีกลับบ้านมานอนกอดแล้ว

สีไทยพหุรงค์ – สีไทยโทน

ถ้าคุณเป็นคนทำงานศิลปะและมีแบรนด์สีในดวงใจ อะไรเป็นเหตุผลให้คุณแบ่งห้องหัวใจให้แบรนด์สีใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก เขียนคำตอบในใจ ข้อนี้ไม่มีคะแนน 10 คะแนน แต่อยากให้เผื่อพื้นที่ให้แบรนด์สีเขียนรูปแบรนด์นี้สักนิด

“เราเป็นสีใหม่ คนไม่มั่นใจ ซึ่งมันก็เป็นโจทย์ยากที่สุด เราถามตัวเองว่าทำไมคนจะต้องซื้อสีของเรา ทั้งที่เขามียี่ห้อประจำอยู่แล้ว คำตอบของเราคือ ต้องแตกต่างและเราเปลี่ยนให้เขามั่นใจได้ด้วยการสร้างคาแรกเตอร์สี

“เราไม่อยากเป็นแค่คนซื้อสีมาแล้วก็ขาย เราต้องการเป็นตัวจริงให้เขารู้ว่าเราเชี่ยวชาญในเรื่องนี้”

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

วิชชุพา Artistic กระโดดข้ามหลอดสีธรรมดามุ่งสู่จักรวาลสีไทยสมัยโบราณ แน่นอนเขาเป็นเจ้าแรก หลังจากทดลองทำสีอยู่พักใหญ่จนสูตรสีเข้ามือ ก็ขยับขยายเข้ามาทำสีโทนไทย มีชื่อเล่นน่ารักอย่างไทยว่า ‘สีไทยพหุรงค์’ เป็นสีไทยที่ออกมาแก้ปัญหาและลดระยะเวลาการผสมสีให้เหมือนสีดั้งเดิม เพราะสีไทยมักใช้ในงานจิตรกรรมฝาผนัง ช่างเขียนไทยจะต้องผสมสีเองจนกว่าจะเหมือนสีต้นแบบ อย่างชาด เขียวตั้งแช คราม ฯลฯ คงดีมากถ้าจะมีสีสำเร็จออกมาขาย

“ตอนแรกสุดเราปรึกษาเรื่องเฉดสีจาก Thai Tone ยังไม่ได้เอาชื่อมาใช้ ถ้าเราช้า เกิดคนอื่นทำก่อน มันจะไม่ทัน เลยออกสีอะคริลิกเฉดไทยมาก่อน โดยใช้ชื่อสีไทยพหุรงค์ พอทำสักพักก็คุยกับอาจารย์ไพโรจน์ พิทยเมธี เขาก็อนุญาตให้เอาชื่อไทยโทนมาใช้ได้ กลายเป็นพันธมิตรที่แบ่งปันความรู้ด้วยกัน ตอนหลังเราออกสินค้าใหม่เป็นสีน้ำไทยโทน”

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

ดร.ไพโรจน์ พิทยเมธี เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ทำวิจัยและสร้างนวัตกรรมระบบสีไทยโบราณ เป็นผู้ให้คำปรึกษาวิชชุเรื่องการทำสีไทยโทน ซึ่งช่างศิลป์ยุคเก่าจะสร้างสีจากการบดแร่ อย่างเขียวตั้งแช ขูดจากสนิมสีเขียว เหลืองรง จากยางต้นรง ส่วนสูตรสีไทยของ Artistic เกิดจากการผสมสีมากถึง 6 สี บ้างก็ 3 สี 5 สี สัดส่วนต่างกัน วิชชุเสริมว่า เสน่ห์ของสีไทยโบราณจะไม่ใช่สีที่ผสมจากแม่สีจ๋า แต่เป็นการผสมระหว่างสีที่ผ่านการดร็อปมาแล้ว

“เราเป็นสีสมัยใหม่ ที่มีคาแรกเตอร์แบบโบราณ” เขายิ้ม

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

“ถ้าอีกร้อยปีเราอาจจะเป็นงานโบราณก็ได้นะ เราก็ร่วมสมัย ณ ปัจจุบัน เลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดในยุคนี้ ซึ่งสมัยร้อยปีก่อนเขาก็เลือกสิ่งที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้นเช่นกัน ตัวตนของแบรนด์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราโบราณขนาดไหน มันเป็นเพียงสไตล์ที่เราหยิบมา สิ่งสำคัญสำหรับเราคือคุณภาพ ถ้าทำ จะต้องดีที่สุด” คำยืนยันว่าเขาอยากเป็นตัวจริง

การเกิดขึ้นของสีไทย ทำให้ Artistic เป็นที่รู้จักและสีของแบรนด์ยังถูกเลือกให้ตกแต่งประติมากรรมสัตว์หิมพานต์ในงานพระเมรุมาศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเป็นผลพวงที่ดีที่ศิลปินได้รู้จักและทดลองใช้สีไทยพหุรงค์ของเขา แถมคาแรกเตอร์สีก็ชัดอย่างโบราณ เนื้อด้านเหมือนสีฝุ่นแต่เป็นเนื้อสีอะคริลิกแบบเช็ดล้างได้

สีทำได้

ระหว่างสนทนา วิชชุชวนเราเข้าห้องแล็บขนาดย่อม เขาจะแสดงฝีมือการทำสีให้เราชม ด้านหลังเคาน์เตอร์เต็มไปด้วยหยดสีนับร้อย ที่สะดุดตาคงเป็นเสาปูนป้ายสีเต็มเสาอย่างกับ Pantone ที่เขาทาเพื่อทดสอบความคงทนของสี

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

“สีที่ดีต้องยึดเกาะได้ดีและไม่ซีดจาง” ชายหนุ่มในเครื่องแบบเตรียมพร้อมผสมสีพูดพลางหยิบกระปุกส่วนผสมขึ้นมาวางบนโต๊ะตัวยาว ตามวิชชุว่า หัวใจของการทำสีขึ้นอยู่กับตัวกาวยึดเกาะ ถ้าคุณภาพกาวดี สีก็จะดีตามไปด้วย ซึ่งสีอะคริลิกจะมีกาวยึดเกาะสำหรับสีอะคริลิกโดยเฉพาะ สีน้ำมัน สีน้ำ สีมัสก์ ก็หลักการเช่นเดียวกัน ส่วนพิกเมนต์สีเขานำเข้าจากหลายประเทศ ถ้าอยากเพิ่มลูกเล่นแวววาวตระการตา ก็มีผงมุกสำหรับเพิ่มความระยิบระยับให้สารพัดสี

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

ส่วนวิธีการทำไม่ยากเหมือนที่เรานอนฝันมาจากบ้าน มีกระแป๋งเหล็กหนึ่งใบ กาว และพิกเมนต์สี เริ่มจากเติมกาวยึดเกาะตามประเภทสีที่จะใช้งาน หยดพิกเมนต์สีตามสัดส่วนสีที่ต้องการ (จากผงเขาทำให้กลายเป็นน้ำ ลดความฟุ้งกระจาย) เปิดเครื่องมิกซ์สี แล้วปั่น ปั่น ปั่น ปั่นไม่นานจนเนื้อสีเนียนละเอียด เป็นอันเสร็จพร้อมส่งถึงมือลูกค้า

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี
Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

นอกจากผสมสีเองแล้ว เขายังบรรจุสีลงบรรจุภัณฑ์ที่สั่งทำขึ้นมาเฉพาะของแบรนด์ อย่างสีน้ำเขาก็ใช้ระบบอัตโนมือ กรอกสีน้ำไทยโทนลงหลอดสีเงิน หนีบก้นหลอดกันไม่ให้สีเล็ดลอดออกมาด้วยเครื่องขนาดกะทัดรัด รวมสีจนครบจำนวนแล้วบรรจุลงกล่องกระดาษสีน้ำตาล พร้อมส่งให้คนทางบ้านที่ออเดอร์มาไม่ขาดสายจากช่องทางออนไลน์

“มีพนักงานช่วยทั้งหมดกี่คนคะ” เราถามด้วยความสงสัย

“มีทั้งหมดสี่คน เราพยายามลดขั้นตอน เพราะมีความคิดว่าธุรกิจไม่จำเป็นต้องใหญ่ อยากใช้คนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะงานค่อนข้างง่าย เราผสมสีกันเอง แพ็กกันเอง เป็นงานแบบเมดทูออเดอร์เสียส่วนใหญ่”

“แล้วมั่นใจได้ยังไงว่าสีที่ทำเป็นเฉดที่ถูกต้อง” เราถามด้วยความส (อ) งสัย

“หน้าที่ของเราคือทำอย่างไรก็ได้ให้สีออกมาใกล้เคียงสีต้นแบบมากที่สุด อย่างสีไทยโทน อาจารย์ไพโรจน์เขาจะมีชาร์ตสีอยู่แล้ว เราก็ผสมสีแล้วเอามาเทียบกับชาร์ต บางทีอาจารย์ก็แต้มสีโบราณมาให้เราเลย” นักผสมสีเล่า

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

ความยากที่สุดของการทำสีไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพ แต่ต้องทำสีให้อยู่ในบรรจุภัณฑ์ได้นานที่สุดด้วย

“เราแก้ข้อจำกัดของอายุสีด้วยการไม่สต๊อก เราทำธุรกิจขนาดเล็ก มันคล่องตัวอยู่แล้ว ทำทีหนึ่งลิตร ห้าลิตร และเราจะไม่ทำสีสำเร็จครั้งเดียวแล้วขายตลอดปี ลูกค้าสั่งเราถึงจะผสม เพราะเราอยากให้ลูกค้าใช้ของที่ใหม่ที่สุด

“บางทีเราก็เช็กกับหน้าร้านว่าสีที่เอาไปวางขายมันนานแค่ไหน ถ้านานมากเราก็ขอเปลี่ยนเอาล็อตนั้นกลับมา เราจะบอกให้หน้าร้านสั่งแค่พอขาย เดี๋ยวนี้ขนส่งง่ายแล้ว สั่งตอนเช้า ตอนบ่ายได้รับของ เน้นสั่งบ่อยดีกว่า” 

สีเทรนด์

สำหรับคนทำสี เขามองว่าสีไม่ใช่เทรนด์ แต่เป็นประเภทสีและรูปแบบการใช้งาน

“เรามองเทรนด์ภาพรวมมากกว่า ถ้าย้อนสักสามปีก่อน งานศิลปะไทยแบบอาจารย์เฉลิมชัยได้รับความนิยม อย่างช่วงนี้เป็นเทรนด์สีน้ำ คนอยู่บ้านเยอะก็สั่งมาใช้เองที่บ้าน ทำเป็นงานอดิเรกบ้าง การสอนพิเศษสีน้ำก็เริ่มเป็นเทรนด์ขึ้นมา คนทั่วไปก็ให้ความสนใจสีน้ำมากขึ้นนะ เราเห็นตามทวิตเตอร์และอินสตาแกรม พอยิ่งเป็นสีไทยโทนคนก็ชอบ

“กลุ่มศิลปินจะใช้สีอะคริลิก ถ้าสีเฉดไทยมีกลุ่มจิตรกรรมไทย ช่างสิบหมู่ คนเขียนโบสถ์ กลุ่มเด็กเพาะช่าง กลุ่มเด็กศิลปากร จะว่าไปของเราก็ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม คนทั่วไปอาจยังไม่เข้าใจ” เขายิ้ม พร้อมเสริมว่า“เราอาศัยช่องทางที่คนยังไม่เข้าใจ ไม่ต้องสต๊อกของเยอะ มีออร์เดอร์สั่งเราถึงทำ สั่งปริมาณน้อยก็ทำ”

นี่แหละเป็นข้อดีของการทำกิจการขนาดเล็กที่รู้จักลูกค้าของตัวเอง วิชชุเปรยด้วยเสียงสนุกว่า อนาคตเขาจะลองจับสีทาเฟอร์นิเจอร์ แค่คิดตามหัวใจก็เต้นรัว ฝันรอแล้วว่าจะทาบ้านสีขาบตัดด้วยขาวผ่อง ส่วนเก้าอี้ ประตู แจกัน ยกให้สีควายเผือก ฟ้าแลบ และดินแดง

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

ความสนุกอีกหนึ่งอย่างของคนทำสีและคนใช้สี คือการสั่งผลิตสีแบบ Custom เอง ใช่! คุณจะมีสูตรสีเป็นของตัวเอง ชื่อสีก็เป็นของคุณเอง เฉดสีเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ถ้าชอบสีแดงแต่ขอเข้มกว่านี้อีกนิด เข้มแล้วอยากได้ความวิบวับขอเติมมุกสีทองด้วย วิชชุจัดให้คุณได้เสมอ ความพิเศษทำให้ Artisric ไม่เหมือนธุรกิจสีเขียนรูปที่ไหนในประเทศไทย

“เรามีคาแรกเตอร์สีเฉพาะตัว มันเป็นความงามที่เราสร้างให้ลูกค้าได้” 

เจ้าคาแรกเตอร์ที่เขาบอกไม่ใช่แค่สีสัน แต่หมายรวมถึงประเภทของสีด้วย เขาเล่าโจทย์การผลิตสีสุดท้าทายจากปากลูกค้าให้เราฟังหลายข้อ เช่นลูกค้าอยากได้สีแห้งช้า (มาก) ช้าเหมือนสีน้ำมัน แต่ขอเป็นสีอะคริลิกนะ

บางคนแพ้สีน้ำมัน เขาเลยทำสีมัสก์มาแทน คาแรกเตอร์ความหนาและเห็นทีแปรงตอนเขียนเหมือนสีน้ำมัน แต่เป็นอะคริลิกที่มีส่วนผสมของน้ำ แม้กระทั่งสีโลหะ ทอง สนิม มุก ที่ปกติจะเห็นแค่เฉดทอง เงิน ทองแดง แต่วิชชุมีให้เลือกกว่า 50 เฉด มุกชมพูนีออน มุกสะท้อนแสงเขียวปรี๊ด ส้มพีชแวววิบวับสำหรับสายหวาน บอกเลยว่าถูกใจคนรักสีเข้าอย่างจัง

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

“ปกติสีตามร้านทั่วไปจะเป็นเฉดสีพื้นฐาน ยังไม่มีใครทำสีเฉพาะทาง อะไรที่ตลาดไม่มีเราอยากทำ เรารู้สึกว่าต้องแตกต่าง นั่นเป็นช่องทางที่เรามองเห็น อีกอย่างมันตอบโจทย์คนใช้สีด้วย ประจวบกับเรามีพื้นฐานทำสีเองตั้งแต่ต้น เรารู้ว่าข้อบกพร่องมีอะไรบ้าง ทีนี้มันไม่ยากแล้ว เราแค่ปรับสูตรนิดหน่อย มันเลยชัดว่าเรามาถูกทางแล้ว” 

เอาไปเลย สีเราเอาไปได้เลย

“การทำธุรกิจที่เริ่มต้นด้วยโซเชียลมีเดีย มันง่ายและถึงกลุ่มเป้าหมาย แทบไม่ต้องลงโฆษณาเลย พอมีคนรู้ว่าเราทำสีขาย ก็มีคนรู้จัก ศิลปินและคนที่สนใจแอดเฟซบุ๊กมา เวลาเขาใช้สีเราก็จะแท็กมาให้ มันช่วยได้เยอะเหมือนกัน”

Artistic ทำการตลาดแบบซื้อความประทับใจแรกใช้ ถ้าอยากลอง ขอเพียงกระซิบบอก เขาส่งให้ถึงบ้าน

“การตลาดของเราคือการส่งให้ใช้ บางทีเราก็แถมไปกับสีน้ำที่เขาออร์เดอร์มา ที่สำคัญ ต้องใส่ใจลูกค้าด้วย ตอบคำถามลูกค้าต้องห้ามใส่อารมณ์” เขาอธิบายพลางหัวเราะ “บางทีเจอสีไม่ถูกใจ คนใช้เขาเซนซิทีฟนะ มีความผูกพันมาตั้งแต่เด็ก พอได้ลองใช้สีใหม่ที่ไม่ดีก็จะยิ่งรู้สึกไม่ดี” คงเหมือนอกหักครั้งแรก “ใช่ แต่ถ้าเขาชอบมันก็ดีเลยนะ”

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

วิชชุเล่าว่า มีคนหลังไมค์มาถามข้อมูลสีน้ำ เนื้อสีเป็นยังไง เกรดแบบไหน เขาไม่เพียงตอบคำถามแต่ส่งตัวอย่างสีให้ทดลองใช้ เจ้าของแบรนด์ว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือการที่เขาได้ลองเทสต์ด้วยตัวเอง ดีไม่ดี ชอบไม่ชอบ ลูกค้าเป็นคนตัดสิน

แม้แต่สีที่เก็บไว้นาน (ส่งขายร้านไม่ได้) สภาพยังใช้งานได้ เขาก็แจกศิลปินอิสระตามตลาดนัด มีหนหนึ่งเขาสนับสนุนสีไทยให้กับเทศกาลเขียนตาลปัตร สนุกมาก! บางครั้งก็บาร์เทอร์เป็นสิ่งของแทนจำนวนเงิน เป็นสปอนเซอร์สีให้เด็กตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่นักธุรกิจมือเปื้อนสีคนนี้ไม่ยอมทำอย่างแน่นอน คือการ ‘ลดราคา’

“ถ้าขายตัดราคาหน้าร้าน เขาจะขายไม่ได้ มันเป็นการตลาดที่อยู่ได้ไม่นาน เราควรมีคุณธรรม ไม่อย่างนั้นระบบจะเสีย เราพยายามพยุงให้ร้านเขาอยู่ได้ แม้กระทั่งเวลาร้านจัดโปรโมชันพิเศษ เราก็สนับสนุนให้ลูกค้าไปซื้อหน้าร้านมากกว่า บางทีลูกค้าถามว่าซื้อออนไลน์ไม่ถูกกว่าเหรอ เราบอกขายเท่ากัน บางทีหน้าร้านมีของแถมมากกว่าอีก 

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

“การทำธุรกิจมันดีอยู่อย่าง เราไม่สู้ด้วยราคา หมายถึงเราไม่ยอมลดราคา แต่เราสู้ด้วยคุณภาพ ราคาอาจจะสูงจนทำให้แบรนด์เราโตช้ากว่าคนอื่นสักหน่อยในตอนแรก แต่พอคนใช้แล้วเห็นผลว่าสีเราดี เขาจะกลับมาเอง”

นอกจากจะส่งสีให้ทดลองใช้ก่อนเสียเงินจริง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมลดราคา เขายังใส่ใจผู้ใช้งานที่เป็นนักเรียนและนักศึกษา ผู้ที่จะเติบโตและบอกกล่าวความดีงามของ Artistic ในอนาคต ด้วยประสบการณ์เด็กศิลป์ที่ต้องออมเงินซื้อสีคุณภาพดีราคาแพง เขาเข้าใจจุดนั้นดี จึงทำสีราคาประหยัด หลอดสีย่อมลงมาหน่อย แต่คุณภาพสีดีทะลุหลอด 

“สีเรามีข้อเสียอยู่อย่าง ดันใช้ได้นาน” วิชชุพูดอย่างคนอารมณ์ดี 

กระซิบว่าใช้สี Artistic หมดทีละหลอด จะได้คุณภาพของสีครบถ้วนมากกว่าปล่อยสีไว้นานแล้วซื้อใหม่ เจ้าของแบรนด์แซวเล่นว่า ไม่ต้องซื้อตุน ซื้อขนาดพอใช้จะดีที่สุด เพราะถึงอย่างไรก็ขายราคาเดิม ไม่ขึ้นราคาอยู่แล้ว 

พ่อสี

“สำหรับเรา เฉดสีคือความท้าทาย ยิ่งทำแล้วตอบโจทย์ลูกค้าได้มันยิ่งท้าทาย มีบางคนคอนเมนต์มาว่าถ้าสีมันมีกลิ่นด้วยคงจะดีนะ เท่านี้เราก็เริ่มสนุกแล้ว ตอนนี้ผ่านมาสิบปีคนเชื่อถือเรามากขึ้น เวลาออกสีใหม่คนก็รอ” เขาเล่าด้วยแววตาระยิบระยับ ก่อนจะเสริมเส้นทางสีของ Artistic ว่า “เรากำลังมองภาพไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน อย่างสิงค์โปร์มีวิชาศิลปะไทย อาจารย์สอนเป็นลูกครึ่งไทยก็ซื้อสีเรากลับไป เขาอยากให้เราไปขายที่นู่นด้วยซ้ำ” 

วิชชุบอกว่า ผลตอบรับจากการเอาผลิตภัณฑ์สีไปวางขายที่ CWArt ร้านขายอุปกรณ์ศิลปะในหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ก็ดีเกินคาด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ซื้อกลับบ้านกันเยอะ โดยเฉพาะสีน้ำไทยโทน

Artistic แบรนด์สีของคนได้ F วิชาเพนต์ ที่สร้างสีเอง 332 สีและทำสีน้ำไทยโทนเจ้าแรกของไทย, วิชชุ เสริมสวัสดิ์ศรี

“อะไรเป็นเหตุผลให้คนใกล้และคนไกลต่างหอบสี Artistic กลับบ้าน” เราถาม

“เรายืนยันคำเดิมว่าความแตกต่างของเราคือเฉดสี นั่นเป็นสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหา” เขาตอบ

ขอยืนยันด้วยเกียรติของลูกสีหมู่ไทยโทนว่า ความต่างของ Artistic ไม่ได้มีเพียงแค่เฉดสี แต่ลูกบ้าของวิชชุที่มีต่อสีและความตั้งใจส่งต่อสีดีให้ถึงมือคนใช้สี มันเปล่งประกายผ่านดวงตาและทุกถ้อยคำที่เขาพูดออกมา เราเชื่อว่า Artictic จะเป็นแบรนด์ไทยที่ทำให้คนใช้สีทั่วประเทศวางใจ และเข้าไปนั่งอยู่ในหนึ่งห้องดวงใจของคุณ


Lesson Learned 

หนึ่ง

“อยากทำอะไรทำเลย ไม่ต้องคิดว่าเราทำไม่ได้ ทำไปก่อนแล้วค่อยมาตบมันอีกที ถ้าไม่ลองทำก็เท่ากับศูนย์”

สอง

“การทดลองทำให้เรามีความรู้มากขึ้น บางทีข้อเสียจากตรงนั้นกลับกลายเป็นได้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ขึ้นมา”

สาม

“หาคาแรกเตอร์ตัวเองให้เจอและทำในสิ่งที่ตลาดยังไม่มี”

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

ใครไป 7-Eleven บ่อย ๆ แล้วชอบเลือกซื้อสินค้าในตู้เย็นที่เต็มไปด้วยอาหาร Ready to Eat น่าจะเคยหยิบข้าวโพดฝัก V Farm ในบรรจุภัณฑ์สีเขียวสดลงตะกร้า อุ่นทานร้อน ๆ แกะซองออกมาพบว่าหวาน หอม อร่อย เหมือนแกะเปลือกกินสด ๆ จากต้นแบบไม่ต้องลุ้น

เริ่มต้นจากข้าวโพด แตกลายสินค้าจากพืชชนิดเดียวกันเป็นหลายอย่าง ตามมาด้วยผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น ๆ ที่ส่งตรงจากฟาร์มในรูปแบบพร้อมทานอย่างแห้วหรือมันหวานญี่ปุ่น และล่าสุดปีที่ผ่านมา มีอาหารพร้อมทานกลุ่ม Plant-based ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก

ธุรกิจนี้ก่อตั้งในปี 2014 ภายใต้ชื่อบริษัท V Foods Thailand โดย คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ไอเดียตั้งต้นคือการทำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จนได้ไปอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับข้าวโพด ซึ่งตีพิมพ์โดยมหาวิทยาลัยคอร์เนล บทความเล่าถึงคุณประโยชน์ของข้าวโพดต้มสุกที่ยังไม่รู้ทั่วในวงกว้าง แม้ว่าจะเป็นอาหารที่คนไทยคุ้นเคยกันอยู่แล้ว

“แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่กินเพื่อรสชาติอร่อย เป็นอาหารทานเล่นทั่วไป ไม่ได้ทานในเชิงคุณประโยชน์แบบ Functional Benefits”

V Farm ประสบความสำเร็จในการผลิตสินค้าจากวัตถุดิบทางการเกษตร ได้ทำงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ พร้อมรางวัลในมือมากมาย อาทิ 7-Eleven Innovation Awards และ 7-Eleven Thai SMEs Sustainability Awards จากซีพี ออลล์, Innovative House Awards ประเภทผู้ประกอบการดีเด่น จากสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และเมื่อปีที่ผ่านมาก็ได้รับรางวัลชนะเลิศในด้านเศรษฐกิจประเภทวิสาหกิจขนาดกลาง National Innovation Awards จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)

พี-อนรรฆ โกษะโยธินเริ่มเข้ามารับช่วงต่อจากคุณพ่อในแผนกการตลาดเมื่อหลายปีก่อน และจะมารับหน้าที่เล่าเรื่องการเดินทางของแบรนด์นี้ให้เราฟัง

V Farm เจ้าของข้าวโพดใน 7-Eleven ที่มีระบบกระจายสินค้าสดจากไร่ทุกวันทั่วไทย

01

ธุรกิจข้าวโพดของ V Farm มีจุดเริ่มต้นอยู่ 2 เรื่อง คือผลิตภัณฑ์มีคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายและตลาดในเมืองไทยคนรู้จักข้าวโพดอยู่แล้ว ทำให้การสื่อสารการให้ความรู้นั้นง่ายกว่า

ตอนเริ่มต้นธุรกิจบริษัทยังไม่มีโรงงานผลิตของตัวเอง จึงต้องสร้างเครือข่ายกับโรงงานที่ได้มาตรฐาน รวมถึงเกษตรกรที่ได้คุณภาพมาเป็นคู่ค้า 

ด้วยความที่สินค้ามี Low Shelf Life หรืออายุในการเก็บรักษาระยะสั้น โมเดลธุรกิจจึงให้ความสำคัญกับการกระจายสินค้าเป็นที่สุด คำตอบคือการจำหน่ายใน 7-Eleven ร้านสะดวกซื้อที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศและทุกหัวเมือง แถมยังเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งพีบอกว่า

“หัวใจของสินค้าเราคือ Fresh from farm to you ถ้าไม่ใช้โมเดลนี้ เราไม่มีทางกระจายสินค้าทั่วประเทศได้ทุกวัน”

กระบวนการผลิตของข้าวโพด V Farm เริ่มตั้งแต่ช่วงตี 4 เกษตรกรจะออกไปไร่เพื่อตัดข้าวโพด ที่ต้องไปแต่เช้ามืดเพราะแดดกลางวันทำให้ผลผลิตเสียง่ายขึ้น พวกเขาใช้เวลาราว ๆ 8 ชั่วโมงในการเก็บเกี่ยว ก่อนจะนำมาเข้ากระบวนการทำความสะอาด ปอกเปลือก แบ่งตามสายผลิตภัณฑ์ ซึ่งใช้เวลาอีก 4 ชั่วโมง

นั่นแปลว่าภายใน 12 ชั่วโมง ผลผลิตจะอยู่ในแพ็กเกจพร้อมส่ง และกระจายไปยัง 7-Eleven นับหมื่นสาขา

เรียกได้ว่าต้องอาศัย Know-how ตั้งแต่การเพาะปลูก การถนอมอาหาร และการกระจายสินค้าที่จะตอบโจทย์ธุรกิจนี้

“ตั้งแต่ตัดออกมาจากต้น ผู้บริโภคสามารถกินได้เลยในวันเดียวกัน สินค้าของเราจึงสด ใหม่ อร่อย สินค้าที่ส่ง 7-Eleven จะผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็เหมือนนม นมยูเอชทีในกล่องกับนมพาสเจอไรซ์ที่ต้องแช่ตู้เย็น เวลาดื่มจะรู้สึกว่ารสชาติแตกต่างกัน ของเราก็เป็นแบบนั้น”

ข้อดีของการพาสเจอไรซ์คือคงรสชาติดั้งเดิมไว้ได้มากที่สุด ขณะที่ข้อเสียคือ Shelf Life ต่ำกว่ามาก สินค้าส่วนใหญ่มีอายุแค่ 7 วัน บางอย่างโชคดีหน่อยก็ 12 วัน และจำเป็นต้องอยู่ในตู้เย็น 

“ข้อจำกัดคือเราไปขายที่อื่นไม่ได้ เช่น ร้านซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้า เพราะสินค้าที่ห้างต้องมี Shelf Life นานหน่อย เพราะคนเดินห้างช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ดังนั้น Business Model สินค้านี้มันเหมาะกับ 7-Eleven ซึ่งพอจะไปขายที่อื่น เราก็ต้องพัฒนาสินค้าขึ้นมาใหม่”

การเป็นคู่ค้ากับร้านสะดวกซื้อเจ้าเดียวก็กลายเป็นอีกข้อจำกัดในด้านแบรนดิ้ง เพราะลูกค้าจำแบรนด์ไม่ได้ รู้จักแต่ ‘ข้าวโพดเซเว่น’

พีและทีมจึงผลัดกันสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ รวมถึงรีแบรนดิ้งครั้งใหญ่ พัฒนาเว็บไซต์ ปรับแพ็กเกจจิ้ง และเปลี่ยนจากที่เคยใช้ชื่อเฉพาะสำหรับอาหารประเภทต่าง ๆ เช่น V Corn กับข้าวโพด และ V Farm กับฟาร์มโปรดักต์อื่น ๆ มาอยู่ภายใต้ร่มเดียวกันในชื่อ V Farm ทั้งหมด

02

ข้าวโพดไม่ใช่ของใหม่ในตลาดและหาซื้อได้ทั่วไป แต่ V Farm เล็งเห็นความต้องการของผู้บริโภคที่ยังไม่มีใครเคยตอบรับ

“มันเป็นจุด Unmet Needs เราพัฒนาจากข้าวโพดที่ซื้อได้ทั่วไป มาเป็นข้าวโพดสายพันธุ์พิเศษ เพื่อให้ผู้บริโภคได้กินข้าวโพดที่อร่อย สะอาดกว่า สดกว่า เราให้ความสำคัญกับกระบวนการต่าง ๆ ตั้งแต่การวิจัยข้าวโพดสายพันธุ์ต่าง ๆ และวิธีปลูก ไปจนถึงกระบวนการผลิตแบบพาสเจอไรซ์

“เรามอบความแน่นอนให้ผู้บริโภค ด้วยแหล่งที่มาคุณภาพ ผลผลิตได้มาตรฐาน ไม่ต้องลุ้นขนาดฝักว่าจะเล็กหรือใหญ่ ครั้งนี้จะเท่ากับที่ซื้อครั้งก่อนไหม หวานเหมือนกันทุกฝัก และมีขายตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องกลัวว่าวันนี้แม่ค้าจะมาหรือไม่มา” พีหัวเราะ

“เราเลยไม่เคยเปรียบเทียบว่าของเราดีกว่า แต่มีจุดยืนอยากทำให้คนเห็นประโยชน์จากข้าวโพด มากกว่ากินแค่เพราะอร่อย และพยายามสื่อสารเรื่องข้อดีของมันมาตั้งแต่วันแรก”

V Farm เจ้าของข้าวโพดใน 7-Eleven ที่มีระบบกระจายสินค้าสดจากไร่ทุกวันทั่วไทย

03

โปรดักต์หลักของ V Farm คือข้าวโพดสายพันธุ์ Golden Sweet Corn ซึ่งวิจัยมาแล้วว่าปลูกได้ดี ได้ผลสม่ำเสมอ และเป็นสินค้ากินง่ายที่คนคุ้นเคยกันดี แต่หากลองดูรายการสินค้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สินค้าของแบรนด์นี้ทั้งสนุกและตอบโจทย์ ขอยกตัวอย่างสักเล็กน้อย

ปี 2014 ข้าวโพดหวานพร้อมทานแบบฝัก เมล็ดข้าวโพดคลุกเนยแบบถ้วย

ปี 2015 ข้าวโพดหวานแบบฟักตัด 3 ท่อน น้ำนมข้าวโพด

ปี 2016 เมล็ดข้าวโพดปิ้งน้ำกะทิแบบถ้วย

ปี 2017 เมล็ดข้าวโพดพร้อมทานแบบถ้วย

ปี 2018 ชุดรวมนึ่งหรือ Healthy Mix ประกอบด้วยข้าวโพด มันม่วง ฟักทอง นึ่ง

ปี 2019 ข้าวโพดข้าวเหนียวม่วงแบบฝัก (สินค้าตามฤดูกาล) ข้าวโพดฝักรสซอสต๊อด (ทำงานร่วมกับTODD Sauce) น้ำฟักทอง 

ปี 2020 ส้มตำข้าวโพดสูตรตำมั่ว (ทำงานร่วมกับTUMMOUR) น้ำนมข้าวโพดสูตรเพิ่มเนื้อ น้ำนมข้าวโพดสูตรน้ำตาลน้อยกว่า มันหวานญี่ปุ่นนึ่ง ลูกเดือยอบกรอบ

ปี 2021 อาหารพร้อมทานที่ทำจากพืชในซีรีส์ Plant-based Bites Classic Thai Taste แห้วนึ่งพร้อมทาน ข้าวโพดเทียนทิพย์แบบฝัก (สินค้าตามฤดูกาล)

พีเล่าให้ฟังว่า ขณะที่สินค้าบางอย่างคิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง เช่น ชุดรวมนึ่งตั้งแต่ยุคที่คลีนฟู้ดยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่เป็นของว่างที่อิ่มท้องและมีสารอาหารเพียงพอ หาซื้อง่าย กินได้เร็ว หรือน้ำนมข้าวโพดที่แต่ก่อนไม่มีเมล็ดข้าวโพด แต่จากการสอบถามพบว่าคนรุ่นใหม่ชอบกิน ก็เลยใส่เพิ่มเข้าไป เป็นต้น

สินค้าบางอย่างก็ตอบโจทย์ธุรกิจไปด้วยในเวลาเดียวกัน อย่างสายผลิตภัณฑ์ข้าวโพดทั้งหลายที่นอกจากถูกใจคนกิน ยังใช้ประโยชน์จากข้าวโพดได้ทุกส่วน ฝักที่ได้เกรดเอนำไปขายทั้งฝัก ส่วนฝักที่ขนาดไม่ได้มาตรฐานแทนที่จะเสียเปล่า ก็มาคิดต่อว่ามีวิธีไหนที่แก้ไขปัญหานี้ได้ แต่ยังเสิร์ฟได้เหมือนเดิม ทั้งกินง่ายขึ้น เลยนำมาตัดเป็น 3 ท่อน รวมถึงน้ำนมข้าวโพดและข้าวโพดคลุกเนยที่เสิร์ฟในถ้วย เพื่อให้มีส่วนที่เหลือจากการผลิตให้น้อยที่สุด

เขาคิดไปถึงขั้นที่นำซังข้าวโพดที่เหลือทิ้งจากการรูดเมล็ดทำน้ำนม ต่อยอดเป็นถ่านฟืนออกมาขาย และวันหนึ่งถ้าเราเห็นผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าที่ทอจากไหมข้าวโพดก็ไม่ต้องแปลกใจ

สินค้า Collaboration อย่างข้าวโพดกับซอสต๊อดและส้มตำข้าวโพดก็มีที่มาที่ไปน่าสนใจมาก ข้าวโพดกับซอสต๊อดเกิดจากที่แบรนด์มองหาความสดใหม่จากเทรนด์ชอบกินเผ็ด ออกมาเป็นข้าวโพดเสียบไม้คลุกซอสทานง่าย

ส่วนส้มตำข้าวโพดได้ร้านตำมั่วเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ พัฒนาซอสส้มตำในแพ็กเกจจิ้งเป็นถ้วย แยกวัตถุดิบเครื่องปรุงทุกอย่าง เขย่าให้เข้ากันและกินได้เลย

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ V Farm แบ่งออกเป็น3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ สินค้าจากข้าวโพด สินค้าจากฟาร์มอย่างแห้ว มันหวานญี่ปุ่น มันม่วง หรือฟักฟอง และสินค้ากลุ่มอาหาร Plant-based พร้อมทานที่ทำจากพืช

V Farm เจ้าของข้าวโพดใน 7-Eleven ที่มีระบบกระจายสินค้าสดจากไร่ทุกวันทั่วไทย

Plant-based Food เกิดจากการที่บริษัทไปร่วมลงทุนในบริษัท Foodtech Startup เจ้าของผลิตภัณฑ์เนื้อที่ทำจากพืช More Meat และนำมาต่อยอดเป็นอาหารพร้อมทานที่ทำจากพืช V Farm Plant-based Bites รสชาติไทย ๆ เช่น ลาบทอด ต้มยำทอด และทอดมันข้าวโพดเนื้อปู โดยใช้โปรตีนจากพืชที่ทำจากถั่วเหลืองและเห็ดแครง ซึ่งเป็นโปรตีนจากพืชที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ และยังเป็นการไปส่งเสริมเกษตรกรที่ จ.สงขลา ซึ่งถือเป็นก้าวใหม่ของ V Farm เพราะเป็นโปรดักต์ที่ไม่เคยทำมาก่อน แถมยังสะดวก

“ตั้งแต่เปิดบริษัทมา เรายกให้ผู้บริโภคเป็นหลัก ยุคก่อนเวลาหากลุ่มเป้าหมาย ก็มักจะยึด Demographicต่าง ๆ เพศอะไร อายุเท่าไหร่ มีรายได้ต่อเดือนแค่ไหน ทาร์เก็ตของเราในวันนี้ไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นกลุ่มที่เราเรียกว่า Urban Healthy Lifestyle หรือคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในหัวเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ เชียงใหม่ อุบลฯ หรือภูเก็ต คนในหัวเมืองจะมีวิถีใกล้เคียงกัน คนทำงานใช้ชีวิตเร่งรีบ ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง 

“สินค้าของเราไปทาง Mass อยู่แล้ว แต่ต้องอยู่ในราคาที่จับต้องได้ ทาร์เก็ตอีกกลุ่มอย่างคนที่ทานมังสวิรัติหรือวีแกน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณในช่วงหลังมานี้ จนตอนนี้มีแบบที่เรียกว่า Flexitarian ซึ่งมาจาก Flexible กับ Vegetarian คนเหล่านี้จะยืดหยุ่นมากกว่า ทานผักมากกว่าเนื้อ ซึ่งนอกจากดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มาจากการผลิตเนื้อสัตว์ได้อีกด้วย

“เราไม่ได้บังคับให้ทุกคนเปลี่ยนมากินผัก แต่เราทำอะไรที่คนคุ้นเคยอยู่แล้ว ให้มันสะอาด ได้คุณประโยชน์ครบถ้วน ใครกินก็เป็นสิ่งที่ดีต่อตัวเขา”

V Farm อาหารพร้อมทานสดจากฟาร์ม เจ้าของข้าวโพดใน 7-Eleven ที่มีระบบกระจายสินค้าทุกวันทั่วประเทศ

04

สายผลิตภัณฑ์ข้าวโพดยังขายอยู่ที่เดียวที่ 7-Eleven เพราะมีข้อจำกัดเครื่องการกระจายสินค้าเพื่อคงความสดใหม่ ส่วน Farm Product ที่พัฒนาให้เก็บรักษาได้นานขึ้น และ Plant-based Food ซึ่งมีอายุยืนกว่า เริ่มกระจายไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและบนร้านค้าออนไลน์ และส่งออกไปต่างประเทศเช่นอังกฤษและฮ่องกงในปีที่ผ่านมา

ข้าวโพดฝักตัด 3 ท่อนจำนวนหมื่นกว่าแพ็ก แห้วพร้อมทานจำนวนหมื่นกว่าแพ็ค และข้าวโพดถ้วยคลุกเนยจำนวนเกือบ 2 หมื่นแพ็ก ถูกกระจายไปทั่วประเทศในทุก ๆ วัน

ด้วยยอดการผลิตที่สูงและสม่ำเสมอในทุกวัน V Farm จึงต้องการคนร่วมอุดมการณ์ในการทำธุรกิจนี้ให้ยั่งยืน โดยบริษัทได้เข้าไปส่งเสริมครือข่ายเกษตรกรที่ทำงานร่วมกันตั้งแต่วันแรกในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และขยายไปในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและอีสานกว่า 1,000 ครัวเรือนต่อปี

“ถ้าเกษตรกรปลูกข้าว 10 ไร่ จะได้สูงสุด 2 รอบต่อปี และมีผลกำไร 80,000 บาท แต่ถ้าปลูกข้าวโพดจะได้ 2 – 3 รอบ จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 210,000 บาทต่อปี

“เครือข่ายเกษตรกรทุกรายจะได้ทำข้อตกลง Contract Farming เราจะเข้าไปให้ความรู้ ให้ Know-how ในการปลูก เข้าไปช่วยพัฒนาให้ฟาร์มทันสมัยมากขึ้นเป็น Smart Farming เราใช้โดรนในการเพาะปลูกเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงมีการรับประกันราคาให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางรายได้ ส่งเสริมการจ้างงาน”

พียังบอกว่า ในเร็ว ๆ นี้ V Farm จะเริ่มทำฟาร์มทดลองของตัวเองที่โคราช เพื่อทดลองปลูกพืชสายพันธุ์ใหม่ ๆ แก้ปัญหาที่พบมาตลอด คือการันตีเรื่องจำนวนหรือคุณภาพของผลผลิตตามฤดูกาลไม่ได้ เพราะสินค้าตามฤดูกาลมีจำนวนไม่มาก พอปลูกได้ไม่มากแถมยังเป็นของใหม่ เกษตรกรก็ไม่กล้าเสี่ยง 

“เราเคยมีข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงวางขาย เราเคยมีข้าวโพดเทียนของอีสานด้วย แต่ก็ทำได้ไม่นานเพราะมันจัดการยาก”

ฟาร์มทดลองจะช่วยให้มีสินค้าใหม่ ๆ สนุก ๆ มากขึ้น เป็นต้นแบบให้เกษตรกรในเครือข่าย สร้างความมั่นใจ เพิ่มโอกาสในการทำเกษตรของเขา และมาพัฒนาต่อยอดให้เป็นฟาร์มประจำแบรนด์ไปได้ด้วย ในทางกลับกัน อาจช่วยดึงดูดให้เกษตรกรรุ่นใหม่รับช่วงต่อฟาร์มครอบครัว แล้วพัฒนาให้เท่าทันเทคโนโลยีและสินค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน

V Farm อาหารพร้อมทานสดจากฟาร์ม เจ้าของข้าวโพดใน 7-Eleven ที่มีระบบกระจายสินค้าทุกวันทั่วประเทศ

05

ในสมัยผู้เป็นพ่อตั้งใจสร้างแบรนด์อาหารที่ส่งผลดีต่อผู้บริโภค มายุคของลูกชาย เขามอง V Farm ไกลไปกว่านั้น

ไม่ใช่ธุรกิจอาหาร แต่เป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิต

“ผมว่าพอเราเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ก็ทำให้ภาพลักษณ์เห็นชัดกว่า เข้าถึงได้ง่ายกว่า มากกว่าที่จะบอกว่า ฉันเป็นแบรนด์อาหาร ฉันเป็นแบรนด์เสื้อผ้า ถ้าสังเกตแบรนด์ใหญ่ ๆ ในปัจจุบันต่างขยับมาแตะเรื่องไลฟ์สไตล์หมดแล้ว ซึ่งจริง ๆ หัวใจสำคัญเราไม่เคยเปลี่ยน เราให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตคนมาตั้งแต่วันแรก โดยเริ่มจากอาหารที่ดีต่อสุขภาพ”

ถ้าลองไล่ดูการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียของแบรนด์ จะเห็นเลยว่า V Farm พยายามสื่อสารเรื่องไลฟ์สไตล์มาโดยตลอด เช่น คอนเทนต์เกี่ยวกับเมนูใหม่ ๆ ที่ทำจากข้าวโพด หรือคำอธิบายถึงประโยชน์ของผลิตผลแต่ละชนิดที่มีต่อร่างกาย

แบรนด์ไลฟ์สไตล์ของ V Farm เลยไม่ใช่แค่สินค้าที่สรรค์สร้างออกมา แต่คือเป้าหมาย คือชีวิต คือหัวใจของลูกค้า อนาคตของธุรกิจนี้จึงไร้ข้อจำกัด พวกเขาอาจจะร่วมงานกับแบรนด์เสื้อผ้า ออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ของตัวเอง หรือทำโปรเจกต์สนุก ๆ กับศิลปินสักคน

06

การขยายตัวของธุรกิจทำให้มีพนักงานเจเนอเรชันใหม่เข้ามาร่วมทีม เรื่องการสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดขององค์กรที่มีคนหลายรุ่น 

“เราต้องทำให้ทีมรักกัน ให้เขารู้สึกต่อกันเหมือนเป็นพี่น้อง ไม่ใช่คนนี้แก่ คนนี้เด็ก” พีเล่าพลางเปิดรูปกิจกรรมมากมายที่ยืนยันว่าในทีมมีคนทุกวัย ไม่ว่าจะเวิร์กชอป Team Building หรือทริปทั้งในและต่างประเทศ

กิจกรรมหนึ่งที่ฟังแล้วชอบมากคือV Farm Running Club แบ่งทีมวิ่งเก็บระยะทาง เมื่อถึงเวลาที่กำหนดจะเอาระยะทางมารวมกัน แล้วคำนวณเป็นระยะทางของสถานที่ที่บริษัทจะพาไปเที่ยว

แล้วปีนั้นได้ไปเที่ยวไหน – เราอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ 

เขาหัวเราะแล้วตอบว่า เกาหลีใต้

V Farm อาหารพร้อมทานสดจากฟาร์ม เจ้าของข้าวโพดใน 7-Eleven ที่มีระบบกระจายสินค้าทุกวันทั่วประเทศ

07

ครั้งก่อนที่คุยกันเร็ว ๆ พีบอกว่าอยากเห็น V Farm เติบโตไปเป็น Global Thai Brand ซึ่งหมายถึงแบรนด์ไทยที่มีคุณภาพระดับโลก มาวันนี้เขาบอกว่านั่นไม่ใช่วิสัยทัศน์หลัก แต่จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อทำธุรกิจอย่างยั่งยืนได้

“เราอยากให้แบรนด์อยู่ไปได้กับทุกยุคสมัย จะด้วยวิธีการผลิต วิธีการเลือกสรร หรือวิธีการแนะนำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ท้ายที่สุดในแต่ละวัน ถ้าเป็น Global Thai Brand ได้จริง ๆ ก็คงเป็นผลพลอยได้ที่ดีมาก แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

เขาแอบเล่าให้ฟังถึงโปรดักต์ใหม่จากวิสัยทัศน์ที่เขาอยากให้ V Farm เป็นธุรกิจที่ยั่งยืนก่อนสิ่งใด และจะนำไปขายที่งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX 2022  ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 28 พฤษภาคมนี้

“ทีมงานวิจัยที่อเมริกาบอกว่า อีกไม่กี่ปีคนจะมองหาสินค้า Plant-based ที่มีกระบวนการผลิตและแปรรูปน้อยกว่า หรือที่เรียกว่า Low Processed Food และหันมาบริโภคสินค้าในรูปแบบ Whole Food มากขึ้น 

“ปีนี้ เราเลยจะออกสินค้า Plant-based ในรูปแบบใหม่ ที่ใช้พืชและผักในรูปแบบจากธรรมชาติจริง ๆ ทั้งหมด แต่ยังอร่อยและกินง่าย ตัวแรกคือ Buffalo Cauliflower Wings เหมือนปีกไก่ทอดคลุกซอส แต่เป็นดอกกะหล่ำทั้งหัวแทน อีกตัวคือ Mushroom Nuggets ที่ทำจากเห็ดออร์แกนิคทั้งชิ้น ซึ่งจะเป็น Plant-based Food เวอร์ชันใหม่ ที่ทานง่ายและจะช่วยให้คนหันมาทานพืชผักมากขึ้นมากขึ้น”

แม้มีโมเดลธุรกิจ แนวคิดตั้งต้น สินค้าที่ผลิตออกมา และรางวัลที่น่าภูมิใจกันทั้งบริษัทอย่าง SMEs Sustainability Awards อยู่เต็มสองมือ พียังพูดไม่ได้เต็มปากว่าธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จเรื่องความยั่งยืนร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่รับปากเอาไว้ว่าจะมีวันนั้น

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load